Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

ไท่หวง สูบกลืนสวรรค์ - ตอนที่ 232 มังกรศักดิ์สิทธิ์จุติ

  1. Home
  2. ไท่หวง สูบกลืนสวรรค์
  3. ตอนที่ 232 มังกรศักดิ์สิทธิ์จุติ
Prev
Novel Info

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

ตอนที่ 232 มังกรศักดิ์สิทธิ์จุติ

การปิดด่านครั้งนี้ผ่านไปครึ่งเดือน หลิวอู๋เสียจึงเปิดประตูหิน

พลังยุทธ์คงที่อยู่ที่ระดับพลังชำระไขกระดูกขั้นสองสูงสุด หมัดทรราชและวิชาดาบปลิดชีพต่างก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว

วิชาดาบปลิดชีพกระบวนท่าที่สองยังคงยากที่จะใช้ ส่วนกระบวนท่าแรกนั้นเชี่ยวชาญแล้ว

เขาหยิบดาบเสียเหรินออกมา แสงดาบอันเย็นเยียบแผ่ปกคลุมท้องฟ้า

“ดาบดี!”

เจ็ดวันสุดท้าย หลิวอู๋เสียให้ความสำคัญกับการยกระดับดาบเสียเหริน ในที่สุดก็เลื่อนระดับเป็นอาวุธชะตา

พลังดาบพุ่งออกมาอย่างไร้การควบคุม ปรากฏรอยดาบมากมายบนผนังหินโดยรอบ

เจตจำนงดาบแผ่กระจาย!

เขายืนอยู่ตรงนั้นราวกับดาบศักดิ์สิทธิ์เล่มหนึ่ง ดาบเสียเหรินยังไม่ฟาดฟันลงมา เพียงชี้ไปที่ท้องฟ้าอย่างเงียบ ๆ

ราวกับหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับฟ้าดิน นี่คือขอบเขตของคนกับดาบเป็นหนึ่งเดียวกัน

ทว่า!

ดาบเสียเหรินก็ยังไม่ฟาดฟันลงมา เพราะมีคนกลุ่มหนึ่งปรากฏตัวขึ้น

“หลิวอู๋เสีย ในที่สุดเจ้าก็ออกจากปิดด่านแล้ว เจ้าทำให้ข้าไม่อาจทะลวงผ่านระดับพลังชำระไขกระดูกขั้นเจ็ดได้ วันนี้คือวันตายของเจ้า”

มีศิษย์อักษรฟ้ามากกว่ายี่สิบคนพุ่งตรงไปที่หลิวอู๋เสีย ชายหนุ่มที่เป็นผู้นำเต็มไปด้วยเจตจำนงสังหาร

หลิวอู๋เสียขมวดคิ้วเล็กน้อย ดวงตาเปล่งประกายเย็นชา เพิ่งออกจากปิดด่านได้ไม่ถึงสิบนาทีก็มีคนมาหาเรื่องถึงที่แล้ว

“พวกเรามีเรื่องบาดหมางกันงั้นรึ?”

เบื้องหน้ามีบุคคลยี่สิบกว่าคนยืนอยู่ หลิวอู๋เสียยืนยันได้ว่าเขาไม่เคยมีความแค้นเคืองใด ๆ กับพวกเขาเหล่านี้มาก่อน

“เจ้าขโมยพลังปราณที่เป็นของพวกเราไป วันนี้หากไม่ฆ่าเจ้า พวกข้าคงไม่อาจหายแค้นได้”

ชายหนุ่มที่พูดมีนามว่าหยางซั่วเทียน เขาเลื่อนขั้นเป็นศิษย์อักษรฟ้าตั้งแต่สองปีก่อน ปัจจุบันอายุยี่สิบห้าปี ถือว่ามีพรสวรรค์ไม่เลว ก่อนอายุสี่สิบปีมีความหวังที่จะทะลวงสู่ระดับพลังชำระไขกระดูกขั้นสูง

เดือนที่แล้ว เขาออกไปฝึกฝนฝีมือ ในที่สุดก็สัมผัสได้ถึงประตูสู่ระดับพลังชำระไขกระดูกขั้นเจ็ด

แต่จู่ ๆ พลังปราณที่สะสมไว้กลับหายไปกว่าครึ่ง ทำให้การทะลวงต้องหยุดชะงัก ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเขาถึงเกลียดชังหลิวอู๋เสียมากขนาดนี้

“ตลกแล้ว พลังปราณเป็นสิ่งไร้ราก หากเจ้ามีฝีมือก็สามารถแย่งชิงมาได้เช่นกัน”

หลิวอู๋เสียหัวเราะ พลังปราณเป็นของฟ้าดิน เป็นของขวัญจากจักรวาล ไม่ใช่สมบัติส่วนตัว ใครจะดูดซับได้มากน้อยเพียงใด ขึ้นอยู่กับความสามารถของแต่ละคน

“ฮึ่ม บริเวณของพวกเราเหล่าศิษย์อักษรฟ้ามักจะสงบสุขเสมอ นับตั้งแต่เจ้ามาที่นี่ มิเพียงแต่ทำให้พวกหวังเฉวียนเชิ่งกลายเป็นคนไร้ค่าเท่านั้น แต่ยังปล้นชิงพลังปราณที่เป็นของพวกเราไปอีก เจ้าคือตัวอันตรายของสำนักศึกษาจักรวรรดิ วันนี้พวกเราต้องกำจัดเจ้าทิ้งซะ”

ศิษย์คนอื่นต่างพากันประณามหลิวอู๋เสีย

โต้ตอบกันอย่างดุเดือด!

หยางซั่วเทียนเผยรอยยิ้มโหดเหี้ยม ใบหน้าดูมืดมนจนน่ากลัว

“พวกเจ้าคงได้รับผลประโยชน์จากฉินลี่ไม่น้อยสินะ!”

หลิวอู๋เสียหัวเราะขึ้นมากะทันหัน ฟ่านเจินเคยเตือนเขาไว้ หลายปีมานี้ ฉินลี่ได้ปลูกฝังคนสนิทไว้มากมายในสำนักศึกษาจักรวรรดิ คนเหล่านี้ต้องแก้แค้นให้ฉินลี่แน่

ทันทีที่เขาออกจากประตู คนเหล่านี้ก็มาถึง

การอ้างว่าเขาปล้นชิงพลังปราณเป็นเพียงข้ออ้างเท่านั้น

“หลิวอู๋เสีย อย่าพูดจาเหลวไหล ตายซะเถอะ!”

ฉินลี่ทรยศต่อสำนักศึกษาจักรวรรดิถือเป็นเรื่องน่าอับอาย ไม่มีใครอยากยอมรับว่าเคยได้รับผลประโยชน์จากเขา หากเรื่องนี้แพร่ออกไป พวกเขาอาจถูกปฏิบัติเหมือนคนทรยศได้เช่นกัน

หยางซั่วเทียนชักกระบี่ยาวออกมาแล้วลงมือทันที สมกับเป็นตัวร้ายกาจจริง ๆ

พลังชำระไขกระดูกขั้นหกก่อเกิดคลื่นพลัง แปรเปลี่ยนเป็นรูปร่างต่าง ๆ นานา สมกับเป็นศิษย์อักษรฟ้าจริง ๆ ปราณแท้แปรเปลี่ยนเป็นรูปร่างนั้นแข็งแกร่งกว่ายอดฝีมือระดับพลังชำระไขกระดูกทั่วไปหลายเท่า

“พวกเจ้าเข้ามาพร้อมกันเลยก็ได้ จะได้ไม่ต้องเสียเวลาข้าลงมือทีละคน!”

รอบตัวของหลิวอู๋เสียปรากฏม่านแสง คลื่นพลังที่โถมเข้ามาไม่อาจเข้าใกล้เขาได้เลย

ดาบเสียเหรินส่งเสียงตื่นเต้น หลังจากเลื่อนขั้นเป็นอาวุธชะตาแล้ว จำเป็นต้องต่อสู้สักครั้งเพื่อวางรากฐาน

“บ้าไปแล้ว มันอวดดีเกินไปแล้ว ในเมื่อมันรนหาที่ตาย พวกเราก็ทำให้มันสมปรารถนาเถอะ!”

คนเหล่านี้ส่วนใหญ่ล้วนได้รับความช่วยเหลือจากฉินลี่ อยากจะฆ่าหลิวอู๋เสียมานานแล้ว แต่ก็ไม่มีโอกาสสักที

รวมแล้วทั้งหมดยี่สิบสี่คน พลังต่ำสุดคือระดับพลังชำระไขกระดูกขั้นสี่ สูงสุดคือหยางซั่วเทียนคนนี้

ยี่สิบกว่าคนลงมือพร้อมกัน รวมพลังเป็นกระแสเหล็กกล้า พื้นดินแตกแยกเป็นรอยร้าวเหมือนลายเต่าแผ่ขยายออกไปทุกทิศทาง

รอบตัวของหลิวอู๋เสียปรากฏรูปร่างปราณแท้หลากหลาย บางส่วนกลายเป็นกระบี่ บางส่วนกลายเป็นสัตว์ร้าย

“ข้าจะให้พวกเจ้าได้เปิดหูเปิดตา ว่าปราณแท้แปรเปลี่ยนเป็นรูปร่างที่แท้จริงเป็นเช่นไร!”

หลิวอู๋เสียเผยรอยเยาะเย้ยเล็กน้อย ปราณแท้ของพวกเขากับปราณแท้ไท่หวงนั้นแตกต่างกันราวฟ้ากับดิน

ปราณแท้ไท่หวงอันไร้เทียมทานทะลักออกมา จุดชีพจรสามร้อยหกสิบห้าจุดตื่นขึ้นพร้อมกัน

“เปรี้ยง!”

ราวกับเสียงฟ้าผ่าดังสนั่นกลางอากาศ สั่นสะเทือนจนแก้วหูแทบแตก

ทันใดนั้นเอง!

มังกรทองคำตัวหนึ่งปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า ดูราวกับมีชีวิต

มังกรแผ่บารมีอันยิ่งใหญ่กดทับลงมา คนทั้งยี่สิบสี่คนถึงกับทรุดตัวลงคุกเข่า

มังกร เผ่าพันธุ์ที่สูงส่งที่สุดในโลก และเป็นเผ่าพันธุ์ที่ลึกลับที่สุดเช่นกัน

มหาทวีปเจินอู่มีตำนานมากมายเกี่ยวกับมังกรศักดิ์สิทธิ์ แต่กลับไม่มีผู้ใดเคยพบเห็นเผ่าพันธุ์มังกรที่แท้จริง

แม้แต่จิตรกรที่เชี่ยวชาญที่สุดก็ยังไม่สามารถร่างภาพลักษณะของมังกรศักดิ์สิทธิ์ได้แม้เพียงหนึ่งในสิบส่วน

แต่หลิวอู๋เสียกลับแตกต่าง เขาเคยพบเห็นมังกรศักดิ์สิทธิ์ แถมยังมีความสัมพันธ์อันดีกับเผ่าพันธุ์มังกรอีกด้วย

ชั่วขณะที่ปราณแท้แปรเปลี่ยนเป็นมังกรศักดิ์สิทธิ์ ท้องฟ้าก็พลันแปรปรวน จักรวาลมืดมิด แม้แต่พื้นดินก็ยังสั่นสะเทือน

มังกรศักดิ์สิทธิ์อ้าปากกางกรงเล็บ พ่นเปลวไฟอันรุนแรงปกคลุมท้องฟ้า บดบังแสงอาทิตย์ ห่อหุ้มพื้นที่ทั้งหมดเอาไว้

ขยะพวกนี้คิดจะฆ่าเขาอย่างนั้นหรือ?

แม้จะอยู่ห่างออกไปร้อยลี้ก็มองเห็นภาพเหตุการณ์ชัดเจน

ไม่ว่าจะเป็นศิษย์อักษรลึกล้ำหรือศิษย์อักษรดิน ต่างก็วิ่งออกมาจากห้องเรียนเพื่อชมภาพอันน่าอัศจรรย์นี้

มังกรศักดิ์สิทธิ์สีทองอร่ามบินวนอยู่บนท้องฟ้า ปลดปล่อยอำนาจมังกรอันยิ่งใหญ่

มังกรยาวกว่าร้อยจั้งปกคลุมท้องฟ้าครึ่งหนึ่ง เกล็ดสีทองอร่ามราวกับมีชีวิตเคลื่อนไหวไปมา

“เกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงมีมังกรศักดิ์สิทธิ์จุติลงมา?”

แม้พวกหยางซั่วเทียนจะใช้ปราณแท้แปรเปลี่ยนรูปร่างได้ แต่ก็มีเพียงรูปร่างภายนอก ไร้ซึ่งจิตวิญญาณเหมือนมังกรตัวนี้

มังกรศักดิ์สิทธิ์คำรามกึกก้องจนบ้านเรือนมากมายพังทลาย คลื่นพลังงานแผ่ออกไปทุกทิศทุกทาง ภูเขาพังทลาย หินแตกกระจาย

“รีบคุกเข่าลง อย่าได้ลบหลู่บารมีของมังกรศักดิ์สิทธิ์”

เหล่าศิษย์จำนวนมากคุกเข่าลง เพราะเกรงกลัวว่าจะไปล่วงเกินมังกรศักดิ์สิทธิ์

ส่วนผู้ที่มีจิตใจไม่แข็งแกร่งต่างก็หวาดกลัวจนปัสสาวะราดกางเกง นอนหมอบตัวสั่นเทาอยู่บนพื้น

แม้แต่ผู้ที่มีจิตใจเข้มแข็งก็ยังตัวสั่นคลอน

ส่วนพวกหยางซั่วเทียนที่อยู่ใจกลางพายุ ก็ยิ่งหวาดกลัวจนวิญญาณแทบหลุดลอยออกจากร่าง

พวกเขาปล่อยอุจจาระ ปัสสาวะไหลออกมาจากหว่างขา กระบี่ยาวในมือร่วงหล่นลงพื้น ไร้ซึ่งความคิดที่จะต่อต้านใด ๆ ทั้งสิ้น

ฟ่านเจินเดินออกมา สายตามองไปยังเขตอักษรฟ้าพร้อมเผยรอยยิ้มออกมา

“ดูถูกเจ้าไปจริง ๆ!”

เขาไม่ได้สนใจอีก ขอเพียงหลิวอู๋เสียไม่ทำเรื่องเกินเลยไป เขาก็จะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว

“พวกเจ้าเดาว่าจะเป็นศิษย์พี่หลิวหรือไม่?”

กลุ่มของเฉินฉีหลินเดินออกมาจากห้องเรียน บนใบหน้าของแต่ละคนล้วนเต็มไปด้วยความตื่นเต้น

“ไม่ต้องเดาหรอก ต้องเป็นศิษย์พี่หลิวแน่ ๆ!”

ซงหลิงพูดอย่างมั่นใจ ช่วงหลายเดือนมานี้ เขาเคารพหลิวอู๋เสียราวกับเทพเจ้าไปแล้ว

ทุกหนทุกแห่งต่างกำลังพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องนี้ น่าเสียดายที่ไม่มีใครรู้ว่าเป็นฝีมือของผู้ใด มังกรศักดิ์สิทธิ์ปรากฏอยู่สามลมหายใจ จากนั้นก็หายวับไปในพริบตา

ดาบเสียเหรินฟาดฟันลงไป พวกหยางซั่วเทียนทั้งยี่สิบสี่คนถูกตัดศีรษะ

ทุกอย่างกลับคืนสู่ความสงบ!

เหลือเพียงหนังมนุษย์ที่ร่วงหล่นอยู่บนพื้นดิน เปลวไฟมารร้อนระอุ ก่อนที่หนังมนุษย์เหล่านั้นจะหายวับไปจนหมดสิ้น

หลังจากฆ่าพวกหยางซั่วเทียน บนใบหน้าของเขาก็ไม่ได้แสดงความรู้สึกใด ๆ ออกมา สงบนิ่งราวกับน้ำ!

นี่เป็นเพียงแค่การเริ่มต้นเท่านั้น ต่อไปยังต้องเผชิญหน้ากับการโจมตีจากตระกูลเซวีย หอซิงอวิ๋นและอ๋องยงเสียน

กระทั่งวันที่สอง ข่าวการออกจากการฝึกตนของหลิวอู๋เสียถึงได้แพร่สะพัดออกไป

มังกรศักดิ์สิทธิ์จุติ ข่าวนี้ก็แพร่กระจายไปทั่วทั้งเมืองหลวง ทุกคนต่างพูดคุยถึงเรื่องนี้เป็นเรื่องสนุกปาก

สองวันที่ผ่านมาเป็นไปอย่างสงบ ไม่มีใครมารบกวน นอกจากการฝึกฝนแล้ว หลิวอู๋เสียใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการฝึกสลักลายเซียน

“ศิษย์พี่หลิวอยู่หรือไม่?”

มีเสียงดังมาจากด้านนอกถ้ำฝึกตน

หลิวอู๋เสียออกจากการฝึกฝนและเปิดประตูหินออก ด้านนอกมีชายหนุ่มที่รู้จักกันดียืนอยู่

“ศิษย์พี่กงมีธุระอะไรหรือ?”

กงอ้าวเป็นคนที่นำสาส์นลงทัณฑ์มาให้เขา เป็นบุคคลสนิทของฟ่านเจิน

“นี่คือสิ่งที่อ๋องหรูหยางให้ข้านำมามอบให้กับเจ้า”

กงอ้าวเผยแววตาเคารพเล็กน้อย เพียงแค่ครึ่งปีสั้น ๆ หลิวอู๋เสียก็ทิ้งห่างคนรุ่นเดียวกันไปไกลแล้ว

“ขอบใจศิษย์พี่กงมาก!”

หลิวอู๋เสียหยิบโอสถออกมาหนึ่งเม็ดและยื่นให้กงอ้าว การผูกมิตรกับเขาไว้ไม่มีเสียหาย

รู้มาแต่แรกแล้วว่าเขาเป็นคนสนิทของอาจารย์ใหญ่ ต่อไปต้องมีเรื่องให้พึ่งพาเขาอีกแน่

“ขอบใจศิษย์น้องหลิว!”

กงอ้าวรับโอสถมาด้วยความยินดี พลังยุทธ์ของเขายังอยู่แค่ระดับพลังชำระวิญญาณ โอสถเม็ดนี้จึงสำคัญกับเขามาก

หลังจากส่งกงอ้าวกลับไปแล้ว หลิวอู๋เสียก็หันหลังเข้าสู่ถ้ำฝึกตน เปิดจดหมายที่เฉินยวี่เซิงส่งมา

“อู๋เสีย อีกสามวันองค์จักรพรรดิจะจัดงานเลี้ยงขอบคุณ เจ้าต้องมาให้ได้เพื่อตอบแทนบุญคุณที่ช่วยชีวิต ข้าจะส่งคนไปรับเจ้า”

ข้อความสั้น ๆ เพียงไม่กี่บรรทัด เวลาผ่านไปครึ่งเดือน จักรพรรดิคงหายดีแล้ว

ราชวงศ์ต้าเยี่ยนก็กลับเข้าสู่วิถี ช่วงนี้เมืองหลวงสงบขึ้นมาก

หลิวอู๋เสียพับจดหมายเก็บ จากนั้นก็ยกมือขึ้นนวดขมับ

เขาไม่ชอบออกไปสุงสิงกับใคร ยากลำบากกว่าจะสงบจิตใจฝึกฝนได้ คิดจะรีบ ๆ บรรลุระดับพลังชำระไขกระดูกขั้นสูง

อ๋องหรูหยางเชิญเขาก็ไม่อยากปฏิเสธ เพราะอย่างไรเสียก็เคยใช้ประโยชน์จากเขาในการฆ่าฉีเอินสือ

หลิวอู๋เสียจัดเสื้อผ้าเรียบร้อย แล้วเดินออกจากถ้ำฝึกตน มุ่งหน้าไปยังอีกที่หนึ่ง

นี่เป็นครั้งแรกที่หลิวอู๋เสียมาหาสวีหลิงเสวี่ย ถึงแม้จะเป็นศิษย์อักษรฟ้า แต่นางก็อยู่กับไป๋หลี่ชิงมาตลอด

หลิวอู๋เสียเคาะประตู สวีหลิงเสวี่ยในชุดยาวสีขาวปรากฏตัวขึ้น นางดูงดงามขึ้นกว่าเมื่อหลายสิบวันก่อนมาก

พลังยุทธ์พัฒนาอย่างรวดเร็ว บรรลุระดับพลังชำระไขกระดูกขั้นสามแล้ว

“เจ้ามาได้อย่างไร?”

หลิวอู๋เสียมาหานางโดยไม่บอกกล่าว สวีหลิงเสวี่ยรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย ดวงตาฉายแววดีใจ

“ข้ามีเรื่องอยากคุยกับเจ้า!”

หลิวอู๋เสียไม่ได้เดินเข้าไป เพียงยืนอยู่ด้านนอกประตู คนหนึ่งอยู่ด้านนอก อีกคนอยู่ด้านใน ห่างกันประมาณสามก้าว

“เจ้ามีเรื่องอะไร?”

สวีหลิงเสวี่ยปิดประตูเรือน แล้วเดินออกมาด้านนอกเพื่อไม่ให้รบกวนอาจารย์

“อีกสามวันจะมีงานเลี้ยง ข้าอยากพาเจ้าไปด้วย”

อ๋องหรูหยางไม่ได้ห้ามพาคนไป พวกเขาเป็นสามีภรรยากัน การพานางไปด้วยก็เป็นเรื่องปกติ

“เจ้ากลัวว่าข้าจะโกรธหรือ?”

สวีหลิงเสวี่ยจ้องมองเขาด้วยหางตา เดินทางไปงานเลี้ยงที่วังหลวงเพียงลำพัง มิใช่ว่าเป็นการมอบโอกาสให้เขากับเฉินรั่วเยียนได้อยู่ด้วยกันสองคนหรอกหรือ?

เพื่อไม่ให้สวีหลิงเสวี่ยเข้าใจผิด หลิวอู๋เสียจึงคิดจะชวนนางไปด้วยกัน

“มีเวลาหรือไม่?”

หลิวอู๋เสียลูบจมูก ยอมรับแบบขอไปที

“มี!”

หลังจากที่ใช้ชีวิตร่วมกันมาหลายเดือน ความสัมพันธ์ระหว่างคนทั้งสองก็ใกล้ชิดกันมากขึ้น ยังคงมีความรู้สึกห่างเหินที่ต้องค่อย ๆ ละลายไป เมื่อเทียบกับตอนแรก อย่างน้อยสวีหลิงเสวี่ยก็ไม่ได้รังเกียจเขาแล้ว

คนทั้งสองยืนนิ่งอยู่กับที่ บรรยากาศค่อนข้างอึดอัด หลิวอู๋เสียไม่ถนัดที่จะเข้าหาผู้หญิง สวีหลิงเสวี่ยก็เช่นกัน ไม่ค่อยพูดคุยกับผู้ชาย

“ใครอนุญาตให้เจ้ามาที่นี่!”

ไอสังหารอันเย็นเยียบพุ่งตรงไปยังหลิวอู๋เสีย ไม่อาจทราบได้ว่าไป๋หลี่ชิงก้าวเข้ามาตั้งแต่เมื่อใด ใบหน้าเต็มไปด้วยเจตจำนงสังหาร

– โปรดติดตามตอนต่อไป –

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Novel Info

Comments for chapter "ตอนที่ 232 มังกรศักดิ์สิทธิ์จุติ"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย