Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

ไท่หวง สูบกลืนสวรรค์ - ตอนที่ 218 สงครามชีวิต

  1. Home
  2. ไท่หวง สูบกลืนสวรรค์
  3. ตอนที่ 218 สงครามชีวิต
Prev
Next

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

มือทั้งสองข้างหย่อนลง ใช้เวลานานถึงสามวัน ในที่สุดก็สามารถสลักยันต์ห้าอัสนีได้สำเร็จ

ลวดลายทุกเส้นเหมือนกับอสรพิษวิญญาณ พันกันอยู่บนกระดาษยันต์

ช่องว่างรอบยันต์วิญญาณกำลังถล่มลงอย่างต่อเนื่อง ไม่อาจทนต่อแรงกดดันของยันต์วิญญาณได้ ราวกับมีสัตว์เทพโบราณกำลังตื่นขึ้นอย่างช้า ๆ

ขณะที่มันคำราม แผ่นดินสั่นสะเทือน ท้องฟ้าเปลี่ยนสี

แม้แต่หลิวอู๋เสียก็ไม่สามารถเข้าใกล้พลังงานที่ปล่อยออกมาจากยันต์ห้าอัสนี นี่คือยันต์วิญญาณระดับห้า เทียบเท่ากับการโจมตีพลังแก่นวิสุทธิ์ขั้นหนึ่ง

การดึงดูดสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์ทั้งเก้าจากฟากฟ้า… คงมีเพียงหลิวอู๋เสียเท่านั้นที่กล้าพอจะทำเช่นนี้

หากไม่ระวัง แม้แต่ตัวเองก็อาจถูกฝังไว้ใต้สายฟ้าทั้งห้า

พลังงานที่ปล่อยออกมาจากยันต์ห้าอัสนีค่อย ๆ สงบลง กลายเป็นยันต์วิญญาณธรรมดา ตกลงบนฝ่ามือของหลิวอู๋เสีย มันดูธรรมดามาก

ตำแหน่งตรงกลางของยันต์วิญญาณดูเหมือนสายฟ้าแลบ บางครั้งก็ยังมีแสงสว่างจากท้องฟ้าส่องสว่าง

เมื่อวางไว้บนฝ่ามือจะรู้สึกชาเล็กน้อย

“ใกล้ถึงเวลาแล้ว!”

เขาเก็บยันต์ห้าอัสนีไว้ในอกเสื้อ หยิบโอสถออกมาจำนวนหนึ่งกลืนลงไป แล้วฟื้นฟูปราณแท้

หลังจากผ่านไปครึ่งชั่วยาม!

ปราณแท้ฟื้นฟูอย่างสมบูรณ์ บริสุทธิ์กว่าสามวันก่อนหลายเท่า

นี่คือข้อดีของการวาดลายวิญญาณ มิเพียงช่วยให้เข้าใจมหาวิถีฟ้าดินได้เท่านั้น แต่ปราณแท้ยังบริสุทธิ์ขึ้นมากอีกด้วย

เขาลุกขึ้นยืนและเปิดประตูหิน ปรมาจารย์เม่ากระวนกระวายราวกับมดบนหม้อร้อน ปรมาจารย์หลอมโอสถคนอื่น ๆ เฝ้าอยู่ด้านข้าง ถูมือด้วยความตื่นเต้น

มีเพียงปรมาจารย์เม่าเท่านั้นที่ได้รับเทียบเชิญ คนอื่น ๆ ไม่มีคุณสมบัติพอที่จะชม

“อู๋เสีย ในที่สุดเจ้าก็ออกจากประตูแล้ว เหลือเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วยามก่อนการต่อสู้ครั้งใหญ่จะเริ่มขึ้น”

ปรมาจารย์เม่ารีบเดินเข้ามา จากหอตันเป่าไปยังสำนักศึกษาจักรวรรดิต้องใช้เวลาครึ่งชั่วยาม หากไม่รีบไปก็จะไม่ทันเวลา

“ออกเดินทาง!”

ร่างกายหายวับไปกับตา พอทุกคนรู้สึกตัว หลิวอู๋เสียก็หายไปจากหอตันเป่าแล้ว

ลานประลองเป็นตาย!

ฉินลี่มาถึงก่อนเวลาครึ่งชั่วยาม ยืนนิ่งอยู่บนนั้น

อดีตอาจารย์ใหญ่ อาจารย์ใหญ่ ฟ่านเจิน ทั้งสามนั่งรวมกันตรงกลาง มองลงมายังลานประลองเป็นตาย

เหล่าผู้กล้าจากทุกสารทิศที่ได้รับเชิญให้มาชมการประลองนั่งอยู่สองข้าง ฝ่ายบริหารของห้าตระกูลใหญ่ต่างก็มาเป็นจำนวนมาก แม้แต่คนของราชวงศ์ก็ยังมา

ศิษย์สำนักศึกษาจักรวรรดิกระจายตัวอยู่โดยรอบ รักษาระยะห่างที่ปลอดภัย เพื่อไม่ให้ได้รับผลกระทบจากการต่อสู้

“นี่มันเวลานี้แล้ว ไอ้เด็กนั่นยังไม่มาอีก หรือว่าจะกลัวจนไม่กล้ามาแล้ว”

ยี่สิบวันที่ผ่านมา แทบไม่เห็นวี่แววของหลิวอู๋เสียเลย ทุกคนสงสัยว่าเขาคงจะกลัวจนหนีไปซ่อนตัวแล้ว

ในหมู่คนต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์ ฉินลี่นั้นได้ใจคนไปมากมายในช่วงหลายปีมานี้ ตำแหน่งในสำนักศึกษาจักรวรรดินั้นสูงส่งมาก

โดยเฉพาะศิษย์ที่เขาสั่งสอนต่างก็ประณามหลิวอู๋เสีย บอกว่าควรจะขับไล่เขาออกจากสำนักศึกษา

“ต้องกลัวแน่ ๆ คงแอบไปร้องไห้อยู่ที่ไหนสักแห่ง”

สิ้นเสียง ก็มีเสียงหัวเราะดังขึ้นรอบทิศ ระดับพลังชำระไขกระดูกขั้นเก้าถือว่ายืนอยู่บนจุดสูงสุดของราชวงศ์ต้าเยี่ยนแล้ว

หากไม่นับระดับพลังแก่นวิสุทธิ์ ระดับพลังชำระไขกระดูกขั้นสูงสุดถือเป็นผู้ยิ่งใหญ่คนหนึ่งอย่างไม่ต้องสงสัย

“การหนีไปซ่อนตัวก็เป็นเรื่องปกติ กลัวตายเป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์!”

ผู้คนต่างก็เข้าร่วมวงสนทนามากขึ้นเรื่อยๆ พากันเยาะเย้ยถากถางหลิวอู๋เสีย

มีเพียงศิษย์ชั้นเรียนระดับสูงห้องเจ็ดเท่านั้นที่นั่งเงียบ ๆ อยู่ที่มุมหนึ่ง

พวกเขาเป็นศิษย์อักษรดิน แม้แต่สิทธิ์เข้าใกล้ลานประลองก็ยังไม่มี ด้านหน้ามีแต่ผู้คนมากมาย มองไม่เห็นบริเวณลานประลองเลย

ศิษย์อักษรฟ้ามีเพียงพันกว่าคน แต่ละคนล้วนเป็นยอดฝีมือ ไม่ใช่ว่าเพียงแค่บรรลุระดับพลังชำระไขกระดูกก็จะได้เป็นศิษย์อักษรฟ้า ต้องผ่านการทดสอบหลายขั้นตอน

สวีหลิงเสวี่ยรู้สึกไม่สงบนัก

ถึงจะรู้ว่าหลิวอู๋เสียที่สามารถฆ่านักฆ่าระดับพลังชำระไขกระดูกขั้นเจ็ดได้ แต่ฉินลี่ไม่ใช่คนธรรมดา เขาคือผู้เชี่ยวชาญระดับพลังชำระไขกระดูกขั้นสูง

เรื่องที่นางเป็นภรรยาของหลิวอู๋เสียแพร่สะพัดไปทั่วทั้งสำนักศึกษาจักรวรรดิแล้ว สายตานับไม่ถ้วนจับจ้องมาที่นาง รูปโฉมงดงามหาใครเทียบ มองเพียงแวบเดียวก็ไม่อาจละสายตาไปได้

“เสี่ยวเจิน คู่ต่อสู้ของเสี่ยวฉินคือเจ้าเด็กที่ปลดปล่อยเก้าดาราตะวันสาดส่องออกมาได้งั้นรึ”

หลัวเจาจวินเพิ่งออกจากการปิดด่านสามเดือน คาดไม่ถึงว่าจะเกิดเรื่องราวขึ้นมากมายในสำนักศึกษาจักรวรรดิ

“เรียนท่านอาจารย์ใหญ่หลัว ใช่แล้วขอรับ”

ฟ่านเจินมีอายุได้ร้อยกว่าปีแล้ว แต่กลับถูกเรียกว่าเสี่ยวเจิน

ต่อหน้าหลัวเจาจวิน เขาก็เป็นเพียงรุ่นหลาน ในตอนที่หลัวเจาจวินดำรงตำแหน่งอาจารย์ใหญ่ เขายังเป็นเพียงศิษย์ธรรมดาคนหนึ่งในสำนักศึกษาจักรวรรดิ

“น่าสนใจ น่าสนใจยิ่งนัก ปลดปล่อยเก้าดาราตะวันสาดส่องออกมาได้ แถมยังใช้เวลาเพียงสามเดือนในการทะลวงจากระดับพลังกำเนิดฟ้าไปสู่ระดับพลังชำระวิญญาณขั้นสูงได้ เจ้าหนูนี่ต้องมีเคล็ดลับอะไรบางอย่างแน่”

หลัวเจาจวินดูตื่นเต้นกับการต่อสู้นี้ราวกับเด็กน้อย

เจิ้งซื่อชิวที่นั่งอยู่ด้านข้างได้แต่เหลือบมองหลัวเจาจวินอย่างเหนื่อยใจ อายุก็ปูนนี้แล้ว ทำไมยังทำตัวเป็นเด็กไม่รู้จักโต?

เวลาผ่านไปจนกระทั่งดวงอาทิตย์ขึ้นสูงถึงยอดเสา การประลองเป็นตายในวันนี้ถูกกำหนดไว้ในเวลานี้

ฉินลี่ไม่ได้รีบร้อน หลังจากขึ้นไปบนลานประลองแล้ว เขาก็หลับตาลงตลอดเวลา

“ท่านพ่อ หากเขาตกอยู่ในอันตราย ท่านต้องหาทางช่วยเขาด้วย”

ปรากฏว่าอ๋องหรูหยางและฮูหยินก็มาอยู่ที่นี่ด้วยเช่นกัน พวกเขานั่งอยู่ข้าง ๆ ฉินเทียน เมื่อรู้ว่าหลิวอู๋เสียจะประลองกับฉินลี่ ทั้งสองคนจึงรีบมาที่สำนักศึกษาจักรวรรดิเป็นอย่างแรก

“พวกเจ้าประเมินหลิวอู๋เสียต่ำไปแล้ว การต่อสู้ครั้งนี้ ข้าไม่คิดว่าฉินลี่จะชนะ”

ฉินเทียนเผยรอยยิ้มเล็กน้อย หากไม่รู้จักหลิวอู๋เสียมาก่อน เขาคงไม่พูดแบบนี้แน่นอน

ภาพเหตุการณ์ที่หอซิงอวิ๋นยังคงติดตา เขายังจำได้ดีถึงตอนที่หลิวอู๋เสียพลิกสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นสติปัญญาหรือพลังยุทธ์ล้วนแสดงออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม แม้แต่ตัวเขาเอง หากต้องตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนั้น ก็คงยากที่จะรอดออกมาได้อย่างปลอดภัย

หลิวอู๋เสียมิเพียงแต่ทำสำเร็จเท่านั้น แต่ยังสร้างความเสียหายอย่างหนักให้กับหอซิงอวิ๋นอีกด้วย

ไม่ว่าจะเป็นจิตใจหรือสติปัญญา เขาคิดไม่ออกเลยว่าในบรรดารุ่นเยาว์ใครจะเทียบเคียงกับหลิวอู๋เสียได้

การต่อสู้เป็นตายที่เขากำหนดขึ้น หากไม่มั่นใจ หลิวอู๋เสียจะกล้าท้าสู้ได้อย่างไร?

“ข้าเองก็เชื่อมั่นในตัวน้องหลิวเช่นกัน หากใช้กำลัง เขาอาจจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของฉินลี่ แต่เขามีสติปัญญา วันนั้นเพียงแค่พูดไม่กี่คำ ก็ขู่ให้เหวินลี่ตกใจจนหนีไป พวกเราจึงรอดพ้นมาได้”

อ๋องหรูหยางเห็นด้วยกับความคิดเห็นของท่านพ่อตา ถึงกำลังเป็นสิ่งสำคัญในการต่อสู้เป็นตาย ทว่าด้านสติปัญญาก็สำคัญไม่แพ้กัน

ห้าตระกูลใหญ่นั่งประจำอยู่ห้าพื้นที่ พวกเขากำลังซุบซิบพูดคุยกัน

พื้นที่ของตระกูลเซวีย!

เซวียติ่งเทียนปรากฏตัวขึ้น เซวียอวี้นั่งอยู่ข้าง ๆ เขา

เซวียอวี้เป็นหลานชายที่เขารักที่สุด แต่กลับถูกหลิวอู๋เสียเล่นงานถึงสามครั้ง แล้วยังฆ่าคนในตระกูลเซวียไปมากมาย วันนี้เขาจะรอดูว่าหลิวอู๋เสียจะตายอย่างไร

“ท่านปู่ หลังจากเจ้าเด็กนั่นตายแล้ว ท่านต้องช่วยข้าสู่ขอหลิงเสวี่ยจากรองอาจารย์ใหญ่ไป๋หลี่ชิงด้วยนะ”

หลังจากพูดจบ เซวียอวี้ก็มองไปทางสวีหลิงเสวี่ย ช่วงเดือนที่ผ่านมา เขากินไม่ได้นอนไม่หลับ หลงเสน่ห์เข้าอย่างจัง

เซวียติ่งเทียนก็อยากรู้อยากเห็นเช่นกัน ว่าผู้หญิงแบบไหนกันที่ทำให้หลานชายของเขาหลงใหลได้ขนาดนี้

ในตอนที่ได้เห็นสวีหลิงเสวี่ย บนใบหน้าของเซวียติ่งเทียนก็เผยสีหน้าตกตะลึงราวกับเห็นเทพธิดา ในโลกนี้ยังมีหญิงงามเช่นนี้อยู่อีกหรือ?

“ไม่ต้องห่วง ทุกอย่างมีปู่จัดการ เจ้าเด็กนั่นต้องตายอย่างแน่นอน”

ดวงตาของเซวียติ่งเทียนเผยไอสังหารเข้มข้นออกมา

ส่วนอีกสามตระกูลใหญ่ที่เหลือก็ไม่ได้แตกต่างกันนัก

ส่วนตระกูลไป๋แสดงท่าทีเป็นศัตรูกับหลิวอู๋เสียอย่างชัดเจน ไป๋จ้านถูกทำให้กลายเป็นคนพิการ เท่ากับตบหน้าตระกูลไป๋

ส่วนตระกูลเหยียนและตระกูลหลี่ พวกเขาไม่ได้มีเจตนาร้ายกับหลิวอู๋เสีย และก็ไม่ได้รู้สึกดีอะไรเช่นกัน

“เขามาแล้ว!”

เสียงอุทานดังขึ้นจากฝูงชน หลิวอู๋เสียพุ่งผ่านต้นไม้ไปราวกับดาวตก ร่างกายลอยละลิ่วราวกับนกกระเรียนเซียน ก่อนจะลงมาหยุดยืนบนลานประลอง

ขณะที่เขาก้าวลงมา สถานที่แห่งนั้นก็พลุ่งพล่านไปด้วยความตื่นเต้น

ผู้คนเก้าในสิบส่วนเชื่อว่าหลิวอู๋เสียไม่ปรากฏตัว กำหนดเวลาที่เขากำหนดไว้ยี่สิบวันก็เป็นเพียงข้ออ้างในการหลบหนี

เขายืนนิ่งอยู่ห่างจากฉินลี่สิบหมี่ ดวงตาสงบนิ่งปราศจากความตึงเครียดก่อนการต่อสู้ครั้งใหญ่ เขาดูเรียบง่ายและไม่โอ้อวด

เพียงแค่ความใจเย็นนี้ก็ทำให้เขาได้รับความเคารพจากผู้คนมากมาย

หากเป็นศิษย์คนอื่นอาจจะเข่าอ่อนไปแล้ว เพราะนั่นคือรองอาจารย์ใหญ่ ยอดฝีมือระดับพลังชำระไขกระดูกขั้นสูง

“หลิวอู๋เสีย เจ้ากล้ามาที่นี่จริง ๆ”

ฉินลี่ลืมตาขึ้น ภายในดวงตาฉายแววสังหารอันเย็นชา

ถ้าวันนี้หลิวอู๋เสียไม่ปรากฏตัว เขาจะไปที่เมืองชางหลัน ฆ่าทุกคนในตระกูลสวีและบังคับให้หลิวอู๋เสียปรากฏตัว

“ลงมือเถอะ!”

หลิวอู๋เสียตอบกลับเพียงสามคำ โดยไม่มีคำพูดไร้สาระใด ๆ เพิ่มเติม

สำหรับเขาแล้ว ฉินลี่เป็นเพียงอุปสรรคบนเส้นทางชีวิตเท่านั้น ฆ่าทิ้งเสียก็สิ้นเรื่อง

เส้นทางการบำเพ็ญเซียนนั้นเต็มไปด้วยขวากหนาม ไม่มีใครรู้ว่าพายุลูกไหนจะพัดผ่านเข้ามาในอนาคต

บริเวณโดยรอบก็ตกอยู่ในความเงียบ เสียงพูดคุยหายไป แม้แต่ลมหายใจก็ช้าลงอย่างเห็นได้ชัด ทุกสายตาจับจ้องไปที่ลานประลอง

คำตอบของหลิวอู๋เสียทำให้หลายคนตกตะลึง พวกเขาคิดว่าทั้งสองคนจะมีปากเสียงกันก่อน

การต่อสู้ด้วยชีวิตเป็นการต่อสู้ด้วยกลยุทธ์ที่เปิดเผย กลอุบายใด ๆ ก็ไม่สามารถซ่อนเร้นได้

“เด็กคนนี้มันบ้าไปแล้ว ท่านรองอาจารย์ใหญ่ฉิน รีบฆ่ามันซะ!”

ศิษย์อักษรลึกล้ำคนหนึ่งลุกขึ้นยืน เขาไม่พอใจการกระทำของหลิวอู๋เสีย ราวกับว่าไม่มีอะไรดึงดูดความสนใจของเขาได้

จากที่ปรากฏตัวจนถึงตอนนี้ เรียบง่ายและสงบอย่างน่ากลัว

นี่ไม่เหมือนกับสิ่งที่เด็กหนุ่มควรจะเป็น

แม้แต่ผู้มีระดับพลังชำระไขกระดูกขั้นสูงคนอื่น ๆ ที่ขึ้นมาบนลานประลองก็ยังตื่นเต้นอยู่บ้าง

ทว่าเขากลับสงบนิ่งเหมือนน้ำ

หลิวอู๋เสียกวาดสายตามองไปทั่วลานประลอง สายตาหยุดลงที่ใบหน้าของสวีหลิงเสวี่ย

ทั้งสองคนสบตากัน ไม่มีใครพูดอะไร สวีหลิงเสวี่ยขยับริมฝีปากเล็กน้อย ราวกับกำลังพูดว่า “เจ้าต้องระวังตัว รักษาชีวิตไว้ให้ได้”

เมื่อรับรู้ถึงความกังวลของสวีหลิงเสวี่ย หลิวอู๋เสียจึงส่งสายตาที่ทำให้นางสบายใจ บอกเป็นนัยว่าเขาจะไม่เป็นไร

“หลิวอู๋เสีย หากเจ้าไม่มีคำพูดใด ๆ เป็นครั้งสุดท้าย เจ้าก็เตรียมตัวตายซะ!”

ฉินลี่ปรากฏกระบี่ยาวอาวุธลึกล้ำอยู่ในมือ

ดาบเสียเหรินปรากฏขึ้นบนฝ่ามือเช่นกัน เป็นอาวุธลึกล้ำเช่นกัน พลังไม่ได้ด้อยไปกว่ากระบี่ยาวของฉินลี่

กระบี่ที่แหลมคม แสงดาบที่เย็นเยียบ แผ่กระจายไปทั่วลานประลอง ทุกคนต่างกลั้นหายใจ ไม่กล้าส่งเสียงดังดัง เกรงว่าจะพลาดอะไรไป

“เจ้าแน่ใจหรือว่าคนที่ตายต้องเป็นข้า?”

หลิวอู๋เสียเผยรอยยิ้มที่ชั่วร้าย ช่างดูแปลกประหลาดนัก

“ใกล้ตายแล้วยังกล้าโอหัง รับความตายซะ!”

ฉินลี่ขี้เกียจต่อปากต่อคำกับเขา กระบี่ยาวในมือฟาดฟันลงมาจากอากาศ ท่วงท่ากระบี่ที่ว่องไว ราวกับสายฝนโปรยปราย กระบี่อันไร้ขอบเขตปกคลุมทั่วลานประลอง

“นี่มันเพลงกระบี่ดารา!”

รอบด้านต่างพากันแตกตื่น นี่มันเพลงกระบี่ดาราจริง ๆ ด้วย ได้ยินมาว่าใกล้จะเป็นวิชายุทธ์ระดับดินแล้ว

ราวกับดวงดาวนับพันดวงโถมลงมาจากฟากฟ้า พลังชำระไขกระดูกขั้นสูงแสนรุนแรงพุ่งเข้าใส่หลิวอู๋เสีย

การต่อสู้ครั้งนี้!

น่าจะเป็นการต่อสู้ที่กดดันหลิวอู๋เสียที่สุดเท่าที่เคยมีมา

แม้แต่การเผชิญหน้ากับนักฆ่าจากหอนักฆ่าสามคนก็ไม่กดดันเท่านี้

ราวกับภูเขาสูงใหญ่กำลังพุ่งเข้ามา หลิวอู๋เสียยกดาบเสียเหรินขึ้น เท้าเหยียบเพลงเท้าเจ็ดดารา ร่างกายไม่ถอยกลับ แต่พุ่งเข้าใส่

“เขาจะทำอะไรกันแน่ ถึงได้กล้าประจันหน้ากับพลังชำระไขกระดูกขั้นสูงสุดเช่นนี้”

เหล่าอาจารย์ที่ปรึกษาชื่อดังหลายคนร้องอุทานด้วยความตกใจ พวกเขาลุกขึ้นยืนเพราะคิดว่าหลิวอู๋เสียจะเลือกต่อสู้แบบยืดเยื้อ คอยหาโอกาสโจมตี

แบบนั้นยังพอมีโอกาสอยู่บ้าง แต่ถ้าเลือกประจันหน้าตรง ๆ โอกาสชนะแทบจะเป็นศูนย์

ไม่มีใครเข้าใจได้ แม้แต่ฟ่านเจินก็เช่นกัน

– โปรดติดตามตอนต่อไป –

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 218 สงครามชีวิต"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย