Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

ไท่หวง สูบกลืนสวรรค์ - ตอนที่ 154 ไร้ยางอาย

  1. Home
  2. ไท่หวง สูบกลืนสวรรค์
  3. ตอนที่ 154 ไร้ยางอาย
Prev
Next

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

เพื่อไม่ให้หลิวอู๋เสียมีที่ยืน เถาเหวินปิงทำลายเสาไม้โดยรอบทั้งหมด เหลือเพียงเสาที่เขายืนอยู่เท่านั้น

แผนการโหดร้ายอะไรเช่นนี้!

หลิวอู๋เสียคำนวณไว้แล้ว เท้าขวาแตะที่เสาไม้ที่กำลังจะจมลงไปในบ่อโคลน เคลื่อนที่ไปในอากาศเป็นระยะทางกว่าห้าหมี่ ก่อนจะตกลงบนเสาไม้อย่างมั่นคง

ไม่มีท่วงท่าที่สวยงาม ไม่มีวิชายุทธ์ที่แข็งแกร่ง อาศัยเพียงการควบคุมสภาพแวดล้อมโดยรอบและการใส่ใจในรายละเอียด

วิเศษล้ำเลิศ!

ทุกคนต่างพากันชื่นชมหลิวอู๋เสีย

“วิเศษ วิเศษยิ่งนัก ไม่คิดเลยว่าวิชาตัวเบาของศิษย์น้องหลิวจะเลิศล้ำปานนี้!”

พวกหวังหยงห่าวต่างตบต้นขาด้วยความตื่นเต้น เมื่อครู่นี้พวกเขาลุ้นจนตัวโก่ง กลัวว่าหลิวอู๋เสียจะพลาดตกลงไปในบ่อโคลน

แต่เขากลับพลิกสถานการณ์ในวินาทีสุดท้าย ขึ้นไปยืนบนเสาไม้อย่างสวยงาม

ดวงตาของเซวียอวี้เย็นชาจนน่ากลัว กำลังจะโห่ร้องดีใจ แต่ในตอนที่หลิวอู๋เสียกลับไปยืนบนเสาไม้นั้น มันเหมือนตบหน้าตระกูลเซวียอย่างจัง

ทั้งสี่ทิศเงียบสงัด ไม่มีใครพูดอะไร การเผชิญหน้าที่เงียบงันเช่นนี้อึดอัดนัก

“ไม่เลว!”

ดวงตาของเถาเหวินปิงฉายแววเคร่งขรึมออกมาเล็กน้อย ก้าวเท้าอย่างแผ่วเบา ร่างกายเบาเหมือนนกนางแอ่น เขากระโดดข้ามเสาไม้ไปหลายต้น ยืนอยู่ห่างจากหลิวอู๋เสียเพียงหนึ่งหมี่

เสาไม้โดยรอบล้มลงไปเกือบหมดแล้ว ต่อไปนี้การเดินแต่ละก้าวล้วนยากลำบาก

“ฟุ่บ!”

ร่างของเถาเหวินปิงเหมือนกับกำลังบิน เขาลอยขึ้นไปบนอากาศสูงกว่าสามจั้ง พุ่งตรงไปยังเสาไม้ที่อยู่ไกลออกไป

ถ้าหากเขาไปถึงก่อนและทำลายเสาไม้ที่อยู่ด้านหลัง หลิวอู๋เสียก็จะไม่มีที่ให้เหยียบ ต้องยืนอยู่กับที่

เสาไม้เหลือน้อยลงเรื่อย ๆ เถาเหวินปิงวางแผนไว้เป็นอย่างดี ในเมื่อไม่อาจบังคับให้หลิวอู๋เสียตกลงไปในบ่อโคลนได้ เช่นนั้นก็ทำลายเสาไม้ให้หมด ดูสิว่าเจ้าจะตามข้ามาได้อย่างไร?

ความจริงมันโหดร้ายเช่นนี้ เสาไม้เหมาะสำหรับการฝึกฝนเพียงคนเดียว การเดินพร้อมกันสองคนนั้นยากมาก ยิ่งต้องคอยระวังคู่ต่อสู้

“กระจอก!”

หลิวอู๋เสียยิ้มเยาะ ร่างกายลอยขึ้นกลางอากาศอย่างกะทันหัน ท่วงท่าสง่างาม เมื่อเทียบกับเขาแล้ว เถาเหวินปิงไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกันเลย

“ท่วงท่างดงามอะไรเช่นนี้!”

ศิษย์หญิงหลายคนต่างพากันยืนขึ้น ดวงตาเปล่งประกายระยิบระยับ

ร่างของหลิวอู๋เสียพุ่งทะยานราวกับนกกระเรียนเหินเวหา ยืนอยู่บนก้อนเมฆ มือทั้งสองข้างกางออก ตีลังกาสี่ตลบกลางอากาศ ก่อนจะลงยืนอย่างมั่นคงบนเสาต้นเดียว

“โอ้อวด!” สวีหลิงเสวี่ยเบะปากเล็กน้อย

แววตาที่เต็มไปด้วยความกังวลลดลงไปมากแล้ว

สีหน้าของเถาเหวินปิงยิ่งทวีความเย็นชาขึ้นเรื่อย ๆ เขาประเมินวิชาตัวเบาของหลิวอู๋เสียต่ำเกินไป วิชาเท้าพายุที่ฝึกฝนนั้นเป็นวิชาตัวเขาระดับลึกล้ำ แม้แต่ในสำนักศึกษาจักรวรรดิก็มีศิษย์เพียงไม่กี่คนที่ฝึกฝนจนบรรลุ

เขาฝึกฝนอย่างต่อเนื่องทุกวันตลอดหลายปีที่ผ่านมา จนกระทั่งเข้าใจแก่นแท้ของลมและควบคุมวิชาเท้าพายุได้อย่างชำนาญ

ดวงตาของเขาเย็นชาราวกับลมแรง เขาพุ่งเข้าหาหลิวอู๋เสียอย่างรวดเร็ว นี่คือจุดยืนที่สิ้นหวัง

ตระกูลเซวียได้เตือนเขาไว้แล้ว ถ้าไม่ฆ่าหลิวอู๋เสีย ก็อย่าหวังว่าจะมีชีวิตรอดกลับไป

“รนหาที่ตาย!”

หลิวอู๋เสียโกรธจัด เดิมทีเขาคิดว่าเป็นแค่การประลองวิชาตัวเบา แต่เรื่องราวกับไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เถาเหวินปิงต้องการฆ่าเขา

เท้าทั้งสองข้างของเถาเหวินปิงเปรียบเสมือนก้ามปูขนาดใหญ่สองก้ามที่มีรูปร่างเหมือนกรรไกร พุ่งเข้าหนีบที่คอของหลิวอู๋เสียอย่างแรง

วิชาฝีเท้าของเขาช่างร้ายกาจนัก!

หลิวอู๋เสียไม่อาจหลบเลี่ยงได้ เสาต้นอื่น ๆ รอบตัวล้วนถูกเถาเหวินปิงทำลายไปหมดแล้ว เขาไม่อาจนั่งรอความตายอยู่เฉย ๆ

เขาออกแรงถีบเท้าขวา ร่างของเขาลอยขึ้นกลางอากาศ ปะทะกับเท้าทั้งสองข้างของเถาเหวินปิงเข้าอย่างจัง

“ปัง ปัง ปัง…”

ถึงหลิวอู๋เสียจะไม่ได้ฝึกฝนวิชายุทธ์ใดเป็นพิเศษ ทว่าวิชายุทธ์ทั่วไปก็ทำอันตรายเขาได้ยาก

ทั้งสองคนต่อสู้กันกลางอากาศอย่างดุเดือดกว่าสิบกระบวนท่า หลิวอู๋เสียไม่ได้ใช้อาวุธใด ๆ เลย เขาต่อสู้ด้วยร่างกายเปล่า ๆ

ถ้าเขาชักดาบออกมา เถาเหวินปิงคงกลายเป็นศพไปแล้ว

“ตูม!”

ฝ่าเท้ากระทบฝ่าเท้า ร่างของทั้งคู่กระเด็นออกไปพร้อมกัน

“โครม โครม!”

เสาไม้เบื้องหลังของหลิวอู๋เสียแตกกระจายทีละต้น ร่างของเขาพุ่งเข้าชนอย่างรุนแรงจนเสาไม้ทั้งหลายไม่อาจต้านทาน บ้างก็แตกหัก บ้างก็กระจัดกระจาย เหลือเพียงไม่กี่ต้นที่ยังคงยืนหยัดอยู่ได้

“เจ้าหนู ตายซะเถอะ!”

ทันใดนั้นเอง!

ปลายเท้าของเถาเหวินปิงเปล่งประกายแสงสีเงินเย็นยะเยือก พุ่งตรงไปยังอกของหลิวอู๋เสียโดยตรง ที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้นคือภายในแสงนั้นยังแฝงไว้ด้วยอาวุธลับ!

ฉากนี้ทำให้ผู้คนนับไม่ถ้วนต้องตื่นตะลึง

ร่างของหลิวอู๋เสียลอยอยู่กลางอากาศ ไร้จุดยึดเกาะ พลันร่วงหล่นลงมาอย่างต่อเนื่อง หากเขาเลือกที่จะหลบอาวุธลับก็ย่อมต้องร่วงลงไปในบ่อโคลนเบื้องล่างอย่างแน่นอน

สถานการณ์นี้วิกฤติยิ่ง ราวกับเส้นยาแดงผ่าแปด ถึงคราวคับขันเป็นตายร้ายดีกันเลยทีเดียว

สวีหลิงเสวี่ยผุดลุกขึ้นยืนอย่างกะทันหัน มือเล็กยกขึ้นมาปิดปากแน่น หวังเหยียนหลงที่อยู่ด้านข้างมองเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดอย่างชัดเจน

ศิษย์ห้องเจ็ดทุกคนต่างก็ลุกขึ้นยืนพลางกำหมัดแน่น ทุกคนเต็มไปด้วยความโกรธ เถาเหวินปิงช่างน่ารังเกียจสิ้นดี เลวทรามต่ำช้าถึงเพียงนี้เชียวหรือ?

เถาเหวินปิงทำลายเสาไม้รอบตัวจนสิ้น เหลือเพียงร่างของหลิวอู๋เสียที่อยู่ห่างจากบ่อโคลนเบื้องล่างเพียงหมี่กว่า ๆ เท่านั้น

ลูกดอกที่ซ่อนอยู่ส่งเสียงที่รุนแรงทะลุผ่านอากาศ เพียงพริบตาก็มาถึงตัวหลิวอู๋เสียในระยะไม่ถึงสิบหมี่

หลังจากที่ยิงลูกดอกออกไป เถาเหวินปิงไม่รอช้าแม้แต่วินาทีเดียว เขากระโดดต่อเนื่อง ร่างพุ่งตรงไปยังเส้นชัยอย่างรวดเร็ว

แม้ไม่อาจฆ่าหลิวอู๋เสียได้ เขาต้องเอาชนะในด้านวิชาตัวเบาให้ได้ หลิวอู๋เสียจะต้องเสื่อมเสียชื่อเสียงอย่างย่อยยับ

“ศิษย์น้องหลิว รีบลุกขึ้น!”

ศิษย์ห้องเจ็ดต่างก็ตะโกนบอกให้หลิวอู๋เสียรีบลุกขึ้น หากตกลงไปมีหวังได้ตายอยู่ในนั้นแน่

ซงหลิงกระวนกระวายใจจนแทบจะเป็นบ้า เขาทำอะไรไม่ถูก น้ำตาไหลรินออกมาอย่างห้ามไม่อยู่

เฉินเล่อเหยาที่ยืนอยู่ในเขตพื้นที่อักษรลึกล้ำจ้องมองทุกอย่างที่เกิดขึ้นอย่างเงียบงัน

“ฮ่าฮ่าฮ่า ในที่สุดเจ้าเด็กนั่นก็ต้องตาย!”

ศิษย์ห้องหกพากันหัวเราะลั่น เห็นหลิวอู๋เสียใกล้ตายก็รู้สึกสะใจยิ่งนัก

ศิษย์กว่าหมื่นคน อาจารย์ที่ปรึกษาอีกหลายร้อยคน ต่างก็เฝ้ามองสถานการณ์ที่เลวร้ายลงเรื่อย ๆ อย่างเงียบงัน

จินเจี้ยนเฟิงหยิบน้ำเต้าที่อยู่ข้างเอวขึ้นมาดื่ม ดวงตาของเขาเปล่งประกาย

เมื่อร่างของเขาอยู่ห่างจากหล่มเพียงไม่กี่นิ้ว งูพิษตัวหนึ่งโผล่ออกมาจากบ่อโคลน อ้าปากกว้างพุ่งเข้ากัดที่คอของหลิวอู๋เสีย

มีงูพิษและแมลงมีพิษจำนวนมากส่งเสียงขู่ฟ่อปกคลุมอยู่บนพื้นผิวบ่อโคลน น่าขนลุกมาก!

ขณะที่ทุกคนคิดว่าหลิวอู๋เสียต้องตายแน่ สถานการณ์ก็เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน

หลิวอู๋เสียชี้นิ้วไปที่จุดหนึ่ง แสงสีขาวนวลตกลงบนพื้นผิวของบ่อโคลน

จากนั้นรูปสลักน้ำแข็งก็ปรากฏขึ้น เท้าขวาของหลิวอู๋เสียเหยียบลงบนรูปสลักน้ำแข็ง และกระโดดขึ้นไปในอากาศ เกิดระลอกคลื่นแปลกประหลาดบนบ่อโคลน งูพิษที่กระโดดออกมาถูกสั่นสะเทือนจนตาย

“นี่มัน…” ผู้คนต่างตกตะลึง

เรื่องยังไม่จบเพียงเท่านี้ หลิวอู๋เสียใช้แรงนั้นทะยานขึ้นไปเรื่อย ๆ คล้ายกับวิชาตัวเบาแบบหนึ่ง ซึ่งต้องใช้ปราณแท้ที่แข็งแกร่งมากในการรองรับ

“วืด!”

หลังจากพุ่งขึ้นไปแล้ว หลิวอู๋เสียก็กลายเป็นแสงที่แข็งแกร่งไล่ตามเถาเหวินปิงไป

“นี่มันวิชาเหยียบแสง เคลื่อนไหวเร็วมาก!”

สถานที่จัดงานราวกับกำลังจะระเบิด ทุกคนคิดว่าหลิวอู๋เสียต้องตายแน่ แต่ในช่วงเวลาสำคัญ เขากลับปล่อยแสงสีขาวนวลออกมา ก่อตัวเป็นรูปสลักน้ำแข็งและกลายเป็นจุดยืนใหม่

ตราบใดที่ไม่ตกลงไปในบ่อโคลน ก็ไม่ถือว่าแพ้

จิตสังหารรุนแรงแผ่ปกคลุมทุกทิศทุกทางโดยมีหลิวอู๋เสียเป็นจุดศูนย์กลาง

เถาเหวินปิงพุ่งออกไปไกลกว่าร้อยหมี่แล้ว เป็นเรื่องยากที่หลิวอู๋เสียจะไล่ตามทัน

ที่น่ารังเกียจที่สุดคือทุกย่างก้าวของเขาได้ทำลายเสาไม้ที่อยู่ด้านหลัง หลิวอู๋เสียไม่มีที่ให้ยืน ต้องอาศัยปราณแท้เพื่อพยุงร่างกายในอากาศ

“เจ้าเด็กนี่บ้าไปแล้วหรือ? หรือว่าเขาต้องการใช้ปราณแท้บินไปในอากาศเป็นร้อยหมี่!”

เหล่าศิษย์อักษรฟ้าพากันลุกขึ้นยืน ระดับพลังกำเนิดฟ้า… อย่าว่าแต่เหินเวหาเลย แค่ทรงตัวกลางอากาศได้สามลมหายใจก็แทบถึงขีดจำกัดแล้ว

หลิวอู๋เสียทะยานข้ามไปไกลถึงสิบหมี่ ร่างกายยังคงไร้ซึ่งจุดสัมผัสใด ๆ ล่องลอยอยู่กลางอากาศ

เหล่าอาจารย์ที่ปรึกษาจำนวนมากพากันลุกขึ้นยืน พวกเขาไม่อาจหยั่งรู้ได้ว่าหลิวอู๋เสียทำเช่นนี้ได้อย่างไร

“นี่มันไม่ใช่แค่เรื่องวิชาตัวเบาที่แข็งแกร่งเท่านั้น เจ้าหนูนี่มีเรื่องลึกลับซ่อนอยู่”

เหล่าอาจารย์ที่ปรึกษาหลายคนมารวมตัวกัน เหินเวหาในระยะทางหลายสิบหมี่ พวกเขาก็ทำได้ หากแต่การร่อนไปเป็นระยะทางร้อยหมี่นั้น นอกเสียจากจะร่อนลงมาจากที่สูง มิเช่นนั้นก็แทบไร้ซึ่งโอกาส

การเคลื่อนที่ในลักษณะแบบขนานเช่นนี้ หากต้องการทะยานให้ได้ระยะทางร้อยหมี่นับว่ายากยิ่งกว่าขึ้นสวรรค์เสียอีก

ความเร็วเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จิตสังหารภายในร่างของหลิวอู๋เสียพลุ่งพล่านขึ้น หากไม่ฆ่าเถาเหวินปิงในวันนี้ เขาสาบานว่าจะไม่ยอมหยุด

เถาเหวินปิงหันกลับมามอง แค่เห็นก็เกือบจะตกใจจนวิญญาณหลุดออกจากร่าง รีบเร่งความเร็วขึ้น เสาเดียวดายที่อยู่ด้านหลังระเบิดแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ

เหล่าศิษย์ห้องเจ็ดต่างใจจดใจจ่อ อยากจะออกแรงช่วยหลิวอู๋เสียยิ่งนัก

ราวกับสายฟ้าแลบ หลิวอู๋เสียพุ่งทะยานออกไปไกลถึงสามสิบหมี่แล้ว แต่กลับไม่มีทีท่าว่าจะร่วงลงมาแม้แต่น้อย นี่มันเป็นไปได้อย่างไร?

“เป็นไปไม่ได้ เขาเป็นแค่ระดับพลังกำเนิดฟ้าตัวเล็ก ๆ จะทะยานได้ไกลถึงสามสิบกว่าหมี่ได้อย่างไร?”

เซวียผิ่นจือลุกขึ้นยืน ใบหน้าเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว

ไม่ว่าจะเป็นระดับพลังกำเนิดฟ้า ระดับพลังชำระวิญญาณหรือระดับพลังชำระไขกระดูก… ต่างก็ไม่อาจเข้าใจได้

แต่นี่คือความจริง หลิวอู๋เสียในตอนนี้เปรียบเสมือนเหยี่ยวนภาที่กำลังโผบินอยู่บนท้องฟ้า สองมือราวกับปีก สองเท้าที่แตะบนผืนฟ้าปรากฏระลอกคลื่นเป็นทาง ราวกับกำลังเดินอยู่บนผิวน้ำ

“ควบคุมปราณแท้ได้ถึงขั้นนี้ คงมีแต่อาจารย์ที่ปรึกษาที่มีชื่อเสียงเท่านั้นที่ทำได้!”

อาจารย์ที่ปรึกษาขั้นหนึ่งคนหนึ่งมีสีหน้าที่ไม่อยากเชื่อ พวกเขาทั้งหมดต่างประเมินหลิวอู๋เสียต่ำเกินไป

“ถ้าเจ้าหนูนี่รอดไปได้คงไม่ธรรมดาแน่! ไม่แปลกใจเลยที่กระตุ้นเก้าดาราตะวันสาดส่องออกมาได้ ความบริสุทธิ์ของปราณแท้ระดับนี้ ในบรรดาคนรุ่นเดียวกันภายในสำนักศึกษาจักรวรรดิ แทบจะไร้ผู้ต่อต้าน”

หลิวอู๋เสียมีปราณแท้มากกว่าคนทั่วไปถึงเก้าเท่า นี่ไม่ใช่ความลับอะไรอีกต่อไป

มีแต่ตัวเขาเองเท่านั้นที่รู้ดีที่สุด ปราณแท้ในตันเถียนไท่หวงไม่ใช่แค่เก้าเท่าของคนทั่วไป แต่อาจจะเป็นเก้าสิบเท่าด้วยซ้ำ

“เถาเหวินปิง เจ้าหนีไม่พ้นหรอก!”

ร่างของหลิวอู๋เสียเร่งความเร็วขึ้นอีกครั้ง นี่คือวิชาตัวเบาที่แท้จริง ส่วนวิชาตัวเบาของเถาเหวินปิงเทียบได้กับนกงุ่มง่ามตัวหนึ่งเท่านั้น

เสาไม้ที่ถูกทำลายยังไม่ทันได้ล้มลงโดยสมบูรณ์ หลิวอู๋เสียก็อาศัยแรงส่งดีดตัวออกไปดังดาวตก

ระยะห่างระหว่างเขากับเถาเหวินปิงเหลือเพียงยี่สิบหมี่

เข้าใกล้เส้นชัยมากขึ้นเรื่อย ๆ ขอเพียงเถาเหวินปิงผ่านเส้นชัยไปก่อน ผู้แพ้ก็ยังคงเป็นหลิวอู๋เสียอยู่ดี

“หลิวอู๋เสีย ถ้าเจ้ามีความสามารถก็ไล่ข้าให้ทันก่อน แล้วค่อยพูด!”

เถาเหวินปิงยังไม่คิดยอมแพ้ มือขวาสะบัดไปมา ดาวกระจายจำนวนหนึ่งพุ่งตรงไปที่ใบหน้าของหลิวอู๋เสีย

“ไร้ยางอาย…”

ศิษย์หลายคนลุกขึ้นยืนเพื่อสนับสนุนหลิวอู๋เสีย พวกเขาไม่ได้มีเรื่องบาดหมางกับหลิวอู๋เสีย แค่ไม่เห็นด้วยกับการกระทำเช่นนี้

การประลองที่ดี กลับกลายเป็นแบบนี้

หลิวอู๋เสียทำตามกฎ ไม่ได้ใช้วิชายุทธ์ ไม่ได้ใช้วิชาดาบ เขาใช้แค่วิชาตัวเบากดดันเถาเหวินปิง

“คนที่ข้าต้องการฆ่า ไม่มีใครหนีรอด วันนี้เริ่มจากเจ้าก่อนเลยแล้วกัน!”

เสียงของหลิวอู๋เสียดังก้องไปทั่วทั้งลานฝึกยุทธ์ เขาจงใจให้คนของตระกูลเซวียได้ยิน คืนนี้มาหนึ่งฆ่าหนึ่ง

สิ้นเสียง หลิวอู๋เสียก็หายไปจากจุดนั้น ไม่มีใครรู้ว่าเขาหายไปได้อย่างไร

ราวกับดวงดาวเจ็ดดวงเรียงตัวกัน หลิวอู๋เสียก้าวไปข้างหน้าเจ็ดก้าวรวด ย่นระยะห่างระหว่างคนทั้งสองลง

เถาเหวินปิงมองเห็นเส้นชัยแล้ว มุมปากเผยรอยยิ้มออกมา อีกเพียงสองลมหายใจก็ปลอดภัยแล้ว

แต่ในขณะนั้นเอง ความรู้สึกอันตรายอย่างรุนแรงก็เข้ามาใกล้ เขาหันกลับไปมองด้านหลังด้วยความตกใจ

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 154 ไร้ยางอาย"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย