Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

ไท่หวง สูบกลืนสวรรค์ - ตอนที่ 209 บังคับเจ้าออกมา

  1. Home
  2. ไท่หวง สูบกลืนสวรรค์
  3. ตอนที่ 209 บังคับเจ้าออกมา
Prev
Next

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

กล้าเหยียดหยามภรรยาข้า ฆ่าไม่ละเว้น!

ในฐานะบุรุษ ภรรยาถูกเหยียดหยามจะยอมปล่อยไปได้อย่างไร? แม้ฆ่าพวกมันก็ยังไม่สาแก่ใจ ต้องใช้วิธีที่เจ็บปวดที่สุดปลิดชีพ

ดาบเสียเหรินถูกชักออกมา เกิดเป็นม่านดาบขวางกั้นทางหนีของทั้งสี่คน เจตจำนงดาบอันน่าสะพรึงกลัวพุ่งเข้าใส่ เหิงเจิ้งถึงกับตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว

พวกเขาทั้งหมดต่างประเมินความแข็งแกร่งของหลิวอู๋เสียต่ำไป ตอนที่ประลองหลอมโอสถ เขายังเป็นแค่ระดับพลังกำเนิดฟ้า พวกเขาจึงบดขยี้หลิวอู๋เสียได้ด้วยมือเพียงข้างเดียว

ทว่าผ่านไปเพียงไม่กี่เดือน เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน หลิวอู๋เสียเติบโตขึ้นจนถึงระดับที่พวกเขาไม่อาจเทียบได้

“ตั้งค่ายกล!”

ซ่างกวนไฉพูดขึ้นอย่างใจเย็น พวกเขาได้ทำการฝึกซ้อมร่วมกันมาบ้างแล้วก่อนมาที่นี่ เพื่อป้องกันเหตุการณ์ไม่คาดฝัน

ทั้งสี่คนยืนประจำตำแหน่งทั้งสี่ทิศ สร้างค่ายกลสี่หลักการขึ้นมาในทันที พลังต่อสู้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

“ค่ายกลขยะแบบนี้ ยังกล้าเอามาอวดอีก!”

หลิวอู๋เสียหายวับไปจากจุดเดิม ปรากฏขึ้นด้านหลังของเหิงเจิ้ง หวังจะทำให้เขาทนทุกข์ทรมานจากคมดาบนับพันเล่ม

ขณะที่หลิวอู๋เสียหายไป ทั้งสี่คนรู้สึกร้อนรนคิดจะหลบเลี่ยง แต่ก็สายเกินไปแล้ว

“ฉับ ฉับ!”

เนื้อหนังขนาดเท่ากำปั้นทารกสองชิ้นลอยขึ้นไปในอากาศ ถูกเฉือนออกจากแผ่นหลังของเหิงเจิ้ง

เขาส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด แม้จะเป็นเพียงบาดแผลเล็กน้อยไม่ถึงแก่ชีวิต

แต่ถ้าบาดแผลเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้มีจำนวนมากขึ้น มันก็จะทำให้เขาตายทั้งเป็นได้

แสงดาบวาบขึ้น ปรากฏขึ้นด้านหลังของฉงอี๋ชุน ในตำแหน่งเดียวกัน เนื้อหนังสองชิ้นลอยขึ้นไปและตกลงบนต้นไม้ใหญ่ด้านข้าง

ฉากนี้ทำให้ซ่างกวนไฉและจี้หยางตกตะลึง พวกเขาทั้งสี่คนร่วมมือกันโจมตี แถมยังมีค่ายกลสี่หลักการ แต่หลิวอู๋เสียกลับฝ่าวงล้อมอย่างง่ายดาย เด็กคนนี้กินอะไรเข้าไปกันแน่ ทำไมถึงแข็งแกร่งได้ถึงขนาดนี้?

“ถึงตาพวกเจ้าแล้ว!”

หลิวอู๋เสียใช้เพลงเท้าเจ็ดดารา นี่เพียงพอแล้วสำหรับจัดการกับขยะทั้งสี่คน ไม่จำเป็นต้องใช้กระเรียนเริงระบำเก้าชั้นฟ้า ดาบเสียเหรินแปรเปลี่ยนเป็นเงาเลือนรางนับไม่ถ้วน พุ่งผ่านไปมาในอากาศ

“ฉับ ฉับ ฉับ…”

ชิ้นส่วนของเนื้อหนังปลิวว่อนราวกับเกล็ดหิมะ กระจายไปทั่วอากาศราวกับฝนเลือดสีแดงฉาน

สวีหลิงเสวี่ยหันหน้าหนี ฉากเบื้องหน้าช่างโหดร้ายนัก เมื่อนางนึกถึงคำพูดของเหิงเจิ้งเมื่อครู่ นางจึงพอเข้าใจความโกรธแค้นในใจของหลิวอู๋เสีย นางไม่ได้แสดงท่าทีสงสารแม้แต่น้อย คนพวกนี้ล้วนสมควรตาย

ต้องรีบจัดการให้เร็วที่สุด ก่อนที่เมืองชางหลันจะเกิดเรื่อง หลิวอู๋เสียจึงเร่งฝีมือขึ้น

ปลายดาบพุ่งวาบฟาดฟันติดต่อกันถึงห้าสิบเจ็ดครั้ง เลือดนองเต็มพื้น ร่างกายของซ่างกวนไฉกลายเป็นโครงกระดูกภายในเวลาสามลมหายใจ เสียงกรีดร้องทรมานดังลั่น

ส่วนอีกสามคนก็อยู่ในสภาพไม่ต่างกัน จี้หยางตาแดงก่ำ ข่มความเจ็บปวดไว้

“ทำไม ทำไมข้าที่เป็นอัจฉริยะถึงแพ้เจ้า? ทำไมเจ้าถึงแข็งแกร่งกว่าข้า!”

จี้หยางคำรามลั่น ตั้งแต่เล็กจนโต เขาได้รับการบ่มเพาะด้วยทรัพยากรมากมาย ส่วนหลิวอู๋เสียเป็นแค่ขยะไร้ค่า ใช้เวลาเพียงไม่กี่เดือนก็เหนือกว่าเขาแล้ว

เขายอมรับไม่ได้ แต่คมดาบอันไร้ความปรานีก็ฟาดฟันลงมาอีกครั้ง เลือดเนื้อกองใหญ่กระจายเต็มพื้น

“อัจฉริยะงั้นหรือ?” หลิวอู๋เสียหัวเราะเยาะ “ในสายตาข้า เจ้ายังเทียบขยะไม่ได้ด้วยซ้ำ”

นี่คือความจริง ยังไม่มีใครในราชวงศ์ต้าเยี่ยนที่ทำให้เขาประทับใจได้ จี้หยางก็แค่ขยะชิ้นใหญ่เท่านั้น สรุปแล้วก็ยังเป็นขยะอยู่ดี

กินโอสถมามากมายขนาดนั้น ใช้ทรัพยากรไปมากมายขนาดนั้น แต่กลับเป็นแค่ผู้ฝึกตนระดับพลังชำระไขกระดูกขั้นหนึ่ง ถ้าไม่ใช่ขยะแล้วจะเป็นอะไรได้

จี้หยางขบฟันกรอด ความเจ็บปวดแสนสาหัสกำลังบอกเขาว่าทั้งหมดนี้คือเรื่องจริง เขาใกล้ตายแล้วจริง ๆ

ห้านาทีผ่านไป…

บนร่างกายของทั้งสี่คนแทบไม่เหลือเนื้อหนังที่สมบูรณ์ นอกจากศีรษะแล้วก็เหลือเพียงโครงกระดูก พวกเขายังไม่ตายง่าย ๆ

อวัยวะภายในเต้นอย่างรุนแรง หลิวอู๋เสียใช้วิชาดาบที่แยบยล อวัยวะภายในของพวกเขาไม่ได้รับบาดเจ็บแม้แต่น้อย

ทั้งสี่คนมองหน้ากันเลิ่กลั่ก พวกเขาไม่อาจจินตนาการได้เลยว่าต้องทนทุกข์ทรมานมากแค่ไหน

เมื่อรู้ว่าตระกูลสวีตกอยู่ในอันตราย หลิวอู๋เสียจึงพยายามสะกดไอสังหารในใจมาตลอดทาง

ทั้งสี่คนปรากฏตัวอย่างกะทันหัน พร้อมกับคำพูดที่แสนยั่วยุนั่น ทำให้โทสะของหลิวอู๋เสียพลุ่งพล่านขึ้นมาในทันที ความโกรธแค้นถูกปลดปล่อยออกมา

“หลิวอู๋เสีย เจ้าคือปีศาจ!”

เหิงเจิ้งก่อกรรมทำชั่วมานักต่อนัก แต่เมื่อนึกย้อนกลับไป หลิวอู๋เสียน่ากลัวราวกับปีศาจที่คลานออกมาจากปรโลก

คมดาบเฉือนเนื้อหนังของพวกเขาออกทีละชั้นเหลือเพียงโครงกระดูกชั้นหนึ่งที่ปกป้องอวัยวะภายใน ความเจ็บปวดบีบหัวใจทำให้แทบตายไม่ได้

เส้นประสาทถูกดาบเสียเหรินตัดขาดไปแล้ว จึงไม่อาจรับรู้ถึงความเจ็บปวดได้อีก

“จี้หยาง เจ้าคิดแผนร้ายหมายจะฆ่าข้า คงไม่นึกว่าจะมาจบลงแบบนี้สินะ!”

หลิวอู๋เสียไม่สนใจคำพูดของเหิงเจิ้ง ไม่ว่าจะเป็นปีศาจหรือเซียน เขาก็ไม่เคยสนใจ การบำเพ็ญเพียรเป็นเส้นทางที่เต็มไปด้วยขวากหนามและโหดร้ายอยู่แล้ว

จี้หยางมีสีหน้าบิดเบี้ยว เขาไม่คิดว่าจะต้องมาพบจุดจบเช่นนี้

ทันทีที่รู้ว่าหลิวอู๋เสียทำให้ไป๋จ้านกลายเป็นคนไร้ค่า เขาก็นึกถึงอาจารย์ของเขาทันที ในป่าใหญ่ไม่อาจมีเสือสองตัวได้ เขาไม่ยอมให้หลิวอู๋เสียเหยียบย่ำชื่อเสียงปรมาจารย์หลอมโอสถสี่ดาวที่เขาได้รับมาอย่างยากลำบากเด็ดขาด

ใครจะไปคิดว่าเรื่องจะลงเอยแบบนี้?

หลิวอู๋เสียเองก็ไม่คิด หากจี้หยางไม่มาหาเรื่องเขาก่อน เขาก็คงไม่เสียเวลาฆ่าจี้หยาง จี้หยางเป็นเพียงมดปลวกตัวหนึ่งในสายตาของเขา

ในเมื่อเจ้ามุ่งมาหาถึงที่ ก็จงรับความตายไปเสีย

“ข้าไม่คิดจริง ๆ แต่เจ้าก็อย่าได้อวดดีไป เพราะเจ้าเองก็คงอยู่ได้อีกไม่นานหรอก เดี๋ยวก็ต้องตายด้วยมือของฉินลี่อยู่ดี”

แพ้เป็นพระ ชนะเป็นมาร จี้หยางราวกับกลายเป็นคนละคน บุคลิกของสุภาพบุรุษเช่นทุกวันเลือนหายไป กลับกลายเป็นความบ้าคลั่งแทน

หลายปีมานี้แสร้งทำมาตลอด นี่แหละตัวตนที่แท้จริงของเขา หากต้องการเป็นผู้นำของคนรุ่นใหม่ ทุกย่างก้าวต้องสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ

ตั้งแต่เด็ก เขามุ่งมั่นจะเป็นปรมาจารย์หลอมโอสถสี่ดาวที่อายุน้อยที่สุดในราชวงศ์ต้าเยี่ยน ทุ่มเทความพยายามมานับไม่ถ้วน แต่ในวินาทีที่เขาทำสำเร็จ หลิวอู๋เสียกลับปรากฏตัวขึ้น ทำลายความพยายามตลอดหลายสิบปีลงอย่างราบคาบ

“เจ้าคิดว่าฉินลี่จะฆ่าข้าได้งั้นรึ?”

หลิวอู๋เสียแสยะยิ้มและไม่ได้อธิบายอะไร เขาไม่ได้บอกจี้หยางด้วยว่าผู้ฝึกตนในโลกนี้ไม่มีทางฆ่าเขาได้

แววตาเย่อหยิ่งพร้อมแววเย้ยหยัน เป้าหมายแห่งการทรมานแสนสาหัสบรรลุผลแล้ว ตอนนี้ก็ถึงเวลาตายแล้ว

ดาบเสียเหรินแปรเปลี่ยนเป็นลำแสง ศีรษะทั้งสี่ลอยละลิ่ว ดวงตาที่ฉายแววไม่ยอมแพ้กำลังปิดลงอย่างช้า ๆ

หลังจากฆ่าทั้งสี่คน ความโกรธที่กดไว้ในใจก็จางหายไปไม่น้อย เขาเก็บถุงเก็บของของทั้งสี่คน แล้วรีบกลับเมืองชางหลัน

ทั้งสองคนรีบเดินทางไปเงียบ ๆ แต่ที่แปลกคือสวีหลิงเสวี่ยไม่พูดอะไรออกมาสักคำ ไม่ห้ามหลิวอู๋เสียฆ่าคนเหล่านั้นด้วยซ้ำ

…

“ตูม!”

ค่ายกลคุ้มกันตระกูลสวีสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เกิดรอยร้าวจำนวนมาก ยอดฝีมือทั้งเจ็ดโจมตีพร้อมกัน พลังทำลายล้ำเลิศ

ค่ายกลที่หลิวอู๋เสียสร้างขึ้นรับมือระดับพลังชำระไขกระดูกทั่วไปได้ แต่ยอดฝีมือมากมายมาพร้อมกันแบบนี้ จะต้านทานได้หรือไม่… ยังคงเป็นสิ่งที่ไม่อาจทราบได้

ทันใดนั้น!

ตั้งแต่ฝ่ายบริหารลงไปจนถึงผู้คุ้มกันของตระกูลสวีต่างพากันวิ่งออกมาจากเรือน ตระกูลสวีเพิ่งสงบสุขได้ไม่กี่เดือน ก็มีคนมาโจมตีอีกแล้ว

“ผู้ใดบังอาจมาโจมตีตระกูลสวี!”

สวีอี้หลินพุ่งออกมาจากโถงใหญ่ ยืนอยู่ที่ประตูใหญ่ มียอดฝีมือที่ไม่รู้จักเจ็ดคนยืนอยู่ด้านนอกประตูใหญ่ของตระกูลสวี

“ฟังให้ดี พวกตระกูลสวี ข้าชื่อเส้าตงลี่ วันนี้พวกเรามาที่นี่ไม่ได้มาเพื่อฆ่าใคร ขอเพียงพวกเจ้าให้ความร่วมมือ เปิดค่ายกลคุ้มกัน รับรองว่าข้าจะไม่ทำร้ายแม้แต่ปลายเส้นผม”

เส้าตงลี่ก้าวออกมา บอกให้ตระกูลสวีปลดค่ายกลลง พวกเขาจะไม่ทำร้าย

“พวกเราตระกูลสวีไม่รู้จักพวกเจ้า เหตุใดต้องเปิดค่ายกลด้วย?”

สวีอี้หลินไม่มีทางเชื่อคำพูดของพวกเขา หากค่ายกลถูกเปิดออก ชีวิตและความตายก็จะไม่อยู่ในการควบคุมของตัวเองอีกต่อไป

“ให้เวลาพวกเจ้าหนึ่งก้านธูป หากไม่เปิดค่ายกล ข้าจะค่อย ๆ ฆ่าล้างตระกูลสวีของพวกเจ้าทีละคน”

เส้าตงลี่ยกยิ้มมุมปากอย่างเหี้ยมโหด ส่งสัญญาณด้วยสายตา ยอดฝีมือสองคนเดินออกไปและมุ่งหน้าไปยังร้านค้าของตระกูลสวี จับตัวผู้ดูแลและผู้คุ้มกันของตระกูลสวีเหล่านั้น

ใช้คนเหล่านี้บังคับให้สวีอี้หลินเปิดค่ายกล

สวีอี้หลินโกรธแค้น ตระกูลสวีที่เพิ่งจะมั่นคงก็ต้องเผชิญกับวิกฤติอีกครั้ง แม้ว่าเขาจะทะลวงสู่ระดับพลังชำระไขกระดูกแล้ว ทว่ายังเทียบคนเหล่านี้ไม่ติด

เวลาล่วงเลยไปจนถึงช่วงเย็น ผู้ดูแลหลายคนของตระกูลสวี หลังจากทำงานเสร็จในวันนี้ ก็รีบกลับตระกูล และบังเอิญตกไปอยู่ในมือของคนเหล่านี้ ถูกจับกุมและคุกเข่าอยู่หน้าประตูตระกูลสวี

ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีก็ควบคุมผู้ดูแลกว่าสิบคนและผู้คุ้มกันกว่ายี่สิบคนของตระกูลสวีได้

การเกิดเรื่องใหญ่เช่นนี้ในตระกูลสวี เปรียบเสมือนแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในเมืองชางหลัน

ฉีเอินสือรู้ว่าตระกูลสวีเกิดเรื่องจึงรีบมาทันที เขายืนอยู่ห่างออกไปพันหมี่ มุมปากปรากฏรอยยิ้มเยาะเย้ย

“สวีอี้หลิน ข้าจะไม่ทำให้ตระกูลสวีของเจ้าลำบากใจ ขอเพียงเจ้ายอมออกมาเป็นตัวประกัน ข้าก็จะปล่อยพวกเขาไป มิฉะนั้น ข้าจะฆ่าคนทีละคน ทุก ๆ สิบลมหายใจ”

เส้าตงลี่หยิบกระบี่ยาวเล่มหนึ่งออกมา วางไว้ที่คอของผู้คุ้มกันคนหนึ่ง บังคับให้สวีอี้หลินออกมาด้วยตัวเอง มีเพียงเขาเท่านั้นที่คุกคามหลิวอู๋เสียได้

ผู้คนบนท้องถนนมารวมตัวกันมากขึ้นเรื่อย ๆ พวกเขายืนอยู่โดยรอบ ไม่กล้าเข้าใกล้ พวกเขาหวาดกลัวแรงผลักดันที่แผ่ออกมาจากคนกลุ่มนี้รู้

“เกิดเรื่องอะไรขึ้น? ทำไมพวกเขาถึงต้องฆ่าคนของตระกูลสวี”

หลายคนต่างไม่เข้าใจ ตระกูลสวีในช่วงหลายเดือนมาไม่ได้ไปทำให้ใครขุ่นข้องหมองใจ แล้วเหตุใดถึงมียอดฝีมือมากมายบุกมาเช่นนี้?

“คาดว่าเป็นเพราะไอ้ขยะนั่นแน่ ๆ ออกไปสร้างเรื่องไว้ข้างนอกอีกแล้ว”

ทุกคนต่างก็คิดถึงหลิวอู๋เสียเป็นคนแรก คิดว่าเขาเป็นต้นเหตุที่ทำให้ตระกูลสวีต้องเดือดร้อน

เสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังขึ้นรอบด้าน

“สิบลมหายใจแล้ว!”

มือสะบัดกระบี่ลง ผู้คุ้มกันไม่มีแรงต้านทานแม้แต่น้อย ถูกฟันจนคอขาด เลือดสาดกระเซ็นแดงไปทั่วถนน

ฝ่ายบริหารตระกูลสวีที่ยืนอยู่ภายในค่ายกลโกรธจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน

ผู้คุ้มกันตระกูลสวีทุกคน สวีอี้หลินต่างปฏิบัติต่อพวกเขาเหมือนญาติมิตร ทว่ากลับถูกฆ่าต่อหน้าต่อตา เขากำหมัดแน่น เส้นเลือดสีเขียวผุดขึ้นบนใบหน้าด้วยความโกรธ อยากจะพุ่งออกไปสู้ให้รู้แล้วรู้รอด

“เจ้าตระกูล ท่านห้ามออกมาเด็ดขาด พวกข้าไม่กลัวตาย!”

ผู้คุ้มกันที่คุกเข่าอยู่ด้านนอกตะโกนเสียงดัง บอกให้เจ้าตระกูลอย่าได้ตกเป็นตัวประกันของพวกมัน ยอมตายดีกว่าทำให้วงศ์ตระกูลต้องมัวหมอง

“มีปัญญาก็ฆ่าพวกข้าให้หมดสิ พวกข้าไม่กลัวหรอก”

ผู้ดูแลเหล่านั้นต่างเงยหน้าขึ้น ดวงตาฉายแววดุดันออกมา

“ข้าจะทรมานพวกเจ้าช้า ๆ ให้พวกเจ้าอยู่อย่างทรมาน”

เส้าตงลี่สะบัดกระบี่ยาวลง ผู้คุ้มกันอีกสามคนถูกฟันแขนขาด ความเจ็บปวดทิ่มแทง ทว่าพวกเขากลับไม่ร้องออกมาแม้แต่คำเดียว

สวีอี้หลินรู้สึกเหมือนหัวใจถูกกรีดด้วยมีด ผู้ดูแลหลานที่ยืนอยู่ด้านข้างกัดฟันแน่นจนแทบแตก

“ท่านเจ้าตระกูล ให้พวกข้าบุกออกไปสู้เถอะ!”

ผู้ดูแลหลานกำอาวุธแน่น ต้องการจะบุกออกไปสู้ แม้ตายก็ขอตายอย่างสมศักดิ์ศรี

สวีอี้หลินไม่พูดอะไร คนเหล่านี้ล้วนเป็นคนที่เขาฝึกฝนขึ้นมาเอง เขาเจ็บปวดใจมากเมื่อมีใครตายไปคนใดคนหนึ่ง

“ข้าจะดูสิว่าพวกเจ้าจะหลบได้อีกนานแค่ไหน”

เส้าตงลี่ยกกระบี่ยาวขึ้น ขาของผู้คุ้มกันอีกสามคนถูกฟันขาด ภาพที่เห็นช่างน่าสยดสยอง แต่ผู้คุ้มกันเหล่านี้กลับไม่ร้องครวญครางออกมา ดวงตาฉายแววเด็ดเดี่ยวไม่ยอมแพ้

กระบี่ยาวถูกยกขึ้นอีกครั้ง ฟันลงไปที่แขนของผู้คุ้มกันที่เหลือ บังคับให้สวีอี้หลินปรากฏตัวออกมา

– โปรดติดตามตอนต่อไป –

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 209 บังคับเจ้าออกมา"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย