Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

ไท่หวง สูบกลืนสวรรค์ - ตอนที่ 66 คุกเข่าลงต่อหน้าข้า

  1. Home
  2. ไท่หวง สูบกลืนสวรรค์
  3. ตอนที่ 66 คุกเข่าลงต่อหน้าข้า
Prev
Next

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

ทุกสิ่งเกิดขึ้นรวดเร็วเกินกว่าจะกะพริบตา กระบี่สั้นของหลิวอู๋เสียผ่ากระแสลมสร้างเส้นทางสุญญากาศ

“แคร็ก!”

คมกระบี่ที่ตู้หมิงเจ๋อสร้างขึ้นถูกฉีกขาดอย่างไม่ปรานี ก่อนที่เขาจะตั้งตัวทัน ดาบสั้นก็จ่ออยู่ที่ลำคอของเขาแล้ว

ครึ่งชั่วอึดใจ

ปรมาจารย์เม่ากำลังจะก้าวเข้ามาห้ามปรามเพื่อป้องกันไม่ให้เรื่องบานปลาย แต่การต่อสู้ก็สิ้นสุดลง

“อย่าบังคับให้ข้าฆ่าเจ้า!”

กระบี่สั้นแนบชิดกับลำคอของตู้หมิงเจ๋อ ทำให้ขนทั่วร่างของเขาตั้งชัน โดยเฉพาะที่ลำคอ มีเลือดไหลซึมออกมาเล็กน้อยจากคมดาบที่กรีดผ่าน รูขุมขนของเขาขยายออกเอง

ตู้หมิงเจ๋อถึงกับอึ้ง พูดไม่ออก ในเสี้ยววินาทีนั้น เขาคิดว่าตัวเองคงตายแน่แล้ว

ดาบเล่มนั้นไร้เทียมทาน ไร้ร่องรอยราวกับเป็นธรรมชาติ หากออกแรงไปข้างหน้าอีกนิด หัวของเขาคงหลุดออกจากร่าง

ของเหลวหยดลงมาตามเป้ากางเกงของตู้หมิงเจ๋อ เขาไม่รู้ตัวเลยสักนิด เป็นปฏิกิริยาทางร่างกายตามธรรมชาติ เมื่อเผชิญกับความตกใจอย่างรุนแรง การฉี่ราดเป็นเรื่องปกติ

คมดาบเย็นเยียบแนบชิดกับผิวหนังของเขา ตู้หมิงเจ๋อแทบกลั้นหายใจ เขาไม่รู้จะทำอย่างไรดี ดวงตาของเขาเผยให้เห็นความกลัวที่ไม่มีที่สิ้นสุด

ดาบเดียวสะเทือนขวัญ!

ซู้ด!

เสียงสูดหายใจดังระงมไปทั่วบริเวณผู้ชม ภาพตรงหน้าเกินความคาดหมายของพวกเขา นี่ไม่ใช่ตอนจบที่พวกเขาต้องการ

ไม่ใช่ว่าทั้งคู่ควรจะต่อสู้กันหลายร้อยยกหรือ?

แต่ด้วยดาบเดียว ผู้ฝึกตนระดับพลังกำเนิดฟ้าขั้นห้าเป็นเหมือนหมูเหมือนหมา ยอมให้หลิวอู๋เสียฆ่าได้ตามใจชอบ

เซียวหมิงอี้ตัวสั่นไปทั้งตัว ร่างกายสั่นเทาเหมือนร่อนแกลบ ขยับตัวไม่ได้ ขาสองข้างชาไปหมด ดวงตาเผลอมองไปที่อวิ๋นหลานโดยไม่รู้ตัว เขายังไม่อยากตาย และไม่อยากคุกเข่าลง

“อย่า… อย่าฆ่าข้า!”

ตู้หมิงเจ๋อจิตใจล่มสลายโดยสิ้นเชิง เขาพูดคำสามคำนี้ออกมาอย่างยากลำบาก ทำให้ผู้คนจำนวนมากส่ายหัวถอนหายใจ เมื่อปีที่แล้วเขาเป็นตัวแทนของเมืองหนิงและได้ผลงานดีเยี่ยมอยู่ในอันดับหก แต่ปีนี้กลับตกต่ำถึงเพียงนี้

อัจฉริยะด้านการหลอมโอสถผู้ยิ่งใหญ่ในยุคนี้แทบจะไร้ค่าไปแล้ว

“ฆ่าเจ้า… ข้ายังรู้สึกว่ามันทำให้มือข้าสกปรกเลย”

เก็บดาบสั้นกลับเข้าฝัก สายตาเต็มไปด้วยการเยาะเย้ย ทำให้ตู้หมิงเจ๋ออับอายจนแทบมุดดินหนีได้ มือทั้งสองกำแน่น ความเกลียดชังที่ไม่มีที่สิ้นสุดแผดเผาออกมาจากอกของเขา แต่ไม่กล้าก้าวไปข้างหน้าแม้แต่ก้าวเดียว ฟันกัดกันดังกรอดจนริมฝีปากแตกเป็นแผล แต่กลับไม่รู้สึกเจ็บปวดใด ๆ

น่าอับอาย!

ต่อหน้าเหล่าปรมาจารย์หลอมโอสถจากสามสิบห้าเมือง กลับต้องประสบกับความอัปยศอดสูเช่นนี้ ต่อไปจะยังมีหน้าไปพบผู้คนได้อย่างไร

ตู้หมิงเจ๋อเหมือนกับคนสิ้นสติยืนอยู่ที่เดิมอย่างมึนงง ยังคงจมอยู่กับภาพดาบเมื่อครู่ ไม่สามารถดึงตัวเองกลับมาได้

“หรือว่าข้าตาฝาดไป!”

หนานกงฉีขยี้ตาแรง ๆ ไม่เชื่อในสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้า ตู้หมิงเจ๋อไม่เพียงแต่มีพรสวรรค์ในการหลอมโอสถที่สูงส่ง แต่ยังมีการฝึกฝนด้านการต่อสู้ที่โดดเด่นอีกด้วย ในวัยเพียงน้อยนิดก็สามารถบรรลุถึงระดับพลังกำเนิดฟ้าขั้นที่สามได้แล้ว หากเทียบกับราชวงศ์ต้าเยี่ยนแล้ว นับว่าเป็นอัจฉริยะ

อัจฉริยะเช่นนี้กลับถูกดาบเล่มหนึ่งจ่อที่คอ แม้แต่ผู้ที่อยู่ในระดับพลังชำระไขกระดูกก็ยังรู้สึกหนาวเย็นไปทั้งตัวอย่างไม่รู้ตัว

“นี่มันเป็นดาบที่ร้ายกาจจริง ๆ เฉพาะผู้ที่อยู่ในระดับพลังชำระวิญญาณเท่านั้นที่จะรับมือได้”

มีผู้เชี่ยวชาญมากมายนั่งอยู่ในที่นั้น พวกเขานึกถึงดาบเมื่อครู่นี้และพิจารณาว่าตัวเองมีโอกาสรับมือได้มากน้อยเพียงใด

หลังจากคิดอยู่นานก็ได้ข้อสรุปว่ามีเพียงผู้ที่อยู่ในระดับพลังชำระวิญญาณเท่านั้นที่จะทำได้ ด้วยการอาศัยพลังอันยิ่งใหญ่จากการชำระวิญญาณ กดข่มคู่ต่อสู้ จึงจะมีโอกาส

ยังมีความเป็นไปได้อีกอย่างหนึ่ง นั่นคือการฝึกฝนวิทยายุทธ์ขั้นสูง เช่นเดียวกับเหล่าอัจฉริยะจากสำนักศึกษาจักรวรรดิ พวกเขาก็มีความสามารถในการต่อสู้ข้ามระดับเช่นกัน

“เมืองชางหลันโชคดีจริง ๆ ที่สามารถขุดพบยอดฝีมือเช่นนี้ได้”

ผู้คนต่างพากันมองไปที่ปี้กงอวี่ด้วยสายตาอิจฉา การประลองโอสถในปีนี้กลายเป็นการแสดงเดี่ยวของเมืองชางหลันไปเสียแล้ว

ซ่างกวนไฉเหลือบมองไปที่ลี่อัน ทั้งสองมีสายตาที่เต็มไปด้วยความอับจน

เหล่าประมุขหอทั้งสามสิบห้าเมืองต่างก็มีสีหน้าที่แตกต่างกันไป อวิ๋นหลานโกรธจนกัดฟันกรอด ไอ้หนูคนนี้ช่างเก่งกาจเหลือเกิน

“เจ้าหนุ่มผู้นี้ดูมีอะไรดีจริง ๆ!”

ใบหน้าของขวงจ้านเต็มไปด้วยรอยยิ้ม วันนี้ไม่เสียเที่ยวจริง ๆ ได้เห็นทั้งการแยกยา และยังได้เห็นการใช้ดาบที่น่าทึ่งอีกด้วย

“ท่านผู้นำตระกูล เจ้าหนุ่มผู้นี้แปลกประหลาดเกินไปแล้ว”

ขวงจ้านพูดไม่ออก มีความรู้สึกแปลก ๆ ว่าตัวหลิวอู๋เสียมีอะไรบางอย่างที่พวกเขาไม่เข้าใจ ราวกับว่ามีแสงแห่งความลึกลับโอบล้อมอยู่

คนรอบข้างพยักหน้า พวกเขารู้สึกถึงสิ่งนั้น แต่ไม่สามารถหาได้ว่าปัญหาอยู่ที่ไหน แม้จะเผชิญกับการเยาะเย้ยถากถางจากผู้คนรอบข้าง แต่เขาก็ยังคงนิ่งเฉยและตอบโต้กลับอย่างใจเย็น หากเป็นคนอื่นที่อยู่ในที่แห่งนี้ คงไม่มีใครทำได้เช่นนี้

ราวกับว่าไม่มีสิ่งใดที่สามารถทำให้หลิวอู๋เสียรู้สึกยุ่งยากใจได้ แม้แต่เมื่อเผชิญกับการข่มขู่ของอวิ๋นหลาน การเยาะเย้ยของตู้หมิงเจ๋อ และการท้าประลองของเซียวหมิงอี้ เขาก็ยังคงแสดงสีหน้าที่สงบ

นี่ไม่ใช่ปฏิกิริยาที่คนอายุสิบแปดปีควรจะมี

“เฮ่อเอ๋อร์ เจ้ามีความมั่นใจมากเพียงใดว่าจะรับดาบนี้ได้” ทันใดนั้น ขวงจ้านก็หันไปถามชายหนุ่มในชุดขาวที่อยู่ด้านหลัง

“ยากขอรับ หากข้าใช้พลังทั้งหมด ข้ามีโอกาสสามส่วน”

ขวงเฮ่อตอบตามความจริง เมื่อครู่ตอนที่เขาเตรียมตัวรับมือ ก็ยังพอมีโอกาสอยู่บ้าง แต่เซียวหมิงอี้ประมาทเกินไป เขาไม่เคยใส่ใจหลิวอู๋เสียเลยตั้งแต่ต้นจนจบ นั่นจึงเป็นโอกาสให้หลิวอู๋เสียได้ฉวยโอกาส

เขาเดินเข้าหาเซียวหมิงอี้ทีละก้าวโดยไม่มีพลังปราณอันมหาศาลหรือคำข่มขู่ใด ๆ แต่ทุกย่างก้าวที่มั่นคงกลับส่งเสียงดังก้องเบา ๆ ราวกับทำนองกล่อมวิญญาณที่พุ่งตรงไปยังหัวใจของเซียวหมิงอี้

ยิ่งใกล้ ร่างกายเซียวหมิงอี้ก็ยิ่งสั่นรุนแรงขึ้น เขาก็เหมือนกับตู้หมิงเจ๋อที่อยู่ในระดับพลังกำเนิดฟ้าขั้นห้าเหมือนกัน ต่อสู้ปะทะกันจริง ๆ พละกำลังยังห่างชั้นจากตู้หมิงเจ๋ออยู่

มุมปากหยักยิ้มหยัน ความดูแคลนในดวงตายิ่งแจ่มชัด ใช่ว่าขยะอะไรก็มายั่วยุเขาได้ “เจ้าจะคุกเข่าเอง หรือว่าจะให้ข้าบังคับเจ้าคุกเข่าลงไป!”

น้ำเสียงเย็นชาออกมาจากปากหลิวอู๋เสีย มันช่างไร้ไมตรี คำตัดสินอันไร้หัวใจ มีให้สองทางเลือก จงเลือกเอาเอง

เขาเกลียด!

เหตุใดถึงเป็นเช่นนี้ ได้รับความอับอายถึงสองวันติดกัน

“อาจารย์…”

มองไปทางอวิ๋นหลาน ใบหน้าอ้อนวอน ให้อาจารย์รีบออกหน้าช่วยเขา เขายังไม่อยากคุกเข่า

ครั้งนี้ไม่มีใครออกมาขวางแล้ว จั่วหงเงียบขรึม ฉินเล่อเทียนเงียบงัน จี้หยางเงียบกริบ…

“ไอ้หนู เจ้ากล้าให้เขาคุกเข่า แม้ว่าจะเป็นปี้กงอวี่ก็ขวางไม่ให้ข้าฆ่าเจ้าได้แล้ว ข้าไม่เชื่อหรอกว่าเจ้าจะหลบหลังปี้กงอวี้ไปได้ตลอด ทำไม่เจ้าไม่ตรองดูเองเล่า หรือว่าจะไม่คิดใคร่ครวญเผื่อพ่อตาผู้นั้นของเจ้ากับครอบครัว ข้าจะฆ่าพวกเขานั้นง่ายดายเหมือนบี้มดตัวหนึ่ง”

อวิ๋นหลานยืนอยู่ไกลออกไป ถูกปี้กงอวี่ขวางไว้ ไร้หนทางจะลงมือช่วย แต่ในใจเขากระจ่างแจ้งดีว่าขอเพียงจี้จุดอ่อนของหลิวอู๋เสียเท่านั้นถึงจะบังคับให้เขาปล่อยมือได้

ทันทีที่พูดจบ จิตสังหารสะเทือนฟ้าก็พุ่งทะยานออกมา

ผ้ารัดศีรษะด้านหลังหลิวอู๋เสียพลันคลายออก ผมดำสยาย ทั้งตัวคนดูแล้วเข้าสู่ความบ้าคลั่ง อารมณ์บนใบหน้าดุร้ายแล้ว เส้นเลือดดำปูดโปนบนใบหน้าเป็นริ้ว

“โง่เง่านัก อวิ๋นหลานเอ๋ย เจ้ามันช่างโง่เง่า!”

ผู้อื่นไม่รู้ แต่ปี้กงอวี่มองเข้าใจได้ชัดเจนยิ่งกว่าผู้ใด คนในครอบครัวกับพ่อตาเป็นจุดอ่อนของหลิวอู๋เสีย หากแตะต้องคือทางตาย

เจ้าคิดจะข่มขู่เขาด้วยวิธีนี้หรือ หาเรื่องใส่ตัวชัด ๆ

ปี้กงอวี่ร้อนรนจนแทบคลั่ง ตะโกนด่าออกมา นับเป็นครั้งแรกที่เขาพูดคำหยาบออกมา แต่ไม่มีใครเยาะเย้ยปี้กงอวี่ ประมุขหอผู้ยิ่งใหญ่อย่างเขาถึงกับหลุดปากพูดคำหยาบออกมา กลับกลายเป็นว่าทุกคนคิดว่าเขาด่าเบาไปเสียอีก

หายนะไม่ควรลามไปถึงครอบครัว แต่เขากลับพูดจาเช่นนี้ ทำให้หลายคนอดแสดงสีหน้าเยาะหยันไม่ได้

เหล่าประมุขหอต่างส่ายหัวพร้อมมองอวิ๋นหลานด้วยสายตาเห็นใจ เว้นแต่ว่าเขาจะฆ่าล้างครอบครัวของหลิวอู๋เสียให้สิ้นซาก ไม่เช่นนั้น การที่เขาไปก่อศัตรูกับศัตรูที่แข็งแกร่งเช่นนี้จะเป็นฝันร้ายของอวิ๋นหลาน

หลิวอู๋เสียฝืนกลั้นความโกรธที่อยู่ในใจไว้ หายใจเข้าลึก ๆ เส้นผมสีดำที่อยู่ด้านหลังศีรษะค่อย ๆ ร่วงหล่นลงมา สีหน้าของเขากลับคืนสู่สภาพปกติ

แต่ดวงตาของเขากลับแฝงไว้ด้วยสีแดงก่ำ วิญญาณทะเลสีทองอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ขยายแรงกดดันอันมหาศาลออกมา สายตาพุ่งตรงไปที่อวิ๋นหลาน ม่านตาภูตได้ถูกใช้แล้ว

“คำพูดทุกคำที่เจ้าเพิ่งพูดไป ข้าจะจดจำไว้ในใจ ข้าขอให้เจ้าจดจำไว้ เจ้าจะต้องจ่ายราคาที่แสนสาหัสสำหรับคำพูดทุกคำที่เจ้าพูดในวันนี้ แม้ว่าจะมีเพียงคนรับใช้คนเดียวของตระกูลสวีต้องตาย ข้าก็จะจดจำไว้ที่ตัวเจ้า ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เราจะต้องมีฝ่ายหนึ่งที่ต้องตาย ต่อให้เจ้าตายข้าก็ต้องอยู่”

ทุกครั้งที่หลิวอู๋เสียพูดคำใดออกมา พลังในตัวเขาก็จะเพิ่มขึ้นหลายส่วน พลังแห่งจักรพรรดิเซียนแผ่ปกคลุมไปทั่วท้องฟ้า

ในตอนนี้ ทุกคนที่อยู่ในที่เกิดความรู้สึกอยากจะกราบไหว้สักการะ อยากจะคุกเข่าลงไป ไม่สามารถต้านทานแรงกดดันจากพลังนี้ได้

สีหน้าของอวิ๋นหลานดูไม่สู้ดีนัก เขาถูกคนรุ่นหลังข่มขู่ ทั้งร่างของเขาก็ปลดปล่อยพลังสังหารอันน่าสะพรึงกลัวออกมาเช่นกัน

“ไอ้หนู อย่าพูดว่าข้าไม่ให้โอกาสเจ้า ขอเพียงเจ้าเลิกราความคิดที่จะให้เซียวหมิงอี้คุกเข่า ข้าจะไม่แตะต้องครอบครัวของเจ้า”

ม่านตาภูตจ้องมองไปที่ใบหน้าของเขา อวิ๋นหลานรู้สึกอึดอัดไปทั้งตัว ราวกับถูกพลังลึกลับบางอย่างพันธนาการไว้จนไม่สามารถหลุดพ้นได้

“เจ้าให้โอกาสข้าเช่นนั้นหรือ?” หลิวอู๋เสียหัวเราะออกมาทันใด ในรอยยิ้มนั้นแฝงไว้ด้วยความเจ็บปวดและความบ้าคลั่ง “วันนี้ใครก็ตามที่วิงวอนข้า ต่อไปนี้ผู้นั้นจะเป็นศัตรูของข้าหลิวอู๋เสีย ดังนั้น วันนี้เขาต้องคุกเข่าลง โขกหัวขอโทษข้า”

สายตาแล่นผ่านไปทั่วบริเวณ ไม่มีผู้ใดกล้าสบตากับหลิวอู๋เสีย แววตาที่น่ากลัวนั้นสามารถมองทะลุจิตวิญญาณของบุคคลได้

“ดีมาก เมื่องานชุมนุมโอสถสิ้นสุดลง ข้าจะบุกไปที่เมืองชางหลันด้วยตัวเองและฆ่าครอบครัวของเจ้าให้สิ้นซาก”

เมื่อได้ฉีกหน้ากันแล้ว ก็ให้มันเด็ดขาดไปเลย ฆ่าครอบครัวของหลิวอู๋เสียให้หมดสิ้น

“อวิ๋นหลาน เจ้าพูดจาโอหังยิ่งนัก กล้ามาที่เมืองชางหลันเพื่อฆ่าคน ข้าจะเป็นคนแรกที่ไม่ปล่อยเจ้าไว้”

ปี้กงอวี่ส่งเสียงหัวเราะเยาะ หลิวอู๋เสียเข้าใจเจตนารมณ์แห่งดาบ ด้วยกาลเวลา เขาจะกลายเป็นปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่ในอนาคตอันใกล้นี้

“ข้าจะรอเจ้า!”

หลิวอู๋เสียไม่ได้สนใจอวิ๋นหลานอีกต่อไป เขาจดจำคำพูดของนางไว้ในใจ ผู้ฝึกตนระดับพลังชำระไขกระดูกขั้นหนึ่งกล้าพูดจาโอหังเช่นนี้ได้อย่างไร รอจนกว่าเขาจะได้โอสถอายุวัฒนะขั้นสี่แล้วก้าวขึ้นสู่กำเนิดฟ้าขั้นสี่ วิธีการของจักรพรรดิเซียนก็จะยิ่งมีมากขึ้น หากกล้ามาที่เมืองชางหลัน เขาจะทำให้ผู้มาไม่มีวันได้กลับไป

ความเงียบเข้าปกคลุมบริเวณนั้น ไม่มีผู้ใดพูดอะไร หลิวอู๋เสียพูดชัดเจนแล้วว่า ใครก็ตามที่เอ่ยปากขอร้องก็จะเป็นศัตรูของเขา

ดวงตาสีเลือดคู่นั้นทำให้ทุกคนหวาดกลัว

ไม่มีผู้ใดหัวเราะเยาะที่ผู้ฝึกตนระดับพลังกำเนิดฟ้าขั้นสามพูดคำพูดเหล่านี้ออกมา กลับคิดว่าเป็นเรื่องที่สมควรแล้ว บรรยากาศของผู้มีอำนาจสูงสุดที่ทำลายล้างนั้นไม่ใช่สิ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้จากการเลียนแบบ มีเพียงผู้แข็งแกร่งที่แท้จริงผู้มีอำนาจเหนือความเป็นความตายเท่านั้นที่จะควบคุมความยิ่งใหญ่ที่สามารถทำลายล้างฟากฟ้าและแผ่นดินได้

ดวงตาสีเลือดแดงฉานจ้องมองไปที่ใบหน้าของเซียวหมิงอี้ ร่างของเซียวหมิงอี้ไม่อาจควบคุมตัวเองได้และถอยหลังไปทีละก้าว

เขาหวาดกลัวอย่างแท้จริง เขาไปทำอะไรให้กับตัวประหลาดเช่นนี้ได้ มันเกินความเข้าใจของเขาไปโดยสิ้นเชิง

– โปรดติดตามตอนต่อไป –

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 66 คุกเข่าลงต่อหน้าข้า"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย