จอมมารแค่อยากเป็นคนดี [反派少爷只想过佛系生活] - บทที่ 325 การผจญภัยอันน่าพิศวงของสาวน้อยผู้น่ารัก (2)
- Home
- จอมมารแค่อยากเป็นคนดี [反派少爷只想过佛系生活]
- บทที่ 325 การผจญภัยอันน่าพิศวงของสาวน้อยผู้น่ารัก (2)
บทที่ 325 การผจญภัยอันน่าพิศวงของสาวน้อยผู้น่ารัก (2)
‘ทหารม้าหนัก’ มีลำตัวหนักและกว้างหนึ่งเมตร มันเชี่ยวชาญในการป้องกันทว่าเคลื่อนไหวได้ค่อนข้างช้า
แม้วิธีการเคลื่อนไหวของมันจะเป็นลูกกลิ้งบวกกับขาแมงมุม แต่ในความเป็นจริง ขาแมงมุมที่ค่อนข้างเรียวนั้นไม่เพียงพอที่จะรองรับลำตัวที่หนักของมัน ดังนั้นมันจึงสามารถบังคับเลี้ยวได้ในกรณีฉุกเฉินเท่านั้น และไม่สามารถทำหน้าที่เหมือนกับ ‘ทหารม้าเบา’ ที่อาศัยขาแมงมุมเกาะกำแพงได้!
เมื่อเป้าหมายวิ่งหนีขึ้นบันได จุดอ่อนของมันก็ถูกเปิดเผยทันที
นินิมกับอูชิรีบวิ่งขึ้นบันได แต่เมื่อทั้งคู่หันหน้ากลับมาก็พบว่าเจ้าตัวใหญ่กำลังพยายามอย่างมากที่จะเดินขึ้นบันได ทันใดนั้นพวกมันก็ตัดสินใจใช้กลยุทธ์ที่ถูกต้องทันที
ทว่าในตอนที่สปิริตทั้งสองกำลังจะแสดงความดีใจ
‘ทหารม้าหนัก’ ที่ตามไม่ทันก็ส่งสัญญาณเตือนออกไป!
เสียงสัญญาณดังก้องไปในปราสาทที่ว่างเปล่า ทำให้สีหน้าของสปิริตทั้งสองเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน
“มี้ มี้ มี้!” (แย่แล้ว! หนีเร็ว)
“มอ มอ มอ!”
หลังจากการแลกเปลี่ยนสั้น ๆ สปิริตทั้งสองตัวก็วิ่งหนีไป!
ครั้งนี้นินิมยกหูขึ้นสูงขณะกำลังวิ่งหนี และเมื่อมีแรงสั่นสะเทือนในอากาศ มันก็หันหลบโกเลมทันที
หลังจากนั้นไม่กี่นาที
พวกมันก็หนีเข้าไปในห้องเรียน พิงกำแพงและหอบหายใจอย่างหนัก!
น่าระทึก
น่าเร้าใจ
น่าตื่นเต้น!
นินิมหยิบขวดนมจากอูชิและเงยหัวของมันขึ้น เทนมเข้าปากราวกับว่ามันกำลังดื่มแอลกอฮอล์!
ทว่านมไม่ได้ทำให้มันมึนเมาแต่อย่างใด
นินิมไอออกมากะทันหัน มันสำลักนม!
อูชิรีบเข้ามาตบหลังเพื่อปลอบมัน ซึ่งใช้เวลานานพอสมควร
นินิมยังคงหน้าแดงและเริ่มผ่อนคลายลง
จากนั้นจู่ ๆ เจ้าตัวน้อยก็ล้มลง
มันไถลตัวกับผนังและนั่งลง รู้สึกอ่อนเปลี้ยไปทั้งตัว ร่างกายเหนื่อยเกินคำบรรยายรวมถึงจิตวิญญาณด้วย
เห็นได้ชัดว่าตอนประลองมันก็ต่อสู้อย่างดุเดือดมาก และแม้ว่าจะพ่ายแพ้ แต่มันก็ไม่เหนื่อยมากแบบนี้
หรือว่าเป็นเพราะกระดูกสันหลังไม่แข็งแรง?
“มี้มี้มี้~?~!”
“มอ…”
สปิริตทั้งสองมีความเห็นเป็นเอกฉันท์
กลับบ้านกันดีกว่า!
…
ทว่าในขณะที่เจ้าสองตัวกำลังตกลงกัน โสตประสาทอันเฉียบแหลมของพวกมันก็ถูกกระตุ้นขึ้นทันที
หูของนินิมตั้งตรง เพราะมันได้ยินเสียงฝีเท้าขยับใกล้เข้ามาอย่างช้า ๆ จากสถานที่หนึ่ง
มันขยิบตาให้อูชิที่หลังติดกับผนังโดยไม่ขยับเขยื้อน
นินิมก็เหมือนกัน มีเพียงริบบิ้นสีชมพูเท่านั้นที่ลอยอยู่ในอากาศ และรู้สึกถึงความผันผวนเล็กน้อยในอากาศ
เสียงฝีเท้าค่อย ๆ ใกล้เข้ามา
แล้วมันก็ค่อย ๆ หายไป
หัวใจที่เต้นผิดจังหวะก็กลับมาเป็นปกติในที่สุด
“มี้…”
“มอ…”
สปิริตทั้งสองกลายเป็นของเหลวอีกครั้ง
…
“มอ”
อูชิดึงผ้าพันคอขึ้นมาพันให้แน่นขึ้น
มันลุกขึ้นทำตัวร่าเริง และเตรียมจบการทัวร์ในคืนนี้
นินิมมองไปที่มันและลุกขึ้นยืนเช่นกัน
แต่เมื่อพวกมันกำลังจะเดินออกจากห้องเรียน หัวใจน้อย ๆ ของนินิมก็กลับมากระสับกระส่ายอีกครั้ง
สายตาของมันเหลือบมองไปรอบ ๆ และมองไปยังทิศทางที่เสียงฝีเท้าเมื่อครู่หายไป
“มี้~”
“มอ มอ มอ!”
อูชิส่ายหน้าไม่เห็นด้วย!
“มี้ มี้ มี้~”
นินิมเอาริบบิ้นมาถูหน้า
จากนั้นมันก็ยกมีตบอลขึ้นมาและตบหน้าอกของตัวเอง
“มี้ มี้ มี้!”
แต่อูชิยังคงส่ายหัวอย่างบ้าคลั่ง
คิ้วของนินิมขมวดมุ่นและหลังจากนั้นไม่นาน ริบบิ้นเส้นหนึ่งก็เหยียดตรง
ราวกับบทละครฉากใหญ่ นินิมแสร้งร้องไห้ให้อูชิเห็น
อูชิดูเหมือนจะถูกโน้มน้าวใจ สีหน้าของมันจึงอ่อนลงเล็กน้อยแล้วมันก็กลับไปที่ห้องเรียน
จากนั้น อูชิก็เปิดกระเป๋านักเรียนด้านหน้าออก แล้วหยิบการ์ดท่าไม้ตายออกมาทีละใบ
ขวดนมปรากฏขึ้นในมือของมัน แล้วมันก็วางขวดนมลงบนพื้น
อูชิเก็บการ์ด [ท่าไม้ตาย: ดื่มนม] ไว้เพียงสองใบเผื่อตัวของมันเองเท่านั้น
นินิมมองดูขวดนมบนพื้นด้วยความดีใจ มันยืดริบบิ้นออกแล้วม้วนขวดขึ้นทันที
จากนั้นมันก็พยักหน้าให้อูชิ
“มอ!”
อูชิกล่าวคำแนะนำสุดท้ายไว้ ก่อนจะยกกระเป๋านักเรียนขึ้นมาสะพาย แล้วเดินทางกลับบ้านอย่างระมัดระวัง
เมื่อเห็นหลังของมันลับหายไปตรงหัวมุมแล้ว นินิมก็เม้มปาก เปิดนมดื่มแล้ววิ่งไล่ตามทิศทางที่รอยเท้าหายไป
ดูเหมือนอลิซวิ่งไล่ตามกระต่ายยังไงไม่รู้
…
อย่างที่เราทราบกันดีว่าสิ่งมีชีวิตที่มีอุ้งเท้านั้นเชี่ยวชาญในการพรางตัว
หลังจากที่นินิมและอูชิแยกทางกัน มันก็วิ่งไปตามทิศทางที่ฝีเท้าหายลับไปอย่างเงียบ ๆ
การจะออกมาสักครั้งนั้นไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลย และแน่นอนว่ามันไม่อยากกลับไปด้วยใจที่ยังคงว้าวุ่นเช่นนี้
ลองคิดตามดูสิ นินิม นางฟ้าผู้สง่างามออกทัวร์กลางคืนเป็นครั้งแรก แต่กลับถูกโกเลมไล่ล่า แล้วยังกลับบ้านไปมือเปล่าด้วย นี่มันน่าอายแค่ไหน?
ดังนั้นเสียงฝีเท้าที่ดังขึ้นอย่างกะทันหันในเวลานี้ จึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง
กลางดึกแบบนี้ ถ้าไม่ใช่สปิริตแล้วใครจะออกมาเตร็ดเตร่กัน?
นินิมมีลางสังหรณ์บางอย่าง
ถ้าตามฝีเท้านั้นไปได้ก็อาจจะได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์กลับมาบ้าง
เมื่อถึงเวลากลับบ้าน มันสามารถบอกข้อมูลนี้กับเจ้านาย แล้วสุดท้ายมันก็จะกลายเป็นนักสืบชื่อดัง!
ไม่เพียงได้หน้า…
แต่ยังได้รางวัลจากเจ้านายอีกด้วย!
ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว!
กำไรสุด ๆ!
…
พระจันทร์กลางดึกสว่างไสวยิ่งกว่าสิ่งใด สายลมเอื่อยพัดผ่านไปอย่างเงียบงัน
อูชิบังเอิญกลับมาที่หอคอยบ้านขุนนางได้ก่อนเวลาเคอร์ฟิว และภายใต้สายตาที่จ้องมองมาของอสรพิษขนนก มันก็รีบเปิดประตูเข้าไปข้างใน
แสงเวทมนตร์ที่สว่างขึ้นเองโดยอัตโนมัติทำให้เจ้าตัวน้อยตกใจอีกครั้ง
แต่เมื่อเห็นเตาผิงติดไฟ จึงทำให้มันดูมีความสุขขึ้นมาทันที
พอผิงไฟไปได้สักพัก อูชิก็หยิบขวดนมออกมาดื่มจนหมด แล้วจึงกลับไปที่ห้องอย่างสบายใจเฉิบ
เมื่อมันไขประตูเข้าไปในห้อง ความอบอุ่นในที่แห่งนี้ก็ทำให้มันน้ำตาซึมเล็กน้อย
ในที่สุดก็กลับมาสู่อ้อมกอดของ [สรวงสวรรค์] มันรู้สึกปลอดภัยดีจริง ๆ
“มอ~”
ไม่รู้ว่าตอนนี้จะเกิดอะไรขึ้นกับนินิมบ้างนะ?
…
ภายในปราสาท
นินิมอาศัยสติปัญญาขั้นสูงและการได้ยินที่เฉียบคมค่อย ๆ ไล่ตามฝีเท้านั้นไป
แต่ทันทีที่มันเข้าใกล้ มันก็รู้สึกใจสั่นอย่างกะทันหัน เจ้าตัวน้อยหยุดตัวโก่งและกระโจนเข้ามุมทันที
ทันใดนั้น โกเลมตัวหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้นผ่านหน้ามันไป นี่ทำให้เหงื่อเย็นแทบจะไหลซึมออกมา
“ฟู่ว”
เมื่อโกเลมหายไป นินิมก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกแล้วจึงเดินหน้าต่อไป
แต่ใช้เวลาไม่นานนักก่อนที่จะพบว่ามีโกเลมจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ
ต่อมาก็มีโกเลมเฝ้าอยู่ทุกเส้นทางราวกับเฝ้าสมบัติลับบางอย่างไว้
นินิมอดไม่ได้ที่จะนึกถึงหนังสือภาพเล่มหนึ่งที่มันเคยอ่านมาก่อน ฉับพลันดวงตาของมันก็มีแววตื่นเต้นขึ้นมาให้เห็น
ถ้ามีสมบัติจริง ๆ ละก็…
ตึก! ตึก! ตึก!
เสียงฝีเท้าที่ใกล้เข้ามาดังชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ
เมื่อมาถึงมุมหนึ่ง นินิมก็อยู่ห่างจากเสียงฝีนั้นเท้าเพียงไม่กี่เมตร
นินิมเกาะผนัง ระงับความตื่นเต้นที่จะได้ไขปริศนาและชะโงกหัวออกมอง
“มี้?”
ทันใดนั้นความสงสัยก็บังเกิดขึ้นในใจ
เห็นได้ชัดว่าเสียงอยู่ตรงหน้ามัน แต่กลับไม่มีอะไรอยู่ในสายตาเลย
ไหนคนล่ะ?
ความคิดนี้เพิ่งแวบผ่านไป
จู่ ๆ ความรู้สึกวิกฤตก็เข้าเกาะกุมหัวใจของมัน
นินิมต้องการที่จะหดหัวของมัน แต่มันสายเกินไปแล้ว!
โกเลมตัวหนึ่งเดินออกมาจากอีกด้านของทางเดิน ทันใดนั้นก็หันหน้ามามองมัน แล้วอัญมณีบนหน้าผากก็เปล่งประกายแสงอย่างรวดเร็ว!
ตึก! ตึก! ตึก!
เสียงสัญญาณเตือนของโกเลมยังไม่ดังขึ้น
แต่นินิมได้ยินเสียงฝีเท้าอีกครั้ง
ที่สำคัญเสียงฝีเท้ามาอยู่ตรงหน้าของมันด้วย!
เจ้าตัวน้อยฉุกคิดขึ้นได้
ไม่แปลกใจเลยที่มันตามอีกฝ่ายมาตลอดทาง แต่อีกฝ่ายกลับไม่ถูกโกเลมจับได้เลย ปรากฏว่าเจ้าตัวนี้ล่องหนอยู่ตลอดเวลา!
โกเลมเฝ้าสมบัติ
โจรชิงขุมทรัพย์
และผู้บุกรุกที่ไร้เดียงสา
นินิมเชื่อมโยงเรื่องราวทั้งหมดขึ้นมาในทันที
มันรู้สึกแย่มาก จึงล้มเลิกที่จะสืบสวนต่อทันที และหันวิ่งกลับไป
“บี๊บ บี๊บ—”
แต่เสียงไซเรนของโกเลมดังขึ้นอย่างรวดเร็ว
แล้วโกเลมที่ลาดตระเวนอยู่รอบ ๆ ก็ตอบสนองทันที พวกมันมารวมตัวกันอย่างรวดเร็ว ณ จุดนี้
‘หัวขโมยล่องหน’ หลบหนีการตรวจจับของโกเลมและได้รับผลประโยชน์ไปอย่างหน้าตาเฉย
นินิมรู้ตัวแล้วว่าถูกหลอกใช้…