ไท่หวง สูบกลืนสวรรค์ - ตอนที่ 83 หั่นผักฟันแตง
เถียนฉีซาโกรธจัด เหล่าศิษย์ของตระกูลเถียนที่ตายไป ล้วนเป็นลูกหลานญาติสนิทของเขาทั้งสิ้น กลับต้องมาตายไปต่อหน้าต่อตาใต้คมดาบของหลิวอู๋เสีย
เลือดไหลรวมกันเป็นแม่น้ำ ย้อมพื้นเป็นสีแดง หิมะสีขาวถูกเลือดร้อน ๆ สาดใส่ ละลายอย่างรวดเร็ว กลายเป็นน้ำสีแดงไหลไปชนกำแพงทั้งสองข้าง
กลิ่นคาวเลือดรุนแรง กระตุ้นจมูกของทุกคนในที่นั้น คนขี้ขลาดกลัวจนตัวสั่น เกือบหมดสติไป
ว่านหรงเจ๋อพูดไม่ออก บุตรชายของเขาถูกหลิวอู๋เสียฟันคอขาด สมองของเขาว่างเปล่า ลืมหายใจ ลืมที่จะมีชีวิตอยู่
“หลิวอู๋เสีย ข้าจะฉีกเจ้าเป็นชิ้น ๆ!” ไม่สามารถอธิบายอารมณ์ในขณะนี้ได้ ทำได้เพียงใช้คำพูดที่เลวร้ายเช่นนี้เพื่อระบายความโกรธภายใน
เส้นเลือดปูดโปนบนใบหน้า สองหมัดกำแน่น จิตสังหารน่าสะพรึง แผ่ทะลุฟ้าสะเทือนดิน เต็มไปทั่วท้องถนน
เดินออกมาทีละก้าว แต่ละก้าวกลิ่นอายสังหารบนร่างก็เข้มข้นขึ้นหลายส่วน เหมือนกระแสน้ำพัดศพที่เท้าของเขาออกไป
ยอดฝีมือตระกูลว่านด้านหลังตามว่านหรงเจ๋อมาติด ๆ แววตาแต่ละคนเหมือนสัตว์ป่าที่คอยล่าผู้คน และหวังจะกินหลิวอู๋เสียลงไปทั้งเป็น
เถียนฉีซาขยับแล้ว ล้อมเข้ามาจากอีกฝั่ง ป้องกันไม่ให้หลิวอู๋เสียหลบหนี
“ไอ้สารเลว วันนี้ข้าไม่ฆ่าเจ้าก็ไม่ขอเป็นคนแล้ว!” เถียนฉีซาคำรามออกมาแต่ละคำ น้ำเสียงก็สูงขึ้นส่วนหนึ่ง
สองตาสวีอี้หลินเผยความตื่นตะกลึงลึกล้ำ ผ่านไปสิบวัน กำลังรบของหลิวอู๋เสียก็ทะยานเกินกว่าพันเท่าแล้ว
คนที่ตกใจที่สุดคือเซวียหยาง สายตาจับจ้องหลิวอู๋เสียไม่กะพริบ คนผู้นี้เป็นศัตรูที่ทรงพลังจริง ๆ เขาควรจะต้องถูกรัดคอตายในเปลก่อนที่จะทันได้่เติบโตขึ้นมา
“ฆ่าข้า?” มุมปากหลิวอู๋เสียหยักยกเป็นรอยยิ้มชั่วร้าย ในดวงตาเผยความเยาะหยัน “อาศัยแค่พวกเจ้าขยะกองเดียวนี่น่ะหรือ?”
หนึ่งพันกว่าคนล้อมรอบเขา และสิ่งที่ตามมาคือการต่อสู้ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
สวีอี้หลินตึงเครียดมาก กลัวว่าหลิวอู๋เสียจะเกิดเคราะห์ร้าย แล้วต้องตายเข้าจริง ๆ ภายหน้าพบพี่ใหญ่หลิวแล้วจะอธิบายอย่างไร
“พวกเจ้าลงมือพร้อมกันฆ่าเขาทิ้งเสีย!” เซวียหยางหันไปพูดกำชับกับศิษย์ตระกูลเซวียทั้งสามไม่ไกลออกไปด้านหลัง
ให้พวกเขาลงมือพร้อมกัน เซวียหยางดูท่าแล้วแค่คนของตระกูลว่านกับตระกูลเถียนคงไม่มีทางฆ่าสัตว์ร้ายตัวนี้ได้ ต้องให้ตระกูลเซวียออกมือช่วยเหลือ
“ขอรับ” สามศิษย์ตระกูลเซวียเดินออกมาเข้าร่วมวงสังหาร
มียอดฝีมือห้าคนในระดับพลังชำระวิญญาณขั้นสูง หลิวอู๋เสียยังมีโอกาสชนะอยู่หรือ?
ควันไฟปกคลุม ทั่วทั้งเมืองชางหลันถูกปกคลุมด้วยกลิ่นอายสังหารอันไร้ขอบเขต
ห่างออกไปสิบกว่าลี้ ผู้คนสามารถได้กลิ่นคาวเลือดที่เข้มข้น กลิ่นอายสังหารกระจายไปทั่วท้องฟ้า
“การต่อสู้ครั้งนี้ เมืองชางหลันอาจเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง!” เสียงสนทนาดังมาจากถนนไกล ๆ
ผู้คนที่รวมตัวกันมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้เพราะกลัวจะโดนลากเข้าไปยุ่ง
“ข้าสนับสนุนตระกูลเถียน พวกเขาวางแผนมาหลายปีแล้ว เข้าหาตระกูลเซวียในราชวงศ์ต้าเยี่ยน ตระกูลสวีกำลังตกอยู่ในอันตราย” ผู้คนส่วนใหญ่สนับสนุนตระกูลเถียนและตระกูลว่าน
ตระกูลสวีเป็นตระกูลขุนนางใหม่ ยอดฝีมือของพวกเขาไม่เท่ากับตระกูลเถียนและว่าน แต่มีจวนเจ้าเมืองหนุนหลัง และมีตระกูลเซวียช่วยอีก เรียกได้ว่าเป็นกำลังเสริมชั้นดี
ไม่ว่าในแง่ของพลังการต่อสู้โดยรวม หรือจำนวนยอดฝีมือ ทั้งสองฝ่ายมีความแตกต่างกันอย่างมาก
“ไม่แน่หรอก เจ้าไม่ได้เห็นหรือ หลิวอู๋เสียฆ่าศิษย์ตระกูลเถียนและว่านร้อยคนเพียงคนเดียว” ผู้คนบางส่วนสนับสนุนตระกูลสวี แต่มีจำนวนน้อย
การต่อสู้ดำเนินมาหลายสิบปี วันนี้ในที่สุดก็มีบทสรุปแล้ว
หลิวอู๋เสียมองไปรอบ ๆ ก่อนหน้านี้เป็นเพียงการอุ่นเครื่องเท่านั้น การฆ่าที่แท้จริงเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น
ดาบสั้นชี้ขึ้นฟ้า แสงดาบสว่างวาบในอวกาศ พลังของเขาแข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ กำเนิดฟ้าสี่ชั้น พลังบริสุทธิ์ไร้ขอบเขตใกล้จะบรรลุขอบเขตสูงสุดของการชำระวิญญาณแล้ว
ที่น่ากลัวกว่านั้นคือร่างกายของเขาได้รับกาปรับเปลี่ยนด้วยของเหลวลึกลับ ซึ่งเหนือกว่ามนุษย์ทั่วไป
เจตจำนงดาบที่น่ากลัวหลั่งไหลออกมา พลังทำลายล้างที่ทำลายล้างโลกนั้นเพียงพอที่จะทำให้ผู้คนคลั่งไคล้
“เจตจำนงดาบ นี่คือเจตจำนงดาบ!” เสียงดังมาจากทั่วทุกมุมถนน
บรรลุเจตจำนงกระบี่ยังนับว่าฉลาด แต่บรรลุเจตจำนงดาบนั้นเรียกว่าปีศาจ เหนือกว่าฉลาดเสียอีก
สีหน้าของเถียนฉีซายิ่งดูแย่ลง เจตจำนงดาบอันน่าสะพรึงกลัวทำให้เขารู้สึกไม่สบายตัวไปทั้งร่าง ราวกับถูกสัตว์อสูรโบราณตัวหนึ่งตรึงร่างไว้ไม่ให้ขยับเขยื้อน
นี่คือความน่ากลัวของเจตจำนงดาบ
เหล่าศิษย์ธรรมดาต่างมองหน้ากัน ไม่รู้ว่าเจตจำนงดาบคืออะไรกัน
“ฆ่ามันเสีย อย่าให้มันรวบรวมพลังได้อีก!” ว่านหรงเจ๋อตะโกนเสียงดัง
เหล่ายอดฝีมือตระกูลว่านที่อยู่ด้านหลังพุ่งเข้าใส่ทันที เหล่าอาวุโสล้วนมีพลังอยู่ในระดับพลังกำเนิดฟ้าตอนปลาย เกิดพายุหมุนขึ้น ยกก้อนหินบนพื้นขึ้น กลายเป็นคลื่นยักษ์พุ่งเข้าใส่หลิวอู๋เสีย
ตระกูลเถียนตามมาติด ๆ มีผู้ออกมือมากกว่าพันคน แม้กระทั่งผู้ที่อยู่ในระดับพลังชำระไขกระดูกก็หลีกเลี่ยงไม่ได้
การโจมตีทั้งหมดกลายเป็นสายธารเหล็กกล้า หลิวอู๋เสียอยู่ตรงกลาง หากไม่ระวัง จะถูกกลืนกินโดยสายธารเหล็กกล้า
โครม! โครม! โครม!
คลื่นกระแทกอันทรงพลังปะทะเข้าใส่หลิวอู๋เสีย พร้อมกับเสียงอาวุธตัดอากาศ
พวกเขาโกรธจัด แทบจะดึงพลังที่แข็งแกร่งที่สุดออกมา โจมตีครั้งเดียวถึงตาย
บนพื้นดังเสียงปะทะดังสนั่น ก้อนหินหนากว่าหนึ่งหมี่ถูกระเบิดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
สถานที่ที่หลิวอู๋เสียยืนอยู่นั้นเต็มไปด้วยรูพรุน แม้กระทั่งผู้ที่อยู่ในระดับพลังชำระไขกระดูกก็กลายเป็นเศษซาก
“อู๋เสีย!” สวีอี้หลินโกรธจนตาแดงก่ำ
เหล่าผู้คุ้มกันของตระกูลสวีร้องไห้ด้วยความเจ็บปวด ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา พวกเขาได้เห็นผลงานของท่านเขย กลายเป็นเสาหลักของตระกูลสวี
เถียนฉีซายิ้มอย่างสะใจ ภายใต้การโจมตีที่รุนแรงเช่นนี้ ไม่มีใครรอดชีวิตได้ หลิวอู๋เสียจะต้องตายอย่างไร้ความปราณี
พลังอันน่าสะพรึงกลัวพัดกระจายไปทั่ว ประตูตระกูลสวีเกือบถูกระเบิดออก แม้กระทั่งในระยะหลายร้อยหมี่ พายุที่รุนแรงก็พัดเข้าใส่พวกเขาจนร่างกายสั่นคลอน
“ไอ้หนูนี่ตายหรือยัง?” เมื่อมองดูหลุมลึกหลายหมี่ ว่านปู้ถงถามด้วยความหวาดกลัว
หลิวอู๋เสียได้ทิ้งบาดแผลทางจิตใจไว้ลึกในใจเขา หากไอ้หนูนี่ไม่ตาย เขาจะไม่สามารถเชิดหน้าชูตาได้ตลอดชีวิต โดนหลิวอู๋เสียเล่นงานจนหมดสติในสนามประลอง
“ฮึ่ม ผู้คนมากมายโจมตีเต็มกำลัง หากไอ้หนูนี่ไม่ตาย ข้าจะคุกเข่าเรียกเขาว่าปู่เลย!” ศิษย์คนใดคนหนึ่งของตระกูลว่านพูดอย่างเย้ยหยัน
เวลาผ่านไปทีละวินาที คลื่นพลังหายไป กลางหลุมลึกมีเพียงหลุมลึกเท่านั้น ไม่มีสิ่งอื่นใดแม้แต่ศพ
“เจ้าอยากเป็นหลานของข้า แต่ข้ายังไม่แน่ใจว่าจะยอมหรือไม่!” เสียงเย็นยะเยือกดังขึ้นท่ามกลางฝูงชน
ทันใดนั้น
แสงดาบแวบวาบราวกับแสงอันเฉียบคมกวาดไปทั่ว ทุกคนมารวมตัวกัน จึงไม่สามารถหลบได้
คนแรกที่โดนคือว่านปู้ถงกับชายที่พูดเมื่อครู่นี้ พวกเขาไม่สามารถหลบได้ทัน ดาบคมเฉือนผ่านหน้าอกพวกเขา
“อ๊าก ๆ ๆ ข้าไม่อยากตาย!” เสียงของพวกเขายังไม่ทันตก ร่างของพวกเขาก็ถูกตัดกลางลำตัว
พวกเขานอนอยู่บนพื้น ไม่สามารถตายได้ทันที
นี่เพิ่งเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น แสงดาบพุ่งเข้าใส่ผู้คนราวกับเครื่องจักรสังหาร แต่ละครั้งที่ฟันลงไป จะมีเลือดสาดกระจายไปทั่ว
“แย่ล่ะ รีบป้องกันตัว!” ว่านหรงเจ๋อตื่นตระหนก
ก่อนหน้านี้ มีผู้โจมตีมากมาย เห็นได้ชัดว่าโจมตีใส่หลิวอู๋เสีย แต่ทำไมถึงพลาดไปทั้งหมด เขาหลบการโจมตีได้อย่างไร แล้วปรากฏตัวท่ามกลางฝูงชนได้อย่างไร
นี่เป็นปริศนา
ไม่มีใครรู้ แม้แต่ยอดฝีมือระดับพลังชำระไขกระดูก พวกเขาไม่สามารถมองเห็นได้ว่าหลิวอู๋เสียหายไปได้อย่างไร
การฆ่ายังคงดำเนินต่อไป ศพที่นอนอยู่มีมากขึ้นเรื่อย ๆ หลิวอู๋เสียใช้เพลงเท้าเจ็ดดารา ราวกับเงาลาง ๆ พวกเขาไม่สามารถจับการเคลื่อนไหวของหลิวอู๋เสียได้
“รีบไปยับยั้งเขา!” เถียนฉีซาแทบจะคลั่ง
รีบพุ่งเข้าใส่อย่างบ้าคลั่ง แต่ทุกครั้งที่ออกมือ หลิวอู๋เสียก็จะหายตัวไปอย่างน่าประหลาด
ราวกับแมวกำลังเล่นกับหนู หลิวอู๋เสียไม่ได้รีบร้อนที่จะต่อสู้กับห้าผู้ฝึกตนระดับพลังชำระวิญญาณ แต่เลือกที่จะฆ่าเหล่าคนธรรมดาเหล่านี้ก่อน เพื่อทำให้พวกเขาหวาดกลัว
“ข้าไม่สู้แล้ว ข้าจะกลับเรือน!” หนึ่งในศิษย์ตระกูลว่าน ทิ้งอาวุธในมือลงทันทีแล้วตะโกนว่าต้องการกลับเรือน
สายเกินไปแล้ว ดาบสังหารที่ไร้ความปรานีฟันลงมาอย่างรุนแรง ศพถูกกองพะเนินทวีขึ้นเรื่อย ๆ ภายในเวลาอันสั้น พื้นดินเต็มไปด้วยศพหนาแน่น
“รีบตอบโต้ ตอบโต้สิ!” ว่านหรงเจ๋อหน้าซีดเผือด
เห็นเหล่าศิษย์และปรมาจารย์ในตระกูลล้มตายทีละคน หัวใจแทบจะขาดเลือด
สองตระกูลนี้ยืนหยัดอยู่ในเมืองชางหลันมานานกว่าร้อยปี กว่าจะเติบโตมาจนถึงวันนี้ ตายไปมากมายขนาดนี้ ถึงแม้วันนี้จะสามารถผ่านพ้นวิกฤติไปได้ แต่ก็คงยากที่จะฟื้นตัวกลับมา
ความเร็วของพวกเขาช้าเกินไป แม้แต่ผู้ฝึกตนระดับพลังชำระไขกระดูกก็อาจจะตามไม่ทันเพลงเท้าเจ็ดดาราของหลิวอู๋เสีย มากไปกว่านั้น ผู้ฝึกตนระดับพลังกำเนิดฟ้าและสั่งสมฟ้าเหล่านี้ยิ่งตามไม่ทัน
ราวกับกำลังหั่นแตงกวา ทุกครั้งที่ดาบสั้นฟันลง ก็จะฆ่าผู้คนได้เป็นจำนวนมาก
“หลิวอู๋เสีย เจ้าจะต้องชดใช้!” ปรมาจารย์เถียนเห็นบุตรชายของตัวเองถูกหลิวอู๋เสียฟันคอขาด จึงพุ่งเข้าใส่
“ฮึ่ม ฝูงไก่ขี้ขลาด!” ดาบสั้นยังคงฟันต่อไป ร่างของปรมาจารย์เถียนหยุดนิ่งในอากาศ ศีรษะลอยขึ้นไปสูง
“ปัง!”
ศีรษะระเบิดกลางอากาศ เลือดและเนื้อกระเซ็นไปทั่ว ดวงตาทั้งสองข้างพุ่งออกไป
เจ้าของร้านเล็ก ๆ ที่อยู่ไกล ๆ ตกตะลึงจนพูดไม่ออก เมื่อจู่ ๆ ดวงตาทั้งสองข้างก็พุ่งเข้ามาหาพวกเขา
“เอื๊อก!”
ลูกตาทั้งสองลูกไหลลงสู่ท้องของพวกเขา ทันใดนั้น ท้องของพวกเขาก็ปั่นป่วนราวกับคลื่นยักษ์ พวกเขาอาเจียนน้ำเสียออกมา
ก่อนหน้านี้พวกเขาเหล่านี้แอบเยาะเย้ยหลิวอู๋เสีย แต่ตอนนี้พวกเขาก็ได้รับผลกรรมแล้ว
นี่เรียกว่ากรรมตามทัน
ใครใช้ให้พวกเขาเยาะเย้ยหลิวอู๋เสีย เหตุใดลูกตาทั้งสองลูกจึงตกลงไปในปากของพวกเขา
การต่อสู้ครั้งนี้ดุเดือดมาก ก่อนหน้านี้มีผู้คนกว่าพันคน แต่เพียงชั่วพริบตาเดียว ผู้คนก็ล้มตายไปเป็นจำนวนมาก
คนที่เหลืออยู่ กลับหนีไปไกล พวกเขาไม่ต้องการสู้อีกต่อไป พวกเขายังไม่อยากตาย
หลิวอู๋เสียน่ากลัวมาก ราวกับผีปีศาจ เขาหลบซ่อนตัวได้อย่างแนบเนียน ผู้คนเหล่านี้ถูกฆ่าเหมือนหมูเหมือนหมา
“พวกเราออกไปฆ่ามัน!” สวีอี้ซานตะโกนสั่ง สั่งให้ผู้คุ้มกันของตระกูลสวีบุกออกไป
คนที่หนีไปล้วนเป็นคนธรรมดา บรรดาผู้ฝึกตนระดับพลังกำเนิดฟ้าถูกหลิวอู๋เสียฆ่าตายหมด เหลืออยู่เพียงผู้ฝึกตนระดับพลังสั่งสมฟ้า
บรรดาผู้ดูแลของตระกูลสวีล้วนเป็นผู้ฝึกตนระดับพลังกำเนิดฟ้า พวกเขาอดทนมาเป็นเวลานานแล้ว ในที่สุดพวกเขาก็ได้โอกาส หากไม่รีบลงมือ พวกเขาจะถูกเขยฆ่าตายหมด
ทางออกถูกปิดตาย เกิดการต่อสู้อีกครั้ง ผู้คนเพียงไม่กี่ร้อยคนที่เหลือถูกกลุ่มของสวีอี้ซานฆ่าตายจนหมดสิ้น
เถียนฉีซาลืมที่จะต่อต้าน เขามองดูเหล่าศิษย์ของตระกูลเถียนตายไปต่อหน้าต่อตา แต่เขาทำอะไรไม่ได้
เขาทำได้เพียงระบายความโกรธทั้งหมดออกมาใส่หลิวอู๋เสียเพียงคนเดียว นี่ทั้งหมดเป็นเพราะเขาคนเดียว
ผู้คนธรรมดาตายหมดแล้ว เหลือเพียงห้าคนที่อยู่ในระดับพลังชำระวิญญาณ พวกเขายืนอยู่ตรงนั้น ดวงตาของพวกเขาแดงก่ำ
– โปรดติดตามตอนต่อไป –