จอมมารแค่อยากเป็นคนดี [反派少爷只想过佛系生活] - บทที่ 340 ดาร์ก เดม่อน โชคลาภและสมบัติ (2)
บทที่ 340 ดาร์ก เดม่อน โชคลาภและสมบัติ (2)
ในขณะที่เนโกะพยายามปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมอย่างเต็มที่ ดาร์กก็ได้ค้นพบต้นกำเนิดของเหรียญทองแดงแล้วจากหนังสือที่มีอยู่ในมือ!
นั่นคือหนังสือดาราศาสตร์ที่เขาเคยยืมมาเมื่อนานมาแล้ว ‘ถอดรหัสท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาว’!
หลังจากสังเกตเหรียญทองแดงอย่างละเอียด เขาก็เปิดหนังสือ ‘ถอดรหัสท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาว’ และพบหน้าที่เกี่ยวข้องกับมันอย่างรวดเร็ว!
มีภาพของเหรียญทองแดงแบบเดียวกันนี้อยู่ในหนังสือ และรูเล็ก ๆ เจ็ดรูบนเหรียญนั้นก็เป็นสัญลักษณ์ที่โดดเด่นมาก
“เหรียญเจ็ดดาวจากนครฟ้าโบราณ…”
แม้ว่าคำอธิบายจะมีเพียงครึ่งหน้า แต่ครึ่งหน้านี้ยังคงทำให้ดาร์กรู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่าง
หลังจากอ่านอย่างละเอียด เขาก็หยิบเหรียญเจ็ดดาวแล้วเดินมาที่ระเบียงทันที
จากนั้นมือของเด็กชายก็เอื้อมไปเปิดบานหน้าต่างที่ระเบียงให้แสงจันทร์ส่องเข้ามาโดยตรง
เมื่อแสงจันทร์ส่องไปที่เหรียญเจ็ดดาว ลอดผ่านรูทั้งเจ็ดและก่อเป็นรูปบนผนัง
ภาพแสงนั้นก็กลายเป็นท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาว!
กลุ่มดาวบนท้องฟ้าที่มีดาวหลักอยู่เจ็ดดวง
มันแสดงให้เห็นท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวในยุคสมัยนั้น
สัญลักษณ์พิเศษที่แกะสลักระหว่างดวงดาวทำให้มันมีพลังลึกลับ
ตามบันทึกของ ‘ถอดรหัสท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาว’ นี่ควรเป็นการตรวจสอบและป้องกันการปลอมแปลงสำหรับเหรียญเจ็ดดาว
แต่ด้วยการเปลี่ยนแปลงอย่างค่อยเป็นค่อยไปของวิถีโคจร ทำให้กลุ่มดาวบนท้องฟ้านี้มีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยเช่นกัน
เวลาและประวัติศาสตร์ทำให้เหรียญเจ็ดดาวมีผลข้างเคียงที่ลึกลับ นั่นคือผู้พกเหรียญเจ็ดดาวจะสามารถเห็นเส้นทางโคจรของดวงดาวได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น!
ซึ่งหมายความว่ามันเป็นสิ่งของที่หาได้ยากมากสำหรับการทำนาย
ในใจของดาร์กกระตุกวูบและเขาก็เริ่มเข้าใจขึ้นมาเล็กน้อย
เหรียญเจ็ดดาวที่ได้มาโดยไม่คาดคิดนี้ อาจใช้เป็นวัตถุดิบในการขัดเกลาสปิริตเหมือนกับเหรียญทองคำโบราณ
แต่ถ้ามุ่งเน้นไปที่การกระทำในอนาคต มันจะเป็นการดีกว่าหากมอบให้แก่อีบุย
ดังนั้นเขาจึงหาด้ายเส้นหนึ่งสอดเข้าไปในรูหนึ่งของเหรียญเจ็ดดาว ทำเป็นเครื่องประดับ แล้วสวมไว้ที่คอของหนูน้อยอีบุย
“วี้~”
อีบุยลูบมันแล้วส่งเสียงร้องอย่างร่าเริง
ในขณะเดียวกัน สิ่งนี้ก็ดึงดูดความสนใจของสปิริตตัวอื่น ๆ ด้วย
บรรยากาศในห้องพักเปลี่ยนไปเล็กน้อย
แม้แต่เนโกะที่กลิ้งไปมาบนเตียงเล็ก ๆ ก็อดไม่ได้ที่จะจ้องมองมา ทั้งยังจ้องเขม็งไปยังเหรียญเจ็ดดาวที่เดิมทีเป็นของมันด้วย
ดวงตาของมันเปล่งประกายระยิบระยับจนแทบอดใจรอไม่ไหวที่จะตะครุบเพื่อเอาคืน!
…
เกือบห้าทุ่ม ดาร์กจับสปิริตทุกตัวยกเว้นเนโกะลงที่นอน ห่มผ้าให้แล้วก็ผล็อยหลับไป
ส่วนเนโกะนั้นได้ถูกนำกลับเข้าไปในการ์ดเวทมนตร์
เนโกะที่ไม่ได้ถูกบรรจุลงในการ์ดเวทสนาม [สรวงสวรรค์] มันจึงต้องเติมพลังเวทมนตร์ตลอดเพื่อให้อยู่ข้างนอกได้เป็นเวลานาน
ดาร์กไม่ได้เชี่ยวชาญ ‘เติมพลังเวทมนตร์ระหว่างฝัน’ ดังนั้นเขาจึงทำได้เพียงนำมันกลับไป
เมื่อลมหายใจของเขาค่อย ๆ สม่ำเสมอ ห้องพักที่อยู่ภายใต้ความมืดมิดก็กลับมาเคลื่อนไหวอีกครั้ง
สปิริตยกผ้าห่มออกและลืมตาขึ้นทีละตัว
ทว่าคืนนั้น การต่อสู้เพื่อแย่งชิงเตียงตามปกติกลับไม่ได้เกิดขึ้น
สปิริตมารวมตัวกันที่ระเบียงและพวกมันก็ใช้เพียงสายตาสื่อสารกันเท่านั้น จากนั้นมือน้อย ๆ ก็หยิบเครื่องมือและวัสดุที่ซ่อนอยู่ออกมา แล้วจึงเริ่มกิจกรรมยามค่ำคืนที่ดำเนินมาได้ระยะหนึ่งแล้ว
เปลวไฟลุกโชนลามเลียก้นหม้อ โดยมีแป้งสีดำกลิ้งอยู่ในหม้อราวกับแม่มดกำลังปรุงยา
นินิมผู้สามารถใช้ริบบิ้นเพื่อจัดการกับเครื่องมือ และแคทมอนที่มีมือที่ยืดหยุ่นเป็นกำลังหลักในการ ‘ปรุงยา’ ครั้งนี้
สปิริตทั้งสองที่ไม่อยากมองหน้ากันเลือกที่จะร่วมมือกันเพื่อจุดประสงค์บางอย่าง
รุกกี้เดวิมอนกำลังบินอยู่ในอากาศ มันเป็นผู้จัดหาวัตถุดิบและคิดว่าตนเองเป็นผู้ที่มีความสามารถสูงที่สุด
มอนสเตอร์ร้อยแปดปกป้องสไลม์ขยะที่อยู่ข้างหลังมัน ในขณะที่ตัวหลังถือการ์ดเวทมนตร์ของ ‘เนโกะ’ แล้วโผล่หัวออกมาเป็นระยะ ๆ ขณะจ้องมองไปที่เปลวไฟอย่างไม่วางตา
นักมวยปล้ำอินทรีเอนตัวพิงมุมเสาด้วยท่าทางเคร่งขรึม แม้ว่ามันจะไร้ประโยชน์ตั้งแต่ต้นจนจบ ทว่ามันก็ยังยืนหยัดอย่างดื้อรั้น
อูชิอยากเทนมของตัวเองลงในหม้อมากกว่าหนึ่งครั้ง แต่กลับถูกชัคคารุหยุดไว้อย่างจริงจัง!
ผลผลิตที่สปิริตรังสรรค์ขึ้นจะประกอบด้วยโครงสร้างเวทมนตร์ ซึ่งจะหายไปในเวลาต่อมา ดังนั้นสิ่งเหล่านี้จึงไม่สามารถนำไปใช้ต่อยอดเป็นสิ่งอื่นได้เลย
พวกมันล้มเหลวหลายครั้งเนื่องจากพฤติกรรมของอูชิ
แต่น้ำนมที่ได้จากหญ้าวัวเป็นสารเติมแต่งที่ดีมาก
อีบุยตัวน้อยกับป็อปซีไลออนอยู่ด้วยกัน พวกมันส่งเสียงเจื้อยแจ้วและมักจะเถียงกันจนหูแดง
นินิมต้องการที่จะเพิ่มบางสิ่งบางอย่างลงไปในหม้อเสมอ แต่ถูกแคทมอนปัดทิ้ง
วงจันทร์ท่ามกลางฟ้ารัตติกาลค่อย ๆ ขยับเป็นเสี้ยวโค้งบนมุมปากของมันอย่างเงียบงันจนกระทั่งปรากฏรอยยิ้มออกมาบาง ๆ
ความยุ่งเหยิงของสปิริตจบลงอย่างรวดเร็วจนกระทั่งแสงรุ่งสางปรากฏที่ขอบฟ้า
หลังจากเก็บของเสร็จ พวกมันก็วิ่งกลับไปนอนบนเตียงและแสร้งทำเป็นหลับ
ใช้เวลาไม่นาน นาฬิกาชีวภาพของดาร์ก เดม่อนก็ปลุกเขาตื่น ก่อนที่นาฬิกาปลุกจะดังขึ้น แล้วก็เข้าสู่เช้าวันจันทร์อีกครั้ง
วันนี้คือวันที่ 12 กุมภาพันธ์ และเหลือเวลาอีกเพียงสองวันก่อนจะถึงวันวาเลนไทน์
…
ราวกับงานเต้นรำคริสต์มาสเมื่อปีที่แล้วจะปลุกจิตสำนึกของนักเรียนชายและหญิงชั้นปีที่หนึ่งให้มากขึ้น
คลื่นใต้น้ำอันเชี่ยวกรากที่ซ่อนตัวอยู่ในวันวาเลนไทน์นั้นชัดเจนยิ่งกว่าวันคริสต์มาสเสียอีก
แม้ว่าเวลาที่แน่นอนของวันวาเลนไทน์คือวันพุธที่ 14 กุมภาพันธ์ แต่เนื่องจากถนนนักเดินทางจะเปิดเฉพาะในวันหยุดสุดสัปดาห์ ทำให้นักเรียนส่วนใหญ่เตรียมของขวัญไว้ก่อนแล้ว และรอเวลาเดิมพันชะตากรรมเท่านั้น!
ในช่วงที่รอ จิตใจของพวกเขาไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ดังนั้นสภาพของพวกเขาระหว่างชั้นเรียนจึงแย่ลงกว่าเดิมมาก
ในชั้นเรียนวันแรกของวันจันทร์ ศาสตราจารย์ซิลเวอร์พบว่ามีนักเรียนบางคนเหม่อลอย
เธอดูแคลนและมอบช่วงเวลาอันเลวร้ายผ่านการ ‘ตั้งคำถามในชั้นเรียน’ ให้แก่นักเรียนทันที!
ดังนั้นบรรยากาศในชั้นเรียนจึงถูกควบคุมอย่างรุนแรง!
ทว่ามีบางอย่างที่สามารถระงับได้ชั่วขณะ แต่ไม่สามารถระงับได้ตลอดชีวิต
ทันทีที่ชั้นเรียนวิชาอัญเชิญของศาสตราจารย์ซิลเวอร์จบลง จอมเวทฝึกหัดก็ได้รับการปลดปล่อย และมีภาพลวงตาอีกครั้งว่า ‘ทะเลที่กว้างใหญ่แล้วแต่ปลาจะว่ายวน บนฟ้าที่สูงแล้วแต่นกจะบิน*[1]’
หลังจากนั้นก็เป็นคาบเรียนวิชาเวทมนตร์พื้นฐาน ความใจดีของศาสตราจารย์เคเซอร์ทำให้นักเรียนกลับมาครึกครื้นกันอีกครั้ง
แม้แต่ในห้องเรียน ผู้คนก็รวมตัวกันและซุบซิบกันเรื่อง ‘วันวาเลนไทน์ ช็อกโกแลตและดอกไม้’
ความรักเป็นเรื่องส่วนตัวและน้อยคนนักที่จะแบ่งปันความปรารถนาของตนกับผู้อื่น
แต่ทั้งชั้นเรียนยังคงเต็มไปด้วยเสียงหึ่ง ๆ คล้ายกับเสียงบินของยุงหรือแมลง
ดังนั้นเมื่อคาบเรียนวิชาเวทมนตร์พื้นฐานกำลังจะจบลง ศาสตราจารย์เคเซอร์จึงมอบหมายการบ้านจำนวนมากให้กับพวกเขาโดยไม่มีการเตือนล่วงหน้า!
พูดได้คำเดียวว่า ปลูกแตงได้แตง ปลูกถั่วได้ถั่ว*[2]
…
แต่ถึงอย่างนั้น นักเรียนก็ไม่ได้สนใจมากอยู่ดี
จนกระทั่งคาบเรียนวิชาปรุงยาเริ่มขึ้นในบ่ายวันจันทร์ ทุกคนก็มุ่งความสนใจไปที่ตัวเองทันที และทิ้งความคิดทั้งหมดนอกเหนือจากชั้นเรียนไว้เบื้องหลังให้มากที่สุด
…
คาบวิชาปรุงยา
เมื่อเริ่มชั้นเรียน ศาสตราจารย์ทอมป์สันก็หยิบหลอดทดลองที่มีของเหลวสีชมพูออกมาจากชั้นวางหลอดทดลอง
หลอดทดลองถูกเสียบด้วยไม้ก๊อก และของเหลวสีชมพูที่อยู่ในนั้นก็แกว่งไปมาเล็กน้อย ซึ่งให้ความรู้สึกแปลกสะดุดตายิ่ง
“น้ำยาหวานปานน้ำผึ้ง”
ศาสตราจารย์ทอมป์สันเอ่ยชื่อน้ำยานี้ด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
ชั่วครู่หนึ่ง นักเรียนบางคนคิดว่าพวกเขาได้ยินผิดไป
แต่หลังจากถามโต๊ะเดียวกัน
ศาสตราจารย์ทอมป์สันแห่งวิชาปรุงยาก็หยิบ [น้ำยาหวานปานน้ำผึ้ง] ออกมา!
วินาทีที่นั้นทุกคนพลันเข้าใจ
ทั้งห้องพลันเกิดเสียงเอะอะทันที
“เป็น [น้ำยาหวานปานน้ำผึ้ง] จริงด้วย!”
“ทำไมศาสตราจารย์ทอมป์สันถึงมี [น้ำยาหวานปานน้ำผึ้ง] ไม่ใช่ว่าเขา…”
“เป็นไปไม่ได้ ใครจะสอนเรื่องแบบนั้นในชั้นเรียนกัน”
…
“ศาสตราจารย์คะ”
เมื่อนักเรียนพูดถึงเรื่องนี้ เอ็มม่า มอร์ติสก็ยกมือขึ้นทันที!
แขนของเธอยกขึ้นสูงเหมือนเคย
และศาสตราจารย์ทอมป์สันก็ยังเรียกชื่อของเธอเช่นเคย “เอ็มม่ามีปัญหาอะไรเหรอ?”
เอ็มม่าลุกขึ้นทันทีและพูดว่า “[น้ำยาหวานปานน้ำผึ้ง] เป็นน้ำยาต้องห้ามไม่ใช่เหรอคะ?”
ศาสตราจารย์ทอมป์สันยิ้มและพูดว่า “ดีมาก ดูเหมือนว่าเธอจะได้อ่านรายชื่อน้ำยาต้องห้ามอย่างละเอียดแล้ว แต่ฉันต้องบอกเธอว่าตอนเที่ยงคืนของวันที่ 1 มกราคมปีนี้ รายการน้ำยาต้องห้ามได้รับการปรับปรุงแล้ว และมันก็ได้ถูกลบออกจากรายชื่อแล้วล่ะ”
“เป็นไปได้ยังไงกัน?” เอ็มม่าพูดด้วยความประหลาดใจ “น้ำยานี้ควรถูกแบนอย่างถาวร!”
…
“ใช่!”
“เอ็มม่าพูดถูก!”
“คนจากสมาคมเภสัชทำแบบนี้ได้ยังไง?”
“ฉันต้องการรายงานต่อสมาพันธ์สตรี!”
[1] ทะเลที่กว้างใหญ่แล้วแต่ปลาจะว่ายวน บนฟ้าที่สูงแล้วแต่นกจะบิน หมายถึง ในโลกอันกว้างใหญ่นี้ผู้คนสามารถแสดงความสามารถของตนได้อย่างอิสระ
[2] ปลูกแตงได้แตง ปลูกถั่วได้ถั่ว หมายถึง ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว หรือ ทำอะไรย่อมได้อย่างนั้น