Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน - ตอนที่ 681-3 พูดมากเป็นภัย (3)

  1. Home
  2. ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน
  3. ตอนที่ 681-3 พูดมากเป็นภัย (3)
Prev
Novel Info

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

“ลัทธินอกรีตมียอดฝีมือขั้นเก้ากี่คน? ขั้นแปดเท่าไหร่?”

“ไม่แน่ใจ”

“ไม่แน่ใจ?” ฟางผิงเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ไม่แน่ใจงั้นผมไม่ทำ! หากอยากให้ผมเสี่ยงชีวิต นั่นก็ควรอธิบายให้ผมฟังเยอะๆหน่อย ผมจะได้ตัดสินใจถูก รวมถึงใครคือคนของพวกเราด้วย จุดนี้ผมก็ต้องรู้ ผมไม่อยากเดา อีกอย่างแม้ว่าจะเป็นคนของพวกเรา ผมก็ไม่กล้าหมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ ใครจะรู้ว่าคิดทรยศหรือเปล่า”

จางเทาหัวเราะ “กั้นม่านพลังงานรอบทิศทางซะ จะบอกให้ก็ได้”

ฟางผิงมองไปรอบๆ เห็นเฉินอวิ่นซีก็บอกว่า “อวิ่นซี ไปทำธุระของเธอเถอะ…”

“ฟางผิง!” เฉินอวิ่นซีกังวลอยู่บ้าง

ฟางผิงโบกมือว่า “ไม่เป็นไร ฉันไม่ทำสงครามหากไม่เตรียมพร้อมล่วงหน้าอยู่แล้ว ไปเถอะ”

เฉินอวิ่นซีถอนหายใจ ไม่นานก็ออกจากหอคอยคริสตัลไป รอเธอไปแล้วฟางผิงก็เอ่ยด้วยรอยยิ้ม “รัฐมนตรีพูดมาเถอะครับ”

“การก่อตัวของลัทธินอกรีตค่อนข้างซับซ้อน มีทั้งหมดสิบแปดลัทธิ ลัทธิเล็กๆบางส่วนไม่มีระดับสูงฉันคงไม่พูดถึงแล้ว ลัทธิสิบแปดแห่งล้วนเคยมีบันทึกการลงมือของระดับสูง ทั้งลัทธิพวกนี้ภายใต้การผลักดันของคนบางส่วนจึงก่อตั้งเป็นองค์กรที่ใหญ่ขึ้น นั่นก็คือลัทธินอกรีต ตามคำพูดของพวกเรา โครงสร้างระดับสูงของลัทธินอกรีตก็มีชนชั้นเหมือนกัน ก่อนหน้านี้ทุกลัทธิต่างมีเจ้าลัทธิของตัวเอง ผู้กระจายธรรมอาวุโส ผู้ปกป้องลัทธิอาวุโส คนพวกนี้ล้วนเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูง ระดับกลางโดยทั่วไปจะเป็นจำพวกผู้คุม เรื่องพวกนี้ยังไม่ต้องสนใจ หลังจากสิบแปดลัทธิหลอมรวมเป็นหนึ่ง ก็มีเจ้าลัทธิขึ้นมาหนึ่งคน ทั้งเป็นผู้นำในนามของลัทธินอกรีตด้วยเหมือนกัน ปกติจะเรียกว่าเจ้าลัทธิใหญ่ คนที่ใกล้เคียงกับเทพมากที่สุด หลังจากหลอมรวมลัทธินอกรีตแล้ว ก็ก่อตั้งพรรคกู้โลกขึ้นมาแห่งหนึ่ง พรรคกู้โลกมีเจ้าลัทธิใหญ่เป็นผู้นำ เจ้าลัทธิแต่ละแห่งต่างรวมอยู่ในนั้น รวมถึงยอดฝีมืออิสระบางส่วนมีชื่อแขวนในนั้นเหมือนกัน…”

ฟางผิงตัดบทว่า “ยอดฝีมืออิสระ?”

“ยอดฝีมือลัทธินอกรีตจำเป็นต้องสร้างกลุ่มด้วยหรือไง? อาศัยชื่อคนเดียวเข้าลัทธินอกรีตก็มีหลายคนเหมือนกัน คนพวกนี้ต่างมีเป้าหมายของตัวเอง เป็นเรื่องธรรมดามาก จากข้อมูลที่พวกเราได้รับ พรรคกู้โลกนอกจากเจ้าสำนักใหญ่และเจ้าสำนักทั้งสิบแปดลัทธิแล้ว…”

ฟางผิงตัดบทอีกครั้ง “เจ้าสำนักใหญ่ไม่ใช่หนึ่งในสิบแปดเจ้าสำนักเหรอครับ?”

“ไม่ใช่ ค่อนข้างลึกลับ หลักๆเป็นใคร…พูดยาก เคยมีการคาดเดามาก่อนแต่ไม่มีประโยชน์ อย่าคาดเดามั่วซั่วดีกว่า อาจจะเกิดความเคลื่อนไหวเป็นวงกว้าง พูดเรื่องของพรรคกู้โลกต่อ พรรคกู้โลกก็เป็นองค์กรพลังต่อสู้หลักของลัทธินอกรีต ยอดฝีมือล้วนแขวนชื่อไว้ในนั้น ยอดฝีมือที่นี่หมายถึงระดับสูง ขั้นเจ็ดเป็นผู้ปกป้องลัทธิอาวุโส ขั้นแปดคือผู้กระจายธรรมอาวุโส ขั้นเก้าคือผู้กอบกู้โลกอาวุโส อีกอย่างก็คือเจ้าลัทธิใหญ่ ผู้ปกป้องลัทธิอาวุโสมีเท่าไหร่ไม่ค่อยแน่ใจ น่าจะเกือบห้าสิบหกสิบคน แต่ก่อนหน้านี้ถูกฆ่าไปไม่น้อย ตอนนี้น่าจะเหลือกระจัดกระจายทั่วโลก ผู้กระจายธรรมมีน้อยลงแล้ว ในนั้นเจ้าลัทธิบางส่วนก็เป็นแค่ขั้นแปดขั้นเจ็ดปะปนอยู่เหมือนกัน คนพวกนี้แขวนนามของผู้กระจายธรรมอาวุโส น่าจะมีสิบห้าสิบหกคน”

“ส่วนผู้กอบกู้โลกอาวุโสหลักๆมีเท่าไหร่ยังไม่แน่ใจ จากที่ได้ยินมามีเก้าคน จริงหรือเปล่าไม่มีใครรู้ คนพวกนี้ทำตัวลึกลับอย่างมาก ไม่อาจพูดคุยตัวต่อตัว ตอนนี้ข่าวสารพัฒนาแล้ว วิธีติดต่อสื่อสารมีมากมาย ทั้งปกติยังติดต่อกันส่วนตัว หลักๆมีเท่าไหร่น่าจะมีแค่เจ้าสำนักใหญ่ที่รู้ ผู้กอบกู้โลกอาวุโสเก้าคนรวมกับเจ้าสำนักใหญ่นั่นก็สิบคนแล้ว คนนี้จากข่าวลือล้วนอยู่ขั้นเก้าทั้งหมด แต่ในสิบคนนี้พวกเรายังสอดแทรกผู้ฝึกยุทธ์ขั้นเก้าคนหนึ่งเข้าไป ไม่ใช่แค่ขั้นเก้า แต่เป็นยอดฝีมือในขั้นเก้า ในลัทธินอกรีตถือว่ามีตำแหน่งเช่นกัน เว้นเสียแต่จะเป็นข้อมูลลับมีแค่เจ้าสำนักใหญ่ที่รู้ได้ ไม่งั้นส่วนมากพวกเราก็ได้รับข่าวสารทั้งหมด”

“ขั้นเก้าสิบคน?”

ฟางผิงเผยสีหน้าสั่นสะท้าน “ขั้นเก้าเยอะขนาดนี้เลย? ขั้นเก้าไม่ได้หาเจอง่ายๆ แทบจะมีบันทึกเอาไว้ทั้งหมด นอกเสียจากจะไม่ลงมือตลอดชีวิต ไม่ออกจากเขาอะไรทำนองนั้น แต่คนประเภทนี้ก็ไม่อาจทะลวงถึงขั้นเก้าได้! พูดแบบนี้…คนพวกนี้ต่างมีตัวตนในที่แจ้ง?”

“ประมาณนั้น”

ฟางผิงสูดลมหายใจเข้าลึก “ประเทศจีนได้รับข้อมูลกี่คน?”

“สามคน!” จางเทาเอ่ยอย่างเยือกเย็น “นอกจากคนของพวกเรา ยังมีอีกสามคนที่พวกเรารู้ข้อมูล ก็หมายความว่ายังมีผู้กอบกู้โลกอีกห้าคนและเจ้าสำนักใหญ่พวกเรายังคงไม่มีข้อมูลอะไร ส่วนดินแดนศักดิ์สิทธิ์แต่ละแห่งบางทีอาจจะมีข้อมูลหรือบางทีอาจจะไม่มี สามคนนั้นที่พวกเรารู้ข้อมูลมีคนหนึ่งกระทั่งเป็นคนของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ไม่รู้ว่าเป็นคนของลัทธินอกรีตหรือว่าแดนศักดิ์สิทธิ์จงใจแฝงตัวเข้าไป ไม่ว่าจะยังไงเรื่องพวกนี้เธอไม่ต้องสนใจ มองเป็นศัตรูก็ถูกแล้ว สามคนที่รู้ข้อมูลล้วนไม่ใช่คนของประเทศจีน แต่ตกลงประเทศจีนมีหรือเปล่าพูดยาก!”

“ฉันไม่อยากคาดเดาอะไร ครั้งนี้พวกคนที่รู้ตัวตนพวกเราคาดคะเนจากโอกาส ให้พวกเขาไม่มีโอกาสลงมือกับเธอ ถ้าเธอเห็นด้วย งั้นคนที่ลงมือกับเธอก็จะเป็นยอดฝีมือขั้นเก้าที่พวกเราไม่รู้จักตัวตน! อย่างน้อยสามารถล่อออกมาได้อีกคนสองคน มากหน่อยก็สองสามคน ขั้นเก้าสิบคนหากถูกเปิดเผยตัวตนหกเจ็ดคน นั่นภัยคุกคามของลัทธินอกรีตก็แทบไม่มีแล้ว ฟางผิงเธอคิดว่ายังไง?”

“คนของพวกเราคือใคร? ไว้ใจได้หรือเปล่า?” ระหว่างที่ฟางผิงพูดก็เอ่ยว่า “ปรมาจารย์ขงหลิงหยวน? ผมได้ยินว่าเขาบาดเจ็บไม่หายดีมาโดยตลอด เอาแต่พักรักษาตัว…”

จางเทาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ฉันรู้แล้วว่าเธอจะคาดเดาเป็นเขา แต่ไม่ใช่ ขงหลิงหยวนบาดเจ็บยังไม่หายดีจริงๆ เป็นราชามังกรหลินหลงต่างหาก หลินหลงไม่ได้เฝ้าระวังในถ้ำใต้ดิน เขารั้งตัวอยู่ที่รัฐบาลกลางมาโดยตลอด เขาถึงจะมีโอกาสสัมผัสกับเรื่องพวกนี้มากที่สุด หลินหลงเป็นคนของพวกเรา ทั้งพวกเรายังรู้จักเบื้องลึกเบื้องหลังเขาดี มีโอกาสที่หลินหลงจะเกิดปัญหาน้อย ทั้งตอนนี้ยังไม่ถึงเวลานั้น ไม่ถึงเวลาที่ขั้นสุดยอดไม่มีเวลาขยับเรื่องพวกนี้ แม้จะเป็นเหตุไม่คาดฝันหนึ่งในหมื่นเขาใจสั่นคลอนจริงๆ ก็ไม่กล้าแปรพักตร์ในเวลานี้หรอก เพราะหากแปรพักตร์แล้วเขาต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัย! อีกอย่างครั้งนี้หลินหลงจะไม่ลงมือ…”

“เขาไม่ลงมือจะไม่ทำให้คนสงสัยหรือไง?”

ตอนที่ 681 พูดมากเป็นภัย (4)

“ไม่หรอก เธอประเมินยอดฝีมือลัทธินอกรีตต่ำเกินไป ในเมื่อเป็นยอดฝีมือนั่นก็ต้องมีความน่าไวใจ ตอนนี้แม้ว่าหลินหลงจะเป็นคนในลัทธินอกรีต แต่ลัทธิที่เขาเป็นผู้นำตอนนี้ไม่ได้พุ่งเป้าไปที่ฆ่ายอดฝีมือมนุษย์ขายชีวิตให้ผู้ฝึกยุทธ์ถ้ำ แต่ตอนนี้ลัทธิที่เขาเป็นผู้นำกำลังส่งเสริมให้บุกเบิกเขตแดนใหม่ ยึดครองเขตแดนที่เป็นป้อมปราการของมนุษย์มาดูแลเอง”

“ในความเป็นจริง ความคิดนี้สามารถทำได้ แน่นอนว่าในเมื่อเป็นลัทธินอกรีตคงไม่ง่ายขนาดนั้น ลัทธิของเขานี้ยังมีอีกความคิดหนึ่ง ในเวลาที่ดูแลเขตแดนก็ขับไล่คนธรรมดาและผู้ฝึกยุทธ์เข้ามาในเขตแดนนี้ โจมตีฆ่าให้ตายในเขตแดนนี้…เพื่อชักนำให้ทางเดินเปิดออกอย่างเต็มรูปแบบ ดังนั้นก่อนที่ยังยึดครองเขตแดนที่สมบูรณ์ไม่ได้ ลัทธินี้ของเขาไม่อาจลงมือกับผู้ฝึกยุทธ์มนุษย์ เว้นเสียแต่ลัทธินอกรีตจะคว้าเขตแดนที่สมบูรณ์ได้แห่งหนึ่ง ส่งมอบให้เขาดูแล เวลานั้นเขาไม่ลงมือก็พูดยากแล้ว ความหมายที่ฉันพูดพวกนี้คือเขาไม่ลงมือเพราะมีเหตุผลอยู่ แน่นอนว่าถ้าเธอต้องการ เขาสามารถลงมือได้ ช่วงเวลาสำคัญแปรพักตร์โจมตีก็ไม่มีปัญหา ถึงช่วงหน้าสิ่วหน้าขวานจริงๆ เปิดเผยตัวตนก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร…”

“ผมขอคิดดูก่อน จริงสิรัฐมนตรี ความหมายของคุณคือว่า ตอนนี้ผมยังคุณสมบัติไม่เพียงพอ ทางที่ดีต้องทะลวงถึงขั้นแปด ล่อขั้นเก้าให้มาฆ่าผมมากกว่านี้งั้นเหรอครับ?”

“ใช่”

ฟางผิงเอ่ยอย่างครุ่นคิด “งั้นคุณช่วยเหลืออะไรผมได้บ้าง?”

“ไม่อาจให้การช่วยเหลือเธอเยอะเกินไป สิ่งที่ฉันทำได้ก็คือปิดกั้นถ้ำใต้ดินต้องห้าม ให้เป่ยกงอวิ่นลงมือ ฉันจะผนึกกลิ่นอายของเขาอย่างเต็มที่ รออยู่ในตำแหน่งที่กำหนดไว้ หากมากกว่านั้นขั้นเก้าหายตัวไปเยอะ อีกฝ่ายจะเกิดความสงสัยได้ เป่ยกงอวิ่นตอนนี้ต้องจัดการเรื่องในถ้ำใต้ดินต้องห้าม เขาอยู่ในถ้ำใต้ดินหรือไม่อยู่ถ้ำใต้ดินต้องห้าม อยู่ในการควบคุมของพวกเรา อีกฝ่ายไมอาจส่งข่าวออกไปได้”

“แค่ขั้นเก้าคนเดียว?”

“ใช่”

“เกิดลัทธินอกรีตส่งมาสามคน ผมจะไม่ตายหรือไง”

“เธอไม่มีวิธีอะไรเลย?”

ฟางผิงกลอกตา “ผมเพิ่งจะขั้นเจ็ด ผมจะมีวิธีอะไรได้? จากคำพูดของคุณถึงเวลานั้นพวกอาจารย์หลี่จะถูกดึงตัวออกไป เขาไม่ไปเกรงว่าอีกฝ่ายคงไม่ลงมือ นั่นไม่ใช่ทำเรื่องยุ่งเปล่าประโยชน์หรือไง! ในเมื่ออาจารย์หลี่ไปแล้ว งั้นผมยังจะมีวิธีจัดการกับขั้นเก้าได้ยังไงอีก ที่นี่ไม่ใช่พื้นที่ระหว่างเขตแดนสักหน่อย…”

ระหว่างที่พูดฟางผิงก็ลูบคางว่า “หรือผมจะล่ออีกฝ่ายไปพื้นที่ระหว่างเขตแดนดี?”

“กลัวว่าจะทำได้ยาก อีกอย่างหากเธอลงถ้ำใต้ดินจริงๆ นั่นก็ไม่ใช่เรื่องของลัทธินอกรีตขั้นเก้าอีกแล้ว เธอเข้าใจความหมายฉันใช่หรือเปล่า”

“ไม่จำเป็นต้องฆ่าพวกเขาให้ตายเสมอไปสินะครับ? สกัดพวกเขาไว้ คุณต้องใช้เวลาไล่ตามมาประมาณเท่าไหร่?”

“อย่างน้อยสิบนาที!”

“สิบนาที…นานเกินไปแล้ว!” ฟางผิงถอนหายใจว่า “ประเด็นสำคัญคือ แม้ว่าจะฆ่าพวกนั้นได้จริงๆ อาจไม่มีผลประโยชน์เสมอไป ทั้งยังต้องเลือกสถานที่ดีๆอีก หากขั้นเก้าลงมือจริงๆ ก็ไม่อาจเป็นตำแหน่งที่คนเยอะได้ อยู่ดีๆให้ผมไปพื้นที่รกร้างไม่มีคน นี่จะไม่น่าสงสัยหรือไง?”

ฟางผิงพูดมาถึงตรงนี้จางเทาก็เอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ความหมายของเธอคือรับปากแล้ว?”

“ตอนนี้ยังไม่แน่ใจ ผมต้องคิดอีกหน่อย จริงสิรัฐมนตรี มีอะไรที่ทำให้ยอดฝีมือขั้นแปดตอนต้นแข็งแกร่งได้หรือเปล่า? แบบที่แข็งแกร่งขึ้นมากๆ ทำนองนั้น คนเดียวสามารถจัดการขั้นแปดได้หลายคน น่าเชื่อถือได้ ขอให้ผมสักหน่อยสิ…”

จางเทาหมดคำจะพูด ฉันก็อยากได้ของเพิ่มพลังขั้นแปดเหมือนกัน เธอลองหาให้ฉันดูสิ!

“รัฐมนตรี ขั้นแปดหลอมร่างทองสองขั้น นับว่าเป็นขั้นแปดตอนต้นแล้วสินะครับ?”

“ใช่”

“สามขั้นล่ะ? ตามหลักแล้วขั้นแปดมีเก้าขั้น สามขั้นผมคิดว่าน่าจะยังเป็นขั้นแปดตอนต้นเหมือนกัน…”

“การแบ่งระดับเธอมาถามฉัน ฉันจะไปรู้ได้ยังไง เธออยากจะแบ่งแบบไหนก็แบ่งไป เธอคิดว่าตัวเองตอนต้นก็ตอนต้น ฉันยังจะขวางเธอได้หรือไง?”

ฟางผิงหมดคำจะพูด ผมถามเรื่องสำคัญอยู่นะ ถ้าผมทะลวงด่านนั่นก็เป็นขั้นแปดตอนต้น ตามหลักแล้วทำได้แคปกปิดกลิ่นอายของขั้นแปดตอนต้น ตกลงจะสามารถปกปิดกลิ่นอายของยอดฝีมือขั้นแปดที่หลอมสามขั้นได้หรือเปล่าก็พูดยากแล้ว ยอดฝีมือขั้นเก้าขั้นแปดมีเยอะ มดเยอะก็กัดช้างตายได้

“ช่างเถอะ ไม่ถามคุณแล้ว ผมขอคิดดูก่อน ให้เวลาผมหน่อยเถอะ อีกอย่างหากให้ผมล่อออกไปจริงๆ งั้นลัทธินอกรีตต้องมีของดีไม่น้อย ต้องเป็นของผมทั้งหมด นอกจากนี้รัฐบาลต้องสนับสนุนค่าตอบแทนผมด้วย ไม่งั้นผมไม่ทำ น้อยไปผมไม่สนใจ สุดท้ายหากขั้นเก้าพวกนี้ตัวตนจริงๆเป็นคนมีเงิน ทรัพย์สินต้องตกเป็นของผม…”

“ได้”

“อีกอย่าง…ข้อมูลเรื่องฆ่าผม ราชามังกรเป็นคนบอกคุณ?”

“ถูกต้อง”

“งั้นคุณก็ไม่ต้องสนใจเรื่องนี้แล้ว พูดแค่ว่าบอกผมแล้วก็พอ อย่าให้ราชามังกรจงใจลงมือหรือไม่ลงมือ ทั้งไม่ต้องบอกแผนอะไรด้วย…”

“ไอ้หนู กระทั่งฉันเธอก็ไม่เชื่อใจ?”

“ไม่ใช่ผมไม่เชื่อใจราชามังกร ผมไม่ได้คุ้นเคยกับเขาสักหน่อย ใครจะรู้ว่าเขาคิดยังไง หากถือโอกาสกำจัดผม ให้ผมเชื่อเขาเหมือนคนโง่ คิดว่าเขาสามารถช่วยผมได้ งั้นผมจะทำอะไรได้กัน? อีกอย่างเพื่อจัดการกับผู้ฝึกยุทธ์ขั้นเจ็ดคนหนึ่งอย่างผม แม้จะบอกว่าเป็นขั้นแปด ลัทธินอกรีตก็คงไม่ถึงกับส่งขั้นเก้ามาหลายคนหรอกมั้งครับ?”

“เธอประเมินตัวเองต่ำเกินไป” จางเทาเอ่ยหยอกว่า “ตอนนี้เธอเป็นคนดังแล้ว ใครจะกล้าดูถูกเธอ? เธอรอดจากเงื้อมมือลัทธินอกรีตหลายครั้งแล้ว ยังฆ่าคนของพวกเขากลับ ครั้งนี้เพื่อป้องกันเหตุไม่คาดฝัน เพื่อคว้าผลประโยชน์พวกนั้น ลัทธินอกรีตต้องเลือกวิธีการที่ปลอดภัยที่สุด ในความคิดฉันปลอดภัยที่สุดคือขั้นเก้าสามคนลงมือ เธอไม่ใช่บอกว่าตัวเองหลอกฆ่าขั้นเก้าสองคนหรือไง? งั้นก็ต้องส่งมาฆ่าเธอสามคนถึงจะมั่นใจได้”

“ประเมินผมสูงไปแล้ว!” ฟางผิงเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ผมไม่รู้ด้วยซ้ำ นึกไมถึงว่าจะให้ขั้นเก้าสามคนมาลอบฆ่าผมได้…”

“ถ้าเธอไม่โอ้อวดไปทั่ว คนเดียวก็คงพอแล้ว”

“ผมไม่ได้อวด ผมพูดความจริงทั้งหมด อีกอย่างผมไม่คิดโอ้อวดด้วยซ้ำ แต่ฟังจากความหมายของคุณ นั่นคือต้องการให้ผมอวด นี่ผมนับว่าถูกบีบบังคับ…ผมจนใจจริงๆ!”

จางเทา “…”

ช่วงเวลาสั้นๆจางเทาก็ไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรดี เนิ่นนานก่อนจะเอ่ยว่า “ครุ่นคิดดีแล้วก็บอกฉัน วางใจเถอะหากไม่ยินดีจริงๆก็ไม่เป็นไร แม้เธอจะรับปาก ฉันก็ต้องพิจารณาความเสี่ยงอีกที เธอตายแล้วอาจจะขาดพลังต่อสู้ของขั้นสุดยอดไปหนึ่งคน เดิมพันกับขั้นเก้าไม่กี่คนอาจไม่คุ้มเสมอไป แน่นอนว่าหากมีความมั่นใจก็สามารถลองดูได้ หากไม่ไหวจริงๆ…เธอส่งแหล่งแร่ให้ฉัน ฉันจะมอบร่างแยกพลังจิตใจให้เธอคุ้มครองชีวิต…”

ฟางผิงใบหน้าดำคล้ำ!

ไม่อายบ้างหรือไง?

คุณให้ผมทำ นึกไม่ถึงว่ายังต้องให้ผมใช้เงินซื้อชีวิต!

จางเทารู้ความหมายของเขา เอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “อย่าพูดว่าฉันบีบบังคับเธอ ฉันไม่ได้บังคับเธอ เธอเหิมเกริมเอง ผู้ฝึกยุทธ์นอกรีตพวกนี้จะฆ่าเธอให้ได้…”

“งั้นผมก็ทำเพื่อชัยชนะของมนุษยชาติ ชัยชนะของประเทศจีน คุณอย่าเบี่ยงเบนความคิดสิ!”

“ฮ่าๆๆ…ไว้ค่อยว่าเถอะ ฉันเพิ่งแบ่งร่างแยกพลังจิตใจ หากแบ่งอีกเกรงว่าพลังต่อสู้จะเสียหายจริงๆ แล้วฉันจะให้หลี่เจิ้นลองดู เจ้าหมอนั่นน่าจะสามารถแบ่งออกได้…”

ฟางผิงได้ฟังจากความหมายของคำพูดนี้ก็พูดไม่ออก คุณจะไปหลอกหลี่เจิ้นแล้ว?

เขายังไม่ทันคิดอะไร จางเทาก็ถอนหายใจว่า “หลี่เจิ้นเจ้าหมอนี่ไม่เหมือนกับฉัน ฉันไม่สนใจเรื่องพวกนี้ เขาค่อนข้างขี้เหนียว เธอไม่ทุ่มทุนหน่อยเขาอาจไม่รับปากเสมอไป เธอมีอาวุธวิเศษขั้นเก้าเหลืออยู่ไม่ใช่หรือไง? เอามาแลกเปลี่ยนสิ เขาน่าจะรับปาก”

“เหอะ” ฟางผิงแค่นหัวเราะ อาวุธวิเศษนี้จะไปถึงมือหลี่เจิ้นจริงๆหรือไง? ผมยังไม่รู้จักนิสัยของคุณ?

“รัฐมนตรี ได้ยินว่าหัวหน้าเซี่ยขาดแคลนอาวุธวิเศษ หลายปีก่อนคุณส่งดอกไม้ให้หัวหน้าเซี่ย หัวหน้าเซี่ยเหมือนจะไม่ได้รับไว้ ครั้งนี้ส่งอาวุธวิเศษ บางทีอาจจะสร้างความประทับใจให้หญิงงามก็ได้…”

“ฟางผิง เธอรู้จักสำนวนที่ว่าพูดมากเป็นภัยหรือเปล่า?” จางเทายิ้มอย่างอ่อนโยน

ฟางผิงเสียวสันหลังวาบ ขำแห้งๆว่า “แค่ล้อเล่น รัฐมนตรีหวังบอกผม ไม่งั้นผมจะรู้ได้ยังไง”

กระทรวงศึกษา

จู่ๆหวังชิงไห่ก็ขนลุกชูชันขึ้นมา มองไปทางห้องที่อยู่ข้างๆ เกิดเรื่องอะไรขึ้น?

ทำไมถึงหนาวสั่นขึ้นมากะทันหัน!

ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นแปดหลอมห้าขั้นอย่างฉัน หรือยังจะจับไข้ได้?

เกิดลางร้ายแล้ว!

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Novel Info

Comments for chapter "ตอนที่ 681-3 พูดมากเป็นภัย (3)"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย