Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

ไท่หวง สูบกลืนสวรรค์ - ตอนที่ 132 ฆ่าทั้งหมด

  1. Home
  2. ไท่หวง สูบกลืนสวรรค์
  3. ตอนที่ 132 ฆ่าทั้งหมด
Prev
Next

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

หลิวอู๋เสียไม่ได้เป็นฝ่ายไปหาพวกเขาก่อน แต่พวกเขากลับเป็นฝ่ายบุกมาหาเอง นั่นช่วยประหยัดความยุ่งยากให้กับเขาไปได้มาก

หากไม่กำจัดเศษซากของตระกูลว่านให้สิ้นซาก อาจก่อปัญหาให้กับตระกูลสวีในอนาคต

ตัดวัชพืชไม่กำจัดราก ฤดูใบไม้ผลิลมพัดมันก็งอกงามอีกครั้ง หลิวอู๋เสียไม่ใช่คนใจดี การฝึกฝนก็คือการต่อต้านฟ้าดินอยู่แล้ว

“หลิวอู๋เสีย วันนี้คือวันตายของเจ้า จงยอมจำนนเสียดี ๆ เถอะ จะได้ไม่ต้องทรมาน!”

ศิษย์อีกคนของตระกูลเถียนก้าวออกมา ต้องการให้หลิวอู๋เสียยอมจำนน พวกเขามีกันตั้งสิบคน หลิวอู๋เสียไม่มีทางรอดอย่างแน่นอน

ถึงผู้อาวุโสกู่ที่อยู่ในถ้ำเพลิงตะวันต้องการหยุดยั้งก็คงไม่ทันการเสียแล้ว นอกจากพวกเขาสิบคนแล้ว บริเวณโดยรอบก็ไม่มีใครอื่นอีก

ต่อให้ฆ่าคนพวกนี้ สำนักศึกษาจักรวรรดิก็คงไม่มีใครล่วงรู้

“อยากฆ่าข้ารึ? ถ้ามีความสามารถก็ตามมาสิ!”

หลิวอู๋เสียไม่ต้องการฆ่าคนในที่แห่งนี้ เขาพุ่งตัวออกไปอย่างรวดเร็ว พุ่งตรงไปยังภูเขาด้านหลัง พวกว่านจั๋วหรานรีบติดตามไปอย่างรวดเร็ว

พวกเขามีความคิดเหมือนกับหลิวอู๋เสีย ต้องการออกไปจากเขตของสำนักศึกษาจักรวรรดิ แล้วค่อยฆ่าหลิวอู๋เสีย

หลิวอู๋เสียจงใจชะลอความเร็วลง ด้วยเพลงเท้าเจ็ดดาราในระดับปัจจุบันของเขา แม้แต่ระดับพลังชำระไขกระดูกทั่วไปก็ยังไล่ตามไม่ทัน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงระดับพลังกำเนิดฟ้าพวกนี้

หลังจากพุ่งทะยานผ่านป่าทึบมาเป็นเวลาครึ่งชั่วยาม ในที่สุดก็ออกจากเขตของสำนักศึกษาจักรวรรดิ ด้านหน้าปรากฏพื้นที่ว่างเปล่า โดยปกติแล้วจะไม่มีใครมาที่นี่

หลิวอู๋เสียหยุดร่างของเขาลง พวกว่านจั๋วหรานล้อมรอบหลิวอู๋เสียไว้ตรงกลางอย่างรู้งาน

“ที่นี่ฮวงจุ้ยดีทีเดียว เหมาะจะเป็นที่ฝังศพของเจ้า!”

เถียนอี้หัวเราะเยาะ หลังจากฆ่าหลิวอู๋เสียได้แล้ว พวกเขาก็จะเอาใจตระกูลเซวีย ต้นไม้ใหญ่ต้นนี้ หากให้เวลาพวกเขาสองสามสิบปี สองตระกูลใหญ่ก็จะกลับมามีอำนาจอีกครั้ง

คนอื่น ๆ ต่างพากันหัวเราะเยาะเย้ย หลิวอู๋เสียวิ่งมาที่นี่เอง เท่ากับเป็นการประหยัดเวลาให้กับพวกเขา

“เจ้าพูดถูก ที่นี่ฮวงจุ้ยดีมาก น่าเสียดาย พวกเจ้าไม่มีคุณสมบัติแม้แต่จะได้ตายที่นี่”

ภายในดวงตาของหลิวอู๋เสียพลันปรากฏจิตสังหารอันไร้ขอบเขต ต้องการฆ่าพวกเขาให้ไม่เหลือแม้แต่ศพ ร่างของเขาพุ่งทะยานออกไปในทันที

“ลงมือ!”

ไม่พูดพร่ำทำเพลง ทั้งสิบคนต่างพากันลงมือ คิดกำจัดอีกฝ่ายให้สิ้นซากให้เร็วที่สุด พูดมากไปก็เปลืองน้ำลาย

หลิวอู๋เสียฟันดาบสั้นในมือลงมาจากกลางอากาศ พลังดาบอันน่าสะพรึงกลัวก่อตัวเป็นม่านแสง กักขังทั้งสิบคนไว้ภายใน

“แย่แล้ว!”

ว่านจั๋วหรานร้องเสียงหลงด้วยความหวาดกลัว ไม่คิดว่าความแข็งแกร่งของหลิวอู๋เสียจะสูงส่งถึงระดับนี้

เขายังจำได้ดี เมื่อหนึ่งเดือนก่อน ณ สนามประลองของตระกูลว่าน หลิวอู๋เสียในตอนนั้นอ่อนแอราวกับมดปลวก สามารถบีบให้ตายได้อย่างง่ายดาย

ถ้าไม่ใช่ปรมาจารย์ฮั่วออกหน้าช่วยเหลือ เขาคงตายไปแล้ว

ไม่คิดว่าหลิวอู๋เสียในวันนี้จะแข็งแกร่งจนเขาไม่มีสิทธิ์ที่จะมองด้วยซ้ำ

เถียนอี้ไม่เคยเห็นหลิวอู๋เสียมาก่อน เขาจึงไม่ค่อยรู้จักหลิวอู๋เสียเท่าไหร่ เขาได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับหลิวอู๋เสียมากมาย ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องคนไร้ค่าและเรื่องที่ใช้เงินอย่างสุรุ่ยสุร่าย

มดปลวกที่ครั้งหนึ่งพวกเขาดูถูก เพียงแค่สองเดือน เติบโตจนถึงระดับที่พวกเขาไม่สามารถเอื้อมถึงได้ หากเป็นคนอื่นก็คงยอมรับไม่ได้เช่นกัน

ไม่รอให้พวกเขาได้คิดมาก หลิวอู๋เสียใช้ดาบสั้นเหมือนเคียวยมทูต เริ่มเก็บเกี่ยวชีวิตของพวกเขา

“ฉึก ฉึก ฉึก…”

เลือดสีแดงฉานพุ่งกระเซ็นเป็นสาย ดาบสั้นเพียงเล่มเดียว กรีดเฉือนลำคอของทั้งห้าคนจนขาดสะบั้น

เรื่องราวยังไม่จบลงเพียงเท่านี้ ในขณะที่ลำคอถูกกรีด ร่างของพวกเขากลับเหี่ยวแห้งลงอย่างรวดเร็ว ถูกหลิวอู๋เสียกลืนกินจนหมดสิ้น เหลือไว้เพียงหนังหุ้มกระดูก

วิธีการฆ่าที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้ทำให้พวกว่านจั๋วหรานตกใจกลัวจนวิญญาณหลุดออกจากร่าง อยากจะหันหลังกลับและวิ่งหนี

ทว่าขาของพวกเขากลับเหมือนถูกตอกตรึงไว้กับที่ ไม่สามารถขยับเขยื้อนได้ พวกเขาถูกหลิวอู๋เสียทำให้หวาดกลัวจนสิ้นสติ

“เจ้ามันปีศาจร้าย!”

เพียงแค่ประสานสายตา ห้าชีวิตก็ต้องดับสูญ เซวียผิ่นจือไม่ได้บอกพวกเขาหรือว่าเด็กหนุ่มคนนี้มีพลังยุทธ์เพียงกำเนิดฟ้าขั้นห้า พวกเขาทั้งสิบคน แม้แต่คนที่อ่อนแอที่สุดก็ยังมีพลังยุทธ์ถึงกำเนิดฟ้าขั้นหก

ในบรรดาพวกเขาทั้งหมด มีห้าคนที่บรรลุระดับพลังกำเนิดฟ้าขั้นเจ็ด และอีกสามคนไปไกลถึงระดับพลังกำเนิดฟ้าขั้นเก้า แต่กลับถูกหลิวอู๋เสียฆ่าอย่างไร้ความปรานี ราวกับสุนัขดี ๆ นี่เอง

“พวกคนกระจอก ยังกล้ามาหาเรื่องข้า วันนี้ข้าจะฆ่าพวกเจ้าให้หมดสิ้น ปล่อยให้ตระกูลว่านและตระกูลเถียนหายไปจากโลกนี้ซะ!”

ดาบสั้นในมือของหลิวอู๋เสียยังคงมีหยดเลือดไหลลงมา คำพูดทุกคำราวกับมีมนตร์สะกด ทำให้ว่านจั๋วหรานตัวสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้

คนที่เหลืออีกห้าคนก้าวถอยหลัง พวกเขากลัวมาก วิธีการฆ่าคนของหลิวอู๋เสียน่ากลัวเกินไป

เพียงแค่ฟันดาบลงไป ร่างของทั้งห้าคนก็หายวับไป เหลือไว้เพียงหนังหุ้มกระดูก แม้แต่สำนักศึกษาจะสืบหาข่าวการหายตัวไปของพวกเขาก็คงไม่พบเบาะแสใด ๆ

“เถียนอี้ เร็ว! ใช้อาวุธวิญญาณของพวกเรา!”

แววตาของว่านจั๋วหรานเต็มไปด้วยความบ้าคลั่ง เขาตัดสินใจที่จะตายไปพร้อมกับหลิวอู๋เสีย

ทันใดนั้น!

ในมือของเขาและเถียนอี้ปรากฏอาวุธวิญญาณขึ้นมาสองเล่ม ในวันนั้นเซวียอวี้ก็ใช้อาวุธวิญญาณเช่นกัน

ส่วนดาบสั้นในมือของหลิวอู๋เสียเป็นเพียงอาวุธธรรมดา ไม่นับเป็นอาวุธวิญญาณแต่อย่างใด

วันนั้นที่ต่อสู้กับเซวียฉางชิง กระบี่ยาวในมือของเขาก็เป็นอาวุธวิญญาณ หลิวอู๋เสียเกือบจะเสียเปรียบ

พลังอันน่าสะพรึงกลัวของอาวุธวิญญาณพุ่งเข้ามาจากทุกทิศทุกทาง

“อาวุธวิญญาณเช่นนี้ เมื่ออยู่ในมือของพวกเจ้า มันช่างน่าเสียดายยิ่งนัก!”

แม้พวกเขาจะงัดอาวุธวิญญาณออกมา หลิวอู๋เสียก็ไม่ได้เกรงกลัว

เพียงพลังจิตอย่างเดียวก็สามารถฆ่าพวกเขาได้อย่างง่ายดาย ไม่จำเป็นต้องใช้อาวุธด้วยซ้ำ

ถ้าหากอาวุธวิญญาณเหล่านี้สามารถขายออกไปได้ ก็คงจะแลกเป็นเหรียญทองได้ไม่น้อย นำไปแลกเปลี่ยนเป็นแต้มศึกษา เพื่อความสะดวกในการฝึกฝนในสำนักศึกษาต่อไป

“ไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลงอีกแล้ว ลงมือ!”

เถียนอี้ตะโกนเสียงเย็นชา กระบี่ยาวอาวุธวิญญาณในมือแปรเปลี่ยนเป็นเงากระบี่อันน่าสะพรึงกลัวมากมาย นี่คือความน่าเกรงขามของอาวุธวิญญาณ สามารถเพิ่มพลังปราณแท้ได้

พลังปราณแท้ที่ไหลเข้าไปในอาวุธธรรมดาจะถูกแยกออกจากกันในทันที

ที่ผ่านมา หลิวอู๋เสียไม่ค่อยได้ใช้พลังปราณแท้ฆ่าคน อาศัยเพียงความเร็วและวิชาดาบอันแปลกประหลาดก็ปลิดชีวิตได้อย่างง่ายดาย

“ดูเหมือนว่าต้องรีบยกระดับของดาบสั้นแล้ว!”

หลิวอู๋เสียพูดพึมพำกับตัวเอง ทรัพยากรในเมืองชางหลันมีจำกัดแตกต่างจากเมืองหลวง วัสดุที่ใช้ในการหลอมสร้างอาวุธวิญญาณไม่ได้หายาก ขอเพียงมีหินวิญญาณเพียงพอก็ซื้อหาได้

อย่างแรก คือขอให้ปรมาจารย์หลอมอาวุธของสำนักศึกษาช่วยหลอมสร้างให้ ซึ่งก็ต้องใช้แต้มศึกษาเช่นกัน

อย่างที่สอง คืออาศัยห้องหลอมอาวุธของสำนักศึกษา หลอมอาวุธขึ้นมาเอง ซึ่งจะใช้แต้มศึกษาค่อนข้างน้อย

หากไม่เข้าใจคุณสมบัติธาตุไฟก็ไม่สามารถหลอมสร้างเองได้ เก้าในสิบของศิษย์ล้วนต้องผ่านมือปรมาจารย์หลอมอาวุธ

อาวุธวิญญาณสองชิ้นนี้น่าจะเป็นคนของตระกูลเซวียจัดหามาให้ เห็นได้ชัดว่าพวกเขาลงทุนมหาศาลเพื่อฆ่าหลิวอู๋เสีย

อาวุธวิญญาณยังไม่ทันเข้าใกล้ หลิวอู๋เสียก็หายตัวไปอีกครั้ง พวกเขาไม่สามารถจับร่องรอยการเคลื่อนไหวของหลิวอู๋เสียได้เลย

“ตายซะ!”

หลิวอู๋เสียไม่ต้องการเสียเวลาต่อสู้กับพวกเขาอีกต่อไป ดาบสั้นแปรเปลี่ยนเป็นเงาห้าสาย พุ่งโจมตีไปยังคนทั้งห้าในคราเดียว

ร่างของคนทั้งห้าชะงักค้างอยู่กับที่ แม้จะเป็นถึงระดับพลังชำระวิญญาณ แต่เบื้องหน้าเขาก็ไม่ต่างอะไรกับขยะ

ร่างของพวกเขาเหี่ยวแห้งลงทีละน้อย เพียงแค่ปะทะกันไม่ถึงสองกระบวนท่า คนทั้งสิบก็ตายเรียบ

“ข้าไม่ยอม!”

ก่อนสิ้นใจ ว่านจั๋วหรานส่งเสียงกรีดร้องอย่างน่าเวทนา

เสียงกรีดร้องเงียบหายไปในไม่ช้า ร่างกายหายไป กลายเป็นเพียงหนังมนุษย์แผ่นหนึ่งร่วงหล่นลงบนพื้น

หลังจากจัดการทุกคนเสร็จแล้ว หลิวอู๋เสียก็คว้าแหวนเก็บของของพวกเขามา จากนั้นก็สะบัดมือเบา ๆ เกล็ดน้ำแข็งสีขาวปกคลุมบนหนังมนุษย์ทั้งสิบแผ่น

ลมพัดแผ่วเบา หนังมนุษย์เหล่านั้นก็ค่อย ๆ สลายไป กลายเป็นเศษชิ้นเล็กชิ้นน้อยนับไม่ถ้วน ก่อนจะกระจายไปในอากาศ

หลิวอู๋เสียจัดเรียงถุงเก็บของที่ได้มา แต่ละใบมีมูลค่าหนึ่งแสนเหรียญทอง ครั้งนี้ถือว่าร่ำรวยแล้ว

ส่วนหินวิญญาณนั้นได้มาน้อยมาก หลังจากค้นตัวคนทั้งสิบแล้ว ก็ได้มาเพียงสองร้อยกว่าก้อน พวกเขาช่างยากจนจริง ๆ

คิดไปคิดมาก็ไม่แปลก พวกเขาเป็นแค่ศิษย์อักษรดิน ทรัพยากรที่ได้รับในแต่ละเดือนก็น้อยนิด ยิ่งว่านจั๋วหรานกับเถียนอี้ที่สูญเสียความช่วยเหลือจากครอบครัว ยิ่งได้รับทรัพยากรน้อยลงไปอีก

ปกติทุกเดือน ครอบครัวจะมอบเหรียญทองจำนวนมากให้พวกเขาใช้ แต่เดือนนี้พวกเขากลับไม่ได้รับความช่วยเหลือใด ๆ จากครอบครัว

หนึ่งแสนเหรียญทองสามารถแลกเปลี่ยนเป็นหนึ่งแต้มศึกษา ถุงเก็บของสิบใบ รวมกับที่ได้มาก่อนหน้านี้แปดใบ หากขายออกไปทั้งหมด จะได้หนึ่งล้านแปดแสนเหรียญทอง

หากนำไปแลกเปลี่ยนทั้งหมด หลิวอู๋เสียจะได้แต้มศึกษามากกว่าหนึ่งร้อยแต้มศึกษา ก็จะสามารถนำไปใช้หนี้หลี่เซิงเซิงได้

ครั้งที่แล้วที่โถงอาหาร เขาได้ยืมแต้มศึกษาจากหลี่เซิงเซิงมาห้าสิบแต้มเพื่อจัดการกับพวกหูจี้หัว เขายังไม่ได้ใช้คืนเลย

หลังจากจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว หลิวอู๋เสียจึงมุ่งหน้ากลับไปยังสำนักศึกษา

ใกล้ถึงวันปีใหม่เข้ามาทุกที เหล่าศิษย์ที่ออกเดินทางท่องเที่ยวหรือฝึกฝนต่างก็รีบกลับมายังสำนักศึกษาเพื่อเฉลิมฉลองปีใหม่

ทุกสิ้นปีที่สำนักศึกษาจักรวรรดิจะมีงานเลี้ยงยิ่งใหญ่ที่ศิษย์ทุกคนต้องเข้าร่วม เป็นโอกาสให้แต่ละชั้นเรียนได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน

กล่าวให้ตรงไปตรงมาคือเป็นการประเมินผลการฝึกฝนของปีนั้น ๆ

ปีนี้หลิวอู๋เสียเพิ่งเข้าเรียน การแลกเปลี่ยนเรียนรู้จึงไม่เกี่ยวข้องกับเขาเท่าใดนัก เป็นเรื่องของศิษย์เก่ามากกว่า

สิ่งที่เขาต้องทำตอนนี้คือขายถุงเก็บของเหล่านี้เพื่อแลกเป็นแต้มศึกษา

เขาต้องใช้แต้มจำนวนมากเพื่อเข้าห้องหลอมอาวุธ แลกทรัพยากรและหลอมดาบสั้น

การหลอมโอสถและอื่น ๆ ก็ล้วนต้องใช้แต้มศึกษาทั้งสิ้น

โอสถหยวนหยางและโอสถวิญญาณฟ้าที่เขามีติดตัวก็ถูกใช้จนหมดแล้ว หากไม่มีโอสถ การบ่มเพาะพลังก็จะช้าลง แม้ว่าจะเหลือเวลาอีกหนึ่งปีกว่าจะถึงกำหนด แต่สำหรับผู้ฝึกตนแล้ว เวลานั้นช่างผ่านไปรวดเร็ว

ตระกูลเซวียถือว่าเขาเป็นเสี้ยนหนาม เป็นหนามยอกอก คงไม่มีทางปล่อยให้เขามีชีวิตอยู่เกินหนึ่งปีเป็นแน่

ช่วงเวลาต่อจากนี้ พวกเขาต้องหาทางเล่นงานเขาอย่างไม่หยุดหย่อน เขาต้องเพิ่มพลังยุทธ์ไปถึงระดับพลังชำระวิญญาณให้ได้ จึงจะถือว่ามีพลังป้องกันตัวเองได้อย่างแท้จริง

เว้นเสียแต่ว่าจะเป็นผู้ที่อยู่ในระดับพลังชำระไขกระดูกขั้นสูงถึงจะสามารถทำอันตรายเขาได้

ด้วยฐานะของผู้ที่อยู่ในระดับพลังชำระไขกระดูกขั้นสูงแล้ว พวกเขาคงไม่ลงมือกับเขาในตอนนี้ จึงยังถือว่าเป็นช่วงเวลาที่พอมีลมหายใจอยู่ได้

เมื่อถึงวันนั้น ตระกูลเซวียจะฆ่าเขาโดยไม่คำนึงถึงผลที่ตามมา

หลิวอู๋เสียเดินตามทางขึ้นเขากลับมายังที่เขตสำนักศึกษา พบผู้คนมากมายบนถนน แต่ส่วนใหญ่เขาไม่รู้จัก

เมื่อกลับมาถึงเรือน เขาก็ตรวจสอบระดับพลังของซงหลิง พบว่าในเวลาเพียงสิบวัน พลังของซงหลิงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ตอนนี้อยู่ในระดับพลังสั่งสมฟ้าขั้นเก้าแล้ว

ที่ผ่านมาซงหลิงคงเกียจคร้านเกินไป ใช้ชีวิตอยู่แต่ในเมืองชางหลันอย่างสุขสบาย ได้รับการคุ้มครองจากตระกูล จึงไม่ค่อยได้ฝึกฝนเท่าใดนัก

เรื่องที่เกิดขึ้นครั้งก่อนส่งผลกระทบต่อเขาอย่างมาก หากไม่ฝึกฝนตัวเอง ต่อไปก็จะถูกคนอื่นรังแกอยู่ร่ำไป

“พี่ใหญ่ ท่านพ่อให้คนนำมาให้ ท่านบอกว่าไม่สามารถมาขอบคุณพี่ใหญ่ด้วยตัวเองได้ จึงได้แต่ฝากสิ่งของเหล่านี้มาแทน หวังว่าคงจะเป็นประโยชน์กับพี่ใหญ่บ้าง”

นับตั้งแต่วันนั้นที่ถอนตัวจากชั้นเรียน ซงหลิงก็ส่งจดหมายเหยี่ยวกลับไปยังตระกูล เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในสำนักศึกษา

ซงเทียนหาวรีบจัดสรรทรัพยากรทันที ส่งคนนำสมุนไพรล้ำค่ามากมายมาให้โดยด่วน

ข่าวที่ว่าหลิวอู๋เสียเป็นปรมาจารย์หลอมโอสถแห่งหอตันเป่าแพร่สะพัดไปทั่วเมืองชางหลันแล้ว สิ่งที่ตระกูลซงพอจะช่วยเขาได้ก็มีเพียงเท่านี้

หลิวอู๋เสียรู้ดีถึงความคิดของซงเทียนหาว การส่งสมุนไพรเหล่านี้มาให้ก็เพื่อให้เขาหลอมโอสถ

เมื่อหลอมโอสถสำเร็จแล้ว จะไม่แบ่งโอสถให้ซงหลิงได้อย่างไร อย่างน้อยก็ต้องแบ่งให้เขาครึ่งหนึ่ง เพราะสมุนไพรเป็นของที่ซงเทียนหาวจัดหามาให้

ที่บอกว่ามอบให้หลิวอู๋เสีย แท้จริงแล้วก็เพื่อช่วยเหลือบุตรชายของตัวเอง ในฐานะบิดาช่างเพียรพยายามเสียจริง

– โปรดติดตามตอนต่อไป –

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 132 ฆ่าทั้งหมด"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย