จอมมารแค่อยากเป็นคนดี [反派少爷只想过佛系生活] - บทที่ 279 คำทำนายของดาร์ก เดม่อน
บทที่ 279 คำทำนายของดาร์ก เดม่อน
“ยูโดรา เอนเวย์”
“ค่ะ!”
เด็กผู้หญิงที่มีหัวตุ๊กตาสีชมพูผุดลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว ก่อนที่เธอจะก้มหน้าเล็กน้อยอย่างเขินอาย
ดวงตาของเมเดียเป็นประกายและพูดว่า “จงกล้าหาญและเงยหน้าขึ้น”
ยูโดราเงยหน้าขึ้น ดวงตากลมโตพร้อมขนตายาวมากกะพริบเล็กน้อย
ทว่าเมื่อเธอสบมองดวงตาของเมเดีย ยูโดราก็ตกตะลึงทันที
มีดวงดาวปรากฏขึ้นในส่วนลึกของดวงตาของเธอ!
แข่งขันกับจันทราสีเงินในส่วนลึกของดวงตาของเมเดีย
ในขณะนี้ ใบหน้าของเมเดียก็แสดงความปีติยินดี!
เธอไม่คาดคิดว่าในหมู่นักเรียนของชั้นเรียนนี้จะมีความสามารถที่ดีเช่นนี้ซ่อนอยู่!
เนตรดารา!
ผู้ที่มีเนตรดาราสามารถเห็นวิถีโคจรของดวงดาวและใช้มันในการดูดวงชะตาของพวกเขาได้
ผู้ที่มีเนตรดาราทุกคนเป็นนักดาราศาสตร์โดยกำเนิด!
หากเธอรับยูโดราเป็นลูกศิษย์ได้ แม้ว่าเธอจะตีความคำทำนายไม่สำเร็จ แต่มันก็ยังเป็นการเดินทางที่คุ้มค่าอยู่ดี
ทว่าสำหรับห้องเรียนนี้ เห็นได้ชัดว่าเธอไม่ควรรีบร้อนใจจนเกินไป
เมเดียรีบปรับสีหน้าและพูดเบา ๆ ว่า “เธอจะไม่แนะนำตัวเองเหรอ?”
“ฉัน” ยูโดราลังเลอยู่ครู่หนึ่งและพูดว่า “ฉันชื่อยูโดรา ฉันชอบดวงดาว และความฝันของฉันคือการเป็นเจ้าสาวค่ะ”
เมเดียผงะและถอนหายใจออกมา “เป็นความฝันที่ดีนะ เธอมีเนตรดารา แล้วค่ำคืนจะอวยพรให้แก่เธอ”
มีนักดาราศาสตร์ไม่กี่คนที่มีครอบครัว
ยูโดราดูมีความสุขเล็กน้อยและพูดเสียงดังว่า “ขอบคุณค่ะ!”
…
เวลาผ่านไปทีละนิด
ดาร์กกำลังคิดว่าวิชาดาราศาสตร์นี้อาจใช้ไปกับการแนะนำตนเองและ ‘คำทำนาย’ จนกระทั่งเมื่อได้ยินชื่อของเขา
“ดาร์ก เดม่อน”
เขายืนขึ้นอย่างสง่างาม เงยหน้ามองเมเดียและแนะนำตัวเองอย่างไม่เป็นทางการ “สวัสดีครับศาสตราจารย์ ผมไม่มีงานอดิเรกมากนัก และผมไม่มีความทะเยอทะยานใด ๆ… แต่ถ้าให้ผมเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ผมชอบแมว หลังเรียนจบไปก็หวังว่าจะสืบทอดกิจการของตระกูล”
→ คลายความกังวลในอนาคต สืบทอดตำแหน่งดยุค รับทรัพย์นับพันล้าน ลูบแมว กินแตง (เผือก) สืบทอดวงศ์ตระกูล ใช้ชีวิตรอวันตาย
นี่คือดาร์ก เดม่อน และความฝันในปัจจุบันทั้งหมดของเขา
หลังจากที่พูดจบ เขาก็เผชิญหน้ากับสายตารอบข้างอย่างสงบและรอคอย ‘คำทำนาย’ ของเมเดีย
ทว่าเมื่อเมเดีย ‘ดู’ เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ดวงตาของเธอก็เกือบจะบอด
ศาสตราจารย์สาวเบือนหน้าหนีทันที ในใจรู้สึกหวาดหวั่นไม่น้อย
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอเป็นแบบนี้
นับตั้งแต่เข้ามาในห้องเรียนนี้ เธอก็อดไม่ได้ที่จะมองไปที่มุม ๆ นั้นหลายครั้ง
และทุกครั้งที่เธอมอง เธอก็มักจะโดนแสงเจิดจ้าสาดส่องดวงตา
‘เนตรจันทราสีเงิน’ เกือบจะบอดด้วยแสงสุกสกาวนี้
“ก่อนหน้านี้ ฉันไม่เคยได้ยินเลยว่าบุตรของวัลคีรีจะกลายเป็นบุตรแห่งดวงดาว…”
เมเดียอดไม่ได้ที่จะบ่น
พระจันทร์ก็เป็นดาวดวงหนึ่ง
‘เนตรจันทราสีเงิน’ ของเมเดียก็เหมือนกับเนตรดาราของยูโดรา เป็น ‘เนตรดารา’ ชนิดหนึ่ง
แต่เนตรจันทราสีเงินของเธอนั้นดูเป็นผู้ใหญ่กว่าอย่างเห็นได้ชัด และสิ่งที่เธอมองเห็นนั้นลึกล้ำกว่า!
สำหรับเธอ ดาร์กคือศูนย์กลางการรวมตัวของดวงดาวทั้งหมดทั้งมวล!
พระอาทิตย์เจิดจ้า
พระจันทร์สีนวล
ดาวเสาร์ที่เงียบสงบ
ดาวศุกร์ที่แข็งแกร่ง
ความโกลาหลของดาวพฤหัสบดี
…
ดวงดาวน้อยใหญ่รวมตัวกันเป็นแผนที่ดาวอันกว้างใหญ่
ในเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ผู้คนที่มีวิสัยทัศน์นี้ถูกเรียกว่า ‘บุตรแห่งดวงดาว’ และว่ากันว่าพวกเขาสามารถยืมพลังของดวงดาวเพื่อทำให้เกิดปาฏิหาริย์ได้
…
เมื่อเธอเห็นดาร์กแวบแรก เธอคิดว่าเขาน่าจะเป็นสิ่งที่เธอต้องการค้นหา กุญแจสำคัญในการตีความคำทำนาย
แต่แล้วเธอก็พบ ‘คนน่าสนใจ’ มากขึ้นในห้องเรียนนี้
จึงขยายขอบเขตของ ‘ดวงดาว’ ไปสู่นักเรียนหลายคน
…
หลังจากหลับตาให้สงบลงแล้ว เธอก็ลืมตามองไปยัง ‘บุตรแห่งดวงดาว’
เมเดียพูดด้วยน้ำเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ “อย่าลังเล ไม่ต้องกังวล การโอบกอดดวงดาวคือการโอบกอดทุกสิ่ง”
…
ดาร์กผงะ
‘คำทำนาย’ ของศาสตราจารย์เมเดียทำให้เขาประหลาดใจและทำให้เขาตกใจเล็กน้อย
ดาร์กนั่งลงช้า ๆ
แล้วเขาก็รู้ว่าเขาอาจจะคิดมากไปเอง
ตราบใดที่เขายังคงเดินตามจังหวะของตัวเอง เส้นทางในอนาคตบางเส้นทางก็จะไม่มีอยู่จริง และเป็นไปไม่ได้ที่จะปรากฏในคำทำนาย
ไม่จำเป็นต้องกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้
แต่ศาสตราจารย์ด้านดาราศาสตร์คนใหม่ดูเหมือนจะมีอะไรบางอย่าง
…
คำทำนายของดาร์กนั้นไม่เหมือนกับ ‘คำทำนาย’ ของคนอื่นที่บอกได้ชัดเจนกว่า เพราะของดาร์กนั้นค่อนข้างคลุมเครือ
หากไม่ได้เป็นเขา มันก็ยากที่จะตีความและเข้าใจความหมาย
เหตุผลที่เมเดียพูดประโยคนี้แตกต่างจากที่ดาร์กเข้าใจอย่างสิ้นเชิง
นักเรียนคนอื่นสับสนมากยิ่งขึ้น
บางคนคิดว่าศาสตราจารย์เมเดียหมายความว่า ดาร์กจะได้รับมรดกหลายพันล้านในคฤหาสน์ดยุกและได้ทุกสิ่งที่ต้องการ
นั่นคือชีวิตลูกชายของดยุคและดัชเชส ซึ่งเป็นสิ่งที่คนอื่นอดอิจฉาไม่ได้
แน่นอนว่ามันเป็นเรื่องไร้สาระที่ไม่ไร้สาระ
…
ในหมู่พวกเขา มีเพียงยูโดราเท่านั้นที่ดูจะได้เข้าใจในความหมายนั้น และอดไม่ได้ที่จะปิดแก้มที่ร้อนผ่าวของเธอ
โรสผู้ได้รับ ‘คำทำนาย’ ว่า ‘เหนือดวงดาว’ ค่อนข้างรู้สึกไวต่อคำว่า ‘ดวงดาว’ มาก
เธออดไม่ได้ที่จะมองออกไป
นอกจากนี้ ‘คำทำนาย’ ที่ดาร์กได้รับนั้นยังไม่น่าประทับใจเท่ากับของบุตรแห่งวีรบุรุษด้วย
บางคนคาดเดาอย่างลับ ๆ ว่า “ฉันได้ยินมาว่าผู้กล้าไบรต์ไม่ได้เป็นนักเรียนดีเด่นในสมัยเรียน นี่อาจมีความคล้ายคลึงกันในประวัติศาสตร์ใช่ไหม สุดท้ายแล้วเวอร์เธอร์ก็จะกลายเป็นวีรบุรุษจริง ๆ”
อีกอย่าง นักทำนายมักจะพูดเสมอว่า ‘ตั้งแต่สมัยโบราณ เมื่อใดก็ตามที่ผู้กล้าปรากฏตัว นั่นคือเวลาที่มนุษย์ต้องการเขา’
ถ้าเวอร์เธอร์กลายเป็นผู้กล้าจริง ๆ หมายความว่าหายนะจะมาเยือนจริง ๆ เหรอ?
ความคิดทุกประเภทถูกส่งต่อกันไปมาในห้องเรียน แล้วจอมเวทฝึกหัดก็กระซิบกระซาบกัน คาดเดาไปต่าง ๆ นานาไม่หยุด
ขณะที่การขานชื่อและ ‘คำทำนาย’ ของเมเดียยังคงดำเนินต่อไป
…
เพียงไม่กี่นาทีก่อนสิ้นสุดชั้นเรียน กระบวนการเรียกขานทั้งหมดสิ้นสุดลงในที่สุด
ขั้นตอนนี้ยาวมาก แต่นักเรียนไม่รู้สึกว่าน่าเบื่อ
‘คำทำนาย’ ของศาสตราจารย์เมเดียยังคงน่าสนใจมาก นักเรียนบางคนที่ได้รับคำทำนายที่ดีถึงกับจดมัน และเตรียมทำเครื่องประดับคล้ายเครื่องรางของขลังเมื่อพวกเขากลับไป
แม้ว่านักเรียนบางคนที่ได้รับคำพยากรณ์ที่เลวร้ายจะกรีดร้องอย่างผิวเผิน แต่พวกเขาก็ไม่ได้สนใจมันมากนัก นอกจากความหดหู่ในใจ
มีเพียงไม่กี่คนที่รู้สึกยังพูดไม่ออก
ตัวอย่างเช่นโดรอนและโรเบิร์ต ทั้งสองไม่สามารถปล่อยวางได้เลย
ไม่กี่นาทีที่ผ่านมา
เหล่าจอมเวทฝึกหัดเห็นว่าการขานชื่อสิ้นสุดลงแล้ว และอีกไม่กี่นาทีก็จะเลิกเรียนแล้ว บรรยากาศก็คึกคักมากขึ้นเรื่อย ๆ
แต่จู่ ๆ ศาสตราจารย์เมเดียก็โบกไม้กายสิทธิ์ของเธอ และวาดหัวใจสีม่วงในอากาศซึ่งคงอยู่ไม่กี่วินาที จากนั้นพูดเสียงดังว่า “วันนี้เป็นการสอนครั้งแรก ดังนั้นฉันไม่มีอะไรจะพูดมาก”
ไม่ได้พูดอะไรมาก? ไม่ได้พูดอะไรเลยต่างหาก!
ดาร์กในแถวสุดท้ายอดไม่ได้ที่บ่น เขาอุตส่าห์พาอีบุยตัวน้อยมานั่งฟังด้วย สุดท้ายผลก็คือ…อีบุยรู้จักนักเรียนชั้นปีหนึ่งทุกคน
ศาสตราจารย์เมเดียกล่าวต่อไปว่า “ฉันรู้ว่าดาราศาสตร์เป็นเพียงวิชาอดิเรกในชั้นปี 1 แต่ตั้งแต่ฉันมา วิชานี้ก็ไม่ใช่วิชาอดิเรกอีกต่อไป เรามีเวลาเรียนด้วยกันอย่างน้อยหนึ่งเทอม ในช่วงเวลานี้ ฉันจะสอนความรู้บางอย่างเกี่ยวกับดาราศาสตร์ให้พวกเธอ และคืนนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น ฉันหวังว่าเมื่อพวกเธอกลับไป พวกเธอจะลองตีความประโยคที่ฉันให้ไว้ระหว่างการเรียกชื่อด้วย ซึ่งนั่นจะเป็นการบ้านสำหรับคาบเรียนแรกของเรา พวกเธอเข้าใจไหม?”
“เข้าใจแล้ว… อ๊ะ หา!”
ห้องเรียนระเบิดทันที!
ไม่ใช่ทุกคนที่มีนิสัยชอบจดบันทึก
คนส่วนใหญ่แค่ฟังมัน และหลังจากสนทนากันกันเพียงไม่กี่คำ พวกก็เขามุ่งความสนใจไปที่ ‘คำทำนาย’ ของคนอื่น
จอมเวทฝึกหัดหลายคนรีบหันหน้าไปถามเพื่อนร่วมโต๊ะ ทว่าพวกเขาเห็นแค่เพียงใบหน้าที่อึกอักเหมือนกัน