Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

ไท่หวง สูบกลืนสวรรค์ - ตอนที่ 163 ระดับพลังชำระวิญญาณ

  1. Home
  2. ไท่หวง สูบกลืนสวรรค์
  3. ตอนที่ 163 ระดับพลังชำระวิญญาณ
Prev
Next

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

ก่อนที่หลิวอู๋เสียจะทันตอบสนอง หมัดที่น่าสะพรึงกลัวก็ก่อคลื่นพลังทำลายล้าง แผ่นพื้นหนาถูกยกขึ้น ก่อตัวเป็นพายุ คล้ายกับมังกรคำรามกระโจนเข้าหาหลิวอู๋เสีย

พลังของหมัดนี้เทียบเท่ากับผู้ฝึกตนระดับพลังชำระไขกระดูกขั้นหนึ่ง ดูเหมือนไป๋จ้านไม่ได้มีดีแค่เปลือกนอก ถึงได้จองหองเช่นนี้

หมัดอันดุร้าย แม้แต่ผู้ฝึกตนระดับพลังชำระวิญญาณขั้นสูงก็ไม่อาจรับได้

เป้าหมายนั้นเรียบง่าย ฆ่าหลิวอู๋เสีย

ผู้อาวุโสที่รับผิดชอบชั้นสามซ่อนตัวอยู่ใต้โต๊ะ ไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการต่อสู้ระหว่างพวกเขา ไป๋จ้านผู้นี้เป็นใครกัน ถึงได้บ้าบิ่นและอวดดีเช่นนี้

พลังหมัดมาถึงในพริบตา เหลือเวลาให้หลิวอู๋เสียตอบสนองไม่มากแล้ว

ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง หลิวอู๋เสียยกกำปั้นขึ้น รวบรวมพลังหมัดทรราช

เขาเก็บพลังไว้ห้าส่วน พลังหมัดทรราชเพียงครั้งเดียวสามารถฆ่าผู้ฝึกตนระดับพลังชำระไขกระดูกขั้นต่ำได้ หลิวอู๋เสียยังไม่ต้องการฆ่าใครในตอนนี้

ไป๋จ้านผู้นี้ไม่ธรรมดา ถึงขั้นกล้าลงมือฆ่าคนในห้องฝึกฝน เช่นนั้นต้องมีภูมิหลังที่แข็งแกร่งเป็นแน่

“โครม!”

ทั่วทั้งชั้นสามสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ปลุกให้ศิษย์ชั้นสองจำนวนมากรีบวิ่งขึ้นมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น

พลังหมัดของไป๋จ้านแฝงไว้ด้วยพลังไฟแข็งแกร่ง ศิษย์ที่ยืนใกล้เกินไปไม่สามารถลืมตาขึ้นมองสถานการณ์บนเวทีได้

“เปรี้ยง!”

ราวกับฟ้าถล่มดินทลาย หอคอยทองคำห้าชั้นสร้างขึ้นเป็นพิเศษ แม้แต่ผู้ฝึกตนระดับพลังชำระไขกระดูกก็ไม่สามารถทำลายได้ อย่างมากก็แค่ทำลายสิ่งก่อสร้างภายในได้เท่านั้น

ขณะที่หมัดปะทะเข้าหากัน แรงกระแทกอันน่าสะพรึงกลัวกวาดล้างไปทั่วทุกทิศทาง ราวกับคลื่นทะเลซัดกระหน่ำ

ศิษย์ที่เพิ่งเดินขึ้นมาทานไม่ไหว พวกเขาถูกซัดปลิวไปคนแล้วคนเล่า ร่วงหล่นลงสู่ชั้นสอง

ทั้งสองคนถอยหลังพร้อมกัน หลิวอู๋เสียถอยหลังไปสิบกว่าก้าว จนกระทั่งหยุดอยู่ที่หน้าห้องฝึกฝนหมายเลขสิบ

ไป๋จ้านถอยกลับไปที่โต๊ะ แรงปะทะอันรุนแรงทำให้โต๊ะแตกเป็นเสี่ยง ๆ ผู้อาวุโสที่รับผิดชอบรีบคลานออกมาจากใต้โต๊ะ ใบหน้าเปื้อนฝุ่นไปหมด

ใบหน้าของไป๋จ้านมืดมนน่ากลัว เมื่อครู่จะไม่ได้ออกแรงเต็มที่ แต่ก็มากพอที่จะฆ่าระดับพลังกำเนิดฟ้าได้อย่างง่ายดาย

หลิวอู๋เสียรู้สึกราวกับแขนขวาชาหนึบ พลังแข็งแกร่งไหลผ่านเส้นชีพจร เขาประเมินความแข็งแกร่งของไป๋จ้านต่ำเกินไป

ชายผู้นี้ช่างเป็นคู่ต่อสู้ที่น่าเกรงขามอย่างแท้จริง ไม่ได้ดูง่ายอย่างที่เห็นภายนอก

ไป๋จ้านแขนสั่นเล็กน้อย ในขณะที่ปะทะกัน ราวกับสายฟ้าฟาดเข้าที่กำปั้นของเขา มันช่างเจ็บปวดแสนสาหัส เขาสูดหายใจเข้าลึก

ทั้งสองฝ่ายไม่ได้ลงมือต่อ จ้องมองกันและกันอย่างเงียบ ๆ

จิตสังหารเข้มข้นแผ่ปกคลุมใบหน้าของไป๋จ้าน กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วทั้งชั้นสาม

เหล่าศิษย์ชั้นสองที่ถูกซัดกระเด็นจนลอยละลิ่วพากันลุกขึ้นยืนอย่างทุลักทุเล พร้อมกับจ้องมองไปยังทั้งสองคนด้วยแววตาหวาดหวั่น

“นั่นมันไป๋จ้านนี่ ใครไปหาเรื่องเขากัน?”

ศิษย์คนหนึ่งที่นอนคว่ำอยู่บนบันไดร้องอุทาน เขาจำได้ว่าชายคนนั้นคือใคร

“นั่นก็ไม่ใช่ใครที่ไหน หลิวอู๋เสีย เขาดันไปมีเรื่องกับไป๋จ้านอีกแล้วหรือเนี่ย?”

มีศิษย์คนหนึ่งห้อยโตงเตงอยู่บนราวบันไดในระยะไม่ไกลนัก เขาจ้องมองหลิวอู๋เสียด้วยสีหน้าแปลกประหลาด

ภาพเหตุการณ์เมื่อสองคืนก่อนยังคงติดตาเหล่าศิษย์ทุกคน หลิวอู๋เสียใช้เพียงดาบเดียวสังหารเซวียรุ่ย ชื่อเสียงเลื่องลือไปทั่วสำนักศึกษาจักรวรรดิ

ช่วงสองสามวันที่ผ่านมา ทุกคนต่างพูดคุยถึงเรื่องนี้ ข้อมูลของหลิวอู๋เสียถูกขุดคุ้ยขึ้นมาจนหมดสิ้น

หลิวอู๋เสียไม่สนใจเสียงวิพากษ์วิจารณ์รอบข้าง เขาหยิบกุญแจหยกออกมา แล้วเสียบลงในร่องบนประตูห้องฝึกฝนหมายเลขสิบ ประตูหินค่อย ๆ เปิดออกอย่างช้า ๆ

หลิวอู๋เสียเดินตรงเข้าไป ทิ้งให้ไป๋จ้านยืนนิ่งฟันกรอดอยู่ข้างนอก

ถ้าไม่ติดว่าแขนขวาของเขายังชาหนึบและยังไม่หายดี เขาจะฆ่าหลิวอู๋เสียด้วยมือของเขาเอง

ไป๋จ้านมองหลิวอู๋เสียเดินเข้าไปในห้องฝึกฝนด้วยสายตาอาฆาต เขาเตะราวบันไดด้านขวาอย่างแรง ราวบันไดที่ทำจากไม้เนื้อแข็งแตกเป็นเสี่ยง ๆ เศษไม้กระเด็นไปทั่ว ทำเอาศิษย์ชั้นสองวิ่งหนีกันจ้าละหวั่น

“เจ้าเด็กนี่ ไม่ว่าเจ้าจะเป็นใคร หากเจ้าทำให้ข้าพลาดโอกาสในการทะลวงสู่ระดับพลังชำระไขกระดูก ข้าจะสับเจ้าเป็นชิ้น ๆ แน่”

การออกไปฝึกฝนภายนอกคราวนี้ ในที่สุดเขาก็พบโอกาสในการทะลวงระดับพลัง เขาจึงรีบกลับมาที่สำนักศึกษาจักรวรรดิทันที หวังว่าจะใช้ห้องฝึกฝนช่วยในการทะลวงระดับพลัง ปรากฏว่าห้องเต็มทุกห้อง

ไป๋จ้านไม่มีทางเลือก เขามุ่งหน้าไปยังชั้นสองและพบกับห้องฝึกฝนห้องหนึ่ง จากนั้นก็เข้าไปฝึกฝน

หลิวอู๋เสียก้าวเข้าไปในห้องฝึกฝน รู้สึกได้ถึงพลังปราณอันเข้มข้นที่โถมเข้าใส่ รูขุมขนทั่วร่างกายเปิดออก พยายามดูดซับพลังปราณเข้าไปอย่างบ้าคลั่ง

“ไม่เลวเลย คุ้มค่ากับห้าสิบแต้มศึกษาจริง ๆ”

แต้มศึกษาทั้งห้าสิบแต้มนั้นเทียบเท่ากับเหรียญทองห้าล้านเหรียญ คนทั่วไปยากจะแบกรับไหว นำไปไว้ที่เมืองชางหลันก็เทียบเท่ากับรายได้ของตระกูลใหญ่ตระกูลหนึ่งตลอดทั้งปี แต่ในสำนักศึกษาจักรวรรดิกลับใช้ฝึกฝนได้เพียงแค่วันเดียว

ห้องฝึกฝนมีขนาดใหญ่มาก กว้างประมาณห้าสิบกว่าหมี่ ตรงกลางมีเบาะรองนั่งสำหรับทำสมาธิตั้งอยู่ ส่วนผนังทั้งสี่ด้านเปลือยเปล่า มีเพียงเกลียวคลื่นจาง ๆ ปรากฏขึ้นเป็นครั้งคราว

ผนังหินสร้างขึ้นจากวัสดุพิเศษ อาวุธทั่วไปยากที่จะทำลาย หลังจากที่ทะลวงขีดจำกัดของตัวเองได้แล้ว ผู้คนจำนวนมากมักมาฝึกฝนวิชายุทธ์ที่นี่

มีเวลาเพียงวันเดียวจึงไม่อาจรีรอได้ หลิวอู๋เสียนั่งขัดสมาธิบนเบาะรองนั่ง ปล่อยให้เคล็ดไท่หวงสูบกลืนสวรรค์เริ่มทำงานด้วยตัวเอง

ไม่ต้องให้หลิวอู๋เสียกระตุ้น ติ่งเทพสูบกลืนสวรรค์เริ่มดูดกลืนอย่างบ้าคลั่ง พลังปราณที่นี่เข้มข้นกว่าในถ้ำเพลิงตะวันถึงสิบเท่า

เพียงไม่กี่ลมหายใจ ภายในติ่งเทพสูบกลืนสวรรค์ก็ปรากฏของเหลวหลายสิบหยด และยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

เขาใช้ของเหลวเกือบหมดในการทะลวงระดับพลังกำเนิดฟ้าขั้นเก้า คาดเดาว่าอย่างน้อยที่สุดต้องใช้ของเหลวถึงหนึ่งหมื่นหยดจึงจะทะลวงสู่ระดับพลังชำระวิญญาณ

หลิวอู๋เสียเร่งบ่มเพาะพลังเต็มที่ วังวนสีดำปรากฏขึ้นเหนือศีรษะ พลังปราณภายในห้องฝึกฝนถูกกลืนกินจนหมดสิ้นภายในพริบตา

ความเร็วที่กลืนกินนี้น่ากลัวมาก

“ไม่ดีแน่ พลังปราณในห้องฝึกฝนไม่พอที่จะช่วยให้ข้าทะลวงสู่ระดับพลังชำระวิญญาณ!”

หลิวอู๋เสียลืมตาขึ้นพลางมองไปที่ห้องฝึกฝน ม่านตาภูตทะลุผ่านผนังหินเข้าไปในศูนย์กลางของค่ายกล

หอคอยทองคำห้าชั้นถูกสร้างขึ้นจากค่ายกลขนาดใหญ่ ดูดซับพลังปราณจากชีพจรวิญญาณใต้ดิน แล้วส่งไปยังห้องฝึกฝนแต่ละห้อง

ห้องฝึกฝนชั้นแรกมีพลังปราณหนากว่าข้างนอกสามเท่า

ห้องฝึกฝนชั้นสองมีพลังปราณหนากว่าข้างนอกสิบเท่า

ห้องฝึกฝนชั้นสามมีพลังปราณหนากว่าข้างนอกห้าสิบเท่า ความบริสุทธิ์ที่สูงเช่นนี้ยังไม่สามารถตอบสนองความต้องการของหลิวอู๋เสียได้

ตันเถียนไท่หวงนั้นไม่อาจคำนวณตามสามัญสำนึกได้ ปราณแท้ของหลิวอู๋เสียมีความบริสุทธิ์ของเหนือกว่าคนทั่วไปหลายร้อยเท่า

“เปลี่ยนรูปแบบค่ายกล!”

ในวินาทีแรก หลิวอู๋เสียคิดถึงการเปลี่ยนรูปแบบค่ายกล เพื่อดูดซับพลังปราณรอบ ๆ ตัวเขามา

หลังจากยกแผ่นหินสีเขียวขึ้นบนพื้น หลิวอู๋เสียก็ประทับมือลงบนค่ายกล ฉากแปลกประหลาดปรากฏขึ้นทันที พลังปราณในห้องฝึกฝนเข้มข้นกว่าเดิม

“แบบนี้ค่อยดีหน่อย!”

เขาปรบมือและกลับไปที่เบาะรองนั่งเพื่อบ่มเพาะพลังต่อ

สติจดจ่ออยู่ที่ตันเถียน ของเหลวในติ่งเทพสูบกลืนสวรรค์เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ผ่านไปสิบนาทีก็มีหยดน้ำมากกว่าร้อยหยด

เวลาผ่านไปทีละนาที เคล็ดไท่หวงสูบกลืนสวรรค์ยังคงทำงานอย่างไม่หยุดยั้ง พลังปราณที่เกือบจะเป็นของเหลวตกลงบนพื้นห้องฝึกฝน รวมตัวกันเป็นลำธารเล็ก ๆ

“สบายจริง ๆ!”

เขานำโอสถชำระกระดูกที่เหลืออยู่ไม่กี่เม็ดออกมา แล้วกลืนลงไปในอึกเดียว ถือว่าดีกว่าไม่มีอะไรเลย

โดยไม่รู้ตัว ครึ่งวันผ่านไป ติ่งเทพสูบกลืนสวรรค์มีของเหลวเพิ่มขึ้นกว่าห้าพันหยด หลิวอู๋เสียอยากจะฝึกฝนที่นี่สักสิบวันสิบคืน บางทีอาจจะทะลุผ่านระดับพลังชำระวิญญาณขั้นสามได้

น่าเสียดาย เขาไม่มีแต้มศึกษามากขนาดนั้น ทำได้เพียงถอนหายใจยาว

“เกิดอะไรขึ้น? ทำไมพลังปราณเบาบางกว่าตอนเช้า?”

เสียงเดียวกันนี้ดังมาจากห้องฝึกฝนอีกเก้าห้องบนชั้นสาม บางคนถึงกับเปิดประตูหินออกมาเพื่อตรวจสอบ

มันชัดเจนยิ่งขึ้นบนชั้นสอง พลังปราณถูกดึงออกไปมากกว่าครึ่ง เบาบางจนเกือบจะเท่ากับชั้นแรก

ส่วนชั้นแรก ศิษย์มากกว่าร้อยคนวิ่งออกมาพร้อมกัน ความบริสุทธิ์ของพลังปราณในห้องฝึกฝนไม่ต่างจากข้างนอก

เรื่องนี้ทำให้อาจารย์ที่ปรึกษาด้านค่ายกลของสำนักศึกษาจักรวรรดิต้องส่งคนมาตรวจสอบ ถึงอย่างนั้นก็ไม่พบปัญหาใด

ไป๋จ้านโกรธจนตะโกนลั่น เขาใกล้จะทะลุขีดจำกัดอยู่แล้ว แต่พลังปราณกลับเหือดแห้ง ทำให้พลาดโอกาสในการทะลวงระดับพลัง ต้องหยุดอยู่ที่ระดับพลังชำระวิญญาณขั้นสูง

หวังทะลวงระดับพลัง ทว่าต้องรอโอกาสครั้งต่อไป

หลิวอู๋เสียไม่รู้เรื่องรู้ราวใด ๆ ทั้งสิ้น จมดิ่งอยู่ในโลกของตัวเอง

จนกระทั่งยามพลบค่ำ ของเหลวในติ่งเทพสูบกลืนสวรรค์ก็สะสมครบหนึ่งหมื่นหยดในที่สุด

“ถึงเวลาแล้ว!”

เส้นชีพจรส่งเสียงคำรามอย่างรุนแรง ราวกับหินหนืดที่กำลังปะทุ

ของเหลวกว่าหนึ่งหมื่นหยดไหลออกมา ฉากที่น่าสะพรึงกลัวปรากฏขึ้น ต้นกล้าจำนวนมากปรากฏขึ้นบนพื้นดินที่แตกระแหงของตันเถียนไท่หวง

ที่แปลกก็คือมีเพียงต้นไม้โบราณต้นเดียวเท่านั้นที่เติบโตสูงที่สุด ต้นกล้าต้นอื่น ๆ เติบโตอย่างเชื่องช้า สารอาหารที่พวกมันดูดซับล้วนถูกส่งไปยังต้นไม้โบราณต้นนี้ทั้งหมด

หลิวอู๋เสียเองก็ไม่รู้ว่าต้นไม้นี้ชื่ออะไร จึงได้แต่เรียกว่าต้นไม้โบราณ เขาค้นคว้าตำรามามากมายก็ยังไม่พบเบาะแสใด ๆ เกี่ยวกับต้นไม้ต้นนี้

ต้นไม้โบราณเติบโตอย่างบ้าคลั่ง แผ่กิ่งก้านสาขามากมาย ราวกับจะแผ่ขยายไปสู่ความว่างเปล่า

จากนั้น!

หลิวอู๋เสียร่างกายแกว่งไปมา เกือบจะล้มลง กิ่งก้านหนึ่งงอกออกมาจากร่างของเขา มันดูดซับพลังปราณจากฟ้าดิน

“นี่มันเกิดอะไรขึ้น หรือว่าเคล็ดไท่หวงสูบกลืนสวรรค์พัฒนาแล้ว?”

หลิวอู๋เสียสับสนไปหมด ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น เขาเพิ่งเคยฝึกฝนเคล็ดไท่หวงสูบกลืนสวรรค์เป็นครั้งแรก เหมือนคลำทางไปเรื่อย ๆ ค่อย ๆ เรียนรู้ไปทีละขั้นตอน

ติ่งเทพสูบกลืนสวรรค์กำลังยกระดับ เคล็ดไท่หวงสูบกลืนสวรรค์ก็กำลังยกระดับเช่นกัน ทั้งสองสิ่งนี้ต่างเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน

“ความเร็วในการดูดซับพลังปราณเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด”

มีกิ่งก้านอีกกิ่งหนึ่งงอกออกมา แทงทะลุเข้าไปในความว่างเปล่า แล้วกลืนกินพลังปราณอันไร้ขอบเขต ของเหลวในติ่งเทพสูบกลืนสวรรค์เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ช่างมันก่อนเถอะ การทะลวงระดับพลังยุทธ์ใกล้เข้ามาแล้ว รอให้ยกระดับพลังสำเร็จก่อนก็ค่อย ๆ ศึกษาอย่างช้า ๆ ยังไงซะมันก็ไม่ใช่เรื่องร้าย

ทุกครั้งที่ตันเถียนไท่หวงทะลวงระดับพลัง จำเป็นต้องใช้พลังปราณมหาศาล เมื่อต้นไม้โบราณลึกลับช่วยเขาดูดซับพลังปราณได้เช่นนี้ เหตุใดจึงไม่ยอมรับไว้เล่า?

ราวกับค้อนขนาดใหญ่ทุบลงบนผนัง ส่งเสียงดังสนั่น ดูเหมือนว่าจุดฝังเข็มในร่างกายจะเปิดออก

กระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวไหลเข้าสู่ร่างกาย ไหลเวียนไปทั่วแขนขาทั้งสี่ เปี่ยมไปด้วยพลังแห่งไท่หวง

ยากที่จะอธิบายเป็นคำพูด รู้สึกเหมือนก่อนหน้านี้วิญญาณและร่างกายแยกจากกัน

หลังจากทะลวงระดับพลังชำระวิญญาณแล้ว วิญญาณและร่างกายก็หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกันอย่างสมบูรณ์ หลิวอู๋เสียเข้าใจร่างกายของตัวเองมากขึ้น รับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงในกระดูกและข้อต่อ

นี่คือการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ ไม่ใช่แค่การก้าวข้ามระดับพลังเท่านั้น

ของเหลวที่ไหลอยู่บนพื้นถูกดูดซับเข้าสู่ร่างกาย นี่คือเหตุผลที่หลิวอู๋เสียมาที่ห้องฝึกฝน

การดูดซับพลังปราณจากภายนอกต้องใช้เวลาอย่างน้อยหนึ่งเดือนจึงจะสะสมของเหลวได้เพียงพอ

เส้นชีพจรขยายตัวต่อเนื่อง ตันเถียนไท่หวงหนาแน่นขึ้น มีก้อนหินขนาดใหญ่ผุดขึ้นบนพื้น นี่เป็นสัญญาณว่าธาตุดินกำลังจะตื่นขึ้น

ปราณแท้ไหลเวียนไปตามเส้นชีพจรเป็นวงกลม ครู่หนึ่งก็ไหลเวียนไปสามสิบหกรอบใหญ่ แล้วกลับสู่ตันเถียนไท่หวง ปราณแท้บริสุทธิ์ยิ่งขึ้น

คนทั่วไปมีปราณแท้ลักษณะคล้ายหมอก แต่หลิวอู๋เสียมีปราณแท้คล้ายของเหลวที่ไหลเวียนอยู่ในตันเถียน รวมตัวกันเป็นแม่น้ำสายหนึ่ง

– โปรดติดตามตอนต่อไป –

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 163 ระดับพลังชำระวิญญาณ"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย