ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน - ตอนที่ 673-2 เคล็ดวิชาหลอมร่างทองเก้าขั้น (2)
ระหว่างที่จางเทาพูดก็เอ่ยด้วยรอยยิ้ม
“เคล็ดวิชาหลอมร่างทองเก้าขั้น ฟังดูเหมือนเป็นแค่เคล็ดวิชาฝึกร่างทอง ในความเป็นจริงไม่ใช่แบบนั้น นี่เป็นเคล็ดวิชาชุดหนึ่ง แต่ว่า…”
จางเทาเอ่ยเสียงเบา
“แต่มีแค่ขั้นเจ็ดเท่านั้นที่ฝึกได้ ฉันเข้าใจอยู่บ้างแล้ว สมัยผู้ฝึกยุทธ์โบราณเกรงว่าถึงขั้นเจ็ดแล้วจะนับว่าเป็นศิษย์หลักที่แท้จริง ดูท่ายอดฝีมือในเวลานั้นจะมีไม่น้อย”
“เคล็ดวิชาหลอมร่างทองเก้าขั้น บอกตั้งแต่เริ่มต้นขั้นเจ็ดว่าจะเสริมสร้างความแข็งแกร่งของร่างกายยังไง ฝึกร่างกายเป็นหลัก พลังจิตใจเป็นรอง”
“พลังจิตใจ… น่าสนใจๆ!”
ระหว่างที่จางเทาพูด แววตาก็เผยท่าทีครุ่นคิด ทุกคนล้วนไม่รบกวนเขา ปล่อยให้เขาจมดิ่งกับความคิดไป
หลังจากนั้นสักพัก จางเทาก็พึมพำว่า
“แม้จะพลังจิตใจจะเป็นแค่เรื่องรอง แต่หนึ่งวิชานำไปสู่ร้อยวิชา! แบบนี้นี่เอง… พวกเราทำได้อาศัยแคพลังปราณช่วยฝึกพลังจิตใจ แต่ไม่อาจฝึกด้วยตัวเองได้! ที่แท้… ความคิดพวกนี้ผิดต่างหาก!
พวกเราฝึกฝนร่างกาย อันที่จริงเป็นกระบวนหมุนเวียนที่ทำให้ปราณแข็งแกร่งขึ้นอย่างหนึ่ง ความแข็งแกร่งของปราณเกิดจากความแข็งแกร่งของร่างกาย ร่างกายความจริงแล้วก็คือต้นกำเนิดของพลังปราณ! ทั้งพลังจิตใจพวกเราเอาแต่คิดว่าใช้พลังปราณเพิ่มความแข็งแกร่งให้พลังจิตใจ แต่กลับลืมที่มาของพลังจิตใจ…”
ด้านข้างนั้นหลี่เจิ้นขมวดคิ้วเล็กน้อย
“นายหมายถึง… แกนสมอง?”
จางเทาถอนหายใจเบาๆ
“ใช่แล้วแกนสมอง! แกนสมองเป็นต้นกำเนิดของพลังจิตใจ? จุดนี้อันที่จริงไม่ได้รับการยืนยันใช่หรือไม่ใช่ แม้จะเป็นนายและฉันก็ไม่อาจพูดได้ชัดเจน
อย่างแกนสมองอยู่ในสมอง ถึงกระทั่งประตูซานเจียว หรือระหว่างความเป็นจริงและความมายา บางคนตายแล้วอาจจะหลงเหลือไว้ บางคนกลับไม่มี ก่อนหน้านี้พวกเราเอาแต่ครุ่นคิดว่าจะฝึกพลังจิตใจยังไง ทำให้พลังจิตใจแข็งแกร่งขึ้นได้ยังไง นึกไมถึงว่าจะไม่เคยตระหนักถึงปัญหาของแกนสมอง…”
หลี่เจิ้นขมวดคิ้วว่า
“ไม่ใช่ไม่เคยตระหนักมาก่อน สถาบันวิจัยเคยเสนอแนะออกมามากมายเหมือนกัน ในนั้นมีการคาดเดาของแกนสมองอยู่ ประเด็นอยู่ที่มีจุดยากหลายอย่างจึงไม่อาจได้รับการคลี่คลายมาโดยตลอด”
“อย่างแรกไม่สามารถกำหนดตำแหน่งได้! แม้จะเป็นฉัน ฉันก็เข้าใจเกี่ยวกับร่างกายตัวเองถึงจุดหนึ่งแล้วเหมือนกัน แต่ฉันยังคงไม่อาจสัมผัสได้ถึงตำแหน่งของแกนสมองอย่างชัดเจน ฉันยังทำไม่ได้ คนอื่นๆ จะกำหนดตำแหน่งของแกนสมองได้ยังไง?
อย่างที่สองอันตราย! แกนสมองเป็นตัวขนส่งพลังจิตใจ หากเกิดปัญหาขึ้นมาอาจจะทำให้สูญเสียการทำงานทั้งหมด กลายเป็นคนสมองพิการ นายและฉันไม่กล้าจะสุ่มสี่สุ่มห้าฝืนหาตำแหน่งและหยั่งเชิง คนอื่นๆ หาไม่เจอคงไม่มีวิธีค้นหาการฝึกฝนของแกนสมองเหมือนกัน”
จางเทาชำเลืองมองเขา เอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า
“นายจะร้อนใจอธิบายไปทำไม? ฉันไม่ได้พูดว่านายไร้ความสามารถ…”
“นาย!”
“อย่ามาพูดนายๆ อีกเลย สถาบันวิจัยเคล็ดวิชาของนายนั้นรีบยุบไปเร็วๆ ดีกว่า”
“ฉัน…”
“ฉันอะไรอีก ให้เธอควบคุมสถาบันวิจัยเคล็ดวิชานั้น คาดหวังให้นายขนย้ายเคล็ดวิชาบางส่วนจากเมืองเจิ้นชิงมาเป็นข้อมูลอ้างอิงได้บ้าง ผ่านมาหลายปีแล้วไม่มีผลลัพธ์แม้แต่น้อย”
“นาย…”
“ยังจะนายอีก…”
“พอได้แล้ว!”
จู่ๆ หนานอวิ่นเยวี่ยก็ระเบิดเสียงออกมา โมโหจนหน้าดำหน้าแดง เอ่ยอย่างมีโทสะว่า
“นี่ใช่เวลาพูดจาไร้สาระหรือไง? ถ้าพวกนายสองคนจะพูดเรื่องไร้สาระ พูดเรื่องเคล็ดวิชาให้จบแล้วค่อยไปพูดเรื่องเหลวไหลพวกนั้น ฉันไม่มีเวลาว่างมาฟังพวกนายพูดพล่ามกัน!”
พวกฟางผิงเผยสีหน้าเห็นด้วยเช่นกัน ใช่แล้ว! มาถึงเวลานี้แล้วเหล่าจางยังพูดเรื่องเคล็ดวิชาได้ครึ่งเดียวเท่านั้น นึกไม่ถึงว่าจะเบี่ยงออกไปขุดหลุมฝังหลี่เจิ้นได้ นี่จะไม่น่าเชื่อถือเกินไปแล้ว!
จางเทาหัวเราะว่า
“ฮ่าฮ่า พอดีใจก็มีเรื่องให้พูดเยอะ เอาเถอะๆ ไม่พูดเรื่องพวกนี้แล้ว ฉันจะพูดเรื่องเคล็ดวิชาต่อ”
“ฉันเข้าใจถึงรากฐานความแข็งแกร่งของพลังจิตใจผู้ฝึกยุทธ์สมัยโบราณแล้ว! นั่นก็คือฝึกแกนสมอง ขึ้นชื่อว่าเป็นตัวขนส่งอย่างหนึ่ง ความแข็งแกร่งและทนทานของแกนสมองนี่ถึงจะเป็นรากฐานที่พลังจิตใจแข็งแกร่ง!
ความสำเร็จใหญ่ที่สุดของผู้ฝึกยุทธ์โบราณก็คือหาตำแหน่งของแกนสมองเจอ ฝึกฝนทำให้แกนสมองมั่นคงบนพื้นฐานนี้ เพื่อรองรับพลังจิตใจที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น!
ทั้งพลังจิตใจและพลังปราณผสมปนเปกัน สามารถหลอมร่างกายจนหลอมถึงความแข็งแกร่งระดับหนึ่งแล้ว ก็สามารถอาศัยพลังร่างทอง พลังจิตใจ และพลังปราณ การผสมผสานของสามอย่างให้กำเนิดสสารไม่แตกดับ!”
จางเทายิ้มอย่างเบิกบานยิ่งขึ้น เอ่ยว่า
“อีกอย่างเคล็ดวิชาหลอมร่างทองเก้าขั้น สาเหตุที่บอกว่าฝึกร่างกายเป็นหลักก็เพราะว่า เคล็ดวิชานี้หลักๆ อธิบายถึงพลังจิตใจ พลังปราณรวมเข้าไปสู่ภายในร่างกาย เปลี่ยนให้กลายเป็นพลังร่างกาย!”
ระหว่างที่จางเทาพูดก็เงียบไปพักหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยว่า
“ฉันจะพูดให้ตรงประเด็นหน่อย ปริมาณที่แตกต่างของวัตถุดิบการกำเนิดสสารไม่แตกดับก็แตกต่างกัน ดินประสิว กำมะถัน และถ่าน เพราะอัตราส่วนของวัตถุดิบไม่เหมือนกัน ของที่ออกมาก็แตกต่างกัน บางตัวสามารถกลายเป็นดินปืนได้”
ฟางผิงเอ่ยอย่างจนใจ
“รัฐมนตรี พวกเราไม่ใช่นักเรียนประถมแล้ว พวกเราเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูง ส่วนคุณพูดแค่เรื่องของคุณก็พอแล้ว พวกเราฟังเข้าใจ ตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาของคุณนี้… ไม่ได้มาเสียเปล่าจริงๆ”
งานอดิเรกสอนคนของเหล่าจางนี้บางทีก็ทำให้ปวดหัว หนานอวิ่นเยวี่ยและหลี่เจิ้นต่างเผยสีหน้าจนใจ เจ้าหมอนี่มองพวกเขาเป็นอะไรกัน? จำเป็นต้องให้นายอธิบายทีละนิดๆ หรือไง?
จางเทาหัวเราะว่า
“ฉันพูดให้ละเอียดหน่อยเท่านั้น ป้องกันเผื่อมีคนไม่เข้าใจ หลี่หานซงใช่หรือเปล่า?”
หลี่หานซงเผยสีหน้าราวกับเป็นผู้บริสุทธิ์ ยิ้มแหยๆ ออกมา ผมอยากบอกว่าไม่ใช่! ผมสอบเข้าได้คะแนนสูงสุด ผมจะไม่เข้าใจได้หรือไง แต่เหล่าจางปูทางมาขนาดนี้แล้ว แววตาน่ากลัวอย่างยิ่ง หลี่หานซงทำได้แค่ตอบไปอย่างว่าง่าย
“ใช่แล้วรัฐมนตรีพูดอย่างละเอียด ผมถึงจะสามารถฟังเข้าใจ ไม่งั้นคงฟังไม่ออก”
ทุกคนพากันกลอกตาอย่างพร้อมเพรียง! หัวเหล็กความสามารถผลักเรือตามน้ำนี้ บอกว่าเขาโง่งั้นคุณต่างหากถึงจะโง่อย่างแท้จริง ฟังดูสินี่เป็นการประจบหรือไง?
จางเทาพอใจอย่างมาก เอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า
“นี่เป็นเคล็ดวิชาที่ผู้อาวุโสมอบให้หลี่หานซง น่าจะหวังให้เขาสามารถฝึกฝนสืบทอดต่อไปได้ ฉันอยากจะทำตามความต้องการของผู้อาวุโส พูดให้ชัดเจนหน่อย หลี่หานซงจะได้ฟังเข้าใจ”
พูดจบก็ไม่เปิดโอกาสให้คนอื่นพูดอีก จางเทาเอ่ยอย่างรวดเร็ว
“พลังจิตใจและพลังปราณที่สัดส่วนแตกต่างกัน พลังงานที่เกิดขึ้นก็แตกต่างแล้ว หนึ่งต่อสิบจะให้กำเนิดพลังฟ้าดิน นี่เป็นพลังงานที่พวกเราใช้เป็นหลักและบ่อยที่สุด แต่พลังฟ้าดินไม่มีประสิทธิภาพช่วยให้พลังจิตใจและพลังปราณแข็งแกร่ง พลังฟ้าดินไม่สามารถสะท้อนตอบสนองกับร่างกายได้ นี่เป็นพลังงานสิ้นเปลืองอย่างหนึ่ง
อันที่จริงอยู่ที่การพลาดของสัดส่วน หากสัดส่วนถูกต้อง พลังปราณและพลังจิตใจจะสามารถเพิ่มการตอบสนองที่แข็งแกร่งให้ร่างกายได้ ส่งกลับมาพลังจิตใจสะท้อนกลับมาที่ร่างกาย นี่ถึงจะเป็นแก่นแท้การศึกษาพลังงานของผู้ฝึกยุทธ์โบราณ…”
จางเทาพูดเยอะขนาดนี้ทุกคนก็เข้าใจเหมือนกัน ไม่นานจางเทาก็เอ่ยต่อว่า
“เคล็ดวิชาหลอมร่างทองเก้าขั้น พูดถึงการใช้พลังปราณมากที่สุดและใช้พลังจิตใจน้อยที่สุดไปเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแกร่ง! พลังฟ้าดิน พลังจิตใจ และพลังปราณ อยู่ที่สัดส่วนหนึ่งต่อสิบ แต่ตอนที่สัดส่วนนี้กลายเป็นหนึ่งต่อหนึ่งร้อย อาศัยวิธีการขนส่งเปลี่ยนแปลงเป็นพิเศษ พวกเราก็สามารถใช้หลอมร่างกาย เสริมสร้างความแข็งแกร่งร่างกายกระทั่งกลายเป็นร่างทอง!
หลังจากร่างทองก็สามารถเพิ่มพลังร่างทอง สร้างสสารไม่แตกดับ ทำให้หลอมร่างกายได้เร็วยิ่งขึ้นและแข็งแกร่งยิ่งขึ้น! ในเวลานี้ปราการของระดับขั้นจะถูกพลังร่างกายที่แข็งแกร่งฝืนทะลวง! นี่ก็คือผู้ฝึกยุทธ์ฝึกร่างกายเป็นหลัก!”
หลายครั้งที่บางเรื่องเหลือแค่ชั้นบางๆ ก็จะสามารถทะลวงได้แล้ว
ตอนที่จางเทาเอ่ยถึงเรื่องนี้ หลี่เจิ้นก็พึมพำว่า
“แบบนี้ถ้าฝึกพลังจิตใจเป็นหลัก อันที่จริงก็ใช้พลังปราณให้น้อยที่สุด รวมกับสัดส่วนของพลังจิตใจหลอมแกนสมอง ถูกหรือเปล่า?”
“น่าจะเป็นแบบนั้น!”
“อย่างนี้นี่เอง!”