ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน - ตอนที่ 694 อูฐที่ผอมแห้งก็ยังแข็งแกร่งกว่าม้า (1)
จางเทาไปแล้วไม่ได้หมายความว่าเรื่องราวจบลงแค่นี้
ในห้องโถงฟางผิงไม่ได้ไปไหน คนอื่นๆ อาการบาดเจ็บยังไม่หายดีไม่ได้รีบร้อนจะออกไปเหมือนกัน
ระหว่างที่ทุกคนกำลังแปลกใจ จู่ๆ ฟางผิงก็คว้าตัวฉินเฟิ่งชิงไว้ หลังจากนั้นฉินเฟิ่งชิงก็ร้องเหมือนหมูถูกเชือดขึ้นมา… เริ่มดึงรองเท้าออก!
“ไม่!”
“ฟางผิงอย่าสิ!”
ฉินเฟิ่งชิงแผดร้องเสียงดัง
“อย่าเอาอาวุธวิเศษฉันไป! เพิ่งจะทำความคุ้นชิน ไม่มีความเป็นคนสักนิด!”
ทุกคนต่างตกตะลึงไปแล้ว นี่ก่อเรื่องอะไรกัน?
ฟางผิงไม่คิดสนใจเขา ระหว่างที่ดึงรองเท้าออกก็เอ่ยว่า
“ให้นายยืมใช้เท่านั้น ครั้งนี้นายแทบไม่ได้ทำอะไร ฉันช่วยคืนหนี้มหาวิทยาลัยให้นายก็นับว่าไม่เลวแล้ว”
“ไม่ได้ทำอะไร?”
ฉินเฟิ่งชิงโมโหแล้ว!
“ฟางผิงนายยังมีความเป็นคนอยู่หรือเปล่า?”
ฉินเฟิ่งชิงขุ่นเคืองอย่างยิ่ง
“สงครามครั้งนี้ฉันใช้ฝีมือของขั้นเจ็ดตอนต้นกำจัดขั้นเก้าสองคน! ระเบิดขั้นเจ็ดตายไปเป็นสิบคน! ยังเรียกว่าไม่ทำอะไรอีก? ฉันเสี่ยงชีวิตแทบเป็นแทบตายไปช่วยคุมทัพ นายบอกว่าฉันไม่ได้ทำอะไร? นายว่าเจ้านั่นของเหล่าจางใครจะรู้ว่าเป็นของจริงหรือปลอม นี่หากเป็นของปลอมฉันต้องตายฟรีอย่างแน่นอน! อันที่จริงใจต่อนายขนาดนี้ ไม่ร้องขอความรู้สึกซาบซึ้งจากนาย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะพูดใจจืดใจดำแบบนี้ได้? ฉันไม่ได้ทำอะไรงั้นเหรอ? ให้รองเท้าฉันแล้วนึกไม่ถึงว่ายังจะเอากลับไป…”
“หุบปากนายไปซะ!”
ฟางผิงกลอกตาเอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์
“นายบ่มเพาะอาวุธวิเศษสองชิ้นไหวหรือไง? ถ้าไม่ถอดรองเท้าให้อัน ก็เอาดาบยาวมา เลือกเอา!”
ฉินเฟิ่งชิงมีอาวุธวิเศษอยู่ครั้งก่อนได้มาจากเมืองเจิ้นซิง เจ้าหมอนี้บ่มเพาะอาวุธวิเศษสองชิ้นไหวหรือไง?
ฉินเฟิ่งชิงเผยสีหน้าจนใจ เอ่ยอึกอักว่า
“ฉัน… บ่มเพาะไหว!”
“ไสหัวไป!”
ฟางผิงด่าไปหนึ่งประโยค สุดท้ายจึงถามว่า
“เลือกอันไหน? เลือกเอง ฉันคิดว่ารองเท้าก็ไม่เลว ดาบวิเศษนั้นพบเห็นได้บ่อย รองเท้ามีไม่เยอะจริงๆ นายชำนาญเรื่องการหนี เจ้านี้เหมาะกับนายไม่น้อย”
“งั้นฉันก็ไม่มีอาวุธโจมตีนะสิ…”
“สร้างอาวุธดาบโลหะผสมก็เหมือนกัน ยังไงฝีมือนายก็แค่นี้อยู่แล้ว ฆ่าคนอื่นไม่ตายหรอก หนีเร็วกว่าคนอื่นก็ไม่เลวแล้ว”
ฉินเฟิ่งชิงขัดแย้งในใจอยู่ค่อนวัน สุดท้ายก็เอ่ยอย่างเศร้าซึมว่า
“สวมถึงเท้าขนาดนี้นายก็ยังจะเอาไป ทำเกินไปแล้ว!”
เมื่อคำพูดนี้ของเขาออกมา ฟางผิงก็รู้แล้วว่าเขาเลือกอะไร ไม่ชักช้าอีก ดึงรองเท้าออกอย่างรวดเร็ว
ฟางผิงดึงรองเท้าเขาออกแล้ว ท่ามกลางแววตาที่เจ็บปวดของฉินเฟิ่งชิง ก็เอาดาบยาวขั้นเจ็ดของตัวเอง รองเท้าบูทขั้นเจ็ด รวมถึงร่างสัตว์ปีศาจขั้นเจ็ดตัวหนึ่ง มอบให้หนานอวิ่นผิง
“อธิการหนาน ก่อนหน้านี้รับปากว่าจะให้อาวุธวิเศษขั้นแปดกับคุณ แต่พืชปีศาจขั้นเก๋าก่อนหน้านี้เอาไปสร้างรองเท้าบูทวิเศษแล้ว ตอนนี้ยังจำเป็นต้องใช้อาวุธวิเศษ อาวุธวิเศษสองชิ้นนี้รวมกับร่างสัตว์ปีศาจหนึ่งตัว แม้ว่าอาจจะเทียบกับอาวุธวิเศษขั้นแปดไม่ได้เสมอไป แต่น่าจะไม่ต่างกันเท่าไหร่แล้ว…”
หนานอวิ่นผิงเหนือความคาดหมายอยู่บ้าง ก่อนจะเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า
“ไม่ต้องหรอก รู้ตั้งนานแล้วว่าจะให้ฉัน ไม่จำเป็นต้องถอดมาจากฉินเฟิ่งชิง…”
“ฮ่าๆๆ!”
ฟางผิงเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
“ผมพูดออกไปแล้ว ผมบอกว่าให้ก็ต้องให้! ครั้งนี้คุณเสี่ยงชีวิตประมือกับผู้ฝึกยุทธ์ขั้นเก้า เดิมทีก็เป็นน้ำใจอยู่แล้ว คุณไม่ลงมือ ผู้ฝึกยุทธ์ลัทธินอกรีตพวกนั้นอาจไม่กล้าพุ่งเป้าไปหาคุณหาเรื่องคุณ ครั้งนี้ทุกคนต่างมาเพื่อผม ในเมื่อผมพูดไปแล้วนั้นก็ไม่อาจคืนคำได้!”
ฟางผิงมอบอาวุธวิเศษและร่างของสัตว์ปีศาจให้หนานอวิ่นผิงอย่างยัดเยียดอยู่บ้าง
หลังจากนั้นก็มองไปทางยอดฝีมือขั้นแปดสิบคนของหน่วยอู่อันและหน่วยซิงลัว เอ่ยว่า
“ครั้งนี้ทุกคนต้องเสี่ยงชีวิตมาช่วยเหลือ…”
ยอดฝีมือที่เป็นหัวหน้าของหน่วยอู่อันเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า
“อธิการฟางเกรงใจแล้ว นี่เป็นความรับผิดชอบของพวกเรา ผู้ฝึกยุทธ์นอกรีตเดิมทีก็ควรกำจัด…”
“จะพูดแบบนี้ไม่ได้ กวาดรังลัทธินอกรีตจะทำตอนไหนก็ได้ แต่ครั้งนี้ทุกคนมาเซี่ยงไฮ้นั้นมาเพื่อผม! แต่ตอนนี้ผมชักหน้าไม่ถึงหลังอยู่บ้าง หากเป็นก่อนหน้านี้…”
ฟางผิงพึมพำเล็กน้อย ไม่นานก็เอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า
“ถึงจะชักหน้าไม่ถึงหลัง แต่ผมก็ไม่อาจเพิกเฉยต่อความทุ่มเทของทุกคนได้ หินพลังงานขั้นเก้าหนึ่งพันจิน นี่เป็นน้ำใจเล็กน้อยที่ผมสามารถมอบให้ได้ตอนนี้…”
ยอดฝีมือขั้นแปดสิบคนตกตะลึงไปอยู่บ้าง นี่เรียกว่าชักหน้าไม่ถึงหลัง?
นี่เรียกว่าน้ำใจเล็กน้อย?
หินพลังงานขั้นเก้าหนึ่งจิน อัตราแลกเปลี่ยนของมหาวิทยาลัยศิลปะการต่อสู้นั้นมูลค่ามากกว่าสามร้อยล้าน!
สามแสนล้าน?
คนละสามหมื่นล้าน?
แน่นอนว่านี่เทียบไม่ได้กับอาวุธวิเศษสามชิ้นที่หนานอวิ่นผิงได้รับ อาวุธวิเศษขั้นเจ็ดมูลค่ากว่าหมื่นล้านแล้ว แต่เงินหมื่นล้านซื้ออาวุธวิเศษขั้นเจ็ดไม่ได้ง่ายขนาดนั้น หินพลังงานมูลค่าหมื่นล้านก็แลกเปลี่ยนเป็นอาวุธวิเศษขั้นเจ็ดไม่ได้เหมือนกัน
แต่พวกเขามีคนมาก ฝีมือก็ไม่ได้แข็งแกร่งเท่าหนานอวิ่นผิง นึกไม่ถึงจะได้ส่วนแบ่งคนละหลายหมื่นล้าน!
ยอดฝีมือขั้นแปดสิบคนต่างตกตะลึง!
ฟางผิงเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
“ทุกคนไม่จำเป็นต้องเกรงใจ หากเป็นเมื่อก่อนของเล็กน้อยแค่นี้ฉันคงไม่เอาออกมา นี่เป็นงานที่ลำบากยากเข็ญจริงๆ ฉันไม่เหมือนกับรัฐมนตรีขี้เหนียวหวงของ เขายังต้องคำนึงถึงผู้ฝึกยุทธ์ทั้งประเทศ ฉันไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงมากมายขนาดนั้น ทุกคนมาช่วยฉัน ฉันจะแล้งน้ำใจไม่ได้! หลังจากนี้ช่วงเวลาที่จำเป็น บางทีอาจจะต้องขอความช่วยเหลือจากทุกคนอีก”
ระหว่างที่ฟางผิงพูดก็เอ่ยราวกับไม่ได้คิดอะไร
“บางทีครั้งหน้าฉันเป็นหัวหน้าของหน่วยอู่อันหรือหน่วยซิงลัวแล้ว ทุกคนอาจต้องกินข้าวจากหม้อเดียวกัน ในเมื่อหลายคนเป็นผู้อาวุโสกว่า ทั้งยังเป็นเพื่อนร่วมชาติ ดังนั้นอย่าปฏิเสธอีกเลย”
ฟางผิงพูดจบข้างหน้าก็ปรากฏกล่องขนาดใหญ่ขึ้นมา ส่งให้หัวหน้าคนนั้นว่า
“หินพลังงานพวกนี้ทุกคนเอาไปแบ่งกัน อีกอย่างครั้งนี้ผู้อาวุโสหลี่เยวี่ยตายจากสงคราม ผมรู้สึกผิดอย่างมาก… ผมเหลือแค่น้ำแร่ชีวิตสิบจินแล้ว หวังว่าพวกผู้อาวุโสจะช่วยมอบให้ครอบครัวของผู้อาวุโสหลี่เยวี่ย… ผมคงไปไม่ได้ ผมไม่มีหน้าไปพบคนพวกนี้ ผู้อาวุโสหลี่เยวี่ยตายเพราะผม ไปแล้วก็ไม่รู้จะเผชิญหน้ากับครอบครัวผู้อาวุโสยังไง”
ฟางผิงควักขวดอีกใบหนึ่งออกมามอบให้กับยอดฝีมือหน่วยซิงลัว จัดการเรื่องพวกนี้แล้ว ฟางผิงก็มองไปทางหวังชิงไห่ เอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า
“รัฐมนตรี ครั้งนี้ก็เสี่ยงชีวิตมาช่วย…”
รัฐมนตรีหวังเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
“ไม่ต้อง ฉันก็แล้วไปเถอะ! แผนการกวาดล้างลัทธินอกรีต อันที่จริงจะว่าไปแล้วก็เป็นฉันที่เอ่ยขึ้นมา…”
“งั้นก็เป็นเพราะพวกเขาต้องการจะฆ่าผมอยู่ดี รัฐมนตรีไม่จำเป็นต้องแก้ต่าง”
ระหว่างที่ฟางผิงพูด ในมือก็ปรากฏสัญญาหนี้ออกมา ก่อนจะสลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย เอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า
“เมื่อก่อนแค่ล้อเล่นเท่านั้น รัฐมนตรีไม่จำเป็นต้องคิดจริงจัง อีกอย่างจะทะลวงถึงขั้นเก้า รัฐมนตรีหลอมร่างทองสามขั้น หลังจากนี้ต้องสิ้นเปลืองไม่น้อยเหมือนกัน ผมจะส่งหินพลังงานให้รัฐมนตรีสองร้อยจิน ถือเป็นการแสดงความยินดีด้วย…”
ไม่เปิดโอกาสให้หวังชิงไห่ปฏิเสธ ฟางผิงมองไปทางเฉินเย่าถิงว่า
“ผู้เฒ่าเฉินเสี่ยงอันตรายช่วยชีวิตผมหลายครั้งแล้ว น้ำใจนี้ยากที่จะตอบแทน มหาวิทยาลัยศิลปะการต่อสู้จิงหนานมีอาจารย์และนักศึกษามากมาย ผมเตรียมหินพลังงานขั้นเก้าสามร้อยจินไว้แล้ว ผู้เฒ่าเฉินเอากลับไปให้อาจารย์และนักศึกษาใช้เถอะ รีบให้กำเนิดปรมาจารย์คนที่สองได้แล้ว…”