Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

เกิดใหม่ร้อยชาติในนิกายมารศักดิ์สิทธิ์ - บทที่ 538 อันดับหนึ่งในใต้หล้า!

  1. Home
  2. เกิดใหม่ร้อยชาติในนิกายมารศักดิ์สิทธิ์
  3. บทที่ 538 อันดับหนึ่งในใต้หล้า!
Prev
Next

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

บทที่ 538 อันดับหนึ่งในใต้หล้า!

เมื่อความคิดพลันแวบเข้ามา ลวี่หยางแทบจะก้าวออกไปในทันที

แต่เพียงเสี้ยวอึดใจถัดมา พลันเห็นแสงเรืองรองหลายสายร่วงหล่นลงจากฟากฟ้า กดทับกระแสลมปราณของเขาไว้ ทำให้ลวี่หยางที่เดิมคล้ายจะพองโตขึ้นมา กลับคืนสู่ความสงบในบัดนั้น

เขาเงยหน้าขึ้น มองไปยังท้องฟ้า

[บัญญัติแห่งมรรคาแคว้นเซียน]

ในฐานะรากฐานที่แท้จริงของราชสำนักเต๋า ในอีกแง่หนึ่งก็ถือเป็นรูปธรรมแห่งเจตจำนงของจ้าววิถีแห่งราชสำนักเต๋า แต่ในยามนี้กลับเป็นผู้ขัดขวางการแสวงหาโอสถทองคำของตน

‘…ยังมีปัญหาที่ใดอีก’

ลวี่หยางแหงนมองผืนฟ้า เพียงเห็นเพลิงบนสวรรค์ส่องประกายสว่างไสว แสดงให้เห็นว่ากำลังเอื้ออารีแก่เขาอย่างชัดเจน ทว่าเมื่อเพ่งตรวจอย่างละเอียด กลับยังคงสัมผัสได้ถึงความผิดแปลกอยู่

‘ยังมิได้กระตือรือร้นพอ’

หากพิธีกรรมสมบูรณ์แบบ ตำแหน่งมรรคผลจะจงใจปรากฏกายนำทาง ทว่าจนถึงบัดนี้

[เพลิงบนสวรรค์]

ก็เพียงแค่แสดงเจตจำนงที่โปรดปรานเขาเท่านั้น

คิดถึงตรงนี้ ลวี่หยางจึงเร่งคำนวณในใจ

หรือเป็นเพราะเราพึ่งแต่ปราบราบทั่วใต้หล้าห้าดินแดน แต่ยังมิได้เริ่มการปกครองอย่างแท้จริง? อีกทั้งแดนมงคลของเราด้วยกระมัง แดนมงคลเสวียนตู แม้จะเข้าคู่กับรากฐานแห่งมรรค แต่สุดท้ายก็มิใช่อันเดียวกัน

นอกจากนี้ ปริมาณแก่นแท้ทองคำก็คล้ายยังมิพอเพียง

ลวี่หยางพลันเข้าใจในใจ คิ้วจึงขมวดแน่น

ชาติภพนี้ เราก้าวหน้าเร็วเกินไปแล้ว

แม้จะเหินหาวรวดเดียวก้าวไป แต่ตึกหมื่นชั้นย่อมต้องสร้างจากพื้นดิน ในที่สุดก็ขาดการตกตะกอนอยู่หลายส่วน รากฐานที่แท้จริงยังไม่ถึงซึ่งที่สุดอย่างแท้จริง

ว่ากันโดยเคร่งครัดแล้ว แท้จริงเรายังไม่อาจเทียบกับท่านอาจารย์ลุงจงกวงได้เลย

ไม่ว่าด้านพลังหรือความแข็งแกร่ง หากพิจารณาเพียงมุมมองของการแสวงหาโอสถทองคำ จงกวงทำได้แทบทุกอย่างจนถึงขั้นสมบูรณ์ ทั้งแก่นแท้ทองคำ ทั้งความรู้ความสามารถ ทั้งแดนมงคล ล้วนเต็มเปี่ยมไม่ขาดตกบกพร่อง

มีคำกล่าวว่าผู้ซึ่งก้าวช้าจักสงบ มิมีเหตุจำเป็นต้องรีบร้อนแต่อย่างใด

ลวี่หยางย่อมตระหนักดี ภพชาติก่อนนั้น ตอนท้ายเขาเห็นแล้วว่าบรรดาเจินจวินใกล้จะกลับคืนสู่โลก มองตนเองอายุขัยไม่เหลือมาก จึงผลีผลามไปแสวงหาโอสถทองคำ ครานี้คือโอกาสยิ่งใหญ่ ไม่อาจปล่อยให้สูญเปล่าโดยสะเพร่า

“ตูม!”

ครุ่นคิดมาถึงตรงนี้ ลวี่หยางก็เก็บเท้าที่เมื่อครู่ได้ก้าวออกไปเพื่อที่จะแสวงหาโอสถทองคำกลับคืนมา หันไปนำแก่นแท้แห่งทองคำของธรรมลักษณ์ทั้งห้าสายที่พระผู้เป็นเจ้าได้เสด็จลงมาครั้งที่สองออกมา

[แย่งชิง]

แก่นแท้ทองคำห้าสายถูกหลอมรวมกลับเข้าสู่แก่นแท้ทองคำหงยวิ๋นอีกครั้ง ชดเชยสิ่งที่ใช้ไปเมื่อครู่ จากนั้นลวี่หยางจึงร่ายวิชามรรคผลเรียกตำหนักเหยียนโม่ที่ลอยสูงขึ้นฟ้ากลับคืนมา

ในเวลาเดียวกัน ทั่วทั้งห้าแดนใต้หล้า บรรดาเจินเหรินวางรากฐานที่ล้วนเร่งเร้า

วิชาเทพ

ของตน หรืออาศัย

ค่ายกล

หรือแม้แต่คำนวณ

เหตุและผล

เฝ้ามองลวี่หยางจากแดนไกล ต่างก็อดมิได้ที่จะถอนหายใจโล่งอกออกมา โดยเฉพาะเหล่าเจินเหรินวางรากฐานสมบูรณ์ ยิ่งอดไม่ได้ที่จะครุ่นคิดขึ้นมาคำถามหนึ่งในใจว่า

“ภายใต้หล้านี้ ยังมีผู้ใดจะขวางเขาได้อีกหรือไม่?”

คำตอบนั้นแจ่มชัดยิ่งนัก

“ไม่มีอีกแล้ว!”

คำตอบเช่นนี้ทำให้เหล่าเจินเหรินวางรากฐานสมบูรณ์ที่หมายแสวงหาโอสถทองคำเช่นกัน เกิดความขุ่นข้องใจอย่างลึกซึ้ง ทว่าก็มิกล้าเอ่ยแสดงอารมณ์นี้ออกมา

ท้ายที่สุด ไม่มีผู้ใดปรารถนาจะมีภูเขาลูกมหึมาตั้งทับอยู่เหนือศีรษะตน ที่ยิ่งไปกว่านั้นคือ ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ หากลวี่หยางยังไม่แสวงหาโอสถทองคำ แล้วผู้ใดจะกล้าแสวงหาเล่า? เส้นทางแห่งตนกลับถูกจำกัดโดยชายผู้หนึ่ง นี่คือความอัปยศมหันต์ ทว่าไม่อาจทำอะไรได้จริง ๆ จึงทำให้ใจพลุ่งพล่านเงียบงันอยู่ภายใน

อีกด้านหนึ่ง ลวี่หยางก็ค่อย ๆ สลายรัศมีรุ่งโรจน์บนกาย ถอน

ตำหนักเหยียนโม่

กลับคืน

ยกเลิกสภาพการแสร้งถือครอง!

ด้วยบุญคุณที่พระผู้เป็นเจ้าทรงประทานให้อย่างไม่หวงแหน อีกทั้งยังมี

ภาพลักษณ์

อันเกรี้ยวกราดของ

เพลิงบนสวรรค์

หนุนเสริม ทำให้แม้ผ่านศึกหนักมาแล้ว กลับกลายเป็นว่า

แก่นแท้ทองคำหงยวิ๋น

มิได้สูญสิ้นลงแม้เพียงเสี้ยว!

“นี่นับเป็นความยินดีที่คาดไม่ถึง การเก็บรักษาโอกาสแสร้งถือครองไว้ได้อีกหนึ่งครั้ง หากใช้ได้อีก ก็ย่อมทำให้

เพลิงบนสวรรค์

คุ้นเคยกับข้าเพิ่มขึ้น เตรียมพร้อมไว้สำหรับการแสวงหาโอสถทองคำในวันข้างหน้า อีกทั้งสถานที่บัดซบเช่นนี้ ใครจะรู้ว่ายังซ่อนกลลวงอยู่หรือไม่ การแสร้งถือครองตำแหน่งทองคำ นี่แลคือหลักประกันอันใหญ่หลวงของข้า”

ชั่วครู่ ลวี่หยางก็ลุกขึ้นยืน

ทันใดนั้นเอง สายตานับไม่ถ้วนก็หันมาจับจ้องสู่ร่างเขา แม้จะถอนสภาพแสร้งถือครองแล้วก็ตาม เวลานี้ลวี่หยางก็ยังคงเป็นศูนย์กลางของใต้หล้า

ผู้คนทั้งปวงต่างครุ่นคิด

“มังกรปีศาจตนนั้น ยังจะทำสิ่งใดอีก?”

“แดนสุขาวดีถูกเขาฆ่าล้างสิ้นแล้ว ราชสำนักเต๋าและโพ้นทะเลก็อยู่ใต้การครอบครองของเขา นิกายศักดิ์สิทธิ์ก็ดูเหมือนจะร่วมมือกับเขาแล้ว บัดนี้เหลือเพียงนิกายกระบี่เท่านั้น”

“นิกายกระบี่มิใช่ว่าส่งเจินเหรินปราบมารไปแล้วหรือ?”

“เจ้าโง่ มิได้เห็นหรือ ว่าที่เจียงหนาน มีไปแค่เพียงผู้เดียว? ใครๆ ก็ล้วนรู้กันดีอยู่แล้ว ผู้ฝึกกระบี่ผู้นั้นเป็นผู้โดดเดี่ยว มิใช่กระแสหลักแห่งนิกายกระบี่เลยสักนิด”

ท้ายที่สุด ท่ามกลางสายตานับไม่ถ้วน ลวี่หยางก็เหยียดฝ่ามือออกไป

บัญญัติแห่งมรรคาแคว้นเซียน

กลายเป็นสายแสงส่องประสานพันกันเป็นข่าย กวาดคลุมแดนสุขาวดีซึ่งมิหลงเหลือเหล้าภิกษุสักรูป มีเพียงสามัญชนเท่านั้น

เพียงเสียงสั่งการเดียว ขุนนางมหาศาลจากราชสำนักเต๋าก็กรูกันเข้ามาเช่นฝูงหมาป่าเสือโคร่ง

“ตั้งแต่วันนี้ไป แดนสุขาวดีจักไม่ดำรงอยู่!”

เสียงของลวี่หยางอาศัยอำนาจของ

บัญญัติแห่งมรรคาแคว้นเซียน

กระจายสะท้อนไปทั่วใต้หล้า

บัญญัติแห่งมรรคาแคว้นเซียน

เข้าครอบงำแทนที่วิถีแห่งพุทธะ เข้าครอบครองทั้งเจียงซี!

ภาพเช่นนี้ ทำให้ผู้คนทั่วหล้าล้วนตื่นตะลึงพร่าเลือน

แผ่นดินเจียงซี แดนสุขาวดีของเหล่าภิกษุ ที่สถิตมั่นไม่รู้กี่ยุคกี่สมัย ดันสูญสลายไปเช่นนี้? นี่มันเรื่องราวที่มิอาจพบเห็นได้แต่โบราณกาล!

“ไม่ เพียงชั่วคราวเท่านั้น”

“แดนสุขาวดียังมีโพธิสัตว์อยู่อีกหลายองค์ ไฉนเลยจักดับสูญไปจริงเล่า อย่างมากก็เพียงในช่วงที่จักรพรรดิฮ่วนหมิงผู้นี้ครองราชย์ จะไม่รุ่งเรืองขึ้นเท่านั้น”

เสียงวิพากษ์วิจารณ์สะท้อนไปทั่วหล้า

ทว่ามิว่าเหล่าผู้ฝักใฝ่แดนสุขาวดีจักปลอบใจตนด้วยถ้อยคำเช่นไร ก็ไม่อาจลบล้างข้อเท็จจริงหนึ่งไปได้ เหล่าภิกษุแห่งแดนสุขาวดีจักสิ้นสูญจากใต้หล้า!

เพียงเพราะเหนือท้องฟ้าสูงส่ง ยังมีอักษรสว่างเรืองรองบรรทัดใหญ่ คอยเตือนพวกเขาอยู่ทุกขณะว่า

【รอให้ข้าอายุขัยพันปีสิ้นสุด จึงจะมีศาสนาพุทธรุ่งเรือง!】

ในยามนี้ ห้าดินแดนใต้หล้าก็มีผู้บำเพ็ญเพียรมากมายที่เคยได้บำเพ็ญเพียรพุทธธรรม อ่าน《มหาสูตรพื้นฐานมหายาน》ของดินแดนสุขาวดีพลันประสบกับเคราะห์กรรมเพลิงสวรรค์เผากาย ทำให้ผู้บำเพ็ญเพียรไม่น้อยตกใจจนรีบตัดความคิด มิกล้าที่จะมีส่วนเกี่ยวข้องกับพระภิกษุเลยแม้แต่น้อย กลัวว่าจะถูกเพลิงสวรรค์สายหนึ่งเผาเป็นเถ้าถ่าน

เจียงตง นครหลวงเทียนอู๋

ยามนี้เป็นยามอรุณรุ่ง แสงตะวันทอทาบลงบนมหานครอันโอ่อ่า ขับไล่ความมืดและความเงียบสงัด ถนนหนทางก็เริ่มมีผู้คนและพ่อค้าออกมาเดินสัญจรทีละน้อย

ศึกใหญ่เมื่อวาน ราวกับมิได้ทิ้งร่องรอยใดในชีวิตของพวกเขา

ที่จริงหาใช่พวกเขาไม่ล่วงรู้ไม่ ตรงกันข้าม บนกายของพวกเขาแต่ละคนล้วนยังคงมีบาดแผลที่เกิดจากผลกระทบจากการปะทะกันอย่างแข็งขันของลวี่หยางและ

อั้งเซียว

ทิ้งเอาไว้

กระนั้นพวกเขาก็ยังคงออกจากบ้าน

เหตุผลนั้นง่ายนัก ก้าวออกไปใช่ว่าจะต้องตาย ศึกของเทพเซียนมิใช่ว่ามนุษย์ปุถุชนจะพลอยพินาศไปด้วย แต่หากไม่ออกไป ไม่ทำงาน เช่นนั้นย่อมอดตายแน่แท้

“…”

ลวี่หยางประสานมือไว้เบื้องหลัง ที่ร้านขายขนมเบื้องข้างถนนซื้อขนมเบื้องแผ่นหนึ่ง กินอย่างเอร็ดอร่อย มีพระอัครมเหสีเซียวอยู่ข้างกายของเขา

ครานี้ แววตาของพระอัครมเหสีเซียวกลับแปรเปลี่ยนโดยสิ้นเชิง หากก่อนนั้นความสัมพันธ์ยังเป็นเพียงการเกื้อกูลกันและกัน ทว่ายามนี้เมื่อทอดมองลวี่หยาง ดวงเนตรคู่งามก็พลันเอ่อท้นด้วยระลอกคลื่นลึกซึ้ง ความเคารพศรัทธาอันลึกซึ้งแฝงอยู่ในดวงตา ทุกกิริยาล้วนเผยความนอบน้อมและเก้อเขินยิ่งกว่าเดิม

ความเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ ลวี่หยางย่อมสัมผัสได้อย่างชัดเจน

สำหรับเรื่องนี้เขาก็ทำได้เพียงทอดถอนใจ ตนเองกับพระอัครมเหสีเซียวมีกำแพงหนาที่น่าเศร้าเพิ่มขึ้นมาชั้นหนึ่ง ราวกับความแตกต่างระหว่างเซียนกับปุถุชน นี่มิใช่สิ่งที่เขาต้องการ

ข้าในฐานะผู้บำเพ็ญเพียร มิใช่ผู้ไร้หัวใจ จะปล่อยให้เป็นเช่นนี้ได้อย่างไร

คิดดังนั้น ลวี่หยางจึงตัดสินใจฉับพลัน คว้าพระอัครมเหสีเข้าไปยังโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่ง…

กาลเวลาหนึ่งวันผ่านพ้นไป

จนกระทั่งตะวันลับฟ้า ลวี่หยางจึงพยุงพระอัครมเหสีเซียวซึ่งสิ้นเรี่ยวแรงออกมาจากโรงเตี๊ยม บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองก็กลับมาเป็นเช่นเดิมอีกครั้ง

“สหาย หลังจากนี้ท่านปรารถนาสิ่งใด?”

ต่อหน้าคำถามของพระอัครมเหสีเซียว ลวี่หยางหาได้ลังเลไม่ ใจเขามีคำตอบอยู่แล้ว เพราะในสถานที่บัดซบแห่งนี้ กระแสแห่งการบำเพ็ญเซียนเลวร้ายถึงเพียงนี้ เขาย่อมต้องลงมือกระทำบางสิ่ง

และก็พอดียิ่งนัก ที่จักอาศัยเรื่องนี้ ตอบสนองต่อความต้องการแห่ง

เพลิงบนสวรรค์

ในเรื่อง “การปกครอง”

“สิ่งที่ข้าแสวงหา…”

เมื่อคิดได้ดังนี้ ลวี่หยางจึงเอ่ยถ้อยคำด้วยท่าทีไม่เร่งร้อน ไม่เชื่องช้า

“หนึ่งเดียวในใต้หล้า ใต้หล้ารวมเป็นหนึ่ง!”

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 538 อันดับหนึ่งในใต้หล้า!"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย