ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน - ตอนที่ 677 ฝึกอย่างลึกล้ำ (1)
ต่อให้ทั่วโลกจะสั่นสะท้านยังไง ฟางผิงกลับไม่คิดสนใจ เรื่องนี้อันที่จริงไม่อาจสนใจได้เหมือนกัน เขาไม่รู้ว่าการจัดอันดับมีการเปลี่ยนแปลงด้วยซ้ำ!
หลูเฟิ่งโหรวโยนพวกเขาลงทะเล ฟางผิงและตาเฒ่าหลีนอกจากมองทิวทัศน์ใต้ผืนน้ำก็ไม่เห็นอะไรอีกแล้ว โชคดีที่เป็นสองคน ไม่งั้นฟางผิงคิดว่าตัวเองต้องถูกบีบจนบ้าไปแล้วแน่ๆ
เหล่าจางไม่ทำงานทำการ! มืออย่างที่ไหนบีบให้คนเข้าด่านฝึกวิชา!
แต่ไม่มีปัญหากวนใจพวกนั้นรบกวน ฟางผิงก็เริ่มมีสมาธิกับการฝึกวิชา ฝึกวิชาได้อย่างรวดเร็วเหมือนกัน เร็วจนตาเฒ่าหลี่ที่อยู่ด้านข้างหลับตาให้รู้แล้วรู้รอดไป ไม่อยากจะสนใจเขาอีก มีการฝึกวิชาแบบนี้ที่ไหนกัน!
หมื่นวิถีรวมเป็นหนึ่งของเขาฝึกขึ้นมาเหมือนจะน่ากลัว ฟางผิงเทของเหลวพลังงานและแม่น้ำพลังงานทั้งหมดลงในห้องคริสตัล ตาเฒ่าหลี่คิดว่าตัวเองก้าวหน้าเร็วเกินกว่าที่จินตนาการไว้แล้ว แต่ฟางผิงล่ะ?
เจ้าหมอนั่นดึงสะพานฟ้าดินและประตูซานเจียวออกมาหาตำแหน่งแกนสมอง หลังจากนั้นก็ไม่สนใจอะไรแล้ว ปล่อยให้พลังปราณ พลังจิตใจ และพลังชีวิตนับไม่ถ้วนไปหลอมแกนสมอง แกนสมองที่ขนาดเท่าแสงหิ่งห้อยในตอนแรกแทบจะขยายใหญ่ขึ้นทันตาเห็น
ทั้งฟางผิงนอกจากฝึกแกนสมองแล้ว ยังมีเวลาว่างซ่อมแซมตัวแทนพลังจิตใจของตัวเอง กำลังเติมเต็มสสารไม่แตกดับเข้าไปอย่างไม่ขาดสาย ตาเฒ่าหลี่ทนมองต่อไปไม่ได้จริงๆ เขากลัวว่าตัวเองจะอิจฉาอย่างหนัก เจ้าเด็กนี่ฝึกวิชาแบบนี้? ไม่แปลกใจที่ก้าวหน้าเร็วเกินกว่าจะจินตนาการได้!
มืออย่างที่ไหนฝึกวิชาส่วนนี้อยู่ ก็ฝึกอีกอย่างไปด้วยได้ ทั้งยังทำทั้งสองได้อย่างต่อเนื่องไม่หยุดหย่อนอีก หากเป็นคนอื่นตอนที่หลอมแกนสมองคงไม่มีแรงไปทำเรื่องอื่นแล้ว แม้จะมีก็ไม่มีพลังงานไปทำเหมือนกัน ฟางผิงนั่นแทบทำทั้งสองอย่างได้ดีแรงไม่มีตก
ระหว่างที่ซ่อมแซมตัวแทนพลังจิตใจก็เอ่ยว่า
“เหล่าหลี่…”
“เหอะ!”
“ที่นี่มีแค่พวกเราสองคน เรียกยังไงก็เหมือนกัน” ฟางผิงไม่สนใจเหมือนกัน พูดต่อ “คุณว่าครั้งนี้หากพลังจิตใจผมถึงสามพันเฮิรตซ์ จะสามารถชักนำไขกระดูกกะโหลกให้หลอมร่างทองอย่างแท้จริงขึ้นมาได้หรือเปล่า?”
“อย่าทำจะดีกว่า!” ตอนแรกตาเฒ่าหลี่คร้านจะสนใจเขา เวลานี้ยังคงเอ่ยว่า
“โดยทั่วไปผู้ฝึกยุทธ์ขั้นเจ็ดถึงขั้นเจ็ดสูงสุดแล้ว พลังจิตใจไม่ได้หยุดแคสามพันเฮิรตซ์ เพราะตอนที่พวกเขาหลอมกะโหลก พลังจิตใจยังสามารถเพิ่มขึ้นได้อีก ดังนั้นถึงขั้นแปดปกติยังสามารถแตะถึงสี่พันห้าพันเฮิรตซ์ พลังจิตใจยังคงสำคัญอย่างยิ่ง เธอไม่ใช่ฉัน ไม่จำเป็นต้องฝึกพลังจิตใจ
คำแนะนำของฉันคือ เธอถึงสามพันเก้าร้อยเก้าสิบเก้าเฮิรตซ์ ถึงกระทั่งสี่พันเก้าร้อยเก้าสิบเก้าเฮิรตซ์ แล้วเผชิญหน้ากับด่านใหญ่ค่อยทะลวงอีกที เวลานี้เธอจะสามารถยืมโอกาสชั่วพริบตาที่ทะลวงด่านฝ่าด่านใหญ่นี้ไปได้…”
ฟางผิงส่ายหัวว่า
“ผมกลัวว่าถึงสามพันเฮิรตซ์แล้วจะชักนำโดยอัตโนมัติ งั้นผมก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว”
“ไม่เป็นแบบนั้นหรอก” ตาเฒ่าหลี่เอ่ยด้วยรอยยิ้ม “พลังจิตใจชักนำนั้นเป็นเพราะเธอเป็นฝ่ายเริ่มลงมือและควบคุม เธอไม่ไปชักนำ งั้นคงไม่ทำให้ไขกระดูกหลอมเข้าสู่ร่างทองอยู่แล้ว”
“งั้นผมฝึกพลังจิตใจในขั้นแปด ไม่ใช่ว่าจะเร็วกว่าเหรอครับ?”
“ฉันบอกไปแล้ว ปัญหาของด่านใหญ่และคอขวด เธอถึงขั้นแปดแล้วเผชิญหน้ากับช่วงคอขวด หรือยังจะเข้าสู่ขั้นเก้าไปทะลวงด่านใหญ่นี้ได้อีก?”
“แต่ผมฝึกวิชาไม่มีช่วงคอขวด ถึงแม้จะมี ตอนแรกเก้าร้อยเก้าสิบเก้าเฮิรตซ์นับว่าเป็นด่านใหญ่ที่สุดแล้ว กลืนบัวทองสวรรค์ผมก็ข้ามไปได้แล้ว” ฟางผิงพูดอย่างเป็นธรรมชาติ ผมไม่มีช่วงคอขวดจะสนใจเรื่องพวกนี้ไปทำไม?
ตาเฒ่าหลี่เหนื่อยใจ ไม่อยากจะพูดเท่าไหร่ ช่วงคอขวด… ฟางผิงมีช่วงคอขวดงั้นเหรอ? เจ้าเด็กนี้เหมือนจะไม่เคยพูดมาก่อน!
คนอื่นๆ นั้นยังคงมี หลี่หลิวพ่ายติดอยู่ขั้นเจ็ดมากี่ปีแล้ว? หลูเฟิ่งโหรวก็เหมือนกัน ตอนนี้ฉินเฟิ่งชิงก็ติดอยู่ตรงนี้ไม่สามารถทะลวงถึงขั้นเจ็ดได้ แต่ฟางผิงล่ะ? ฝึกวิชาจนถึงตอนนี้เหมือนจะไม่เคยมีมาก่อน หากเขาไม่ได้ฝึกหมื่นวิถีรวมเป็นหนึ่ง บางทีตอนนี้อาจจะยังอยู่ที่ขั้นเจ็ดตอนต้นเหมือนกัน
ตาเฒ่าหลี่ดีใจอยู่บ้าง หมื่นวิถีรวมเป็นหนึ่งช่วงคอขวดไม่เยอะเท่าไหร่
“งั้นแล้วแต่เธอเถอะ แต่ฉันแนะนำว่าก่อนจะทะลวงขั้น หลอมร่างกายขั้นหนึ่งให้เสร็จสิ้นก่อนจะดีที่สุด บางทีอาจจะสามารถเข้าสู่ร่างทองขั้นสองได้โดยตรง คนอย่างพวกเราไม่ควรสิ้นเปลืองโอกาสใดๆ ตอนที่ทะลวงขั้นบางด่านล้วนสามารถผ่านไปได้อย่างสบายๆ”
ฟางผิงเข้าใจทันที เอ่ยว่า
“เข้าใจแล้ว งั้นตอนนี้ผมก็จะเริ่มใช้สสารไม่แตกดับหลอมร่างกายอย่างไม่หยุดหย่อน จริงสิ แกนสมองสามารถใช้สสารไม่แตกดับหลอมได้หรือเปล่า?
พลังปราณ พลังจิตใจ และพลังชีวิตถึงจะรวมเข้าด้วยกันแล้วก็ไม่ได้มีประสิทธิภาพดีเท่าสสารไม่แตกดับ ไม่สิ… เหล่าหลี่ การรวมตัวของพลังสามอย่างนี้ก็คือสสารไม่แตกดับไม่ใช่หรือไง? สิ่งที่เรียกว่าพลังร่างทองในความคิดผมก็คือพลังชีวิต งั้นผมใช้สสารไม่แตกดับหลอมแกนสมอง จะได้ประสิทธิภาพมากกว่าและไวกว่าอยู่บ้างหรือเปล่า?”
จู่ๆ ฟางผิงก็ตระหนักถึงจุดนี้ได้ ตาเฒ่าหลี่ขมวดคิ้วว่า
“อย่าลองอะไรมั่วซั่ว คนอายุอย่างพวกเธออะไรก็กล้าทำไปเสียหมด ในเมื่อผู้ฝึกยุทธ์โบราณไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้ เคล็ดวิชาไม่ได้บันทึกไว้ งั้นอย่าลองอะไรสุ่มสี่สุ่มห้าจะดีที่สุด”
“แต่สสารไม่แตกดับมีประสิทธิภาพในการฟื้นฟู…”
“ถ้าหลอมแกนสมองจนระเบิดขึ้นมาเธอจะทำยังไง?” ตาเฒ่าหลี่จนใจอยู่บ้าง ตอนนี้เด็กรุ่นใหม่ใจกล้ากันเหลือเกิน เพิ่งจะได้เคล็ดวิชามาอยู่ในมือ พวกยอดฝีมือต่างไม่คุ้นชินเท่าไหร่ ยังไม่ทันปรับปรุงแก้ไข เวลานี้เปลี่ยนวิธีการสุ่มสี่สุ่มห้า ใครจะรู้ว่าจะเกิดเหตุไม่คาดฝันหรือเปล่า
“งั้นผมจะลองดูทีละนิด คุณว่าเป็นยังไง? ตอนนี้ช้าเกินไปแล้ว!”
ฟางผิงมองสะพานฟ้าดินที่หดตัวและประตูซานเจียวตรงหน้า ยังคงรู้สึกว่าช้าอยู่บ้าง
หลอมแกนสมองเพิ่มความแข็งแกร่งให้แกนสมอง ขีดจำกัดพลังจิตใจเพิ่มขึ้นค่อนข้างไว แต่ยังคงฝึกวิชาได้เท่านี้ ช่วงแรกไว ช่วงหลังช้า วันที่ยี่สิบสามฟางผิงหลอมหนึ่งวัน ขีดจำกัดพลังจิตใจเพิ่มประมาณหนึ่งร้อยห้าสิบเฮิรตซ์ วันที่ยี่สิบหกเพิ่มสามสิบเฮิรตซ์ สี่วันผ่านมาขีดจำกัดเพิ่มขึ้นประมาณสามร้อยห้าสิบเฮิรตซ์
ตอนนี้ขีดจำกัดพลังจิตใจของฟางผิงแตะถึงสองพันหกร้อยเจ็ดสิบเฮิรตซ์แล้ว แต่จากความเร็วนี้ นับว่าก็ช้าลงเรื่อยๆ หลังจากวันนี้อาจจะเพิ่มสิบกว่าเฮิรตซ์เท่านั้น อยากจะแตะถึงสามพันเฮิรตซ์อย่างน้อยต้องใช้เวลาหนึ่งเดือน เวลานี้ฟางผิงคิดว่าเคล็ดวิชาผู้ฝึกยุทธ์โบราณยังคงมีขีดจำกัดอยู่บ้าง ไม่ใช่บอกว่าคุณคว้าเคล็ดวิชาได้ พลังจิตใจก็สามารถเพิ่มขึ้นอย่างไร้ขีดจำกัดได้จริงๆ แต่หากใช้สสารไม่แตกดับหลอม บางทีอาจจะดีกว่านี้ก็ได้
ตาเฒ่าหลี่ไม่อยากพูดจริงๆ แล้ว ช้างั้นเหรอ? นี่เพิ่งจะกี่วัน เจ้าเด็กนี้พลังจิตใจเพิ่มขึ้นพรวดพราด เขายังรับรู้ได้อย่างชัดเจน นี่ยังบอกว่าช้าอีก? ถูกใครได้ยินเข้าไม่กลัวว่าเขาจะโมโหตายหรือไง!
ได้ยินว่าเขาจะใช้สสารไม่แตกดับทดลอง ตาเฒ่าหลี่ก็เอ่ยอย่างไร้เรี่ยวแรงว่า
“เธอคิดเอาเองให้ดี บางครั้งเพิ่มพลังทีละนิดก็เป็นการเร่งปฏิกิริยาอย่างหนึ่งเหมือนกัน หากเกิดการตอบสนองที่รุนแรงเกินไป แกนสมองเธอระเบิดขึ้นมา ถึงเวลานั้นก็นอนเป็นผักเถอะ”
เมื่อคำพูดนี้ออกมา ฟางผิงกลับลังเลไปอยู่บ้าง ครุ่นคิดอยู่นาน ก่อนฟางผิงจะกัดฟันว่า
“ลองดูดีกว่า! ตอนนี้ขั้นเจ็ดยังดี ขั้นแปดแล้วคงไม่สามารถทำแบบนี้ได้แล้ว พลังจิตใจเกิดจุดบกพร่อง พลังร่างกายก็ตามไม่ทันเหมือนกัน
ถึงขั้นแปดแล้วพลังจิตใจเหมือนจะไม่ได้ใช้เท่าไหร่ แต่ไม่ได้หมายความว่าไร้ประโยชน์แล้ว ในทางตรงกันข้ามถึงขั้นแปด ประโยชน์ของพลังจิตใจจะมากกว่า พลังจิตใจเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาของการเกิดสสารไม่แตกดับ ไม่มีพลังจิตใจที่แข็งแกร่ง ผู้ฝึกยุทธ์ยากที่จะหลอมร่างทอง
อีกอย่างร่างทองและพลังจิตใจก็ล้วนเป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกัน พลังจิตใจอ่อนแอก็ยากจะพยุงร่างกายที่แข็งแกร่ง แม้เคล็ดหลอมร่างทองเก้าขั้นจะเดินในเส้นทางฝึกร่างกาย ข้อจำกัดของพลังจิตใจก็ยังคงอยู่ แค่แสดงออกไม่เด่นชัดเท่านั้น อยากหลอมร่างกายให้แข็งแกร่ง พลังจิตใจก็ต้องไม่ด้อยไปกว่ากัน แรงกดดันที่แข็งแกร่งไร้เทียบเทียมของถ้ำสวรรค์เสวียนเต๋อนั้น หากผู้อาวุโสคนนั้นเป็นยอดฝีมือที่ฝึกฝนร่างกาย นั่นหมายความว่าพลังจิตใจของเขาก็ต้องถึงขั้นที่เข้ากันได้เหมือนกัน”
ฟางผิงจะลองให้ได้ ตาเฒ่าหลี่ก็อับจนหนทาง ทำได้แค่กำชับไม่กี่ประโยค เริ่มช่วยป้องกันเขา
ระหว่างที่ฟางผิงลองใช้สสารไม่แตกดับหลอมแกนสมองกลางทะเลนั้น บนฝั่ง หน้าประตูมหาวิทยาลัยศิลปะการต่อสู้เซี่ยงไฮ้ ฟางหยวนเผยท่าทีองอาจ พาดดาบขนาดใหญ่ไว้ที่บ่า เดินเข้ามาในมหาวิทยาลัยอย่างสง่าผ่าเผย
“ฉันกลับมาแล้ว!”
พอเข้ามาในมหาวิทยาลัยฟางหยวนก็ตะโกนทันที หลังจากนั้นสักพักรอบๆ ก็มีนักศึกษาหญิงหลายสิบคนตะโกนว่า
“ยินดีกับประธานที่ฆ่าศัตรูกลับมา! ดีใจกับประธานด้วย!”
ไกลออกไปนั้น พวกนักศึกษาปีสูงมองอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะมีคนเอ่ยเสียงเบาว่า
“นั่นคือ… น้องสาวของฟางผิง?”
“เหมือนจะใช่?”
“เหมือนจะใช่คืออะไร ใช่แล้ว! อย่างกับแกะสลักจากพิมพ์เดียวกันออกมา!”
คนที่พูดขึ้นก่อนเผยใบหน้าดำคล้ำ ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นหนึ่งสูงสุดคนหนึ่ง ยังไม่รู้ว่าทำภารกิจอะไร ตอนที่กลับมหาวิทยาลัยนึกไม่ถึงจะมีหญิงสาวหลายสิบคนตะโกน ‘ยินดี’ รออยู่หน้าประตู ประหลาดชะมัด!
“เฮ้อ!” มีคนถอนหายใจ บรรยากาศของมหาวิทยาลัยนับว่าถูกฟางผิงพาไปในทางผิดเพี้ยนแล้ว! เป็นแบบนี้คนแล้วคนเล่า เมื่อก่อนทุกคนต่างถอนตัวจะตายไป ตอนนี้กลับแล้วใหญ่ กระทั่งผู้ฝึกยุทธ์ขั้นหนึ่งทำภารกิจเสร็จสิ้นยังหาโอกาสมาโอ้อวด
“โลกกำลังตกต่ำลง จิตใจคนไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว” มีคนส่ายหัว ไม่นานก็ถามว่า “นั่นคือสมาคมหยวนผิงอะไรสักอย่างใช่ไหม ยังรับคนอยู่ครั้นเหรอ? ในนั้นมีนักศึกษาหญิงไม่น้อย เป็นพวกรุ่นน้องกันหมด…”