ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน - ตอนที่ 672-2 หกเส้นทางของผู้ฝึกยุทธ์โบราณ (2)
สิบกว่านาทีต่อมา จางเทาขมวดคิ้วว่า “เธอไม่เห็นคน?”
“ไม่เห็น”
“สามารถกระตุ้นปฏิกิริยาร่างแยกของฉันได้ น่าจะมีความสามารถระดับขั้นสุดยอด! ใช่คนเป็นหรือเปล่าพูดยาก” จางเทาเอ่ยออกไปส่งๆ
ด้านข้างหลี่เจิ้นเอ่ยว่า “ถูกต้อง พูดยากว่าเป็นคนจริงๆ หรือเปล่า ถึงขั้นอาจจะ…”
“พลังจิตใจไม่แตกดับ” หนานอวิ่นเยวี่ยเอ่ยอย่างเรียบนิ่ง “พวกนายรู้ตั้งนานแล้ว พลังจิตใจไม่แตกดับอันที่จริงคนก็ไม่นับว่าตาย การฆ่าผู้ฝึกยุทธ์ถ้ำนั่น แทบเป็นต้องทำลายพลังจิตใจของพวกเขา ถ้าหากร่างกายของยอดฝีมือถูกทำลาย พลังจิตใจกลับไม่แตกดับ เวลานี้อันที่จริงสามารถหลอมรวมร่างกายขึ้นมาได้ แน่นอนว่าถ้าร่างกายถูกทำลายจนหมดสิ้น เหลือแค่พลังจิตใจไม่แตกดับไว้เสี้ยวหนึ่ง เวลานี้คิดจะฟื้นฟูนั่นเป็นเรื่องยากแล้ว!”
หลี่เจิ้นพูดต่อว่า “แต่พลังจิตใจคงอยู่ก็หมายความว่ายังมีโอกาสฟื้นฟู แม่น้ำไม่แตกดับ… แม่น้ำไม่แตกดับอันที่จริงอาจจะเป็นสถานที่ใช้ฟื้นฟูร่างกายของคนพวกนี้…” หลี่เจิ้นชะงักไปเล็กน้อย “ถึงกระทั่งแม่น้ำไม่แตกดับ อาจจะเป็นสสารไม่แตกดับบางส่วนที่หลงเหลือหลังจากร่างกายของพวกเขาตายไป พวกเขาไม่ได้กลับมาเกิดใหม่ แต่เข้าสู่การจำศีลพักฟื้น รอฟื้นฟูพลังต่อสู้ที่แข็งแกร่งที่สุด!”
พวกขั้นสุดยอดหูตากว้างไกล ช่วงเวลาสั้นๆ ก็คลี่คลายเรื่องพวกนี้อย่างชัดเจน
จางเทาพยักหน้าเบาๆ ว่า “แรงกดดันนั้นอาจจะเป็นแรงกดดันของพลังจิตใจ ทั้งอาจจะเป็นแรงกดดันของเส้นทางต้นกำเนิด เรื่องนี้กลับยืนยันได้ยาก แต่อันที่จริงก็เหมือนกัน แรงกดดันของเส้นทางต้นกำเนิดและแรงกดดันของพลังจิตใจพื้นฐานนั้นแตกต่างกัน แต่ว่าสามารถควบคุมด้วยตัวเองได้ นั่นหมายความว่ายอดฝีมือที่ก้ำกึ่งระหว่างความเป็นความตายนี้ยังมีจิตสำนึกอยู่ ก่อนหน้านี้ฉันก็เคยคิดมาก่อนเหมือนกัน น่าจะเป็นแบบนี้ พอเป็นแบบนี้แล้ว… บางเรื่องก็ได้รับคำอธิบายแล้ว”
ระหว่างที่พูดก็มองหลี่เจิ้นไปแวบหนึ่ง ถ้าพื้นที่ระหว่างเขตแดนมีสิ่งมีชีวิตที่มีสติปัญญาแบบนี้อยู่จริงๆ งั้นพวกผู้อาวุโสของเมืองเจิ้นซิงแม้ว่าความเป็นมาจะไม่อาจรู้ได้ แต่การสืบทอดของเส้นทางฝึกยุทธ์… บางทีอาจจะมีต้นกำเนิดแล้ว ก่อนหน้านี้เขาไม่นับว่าเข้าใจมากมาย รู้แค่เรื่องราวเบื้องลึกเบื้องหลังที่ไม่ได้เยอะเท่าไหร่ ยังคงเป็นหลี่เจิ้นไสศึกของเมืองเจิ้นซิงคนนี้ที่บอกให้เขารู้ แต่หลี่เจิ้นอาจจะไม่ได้รู้เยอะเสมอไป ตอนนี้พวกฟางผิงประสบพบเจอกับตัวเอง พิสูจน์เรื่องราวบางอย่างแล้ว นั่นก็สามารถมองเป็นพยานหลักฐานได้
จู่ๆ จางเทาก็ถอนหายใจว่า “ขอบคุณผู้อาวุโสทุกคนที่ไม่ลืมความเป็นความตายของมนุษย์! แต่ทำไมก่อนหน้านี้ถึงไม่ให้มนุษย์เข้าไป? ถึงขั้น…”
หลี่เจิ้นเอ่ยเสียงเบาว่า “ไม่ใช่ไม่ให้เข้าไป บางที… ก่อนหน้านี้อาจจะอยู่ในช่วงจำศีลจริงๆ”
ได้ยินแบบนี้จางเทากลับได้สติขึ้นมา พึมพำว่า “นี่ก็ถูก หลายปีขนาดนี้ถ้าก่อนหน้านี้ฟื้นฟูร่างกายอยู่ นั่นอาจจะเข้าสู่ช่วงเวลาจำศีลอย่างแท้จริง มิน่าล่ะนายเข้าไปถึงไม่เจอเหตุการณ์แบบนี้ ดูท่าพวกเขาอาจไม่ได้ตื่นอยู่ตลอดเวลา ก่อนหน้านี้พูดได้แค่ว่าโชคไม่ดี คนที่เข้าไปไม่ได้เจอกับพวกผู้อาวุโสตอนตื่น…”
พูดจบนึกไม่ถึงว่าจางเทาจะแค่นเสียงในลำคอ “ในเมื่อตื่นแล้ว อันตรายก็คงไม่มาก! งั้น… คนผู้นั้นตายยังไงกัน?”
หลี่เจิ้นไม่พูด หนานอวิ่นเยวี่ยเอ่ยอย่างเรียบนิ่งว่า “อยากได้เส้นทางที่สอง อยากได้ต้นกำเนิด อยากได้สสารไม่แตกดับที่บริสุทธิ์ สร้างร่างกายใหม่ อยากได้ทั้งหมดนั่นก็มีคำอธิบายแล้ว แต่บางเรื่องผ่านไปแล้วก็ให้ผ่านไปเถอะ”
ชั่วพริบตานี้พวกเขาก็มั่นใจหลายเรื่องแล้ว พื้นที่ระหว่างเขตแดนถ้ามีแรงกดดันคงอยู่นั่นหมายความว่าอันที่จริงอันตรายไม่มาก แรงกดดันของพื้นที่ระหว่างเขตแดนพวกนี้มีไว้เพื่อขับไล่คนบางส่วนเท่านั้น โจมตีฆ่าผู้ฝึกยุทธ์ถ้ำอาจจะไม่ได้คิดฆ่ามนุษยชาติเสมอไป ก่อนหน้านี้หลี่หานซงและฉินเฟิงชิงพลาดเข้าไปโดยบังเอิญ อาจจะเป็นแบบนี้เหมือนกัน
อันที่จริงฟางผิงฟังออกอยู่หลายเรื่อง จู่ๆ ก็เอ่ยว่า “แบบนี้ก่อนหน้านี้พวกฉินเฟิงชิงถูกโยนออกมา…”
“พวก?” จางเทาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ไม่ใช่บอกว่ามีแค่ฉินเฟิงชิงที่เข้าไปหรือไง?”
ฟางผิงกระอักกระอ่วน ผ่านมาตั้งนานแล้วนึกไม่ถึงว่าคุณยังจำได้มาจี้ช่องโหว่ตอนนี้เนี่ยนะ
ไม่สนใจเหล่าจาง ฟางผิงเอ่ยอย่างครุ่นคิด “พูดแบบนี้อาจจะเพราะเวลานั้นทุกคนไม่ได้ปลดปล่อยพลังจิตใจออกไป ดังนั้นจึงไม่สามารถรับการสืบทอด ถูกโยนออกมาแทน ว่าจะเป็นแบบนี้… น่าเสียดายวันนั้นผมน่าจะลองเข้าไปสักหน่อย!”
จางเทาเอ่ยต่อ “เธอ? ทำไมเธอถึงสามารถเข้าไปได้? แม้พื้นที่ระหว่างเขตแดนอาจจะไม่มีเจตนาทำร้ายคนเสมอไป แต่ต้องมีความตั้งใจปกป้องแน่! คนที่ไม่ใช่ผู้สืบทอดหรือลูกศิษย์ของพื้นที่ระหว่างเขตแดนอาจจะไม่สามารถเข้าไปได้ ฟางผิงเธอบอกว่าเธอเข้าไปในถ้ำสวรรค์เสวียนเต่อได้ก็แล้วไป ถ้ำสวรรค์ชวีหลิงเธอก็เข้าไปได้อีกงั้นเหรอ เจ้าหนูควรจะบอกเหตุผลหน่อยหรือเปล่า?”
ฟางผิงเอ่ยด้วยใบหน้าไม่สะทกสะท้าน “ก่อนผมจะมาเกิดใหม่น่าจะรวบรวมความรู้แต่ละแห่งเข้าด้วยกัน เคยศึกษาเคล็ดวิชาแต่ละตระกูลมาก่อน! ทั้งเคล็ดวิชาพวกนี้… เคล็ดวิชาจากพื้นที่ระหว่างเขตแดนต่างๆ อาจจะมีต้นกำเนิดมาจากผมทั้งหมด! จุดนี้แค่ดูว่าตกลงผมเป็นผู้ฝึกยุทธ์ของสมัยไหนกันแน่ ถ้าผมอยู่ก่อนพื้นที่ระหว่างเขตแดนนั่นก็หมายความว่าพื้นที่ระหว่างเขตแดนทั้งหมดมาจากการสืบทอดของผม ถ้าผมอยู่หลังพื้นที่ระหว่างเขตแดนนั่นก็หมายความว่าในอดีตผมเป็นอัจฉริยะคนหนึ่ง หลอมรวมความรู้แต่ละแขนงเข้าด้วยกัน รัฐมนตรีคำอธิบายแบบนี้คุณพอใจหรือยัง?”
จางเทาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “พอใจ ค่อนข้างพอใจ เธอเป็นราชาสวรรค์ต้องทำได้ทุกอย่างอยู่แล้ว สืบทอดมาจากเธอก็มีเหตุผลเพียงพอ”
หลี่เจิ้นและหนานอวิ่นเยวี่ยราวกับฟังคัมภีร์สวรรค์! เจ้าสองคนนี้… ยังพูดให้ไปทางเดียวกันได้ด้วย? ยังจะวกกลับมาได้หรือเปล่า?
จางเทาไม่สืบสาวราวเรื่องพวกนี้อีก เอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “เธอไปพื้นที่ระหว่างเขตแดนครั้งนี้ กลับรวบรวมข้อมูลที่มีประโยชน์ให้พวกเราไม่น้อย เธอเป็นคนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ งั้นฉันก็จะไม่ปิดบังเธอ พื้นที่ระหว่างเขตแดนอาจจะมีการคงอยู่ของยอดฝีมือบางส่วนจริงๆ แต่น่าจะเป็นประเภทก้ำกึ่งระหว่างความเป็นความตายเทือกนั้น อันที่จริงไม่สามารถออกมาจากพื้นที่ระหว่างเขตแดน ไม่ก็ออกมาแล้วอาจจะถูกจับจ้อง ถูกคนดูดกลืนต้นกำเนิดของพวกเขา! ยอดฝีมือพวกนี้เพื่อปกป้องตัวเองถึงได้ผนึกพื้นที่ระหว่างเขตแดน แต่ฉันเชื่อว่าพวกเขายังห่วงใยมนุษยชาติ เพื่อเรื่องนี้ทุ่มเทออกไปมากมาย บางทีสองพันกว่าปีที่ผ่านมา คนพวกนี้อาจจะคอยคุ้มครองพวกเราอยู่ก็ได้ แน่นอนว่าฉันไม่กล้ามั่นใจ ทั้งไม่อาจมั่นใจได้เหมือนกัน”
“คิดว่าเธอน่าจะฟังบางอย่างออก พวกผู้อาวุโสของเมืองเจิ้นซิง บางที… อาจจะเป็นผู้สืบทอดของพวกเขา! จุดนี้ยังคงไม่กล้ายืนยันแต่ว่าตอนนี้ไม่จำเป็นต้องซักไซ้ไล่เลียงเรื่องพวกนี้แล้ว เธอเอาข้อมูลกลับมา มอบความหวังและการรอคอยให้พวกเรา ผู้อาวุโสพวกนี้บางทีอาจจะฟื้นฟูอย่างสมบูรณ์แล้ว ไมงั้นครั้งนี้เธออาจไม่ได้เห็นเสมอไป ฟื้นฟูแล้วงั้นมนุษยชาติก็มียอดฝีมือแนวหน้าเพิ่มขึ้นอีก! แน่นอนต้องป้องกันเหตุไม่คาดฝันเหมือนกัน เรื่องราวอาจไม่ได้ดีงามตามที่คิดไว้…”
จางเทาพูดออกมามากมาย ฟางผิงฟังอย่างตั้งใจ รอเขาพูดจบ เวลานี้จึงเอ่ยว่า “ประเทศจีนมีพื้นที่ระหว่างเขตแดนที่สมบูรณ์แปดแห่ง หมายความว่ายังมีผู้อาวุโสแปดคนที่เหลือรอดหรือเปล่า”
“อาจจะอย่างนั้น!” ระหว่างที่จางเทาพูด จู่ๆ ก็มองหลี่เจิ้นด้วยแววตาลึกลับ เอ่ยอย่างเรียบนิ่ง “เขตแดนที่หลี่เจิ้นไปในตอนนั้น… ไม่มีแรงกดดันคงอยู่แล้ว แน่นอนว่าเขาอาจจะไม่ได้สำรวจจนหมด เขตแดนยังปิดผนึกอยู่ หมายความว่าอาจยังไม่ฟื้นฟู แต่ยังมีการคงอยู่ ทั้งบางทีอาจจะฟื้นฟูแล้ว… ถึงกระทั่งมีชีวิตรอดกลับมาแล้ว!”
ฟางผิงม่านตาหดเกร็ง หลี่เจิ้นเอ่ยอย่างเคร่งขรึมว่า “จางเทา อย่าคาดเดาสุ่มสี่สุ่มห้า!”
จางเทาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “แคคาดเดาเท่านั้นไม่ได้มีอะไร ไม่พูดเรื่องพวกนี้แล้ว ฟางผิง สาเหตุที่บอกเรื่องพวกนี้กับพวกเธอก็เพราะหวังให้พวกเธอเข้าใจได้มากขึ้นหน่อย…”
จู่ๆ ฟางผิงก็เอ่ยว่า “พวกผู้อาวุโสยึดร่างมนุษย์ได้หรือเปล่า?”
“ไสหัวไป!” จางเทาด่าออกมาทันที เอ่ยอย่างหมดคำพูดว่า “ไม่มีอะไรทำหรือไง อ่านเรื่องแปลกพิศดารที่ไร้สาระพวกนั้นให้น้อยๆ หน่อย! ยึดร่าง? พลังจิตใจของขั้นสุดยอดคนหนึ่งเข้าสู่ภายในร่างกายเธอ ไม่ใช่การยึดร่างแต่เป็นการระเบิดตัวเธอต่างหาก! ยังจะยึดร่างอะไรอีก! หากเธอตายแล้วพลังจิตใจไม่สูญสลาย แค่ความแข็งแกร่งของร่างกายเธอฉันจะเอามาทำไม? มีเวลาแบบนี้พลังจิตใจของฉันยังสามารถสร้างร่างกายที่สอดคล้องกับต้นกำเนิดของฉันขึ้นมาได้ด้วยซ้ำ ฉันจะต้องการเธอมาเพื่ออะไร! เสียทีที่เธอคิดได้ เสียทีที่เธอเป็นตั้งผู้ฝึกยุทธ์ขั้นเจ็ด! พลังจิตใจและร่างกายที่ต้นกำเนิดไม่เหมือนกันจะหลอมรวมกันได้หรือไง? ไร้สาระสิ้นดี!”