Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

ไท่หวง สูบกลืนสวรรค์ - ตอนที่ 80 วิกฤติตระกูล

  1. Home
  2. ไท่หวง สูบกลืนสวรรค์
  3. ตอนที่ 80 วิกฤติตระกูล
Prev
Next

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

วันรุ่งขึ้น!

เมืองชางหลันเปิดประตูต้อนรับผู้มาเยือนจากทั่วทุกสารทิศเช่นเคย

ร้านค้ามากมายในเมืองเปิดทำการตามปกติ แต่สิ่งที่แปลกก็คือวันนี้เมืองชางหลันเต็มไปด้วยบรรยากาศที่วังเวง

เมื่อฤดูหนาวใกล้เข้ามาทุกที เกล็ดหิมะก็เริ่มโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า

เจ้าของร้านคนหนึ่งเปิดประตูบานสุดท้าย ขยับคอเล็กน้อย และเอามือทั้งสองข้างสอดเข้าไปในแขนเสื้อ “อากาศชิบหายแบบนี้ วันนี้คงขายไม่ดี ปิดร้านแต่หัววัน กลับเรือนไปกอดเมีย นอนให้สบายดีกว่า”

บนถนนไม่มีผู้คน อาจเป็นเพราะอากาศที่หนาวเย็น หรืออาจเป็นเพราะมีเรื่องใหญ่กำลังจะเกิดขึ้น

“ตึง!”

เสียงดังตึง ๆ ดังมาจากพื้นดินไกลออกไป ราวกับแผ่นดินไหว เจ้าของร้านหลายคนเดินออกมา มองไปยังถนนที่อยู่ไกลออกไป

ในชั่วพริบตา!

บนท้องถนนก็เกิดความโกลาหล ร้านค้าส่วนใหญ่เลือกที่จะปิดร้าน พวกเขาเพิ่งเปิดร้านได้ไม่นาน ก็ต้องมาปิดแบบนี้ มันผิดปกติเกินไป

“นั่นมัน… คนของตระกูลเถียนกับตระกูลว่านนี่ พวกเขามุ่งหน้าไปทางตระกูลสวี” เจ้าของร้านเล็ก ๆ หลายคนมารวมตัวกันและพูดคุยกันด้วยเสียงต่ำ

“ข้านึกออกแล้ว วันนี้เป็นวันครบกำหนดหนึ่งเดือนนี่ ข้าลืมเรื่องนี้ไปได้อย่างไร?”

ผู้คนจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ ยื่นหัวออกมา มองไปทางตระกูลสวี

หิมะตกหนักขึ้นเรื่อย ๆ บนถนนราวกับปูพรมสีเงินบาง ๆ เสียงฝีเท้าเหยียบลงไป ดังเสียงเอี๊ยดอ๊าดเบา ๆ

“ปิดร้าน พวกเราก็ไปดูกันเถอะ ท้องฟ้าของเมืองชางหลันกำลังจะเปลี่ยนไปแล้ว!”

กลุ่มคนกลุ่มหนึ่งเดินตามหลังกองทัพของทั้งสองตระกูล เข้าใกล้ ตระกูลสวี มากขึ้นเรื่อย ๆ

เรือนหลักตระกูลสวี!

เหล่ายอดฝีมือระดับสูงมารวมตัวกัน โรงตีอาวุธทั้งห้าแห่งปิดทำการในวันนี้ และได้เรียวยอดฝีมือกลับมาเพื่อปกป้อง ตระกูลสวี

“นายท่านรอง แย่แล้วขอรับ ตระกูลเถียนกับตระกูลว่านนำกำลังพลบุกโจมตี เหลือระยะทางอีกเพียงหนึ่งลี้ก็จะถึง ตระกูลสวี ของพวกเราแล้วขอรับ” ผู้คุ้มกันวิ่งเข้ามารายงานสถานการณ์ พลางคุกเข่าลงข้างหนึ่งตรงทางเข้าเรือนหลัก

“รับคำสั่ง! ทุกคนเตรียมพร้อมรบ!” สวีอี้ซานออกคำสั่ง ผู้คุ้มกันและคนรับใช้ต่างพากันถืออาวุธ กรูกันออกไปจาก ตระกูลสวี เพื่อยืนหยัดต่อสู้กับสองตระกูลใหญ่จนถึงที่สุด

ประตูทางเข้าตระกูลสวีเป็นถนนกว้างสิบจั้ง สองข้างทางมีผู้คนมามุงดูเหตุการณ์อยู่ห่าง ๆ

หิมะโปรยปรายลงมาไม่ขาดสาย ปกคลุมอยู่บนศีรษะและเสื้อผ้าของผู้คนจนหนาเตอะ

สายลมหนาวพัดกระหน่ำ แต่ไม่มีผู้ใดรู้สึกหนาวเหน็บ เพราะความร้อนรุ่มในใจได้ขับไล่ความหนาวเย็นไปจนหมดสิ้น

สายตาทุกคู่ต่างจับจ้องไปยังอีกฟากหนึ่งของถนน

หนึ่งนาทีผ่านไป…

ห้านาทีผ่านไป…

สิบนาทีผ่านไป…

จู่ ๆหิมะก็หยุดตก แสงแดดส่องสว่างลงมา หิมะที่อยู่บนพื้นสะท้อนแสงแวววาว เกิดเป็นแสงสีรุ้งสะท้อนไปยังกำแพงโดยรอบ

ผู้คนหลายพันคนกำลังเคลื่อนที่เข้ามาใกล้จากอีกฟากหนึ่งของถนน ส่งแรงสั่นสะเทือนไปยังพื้นหินจนเกิดเสียงดังสนั่น

ทุกคนในตระกูลสวีต่างกำอาวุธในมือแน่น สิ่งที่ต้องเกิดก็ต้องเกิด

บนกำแพงสูงไม่ไกลนัก มีชายสองคนยืนอยู่

“ท่านเจ้าเมือง ท่านคิดว่าครั้งนี้จะประสบความสำเร็จหรือไม่ขอรับ” ชายที่อยู่ด้านขวาถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา เขาผู้นี้คือเสมียนประจำจวนเจ้าเมือง

“เว้นแต่จะมีปาฏิหาริย์เกิดขึ้น!” ฉีเอินสือพูดด้วยแววตาเหยียดหยัน

เมื่อนึกถึงวันที่ถูกหลิวอู๋เสียบังคับให้เขาออกมาแก้ต่างเรื่องที่เกิดขึ้นในเทือกเขาลั่วรื่อและให้ขับไล่คณะสืบสวนออกไปจาก เมืองชางหลัน เขาก็รู้สึกแค้นเคืองจนแทบกัดฟัน

หากวันนั้นเด็กคนนั้นไม่ปรากฏตัวขึ้น ตระกูลสวีคงถูกคณะสืบสวนจับตัวไปแล้ว คงไม่สามารถอยู่รอดมาจนถึงวันนี้ได้

ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นแผนการร้ายกาจของเด็กคนนั้น ที่คอยช่วยเหลือตระกูลสวีมาโดยตลอด

ครั้งนี้ ขอดูหน่อยเถอะว่าตระกูลสวีจะฝ่าฟันวิกฤตินี้ไปได้อย่างไร?

“ข้าได้รับข่าวมาว่า สวีอี้ซานกำลังหาวิธีทะลวงไปยังระดับพลังชำระไขกระดูก หากเขาบรรลุขึ้นมาได้ พวกเขาสองตระกูลอาจตกอยู่ในอันตราย” เสนาบดีข้างกายขมวดคิ้ว

ฉีเอินสือเงียบไปครู่หนึ่ง ไม่พูดอะไร ดวงตามองไปยังเบื้องบนของตระกูลสวี “ระดับพลังชำระไขกระดูก มิใช่จะทะลวงได้ง่ายดายเช่นนั้น”

เขาใช้เวลาสิบกว่าปี กว่าจะทะลวงระดับพลังชำระไขกระดูกได้สำเร็จ กลายเป็นเจ้าเมืองชางหลัน

“พวกเราประมาทมิไม่ได้ หากตระกูลสวีถูกกำจัด จวนเจ้าเมืองของพวกเราจึงจะถือว่าควบคุมเมืองชางหลันทั้งเมืองได้อย่างแท้จริง” ในสี่ตระกูลใหญ่ มีเพียงตระกูลสวีเท่านั้นที่ไม่มีความเกี่ยวข้องใด ๆ กับจวนเจ้าเมือง

ตระกูลว่านและตระกูลเถียนสมคบคิดกับจวนเจ้าเมืองมานานแล้ว

“ต่อให้เขาทะลวงระดับพลังชำระไขกระดูกได้ วันนี้ตระกูลสวีก็ต้องพินาศอยู่ดี” มุมปากของฉีเอินสือเผยรอยยิ้มเย็นชา ท่าทางมั่นใจราวกับจับไข่ใส่ตะกร้าได้

เสนาบดีไม่พูดอะไรต่อ นายท่านไม่เคยทำศึกที่ไม่มีโอกาสชนะ เมื่อพูดว่าวันนี้ตระกูลสวีต้องพินาศ ก็ต้องถูกกำจัดอย่างราบคาบแน่นอน

กองกำลังกว่าพันคน แบ่งเป็นสองฝั่ง เป็นตัวแทนของตระกูลเถียนและตระกูลว่าน ล้อมประตูใหญ่ของตระกูลสวีเอาไว้

“ให้สวีอี้หลินคลานออกมาตายเสีย!” ว่านหรงเจ๋อตวาดลั่น เสียงดังจนเกล็ดหิมะบนกระเบื้องหลังคาร่วงกราว

ครบกำหนดหนึ่งเดือนตามที่นัดหมายแล้ว!

ปรมาจารย์ฮั่วยืนอยู่ไม่ไกล ไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรดี ก่อนประมุขหอจากไปได้บอกเขาว่าให้ดูแลตระกูลสวี

แต่ไม่ได้บอกรายละเอียดว่าต้องทำอย่างไร ตระกูลสวีอยู่ในอันตรายถึงเพียงนี้ เพียงเขาผู้เดียว ไม่อาจต้านทานได้

ไม่ใช่ตระกูลเถียนกับตระกูลว่านที่น่ากลัว แต่เป็นยอดฝีมือที่มาจากตระกูลเซวียต่างหาก

“ว่านหรงเจ๋อ พวกเราตระกูลสวีไม่ได้มีแค้นลึกฝังหุ่นกับพวกเจ้า ทำไมถึงต้องมาโจมตีพวกเราด้วย” สวีอี้ซานพูดด้วยท่าทีองอาจ

พูดง่าย ๆ คือ สองตระกูลนี้ไม่ได้มีเรื่องบาดหมางกันมากมาย ถึงมี ก็ไม่ถึงขั้นฆ่าล้างตระกูลเช่นนี้

มีเพียงความแค้นที่ฝังลึกเท่านั้น จึงจะลงมือสังหารคนทั้งตระกูลได้ลงคอ

“ฮึ่ม รีบมอบไอ้สารเลวนั่นมาเสีย! บังอาจสังหารศิษย์ตระกูลว่านของข้า ความแค้นนี้มิอาจอยู่ร่วมฟ้าเดียวกันได้ ยังไม่สาสมอีกหรือ!” วันนั้นที่สนามต่อสู้หลิวอู๋เสียได้สังหารศิษย์ของตระกูลว่านไปสิบสองคน

เรื่องนี้แพร่สะพัดไปทั่วเมืองชางหลันนานแล้ว ไม่ใช่ความลับอะไร

ส่วนตระกูลเถียนนั้น คิดจะเอาชีวิตกันไปนานแล้ว ส่งคนมาหาเรื่องที่โรงตีอาวุธก็ถือว่าเป็นศัตรูกันไปแล้ว

“พูดไร้สาระกับพวกมันทำไม ฆ่ามันให้หมด!” เถียนฉีซาทนไม่ไหวอีกต่อไป โบกมือครั้งเดียว ยอดฝีมือของ ตระกูลเถียน ที่อยู่ด้านหลังก็พุ่งเข้าใส่ตระกูลสวีราวกับหมาป่า

การต่อสู้ปะทุขึ้นในทันที!

ต่อจากนั้น ยอดฝีมือของตระกูลว่านก็พุ่งเข้าใส่ ทั้งสองฝ่ายต่อสู้กันอย่างดุเดือด

เลือดสาดกระเซ็น เพียงแค่ปะทะกันครั้งแรก ผู้คุ้มกันของตระกูลสวีก็ถูกสังหารไปหลายคน

“ปกป้องศักดิ์ศรีของตระกูลสวี แม้ตายก็ไม่เสียใจ!” สวีอี้ซานคำรามอย่างเกรี้ยวกราด ถือดาบยาวพุ่งเข้าสู่สนามรบ

การต่อสู้ดุเดือดอย่างยิ่ง ผู้คุ้มกันของตระกูลสวีต่อสู้อย่างกล้าหาญ แต่ก็ไม่อาจหยุดยั้งความตายได้

ความแข็งแกร่งของทั้งสองฝ่ายต่างกันเกินไป หากเป็นแบบนี้ต่อไป ตระกูลสวีคงจะถูกสังหารจนหมดสิ้นในไม่ช้า

ในที่สุดร่างสองร่างก็ปรากฏตัวขึ้นที่ประตูเมืองชางหลัน พวกเขาหอบหายใจอย่างเหนื่อยล้า เดินทางมาทั้งคืน

“กลิ่นเลือด!” จมูกของหลิวอู๋เสียไวต่อกลิ่นมาก เขาได้กลิ่นเลือดคละคลุ้งอยู่ในอากาศ

“แย่แล้ว!” ร่างกายของเขากลายเป็นดาวตก พุ่งตรงไปที่ตระกูลสวี

ด้านนอกประตูตระกูลสวี บนพื้นมีศพนอนเกลื่อนกลาดอยู่หลายสิบศพ ล้วนเป็นผู้คุ้มกันที่ซื่อสัตย์ของตระกูลสวี

“สวีอี้ซาน เจ้าขวางข้าได้ไม่นานหรอก บอกพี่ชายของเจ้ารีบออกมาตายเสีย” ว่านหรงเจ๋อ ยังไม่ทันได้ลงมือ ตระกูลสวี ก็มีผู้บาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมากแล้ว

นอกจากศิษย์ของทั้งสองตระกูลแล้ว ยังมีอีกหลายคนที่ไม่ได้ลงมือ พวกเขายืนดูการต่อสู้อยู่ด้านข้าง

ทั้งสองฝ่ายต่างถอยกลับไปยังค่ายของตน บรรดาผู้คุ้มกันตระกูลสวีที่ได้รับบาดเจ็บกำลังฟื้นฟูร่างกาย ไม่มีใครถอยกลับ แม้ตายก็ต้องปกป้องตระกูลสวี

ผู้คุ้มกันเหล่านี้ได้รับการฝึกฝนจากสวีอี้หลินมาตั้งแต่เด็ก พวกเขามีความจงรักภักดีต่อตระกูลสวีอย่างไม่เสื่อมคลาย ผู้คุ้มกันหลายคนถึงกับเปลี่ยนนามสกุลเป็นสวีและกลายเป็นส่วนหนึ่งของตระกูลสวี

“ฆ่ามันให้หมด! ดูซิว่าสวีอี้หลินจะหลบซ่อนได้อีกนานแค่ไหน!” เถียนฉีซาปล่อยรังสีอันทรงพลังออกมา พัดพากองหิมะบนพื้นให้กระจายไปทั่ว

“ฆ่ามันให้หมด!” เหล่าศิษย์ตระกูลเถียนต่างพากันคำรามลั่น

เสียงคำรามดังสนั่นหวั่นไหวไปไกลหลายลี้ ชาวเมืองชางหลันที่มุงดูอยู่โดยรอบต่างพากันมารวมตัวกันมากขึ้นเรื่อย ๆ

“ฆ่า! ฆ่า! ฆ่า!”

การสังหารหมู่เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง บนพื้นหินสีเขียว เลือดไหลรินเป็นทาง เลือดไหลลงสู่ร่องน้ำทั้งสองข้าง ไหลลงสู่ใต้ดินตามร่องหิน

ตระกูลเถียนและตระกูลว่านต่างสูญเสียคนไปกว่าสิบนาย ศพของพวกเขาถูกนำลงไปอย่างรวดเร็ว

ทันใดนั้น!

ภายในตระกูลสวีก็มีรังสีอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ออกมา ปกคลุมทั่วท้องฟ้าเหนือตระกูลสวี

“นี่มัน…” ดวงตาของยอดฝีมือตระกูลเซวียหลายคนหรี่ลง พวกเขามองไปยังส่วนลึกของตระกูลสวี

ฉีเอินสือเซจนเกือบตกกำแพง เขามองท้องฟ้าเหนือตระกูลสวีอย่างไม่วางตา

รังสียิ่งทวีความแข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ ใกล้เข้ามาถึงสนามรบ ทั้งสองฝ่ายหยุดการต่อสู้และมองตระกูลสวีพร้อมกัน

“รังสีของระดับพลังชำระไขกระดูก! หรือว่าสวีอี้หลินจะทะลวงไปถึงระดับพลังชำระไขกระดูกแล้วจริง ๆ!” สีหน้าของว่านหรงเจ๋อเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก

ในเมืองชางหลัน นอกจากหอตันเป่าและจวนเจ้าเมืองแล้ว จะมียอดฝีมือระดับพลังชำระไขกระดูกประจำการอยู่ ตระกูลใหญ่ทั้งสี่ไม่มีผู้ใดที่ทะลวงระดับพลังชำระไขกระดูก

ใครก็ตามที่กำเนิดยอดฝีมือระดับพลังชำระไขกระดูกได้ก่อนจะเป็นฝ่ายได้เปรียบและกลืนกินตระกูลอื่น ๆ

“ท่านเจ้าตระกูล! ต้องเป็นท่านเจ้าตระกูลแน่ ๆ! ท่านทะลวงไปถึงระดับพลังชำระไขกระดูกแล้ว!” บรรดาผู้คุ้มกันตระกูลสวีต่างโห่ร้องด้วยความยินดี

เมื่อท่านเจ้าตระกูลของพวกเขาทะลวงไปถึงระดับพลังชำระไขกระดูกได้ วิกฤติของตระกูลสวีก็จะคลี่คลาย พวกเขาไม่เพียงแต่จะสามารถยืนหยัดอยู่ในเมืองชางหลันได้เท่านั้น แต่ยังสามารถยกระดับขึ้นไปอีกขั้นได้อีกด้วย

ร่างหนึ่งพุ่งทะยานออกมาจากส่วนลึกของ ตระกูลสวี รวดเร็วจนมองไม่ทัน เขาไม่ทันได้ข้ามลานเรือนของ ตระกูลสวี จึงต้องทะลุหลังคาออกมา ร่างของเขาร่วงหล่นลงมาที่หน้าประตูตระกูลสวีราวกับดาวตก

ชำระไขกระดูก!

เงียบ!

ทั่วทั้งสนามรบตกอยู่ในความเงียบสงัด สายตาทุกคู่จับจ้องไปที่ร่างของสวีอี้หลิน

เขาเหลือบมองศพบนพื้น พลันพลังสังหารอันน่าสะพรึงกลัวก็แผ่ออกมาจากร่างของเขา กวาดล้างทุกสิ่งรอบตัว เหล่าศิษย์ตระกูลว่านและตระกูลเถียนที่อยู่ใกล้ ๆ ถูกแรงปะทะจนกระเด็นออกไปไกลหลายสิบหมี่

“พวกเจ้าทุกคนสมควรตาย กล้ามากที่บุกมาฆ่าผู้คุ้มกันตระกูลสวีของข้า! ตระกูลว่านและตระกูลเถียน พวกเจ้าไม่สมควรมีที่ยืนในเมืองชางหลันอีกต่อไป!” สวีอี้หลินแสดงสีหน้าโศกเศร้า ผู้คุ้มกันเหล่านี้ล้วนถูกเขาฝึกฝนมากับมือ เปรียบเสมือนญาติผู้ติดตาม

ระดับพลังชำระไขกระดูก เขาสามารถพูดคำเหล่านี้ออกมาได้อย่างเต็มภาคภูมิ

สีหน้าของว่านหรงเจ๋อและเถียนฉีซามืดมนจนน่ากลัว ใครจะไปคิดว่าสวีอี้หลินจะสามารถทะลวงระดับพลังชำระไขกระดูกได้ในเวลาเช่นนี้

ศิษย์ทั้งสองตระกูลต่างถอยหลัง ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจ ข้อได้เปรียบที่พวกเขามีอยู่ทั้งหมด ได้มลายหายไปในพริบตากับการปรากฏตัวของสวีอี้หลิน

“ว่านหรงเจ๋อ เถียนฉีซา เตรียมตัวตายได้เลย!” สวีอี้หลินค่อย ๆ เดินเข้าไปหา พลังของเขาทวีคูณมากขึ้นเรื่อย ๆ

เพิ่งจะบรรลุขอบเขตได้ไม่นาน พลังของระดับพลังชำระไขกระดูกกลับเข้มข้นถึงเพียงนี้ เกี่ยวข้องกับเคล็ดวิชาที่หลิวอู๋เสียมอบให้เขาอย่างแน่นอน

คนทั่วไปที่ทะลวงระดับพลังยุทธ์จำเป็นต้องใช้เวลาในการเสริมสร้างรากฐานอยู่พักหนึ่ง แต่เขากลับสามารถใช้พลังได้อย่างเต็มที่ พลังที่แสดงออกมานั้นช่างน่าตกตะลึง

ตระกูลซงยืนดูอยู่ห่าง ๆ สถานการณ์พลิกผันเกินกว่าที่ทุกคนคาดคิด

“ในที่สุดตระกูลสวีก็กำลังจะผงาดขึ้นแล้ว!” ผู้อาวุโสตระกูลซงพูดพึมพำ

“เขายังต้องผ่านวันนี้ไปให้ได้ก่อนเถอะ ถึงจะพูดแบบนั้นได้!” ซงเทียนหาวขมวดคิ้วแน่น เขาไม่ค่อยเชื่อมั่นในตระกูลสวีเท่าไหร่นัก

ทุกย่างก้าวที่สวีอี้หลินเดินเข้าไป คนของทั้งสองตระกูลก็ต้องถอยหลังร่นไปหนึ่งก้าว พวกเขาทนแรงกดดันของระดับพลังชำระไขกระดูกไม่ไหว

ว่านหรงเจ๋อมีสีหน้าที่น่าเกลียดอย่างยิ่ง ชัยชนะอยู่แค่เอื้อม สวีอี้หลินกลับพุ่งออกมาขัดขวางแผนการทั้งหมดของพวกเขา

เขากับเถียนฉีซาต่างก็อยู่ในระดับพลังชำระวิญญาณขั้นสูงสุดเท่านั้น ต่อให้ร่วมมือกันก็ไม่ใช่คู่มือของสวีอี้หลินเรื่องนี้ค่อนข้างยุ่งยากเสียแล้ว

“สวีอี้หลิน เจ้าคิดว่าการทะลวงสู่ระดับพลังชำระไขกระดูกจะสามารถพลิกสถานการณ์ได้อย่างนั้นหรือ ข้าบอกเจ้าไว้เลย ถึงเจ้าจะทะลวงสู่ระดับพลังชำระไขกระดูกได้ ก็หยุดยั้งการล่มสลายของตระกูลสวีไม่ได้หรอก” เถียนฉีซาหัวเราะอย่างชั่วร้าย สายตามองไปยังคนของตระกูลเซวีย

– โปรดติดตามตอนต่อไป –

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 80 วิกฤติตระกูล"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย