ไท่หวง สูบกลืนสวรรค์ - ตอนที่ 71 โอสถวิญญาณทองคำ
กลิ่นหอมของยาฟุ้งกระจาย!
ท้องฟ้าถูกปกคลุมไปด้วยกลิ่นหอมของยา ทุกคนต่างหลงใหลไปกับมันโดยไม่รู้ตัว
ปรมาจารย์เม่าลืมตาขึ้น ในดวงตาของเขาเผยให้เห็นถึงความตกใจอย่างมาก
เปลวเพลิงเล็กลงเรื่อย ๆ ในวินาทีสุดท้ายหลิวอู๋เสียก็ตบฝ่ามือทั้งสองข้างลงบนเตายา ปล่อยปราณแท้ที่ล้ำลึกเข้าไป โอสถด้านในส่งเสียงร้องอย่างมีความสุข ราวกับเด็กซุกซนที่วิ่งเล่นอยู่ในเตายา
“วิธีการช่างประหลาดนัก ไม่เหมือนวิธีหลอมของราชวงศ์ต้าเยี่ยนเรา”
ตั้งแต่ต้นจนจบซางเหยียนไม่ละสายตาจากหลิวอู๋เสียเลย ชุดทักษะการหลอมนี้ไม่เคยปรากฏในราชวงศ์ต้าเยี่ยน มาก่อน
ราชวงศ์แต่ละแห่งมีเคล็ดลับการหลอมที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง ราชวงศ์ต้าเยี่ยน ให้ความสำคัญกับการกลับคืนสู่สู่ต้นกำเนิด
“ดูเหมือนว่าราชวงศ์อื่น ๆ เองก็ไม่เคยปรากฏวิธีการหลอมแบบนี้มาก่อน”
โจวซินเซิงพูดแทรก พวกเขามีการติดต่อกับราชวงศ์ใหญ่โดยรอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในศิลปะการเล่นแร่แปรธาตุ พวกเขาจะแลกเปลี่ยนกันทุก ๆ สองสามปีเพื่อเรียนรู้ซึ่งกันและกันและดูดซับจุดแข็งของกันและกัน
แปลกมาก ราชวงศ์โดยรอบไม่เคยปรากฏวิธีการหลอมแบบนี้มาก่อน และมันไม่ได้มาจาก ราชวงศ์ต้าเยี่ยน มีความเป็นไปได้เพียงอย่างเดียว วิธีการหลอมนี้หลิวอู๋เสียคิดค้นขึ้นเอง
“พูดมาก็มากแล้ว เรามาตัดสินกันที่โอสถดูก่อนว่าเป็นโอสถอะไร!”
ทุกคนดูโอสถของคนอื่น ๆ เกือบหมดแล้ว ไม่น่าแปลกใจที่จี้หยางอยู่อันดับหนึ่ง ฉินเล่อเทียนอยู่อันดับสอง จั่วหงอยู่อันดับสาม ไม่ต่างจากปีที่แล้วมากนัก
การสร้างความปั่นป่วนครั้งใหญ่เช่นนี้ ปรากฏการณ์บนท้องฟ้า กลุ่มเมฆควบแน่น พวกเขาไม่เคยเห็นมาก่อน
ฝาเตาเปิดออก ควันสีทองอ่อน ๆ ลอยปกคลุมท้องฟ้า บดบังสายตาของทุกคน กลิ่นหอมที่ชื่นใจลอยเข้าไปในรูจมูกของพวกเขา พวกเขาก็สูดหายใจเข้าไปอย่างแรง รู้สึกสบายไปทั้งตัว
กลุ่มคนรุมล้อมเข้ามา อยากเห็นให้ชัด ๆ
ซ่างกวนไฉไม่ได้เข้าไปใกล้ อวิ๋นหลานกับหนานกงฉีและคนอื่น ๆ ยืนอยู่ไกลออกไป ยิ่งไม่มีคุณสมบัติพอจะเข้าไปใกล้
ผู้ตัดสินทั้งสามยืนอยู่ข้างเตาหลอม มองหน้ากันเลิ่กลั่ก ไม่รู้จะทำอย่างไร
“พวกเจ้าเคยเห็นโอสถแบบนี้หรือไม่?” ปรมาจารย์เม่าถาม
โจวซินเซิงกับซางเหยียนส่ายหัว พวกเขาไม่เคยเห็นโอสถแบบนี้มาก่อน
“พวกเจ้าเคยเห็นโอสถแบบนี้หรือไม่” จากนั้นหันไปถามปี้กงอวี่และปรมาจารย์หลอมโอสถคนอื่น ๆ
ผลลัพธ์ที่ได้ก็เหมือนกับคำตอบของซางเหยียน พวกเขาไม่เคยเห็นโอสถแบบนี้มาก่อน มันมีเปลือกนอกสีทอง
โอสถส่วนใหญ่จะเป็นสีขาวและสีเขียวอ่อน ยากที่จะมีโอสถสีทอง
โอสถยังคงกลิ้งไปมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้หยุดลงโดยสิ้นเชิง รออยู่ประมาณหนึ่งนาที โอสถสีทองสิบห้าเม็ดก็หยุดลงในที่สุด
“ลายโอสถ พวกเจ้าดูสิ มีลายโอสถอยู่บนนั้น”
เคอเหวินดูเหมือนจะเสียสติไปแล้ว จับผมตัวเองแน่น ปรมาจารย์หลอมโอสถสามดาวทำท่าทางเหมือนเด็ก ตื่นเต้นจนตัวสั่น
คำว่าลายโอสถ ดังก้องไปทั่วทั้งบริเวณ ผู้คนที่อยู่ในพื้นที่ชมวิวอดใจไม่ไหว พุ่งลงมาทีละคน อยากเห็นให้ชัด ๆ
ร่างกายของอวิ๋นหลานเซ เกือบจะล้มลงกับพื้น ลายโอสถเป็นเพียงแค่ตำนาน ไม่คิดว่าวันนี้จะปรากฏขึ้นต่อหน้าต่อตาพวกเขาจริง ๆ
ปรมาจารย์เม่าตกตะลึง!
ซางเหยียนตาค้าง!
โจวซินเซิงทำหน้าเหรอหรา!
ร่างกายของปี้กงอวี่สั่นเทา
……
สีหน้าของทุกคนแตกต่างกันไป ตกใจ ตื่นตระหนก ไม่เข้าใจ…
“นี่… นี่คือลายโอสถจริงหรือ?”
ไม่มีใครกล้าเอื้อมมือไปหยิบ โอสถที่มีลายโอสถ ในสายตาของพวกเขา มันเป็นเหมือนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ใครจะกล้าลบหลู่
หลิวอู๋เสียเหลือบมองพวกเขาอย่างเย็นชา ลายเม็ดโอสถเป็นเพียงพื้นฐานที่สุดของการเล่นแร่แปรธาตุ ยิ่งไปกว่านั้นยังมีรัศมีเม็ดโอสถ แก่นแท้เม็ดโอสถ และจิตวิญญาณเม็ดโอสถ หากพวกเขารู้ พวกเขาจะต้องคลั่งแน่ ๆ
“ถูกต้อง แม่นยำทีเดียว นี่คือลายเม็ดโอสถจริง ๆ ข้าเคยเห็นในบันทึกโบราณ”
ซางเหยียนตื่นเต้นเล็กน้อยและพูดอย่างมั่นใจ นี่คือลายเม็ดโอสถอย่างไม่ต้องสงสัย
“แต่นี่มันยาอะไรกัน? พวกเราไม่เคยเห็นมาก่อนเลย แม้แต่ระดับขั้นก็ยังไม่รู้”
การปรากฏตัวของลายเม็ดโอสถทำให้พวกเขาดีใจอย่างสุดซึ้ง สิ่งเดียวที่รบกวนพวกเขาคือชื่อของโอสถนี้ รวมถึงสรรพคุณของมัน เป็นต้น ทุกคนไม่ชัดเจน
สายตาของทุกคนต่างจับจ้องไปที่ใบหน้าของหลิวอู๋เสียรอคำตอบจากเขา
“นี่เรียกว่า โอสถวิญญาณทองคำ เป็นโอสถระดับสาม สรรพคุณหลักคือสามารถฟื้นฟูปราณแท้ได้อย่างรวดเร็ว ไม่เพียงแต่สามารถเสริมสร้างรากฐานและบำรุงร่างกายเท่านั้น แต่ยังสามารถขยายเส้นลมปราณได้อีกด้วย”
หลิวอู๋เสียอธิบาย โอสถวิญญาณทองคำนั้นมีทั้งสรรพคุณโอสถเสริมพื้นฐานและสรรพคุณโอสถเพาะจิต และยังรวมถึงสรรพคุณของโอสถเสริมสร้างรากฐานด้วย อาจพูดได้ว่าบรรลุผลสำเร็จสามประการในหนึ่งเดียว
ยาเสริมพื้นฐาน ส่วนใหญ่ใช้ฟื้นฟูปราณแท้ โอสถเพาะจิต เหมาะสำหรับการบ่มเพาะพลัง โอสถเสริมสร้างรากฐาน เหมาะสำหรับการเสริมสร้างรากฐานและบำรุงร่างกาย
โอสถวิญญาณทองคำของหลิวอู๋เสียรวมทุกอย่างเข้าด้วยกัน ทำลายความรู้ความเข้าใจของพวกเขาโดยสิ้นเชิง
มีโอสถวิเศษเช่นนี้อยู่ในโลกด้วยหรือ
ซี้ด!
เสียงสูดหายใจดังขึ้นรอบ ๆ สมุนไพรหนึ่งร้อยต้น ถูกหลอมเป็นโอสถสิบห้าเม็ด สรรพคุณนั้นมากกว่าผลรวมของยาอีกสามชนิด เท่ากับว่าซื้อยาหนึ่งเม็ดแต่ได้ผลสามอย่าง แม้แต่คนโง่ก็รู้ว่าควรเลือกอย่างไร
จี้หยางใช้สมุนไพรวิญญาณเจ็ดสิบต้น หลอมเป็นโอสถสิบเม็ด หลิวอู๋เสียใช้สมุนไพรวิญญาณหนึ่งร้อยต้น หลอมเป็นโอสถสิบห้าเม็ด
ไม่ว่าจะเป็นด้านคุณภาพหรือการใช้สมุนไพรวิญญาณหลิวอู๋เสียได้บดขยี้ทุกคนด้วยท่าทีที่แข็งแกร่ง
“โอสถวิญญาณทองคำมีผลลัพธ์ที่น่าอัศจรรย์เช่นนี้จริงหรือ?”
ซางเหยียนถามอย่างไม่แน่ใจ พวกเขาคลุกคลีอยู่ในโลกแห่งโอสถมาหลายสิบปี นี่เป็นครั้งแรกที่ได้ยินเกี่ยวกับโอสถชนิดนี้
ยกเว้นปี้กงอวี่ ประมุขหอสาขาแต่ละคนต่างแสดงความสงสัยออกมา
“จะพูดมากไปทำไม หาคนมาลองดูก็รู้แล้ว”
เคอเหวินพูดอย่างตรงไปตรงมา ขอเพียงหาคนมาลอง ก็จะรู้ว่าโอสถนี้มีผลลัพธ์อย่างไร
ที่แปลกก็คือไม่มีใครเต็มใจที่จะก้าวออกมาลอง หากเป็นยาพิษ กินเข้าไปไม่เท่ากับถวายชีวิตไปเปล่าหรอกหรือ
“มีใครเต็มใจลองหรือไม่?”
สายตาของซางเหยียนกวาดไปรอบ ๆ สอบถามความคิดเห็นของทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ รวมถึงบริเวณที่นั่งสำหรับผู้ชม หวังว่าจะมีคนก้าวออกมาทดสอบผลลัพธ์ของโอสถนี้
เงียบกริบ!
แน่นอนว่าหลิวอู๋เสียไม่สามารถทดสอบด้วยตัวเองได้ ไม่มีพลังโน้มน้าวใจ ต้องให้คนนอกทดสอบจึงจะได้ พวกเขาสามารถสังเกตการณ์และแยกแยะผลลัพธ์ของโอสถได้
หากเป็นโอสถทั่วไปก็คงไม่เป็นไร แต่โอสถแต่ละเม็ดกลับมีรอยเส้นลายโอสถ นี่ไม่สอดคล้องกับตรรกะ หากไม่ตรวจสอบให้ชัดเจน ผู้ตัดสินทั้งสามจะไม่สบายใจ
“ข้าลองเอง!”
ชายหนุ่มชุดขาวคนหนึ่งเดินออกมาอย่างกะทันหัน ฝ่าฝูงชนมายืนอยู่ตรงหน้าเตาหลอมโอสถ พยักหน้าให้หลิวอู๋เสีย
“คุณชายขวงเฮ่อ ท่านอย่าเสี่ยงเลย นี่อาจเป็นยาพิษก็ได้”
เหวินซงพุ่งออกมาขวางขวงเฮ่อทันที ป้องกันไม่ให้เขาลองอย่างง่ายดาย เก้าในสิบส่วนเป็นยาพิษ พวกเขายังไม่เคยเห็นโอสถสีทองมาก่อน
“คุณชายเหวินพูดถูก โอสถเม็ดนี้ไม่เคยปรากฏมาก่อน ข้าขอแนะนำให้ใช้สัตว์อสูรมาทดสอบโอสถจะเหมาะสมกว่า”
เซียวหมิงอี้สนับสนุนคำพูดของเหวินซง ไม่ควรใช้คนมาลอง อันตรายเกินไป
ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วยกับมุมมองของพวกเขา หอสาขาแต่ละแห่งล้วนมีสัตว์ทดสอบโอสถ เมื่อหลอมโอสถใหม่สำเร็จ จะให้สัตว์ทดสอบโอสถกินก่อน
“ขอบคุณน้ำใจของทั้งสอง ข้าตัดสินใจแล้ว หากเกิดเรื่องใดขึ้น ข้าจะรับผิดชอบเอง ไม่เกี่ยวข้องกับคุณชายหลิวแม้แต่น้อย”
ขวงเฮ่อยังคงโค้งคำนับให้กับทั้งสองเพื่อแสดงความขอบคุณ จากนั้นจึงอธิบายมุมมองของเขาเองว่า เขาเต็มใจที่จะทดลองโอสถด้วยตัวเอง แม้ว่าเขาจะถูกพิษตาย หลิวอู๋เสียก็ไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบใด ๆ
เมื่อฝ่ายที่เกี่ยวข้องพูดแบบนี้แล้ว คนอื่น ๆ ก็ไม่สะดวกที่จะพูดอะไรอีก
“ท่านประมุข การทำแบบนี้เสี่ยงเกินไปหรือเปล่า” ขวงจ้านถามอย่างกังวล
“ไม่ต้องห่วง เฮ่อเอ๋อร์ทำอะไรมีขอบเขต” ขวงชิวค่อนข้างพอใจกับบุตรชายคนนี้ ไม่ใช่คนใจร้อน
ยืนอยู่ข้างเตาหลอม ยื่นมือออกไปหยิบโอสถวิญญาณทองคำในเตาหลอม
“เดี๋ยวก่อน!”
หลิวอู๋เสียขัดจังหวะขวงเฮ่อกะทันหัน ปล่อยให้เขารอ ทำให้หลายคนงุนงง มีคนเต็มใจทดลองโอสถแล้ว เจ้ายังอยากทำอะไรอีก
“หลิวอู๋เสีย เจ้าขี้ขลาดหรือเปล่า ไม่กล้าให้คนกิน งั้นข้าก็รู้ว่านี่เป็นยาพิษ”
เหวินซงหัวเราะกะทันหัน ถ้าเป็นยาปกติ ทำไมต้องหยุดขวงเฮ่อ กลืนลงไปตรง ๆก็สิ้นเรื่อง
หลิวอู๋เสียมองเหวินซงเหมือนมองคนโง่ ความรู้สึกที่ถูกเมินเฉยนั้นทำให้เหวินซงโกรธจนแทบบ้า
“คุณชายหลิวมีอะไรจะสั่งอีกหรือไม่” ขวงเฮ่อไม่ใช่ขยะอย่างเหวินซง เขาถามอย่างใจเย็น
“ฤทธิ์ยาของโอสถวิญญาณทองคำนั้นไม่เหมือนยาอื่น ๆ เพื่อยืนยันผล ข้าขอแนะนำให้พี่ชายขวงใช้ปราณแท้ทั้งหมดก่อน แล้วจึงกลืนลงไป ผลจะชัดเจนยิ่งขึ้น”
ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง คำอธิบายของหลิวอู๋เสียทำให้ทุกคนพยักหน้า
“ตกลง!”
ขวงเฮ่อเดินไปที่ลานกว้าง แสดงหมัดมวยตระกูลขวง แต่ละหมัดทรงพลัง ใช้เวลาเผาธูปหนึ่งก้าน ปราณแท้ก็แทบไม่เหลือแล้ว
“วิชาหมัดเยี่ยมยุทธ์!”
ชุดวิชาหมัดหนึ่งชุดจบลง เสียงปรบมือดังระงมจากรอบทิศ วิชาหมัดของสกุลขวง ผสานเข้ากับวิถีแห่งจิตรกรรม งดงามแต่ไม่ทิ้งความแข็งแกร่ง ระหว่างทั้งสอง ลงตัวอย่างสมบูรณ์แบบ
“ตอนนี้กินได้หรือยัง?”
ขวงเฮ่อเดินมาถึงข้างเตาหลอมโอสถอีกครั้ง แล้วถามขึ้น
หลิวอู๋เสียพยักหน้า บอกเป็นนัยว่าเขากินโอสถวิญญาณทองคำได้แล้ว
ขวงเฮ่อหยิบโอสถหนึ่งขึ้นมาต่อหน้าทุกคน โดยไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย ก่อนจะใส่เข้าไปในปาก
หัวใจของทุกคนต่างก็เต้นระทึก โดยเฉพาะเซียวหมิงอี้ ตู้หมิงเจ๋อ และคนอื่น ๆ พวกเขายังมีการประลองกับหลิวอู๋เสีย ใครแพ้ต้องคุกเข่าคำนับ
เมื่อวานคุกเข่าไปแล้วครั้งหนึ่ง ถ้าวันนี้ต้องคุกเข่าอีก เซียวหมิงอี้อยากจะฆ่าตัวตายเสียดีกว่า ต่อไปนี้คงไม่มีหน้าไปพบเจอผู้คนอีก
อวิ๋นหลานยืนอยู่ไกล ๆ กำหมัดแน่น ความอาฆาตแค้นในแววตาเด่นชัดขึ้นเรื่อย ๆ
จี้หยางยืนอยู่กับซ่างกวนไฉ เหลือบมองยาเสริมพื้นฐานเม็ดกลม ๆ สิบเม็ดในเตาหลอมโอสถ อาจารย์และศิษย์ต่างก็ไม่พูดอะไร เมื่อครู่นี้มีแต่เสียงยกยอปอปั้นมากมาย เมื่อหลิวอู๋เสียหลอมโอสถวิญญาณทองคำได้ ตอนนี้เมื่อนึกย้อนกลับไป นับเป็นเรื่องน่าขันอย่างยิ่ง
คนของสกุลขวงต่างก็ตึงเครียด ขวงเฮ่อคือดาวรุ่งแห่งรุ่นเยาว์ของสกุลขวง ผู้ที่มีความหวังมากที่สุดที่จะสืบทอดวิชาจิตรกรรม
เมื่อยาเข้าปาก ก็แปรเปลี่ยนเป็นพลังงานบริสุทธิ์ ก่อนจะไหลเข้าสู่โพรงปาก
กลิ่นหอมฟุ้งไปทั่ว ปากหอมสดชื่น ขวงเฮ่อไม่อาจบรรยายความรู้สึกในตอนนี้ได้ หลับตาลง สัมผัสอย่างช้า ๆ
“พลังปราณเข้มข้นมาก รสชาติพิเศษมาก ละลายในปากทันที!”
ขวงเฮ่อเล่ารายละเอียดของการกินโอสถให้ทุกคนฟังทีละอย่าง เนื่องจากเขาเป็นผู้ทดลองโอสถ แน่นอนว่าต้องเล่ารายละเอียดทุกอย่างของการทดลองโอสถให้ทุกคนฟัง
“หอมมาก เหมือนสายน้ำที่หอมหวาน ไหลเข้าสู่เส้นชีพจรของข้า รู้สึกสบายไปทั้งตัว บอกไม่ถูก แต่รู้สึกสบายมาก ตันเถียนก็อบอุ่น”
สิ้นเสียงคำพูดของเขา ขวงเฮ่อก็ทรุดตัวลงนั่งขัดสมาธิ ทันใดนั้น รอบ ๆ ตัวเขาก็เกิดความปั่นป่วนอย่างรุนแรง พลังปราณรอบ ๆ ไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่องและไหลเข้าสู่รูขุมขนของเขา
ฉากนี้ทำให้ผู้คนนับไม่ถ้วนตกตะลึง
ปราณแท้ในตันเถียนของขวงเฮ่อฟื้นตัวอย่างรวดเร็วในลักษณะที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าด้วยความเร็วอันน่าทึ่ง
– โปรดติดตามตอนต่อไป –