Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

เกิดใหม่ร้อยชาติในนิกายมารศักดิ์สิทธิ์ - บทที่ 391 เรื่องน่าตกใจ

  1. Home
  2. เกิดใหม่ร้อยชาติในนิกายมารศักดิ์สิทธิ์
  3. บทที่ 391 เรื่องน่าตกใจ
Prev
Next

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

บทที่ 391 เรื่องน่าตกใจ

นอกหลี่เหินเทียน

ลัทธิบัวขาวมาถึงพร้อมกันทั้งสำนัก กระทั่งถิ่นกำเนิดแห่งสุญญะซึ่งเป็นแดนเทพธูปเทียน ยังถูกเคลื่อนย้ายมาพร้อมกัน ธูปเทียนอันพวยพุ่งขึ้นสู่ฟ้ารุนแรงถึงขั้นแทบจุดไฟให้ทะเลเมฆ

หากมีผู้ใดมองขึ้นจากพื้นดินไปยังนภากาศ ย่อมคล้ายเห็นตะวันดวงที่สองผุดขึ้นจากกลางทะเลเมฆ กระทั่งหากกล่าวโดยไม่ไว้หน้า หากถิ่นกำเนิดแห่งสุญญะนี้ร่วงหล่นลงมาในยามนี้ ย่อมก่อให้ฟ้าดินพลิกผันโดยฉับพลัน ถึงตอนนั้นสิ่งใดคือทางเทพ สิ่งใดคือหมู่ชน ย่อมต้องสาบสูญไร้ที่ฝังศพทั้งสิ้น!

ด้วยเหตุดังนี้ ขณะนี้เทพราชันย์บัวดำจึงเปี่ยมด้วยความมั่นใจ

แค่หลี่เหินเทียนกระจ้อยร่อย ลัทธินอกรีตแห่งหนึ่ง วันนี้จะถอนรากถอนโคนมันให้สิ้น ดีแล้วจักได้ชำระใต้หล้า ให้ผู้คนมิกล้าดูแคลนข่ายอำนาจแห่งลัทธิของข้า

ต่อความเคลื่อนไหวเล็กน้อยของลวี่หยาง เทพราชันย์บัวดำย่อมล่วงรู้ในใจอยู่บ้างแล้ว

การเพาะบ่มธูปเทียนแห่งหลี่เหินเทียนภายในลัทธิบัวขาวเช่นนี้ การยืมไก่ออกไข่ ปล้นชิงรากฐานของลัทธิบัวขาวเช่นนั้น เทพราชันย์บัวดำย่อมไม่อาจยินยอม

ดังนั้นจึงบังเกิดขุมกำลังในวันนี้

ยกลัทธิออกศึก เทพราชันย์หลายสิบตน ทั้งเทพใหญ่เทพน้อย แม้กระทั่งถิ่นกำเนิดแห่งสุญญะก็เคลื่อนมา หากถึงคราวจำเป็น มารดาไร้กำเนิดก็อาจออกโรงได้เช่นกัน

เช่นนี้…จะพ่ายแพ้ได้อย่างไร?

ขณะความคิดเช่นนี้ผุดขึ้นในใจเทพราชันย์บัวดำ เพียงพลันเดียวก็เห็นว่าในหลี่เหินเทียนเบื้องหน้า จิตเทวะอันกว้างใหญ่สายหนึ่งพลันแผ่กระจายออกมา!

“มาแล้ว!”

เทพราชันย์บัวดำเปลี่ยนสีหน้าเป็นเคร่งขรึม เพียงวินาทีถัดมา ก็รู้สึกได้ว่าพลังธูปเทียนซึ่งเคยเป็นของฝ่ายตน เริ่มค่อยๆ ไหลหลั่งไปยังอีกฝ่ายทีละน้อย…

หากแต่เขายังมั่นใจเต็มเปี่ยม

ลัทธิบัวขาวของเราครอบครองสาวกมายาวนานเพียงใด? หลี่เหินเทียนกระจ้อยร่อยเพียงนี้ คิดใช้เวลาแค่สิบปีมาขุดรากถอนโคนลัทธิบัวขาวของข้า? ช่างไร้เดียงสาสิ้นดี!

ทว่าเมื่อกาลเวลาผ่านไป

เขากลับค่อยๆ สัมผัสได้ถึงความผิดปกติ เพราะการสูญเสียของธูปเทียนหาได้ชะลอลงดั่งที่เขาคาดไว้ หากกลับยิ่งทวีความรุนแรง รวดเร็วขึ้นเรื่อยๆ!

และในขณะเดียวกัน พลังแห่งหลี่เหินเทียนกลับยิ่งแข็งกล้าขึ้นไม่หยุด!

“แย่แล้ว!”

ชั่วพริบตา เทพราชันย์บัวดำคำรามลั่น สั่งให้เหล่าเทพธูปเทียนของลัทธิบัวขาวลงมือทันที ทว่าวินาทีถัดมา ฉากหนึ่งซึ่งทำให้เขาสิ้นหวังก็ปรากฏ

หลี่เหินเทียน…สว่างขึ้นแล้ว

ราวกับตะวันดวงหนึ่งถูกจุดขึ้น แสงเทพธูปเทียนอันเข้มข้นรวมตัวกันบนหลี่เหินเทียน ปรากฏเป็นภาพกงล้อเกวียนสัญจร ศาลาเรือนยอด อาคารเรือนแถว และหมื่นพันทัศนียภาพ

ในอีกด้านหนึ่ง ถิ่นกำเนิดแห่งสุญญะซึ่งเคยเปล่งประกายกลับพลันหม่นมัวลง เทพราชันย์บัวดำมองไปยังเทพราชันย์ตนหนึ่งซึ่งอยู่ข้างกายด้วยความหวาดผวา ใบหน้านั้นเปี่ยมด้วยความตระหนก ดวงตายังหลงเหลือแววพรั่นพรึงลึกสุด

“ช่วย…”

ไม่ทันให้คำร้องขอหลุดออกจากลำคอ ด้วยพลังธูปเทียนที่กระจายสิ้น ร่างของอีกฝ่ายก็ราวกับสูญเสียที่พึ่ง หลุดแตกกลายเป็นเพลิงในพริบตา!

ทว่า นั่นเป็นเพียงคนแรกเท่านั้น

โครม! โครม! โครม!

เทพราชันย์บัวดำทอดสายตาออกไป ก็เห็นเปลวเพลิงสายแล้วสายเล่า พลันระเบิดกลางนภา ทุกเปลวไฟ ล้วนหมายถึงเทพธูปเทียนหนึ่งตน!

นี่แลคือจุดอ่อนของวิถีเทพธูปเทียน!

ภายในหลี่เหินเทียน ลวี่หยางปรากฏเงาร่างกลางแสง สายตาเยือกเย็นทอดมองเหล่าเทพธูปเทียนเบื้องล่างอย่างเงียบงัน ต่อเส้นทางบำเพ็ญตนสายนี้ พลันเกิดความเข้าใจอยู่บ้าง

ระบบนี้…ดูดีแต่ไร้แก่นสาร!

หามีอื่นใดไม่ ก็เพราะพึ่งพาพลังธูปเทียน พึ่งพาสิ่งภายนอกมากเกินไป

ยิ่งไปกว่านั้น จุดเริ่มต้นกลับสูงลิ่ว แม้แต่เจ้าที่ผู้ต่ำต้อยที่สุด ก็ล้วนมีพลังระดับวางรากฐานเทียม หากวัดกันอย่างเคร่งครัด ยังสามารถทำลายสิ่งมีชีวิตเป็นบริเวณกว้างได้จริง

นั่นจึงนำไปสู่สถานการณ์อันน่าอึดอัด

หากเปิดฉากต่อสู้อย่างไม่ยั้งมือ ก็ย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะพาดพิงถึงชาวบ้านผู้เป็นแหล่งธูปเทียน ส่งผลให้เทพธูปเทียนที่พวกเขาศรัทธาต้องดับสูญ

และยิ่งน่าอึดอัดกว่านั้น เจ้าที่หมู่บ้าน เจ้าที่อำเภอ ตลอดจนเทพราชันย์ทั้งหลายในสายธูปเทียนเหล่านี้ จะใช้พลังได้เต็มที่ก็ต่อเมื่ออยู่ในถิ่นฐานของผู้ศรัทธา ทว่าเมื่อใช้พลังเต็มที่ขึ้นมาจริงๆ เหล่าผู้ศรัทธากลับถูกคลื่นพลังฆ่าตายจนหมด จากนั้นเทพธูปเทียนก็พังพินาศตาม เพราะธูปเทียนสิ้นสูญ

บ่อนรกชัดๆ!

คิดถึงตรงนี้ ลวี่หยางก็อดหัวเราะเบาๆ มิได้ กล่าวอีกนัย เทพธูปเทียนที่ว่ากันไป ก็เป็นเพียงโครงร่างประดับสวยไร้แก่นสาร ไม่มีความสามารถในการต่อสู้กับผู้ฝึกตนจริงจังแม้แต่น้อย

อะไรคือเจ้าที่หมู่บ้านวางรากฐานเทียม? ก็แค่ไว้ข่มขวัญผู้คนเท่านั้น!

แม้ข้าจะเป็นเพียงผู้รวมลมปราณ หากเพียงจับจังหวะได้ถูกต้อง ฆ่าสาวกทั้งหมู่บ้านในพริบตา ต่อให้เจ้าที่หมู่บ้านเก่งกาจเพียงใด ก็ย่อมหนีไม่พ้นสิ้นชีพ!

ผู้รวมลมปราณล้มวางรากฐาน ในที่แห่งนี้…มีสิทธิ์เกิดขึ้นจริง!

อาศัยพลังภายนอกบ้าง ไม่นับว่าผิด ทว่าเมื่อพึ่งพาแต่ภายนอก ผลสุดท้ายก็ย่อมจบไม่ต่างจากเทพธูปเทียนพวกนั้น ลวี่หยางรำพึงในใจ ก่อนจะส่ายศีรษะเบาๆ

มนุษย์…จำต้องพึ่งตนเอง

แต่ก่อนยังมิได้ให้ความสำคัญ บัดนี้มองย้อนกลับ ถ้อยคำนี้ช่างใช้ได้ในทุกสถานที่จริงๆ

หากไม่นาน ลวี่หยางก็คลายจากภวังค์ แม้พึ่งพาตนเองคือสิ่งถูกต้อง ทว่าในยามต้องการฝ่าอุปสรรค สิ่งภายนอกก็ใช่จะไร้คุณค่าเสมอไป…

ข้อบกพร่องของวิถีเทพธูปเทียน แม้จะใหญ่หลวง แต่เมื่อนำมาอยู่กับข้ากลับมิใช่ข้อบกพร่องเลยแม้แต่น้อย ตราบใดที่ถูกส่งเข้าไปในธงหมื่นวิญญาณของข้า ย่อมสามารถหลีกเลี่ยงปัญหาเหล่านั้นได้โดยสิ้นเชิง ส่วนเรื่องพลังที่เป็นเพียงเปลือกอวดรูปลักษณ์เล่า…จะเป็นไร? อย่างน้อยที่สุด ฐานะแห่งตำแหน่งก็มั่นคงจริงแท้ เช่นนั้นก็มากพอแล้ว!

เมื่อคิดถึงตรงนี้ ลวี่หยางก็ไม่ลังเลอีกต่อไป

เสริมพลังธูปเทียน!

ท้ายที่สุด เมื่อพลังธูปเทียนของลัทธิบัวขาวมากกว่าสิบในเก้าส่วนเหือดหายสิ้น เทพธูปเทียนทั้งมวลรวมถึงเทพราชันย์บัวดำต่างก็ระเบิดกลายเป็นเถ้าธุลีเกลื่อนฟากฟ้า

ในยามนั้นเอง

“ผู้ใด…?”

ภายในถิ่นกำเนิดแห่งสุญญะ เสียงคำถามอันฉงนดังขึ้นแผ่วเบา เงาร่างอันงามล้ำปรากฏขึ้นช้าๆ เป็นสตรีนางหนึ่งในชุดกระโปรงขาว ใบหน้างามระเรื่อ แฝงเร้นด้วยเสน่ห์ยากจะบรรยาย

นางก็คือ มารดาไร้กำเนิด

ก่อนหน้านี้ นางยังคงหลับใหลอยู่ตลอด จนกระทั่งบัดนี้ เมื่อพลังธูปเทียนร่อยหรอลง นางจึงสะดุ้งตื่นขึ้น หากแต่ยังไม่ทันได้ตอบสนองสิ่งใด ก็ถูกลวี่หยางคว้าจับไว้ในฉับพลัน

โครม!

ยามนี้ ลวี่หยางยืนลอยอยู่กลางเวหา รู้สึกเพียงศีรษะปวดร้าวแปลบ ความแรงกล้าของพลังธูปเทียนนับพันหมื่นที่ถาโถมสู่หลี่เหินเทียน ทำให้เขารู้สึกดั่งตนเองกำลังไต่ขึ้นสูงอย่างไม่สิ้นสุด ยืนอยู่บนขอบเขตที่ไม่มีหนทางใดจะสูงไปกว่านี้ได้อีก

และในทางกลับกัน มารดาไร้กำเนิดเบื้องหน้า กลับค่อยๆ เล็กลง

กระทั่งในที่สุด…ถูกจับไว้ภายในฝ่ามือ กลายเป็นรูปลักษณ์ดั่งตุ๊กตาขนาดฝ่ามือโดยสมบูรณ์

นี่แหละ…ตำแหน่งแห่งฐานะ

วางรากฐานสมบูรณ์!

ความต่างเช่นนี้ เปรียบประหนึ่งวางรากฐานในอดีตที่เคยมองผู้รวมลมปราณ เหนือฟ้าย่อมต่างพื้นดิน กลยุทธ์ใดของฝ่ายตรงข้าม ในยามนี้หาอาจทัดทานเขาได้แม้เพียงน้อย!

หากแต่ในเวลาเดียวกัน ลวี่หยางก็รู้สึกถึงอาการปวดแปลบในศีรษะ เสียงพร่ารบกวนแผ่วเบาดั่งจะมีจะไม่มีพลันแทรกเข้ามายังโสตประสาท สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นอารมณ์ที่หลอมรวมอยู่ในพลังธูปเทียนของหมู่ชนยามทำการบูชา บางคนขอชื่อเสียง บ้างขอทรัพย์ บ้างขอคำทำนาย กระทั่งมีผู้ขอให้ได้บุตร

ไม่น่าแปลกใจเลย…ที่บรรพชนกล่าวว่า ธูปเทียนสามารถหลอมเจตจำนงกระบี่ได้!

ลวี่หยางสูดลมหายใจลึกหนึ่งครา จากนั้นเข้าสู่สภาวะ จิตใจกระบี่กระจ่างแจ้ง อีกครั้ง หากแม้กระนั้น อาการปวดศีรษะยังคงรุนแรงเกินทาน

ไม่ถึงสามนาที…มากที่สุดก็หนึ่งนาที

ด้วยพลังแห่งจิตกระบี่ของเขา ยังสามารถทานทนต่อพลังธูปเทียนระดับนี้ได้เพียงหนึ่งนาทีเท่านั้น เกินจากนี้ ย่อมได้รับผลกระทบที่ไม่อาจหวนคืน

ทว่าขณะนี้ หนึ่งนาทีก็เพียงพอแล้ว

พลังธูปเทียนของลัทธิบัวขาวถูกแปรผัน ตำแหน่งของเขาพุ่งสูงขึ้น มารดาไร้กำเนิดก็ย่อมต้องตกต่ำลง ไม่อาจเป็นดังเดิม

ผับ!

ลวี่หยางบีบเบาๆ ดั่งบีบลูกโป่งแตก ร่างของมารดาไร้กำเนิดก็ระเบิดกระจายกลายเป็นผุยผงในฝ่ามือ จากนั้นกลับฝ่ามืออีกครา ก็แปรเปลี่ยนนางเป็นวิญญาณธงในทันใด

เมื่อทุกสิ่งเสร็จสิ้น ลวี่หยางจึงถอนตนออกจากสภาวะเสริมพลังธูปเทียน

ชัยชนะเบ็ดเสร็จ!

ยืมไก่ออกไข่สำเร็จแล้ว ต่อไปสามารถใช้วิธีเดิมซ้ำอีกครั้ง ปล้นชิงระบบเทพเจ้าเมืองทั้งหมด แล้วหลอมสร้างเทพธูปเทียนระดับวางรากฐานสมบูรณ์ขึ้นมาถึงเก้าตน!

ช่างราบรื่นจนไม่น่าเชื่อ…

ครั้นคิดถึงตรงนี้ ลวี่หยางก็อดใช้กระบี่ลี่เจี๋ยโปวปาดลงบนตนเองไม่ได้ หวั่นใจว่านี่อาจเป็นเพียงความฝัน หากตื่นขึ้นมาแล้วพบว่ายังยืนอยู่หน้าประตูลัทธิหมื่นพิษ…

หากในยามนั้นเอง

“หืม?”

ทันใดนั้น ลวี่หยางรู้สึกถึงความแปรเปลี่ยนจากพรสวรรค์หุ่นเชิด หลังแตะสัมผัสอยู่ครู่หนึ่ง ใบหน้าก็ปรากฏสีประหลาดทันที

“บรรพชนสกุลอวิ๋นกลับชาติมาเกิดแล้ว? แถมยังไปยังแดนลับหลอมวิชาอีก?”

ผิดปกติ!

ตามปกติแล้ว บรรพชนสกุลอวิ๋นยังควรต้องใช้เวลาอีกหลายสิบปีกว่าจะได้กลับชาติมาเกิด แล้วค่อยลอบเข้าสู่แดนลับหลอมวิชาของนิกายศักดิ์สิทธิ์ตามคำสั่งของเจ้าสำนักนิกายกระบี่

เหตุใดจึงมาก่อนเวลา?

ความเปลี่ยนแปลงที่แตกต่างโดยสิ้นเชิงจากชาติภพก่อน ทำให้ลวี่หยางสะดุ้งตื่นจากความผ่อนคลายของการ “ตกปลา” ในฉับพลัน รีบส่งจิตเข้าสู่พรสวรรค์หุ่นเชิดทันที

วินาทีถัดมา

“ฮ่าฮ่าฮ่า!”

เสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่งพลันดังลั่น ลวี่หยางเงยหน้าขึ้นมอง เห็นดวงจิตสายหนึ่งเปล่งประกายเข้มข้น กำลังตะโกนก้องต่อฟ้าคำรามว่า:

“พวกนิกายมารชาติหมา! พวกสัตว์เดรัจฉาน!!”

“พวกสัตว์เดรัจฉาน!”

“ข้า มู่ฉางเซิง จะไม่มีวันอยู่ร่วมฟ้าเดียวกับพวกเจ้า !!!”

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 391 เรื่องน่าตกใจ"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย