Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

เกิดใหม่ร้อยชาติในนิกายมารศักดิ์สิทธิ์ - บทที่ 412 แดนมงคลเสวียนตู

  1. Home
  2. เกิดใหม่ร้อยชาติในนิกายมารศักดิ์สิทธิ์
  3. บทที่ 412 แดนมงคลเสวียนตู
Prev
Next

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

บทที่ 412 แดนมงคลเสวียนตู

ณ พระราชวังมังกร ลวี่หยางก้าวออกจากคลังสมบัติเบื้องในอย่างไร้สุ้มเสียง

ซั่วฮ่วนผู้รู้ใจ รีบปิดประตูตามหลังให้เรียบร้อย แล้วลวี่หยางก็เห็นอีกฝ่ายยื่นมือไปบิดหัวมังกรที่ประดับอยู่เหนือประตูออกมาเงียบๆ ก่อนจะสอดเก็บลงกระเป๋าตนเอง

ท่าทางคล่องแคล่ว ชำนาญดุจเป็นหนึ่งเดียวกับการกระทำ

ลวี่หยางเห็นดังนั้นก็ขมวดคิ้วทันที มือไม้เช่นนี้ไม่สะอาดเสียเลย ไปเรียนแบบใครมา? หากมีผู้ใดล่วงรู้เข้า คงนึกว่าเรามาที่นี่เพื่อกอบโกยสมบัติ!

เมื่อคิดถึงตรงนี้ ลวี่หยางก็ตัดสินใจจะตำหนิซั่วฮ่วนอย่างจริงจังสักครั้ง

“ทำของปลอมมาติดกลับไป!”

อีกด้านหนึ่ง ซั่วฮ่วนก็รู้สึกได้ถึงสายตาเหยียดหยามของลวี่หยาง…

คราแรก ซั่วฮ่วนยังนึกว่าลวี่หยางไม่พอใจตนเรื่องใดอยู่ กำลังจะกล่าวขอรับโทษอยู่แล้ว ทว่าเมื่อได้ยินวาจานั้นกลับพลันเข้าใจในบัดดล

‘แท้จริงแล้วรังเกียจข้าว่าไม่มืออาชีพพอ!’

เป็นตนเองที่คิดเล็กคิดน้อยเกินไปแล้ว!

“เป็นความผิดของข้าน้อยเองขอรับ”

ซั่วฮ่วนรีบประสานมือคารวะ จากนั้นก็หยิบเหล็กล้ำค่าชิ้นหนึ่งขึ้นมาหลอมเป็นหัวมังกร ถอดแบบทั้งรูปทรงและท่วงท่าให้ละม้ายกับของเดิมทุกประการ แล้วอาบพลังวิชาเรืองรองลงไปชั้นหนึ่ง ให้แลดูราวกับของวิเศษล้ำค่าผลิตจากฝีมือช่างชั้นยอด แล้วจึงนำไปติดตั้งกลับเข้าประตูดังเดิม

“เช่นนี้ก็พอจะได้”

ลวี่หยางจึงพยักหน้าเล็กน้อย แล้วโบกมือคราหนึ่ง ภายใต้การนำของเทียนฉิว พวกเขาก็วกกลับเส้นทางเดิม ผ่านเส้นทางลับออกจากพระราชวังมังกรไปอย่างไร้สุ้มเสียง

จนถึงยามนั้น ภายในและภายนอกพระราชวังมังกรยังคงโกลาหล

ลวี่หยางมาเงียบงัน…จากไปเงียบงัน…ไม่เหลือแม้เงาเมฆเคลื่อนคล้อย

‘ข้าขนคลังสมบัติแห่งพระราชวังมังกรออกมาได้ เช่นนี้แม้พระราชวังจะถูกตีแตก พวกโจรชั่วเหล่านั้นก็จะไม่ได้สิ่งใดไปเลย นับเป็นการอุทิศให้เผ่ามังกรแล้วกระมัง!’

โพ้นทะเล ณ เกาะร้างอันห่างไกล

“ข้าจักปิดด่านบำเพ็ญเดี๋ยวนี้ พวกเจ้าทั้งหมดจงคอยคุ้มกันให้ข้า!”

ทันทีที่ออกจากพระราชวังมังกร ลวี่หยางก็ประกาศปิดด่านบำเพ็ญในทันใด เพราะครานี้เก็บเกี่ยวมามากเกินไป หากไม่รีบหาวิธีใช้เสีย ย่อมรู้สึกกระสับกระส่ายอยู่ไม่เป็นสุข

‘แต่ของในคลังสมบัตินั้น คงยังมิใช่ทั้งหมดของพระราชวังมังกร’

‘อย่างน้อย สมบัติของจ้าวมังกร ย่อมไม่อยู่ในคลังนั้นแน่นอน!’

แม้จะปฏิเสธไม่ได้ว่า สมบัติทั้งหลายในคลังล้วนล้ำค่าขึ้นเรื่อยๆ แต่หากจะกล่าวว่าเป็นของมีผลต่อเจินจวินระดับมรรคผลโอสถทองคำ ก็หาได้มีอยู่มากนัก

‘แต่ก็นั่นแหละ ของที่มีผลต่อเจินจวิน จะเอาไปเก็บไว้ในคลังสมบัติได้อย่างไร แน่นอนว่าต้องพกติดตัวไว้เสมอ นั่งเฝ้าด้วยตนจึงจะวางใจได้ อีกทั้งทรัพยากรเหล่านี้ก็ชี้ชัดนัก ว่าส่วนใหญ่ใช้เพื่อเร่งบ่มเพาะแดนมงคลให้ถึงขอบเขตสมบูรณ์ เตรียมเข้าสู่การแสวงหาโอสถทองคำ’

เพราะเหตุนั้น สำหรับลวี่หยางในยามนี้ สมบัติเหล่านั้นจึงนับว่ามีคุณูปการใหญ่อย่างหาที่เปรียบมิได้

เพียงพอจะย่นย่อช่องว่างระหว่างตน กับผู้บ่มเพาะระดับวางรากฐานสมบูรณ์หน้าเก่าทั้งหลายลงได้มหาศาล!

ยิ่งไปกว่านั้น เขายังมิได้หลอมสร้างแดนมงคลของตนออกมาด้วยซ้ำ แม้หลี่เหินเทียนจะได้รับสมญาว่าแดนมงคลน้อย แต่สุดท้ายก็หาใช่แดนมงคลแท้จริงไม่

‘เดิมทีข้ายังคร่ำเคร่งว่าจะใช้วิธีใดเลื่อนมันให้กลายเป็นแดนมงคลแท้’

‘ตอนนี้…ไม่ต้องคิดอีกแล้ว!’

ภายในห้องลับซึ่งขุดขึ้นเฉพาะหน้า ลวี่หยางนั่งสมาธินิ่งสงบ จิตใจแน่วแน่ เพียงหนึ่งความคิดผ่านไป ร่างมนุษย์ก็หลอมละลาย ถูกปลดเปลื้องไปโดยสมบูรณ์ เผยสภาพแท้จริงของหลี่เหินเทียนออกมาอีกครั้ง

“…เริ่ม!”

ไร้ซึ่งความลังเลใดๆ ลวี่หยางเทวารีสัจจะเทียนอีเต็มกาน้ำลงไปเต็มหนึ่งหม้อในคราวเดียวเข้าสู่หลี่เหินเทียน ออกหน้าโอ่อ่าอย่างที่สุด ราวกระทำด้วยใจฟุ่มเฟือย

ต้องรู้ไว้ว่า วารีสัจจะเทียนอีเต็มกาน้ำนี้ แม้เพียงหยดเดียวก็สามารถใช้หล่อเลี้ยงแดนมงคลได้แล้ว อีกทั้งโดยทั่วไปยังต้องใช้เวลาหลอมกลั่นถึงสามสิบหกวันจึงจะดึงศักยภาพออกมาได้ถึงขีดสุด หากแต่ลวี่หยางกลับเททั้งหม้อลงไปในคราวเดียว เช่นนี้ย่อมเท่ากับว่าสิ้นเปลืองไปถึงเก้าส่วนเต็ม!

แต่สำหรับลวี่หยางแล้ว การคำนวณหาได้เป็นเช่นนั้นไม่

‘หนึ่งหยดต้องใช้เวลาหลอมกลั่นถึงสามสิบหกวันงั้นหรือ? แต่สิ่งที่ข้าขาดที่สุดในตอนนี้…คือเวลา! แม้จะเหลือผลเพียงหนึ่งในสิบ สำหรับข้าแล้วก็เพียงพอ!’

เขาใช้จำนวนเอาชนะ!

ส่วนเรื่องความสิ้นเปลือง ของบุตรขายทุ่งบิดา ใยต้องเจ็บใจ? อย่างไรเสียก็มังกรแท้ทั้งเผ่าถวายมาให้เขาเอง

ใช้ไปก่อนแล้วกัน!

ณ ขณะนั้น ลวี่หยางเห็นชัดถึงความเปลี่ยนแปลงยิ่งใหญ่ของหลี่เหินเทียน อีกทั้งวิชาเทพทั้งห้าที่เขาหลอมสร้างขึ้นก็เริ่มปรากฏทีละสายต่อหน้า

จิตใจกระจ่างแจ้ง…ปราณแท้จริงบรรจุ…วิชาบรรจบมหามรรค…รับบัญชาสวรรค์…เป็นหนึ่งกับโลก!

วิชาเทพทั้งห้าสาย ในชั่วขณะเดียวกัน ล้วนถูกหล่อรวมเข้าสู่หลี่เหินเทียน จากนั้นก็ราวกับหิมะน้ำแข็งละลาย ค่อยๆ เริ่มหลอมรวมกลายเป็นหนึ่งเดียวกัน!

ทว่าในยามนั้นเอง…

“ซ่า ซ่า!”

เพียงพริบตา ลวี่หยางก็พลันรู้สึกถึงสายลมแรงคุ้นเคย พัดกรูมาจากความว่างเปล่าโหมกระหน่ำดุจพายุ ใบมีดนับพันฟันสับตกลงบนหลี่เหินเทียน!

‘ลมปีศาจ!?’

ดวงตาลวี่หยางหดแคบลงฉับพลัน

นี่คือเภทภัยซึ่งปรากฏเฉพาะในขอบเขตวางรากฐานเท่านั้น ทว่าบัดนี้ ทันทีที่ลวี่หยางเริ่มหลอมสร้างแดนมงคล ลมปีศาจกลับพัดกรูออกมาจากขอบเขตวางรากฐาน!

‘เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้?’

‘ไม่…ผิดแล้ว อะไรคือแดนมงคล?’

ในใจลวี่หยางพลันผุดขึ้นมาซึ่งคำสั่งสอนของจงกวงในอดีต:

‘สิ่งที่เรียกว่าแดนมงคล ก็คือสิ่งที่เจินเหรินผู้วางรากฐานสมบูรณ์หลอมสร้างขึ้น โดยยึดจิตแห่งชีวิตตนเป็นรากฐาน เสริมเต็มด้วยวิชาเทพประจำตน ขยายรากฐานแห่งมรรคออกไปกลายเป็นสภาพแปรเปลี่ยนหนึ่ง’

แก่นแท้ของแดนมงคล ก็คือรากฐานแห่งมรรค!

‘ทุกก้าวของรากฐานแห่งมรรคล้วนต้องเผชิญกับมหันตภัยสามประการเพื่อขัดเกลา หากต้องการเข้าสู่ขอบเขตสมบูรณ์ ก็จำต้องเผชิญกับเภทภัยแห่งห้าความเสื่อมแห่งฟ้าดินเสียก่อนจึงจะมีหวัง’

‘แดนมงคล…ก็เป็นเช่นนั้นเช่นกัน’

‘สำหรับผู้วางรากฐานสมบูรณ์โดยทั่วไป การหลอมสร้างแดนมงคลอาจไม่จำเป็นต้องก้าวผ่านขั้นตอนนี้ เพราะรากฐานแห่งมรรคของพวกเขาได้ข้ามผ่านเภทภัยเหล่านี้มาแล้วตั้งแต่ก่อนหน้า’

‘แต่ข้า…ไม่เหมือนพวกเขา’

‘การบ่มเพาะของข้าในตอนนี้ ล้วนหยั่งรากอยู่บนหลี่เหินเทียนโดยสิ้นเชิง เป็นการใช้วิธีรวบรวมปราณ ดูดกลืนเอาแก่นแท้แห่งฟ้าดินของสวรรค์เจ็ดยอแสงมาโดยตรงจึงสำเร็จ’

‘ดังนั้น หลี่เหินเทียนจึงไม่เคยผ่านสามภัยพิบัติหรือห้าความเสื่อมแห่งฟ้าดินมาก่อน’

“และหากต้องการหลอมสร้างแดนมงคลแท้จริง ก็ต้องเติมเต็มขั้นตอนนี้ให้ครบ!”

เมื่อคิดถึงตรงนี้ ลวี่หยางก็พลันกระจ่างแจ้งในบัดดล “ไม่แปลกเลย…ที่โลกสวรรค์อื่น เช่น โลกเสวียนหลิงนั้น ไม่มีสิ่งที่เรียกว่าแดนมงคล”

ไม่แปลกเลย…ที่สิ่งนี้จะเป็นเอกลักษณ์ของสถานที่บัดซบแห่งนี้!

‘ข้ามเภทภัย หากข้ามมิได้ย่อมกลายเป็นภัยพิบัติ แต่หากข้ามผ่านได้…ก็กลายเป็นวาสนา!’

วินาทีนั้นเอง ยังไม่ทันที่ลวี่หยางจะตั้งสติได้ กลุ่มเพลิงอันเย็นยะเยือกก็เงียบงันลุกไหม้ขึ้นภายในหลี่เหินเทียน ราวกับจะกลืนกินสรรพสิ่งโดยรอบ

“…มาได้ดี!”

ลวี่หยางไม่กล้ารอช้า เพียงหนึ่งความคิด พริบตาก็พลันเรียกเอาวัตถุดิบวิญญาณทั้งห้าธาตุซึ่งได้จากคลังสมบัติแห่งพระราชวังมังกร มากมายราวเนินเขาหลายลูก ออกมาทั้งหมดในคราเดียว

เมื่อวัตถุดิบวิญญาณนับไม่ถ้วนเหล่านั้นปรากฏออกมา ก็ถูกเปลวเพลิงเย็นแผดเผา หลอมละลายลงไปในทันใด แล้วถูกลมปีศาจกวาดกลิ่นโสมมปนเปื้อนออก เหลือไว้เพียงแก่นแท้บริสุทธิ์ตกลงสู่หลี่เหินเทียนทีละหยด ค่อยๆ หลอมรวมเข้าไปในแดนมงคลน้อยแห่งนี้ และพร้อมกับการหลอมรวมของวัตถุดิบวิญญาณเหล่านี้ กระแสพลังของหลี่เหินเทียนก็ค่อยๆ ไต่สูงขึ้นทีละระดับ

จนกระทั่งเสียงฟ้าคำรามดังขึ้นคราหนึ่ง

สายฟ้าลูกมหึมาสาดซัดลงมาจากความว่างเปล่า ผ่าทะลวงหลี่เหินเทียนกับวัตถุดิบวิญญาณทั้งมวลที่ยังคงกระจัดกระจายไร้เอกภาพให้แตกละเอียด แล้วบีบหลอมเข้าด้วยกันกลายเป็นหนึ่งเดียว

ลมปีศาจขัดเกลา…เพลิงเย็นหลอมสรรพสิ่ง…สายฟ้าฟาดลงจากเบื้องบน!

เภทภัยสามชั้นปรากฏซ้อนติดกัน หากมิใช่เพราะลวี่หยางบัดนี้บรรลุถึงขั้นวางรากฐานสมบูรณ์แล้ว อีกทั้งมีวงแสงแห่งวิชาเทพทั้งห้าครอบคลุมหลี่เหินเทียนไว้มั่นคง

ยามนี้หลี่เหินเทียน…คงมลายสิ้นไปแล้ว

แต่ไม่นานหลังจากสามภัยพิบัติจบสิ้น เพทภัยห้าความเสื่อมแห่งฟ้าดินก็ตามมาทันที!

ร่างกายเปื้อนโสมม…รากฐานแห่งมรรคมัวหมอง…วิชาเทพเหี่ยวแห้ง…พลังวิชาสลายสูญ…มารในจิตผุดซ้อนเป็นกลุ่มก้อน…ชั่วพริบตา เคราะห์ห้าสายแตกต่างกันก็ปรากฏขึ้นพร้อมกัน!

เมื่อเคราะห์ทั้งห้าประดังลงมา แสงสว่างเจิดจ้าแห่งหลี่เหินเทียนก็มืดหม่นลงในพริบตา

ลวี่หยางหาได้ลังเลไม่ พลันหยิบเศษถ้ำสวรรค์ “เทียนไก้ตี๋เสวียน” ที่ได้รับมาก่อนหน้าออกมา แล้วขว้างเข้าไปในหลี่เหินเทียนโดยไม่ชักช้าแม้แต่น้อย!

เศษถ้ำสวรรค์นี้ เดิมเป็นของจ้าวมังกร ซึ่งตั้งใจจะมอบให้เจินจวินแห่งธารสวรรค์ที่เพิ่งบรรลุผลใหม่เพื่อใช้เสริมสร้างถ้ำสวรรค์ ทว่าในยามนี้กลับถูกลวี่หยางใช้เพื่อประคองแดนมงคลให้มั่นคง นับเป็นการใช้ของล้ำค่าเปลืองเสียเปล่าอย่างถึงที่สุด แต่ก็ด้วยเหตุนั้นเอง ผลลัพธ์จึงมหัศจรรย์เหนือคาด ถึงขั้นที่ทำให้คลื่นปั่นป่วนแห่งหลี่เหินเทียนสงบนิ่งลงได้ในแทบพริบตา!

เมื่อภาพเบื้องหน้าเผยให้เห็น เคราะห์ห้าความเสื่อมแห่งฟ้าดินก็พลันยกระดับขึ้นอีกขั้นหนึ่ง ราวกับว่าจะไม่ยอมจบลงหากยังมิได้บดขยี้ลวี่หยางให้แหลกคามือ

ลวี่หยางเห็นดังนั้นก็รีบประสานมือทำมุทรา

‘เป็นหนึ่งกับโลก!’

ในพริบตาถัดมา เพทภัยทั้งห้าก็หยุดลงในทันใด

ทั้งที่ลวี่หยางรับรู้ได้ชัดเจนว่า เคราะห์ห้าสายนี้ราวกับสะสมแรงมานานเตรียมจะลงดาบร้ายแรงกับเขา ทว่าในเวลานี้กลับชะงักงันอยู่กับที่ ดุจถูกตรึงไม่อาจขยับ

ลวี่หยางหัวเราะออกมาในทันที

“เป็นหนึ่งกับโลก” หาใช่วิชาเทพไร้จุดอ่อนไม่ ทุกครั้งที่ถ่ายโอนความเสียหาย ย่อมมีผลกระทบต่อวิชาเทพสายนี้โดยตรง หากเกินขีดจำกัดที่รองรับได้ ก็จำต้องหยุดลงในที่สุด

อีกทั้งการเชื่อมโยงกับฟ้าดินของ “เป็นหนึ่งกับโลก” ก็ใช่ว่าจะไม่อาจทำลาย

อย่างน้อยลวี่หยางย่อมเชื่อมั่นว่า ด้วยพื้นฐานแห่งสี่อำนาจใหญ่ หากความรู้ความสามารถเพียงพอ และแตกฉานในเส้นทางแห่งกรรมและผล ย่อมสามารถคิดหาหนทางต่อต้านได้อย่างแน่นอน

มีเพียงต่อฟ้าดินเท่านั้น…ที่วิชาเทพสายนี้ไร้หนทางรับมือโดยสิ้นเชิง โดยเฉพาะฟ้าดินในสถานที่บัดซบแห่งนี้ ที่ถูกจำกัดอย่างรุนแรงจนมิอาจแสดงฤทธานุภาพใดได้ ต่อหน้าลวี่หยาง ย่อมไม่อาจกระทำสิ่งใดได้แม้แต่น้อย!

“มาเถอะ…มาตีข้าสิ”

ชั่วขณะนั้นเอง เมื่อเผชิญกับการท้าทายของลวี่หยาง เคราะห์ห้าความเสื่อมแห่งฟ้าดินก็พองฟูขึ้นหลายครา แต่แล้วทุกครั้งก็พลันหยุดลงต่อหน้าแสงแห่งวิชาเทพ “เป็นหนึ่งกับโลก”

ท้ายที่สุด ราวกับลูกโป่งที่ลมรั่ว พลังภัยพิบัติทั้งหลายก็มลายหายไปโดยสิ้น

เหลือเพียงลวี่หยางนั่งขัดสมาธิอยู่กลางนภา หลี่เหินเทียนกลับคืนสู่รูปมนุษย์อีกครั้ง แต่ทว่า จากภายในแดนมงคลน้อยแห่งนี้ กลับมีแสงใหม่หนึ่งสายถือกำเนิดขึ้นอย่างเงียบงัน

ดุจดักแด้ปริแตก กลายเป็นผีเสื้อ

“นี่คือ…แดนมงคลของข้า”

วินาทีถัดมา ลวี่หยางเงยหน้าขึ้นมองสู่ฟากฟ้า แสงใหม่ที่เพิ่งถือกำเนิดนั้นก็สาดส่องลงยังหว่างคิ้วของเขาโดยตรง ในแสงนั้นเผยให้เห็นภาพอันพิสดารงดงามนับหมื่นนับพัน

ชื่อหนึ่งผุดขึ้นในใจลวี่หยางโดยธรรมชาติ

แดนมงคลเสวียนตู

ชั่วขณะนั้นเอง แดนมงคลเสวียนตูเปรียบประหนึ่งเลนส์กระจกบานหนึ่ง สายตาของลวี่หยางซึ่งเคยพร่ามัว ผ่านมันไปก็พลันแลเห็นรูปลักษณ์ของฟ้าดินในแดนนี้ได้ชัดเจนอย่างน่าตกตะลึง

“…ให้ตายเถอะ!”

สีหน้าของลวี่หยางแข็งค้างในทันใด

สิ่งที่เขาเห็น คือฟ้าดินที่ควรจะสมบูรณ์เป็นหนึ่งเดียว กลับคล้ายรวงผึ้งขนาดมหึมา มีช่องโพรงพรุนอยู่ทั่วทั้งบนล่างซ้ายขวา!

และในนั้นหลุมที่ใหญ่ที่สุดสามสิบหลุม ปรากฏว่าเป็นสามสิบตำแหน่งมรรคผล!

ส่วนโพรงขนาดอื่นๆ ที่เหลือ ก็คือแดนมงคลของผู้วางรากฐานสมบูรณ์ กับถ้ำสวรรค์ของเจินจวินแห่งมรรคผลโอสถทองคำ!

ฟ้าดินแห่งนี้ กลับเต็มไปด้วยรูพรุนนานแล้ว!

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 412 แดนมงคลเสวียนตู"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย