Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

โหมดความยากระดับนรก ผมจะอยู่รอดด้วยการอัปเลเวล - บทที่ 32 โทรลล์ ตัวเต็มวัย

  1. Home
  2. โหมดความยากระดับนรก ผมจะอยู่รอดด้วยการอัปเลเวล
  3. บทที่ 32 โทรลล์ ตัวเต็มวัย
Prev
Next

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

บทที่ 32 โทรลล์ ตัวเต็มวัย

ตอนนี้ดวงอาทิตย์จอมปลอมนั้น ลับขอบฟ้าไปอีกครั้งแล้ว คลื่นมานาที่แผ่ออกมายังน่าสะพรึงกลัวเช่นเดิม

แต่สิ่งผมสัมผัสได้ว่าแตกต่างออกไปในคราวนี้ ก็คือมวลอากาศที่หนาวเย็นกว่าเดิม จนพวกเราต้องเร่งสะสมฟืน และออกล่าสัตว์เพิ่ม เพราะลางสังหรณ์ของผมบอกว่าวัฏจักรหน้าความหนาวเหน็บอาจรุนแรงขึ้น

ช่วงนี้พวกเราทุกคนต่างรู้สึกว่า จำนวนก็อบลินในป่านั้น เพิ่มขึ้นอย่างมาก แม้แต่ฝูงหมาป่าก็เริ่มหันมาจู่โจมพวกเราบ่อยครั้งขึ้น

นอกจากนี้ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่น่ากังวลใจ พวกเราไปพบซากหมาป่ายักษ์และโทรลล์ถูกฉีกทึ้งจนแขนขาบิดเบี้ยว อวัยวะภายในถูกควักออกมาแต่กลับไม่ถูกกิน

ร่องรอยการฆ่าที่โหดเหี้ยมและผิดวิสัยเช่นนี้ทำให้ผมนึกถึงเจ้า หมีเถ้าถ่าน ตัวนั้นขึ้นมาทันที

มันทำให้ผมรู้สึกกระสับกระส่ายและแอบสงสัยไม่ได้ว่า หรือมันจะเริ่มติดใจรสชาติเนื้อมนุษย์จนเมินเฉยต่อการกินมอนสเตอร์ตัวอื่นไปแล้วหรือเปล่า?

หากข้อสันนิษฐานของผมเป็นจริง อีกไม่นานมันจะต้องย้อนกลับมาหาพวกเราแน่ๆ

ผมรู้ดีว่าเรื่องซากศพพวกนี้อาจจะทำให้ผู้คนแตกตื่นจนคุมสถานการณ์ไม่อยู่ ผมจึงเลือกที่จะเหยียบเรื่องนี้ไว้ให้มิด โดยมีเพียงคนสำคัญอย่างทีมของผม แฮดวิน และโชอี้เท่านั้นที่รับรู้ถึงภัยเงียบที่กำลังคืบคลานเข้ามานี้

ตอนนี้ตู้ขบวนรถไฟถูกเสริมเกราะด้วยท่อนซุงขนาดใหญ่จนแข็งแกร่งกว่าเดิม รอบที่พักเอง ก็เต็มไปด้วยขวากหนามและรั้วไม้ระแนงที่หนาแน่นขึ้น

นอกจากนี้เรายังขุดหลุมพรางไม้แหลมและวางกับดักตามวิธีที่แฮดวินสอนเพื่อเสริมการป้องกันทุกวิถีทาง

การเพิ่มเลเวลของคนอื่นยังคงเป็นไปอย่างราบรื่น ทีมของผมและทีมของแฮดวินมักจะจับมอนสเตอร์เลเวลต่ำกลับมาฝากเสมอ เพื่อให้ผู้โดยสารคนอื่นได้ใช้พวกมันเป็นบันไดในการไต่เลเวล

พูดถึงมอนสเตอร์ที่ถูกจับมา ถ้าตัวไหนเลเวลใกล้เคียง 5 ผมมักจะขอยึดมาเป็นคู่ซ้อมเพื่อทดสอบทักษะการต่อสู้ โดยจงใจใช้เพียงมือเปล่าและการเสริมพลังมานาเท่านั้น

ในช่วงแรกยอมรับเลยว่าการเอาชนะพวกมันด้วยมือเปล่านั้นยากลำบากกว่าที่คิด แม้ผมจะมีเลเวลสูงกว่าพวกมันก็ตาม

แต่พอผ่านไปสักพักร่างกายก็เริ่มปรับตัวได้ ที่สำคัญคือผมเริ่มเรียนรู้สรีรวิทยาของพวกมันอย่างละเอียด จนตอนนี้ผมรู้ซึ้งถึงจุดอ่อนทุกจุดของมอนสเตอร์เหล่านั้นแล้ว

อีกเรื่องที่ผมเพิ่งค้นพบคือ เมื่อหลายวันก่อนที่เราจัดการโทรลล์เลเวล 6 ไปนั้น แท้จริงแล้วมันเป็นเพียงแค่โทรลล์เด็กเท่านั้น

เพราะหลังจากที่เราลาดตระเวนลึกเข้าไปในป่า พวกเราก็ได้เผชิญหน้ากับตัวที่โตเต็มวัย ซึ่งอาจจะเป็นพ่อหรือแม่ของเจ้าตัวนั้นก็ได้

ตอนนี้ผมเลยตัดสินใจที่จะลองสะกดรอยตามมันดู ผมนั่งนิ่งอยู่บนกิ่งไม้สูง พลางมองลงไปยังร่างมหึมาที่ค่อยๆ คืบคลานเข้ามาใกล้จุดที่ผมซุ่มอยู่ ตัวอักษรสีหม่นปรากฏขึ้นเหนือหัวของมันเด่นชัด

[โทรลล์ เลเวล 12]

เลเวล 12 ถือว่าสูงเอาเรื่อง เมื่อเทียบกับผมที่ตอนนี้ยังอยู่ที่เลเวล 8 เจ้าตัวนี้จึงดูน่ากลัวพอสมควร หากต้องลุยตัวคนเดียวผมคงไม่กล้าเสี่ยงแน่ แต่วันนี้ผมมีคู่หูที่เก่งกาจติดตามมาด้วย

การบุกเข้าไปโจมตีมอนสเตอร์ระดับสูงแบบทื่อๆ ดูจะเป็นเรื่องโง่เกินไปหน่อย ซึ่งแน่นอนว่าผมไม่ใช่คนแบบนั้น ผมจึงเลือกที่จะเฝ้าสังเกตพฤติกรรมและเส้นทางของมัน เพื่อวางแผนล่าให้ปลอดภัยที่สุด

ทันทีที่เจ้าโทรลล์เดินออกจากถ้ำเพื่อไปหาอาหารตามเส้นทางประจำ ผมกับเทสก็เริ่มดำเนินการตามแผนทันที พวกเราจัดการล้างตัวจนสะอาดก่อนจะชโลมโคลนจนทั่วร่างเพื่อกลบกลิ่นกาย

สาเหตุที่ต้องทำถึงขนาดนี้เพราะจากการสังเกต ผมพบว่าประสาทสัมผัสในการรับกลิ่นของมันไวมาก แม้จะอยู่ห่างออกไปหลายร้อยเมตรมันก็ยังรับรู้ถึงตัวตนของพวกเราจนแสดงท่าทีระแวดระวังเสมอ

การพรางกลิ่นด้วยโคลนจึงเป็นวิธีเดียวที่จะช่วยให้พวกเราเข้าถึงตัวเพื่อซุ่มโจมตีได้แนบเนียนขึ้น

ส่วนสาเหตุที่ผมไม่พาเควินและเด็กคนอื่นๆ มาด้วย ก็เพราะภารกิจนี้ต้องการความคล่องตัวเป็นหลัก หากผมกับเทสพลาดท่าฆ่ามันไม่สำเร็จ เราสองคนยังพอจะอาศัยความเร็วหลบหนีออกมาได้

แต่ถ้าพาพวกนั้นมาด้วย แม้จะได้กำลังรบเพิ่มขึ้น ทว่าหากมันอาละวาดจนเกินจะควบคุม พวกเราทั้งหมดคงหนีรอดไปได้ยาก

ผิวของโทรลล์ตัวนี้ออกไปทางสีเทาเข้มมากกว่าตัวก่อน ขนาดตัวของมันใหญ่กว่าลูกโทรลล์ที่เราเจอถึงครึ่งหนึ่ง กล้ามเนื้อแต่ละมัดดูแน่นหนาและอันตรายกว่ามาก ถึงขนาดที่พื้นดินสั่นสะเทือนเบาๆ ทุกครั้งที่มันทิ้งน้ำหนักก้าวเดิน

ผมซุ่มนิ่งอยู่บนกิ่งไม้ ร่างกายพรางไปด้วยโคลนเย็นชืด สายตาจับจ้องไปที่ร่างมหึมาของเจ้าโทรลล์ซึ่งขยับใกล้เข้ามาเรื่อยๆ จนมาหยุดอยู่ใต้เท้าพอดี

ในวินาทีนั้น เทสจงใจส่งเสียงดังมาจากจุดซ่อนตัวเพื่อดึงความสนใจ สัตว์ร้ายหยุดกึก มันหันขวับพร้อมดมกลิ่นไปทางต้นเสียงทันที ตาผมละ!

[สมาธิ]

[การควบคุมมานา]

ผมเปิดใช้งานทักษะพร้อมกัน จิตใจดิ่งเข้าสู่สภาวะสงบนิ่งอย่างลึกซึ้ง ทุกเสียงรอบข้างเงียบหายไป เหลือเพียงเป้าหมายตรงหน้าเท่านั้น ผมกระชับกระบองเหล็กในมือแน่น ผ่อนลมหายใจออกช้าๆ

เสียงกิ่งไม้ไหวทำให้มันรู้ตัวและเงยหน้าขึ้นสบตาผมด้วยแววตาดุร้าย

แต่ก่อนที่มันจะทันได้ขยับตัว หอกนำวิถีของเทสก็พุ่งแหวกอากาศมาด้วยความแม่นยำระดับจับวาง ปักทะลุเข้าดวงตาซ้ายของมันอย่างจัง!

“โฮก!”

เจ้าโทรลล์คำรามลั่นด้วยความเจ็บปวด มันยกมือทั้งสองข้างขึ้นกุมใบหน้าตามสัญชาตญาณ ทำให้หอกเล่มที่สองที่พุ่งตามมาถูกปัดกระเด็นไปโดยไม่สร้างรอยแผล

เจ้าโทรลล์ตั้งตัวได้เร็วอย่างไม่น่าเชื่อ มันใช้ตาข้างที่เหลือถลึงมองไปยังจุดที่หอกพุ่งมา ก่อนจะถีบตัวพุ่งเข้าใส่พุ่มไม้ที่เทสซ่อนตัวอยู่ด้วยความบ้าคลั่ง

ผมยกยิ้ม… ทุกอย่างยังเป็นไปตามแผน

ผมอัดฉีดมานาเข้าสู่กล้ามเนื้อทุกส่วนแล้วกระโดดลงจากกิ่งไม้ มุ่งเป้าไปที่ส่วนหัวของมันทันที

กล้ามเนื้อแขนของผมขยายตัวจนแทบปริแตก พลังมานาถูกบีบอัด และระเบิดพลังออกมาในจังหวะที่ฟาดกระบองเหล็กเข้าใส่ท้ายทอยของมันเต็มแรง!

กร๊อบ!

เสียงแตกละเอียดดังสะท้านออกมา ทว่าไม่ใช่เสียงกะโหลกของมันที่แหลกเหลว แต่เป็นกระบองเหล็กในมือของผมที่แตกกระจายเป็นเศษเล็กเศษน้อยเพราะรับแรงปะทะไม่ไหว

แต่อย่างน้อยแรงกระแทกมหาศาลนั้นก็ยังฝากรอยแผลฉกรรจ์เหวอะหวะไว้ที่ท้ายทอยของเจ้าโทรลล์จนเลือดไหลทะลัก

เวรเอ้ย! อาวุธแจกฟรีนี่มันห่วยแตกจริงๆ

ผมสบถในใจพลางเขวี้ยงด้ามจับที่ไร้ประโยชน์ทิ้ง แล้วชักดาบสั้นออกมาแทน

แรงกระแทกเมื่อครู่ส่งผลชัดเจน เจ้าโทรลล์เซถลาไปมาด้วยอาการกระทบกระเทือนทางสมองอย่างรุนแรง

เทสไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดมือ เธอระดมขว้างหอกอีกสองเล่มหมายจะซ้ำที่ดวงตา แต่มันยังพอมีสัญชาตญาณ สะบัดหน้าหลบจนหอกทำได้แค่ถากผิวหนังหนาๆ ไปเท่านั้น

ผมอาศัยจังหวะที่มันมัวแต่ระแวงหอก หมุนตัวลงไปที่พื้นแล้วพุ่งเข้าหาจุดอับสายตาบริเวณข้อพับขา

แม้ผิวหนังส่วนอื่นของมันจะหนาจนเจาะไม่เข้า แต่บริเวณข้อพับหลังขานั้นอ่อนนุ่มเพื่อให้มันเคลื่อนไหวได้ และนั่นคือจุดตายที่ผมเล็งไว้

คมดาบกรีดลึกลงไปในเนื้อจนเลือดสีเข้มสาดกระเซ็น เจ้าโทรลล์คำรามลั่นพยายามจะใช้มือมหึมาคว้าตัวผม แต่การเคลื่อนไหวของมันช้าลงอย่างเห็นได้ชัดจากอาการบาดเจ็บที่หัว

ผมหลบหลีกการโจมตีอันเงอะงะของมันได้อย่างง่ายดาย ก่อนจะอ้อมไปจัดการข้อพับขาอีกข้างจนมันเสียหลัก

ตอนนี้สภาพของเจ้าโทรลล์ยักษ์ดูไม่ได้เลย ดวงตาข้างหนึ่งบอดสนิท เลือดไหลทะลักออกมาจากจมูกและปากซึ่งเป็นผลจากการที่สมองถูกกระแทกอย่างหนัก

เมื่อเห็นโอกาสเผด็จศึกปรากฏขึ้นตรงหน้า ผมจึงตะโกนออกไปสุดเสียง

“เทส!”

เทสที่ซุ่มรอจังหวะอยู่โผล่ออกมาจากหลังต้นไม้ เธอพยักหน้าให้ผมเป็นสัญญาณก่อนจะระดมขว้างหอกเข้าใส่ไม่ยั้ง คราวนี้เธอใส่สุดแรงโดยไม่สนว่าหอกไม้จะหักพังไปเท่าไหร่

หอกพุ่งแหวกอากาศเข้าหาเจ้าโทรลล์ด้วยความเร็วสูงจนเกิดเสียงหวีดหวิว

สัตว์ร้ายคำรามลั่น มันยกมือมหึมาขึ้นกำบังตัว ทันทีที่หอกปะทะกับผิวหนังหนาเตอะ ด้ามหอกก็หักสะบั้นเศษไม้กระเด็นกระจายไปทั่ว

ทว่าเทสไม่เปิดโอกาสให้มันได้พัก หอกอีกเล่มก็พุ่งตามมาติดๆ คราวนี้เล็งไปที่ใบหน้าของมันตรงๆ เจ้าโทรลล์รีบเบี่ยงตัวหลบ หอกจึงทำได้เพียงบาดผ่านใบหูจนเลือดสาดกระเซ็นก่อนจะร่วงหล่นลงพื้น

เทสรู้อยู่แล้วว่าการโจมตีจุดอ่อนจากระยะไกลให้เข้าเป้านั้นเป็นไปได้ยาก แต่นี่คือแผนดึงความสนใจที่ได้ผลชะงัด เพราะในจังหวะชุลมุนนั้น ผมได้ปีนขึ้นมาอยู่บนหลังของมันเรียบร้อยแล้ว!

ในมือของผมคือดาบสั้นที่อาบไล้ด้วยชั้นมานาบางๆ ซึ่งกำลังสั่นสะเทือนด้วยความถี่สูงจนอากาศรอบใบมีดดูบิดเบี้ยว มันคือการประยุกต์ใช้ทักษะ การสั่นพ้อง ที่ผมซุ่มฝึกฝนมา

การเคลือบเส้นใยมานาไปตามคมอาวุธจะช่วยเพิ่มอานุภาพการตัดเฉือนให้รุนแรงขึ้นหลายเท่าตัว

แต่มันไม่ใช่เทคนิคที่จะใช้กันได้ง่ายๆ เพราะต้องอาศัยทั้ง สมาธิ และ การควบคุมมานา ที่แม่นยำระดับสูงสุด ซึ่งมันส่งผลให้หัวของผมเริ่มปวดตุบ พร้อมกับเลือดกำเดาไหลทะลักออกมาเป็นทางในตอนนี้

ผมสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ข่มความเจ็บปวด ก่อนจะจ้วงแทงดาบสั้นลงไปที่แผลเดิมบนท้ายทอยของมัน คมดาบอาบมานาเจาะทะลุเนื้อเยื่อเข้าไปถึงกะโหลกหนาๆ ที่เริ่มปริแตกทันที

ผมสัมผัสได้ถึงแรงต้านจากกระดูกที่ค่อยๆ ถูกสว่านมานาเจาะลึกลงไปทีละน้อย ทว่าก่อนจะถึงเนื้อสมอง ชั้นมานาที่เคลือบไว้กลับระเหยไปเสียก่อน ทำให้ใบมีดที่เคยคมกริบทื่อลงในพริบตา

“บ้าเอ้ย! อีกนิดเดียวแท้ๆ!”

ผมสบถออกมา เลือดกำเดาไหลอาบลงไปถึงลำคอ ปริมาณมานาในตัวไม่เพียงพอสำหรับทักษะ การสั่นพ้อง อีกต่อไปแล้ว แต่ยังพอมีเหลือสำหรับการเสริมพลังกาย ผมจึงอัดมานาเข้ากล้ามเนื้อเพื่อจะแทงซ้ำลงไป

ทว่ามันกลับช้าเกินไป… ความจดจ่อที่มากเกินไปทำให้ผมไม่ทันระวังมือมหึมาของมันที่เอื้อมมาถึงตัว

เจ้าโทรลล์ใช้พละกำลังมหาศาลกระชากตัวผมออกไป มันอ้าปากกว้างหมายจะกัดร่างผมให้ขาดครึ่งท่อน!

แต่ในวินาทีวิกฤตนั้นเอง หอกนำวิถีของเทสก็พุ่งเสียบเข้าปากมันลึกไปถึงกระพุ้งแก้มขวาจนมันชะงักไปชั่วครู่

เมื่อมันเผลอปล่อยมือ ผมจึงเหวี่ยงตัวกลับไปที่เดิมทันที พร้อมกับใช้สันมือที่เสริมมานาทุบกระแทกเข้าที่ด้ามดาบสั้นอย่างสุดแรง

“เข้าไปสิวะ!”

ผมคำรามพลางเสริมพลังทั้งหมดที่มีทุบซ้ำลงไปอีกครั้ง

“เข้าไป!”

คลิก!

เสียงกระดูกแตกหักดังขึ้น คมดาบสั้นจมมิดลึกเข้าไปในสมองของมันทันที

เจ้าโทรลล์ยักษ์คำรามโหยหวนด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัส มันสะบัดตัวสุดชีวิตจนร่างของผมกระเด็นลอยออกมา

โชคดีที่ผมยังพอมีมานาเหลือประคองสภาวะสมาธิ จึงม้วนตัวกลางอากาศเพื่อลดแรงปะทะและลงสู่พื้นได้อย่างปลอดภัย

เทสรีบวิ่งเข้ามาหาผม ในมือเธอเหลือหอกเพียงด้ามเดียวเท่านั้น

“แนท เอายังไงต่อ มานาของฉันใกล้จะหมดแล้ว!”

เธอถามพลางจ้องไปที่เจ้าโทรลล์ที่กำลังฟาดหัวฟาดหางปัดป่ายสิ่งรอบตัวอย่างเสียสติ

“ถอยออกมาก่อน กลับไปตั้งหลักฟื้นมานา”

ผมบอกพลางพยุงตัวลุกขึ้นอย่างทุลักทุเล หากเลเวลไม่สูงพอผมคงน่วมไปแล้ว การล่าโทรลล์เลเวล 12 นี่ไม่ง่ายเลยจริงๆ

แต่ในขณะที่เรากำลังจะถอยออกมา เสียงคำรามของสัตว์ร้ายก็ค่อยๆ แผ่วลง กลายเป็นเสียงสะอื้นก่อนจะเงียบสงัดไปในที่สุด ไม่นานนัก ข้อความแจ้งเตือนก็ปรากฏขึ้น

[คุณสังหารโทรลล์ เลเวล 12 สำเร็จ]

[เลเวล 8 > เลเวล 9]

ในที่สุด… แกก็ตายสักที!

ผมไม่รอช้า รีบจัดการลงแต้มสถานะตามที่วางแผนไว้ทันที เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อย ผมก็หันไปมองเทสที่ยืนเหม่ออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่เธอจะหันมาสบตาผม

“ฉันเลเวลอัปแล้วล่ะ”

เธอพูดจบก็ชี้มือไปยังซากโทรลล์ที่นอนแน่นิ่งอยู่ไม่ไกล หอกไม้ที่ยังพอใช้งานได้ลอยหวือขึ้นมาจากพื้นทันที มันพุ่งมารวมกลุ่มกับหอกอีกเล่มในมือเธอ ก่อนจะเริ่มหมุนวนรอบตัวเธอไปมา ราวกับอาวุธวิเศษในนิยายแฟนตาซี

ใบหน้าของผมกระตุกเล็กน้อย… นี่กะจะโชว์เหนือใส่กันชัดๆ

อยากให้ผมชม หรืออยากให้ผมอิจฉากันแน่ล่ะเนี่ย?

ก็นะ ช่างเถอะ คอยดูเถอะว่าถ้า สมาธิ ของผมแสดงพลังที่แท้จริงออกมาเมื่อไหร่ แม้แต่เธอก็ต้องตัวสั่นด้วยความทึ่งแน่ๆ

หลังจากพักฟื้นจนพอมีแรง พวกเราก็พากันเดินกลับไปยังลานโล่งที่ตู้ขบวนรถไฟจอดนิ่งอยู่ บริเวณชายป่ามีคนจำนวนมากยืนออกันอยู่ และหนึ่งในนั้นก็คือแฮดวิน

ผมกวาดสายตามองคนเหล่านั้น… ตอนนี้พวกเขาดูไม่เหมือนกลุ่มคนที่เพิ่งมาถึงใหม่ๆ อีกต่อไป ทุกคนเริ่มปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ได้เป็นอย่างดี บางคนถึงกับเริ่มดูเหมือนจะชื่นชอบชีวิตในโลกบ้าๆ นี่เสียด้วยซ้ำไป

จู่ๆ ผมก็มีความคิดหนึ่งวูบเข้ามา…

บางทีพวกเราอาจจะไม่ได้โดนสุ่มให้มาอยู่ในระดับนรกด้วยความซวย แต่มันอาจเป็นการคัดเลือกแบบเจาะจงมาแล้วก็ได้ บางทีคนทั้งตู้ขบวนนี้อาจจะเป็นพวกที่ เข้าคู่ กับความยากระดับนรกได้ดีที่สุดก็เป็นได้

แต่ก็นะ… มันก็เป็นเพียงแค่การคาดเดาไร้สาระของผมคนเดียวเท่านั้นแหละ

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 32 โทรลล์ ตัวเต็มวัย"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย