Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

ไท่หวง สูบกลืนสวรรค์ - ตอนที่ 190 ปะทะ

  1. Home
  2. ไท่หวง สูบกลืนสวรรค์
  3. ตอนที่ 190 ปะทะ
Prev
Next

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

น้ำเสียงดังก้องกังวานไปทั่วทุกซอกทุกมุม ผู้คนนับไม่ถ้วนต่างยอมสยบต่อแรงผลักดันของหลิวอู๋เสีย

แม้ว่าวันนี้จะไม่ตาย หลิวอู๋เสียคงมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วเมืองหลวงอย่างแน่นอน

บรรยากาศการเผชิญหน้าทวีความตึงเครียดขึ้นเรื่อย ๆ ฉินลี่มีสีหน้ามืดมนน่ากลัวพลางกำหมัดแน่น พลังอันน่าสะพรึงกลัวก่อตัวเป็นลมหมุนวน พัดก้อนหินบนพื้นขึ้น คล้ายกับว่ากำลังจะระงับอารมณ์ไม่อยู่แล้ว

“รองอาจารย์ใหญ่ฉิน ท่านเป็นถึงรองอาจารย์ใหญ่ มีระดับพลังชำระไขกระดูกขั้นสูง ท่านจะลงมือกับศิษย์อักษรดินธรรมดาอย่างนี้จริงหรือ?”

หลี่เซิงเซิงก้าวไปข้างหน้าอย่างกะทันหัน ไม่มีใครในชั้นเรียนระดับสูงห้องเจ็ดเป็นคนขลาดเขลา พวกเขาทั้งสิบคนยืนเรียงแถวเป็นหนึ่งเดียว

หลายคนพยักหน้าเห็นด้วยกับคำถามนี้ การที่รองอาจารย์ใหญ่ลงมือกับศิษย์ตัวเล็กช่างไม่สมเหตุสมผลทั้งในแง่ความรู้สึกและเหตุผล

หากเรื่องนี้แพร่ออกไป เกียรติของสำนักศึกษาจักรวรรดิจะอยู่ที่ใด คงกลายเป็นตัวตลกของชาวโลก

“การฆ่าคนแบบนี้ ไม่จำเป็นต้องให้อาจารย์ของข้าลงมือหรอก ข้าในฐานะศิษย์จะจัดการเอง!”

หวังเหยียนหลงเดินออกมาจากด้านหลัง เขาก้าวไปข้างหน้า ปลดปล่อยพลังชำระไขกระดูกออกมา ไม่ด้อยไปกว่าฉินลี่ สมกับเป็นหนึ่งในสิบศิษย์เอกจริง ๆ

ระดับพลังชำระไขกระดูกขั้นแปด ความแข็งแกร่งโดดเด่น เป็นศิษย์อักษรฟ้า มีภูมิหลังครอบครัวที่สูงส่ง หลิวอู๋เสียรู้เบื้องหลังเหล่านี้มานานแล้ว

ในตอนที่หวังเหยียนหลงก้าวออกมา สีหน้าของหลิวอู๋เสียก็ฉายแววจิตสังหารออกมา

“หลิวอู๋เสีย เจ้าบ้าดีเดือด วันนี้ข้าจะกำจัดเจ้าแทนสำนักศึกษาจักรวรรดิ เห็นแก่ที่เจ้าเป็นศิษย์อักษรดิน ข้าจะยอมรับสามกระบวนท่าจากเจ้า”

สายตาจับจ้องไปที่ใบหน้าของหลิวอู๋เสีย ไอสังหารแวบผ่านแววตา ปรารถนาที่จะกำจัดหลิวอู๋เสียในทันที

หลี่เซิงเซิงและคนอื่น ๆ ต่างมองหน้ากัน พวกเขาสามารถหยุดฉินลี่ได้ แต่เมื่อหวังเหยียนหลงก้าวออกมา พวกเขาควรทำอย่างไรดี?

ทุกคนเป็นศิษย์เหมือนกัน เพียงแต่ฐานะและสถานะของหวังเหยียนหลงนั้นสูงเกินกว่าจะเทียบได้

ทั้งสองฝ่ายต่างกันเกินไป หลิวอู๋เสียเป็นเพียงระดับพลังชำระวิญญาณ ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของหวังเหยียนหลงเลยแม้แต่น้อย

แรงผลักดันปะทุขึ้น!

หลิวอู๋เสียไม่ได้พูดอะไร การต่อสู้ในวันนี้ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ การใช้ต้นทุนน้อยที่สุดเพื่อฆ่าอาจารย์และศิษย์คู่นี้ไม่ใช่เรื่องง่าย

ผลลัพธ์ที่เลวร้ายที่สุดคือทั้งสองฝ่ายต่างบาดเจ็บ

“ฟึ่บ!”

ทันใดนั้นก็มีร่างหนึ่งยืนอยู่ระหว่างหลิวอู๋เสียและหวังเหยียนหลง เสื้อผ้าพลิ้วไหว ขณะที่ปรากฏตัวขึ้นก็มีกลิ่นหอมโชยมา

“หวังเหยียนหลง เจ้าฆ่าเขาไม่ได้”

ขณะที่ร่างนั้นลงสู่พื้น ดวงตางามก็มองไปที่หวังเหยียนหลง ห้ามเขาไม่ให้ฆ่าหลิวอู๋เสีย

ด้านหลังที่คุ้นเคย กลิ่นหอมที่คุ้นเคย เครื่องแต่งกายที่คุ้นเคย หลิวอู๋เสียมุมปากกระตุกโดยไม่รู้ตัว เขาอดไม่ได้ที่จะเอามือลูบจมูก เขาคิดถึงความเป็นไปได้นับไม่ถ้วน แต่ไม่คิดเลยว่าสวีหลิงเสวี่ยจะก้าวออกมา

ผู้ที่ปรากฏตัวขึ้นคือสวีหลิงเสวี่ย ในตอนที่นางรู้ว่าฉินลี่ต้องการฆ่าหลิวอู๋เสีย นางก็แอบหนีออกมาเพื่อหยุดยั้งความแค้นนี้

“ช่างเป็นหญิงงามอะไรเช่นนี้ สำนักศึกษาจักรวรรดิของเรามีหญิงงามเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?”

เมื่อสวีหลิงเสวี่ยปรากฏตัว ฝูงชนพลันแตกตื่น พวกเขาต่างหลงใหลในความงามอันไร้ที่ติของนาง

“พวกเจ้ายังไม่รู้สินะ นางคือศิษย์เอกของรองอาจารย์ใหญ่ไป๋หลี่ชิง ดูเหมือนจะถูกท่านพากลับมาจากเมืองเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง”

มีคนน้อยมากที่รู้ข้อมูลเกี่ยวกับสวีหลิงเสวี่ย

สวีหลิงเสวี่ยไม่ค่อยได้เดินไปไหนมาไหนในสำนัก มัวแต่ปิดด่านฝึกฝน ตลอดระยะเวลาไม่กี่เดือนมานี้ พลังฝีมือของนางก้าวกระโดดไปไกล ทิ้งห่างคนรุ่นเดียวกันไปแล้ว

“ข้าเหมือนจะเคยได้ยินเรื่องราวของนางมาก่อน ว่ากันว่านางเป็นหญิงงามที่หาตัวจับได้ยาก พอได้มาเห็นกับตาในวันนี้ ก็ไม่ธรรมดาจริง ๆ”

เหล่าศิษย์กว่าห้าพันคนโดยรอบต่างตกตะลึงในความงามของสวีหลิงเสวี่ย ไม่อาจละสายตาได้

“พวกเจ้าไม่รู้สึกแปลกใจบ้างหรือไง สวีหลิงเสวี่ยซึ่งเป็นถึงศิษย์เอกของรองอาจารย์ใหญ่ไป๋หลี่ชิง กลับช่วยเหลือศิษย์ธรรมดาที่ไม่มีชื่อเสียงโด่งดังอะไรอย่างหลิวอู๋เสีย แถมยังทำให้หวังเหยียนหลงขุ่นเคืองอีก แบบนี้มันไม่แปลกไปหน่อยหรือ?!”

บางคนเริ่มรู้สึกตัวแล้ว พวกเขารู้สึกว่ามันไม่ถูกต้อง สวีหลิงเสวี่ยมีเหตุผลอะไรถึงต้องออกมาช่วยหลิวอู๋เสีย พวกเขาไม่เข้าใจเอาเสียเลย

ยอดฝีมือมากมายทั้งสี่ทิศ ยกเว้นศิษย์ชั้นเรียนระดับสูงห้องเจ็ดแล้ว ไม่มีใครเลยที่สนับสนุนหลิวอู๋เสีย

“ข้าได้ยินมาว่าหวังเหยียนหลงตามเกี้ยวสวีหลิงเสวี่ยมาโดยตลอด พวกเขาทั้งสองคนถือว่าเป็นคู่ที่สวรรค์สร้างมาแท้ ๆ การที่สวีหลิงเสวี่ยก้าวออกมาเช่นนี้ ไม่เท่ากับเป็นการหักหน้าหวังเหยียนหลงหรอกหรือ?”

เหล่าศิษย์อักษรฟ้าไม่กี่คนพูดคุยกันด้วยเสียงเบา หลิวอู๋เสียได้ยินเสียงพูดคุยรอบข้างทั้งหมด

เขาพอจะเข้าใจแล้วว่าทำไมหวังเหยียนหลงถึงอยากฆ่าเขา

“เสวี่ยเอ๋อร์ เจ้า… เจ้าจะต่อต้านข้าเพื่อเจ้าหนุ่มนี่จริงหรือ!”

ใบหน้าของหวังเหยียนหลงเผยให้เห็นความเจ็บปวดออกมา เขาขัดคำสั่งของอาจารย์ไม่ได้ หลิวอู๋เสียฆ่าบุตรชายของอาจารย์ ในฐานะศิษย์ วันนี้เขาต้องล้างแค้นให้กับกัวจงที่ตายไป

“ศิษย์พี่หวัง โปรดระวังคำพูดด้วย เสวี่ยเอ๋อร์ไม่ใช่ชื่อที่ท่านจะมาเรียก”

ใบหน้าของสวีหลิงเสวี่ยเย็นชาเหมือนน้ำแข็ง นอกจากบิดามารดาของนางแล้ว ก็ยังไม่มีใครกล้าเรียกนางว่าเสวี่ยเอ๋อร์

ทุกคนได้ยินบทสนทนาของคนทั้งสอง ชัดเจน หวังเหยียนหลงหลงรักนางข้างเดียว สวีหลิงเสวี่ยไม่ได้มีใจให้เขาแม้แต่น้อย

“เมื่อครู่ใครกันที่บอกว่าพวกเขาเหมาะสมกันราวกับกิ่งทองใบหยก เหตุใดเรื่องราวกับพลิกผันเช่นนี้”

เสียงซุบซิบดังขึ้นรอบทิศ ผู้คนต่างพากันงุนงงกับความสัมพันธ์ที่แท้จริงระหว่างทั้งสอง

เหล่าอาจารย์ที่ปรึกษาหลายคนปรากฏตัวขึ้น ยืนล้อมรอบโดยไม่ได้เข้าไปขัดจังหวะ เพียงต้องการเฝ้าดูว่าเรื่องราวจะดำเนินต่อไปอย่างไร

สวีหลิงเสวี่ยเป็นถึงศิษย์เอก ย่อมมีสถานะและเกียรติที่ไม่ธรรมดา หากฉินลี่คิดจะฆ่าหลิวอู๋เสีย คงต้องไตร่ตรองให้ดีเสียก่อน

“เพื่อเขา เจ้าถึงกับยอมเป็นศัตรูกับข้าเชียวหรือ!”

หวังเหยียนหลงสูดหายใจเข้าลึก บนใบหน้าเผยความโกรธเกรี้ยวออกมา รู้สึกเสียใจอย่างมากที่ทุ่มเทความรักให้กับสวีหลิงเสวี่ยตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา

ที่แท้ทั้งหมดเป็นเพียงความรักข้างเดียว ของขวัญที่เขามอบให้ นางล้วนส่งคืนทั้งหมด ไม่เคยรับไว้แม้แต่ชิ้นเดียว

“ใช่!”

สวีหลิงเสวี่ยไม่ลังเลด้วยซ้ำ คำตอบนี้สร้างความประหลาดใจให้กับทุกคน รวมถึงหลิวอู๋เสียด้วย

เพื่อศิษย์ธรรมดาคนหนึ่ง นางถึงกับยอมเป็นศัตรูกับหนึ่งในสิบศิษย์เอกอย่างเขา สวีหลิงเสวี่ยเสียสติไปแล้วหรืออย่างไร?

จู่ ๆ หลิวอู๋เสียก็หัวเราะออกมา เขาเติบโตมาพร้อมกับสวีหลิงเสวี่ย จึงรู้จักนิสัยของนางเป็นอย่างดี นางอ่อนโยนแต่ไม่อ่อนแอ เมื่อตัดสินใจอะไรแล้ว ไม่มีใครสามารถเปลี่ยนแปลงได้

ทั้งสี่ทิศเงียบสงัดไปชั่วขณะ ทุกคนต่างตกตะลึงกับคำตอบของสวีหลิงเสวี่ย

ครึ่งปีก่อน สวีหลิงเสวี่ยได้พบกับซงหลิง นางจึงล่วงรู้เรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นในเมืองชางหลัน

ยามที่ตระกูลประสบภัย นางในฐานะบุตรสาวตระกูลสวีที่ร่ำเรียนอยู่ในสำนักศึกษาจักรวรรดิไม่อาจช่วยเหลืออะไรได้เลย มีเพียงหลิวอู๋เสียเท่านั้นที่เป็นผู้กอบกู้สถานการณ์ ทุ่มเทกำลังช่วยเหลือตระกูลสวีเอาไว้

นางเป็นหนี้บุญคุณหลิวอู๋เสีย หากปราศจากเขา ตระกูลสวีคงล่มสลาย บิดามารดาคงต้องตายไปแล้ว

และพวกเขายังเข้าพิธีไหว้ฟ้าดินต่อหน้าทุกคนแล้ว หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ยินยอมให้การแต่งงานเป็นโมฆะ ชื่อเสียงของสามีภรรยาจะยังคงอยู่ตลอดไป

“หลิวอู๋เสีย หากเจ้าเป็นลูกผู้ชาย อย่าหลบอยู่หลังสตรีเช่นนี้ หากมีฝีมือจริง จงสู้กับข้าอย่างลูกผู้ชาย ข้ายินดีลดระดับพลังยุทธ์ลง”

หวังเหยียนหลงรู้สึกโกรธแค้นจนแทบคลั่งสติแตก

คำพูดพวกนั้นมันชั่วร้ายเกินไป หากหลิวอู๋เสียไม่ยอมสู้ ก็ไม่สมกับเป็นชายชาตรี ถ้าเรื่องนี้แพร่ออกไป คงไม่กล้าแม้แต่จะทำตัวเป็นมนุษย์อีก

สวีหลิงเสวี่ยหันกายกลับมาอย่างเชื่องช้า ดวงตาคู่สวยจ้องมองไปที่ใบหน้าของหลิวอู๋เสีย นางกัดริมฝีปากแน่น ก่อนจะส่ายหน้าเบา ๆ เป็นเชิงห้ามไม่ให้เขาตอบตกลง

“ขอบใจสำหรับน้ำใจ เจ้าไม่ต้องยุ่ง เรื่องนี้เป็นเรื่องระหว่างบุรุษ ให้พวกข้าจัดการกันเองเถอะ”

คำตอบของหลิวอู๋เสียเหนือความคาดหมาย

ในฐานะบุรุษย่อมไม่ยอมยืนอยู่เบื้องหลังสตรี แม้ต้องสู้จนตัวตายก็จะไม่ยอมอ่อนข้อให้

สวีหลิงเสวี่ยนัยน์ตาฉายแววผิดหวังออกมาเล็กน้อย เขายังคงดื้อรั้นเช่นเดิม ไม่ยอมรับฟังความคิดเห็นของนาง

หลิวอู๋เสียแสร้งทำเป็นไม่เห็น เขารู้สึกได้ถึงความรู้สึกของสวีหลิงเสวี่ยในตอนนี้

“หวังเหยียนหลง ต่อให้ไม่มีเรื่องของกัวจง ข้าก็จะฆ่าเจ้าอยู่ดี”

จิตสังหารอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณโดยมีหลิวอู๋เสียเป็นศูนย์กลาง ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความอาฆาต

ผู้คนมากมายต่างงุนงง พวกเขาสองคนมีเรื่องบาดหมางกันตั้งแต่เมื่อไหร่?

หวังเหยียนหลงหรี่ตาลง ฟ่านเหย่ผิงยังไม่กลับมา คาดว่าภารกิจคงล้มเหลว แต่ไม่คิดว่าหลิวอู๋เสียจะรอดจากการตามล่าของระดับพลังชำระไขกระดูก

“ข้าสงสัยจริง ๆ ว่าเจ้ารอดชีวิตกลับมาได้อย่างไร?”

ทั้งสองพูดคุยกันราวกับเล่นปริศนาคำทาย มีเพียงพวกเขาเท่านั้นที่รู้ดีแก่ใจ ส่วนคนนอกไม่รู้เรื่องราวอะไรเลย

บรรยากาศตึงเครียดถึงขีดสุด!

ดาบเสียเหรินปรากฏขึ้นในมือของหลิวอู๋เสีย จิตสังหารอันรุนแรงก่อตัวเป็นคลื่นมหาสมุทร แม้แต่สวีหลิงเสวี่ยก็ไม่อาจหยุดยั้งได้อีกต่อไป

“ที่ข้ารอดกลับมา เจ้าคงผิดหวังมากสินะ!”

หลิวอู๋เสียหัวเราะ มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็นรอยยิ้มเยาะเย้ย

รอบตัวมีคนฉลาดอยู่ไม่น้อย พวกเขาฟังบทสนทนาของทั้งสองคนก็พอจะเดาเรื่องราวได้ สวีหลิงเสวี่ยขมวดคิ้วเล็กน้อย หรือว่าหวังเหยียนหลงส่งคนไปลอบฆ่าหลิวอู๋เสียแต่ล้มเหลว?

หากเป็นเช่นนั้นจริง หวังเหยียนหลงช่างโหดร้ายเกินไปแล้ว

เขาเป็นถึงหนึ่งในสิบศิษย์เอก กลับทำเรื่องน่ารังเกียจเช่นนี้ได้

สวีหลิงเสวี่ยรู้สึกขยะแขยงเขาเพิ่มขึ้น ไม่คิดว่าศิษย์ของรองอาจารย์ใหญ่ผู้นี้จะมีจิตใจชั่วช้าเช่นนี้

“ลงมือเถอะ ข้าจะควบคุมแก่นในวิสุทธิ์ให้อยู่ในระดับพลังชำระวิญญาณ ข้าไม่คิดรังแกผู้อ่อนแอเด็ดขาด”

หวังเหยียนหลงพูดพลางหยิบกระบี่ยาวออกมา ลำแสงเย็นยะเยือกปล่อยออกมา เขาไม่อยากรออีกต่อไปแล้ว

ฝูงชนต่างถอยห่างออกไปจนเกิดเป็นวงล้อมขนาดใหญ่ เพื่อไม่ให้ตัวเองได้รับผลกระทบ

สวีหลิงเสวี่ยกัดริมฝีปากแน่น ดวงตาฉายแวววิตกกังวลอย่างเห็นได้ชัด หากนางยับยั้งเขาในตอนนี้ก็เท่ากับตบหน้าหลิวอู๋เสีย

ร่างของทั้งสองคนหายไปจากจุดเดิมราวกับดาวตก

ชั่วพริบตา!

สายลมกระโชกแรง กระบี่กับดาบต่างฟาดฟันปะทะกันจนแยกไม่ออกว่าใครเป็นใคร มองเห็นเพียงเงาร่างที่วูบไหว เจตจำนงดาบน่าสะพรึงกลัวฉีกกระชากท้องฟ้า ก่อนฟาดฟันลงมา

หลิวอู๋เสียยกดาบเสียเหรินขึ้น เจตจำนงดาบน่าอึดอัดทะลุผ่านเจตจำนงกระบี่ออกไป

เพียงแค่ปะทะกันครั้งแรก พวกเขาก็ต่อสู้กันไปแล้วหลายร้อยกระบวนท่า ศิษย์ทั่วไปไม่อาจมองตามทัน มีเพียงศิษย์อักษรฟ้าเท่านั้นที่พอจะมองเห็นภาพรวมคร่าว ๆ ได้

“เป็นไปไม่ได้ ศิษย์พี่หวังควบคุมแก่นในวิสุทธิ์ให้อยู่ในระดับพลังชำระวิญญาณขั้นสูง แต่ต่อสู้มานานเช่นนี้ กลับไม่อาจฆ่าเด็กคนนี้ได้”

ศิษย์ที่สนับสนุนหวังเหยียนหลงตกตะลึง ใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

“ชิ้ง!”

อาวุธทั้งสองปะทะกัน เกิดเป็นคลื่นพลังมหาศาลกระจายออกไปทุกทิศทุกทาง ทำลายบ้านเรือนพังทลายเป็นผุยผง ร่างของทั้งสองกระเด็นถอยหลังไปพร้อมกัน ก่อนจะร่วงลงบนกำแพง

การต่อสู้ครั้งนี้ พวกเขาเสมอกัน

แก่นในวิสุทธิ์อันน่าสะพรึงกลัวเช่นนี้ ทำลายความรู้ความเข้าใจของทุกคนลงอย่างสิ้นเชิง

หวังเหยียนหลงสีหน้าบึ้งตึง ทุกครั้งที่ปะทะกัน แขนของเขาก็จะรู้สึกด้านชา เจ็บปวดรุนแรง หลิวอู๋เสียไม่ได้ดูเรียบง่ายอย่างที่เห็นภายนอกเลย

เขากล้ามากท้าทายข้าเช่นนี้

“ดูเหมือนข้าจะประมาทเจ้าเกินไป”

หวังเหยียนหลงยกกระบี่ยาวขึ้น บนกระบี่มีประกายสายฟ้าแลบแปลบปลาบ พลังสายฟ้าปรากฏขึ้นแล้ว

พลังสายฟ้ามีพลังทำลายล้างที่น่าสะพรึงกลัว หากต้องเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้เช่นนี้คงรับมือได้ยาก

สายฟ้านับไม่ถ้วนรวมตัวกันรอบ ๆ หวังเหยียนหลง ก่อตัวเป็นมหาสมุทรสายฟ้าอันน่าสะพรึงกลัว

หลิวอู๋เสียยังคงนิ่งเฉย ตันเถียนไท่หวงไม่เกรงกลัวพลังใด ๆ ดาบเสียเหรินถูกยกขึ้น ปลายดาบชี้ขึ้นไปบนท้องฟ้า

…

ณ ประตูทางเข้าสำนักศึกษาจักรวรรดิ ปรากฏร่างของหญิงงามล่มเมืองผู้หนึ่ง

“น้องสาม เจ้ามาที่นี่ได้อย่างไร?”

เฉินเล่อเหยาเดินออกมาอย่างรวดเร็วเพื่อต้อนรับหญิงสาวผู้นี้

“พาข้าไปหาหลิวอู๋เสียเดี๋ยวนี้”

เฉินรั่วเยียนจูงมือเล็ก ๆ ของเฉินเล่อเหยา บอกให้นางพาไปหาหลิวอู๋เสีย เมื่อกลับถึงเมืองหลวง นางก็รีบตรวจสอบภูมิหลังของหลิวอู๋เสียทันที และรีบมาที่นี่ในทันทีที่รู้เรื่อง

ในบรรดาเชื้อพระวงศ์ มีเพียงเฉินรั่วเยียนเท่านั้นที่ไม่ได้ปฏิบัติต่อเฉินเล่อเหยาเหมือนคนนอก ทั้งสองคนสนิทสนมกันมากราวกับพี่น้องร่วมสายเลือด

– โปรดติดตามตอนต่อไป –

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 190 ปะทะ"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย