เกมเมอร์หมดไฟ ขอใช้ชีวิตเงียบ ๆ ในต่างโลก - บทที่ 58 ทำไมต้องเป็นฉันด้วยล่ะ
บทที่ 58 ทำไมต้องเป็นฉันด้วยล่ะ
บทที่ 58 ทำไมต้องเป็นฉันด้วยล่ะ?
คืนนี้แสงจันทร์และดวงดาวมองเห็นได้ยาก
ต้นสนสีดำหนาแน่นบดบังแสงจันทร์และดวงดาว ทำให้ทั้งหุบเขาตกอยู่ในความมืดมิดราวกับสีของหมึก
ร็อบบ์เพิ่งตั้งเต็นท์เล็ก ๆ เพื่อเตรียมพร้อมที่จะเข้านอน แต่เขาก็ได้ยินเสียงของเชอริลดังขึ้นเสียก่อน “คุณหลับอยู่หรือเปล่า?”
“ยัง!”
“คุณออกมาคุยกับเราสักครู่ได้ไหม”
ร็อบบ์ออกจากเต็นท์และเห็นเชอริล กอร์ดา และจีคอยู่ที่นั่น ทั้งสามชี้ไปที่มุมหนึ่งของค่าย ร็อบบ์จึงเข้าใจและตามพวกเขาไป
ทั้งสี่คนนั่งยอง ๆ แอบอยู่หลังกอหญ้า กอร์ดาลดเสียงลงและถามขึ้นทันทีว่า “คุณร็อบบ์ คุณเข้ามาในภูเขาเพื่อหาใยแมงมุมของแมงมุมกินคนใช่ไหม”
ร็อบบ์ยิ้มและพยักหน้า “คุณฉลาดกว่าบารอนและแม่ชีมาก พวกเขาคงอยู่ในองค์กรมาเป็นเวลานาน พวกเขาไร้เดียงสามากจนไม่รู้ว่าทำไมฉันถึงมาที่นี่”
กอร์ดากระซิบว่า “ใยแมงมุมที่คุณได้รับก่อนหน้านี้ไม่น่าจะเพียงพอสำหรับคุณหรอก คุณต้องการมากกว่านี้ใช่ไหม?”
ร็อบบ์หยิบก้อนใยแมงมุมออกจากกระเป๋าเสื้อ ซึ่งมันคือใยแมงมุมที่กอร์ดาตัดให้เขาในวันนี้ มันน้อยมากจนเขาต้องถอนหายใจ “มันน้อยเกินไป! ฉันต้องการมากกว่านี้ ฉันจะร่วมมือกับพวกคุณ แต่จุดประสงค์หลักของฉันคือการจับแมงมุม ฉันไม่สนใจเรื่องผู้ใช้ความตาย”
กอร์ดาพยักหน้า “เข้าใจแล้ว! จากนี้เราจะให้ความสนใจเรื่องแมงมุมกินคนนั่นด้วย เราจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อจับมันแบบเป็น ๆ”
ร็อบบ์ยิ้มและพูดว่า “คงต้องรบกวนพวกคุณแล้ว”
“อย่าพูดว่ารบกวน คุณได้ช่วยเราถึงสองครั้ง และยังให้หลายสิ่งหลายอย่างที่เป็นประโยชน์แก่เรา ช่วยให้เราก้าวข้ามความยากลำบากหลายประการ เราควรทำอะไรสักอย่างเพื่อตอบแทนคุณบ้าง!”
จีคซึ่งไม่ค่อยช่างพูดก็ยังพยักหน้าและพูดว่า “ให้เราช่วยคุณหาแมงมุมกินคนเถอะ เราเป็นนักผจญภัยและมีประสบการณ์มากมาย”
ร็อบบ์เองก็มีประสบการณ์มากมายในการค้นหามอนสเตอร์ในเกม แต่ก็ยากที่จะพูดแบบนั้นออกมาในโลกแห่งความเป็นจริง อีกทั้งสามคนนี้ก็คุ้นเคยกับสิ่งเหล่านี้ ดังนั้นจึงไม่มีอะไรดีไปกว่านี้แล้ว
ชายหนุ่มยิ้มและพูดว่า “ถ้างั้นก็ตามนี้ ระหว่างที่พวกคุณช่วยบารอนตามหาผู้ใช้ความตายก็ช่วยฉันตามหาแมงมุมกินคนไปด้วย แต่มันต้องถูกจับทั้งเป็นนะ ห้ามตาย!”
นักผจญภัยทั้งสามคนยกมือขึ้นและทำท่าทางตกลง
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น!
แม้ว่าดวงอาทิตย์จะขึ้นแล้วแต่ก็ไม่สามารถมองเห็นได้จากภายในหุบเขา ในเวลาเดียวกัน ทหารภายใต้คำสั่งของบารอนก็แยกย้ายกันเป็นกลุ่มเพื่อสำรวจหุบเขาอย่างระมัดระวัง
ร็อบบ์และนักผจญภัยทั้งสามคนเดินไปด้านข้างโดยรักษาระยะห่างจากกลุ่มของบารอน และเริ่มมองหาแมงมุมกินคน
“พยายามหาตรงที่แคบและที่มืด” จีคพูดขณะเดินว่า “นั่นคือสถานที่ที่แมงมุมกินคนมักอาศัยอยู่ ดูให้ดี… ช่องว่างระหว่างหินก้อนใหญ่สองก้อนดูเหมือนสถานที่ที่แมงมุมจะชอบกางใยแขวน แต่ตอนนี้กบพิษกำลังนั่งอยู่ข้าง ๆ ตรงนั้น แมงมุมกินคนกลัวกบชนิดนี้ และพวกมันจะไม่ปรากฏในบริเวณเดียวกันแน่นอน”
คนอื่น ๆ พยักหน้า
ร็อบบ์ฟังอย่างตั้งใจ แต่ถัดมาเสี่ยวอี้ก็ปรากฏตัวขึ้นข้างหลังเขา เธอพยักหน้าให้จีคและพูดว่า “คุณจีค ขอบคุณสำหรับคำอธิบายของคุณ ฉันกำลังอยากจะเข้าไปดูพอดีว่าใยแมงมุมถูกแขวนไว้รึเปล่า คำอธิบายของคุณช่วยประหยัดเวลาได้มาก”
กอร์ดาถามขึ้นมาทันทีว่า “ซิสเตอร์ ทำไมคุณต้องมองหาใยแมงมุมด้วย? คุณไม่ได้ช่วยบารอนตามหาผู้ใช้ความตายหรอกเหรอ?”
เสี่ยวอี้อดไม่ได้ที่จะพูดในสิ่งที่ตัวเองคิด “แม้ว่าฉันจะต้องช่วยบารอน แต่คริสตจักรก็สำคัญสำหรับฉันมากกว่าอาณาจักร เนื่องจากคุณพ่อกำลังมองหาแมงมุม ดังนั้นฉันจึงต้องให้ความสำคัญกับมันมากกว่า”
“อ๋อ งั้นลองมองตรงนั้นสิ ดูเหมือนจะเป็นสถานที่ที่มีแมงมุมนะ” จีคชี้ไปข้างหน้า บริเวณนั้นมีก้อนหินขนาดใหญ่สองก้อนก่อตัวเป็นทางเดินเล็ก ๆ แคบ ๆ
“เป็นไปได้ที่แมงมุมจะกางใยของมันตรงนั้น ไปดูกันเถอะ” เสี่ยวอี้ชักชวนอย่างมีความสุข
กลุ่มคนรีบเดินไปยังหินก้อนใหญ่ทั้งสองก้อน แน่นอนว่าพวกเขาเห็นว่ามีใยแมงมุมโปร่งใสแขวนอยู่ตรงกลาง เมื่อมองไปตามเส้นใยหลักของใยแมงมุมก็พบว่ามีรูเล็ก ๆ อยู่ข้าง ๆ เพียงพอกับความกว้างของไหล่มนุษย์
ร็อบบ์อดไม่ได้ที่จะพูดว่า “นี่คือหลุม! แมงมุมที่ถูกบารอนสับจนตายเมื่อวานนี้ก็ซ่อนตัวอยู่ในหลุมคล้าย ๆ แบบนี้”
จีคกล่าวว่า “ตอนนี้เราต้องล่อมันออกมา! มันระวังตัวมาก มันจะไม่ออกมาจนกว่าเหยื่อของมันจะถูกจับและไม่มีสิ่งมีชีวิตที่คุกคามอยู่ข้างนอก ดังนั้นเราทุกคนต้องซ่อนตัวและส่งคนคนหนึ่งไปติดบนตาข่ายใยแมงมุม และเมื่อแมงมุมออกมา คนที่ซ่อนตัวอยู่ก็ค่อยรีบพุ่งเข้าไปจับมันทั้งเป็น”
“เยี่ยมมาก! งั้นฉันจะรอทำตามสัญญาณของคุณนะ” ร็อบบ์ยกนิ้วให้จีค
“คำถามคือ พวกเราคนไหนจะเป็นเหยื่อล่อ” จีคถาม
ดวงตาของทุกคนหันไปหาเสี่ยวอี้เกือบจะพร้อมกัน!
เสี่ยวอี้รู้ทันทีว่าทุกคนคิดอะไร เธออดไม่ได้ที่จะชี้ไปที่จมูกของเธอเองแล้วถามว่า “ทำไมต้องเป็นฉันด้วยล่ะ?”
ร็อบบ์กล่าวว่า “คุณเป็นแม่ชี ถ้าไม่ใช่คุณแล้วใครจะไป?”
เสี่ยวอี้เถียงกลับ “ทำไมแม่ชีต้องไปทำอะไรแบบนี้ด้วยล่ะ!”
ร็อบบ์จึงตอบกลับไปว่า “แม่ชีผู้บริสุทธิ์ถูกแมงมุมชั่วร้ายโจมตี ทว่าได้รับการช่วยเหลือจากกลุ่มนักผจญภัย ไม่ใช่ว่าเรื่องราวแบบนี้มันสมควรเกิดขึ้นมากกว่างั้นเหรอ? อ้อ หรือว่าจะให้เปลี่ยนกันเป็นกอร์ดาผู้กำยำเต็มไปด้วยมัดกล้ามประมาทเลินเล่อติดอยู่ในตาข่ายใยแมงมุม และจากนั้นมีแม่ชีคนหนึ่งวิ่งออกไปต่อสู้กับแมงมุม และช่วยชีวิตคนกล้ามโตเอาไว้ได้…”
เสี่ยวอี้ “…”
เสี่ยวอี้ไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี สุดท้ายจึงเอ่ยออกมาว่า “ก็ได้ ๆ ฉันยอมรับหน้าที่นี้ก็ได้!”
ทุกคนเห็นพ้องต้องกันและแยกย้ายกระจายออกไปซ่อนตัวอยู่หลังก้อนหินและต้นไม้ใกล้เคียง โดยทิ้งเสี่ยวอี้ไว้ลำพังในพื้นที่นั้น
เธอมองไปรอบ ๆ พลางถอนหายใจและมองไปที่ใยที่อยู่ตรงหน้า
จากนั้นเธอก็กระโดดขึ้นไปกลางอากาศ พุ่งเข้าหาตาข่ายใยแมงมุม
ตุบ! เธอติดตาข่ายใยแมงมุมแล้ว!
เธอไม่ได้ดิ้นต่อต้านและตะโกนเหมือนที่ร็อบบ์ทำ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเธอติดแน่นจนหนึบหรือไม่เพราะมือซ้ายและขาทั้งสองข้างของเธอไม่สามารถเคลื่อนที่ได้ ทำให้เธอมีเพียงมือเดียวที่สามารถขยับได้ในเวลานี้