ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน - ตอนที่ 685 รับบทร้ายกับพทิงพัพ (3)
ระหว่างที่จางเทาพูดก็เอ่ยว่า “แน่นอน หากควบคุมได้จริงๆ เผาไหม้สิ่งเจือปนภายในร่างกายแล้วจะเป็นประโยชน์ต่อเขามากเหมือนกัน เทียบได้กับโอกาสถอดรกเปลี่ยนกระดูกเกิดใหม่อีกครั้งหนึ่ง พลังจิตใจจะบริสุทธิ์ขึ้น”
ทุกคนพยักหน้าเบา ๆ ด้านข้างนั้นจู่ ๆ หลี่หานซงก็เอ่ยว่า “เพิ่มสสารไม่แตกดับเข้าไปสักหน่อย จะทำให้เขาผ่อนคลายบ้างหรือเปล่า?”
จางเทาส่ายหัวว่า “อย่าทำอะไรมั่วซั่ว สสารไม่แตกดับเป็นพลังงานประเภทหนึ่งเหมือนกัน พลังงานที่แข็งแกร่ง พลังแห่งการทำลายล้าง! หากพลังทำลายล้างถูกจุดติดขึ้นมาจากสถานการณ์ของเขา คงจะถูกระเบิดกลายเป็นผุยผงในชั่วพริบตา”
หลี่หานซงเสียดายอยู่บ้าง ฟางผิงอดบ่นไม่ได้เหมือนกัน “เจ้าหมอนี่ติดหนี้ฉันกว่าหนึ่งแสนล้าน ถ้าตายไปแบบนี้ฉันก็ขาดทุนแย่แล้ว! เกลียดเจ้าพวกที่ยืมแล้วไม่คืนที่สุดแล้ว”
“ครั้งนี้ยังลืมเซ็นสัญญาด้วย ก็ไม่รู้ว่าตายแล้วต้องไปคิดบัญชีที่ไหน!”
จางเทาชำเลืองตามองเขา คลี่ยิ้มว่า “จูงใจตีวัวกระทบคราดหรือเปล่า?”
“เปล่านะครับ อย่ากังวลเกินไปเลย เขาดวงแข็งจะตายไป บุกป่าฝ่าดงในถ้ำใต้ดินตั้งนานไม่เห็นตาย จะตายง่าย ๆ ได้อย่างไรกัน” ฟางผิงเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจว่า “อะไรที่ควรเตรียมผมก็เตรียมพร้อมหมดแล้ว ที่เหลือคงต้องพึ่งรัฐมนตรี ผมตายก็อับจนหนทางเหมือนกัน พอดีที่พวกคุณจะได้ไม่ต้องคืนเงินผม ยังฉลองครั้งใหญ่ได้ด้วยซ้ำไป”
“ไอ้หนู ฉันติดหนี้เธอหรือไง?” จางเทาหัวเราะเอ่ยหยอกว่า “ฉันไม่ได้ติดหนี้เธอ เธอคิดเองเออเองหรือเปล่า?”
ฟางผิงกลอกตา ไม่สนใจเขาเหมือนกัน มองไปทางเตาเผาอีกครั้ง
ในเตาเผา เปลวไฟพลังงานกำลังเผาไหม้ ของเหลวพลังงานก็เดือดพล่านเช่นเดียวกัน ฉินเฟิ่งชิงโผล่เพียงหัวที่โล้นเกลี้ยงออกมาข้างนอก ตอนนี้บนหัวแทบจะแดงไปหมด ปราณพุ่งกระฉูด หนังหัวยังคงถูกเผาไหม้ไปด้วย
ปัง! เกิดเสียงดังกระจายออกมาจากเตาเผา
ฟางผิงขมวดคิ้วเล็กน้อย จางเทาเห็นแบบนั้นส่งพลังจิตใจออกไปไม่นานก็ประคองเตาเผาเอาไว้ เอ่ยว่า “อยากจะระบายก็ระบายเถอะ!”
สิ้นเสียง ในเตาเผาก็มีเสียงดังยิ่งขึ้น เปรียงๆๆ!
ฉินเฟิ่งชิงชกหมัดแล้วหมัดเล่าโจมตีกำแพงของเตาเผา เปลวไฟพลังงานโหมกระหน่ำ หมอกควันสีดำไม่นานก็ถูกเผาจนอันตรธานหายไป ต้นไม้บนไข่ทองคำเวลานี้เหี่ยวแห้งลงแล้ว ไข่ทองคำก็กำลังพังทลายอย่างรวดเร็ว
“ยังต้องใช้เวลาอีกนานแค่ไหน?” ฟางผิงถามออกไป
จางเทาครุ่นคิดเล็กน้อย เอ่ยว่า “ประมาณหนึ่งชั่วโมง!”
ฟางผิงหน้าเปลี่ยนสีเล็กน้อย กดเสียงต่ำ “ก่อนหน้านี้ไม่ใช่บอกว่า… ใช้เวลาไม่นาน?”
จางเทาเอ่ยอย่างเรียบนิ่ง “ฉันเคยบอกเขาแล้ว เขารู้แก่ใจดี ใครบอกว่าใช้เวลาไม่นาน?”
“คุณ…”
“ไม่ต้องมองฉัน ฉันเคารพการตัดสินใจของทุกคน” จางเทาสูดลมหายใจเข้าลึก ไม่มองเตาเผาอีก เอ่ยอย่างเคร่งขรึมว่า “ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นแปดสิบเอ็ดคน รัฐมนตรีมีตัวเลือกในใจบ้างหรือเปล่า?”
จางเทาได้ยินประโยคนี้ก็เอ่ยอย่างปวดหัวอยู่บ้าง “เงื่อนไขเธอเยอะจริงๆ ยังต้องเป็นขั้นแปดหลอมสองขั้นทั้งหมดอีก ขั้นแปดในการจัดอันดับของประเทศจีนทั้งหมดก็มีแค่หนึ่งร้อยต้น ๆ หากจะรวบรวมออกมาขั้นแปดหลอมสองขั้นน่าจะมีประมาณสิบยี่สิบคนเท่านั้น จะให้สรรหาสิบเอ็ดคนออกมาในช่วงเวลาสั้น ๆ…”
“รัฐมนตรี อะไรไร้สาระก็ไม่ต้องพูดหรอกครับ เข้าประเด็นเลย มีตัวเลือกหรือเปล่า?”
จางเทาถลึงตาใส่เขา เจ้าเด็กนี่วันนี้อารมณ์ร้อนไม่น้อย คร้านจะสนใจเขาเหมือนกัน จางเทาเอ่ยว่า “ขั้นแปดหลอมสองขั้นไม่ได้มีเยอะขนาดนั้น หาได้ให้เธอแค่แปดคน อีกสามคนเป็นขั้นแปดหลอมหนึ่งขั้น ไม่มีปัญหา สามารถต้านขั้นเก้าสองคนได้หรือเปล่า?”
“ยาก! ผู้กอบกู้โลกอาวุโสของลัทธินอกรีตพวกนั้นมีขั้นเก้าอ่อนแออยู่ ครั้งนี้จากข้อมูลผู้ที่ลงมือมีสี่คน ผู้อาวุโสสาม หก แปด และเก้า ยังมีผู้อาวุโสใหญ่ลอบซุ่มโจมตีอีก ผู้อาวุโสห้าคนนี้ขั้นเก้าอ่อนแอน่าจะมีแค่ผู้อาวุโสเก้า ผู้อาวุโสแปดพดยาก อาจจะใช่ทั้งอาจจะไม่ใช่ ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นแปดหลอมหนึ่งขั้นสองขั้นสิบเอ็ดคนต่อกรกับขั้นเก้าอ่อนแอ เผชิญหน้ากับสองคนนี้สกัดไว้อาจไม่มีปัญหา แต่หาก… แน่นอนฉันจะให้พวกเขาทุ่มสุดกำลังสกัดผู้อาวุโสแปดและเก้าของลัทธินอกรีตทั้งสองคนเอาไว้”
ฟางผิงสูดลมหายใจเข้าลึก “พวกเขาสามารถสกัดได้สองคน? จะพยายามสุดกำลัง งั้นสามคนที่เหลือล่ะ เป็นยอดฝีมือที่เดินในเส้นทางต้นกำเนิดทั้งหมด?”
“ใช่”
“ผู้อาวุโสใหญ่แข็งแกร่งขนาดไหน?”
“ไม่แน่ใจ แต่อย่างน้อยก็มีความสามารถในสิบอันดับแรกของการจัดอันดับประเทศจีน ฉันหมายถึงต่ำกว่าขั้นสุดยอดลงไป สิบอันดับแรกของการจัดอันดับ… ไม่ต่างอะไรกับพวกประมุขจ้าว นี่ยังเป็นการคาดการณ์ที่ต่ำที่สุดอีก…”
ฟางผิงขมวดคิ้วว่า “อธิการเฉินขั้นแปดหลอมสามขั้นมีอาวุธวิเศษในมือ อธิการหนานขั้นแปดหลอมห้าขั้นนับว่าฝีมือแข็งแกร่งมาก ผู้เฒ่าหลิวเพิ่งจะขั้นแปดหลอมหนึ่งขั้น… พวกเขาสามคนอย่างมากก็สกัดผู้อาวุโสหกได้ ถ้าลำดับความสามารถตามนี้ อย่างมากก็เป็นแบบนี้ ทั้งยังอันตรายมากด้วย! งั้นผู้อาวุโสใหญ่และผู้อาวุโสสาม…”
จางเทาเอ่ยอย่างเคร่งขรึมว่า “ผู้อาวุโสสามมอบให้เป่ยกงอวิ๋น ส่วนผู้อาวุโสใหญ่… เป็นปัญหาเล็กน้อย แน่นอนว่าเขาอาจไม่ลงมือเสมอไป หากลงมือจริงๆ เธอวางใจเถอะจะมีคนสกัดไว้ ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่เรื่องนี้ ครั้งนี้เคลื่อนไหวผู้กอบกู้โลกอาวุโสห้าคน แต่ฉันไม่มั่นใจว่าเป็นทั้งหมดหรือยัง! ถ้ามีแค่นี้ยังสามารถต้านไหว แต่ตอนนี้ผู้อาวุโสสอง สี่ และห้า พวกนี้ยังไม่มีข่าวคราว…”
“ราชามังกรเป็นผู้อาวุโสที่เท่าไหร่?”
“ผู้อาวุโสเจ็ด แต่เขาไม่อาจลงมือ…”
“งั้นคนอื่น ๆ มีโอกาสจะลงมือ?”
“ใช่”
“คนพวกนี้ไม่ใช่ว่าเราข้อมูลของพวกเขาบางคนอยู่แล้ว? หรือจะโจมตีพวกเขาตรง ๆ ให้จบไป…”
“ไม่ได้ แหวกหญ้าให้งูตื่นนั่นก็เป็นปัญหาแล้ว เจ้าลัทธิใหญ่คือใครอันที่จริงพวกเรายังคงสงสัย เจ้าหมอนี่ซ่อนตัวอย่างลึกล้ำ หากต่ำกว่าขั้นสุดยอดยังดี หากเป็นขั้นสุดยอด… ระเบิดสงครามใหญ่ขึ้นบางเรื่องก็เป็นปัญหาแล้ว”
ฟางผิงไร้คำจะโต้ตอบ ผ่านไปสักพักจึงเอ่ยว่า “ลัทธินอกรีตมียอดฝีมือขั้นเจ็ดขั้นแปดเหมือนกัน หากส่งมาเพิ่มอีกนั่นก็ไม่ตรงกับที่พวกเขาคาดการณ์ไว้แล้ว อีกอย่างถ้าเจ้าลัทธิไม่ใช่ขั้นสุดยอด อาจไม่อยู่ที่เขตด่านสมุทรเสมอไป บางทีอาจจะออกมาเขาลงมือนั่นก็เป็นปัญหากว่าแล้ว”
จางเทาพยักหน้าเบา ๆ มองไปทางฟางผิงว่า “เป็นปัญหาจริงๆ อันตรายมากด้วย ถ้าตอนนี้นึกเสียใจจะให้โอกาสเธออีกครั้ง! ถ้าไม่ไหวก็โจมตีคนที่รู้ตัวตนพวกนั้นแทน ข่มขวัญพวกนอกรีตแบบนี้ก็ได้เหมือนกัน อย่างน้อยภายในช่วงเวลาสั้น ๆ เจ้าพวกนี้คงไม่กล้าโผล่หน้าออกมา อีกอย่างถึงจะอันตรายกว่า…”
ฟางผิงพึมพำ ไม่นานก็เอ่ยว่า “รัฐมนตรี ร่างแยกพลังจิตใจได้มาหรือเปล่า?”
จางเทาไม่พูดพล่ามเช่นกัน โยนกระบี่สั้นสีหยกเล่มหนึ่งให้เขา “ของหลี่เจิ้น กำจัดขั้นเก้าอ่อนแอสองสามคนได้ไม่มีปัญหา เจอกับยอดฝีมือเส้นทางต้นกำเนิด นอกจากผู้อาวุโสที่อยู่ในสามอันดับแรก คนอื่นล้วนมีโอกาสกำจัดได้”
“ของคุณล่ะ?”
“ช่วงนี้ฉันไม่สามารถแบ่งได้อีกแล้ว ถ้าแบ่งอีกจะเกิดปัญหา…”
ฟางผิงเห็นเหมือนเขาไม่ได้โกหกก็ปวดหัวอยู่บ้าง พูดแบบนี้เจอกับผู้อาวุโสสามอันดับแรกยังคงอันตรายไม่น้อย
ครู่ต่อมาจู่ ๆ จางเทาก็เอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “แบ่งไม่ได้เป็นเรื่องจริง แต่ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ ฉันเตรียมของปลอมไว้ให้เธอหลายสิบอันแล้ว มีกลิ่นอายของฉันอยู่ ข่มขู่พวกเขาก็ดี่เหมือนกัน ถึงช่วงเวลาสำคัญควักออกมาก็สามารถข่มขู่คน คว้าโอกาสก็วิ่งหนี ถ้าไม่ไหวก็เก็บงำกลิ่นอายไปหลบในทะเล จะหาเธอเจอได้ง่าย ๆ ที่ไหนกัน ไอ้หนู เรื่องนี้อยู่ที่เธอแล้ว สามารถสกัดได้ก็สกัด สกัดไม่ได้ก็โกยแนบเถอะ ส่วนพวกหลิวพัวหลู่… เป้าหมายของอีกฝ่ายคือเธอ ฆ่าพวกเขาก็ไม่มีประโยชน์ เธอหนีไปพวกเขาน่าจะไม่กล้ารั้งตัวอยู่นานเหมือนกัน เข้าใจความหมายฉันใช่หรือเปล่า?”
ฟางผิงพยักหน้า ไม่พูดอะไรอีก รับหนังสือคริสตัลหลายเล่มมาจากจางเทา เอ่ยว่า “คุณทำกระบี่สั้นพวกนั้นออกมาด้วยสิ ผมจะปนของจริงของปลอมไว้ด้วยกัน ดูสิว่าจะหลอกให้ตายได้กี่คน”
จางเทาหัวเราะตอบว่า “ได้ กลับไปฉันจะให้หลี่เจิ้นทำให้ อีกอย่างเวลานั้นเกรงว่าถ้ำใต้ดินจะเกิดความวุ่นวายไม่น้อย เธออย่าสร้างปัญหาเพิ่มให้พวกเราละกัน อย่าหนีมาทางถ้ำใต้ดิน ให้หนีลงทะเล…”
“เข้าใจแล้วครับ”
ทั้งสองคนพูดคุยกันยกใหญ่ มั่นใจแผนการคร่าว ๆ แล้ว ฟางผิงก็ไม่พูดอีก มองไปทางเตาเผาแทน
เวลานี้ในเตาเผาแทบจะเป็นสีแดงฉาน นั่นคือเลือดสด! เปลวไฟพลังงานลุก อันที่จริงไม่ได้เผาเนื้อหนัง เลือดสด… ฉินเฟิ่งชิงเป็นคนทำออกมาเอง
เห็นฉากนี้ฟางผิงก็ขมวดคิ้วแน่น จางเทาถอนหายใจเช่นกัน “รับบทร้ายอีกคนแล้ว แค่ไม่รู้ว่าตกลงด้านนี้จะผ่านไปได้หรือเปล่า”
======================