Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

เกิดใหม่ร้อยชาติในนิกายมารศักดิ์สิทธิ์ - บทที่ 337 ข้าจำได้แล้ว

  1. Home
  2. เกิดใหม่ร้อยชาติในนิกายมารศักดิ์สิทธิ์
  3. บทที่ 337 ข้าจำได้แล้ว
Prev
Next

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

บทที่ 337 ข้าจำได้แล้ว

จนถึงห้วงสุดท้ายแห่งชีวิต จ้าวยอดเขาปะสานฟ้าจึงฟื้นคืนสติขึ้นมาได้เพียงเล็กน้อย สิ่งที่ถาโถมเข้ามาพร้อมกัน…กลับเป็นโทสะรุนแรงอันมิอาจอธิบายด้วยถ้อยคำ

“วางรากฐานขั้นปลาย? เจินเหรินใหญ่?”

“เหตุใดถึงเป็นเจินเหรินใหญ่ได้เล่า!”

ต่อให้เป็นจ้าวยอดเขาปะสานฟ้าที่ถือได้ว่าเป็นเจินเหรินรุ่นเก่าของนิกายศักดิ์สิทธิ์ แต่ในพริบตา สั้นดั่งประกายฟ้าแลบนี้ก็เข้าใจทุกอย่างโดยถ่องแท้แล้ว…กลอุบายของลวี่หยาง หาใช่อื่นใด นอกจากแสร้งตีกลองตะวันออกโจมตีตะวันตก

ภายนอกเรียกเฉินซิ่นอันออกมา ใช้ความสัมพันธ์บิดาบุตรเขย่าจิตใจของตนให้เสียสมดุล เปิดทางให้เกิดช่องโหว่…แม้นจ้าวยอดเขาปะสานฟ้าจะมิได้ใส่ใจบุตรชายผู้นั้นแม้สักนิด ทว่าเขากลับใส่ใจว่าอีกฝ่ายสามารถช่วยเขารับเคราะห์แทนได้ โดยเฉพาะเมื่อพบว่าเฉินซิ่นอันได้วางรากฐานสำเร็จแล้ว เขาจึงยังพลาดท่าอยู่ดี

เมื่อเผยช่องโหว่ขึ้น…ลวี่หยางก็ฉวยโอกาสจู่โจมฉับพลัน!

เป็นกลศึกที่สมเหตุสมผลยิ่ง

หากปัญหาก็คือ เจ้าคือเจินเหรินใหญ่นะ! วางรากฐานขั้นปลายปะทะวางรากฐานช่วงกลาง เปรียบเสมือนยอดฝีมือฆ่ามือใหม่อย่างไร้ปรานี ยังจะต้องใช้กลอุบายต่ำช้าพวกนี้อีกหรือ!?

“เจ้าชั่ว…เผ่าพันธุ์กระบี่…”

ในห้วงนั้น จ้าวยอดเขาปะสานฟ้ามีถ้อยคำมากมายนับไม่ถ้วนพรั่งพรูขึ้นในใจ ล้วนเพื่อด่าว่าเคราะห์กรรมอันโสมมที่ลวี่หยางสรรค์สร้างในครานี้ ทว่าพอถึงริมฝีปากกลับไร้ถ้อยใดเหมาะสมจะเอื้อนเอ่ยออกมา

จนมุม ไร้คำตอบ

เขาจึงค้างอยู่ในท่วงท่าประหลาดวิปลาส สีหน้าบิดเบี้ยวสับสนราวรวมไว้ซึ่งร้อยพันอารมณ์แห่งมนุษย์ ก่อนจะ ตูม! ระเบิดแหลกออกอย่างถึงที่สุด!

ลวี่หยางชักนิ้วกลับอย่างเยือกเย็น

ในขณะนั้น เขาเพียงรู้สึกว่า จิตใจโล่งปลอด สะสางหม่นมัวได้สิ้น ความแค้นที่เมื่อครั้งอดีตชาติที่ห้า…ถูกจ้าวยอดเขาปะสานฟ้ากดนิ้วสังหาร วันนี้…ได้ตอบแทนโดยสมบูรณ์แล้ว

“เช่นนี้…จึงนับว่าได้ลบล้างความอัปยศในอดีตเสียที!”

อ้อ จริงสิ…ยังมี อรหันต์ฝูหลง อยู่ด้วย

ในบัดดล โทสะเก่าและความแค้นใหม่ก็พลันพลุ่งพล่านขึ้นในใจลวี่หยาง ครั้งก่อนปล่อยให้เขาทรมานตาย ถือว่าเมตตาเกินไป! ยังทำให้ข้าสูญเสียอายุขัยไปเปล่าๆ ถึงเพียงนั้น!

“เจ้าจงรอไว้เถิด!”

ภายในใจลวี่หยางคลาคล่ำไปด้วยสารพัดความคิด ทว่าเงื้อมมือกลับไม่หยุดนิ่งแม้แต่น้อย ธงหมื่นวิญญาณสะบัดกลางเวหา พลันกลืนร่างจ้าวยอดเขาปะสานฟ้าให้แปรเปลี่ยนเป็นหนึ่งในวิญญาณแห่งธงโดยสมบูรณ์

“ดียิ่ง…ความรู้แจ้งของจ้าวยอดเขาปะสานฟ้าใน《คัมภีร์ปะสานฟ้า》ย่อมลึกซึ้งยิ่งนัก เกินไกลกว่าเฉินซิ่นอันไปไกล!”

“แต่ก่อนยามเก็บเกี่ยวจากผู้วางรากฐานช่วงกลาง เฉินซิ่นอันก็แทบไม่อาจทนรับได้อยู่แล้ว หากในภายภาคหน้าจะเก็บเกี่ยวจากเจินเหรินใหญ่

เช่นนั้น…เฉินซิ่นอันคงหมดสิ้นหนทางแน่!”

“บัดนี้…จ้าวยอดเขาปะสานฟ้าย่อมเหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับสืบทอดตำแหน่ง!”

ลวี่หยางวางแผนการให้กับอีกฝ่ายอย่างเย็นใจ แล้วหันสายตามองไปรอบกาย กลับเห็นสายแสงหลบหนีวิ่งวูบไปทั่วทุกทิศอย่างชุลมุนวุ่นวาย

“สมเป็นนิกายศักดิ์สิทธิ์!” ลวี่หยางหัวเราะเสียงดัง

ทันทีที่เขาชี้นิ้วสังหารจ้าวยอดเขาปะสานฟ้าสำเร็จ เหล่าเจินเหรินแห่งนิกายศักดิ์สิทธิ์ก็พากันเร้นหลบอย่างพร้อมเพรียง…โดยปกติ หากไร้การเตรียมตัวไว้ก่อน เขาคงไม่อาจกักพวกมันไว้ได้ทั้งหมดแน่

“เคราะห์ดี…ข้ามีการเตรียมตัวไว้แล้วแต่เนิ่น!”

สายตาพลันทอดไปเห็น…รอบตำหนักเทียนตู มีแสงเรืองแห่งค่ายกลพุ่งทะยานขึ้น กั้นฟ้าโอบดิน ล้อมรอบฟ้าดินจนหมดสิ้น เส้นทางหลบหนีของทุกผู้ถูกผนึกแน่นหนา ไม่มีที่ให้หลุดรอดแม้แต่น้อย!

ไม่มีใคร…จะเข้าใจเจินเหรินนิกายศักดิ์สิทธิ์ได้ดีกว่าเจินเหรินนิกายศักดิ์สิทธิ์เอง

ลวี่หยางล่วงรู้ชัดเจนถึงปฏิกิริยาของอีกฝ่าย จึงจงใจบุกเบิกแผนการใหญ่ล่วงหน้า เพื่อจับปลาเข้ากรงทีเดียวให้สิ้น ไม่เปิดโอกาสให้เกิดการพลิกผันแม้สักเส้นทางเดียว!

วินาทีถัดมา…ลวี่หยางสลายกายา

“ทะเลโศกาท่วมท้น!”

หมอกควันพลุ่งพล่านดั่งทะเลปั่นป่วน แผ่ปกคลุมทั่วทั้งตำหนักเทียนตูทั้งในและนอกอย่างฉับพลัน กลืนกินเหล่าเจินเหรินนิกายศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดในคราเดียว แสงวิญญาณห้าสายจึงแหลกสลายกลายเป็นผุยผง!

ไร้ความลังเลแม้แต่น้อย

เจินเหรินใหญ่ผู้วางรากฐานขั้นปลาย ลงมือกับผู้วางรากฐานขั้นต้น ทั้งยังข้ามขอบเขตถึงสองขั้น ยิ่งไปกว่านั้นยังใช้ออกซึ่งวิชาเทพ สิ่งที่เด่นชัดยิ่งในครานี้…คือ

มั่นคงอย่างยิ่ง

มั่นคงจนไร้ช่องโหว่

“แต่ถึงกระนั้น…เรื่องในวันนี้ เกรงว่าคงมิอาจปิดบังจากนิกายศักดิ์สิทธิ์ได้”

ใบหน้าลวี่หยางยังคงสงบนิ่ง เขาย่อมทราบดีว่าเจินเหรินปราบมารยังสามารถย้อนดูเงาภาพในอดีตได้ เขาย่อมไม่มีความคิดพึ่งพาโชค หรือหลงคิดว่า…จะไม่มีผู้ใดสามารถค้นพบเงื่อนงำที่ตนกระทำ

แต่ถึงกระนั้น…แล้วอย่างไรเล่า?

“ร่างจำแลงนี้…ข้าไม่คิดปล่อยให้มีชีวิตอยู่อีกต่อไป!”

“ข้าใช้วิชาต้องห้าม แสร้งแสดงตนเป็นเจินเหรินใหญ่ สังหารล้างนิกายศักดิ์สิทธิ์ในคราเดียว เพื่อล้างแค้นให้ผู้วายชนม์แห่งนิกายกระบี่ ไม่ว่าจะมองจากแง่ใด…ก็ล้วนสมควรโดยแท้”

“เท่ากับเป็นการเปิดทางใหร่างจำแลงจุติใหม่ได้โดยชอบธรรม”

“ให้แดนยมโลกชำระล้างการจ้องมองของเจินจวินที่อาจตกค้างอยู่ จากนั้นก็จะเป็นตนที่ไร้ราคีโดยแท้ แล้วกลับเข้าสู่นิกายกระบี่อีกครา…ใครเล่าจะกล้าว่าข้าขาดแคลนพื้นเพ?”

มั่นคงแน่นอนแล้ว!

คิดมาถึงตรงนี้ ใบหน้าลวี่หยางก็พลันซีดเผือดลงฉับพลัน กระแสพลังที่เมื่อครู่ยังพุ่งทะลุถึงขั้นปลายของการวางรากฐาน ก็ร่วงฮวบราวหน้าผาพังครืน ก่อนเข่าทั้งสองจะทรุดฮวบพุ่งลงพื้น พ่นโลหิตสีเข้มคำโตออกมาทันที!

ทุกสิ่งล้วนสมจริงถึงขีดสุด แม้นเป็นการแสดง…ก็สมบูรณ์ถึงที่สุด!

ยิ่งกว่านั้น เวลาที่ยืมพลังจากธงหมื่นวิญญาณก็เพิ่งสิ้นสุดลงพอดี ผลสะท้อนย่อมบังเกิดโดยธรรมชาติ ไม่เพียงพลังวิชาถูกกัดกร่อน ยังทำให้สำลักโลหิต กระแสพลังตกต่ำ…ทุกอย่างล้วนตรงตามเหตุแห่งผล

ต่อให้เป็นเจินเหรินปราบมาร…ก็หาได้แยกแยะได้!

ต่อให้เป็นเจินจวิน…ก็หาเห็นช่องโหว่ใดไม่!

“แค่ก แค่ก แค่ก…”

ลวี่หยางไอเบาๆ พลางคว้าถุงสมบัติของจ้าวยอดเขาปะสานฟ้ามาเปิดดู ในพริบตานั้น…ของล้ำค่าทั้งสามชิ้นแห่งตำหนักเทียนตูก็ปรากฏอยู่ตรงหน้าโดยถ่องแท้

“ไม่เลวเลย…”

ลวี่หยางลอบพึงพอใจนัก จากนั้นไม่รอช้า หยิบโอสถเซียนหลอมรวมมรรคผลขึ้นมาหนึ่งเม็ด แล้วโยนเข้าไปในธงหมื่นวิญญาณในทันที “บรรพชน ท่านจงกลืนโอสถเม็ดนี้เถิด”

ในห้วงนั้นเอง บรรพชนถิงโยวก็ชะงักนิ่งไป “ให้ข้าหรือ?”

ลวี่หยางพยักหน้าอย่างราบเรียบ ดูไม่ใส่ใจแม้แต่น้อย ในใจคิดเพียงเรื่องง่ายดาย โอสถที่สามารถเพิ่มพูนปัญญาได้เช่นนี้ หากเขากินเข้าไปเอง…ย่อมได้ประโยชน์แน่

แต่จะเกินหน้าบรรพชนถิงโยวหรือ?

ยากยิ่งนัก!

ในทางกลับกัน หากมอบโอสถนี้ให้บรรพชนถิงโยวเสีย

โดยนัยแล้ว…ย่อมเท่ากับว่า

“สติปัญญาอันเลิศล้ำของข้า…ได้ถูกยกระดับขึ้นอีกขั้น”

การเลือกเช่นนี้…หาใช่เรื่องลำบาก

แต่ถึงกระนั้น สีหน้าของลวี่หยางกลับยังแสดงออกถึงความจริงใจไม่เสื่อมคลาย “บรรพชนช่วยข้าไว้มากเหลือเกิน…ลวี่หยางผู้นี้จะเป็นคนไร้คุณธรรมได้อย่างไร?”

“เจ้านี่นะ…”

บรรพชนถิงโยวได้ฟังคำกล่าวของลวี่หยาง ก็เผยสีหน้าเปี่ยมซาบซึ้งขึ้นในทันที พลางทอดถอนใจกล่าวว่า “ช่างเถิด…ในเมื่อผู้เยาว์มีใจเช่นนี้ ข้าย่อมรับไว้ด้วยความละอาย ภายหน้าก็จะได้ช่วยเจ้าให้ดียิ่งขึ้น”

รออยู่เพียงคำนี้ของท่านนั่นล่ะ!

ลวี่หยางแย้มยิ้มกว้าง มองเห็นบรรพชนถิงโยวกินโอสถเซียนหลอมรวมมรรคผลกับตาตนเอง จึงค่อยพยักหน้ารับด้วยความพึงใจ

“ของล้ำค่าอีกสองสิ่ง เปลวไฟเทพหกติง กับ รากไม้มิโรยราที่อายุยืนเท่าสวรรค์…ข้าขอเลือกสิ่งใดสิ่งหนึ่งไว้ เพื่อฝึก《คัมภีร์ตอบสนองวิญญาณทงเสวียน》ซึ่งเจินเหรินปราบมารมอบให้ก่อนเข้าสู่ประตูสวรรค์ทักษิณ

มีเคล็ดวิชาปราณแท้ชั้นสองเพิ่มอีกหนึ่งสาย ย่อมหมายถึงฐานรากที่มั่นคงขึ้นหนึ่งส่วน”

“ส่วนอีกสิ่ง…ก็จำต้องมอบให้ฝ่ายนอก”

“อย่างไรเสียก็ไม่อาจปล่อยให้นิกายกระบี่ออกไปมือเปล่า…ต้องใช้สิ่งนี้ไปมอบต่อให้เป็นธรรม ข้ายังต้องหวังพึ่งความชอบครานี้ เพื่อเข้าสู่นิกายกระบี่อย่างแท้จริง”

เมื่อคิดตรองหลายตลบแล้ว ลวี่หยางจึงเลือกเปลวไฟเทพหกติง

ส่วน รากไม้มิโรยราที่อายุยืนเท่าสวรรค์…แม้จะยืดอายุขัยได้ แต่ในสายตาของเขากลับไร้ค่าโดยแท้ ฝากไว้ให้กับนิกายกระบี่เป็นการดีที่สุด

จากนั้น ลวี่หยางก็เรียกบรรพชนตระกูลอวิ๋นและซิ่วซินเจินเหรินเข้ามา มอบถุงสมบัติให้กับทั้งสองด้วยมือตนเอง ทว่าในห้วงขณะนั้นเอง เขากลับชะงักนิ่งไปทันใด

เมื่อทอดสายตามองดูบรรพชนตระกูลอวิ๋นและซิ่วซินเจินเหริน ความเคลือบแคลงใจแต่ก่อนพลันพลุ่งขึ้นอีกครั้งในจิตใจของลวี่หยาง

“คล้ายกับว่า…ข้าลืมสิ่งใดไป…”

“แต่…ลืมสิ่งใดเล่า?”

การเคลื่อนไหวของลวี่หยางค่อยๆ แข็งค้าง สีหน้าค่อยๆ แข็งทื่อไปโดยไม่รู้ตัว หยาดเหงื่อเย็นเม็ดหนึ่งไหลช้าๆ จากหน้าผาก…หยดลงบนพื้นอย่างเงียบงัน

และในวินาทีนั้นเอง เขานึกขึ้นได้แล้ว

“หุ่นเชิด…หุ่นเชิดของข้าไม่ได้มีเพียงสองคนเท่านั้น! บรรพชนตระกูลอวิ๋น…ซิ่วซินเจินเหริน…แล้วเซี่ยวไห่เจินเหรินเล่า! เขาหายไปไหน!?”

“แต่เหตุใด…ข้าจึงเพิ่งนึกออกเอาในยามนี้!?”

วินาทีถัดมา…ข้างกายของลวี่หยาง พลันมีเสียงหนึ่งดังขึ้นอย่างแผ่วเบา แฝงความเคลือบแคลงเล็กน้อย หากกลับเอื้อนเอ่ยอย่างธรรมชาติราวกับอยู่ข้างเขามาแต่ต้น และไม่เคยแยกห่างเลยแม้สักครา

“สหาย…เจ้าทำอย่างไรจึงสามารถแสร้งเป็นเจินเหรินใหญ่ ณ ที่แห่งนี้ได้?”

“พอจะเล่าให้ข้าฟังบ้างได้หรือไม่?”

ลวี่หยางบิดคอหันกลับอย่างแข็งทื่อ พอหันไป ก็เห็นว่า เซี่ยวไห่เจินเหริน กำลังนั่งยองอยู่ข้างกายของเขา ยิ้มอ่อนโยนให้ด้วยสีหน้าสงบ ดวงตาทั้งสองข้าง…สะท้อนเงาร่างของเขาไว้อย่างแจ่มชัด

“ข้า…สนใจมากทีเดียว”

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 337 ข้าจำได้แล้ว"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย