Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

เกิดใหม่ร้อยชาติในนิกายมารศักดิ์สิทธิ์ - บทที่ 360 บรรพชนถือกำเนิดใหม่ ร่างจำแลงวางรากฐาน

  1. Home
  2. เกิดใหม่ร้อยชาติในนิกายมารศักดิ์สิทธิ์
  3. บทที่ 360 บรรพชนถือกำเนิดใหม่ ร่างจำแลงวางรากฐาน
Prev
Next

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

บทที่ 360 บรรพชนถือกำเนิดใหม่ ร่างจำแลงวางรากฐาน

เจียงเป่ย แดนป่าเขาห่างไกลแห่งหนึ่ง

หลังจากลวี่หยางขัดขวางกลางทางที่เขากะโหลก เขาก็บินหลบเร้นมาตลอดทาง จนกระทั่งมาถึงสถานที่นี้ แล้วใช้กระบี่ลี่เจี๋ยโปวล้างผลกรรมทั้งมวล ก่อนจะเปิดถ้ำบำเพ็ญขึ้นในหุบเขาแห่งนั้น

จากนั้นจึงเริ่มกระบวนการหลอมครรภ์เซียน

แม้ขวานผูกมังกรเทพศัสตราจะมิอาจเทียบกับกระบี่อเวจีได้ ทว่าท้ายที่สุดแล้วก็ยังจัดเป็นของวิเศษชั้นเลิศ เพียงพอจะใช้เป็นครรภ์เซียนได้อย่างเหลือเฟือ

ยิ่งไปกว่านั้น บรรพชนถิงโยวยังได้ปรับปรุงคัมภีร์ลับบทนี้เสียอีกเล็กน้อย

ลดความต้องการในการหลอม เพิ่มประสิทธิภาพให้ยิ่งกว่าเดิม กล่าวโดยรวมแล้ว ครรภ์เซียนที่หลอมสำเร็จสุดท้ายนั้น แทบจะมิได้แตกต่างกับร่างจำแลงของลวี่หยางเลยแม้แต่น้อย

ไม่นานนัก เวลาก็ล่วงเลยไปอีกสามปี

ภายในถ้ำบำเพ็ญ ท่ามกลางเปลวเพลิงเทพหกติงที่ลุกโชนไม่หยุด ครรภ์เซียนของบรรพชนถิงโยวได้หลอมขึ้นสำเร็จแล้ว รูปลักษณ์กลับกลายเป็นชายหนุ่มผู้เปี่ยมองอาจและเปี่ยมด้วยอำนาจ

“ขอเชิญบรรพชนเข้าสู่เปลือก!”

ลวี่หยางร่ายเคล็ดมือหนึ่งชุด เรียกธงหมื่นวิญญาณออกมา แสงเงาของบรรพชนถิงโยวจึงปรากฏภายใน ดวงหน้าแสดงความรู้สึกซับซ้อน ราวกับไม่คาดคิดเลยว่าวันนี้จะมาถึง

วินาทีถัดมา เมื่อพลังดั้งเดิมถาโถมแผ่ซ่าน วิญญาณของบรรพชนถิงโยวจึงเผยกายออกมา แล้วพริบตาเดียวก็พุ่งเข้าสู่ครรภ์เซียนเบื้องล่าง

ไม่นานนัก ครรภ์เซียนนั้นก็ลืมตาขึ้น สภาวะพลันแปรเปลี่ยน หากแต่เพียงอยู่ในขอบเขตรวมลมปราณสมบูรณ์เท่านั้น เห็นได้ชัดว่ายังต้องใช้เวลาสักระยะจึงจะวางรากฐานได้อีกครั้ง

โชคดีที่เขากวาดสมบัติของสำนักเสินอู่มาไว้ในมือ จึงไม่ขาดแคลนวัตถุวางรากฐานแม้แต่น้อย

‘ทว่าเรื่องนี้ ข้าก็หาได้ถือว่าเป็นการปล้นชิงไม่’

‘ในเมื่อสำนักเสินอู่ถือเป็นนิกายฝ่ายธรรมะอันชอบธรรม บัดนี้กลับถูกล้างเผ่าพันธุ์จนสิ้น หากทรัพยากรเหล่านั้นตกไปอยู่ในมือพวกมารไซร้ มิเท่ากับเป็นการสนับสนุนศัตรูหรอกหรือ?’

‘เพราะฉะนั้น การที่ข้านำสมบัติสะสมทั้งมวลของสำนักเสินอู่ไป ก็นับเป็นทางเลือกที่มิอาจหลีกเลี่ยง’

‘อย่างน้อยก็ยังช่วยให้สำนักเสินอู่ไม่เสียเกียรติในบั้นปลาย หากวิญญาณเหล่าผู้ฝึกตนแห่งสำนักเสินอู่ยังล่องลอยอยู่บนฟ้า ย่อมต้องเห็นด้วยกับการกระทำของข้าแน่นอน’

ชักจะมีเค้าโครงของนิกายกระบี่มากขึ้นทุกทีแล้วสิ

ลวี่หยางนั้นเป็นคนที่ยึดหลักเรียนรู้ไม่หยุด ลงมือสิ่งใดก็ทุ่มเทสุดใจ บัดนี้ในเมื่อได้เป็นศิษย์นิกายกระบี่แล้ว ก็จำต้องผสานตัวเข้าเป็นหนึ่งกับนิกายอย่างถึงแก่น

หากไม่เช่นนั้นเล่า หากถูกผู้คนมองออกถึงพิรุธ จะทำอย่างไรได้?

จนเมื่อบรรพชนถิงโยวเข้าสู่สมาธิ ลวี่หยางจึงผนึกถ้ำบำเพ็ญ แล้วหยิบมณีเร้นลับลูกหนึ่งออกจากอกเสื้อ ในนั้นคือทัศนียภาพหิมะพร่างฟ้าปกคลุมทั่วแดน

ณ ใจกลางหิมะนั้น อรหันต์ฝูหลงกำลังกอดเข่าทรงกาย นั่งตัวสั่นเทิ้มทั่วร่าง

“ท่านผู้อาวุโส! ท่านผู้อาวุโส!”

ยังไม่ทันสิ้นเสียงลวี่หยาง อรหันต์ฝูหลงก็รีบร้อนส่งเสียงตอบกลับมาอย่างกระวนกระวาย “ภิกษุผู้น้อยไตร่ตรองแจ่มชัดแล้ว! ขอท่านโปรดเก็บวิชาเทพคืนไปด้วยเถิด!”

‘ไตร่ตรองแจ่มชัดแล้วหรือ? น่าเสียดาย…’

ลวี่หยางสีหน้าไร้ความปรานี มิใยดีต่อคำยืนยันของอีกฝ่าย หากแต่ยกมือข้างหนึ่งบีบแน่น ถึงกับบดทำลายมณีเร้นลับซึ่งคุมขังอรหันต์ฝูหลงให้แหลกละเอียดในคราหนึ่ง!

“แกรก!”

ทันใดนั้นเอง แสงเรืองรองพลันดับวูบ เสียงของอรหันต์ฝูหลงถูกหิมะเย็นยะเยือกกลืนหายไปสิ้น เพียงชั่วพริบตา ร่างกายแห่งวิชา กับ จิตวิญญาณ ก็ล้วนสลายไม่เหลือ

‘หากเป็นไปได้ แท้จริงแล้วทางที่เขาเสนอมาก็นับว่างดงามที่สุด เพียงแต่…เจ้าศิษย์นามใดนะ ศิษย์พุทธะกว่างหมิง ฟังดูชวนระแวงเสียจริง! เห็นทีจะไม่ควรข้องแวะโดยเด็ดขาด เสี่ยงเกินไปนัก สู้ให้หงจวี่แทนข้าไปยังวังซูเหิงเสียจะดีกว่า อย่างน้อยก็ยังมีหวังได้ครอบครองทองซิน!’

ลวี่หยางยังคงมีเหตุมีผลมั่นคง

จนถึงเวลานี้ ในบรรดาอำนาจสี่ฝ่าย มีเพียงแดนสุขาวดีเท่านั้นที่เขาหวาดระแวงมากที่สุด หากหลีกเลี่ยงได้ก็ควรหลีกเลี่ยง สิ่งใดไม่กระทำ ย่อมไร้ทางพลาดพลั้ง!

“ว่าไปแล้ว ครั้งนี้ที่ได้ตัดช่วงโชควาสนาของสำนักเสินอู่ก็ถือว่าถูกเวลาโดยแท้…”

ลวี่หยางดีดนิ้วนับครู่หนึ่ง พลันเผยรอยยิ้มยินดี

“เสี่ยงทายตรวจชะตา ให้ข้าเสี่ยงทาย!”

โชควาสนาอันแรงกล้าพวยพุ่งออกมา รินหลั่งเป็นตัวอักษรทีละบรรทัดปรากฏตรงหน้าลวี่หยาง

เหตุการณ์:

ร่างจำแลงทะลวงสู่ขั้นวางรากฐาน

โชคดี:

วางรากฐานสำหรับท่านหาใช่เรื่องยาก แม้จะมีอุปสรรคเล็กน้อย แต่ท้ายที่สุดก็สำเร็จลุล่วงด้วยดี

เคราะห์น้อย:

มีผู้ลอบวางกลอุบาย ทำให้ท่านล้มเหลวในการทะลวงขั้น ร่างดับสูญอีกครา

โชคปลาย:

ท่านเผชิญกับผู้ที่แอบแฝงมุ่งร้าย แต่ด้วยความมุ่งมั่นและโชคช่วยบางส่วน ท้ายที่สุดจึงฝ่าฟันจนวางรากฐานสำเร็จ

“…มีคนวางกลอุบายงั้นหรือ?”

ลวี่หยางขมวดคิ้วทันทีเมื่อเห็นคำทำนายที่จับได้ “แปลกจริง ข้าอยู่ในนิกายกระบี่ก็วางตัวเป็นกลางดีกับผู้คนเสมอ เหตุใดจึงมีผู้คิดวางกลอุบายใส่ข้า?”

โชคดีที่โชควาสนาจากสำนักเสินอู่มีมากพอ ทำให้ตนสามารถจับได้ใบเสี่ยง “โชคดี”

ในวินาทีนั้นเอง ลวี่หยางคว้าคำเสี่ยงโชค “โชคดี” เอาไว้ในมือ จากนั้นเร่งเร้าพรสวรรค์หุ่นเชิดพลางทอดจิตไปยังร่างจำแลงอีกฝั่งหนึ่งอย่างแผ่วเบา

…ฝั่งเจียงหนาน ณ นิกายกระบี่หยก ผาจี๋เทียน

“เคร้ง เคร้ง!”

เสียงกระบี่ร้องก้องฟ้าดังขึ้นสองครั้งติดต่อกัน กระทบคลื่นเมฆดั่งฟ้าร้องกลางหาว ทำให้บรรดาผู้ฝึกตนในนิกายกระบี่ที่กำลังปิดด่านบ่มเพาะพากันตื่นสะดุ้ง หลายคนหันไปยังทิศที่เสียงกระบี่ดังมาด้วยความตื่นตะลึง

“นั่นมัน… กระบี่อ่อนหน้าใหม่?”

“ทะลวงขั้นวางรากฐานได้แล้วหรือ?”

“เพิ่งกราบธูปในตำหนักเชิญรับได้ไม่นานแท้ๆ แม้จะเป็นผู้กลับชาติมาเกิดในขั้นวางรากฐาน แต่สามารถฟื้นคืนขั้นนี้ได้เร็วถึงเพียงนี้ ดูท่าชาติก่อนจะมีรากฐานแน่นลึกนัก…”

เสียงกึกก้องนี้ย่อมสะเทือนถึงท่านเจินเหรินปราบมารโดยธรรมดา สายตาของเขาฉายแววปีติ แต่แล้วแววปีตินั้นก็แปรเปลี่ยนเป็นความทอดถอน

ปีติยินดีนั้น ย่อมเป็นเพราะลวี่หยางสามารถกลับคืนสู่ขั้นวางรากฐานได้อีกครา… ส่วนความอาลัยนั้น ย่อมเพราะเขาได้บำเพ็ญ《คัมภีร์ลับราชันย์กระบี่กุมแก่นทองคำ》เสียแล้ว หนทางแห่งเต๋านับจากนี้จึงดับวูบไร้หวัง

‘เว้นเสียแต่… ข้าจะบรรลุผลเสียเอง’

เมื่อความคิดนี้พลันแวบผ่าน สายตาท่านเจินเหรินปราบมารก็ปรากฏแววลังเลระคนกระวน เปิดถุงเก็บวัตถุออกพลางทอดมองศีรษะมากมายที่อัดแน่นอยู่ในนั้น

พวกเขาล้วนยังไม่ตาย

ทว่า “กระบี่” ก็คือศาสตราแห่งการฆ่าฟัน เมื่อต้องการพิสูจน์วิถีกระบี่ ใยจึงไร้การสังหาร?

เจินเหรินปราบมารหลุบเปลือกตาลงต่ำ ดวงเนตรแน่วนิ่งประหนึ่งแช่แข็งอยู่กับศีรษะนับไม่ถ้วนที่ดูประหนึ่งยังมีชีวิตภายในถุงเก็บสิ่งของ แววตานั้นเต็มไปด้วยความอำมหิตลี้ลับยากหยั่งถึง

ในขณะเดียวกัน ณ ภายในถ้ำบำเพ็ญ

ลวี่หยางนั่งขัดสมาธิแน่นิ่ง สายตาจับจ้องอยู่บนหยกก้อนหนึ่งตรงหน้า สีหน้าปรากฏแววเคร่งขรึม นี่คือวัตถุบ่มเพาะสำหรับขั้นวางรากฐานที่เจินเหรินปราบมารมอบให้เขา

ในห้วงสร้างรากฐาน หากสามารถสื่อสัมพันธ์กับวัตถุชิ้นนี้ได้ ย่อมเพิ่มโอกาสสำเร็จขึ้นหนึ่งส่วน

ทว่าในความเป็นจริง วัตถุนี้หาได้ช่วยส่งเสริมไม่ หากกลับกลายเป็นการขัดขวางเสียอีก หากมิใช่เพราะมีลิขิตโชคช่วยเสริมไว้เกื้อหนุน เกรงว่าเขาคงล้มเหลวลงโดยแท้

‘ผู้ใดกัน… ประสงค์จะลอบทำร้ายข้า?’

ลวี่หยางครุ่นคิดเงียบงัน พลันยื่นนิ้วชี้ออกเบื้องหน้า เห็นได้ว่าที่ปลายนิ้ว มีลมกระบี่สายหนึ่งหมุนวนเคลื่อนไหวอยู่ ก่อนจะระเบิดเปรี้ยงออกพร้อมเสียงคำรามประหนึ่งฟ้าคำราม!

ขั้นแรกแห่งวิถีกระบี่ เสียงฟ้าร้องปราณกระบี่!

“ลมกระบี่ในระดับนี้… ยังมิอาจนับว่าล้ำลึกอันใด อย่างมากก็เทียบได้กับเคล็ดวิชาขั้นวางรากฐานที่แข็งกล้าเพียงหนึ่งสาย… แต่หากสามารถก้าวข้ามขึ้นไปอีกขั้นไซร้ ย่อมมิใช่เช่นเดิมอีกแล้ว ”

ขั้นที่สองแห่งวิถีกระบี่ จิตใจกระบี่กระจ่างแจ้ง!

ขั้นนี้เป็นระดับเทียบเคียงกับการวางรากฐาน หากสามารถบรรลุได้ เทียบกับบรรดาผู้ฝึกตนวางรากฐานทั่วไป ก็เท่ากับมีวิชาเทพหนึ่งสายเพิ่มขึ้นมา โดยมิจำเป็นต้องพึ่งตำแหน่งมรรคผลใดๆ!

เมื่อคิดถึงตรงนี้ ลวี่หยางก็ตบมือขวาลงเบื้องข้าง

ฉับพลันก็เห็นข้างกายของเขา มีกล่องกระบี่ทรงสี่เหลี่ยมลอยขึ้นกลางอากาศ กว้างยาวราวครึ่งร่าง ทั้งรูปทรงสลักขึ้นจากเหล็กดำเร้นลับ ดูโบราณและมั่นคง

หากแต่วินาทีถัดมา

เมื่อเขาระดมพลังวิชาจนเต็มเปี่ยม กล่องกระบี่พลันเปิดออก กัมปนาทลั่นสะท้าน แรงคลื่นพลังโหมกระหน่ำ! กระบี่แสงสองสายสาดประกายเจิดจ้าพุ่งทะยานออกมา ราวกับมังกรคู่ว่ายผ่านนภา ก่อนจะหลอมรวมกับร่างของเขาในชั่วพริบตา!

“วิชาเทพแห่งกระบี่!”

เป็นไปดังคาด เมื่อเขาบรรลุขั้นวางรากฐาน วิชาเทพไท่ซวีทั้งสองสายที่ได้มาจากสวรรค์แห่งความมิมีในอดีต ก็ถูกกล่องกระบี่แปรเปลี่ยนกลายเป็น

วิชาเทพแห่งกระบี่

ทั้งหมด!

“น่าเสียดาย…นับแต่ท่านอาจารย์ลุงจงกวงจากไป สวรรค์แห่งความมิมีก็ปิดผนึกทั้งภายในภายนอก ไม่อาจเข้าสำรวจเพื่อช่วงชิงวิชาเทพไท่ซวีอีกต่อไป…”

แม้จะน่าเสียดาย แต่ก็เป็นความเสียดายที่มีเพียงลวี่หยางเท่านั้นที่มีสิทธิ์กล่าวถึง…

เพราะ วิชาเทพไท่ซวีของผู้อื่น ล้วนไร้ซึ่งตำแหน่งมรรคผลให้ยึดโยงทั้งสิ้น!

หากแต่มีเพียงเขาเท่านั้น ที่สามารถอาศัยรูปเค้าตำแหน่งมรรคผลภายในธงหมื่นวิญญาณ มาเสริมอำนาจแห่งตำแหน่ง เปลี่ยนถ่ายวิชาเทพไท่ซวี ให้กลายเป็น วิชาเทพแห่งกระบี่ ได้… มิเช่นนั้นก็ไม่ต่างจากตักน้ำใส่ตะกร้า สูญเปล่าโดยสิ้นเชิง

“อย่างไรเสีย ข้าก็สำเร็จแล้ว!”

เมื่อความนึกเคลื่อนไหว สองวิชาเทพแห่งกระบี่ก็ปรากฏขึ้นต่อเนื่อง… และเมื่อรวมกับวิชาเทพโดยกำเนิดที่สอดคล้องกับรากฐานราชันย์กระบี่กุมแก่นทองคำที่คงที่หลังจากที่เปลี่ยนแปลง

“สามวิชาเทพ! วางรากฐานขั้นกลางสมบูรณ์!”

“หากรวมความอัศจรรย์

ถือธรรม

เข้าไปอีก… ก็เท่ากับว่าข้าคือผู้ฝึกกระบี่ขั้นวางรากฐานตอนปลายอย่างแท้จริงแล้ว! คิดให้ดี ร่างจำแลงของข้าในยามนี้… ยังเหนือกว่าร่างแท้อีกด้วยซ้ำ!”

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 360 บรรพชนถือกำเนิดใหม่ ร่างจำแลงวางรากฐาน"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย