Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

ไท่หวง สูบกลืนสวรรค์ - ตอนที่ 41 เขี้ยวหมาป่า

  1. Home
  2. ไท่หวง สูบกลืนสวรรค์
  3. ตอนที่ 41 เขี้ยวหมาป่า
Prev
Next

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

หลิวอู๋เสียก้าวออกจากถ้ำ ในเวลานี้เวลาคับขันมาก จะต้องรีบไปให้ถึงสายแร่ม่วงทองก่อนกลุ่มทหารลับที่ตระกูลเถียนและตระกูลว่านส่งมา

หากไปช้าสายแร่ม่วงทองอาจถูกยึดครอง บางทีอาจเกิดแผ่นดินถล่ม ย่อมเป็นหายนะสำหรับตระกูลสวี

เขาใช้เพลงเท้าเจ็ดดาราเร่งฝีเท้าเดินทาง ระยะทางกว่าหนึ่งวันถูกย่อเหลือเพียงครึ่งวัน ในที่สุดก็ได้มาถึงค่ายสายแร่ม่วงทอง

ตระกูลสวีส่งเวรยามหนึ่งร้อยนาย ยอดฝีมือสองคนที่มีระดับพลังกำเนิดฟ้า ประกอบกับสถานะทางสังคมของตระกูลสวี ทำให้ในช่วงหลายปีมานี้ที่นี่สงบสุขมาโดยตลอด

ค่ายมีขนาดใหญ่มาก นอกจากเวรยามแล้ว ยังมีคนงานเหมืองหลายร้อยคนที่ขุดแร่อยู่ตลอดเวลา ขบวนรถตระกูลสวีจะเข้ามาทุกสามวัน เพื่อขนแร่ออกไปจากที่นี่ ทุกอย่างดำเนินไปอย่างราบรื่นเป็นเวลาหลายสิบปี

ค่ายพักเหมืองมีควันลอยขึ้นเป็นกลุ่ม ๆ ท้องฟ้าค่อย ๆ มืดลง มีคนงานเหมืองหลายร้อยคนเดินออกมาจากเหมืองใต้ดิน พากันลากร่างที่เหนื่อยล้ากลับไปยังค่ายทหารเพื่อพักผ่อน

ตระกูลสวีจ่ายค่าจ้างให้กับคนงานเหมืองสูงมาก ผู้คนในเมืองชางหลันหลายคนยินดีที่จะทำงานในเหมืองแร่ของตระกูลสวี เพื่อแลกกับการได้ค่าตอบแทนสูง จึงไม่ขาดแคลนคนงานเหมือง

ค่ายทหารตั้งอยู่เชิงเขา มีภูเขาล้อมรอบสามด้าน มีเพียงทางเข้าเดียว ล้อมรอบด้วยรั้วไม้ และมีป้อมสังเกตการณ์สูงตระหง่าน มองเห็นได้ในระยะไกล ป้องกันไม่ให้ใครเข้ามาได้โดยง่าย

ทางเข้าเหมืองอยู่ด้านตะวันตกของค่ายทหาร มีเวรยามสิบนายเฝ้าอยู่ คอยตรวจตราตลอดทั้งวันทั้งคืน เพื่อไม่ให้มีใครลักลอบเข้าไปขโมยแร่หิน วินัยของเวรยามเหล่านี้ดีมาก

หลิวอู๋เสียยืนอยู่นอกรั้ว มองดูค่ายทหารที่สงบร่มเย็น โล่งใจขึ้นมาเล็กน้อย คาดว่ากลุ่มทหารลับที่ตระกูลเถียนและตระกูลว่านส่งมาน่าจะยังไม่มาถึง

ถนนสายตรงทอดยาวไปจนถึงเหมืองแร่ลึกลับ ทิ้งร่องรอยของล้อรถไว้สองข้างทาง

ทันใดนั้น!

ร่างผอมบางคนหนึ่งเดินมาตามถนนสายตรง สวมเสื้อคลุมยาวสีคราม หน้าตาหล่อเหลา ดวงตาเรียวยาวทั้งสองข้างคมดุจกระบี่เฉียงชี้ขึ้นฟ้า

ไม่รีบไม่ช้า ใช้เวลาเพียงหนึ่งถ้วยชา ก็มาถึงหน้าประตูค่ายตระกูลสวี

“ผู้มาโปรดยั้งฝีเท้า ที่นี่เป็นเขตหวงห้าม คนนอกไม่อาจเข้าไป เชิญรีบจากไปโดยเร็ว”

เสียงตะคอกดังมาจากด้านบนป้อมสังเกตการณ์ ทันใดนั้นก็มีเหล่าผู้คุ้มกันโผล่ออกมาจากมุมมืด ถือธนูยาวเล็งเป้าไปที่หลิวอู๋เสีย

“ผู้คุ้มกันกาน มองไม่ออกกระทั่งข้าอย่างนั้นหรือ!”

หลิวอู๋เสียหยุดฝีเท้า มองไปด้านบนป้อมสังเกตการณ์ ผู้คุ้มกันตระกูลสวีจะผลัดเปลี่ยนเวรทุกสามเดือน เมื่อครบสามเดือนจะกลับไปที่เมืองชางหลัน วนเวียนกันไปมา

เหล่าผู้คุ้มกันที่ยืนอยู่ที่นี่ก็ไม่ใช่คนแปลกหน้าอะไร เพียงแค่มองแวบเดียวก็จำได้

“ท่านเขย เขามาทำอะไรที่นี่?”

ผู้คุ้มกันกานแสดงสีหน้าสงสัย พวกเขาถูกย้ายมาที่นี่เมื่อสองเดือนก่อน ยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นที่เมืองชางหลัน ยังคงติดค้างอยู่ที่ข้อมูลเมื่อสองเดือนก่อน หลิวอู๋เสียยังคงเป็นสวะผู้หนึ่งในสายตาพวกเขา

“เจ้าสวะนี่มายังเหมืองแร่ม่วงทองได้อย่างไร เจ้ามาได้อย่างไรกัน”

ผู้คุ้มกันที่ถือธนูยาววางธนูลง แล้วสบถออกมาเบา ๆ เสียงไม่ดังมาก แต่หลิวอู๋เสียก็ได้ยิน ไม่ได้สนใจอะไร มุมปากยังคงมีรอยยิ้มจาง ๆ

“คงเบื่อเมืองชางหลันแล้ว เลยออกมาหาอะไรทำ คิดว่าใคร ๆ ก็เข้ามาในเทือกเขาลั่วรื่อได้ คงถูกผู้คุ้มกันตระกูลสวีพามาที่นี่”

ไม่มีใครเชื่อว่าหลิวอู๋เสียจะฝ่าเทือกเขาลั่วรื่อมาที่นี่ได้ด้วยตัวเอง ผู้คุ้มกันที่ติดตามมาส่งถึงที่แล้วก็กลับกัน

“เจ้าสวะนี่มาที่นี่ทำไมกัน คิดหรือว่าท่านหัวหน้าตระกูลจะให้มาสำรวจเหมืองแร่ม่วงทอง”

หลิวอู๋เสียมองสีหน้าของทุกคน ไม่ได้แสดงอาการโกรธออกมา จิตใจของเขาถูกขัดเกลามานานแล้ว จะให้โกรธเพราะคำพูดเพียงไม่กี่คำได้อย่างไร ทั้งยังไม่จำเป็นต้องมาเถียงกับเหล่าผู้คุ้มกันเหล่านี้ด้วย

รั้วไม้ค่อย ๆ เปิดออก ท่ามกลางความสงสัยและเสียงหัวเราะเยาะเย้ย หลิวอู๋เสียเดินเข้าสู่ค่าย

เมื่อรู้ว่าหลิวอู๋เสียมา สองยอดฝีมือระดับพลังกำเนิดฟ้าที่รักษาที่นี่จึงปรากฏตัวออกมา

“คารวะผู้ดูแลหู อารอง”

ผู้ดูแลหูอายุราวสามสิบปี อยู่ในระดับพลังกำเนิดฟ้าขั้นสาม ชายวัยกลางคนผู้เรียกอารองมีใบหน้าแกร่งกล้า คล้ายกับสวีอี้หลินถึงเจ็ดส่วน แท้จริงแล้วเขาคือสวีอี้ซานน้องชายแท้ ๆ ของสวีอี้หลิน เป็นอารองของสวีหลิงเสวี่ย หลิวอู๋เสียสมัยเด็กเรียกเขาว่าอารองมาตลอด

หลังจากแต่งงานกับสวีหลิงเสวี่ย ควรจะเปลี่ยนมาเรียกอารองภรรยา แต่เขาเคยชินกับการเรียกอารอง จึงไม่อยากเปลี่ยนแล้ว

สีหน้าของสวีอี้ซานไม่สู้ดีนัก เขาเกลียดหลิวอู๋เสียมาก เขาเคยเตือนพี่ชายให้ยกเลิกการแต่งงานครั้งนี้ แต่พี่ชายของเขาดื้อรั้น สุดท้ายจึงยอมให้หลิวอู๋เสียแต่งงานกับสวีหลิงเสวี่ย

สวีอี้ซานไม่พอใจการแต่งงานครั้งนี้เป็นอย่างมาก วันแต่งงานจึงไม่ได้กลับเมืองชางหลัน

สวีอี้ซานจะดูแลเหมืองแร่ม่วงทองเป็นส่วนใหญ่ สวีอี้หลินไม่ค่อยเข้าไปยุ่งเกี่ยว เขาอยู่ในระดับพลังกำเนิดฟ้าขั้นสูงสุด รักษาที่นี่ก็เหมาะสมแล้ว

สวีอี้ซานยุ่งอยู่กับการจัดการสายแร่ม่วงทอง จึงยังไม่ได้แต่งงาน เขาปฏิบัติกับสวีหลิงเสวี่ยเหมือนบุตรสาวแท้ ๆของตัวเอง มองดูสวีหลิงเสวี่ยแต่งงานกับสวะอย่างหลิวอู๋เสีย อารมณ์ของเขาคงจะนึกออก

“เจ้ามาทำอะไรที่นี่!”

ผู้ดูแลหูไม่พูดอะไร เขาเป็นคนนอก ยังคงต้องรักษามารยาทต่อหลิวอู๋เสีย สวีอี้ซานถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา

“ข้าได้รับข่าวมาว่า ตระกูลเถียนและตระกูลว่านส่งกองกำลังพิเศษมาเพื่อยึดครองเหมืองแร่ม่วงทองของตระกูลสวี ข้ามาแจ้งให้ทุกคนทราบเพื่อเตรียมตัวรับมือ”

หลิวอู๋เสียไม่ได้โกรธ โค้งคำนับเล็กน้อย แล้วบอกข่าวที่ตนรู้มา ยังไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายส่งคนมามากน้อยแค่ไหน แต่การเตรียมตัวไว้ก่อนย่อมดีกว่า

“ข่าวนี้พี่ใหญ่บอกเจ้าหรือเจ้าแต่งขึ้นเอง” สวีอี้ซานไม่เชื่อแน่นอน จดหมายนกพิราบที่พี่ชายส่งมาบอกว่าขบวนขนส่งถูกโจมตี แต่ไม่ได้บอกว่าทั้งสองตระกูลจะทำร้ายเหมืองแร่ คิดว่าหลิวอู๋เสียพูดจาโอ้อวด พูดจาเหลวไหล

“พ่อตายังไม่รู้เรื่องนี้ จะมาแจ้งตอนนี้ไม่ทันแล้ว ข้ามาแจ้งทุกคนก่อนเอง” ซงเทียนหาวบอกเขาว่าตระกูลเถียนและตระกูลว่านจะลงมือกับเหมืองแร่ แต่ข่าวยังไม่ได้รับการยืนยัน และหลิวอู๋เสียก็ไม่กล้าคาดเดาอะไร จนกระทั่งได้ข่าวที่ชัดเจนจากเถียนเลี่ยถึงรีบมาที่นี่

“อาศัยแค่วาจาของเจ้าฝ่ายเดียวยังจะมาล้อเล่นอะไรกัน มาทางไหนก็ไสหัวกลับไปทางนั้นไป๊ ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่เจ้าควรมา” สวีอี้ซานเยาะเย้ยด้วยสีหน้าดูถูก เขาไม่มีความรู้สึกดีต่อสวะผู้นี้เลย ไม่ว่าจะตอนเด็กหรือตอนโต ก่อเรื่องวุ่นวายมามากมาย พี่ใหญ่ต้องคอยช่วยแก้ไข ยังมีหน้ามาอยู่ที่นี่อีก

“อารอง ข้าเคารพท่านในฐานะผู้อาวุโส และให้ความเคารพผู้เยาว์ตามสมควร ข่าวนี้เป็นความจริง เชื่อหรือไม่นั้น โปรดพิจารณาเอาเอง” หลิวอู๋เสียโบกผ้าคลุมไหล่ ไม่อยากพูดอะไรกับพวกเขาอีก เดินเข้าไปในค่ายทหาร ไม่มีใครขัดขวาง ฟ้ามืดแล้ว เดินทางไปเทือกเขาลั่วรื่อเพียงลำพังนั้นอันตรายมาก ต้องรอให้ขบวนขนส่งสินค้ามารับเขากลับไปเมืองชางหลันอีกสามวัน

ระหว่างทาง เหล่าผู้คุ้มกันต่างมองเขาด้วยสายตาดูถูกเหยียดหยาม พูดจาดูถูกเหยียดหยามกัน และหลิวอู๋เสียไม่สนใจ เดินวนรอบค่ายทหารหนึ่งรอบ ก็เป็นเวลาเย็นแล้ว

“ท่านเขย ได้จัดห้องให้ท่านแล้ว พักผ่อนเถอะ” แม้จะไม่อยากจัดห้องให้ แต่ก็ยังจัดห้องให้หลิวอู๋เสียอยู่ดี เป็นห้องเล็ก ๆ อยู่คนเดียว ขนาดไม่ใหญ่มาก ประมาณเจ็ดแปดตารางเมตร ค่ายทหารของเหมืองแร่ดูใหญ่ แต่สภาพแวดล้อมการอยู่อาศัยนั้นทรหดมาก แรงงานเหมืองสิบคนอยู่รวมกันในห้องหนึ่ง

“รบกวนแล้ว!”

เมื่อหลิวอู๋เสียจำสภาพของค่ายได้หมดแล้ว จึงกลับไปที่ห้องและเริ่มจัดแจง

“เขาโอบล้อมสามด้าน หากสามารถวางค่ายกลป้องกันภูเขาได้ ไม่ว่ายอดฝีมือใด ๆ ก็ไม่สามารถบุกเข้ามาได้ แต่จะวางค่ายกลแบบไหนดีนะ?”

หลิวอู๋เสียพึมพำกับตัวเอง การวางค่ายกลต้องใช้เวลาหลายวัน ขณะนี้เริ่มวางก็สายเกินไปแล้ว และยังขาดวัสดุบางอย่างอีกด้วย ต้องสั่งซื้อจากเมืองชางหลัน การส่งจดหมายด้วยนกพิราบ พ่อตาจะใช้เวลาหนึ่งวันกว่าจะรับทราบข่าวสาร และกว่าจะส่งมาถึงก็คงใช้เวลาอีกสักพัก

ค่ายกลที่แข็งแกร่งต้องการทรัพยากรที่มากมายมหาศาล ซึ่งวัสดุบางอย่างก็หาได้ไม่ง่าย

ค่ายกลที่อ่อนแอก็ไร้ประโยชน์ การวางค่ายกลต้องมีความแข็งแกร่ง แต่ก็ต้องประหยัดทรัพยากร และต้องมีความสามารถในการป้องกันและโจมตี ช่างเป็นงานที่ยากเย็นสำหรับเขาจริง ๆ

เขาจึงค้นในความทรงจำ เพื่อหาค่ายกลที่แข็งแกร่งหลายแบบมาผสมผสานกัน แล้วสร้างค่ายกลใหม่ขึ้นมา ซึ่งต้องใช้เวลาสักหน่อย

“ข้าเลือกเจ้าแล้ว ชื่อว่า ‘ค่ายกลคลื่นสะท้านพสุธา’ ! ผสมผสานเอาค่ายกลคลื่นพิโรธและค่ายกลพสุธามหาพิบัติสองอย่างนี้เข้าด้วยกัน ทรัพยากรที่ใช้ก็ไม่มากนัก อาศัยสภาพภูมิประเทศตามธรรมชาติของที่นี่ การวางค่ายกลก็ไม่ยากนัก”

ใช้เวลากว่าหนึ่งชั่วยาม เขาผสมผสานค่ายกลใหม่ขึ้นมาชุดหนึ่ง ซึ่งเหมาะสมกับภูมิประเทศโดยรอบมากที่สุด

เวลาล่วงเลยไปอย่างรวดเร็ว ยามค่ำคืน ยามดึก เวรยามจำนวนมากลาดตระเวนอยู่ในค่าย มีทั้งยามที่เดินตรวจตราอยู่ตรงนั้นและยามที่ซ่อนตัวอยู่ตามจุดต่าง ๆ

“ข้าได้ยินมาว่า คืนแต่งงานเจ้าเขยสวะนี่ถูกคุณหนูไล่ออกจากบ้าน แล้วไปเดินเตร่ที่หอโคมเขียว เกิดอารมณ์พลุ่งพล่าน ทำให้หอโคมเขียวถล่มลงมาเกือบถูกทับตาย”

เวรยามสามคนเดินลาดตระเวนอยู่ไม่ไกลจากหน้าห้องหลิวอู๋เสีย พวกเขาพูดคุยกันไปด้วย ทำให้เสียงเยาะเย้ยดังเข้ามาถึงหู

“เขยสวะนี่โชคดีจริง ๆ เกือบตายแล้วยังรอดมาได้”

คำพูดนั้นเต็มไปด้วยการเยาะเย้ย หลิวอู๋เสียในสายตาของเหล่าผู้คุ้มกันตระกูลสวีช่างน่าสมเพชเสียจริง

“คนงามงดสวยสดอย่างคุณหนู สวรรค์ช่างทำร้ายกันเกินไปแล้ว ถูกสวะผู้นี้แย่งไป ช่างน่าเสียดายจริง ๆ ด้วยพรสวรรค์ของคุณหนู เพียงก้าวเข้าสู่สำนักศึกษาจักรวรรดิ ก็สามารถก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดได้ สถานะของตระกูลสวีก็จะยิ่งสูงขึ้น เหล่าผู้คุ้มกันอย่างพวกเรา ในอนาคตก็มีโอกาสก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดเช่นกัน”

เสียงค่อย ๆ เบาลง เดินผ่านหน้าห้องหลิวอู๋เสียไป คืนนี้ ความสงบก็กลับมาอีกครั้ง

กองกำลังขนาดใหญ่ ค่อย ๆ เคลื่อนเข้ามาจากระยะไกล หยุดอยู่ที่บริเวณลานเหมืองห่างจากเหมืองหนึ่งร้อยเมตร

“หัวหน้า ที่นี่ก็คือเหมืองแร่ของตระกูลสวี มีเพียงทางเข้าเดียวเท่านั้น พวกเราจะบุกเข้าไปได้อย่างไรดีขอรับ?”

มีมากกว่าหนึ่งร้อยคน ยังมีกลิ่นอายของระดับพลังชำระวิญญาณอีกด้วย เหมืองแร่ตระกูลสวีกำลังตกอยู่ในอันตราย

ซ่อนตัวอยู่ในพุ่มหญ้า ผู้คุ้มกันตระกูลสวีที่ลาดตระเวนไม่สามารถพบเห็นพวกนี้ได้ คืนนี้ไม่มีดวงจันทร์ บางครั้งก็มีแสงสว่างจากลานเหมืองเล็ดลอดออกมา

ลึกเข้าไปในลานเหมือง ได้ยินเสียงกรนดังมากมาย เหล่าคนงานเหมืองทำงานมาทั้งวัน เมื่อกินอาหารเสร็จก็เข้านอนเร็ว

“ไปเรียกผู้นำของตระกูลเถียนและตระกูลว่านมาหาเรา เรามาหารือแผนกัน”

หัวหน้าสั่งหนึ่งประโยค ชายชุดดำคนหนึ่งรีบเดินกลับไป ไม่นานก็พาสองผู้อาวุโสมา ผู้นำตระกูลเถียนและตระกูลว่าน อยู่ในระดับพลังกำเนิดฟ้าขั้นสูงสุด ครั้งนี้เพื่อแย่งเหมืองแร่ตระกูลสวี ทั้งสองครอบครัวทุ่มทุนมหาศาลทีเดียว

“หัวหน้าเขี้ยวหมาป่า เจ้าถามหาพวกเราหรือ?”

เถียนฉีหงถามด้วยเสียงเบา หากมีบุคคลภายนอกอยู่ ได้ยินคำว่าเขี้ยวหมาป่า คงตกใจจนฉี่ราด

นอกจากสี่ตระกูลใหญ่แล้ว เมืองชางหลันยังมีอีกกลุ่มหนึ่งนั่นคือกลุ่มทหารรับจ้างเขี้ยวหมาป่า พวกเขารับงานทุกอย่าง ทั้งฆ่าคนและวางเพลิง พวกเขาทำทุกอย่าง

ขอเพียงจ่ายเงินได้ พวกเขาจะช่วยทำเรื่องที่สกปรกให้

ที่น่ากลัวยิ่งกว่าคือหัวหน้ากลุ่มเขี้ยวหมาป่า ได้ยินมาว่าเขาเติบโตมากับฝูงหมาป่า กินนมหมาป่าจนโต นิสัยโหดเหี้ยม ชอบดื่มเลือดคน ปกติแล้วพวกเขาไม่ต้องการยุ่งเกี่ยวกับสี่ตระกูลใหญ่ ทุกคนอยู่กันอย่างสงบสุข

ส่วนมากพวกเขาจะท่องไปทั่วเทือกเขาลั่วรื่อ ล่าสัตว์อสูรมาขายเพื่อหาเงินทอง หรือช่วยขนส่งสินค้าให้กับขบวนรถเพื่อแลกค่าตอบแทนมหาศาล

ในช่วงเวลาที่มีทหารรับจ้างมากที่สุด ขยายไปถึงสามร้อยคน และตัวหัวหน้ากลุ่มอย่างเขี้ยวหมาป่าเองก็บรรลุระดับพลังชำระวิญญาณขั้นห้า

– โปรดติดตามตอนต่อไป –

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 41 เขี้ยวหมาป่า"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย