เกมเมอร์หมดไฟ ขอใช้ชีวิตเงียบ ๆ ในต่างโลก - บทที่ 136 สิ่งประดิษฐ์มหัศจรรย์ที่เคลื่อนที่ได้ขณะที่ฉันกำลังขี้เกียจ
- Home
- เกมเมอร์หมดไฟ ขอใช้ชีวิตเงียบ ๆ ในต่างโลก
- บทที่ 136 สิ่งประดิษฐ์มหัศจรรย์ที่เคลื่อนที่ได้ขณะที่ฉันกำลังขี้เกียจ
บทที่ 136 สิ่งประดิษฐ์มหัศจรรย์ที่เคลื่อนที่ได้ขณะที่ฉันกำลังขี้เกียจ
แม่ชีน้อยจากคริสตจักรแห่งแสงทั้งสองคนสวมกระโปรงสีน้ำเงินและถุงน่องสีขาว
ส่วนแม่ชีน้อยจากคริสตจักรแห่งความมืดทั้งสองคนสวมกระโปรงสีดำและถุงน่องสีดำ
ร็อบบ์คิดว่าฉากนี้แหละดีที่สุด
ทว่าหลังจากรับถุงน่องไปได้เพียงครู่เดียว เด็กหญิงหน้าตาดีทั้งสี่คนนี้ก็เริ่มสบถใส่กันข้ามรั้วเหมือนเดิม
ร็อบบ์ระบุว่าคริสตจักรทั้งสองไม่ได้รับอนุญาตให้ต่อสู้กันในเมือง แต่ไม่ได้บอกว่าห้ามด่ากัน แม่ชีน้อยทั้งสี่จึงอาศัยช่องโหว่นี้และทำสงครามน้ำลายกันอย่างไม่มีใครยอมใคร
ร็อบบ์ไม่ยุ่งและแสร้งทำเป็นไม่เห็นพวกเธอ
ลิลเลียนเข้าไปในครัว ในไม่ช้าก็ทอดมันฝรั่งมากมายมาให้ร็อบบ์ เขาโบกมือให้แม่ชีน้อยทั้งสี่คนที่กำลังด่ากันแล้วตะโกนว่า “เฮ้! มากินมันฝรั่งทอดกันเถอะ”
แม่ชีน้อยจากคริสตจักรแห่งแสงทั้งสองคนรีบวิ่งปรี่เข้ามาทันที หนึ่งในนั้นคว้ามันฝรั่งทอดมาหนึ่งกำมือและยัดมันเข้าปาก
ทว่าแม่ชีน้อยจากคริสตจักรแห่งความมืดไม่ได้อยู่ที่เมืองเวสต์วินด์มานานเท่าไหร่ ดังนั้นพวกเธอจึงไม่กล้ากินอาหารของร็อบบ์ง่าย ๆ
พวกเธอยืนอยู่ตรงข้ามรั้วและกลืนน้ำลายไปหลายอึก “นั่นทำจากมันฝรั่งหรือเปล่า?” พวกเธอมองมันด้วยความสงสัย “เฮอะ! มันฝรั่งหายากตรงไหนกัน? ถึงแม้ว่าเราจะต้องกระโดดหน้าผาตาย แต่เราก็จะไม่กินมันฝรั่งจากพวกโบสถ์แห่งแสง!”
ร็อบบ์คว้ามันฝรั่งทอดไปกำมือหนึ่งและเดินไปหาแม่ชีน้อยแห่งความมืดทั้งสองคน ก่อนจะบังคับยัดมันใส่มือพวกเธอ
เมื่อมีมันฝรั่งทอดในกำมือแล้ว พวกเธอก็ลองชิมมัน ก่อนจะอุทานออกมาว่า “อร่อยมาก!”
เวลานี้เนโครแมนเซอร์มายืนอยู่ข้างหลังแม่ชีน้อยจากคริสตจักรแห่งความมืด
เมื่อแม่ชีน้อยจากคริสตจักรแห่งความมืดสองคนเห็นเขาก็ตกใจขึ้นมา “อ๊า! อาจารย์!” สิ่งแรกที่พวกเธอคิดคือการทิ้งมันฝรั่งทอดในมือ แต่พวกเธอชะงักเพราะไม่เต็มใจที่จะทิ้งอาหารอร่อย ๆ แบบนี้ไป
ทว่าเนโครแมนเซอร์ไม่ได้ตำหนิพวกเธอและเผยรอยยิ้มใจดีบนใบหน้าซูบผอมของเขา “ไม่เป็นไร กินเถอะ! แม้แต่องค์ราชินีก็ชอบกินขนมที่คุณร็อบบ์คิดค้นขึ้น ฉันไม่มีเหตุผลที่จะตำหนิพวกคุณหรอก”
แม่ชีน้อยจากคริสตจักรแห่งความมืดสองคนดูสับสน “ฮะ? แม้แต่ฝ่าบาทก็ยังทรงชอบกินอาหารที่นักบวชจากคริสตจักรแห่งแสงมอบให้? ทรงเกลียดคริสตจักรแห่งแสงนี่นา?”
“ใช่!” เนโครแมนเซอร์พูดด้วยท่าทีสบาย ๆ ว่า “ไม่มีใครเกลียดคริสตจักรแห่งแสงมากไปกว่าองค์ราชินีแล้ว แต่องค์ราชินีจะไม่ปฏิเสธสิ่งประดิษฐ์จากคุณพ่อร็อบบ์ ฉันรู้สึกละอายใจมากเมื่อนึกย้อนถึงตอนที่ฉันฆ่าตัวตายหลังจากที่คุณพ่อร็อบบ์อุตส่าห์ช่วยชุบชีวิตให้เมื่อไม่กี่วันก่อน ฉันไม่ควรทำแบบนั้นเลยจริง ๆ สิบหกปีที่แล้วฉันก็เป็นผู้ศรัทธาในคริสตจักรแห่งแสงเช่นกันนี่นา ฮ่า ๆๆ”
เสียงหัวเราะที่เนโครแมนเซอร์เปล่งออกมานั้นไม่ใช่ความยินดีเบิกบาน แต่มันเป็นความอ้างว้างหม่นหมองที่ไม่อาจบรรยายได้
ร็อบบ์ถามขึ้นมาทันทีว่า “คุณคือหนึ่งในคณะขุนนางเก่าที่ปกป้ององค์ราชินีเมื่อสิบหกปีนั้นเหรอ?”
“ใช่!” เนโครแมนเซอร์มองร็อบบ์ด้วยความเคารพ “ฉันคือหมายเลข 8”
“ทำไมพวกคุณทุกคนถึงใช้ตัวเลข ไม่ยอมใช้ชื่อ?” ร็อบบ์ถาม
เนโครแมนเซอร์ตอบว่า “เราสาบานว่าเราจะไม่ใช้ชื่อของเราก่อนที่จะฆ่ามอนดราและโค่นล้มคริสตจักรแห่งแสงเพื่อไม่ให้ครอบครัวของเราต้องอับอาย อย่ามองฉันแบบนี้สิ เมื่อสิบหกปีก่อนฉันเป็นขุนนางของอาณาจักรแกรนที่มีชื่อเสียงเชียวนะ”
ร็อบบ์กล่าวว่า “การฆ่ามอนดราอาจเป็นเรื่องง่าย แต่มันไม่ง่ายเลยที่จะโค่นล้มคริสตจักรแห่งแสง ฉันกลัวว่าชื่อของคุณคงจะไม่ได้ถูกนำมาใช้ไปตลอดชีวิต”
เนโครแมนเซอร์ยิ้มอย่างขมขื่น “ถ้าอย่างนั้นก็ให้ชื่อของฉันเลือนหายไปตามกาลเวลา หลังจากศึกษาพระคัมภีร์มืดแล้ว ฉันก็ตระหนักได้ว่าสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกนี้คือความมืด มันทรงพลังมาก แต่กลับไม่เคยโอ้อวด มันมักจะทนความเหงาในความเงียบ และเต็มใจที่จะทำหน้าที่เป็นเงา ซึ่งมันเหมาะแล้วกับพวกเราที่ต้องการเป็นเงาติดตามองค์ราชินี คอยสนับสนุนพระองค์ตลอดเวลาโดยไม่จำเป็นต้องใช้ชื่ออะไรก็ตาม”
เมื่อพูดถึงจุดนี้ เขาก็ดูหมิ่นคริสตจักรแห่งแสง “ถ้าคุณเอาแต่มองแสงสว่าง คุณจะเห็นความยิ่งใหญ่ของความมืดได้ยังไง?”
ร็อบบ์พูดอย่างโกรธเคืองว่า “แค่บอกว่าคุณเป็นคนดีก็พอแล้ว ทำไมต้องวกมาจิกกัดคริสตจักรแห่งแสงต่อด้วยล่ะ? ฉันบอกคุณไปแล้วไม่ใช่รึไงว่าอย่ามองโลกแคบแบบนี้อีก”
ทันทีที่ร็อบบ์พูดประโยคนี้จบ แม่ชีน้อยทั้งสองฝ่ายก็เริ่มด่าทอกันอีกครั้ง
จากนั้นร่างที่คุ้นเคยสามคนก็ลงมาจากเนินเขา นำโดยชายคนหนึ่งซึ่งสวมเกราะเหล็กทั้งตัว และกอร์ดาซึ่งแบกกระสอบใบใหญ่เกือบเท่าตัวเขามาด้วย
เชอริลเดินตามหลังมา รูปร่างที่สง่างามและขาที่เรียวยาวของเธอทำให้ร็อบบ์รู้สึกดีขึ้นมาทันที
กอร์ดาโบกมือให้ร็อบบ์จากระยะไกล “คุณร็อบบ์ เรากลับมาแล้ว!”
ร็อบบ์ยิ้มและถามว่า “งานเสร็จแล้วเหรอ?”
“ใช่” กอร์ดาหัวเราะและพูดว่า “อย่างที่คุณเห็น ฉันแบกยางธรรมชาติกระสอบใหญ่มาด้วย”
“นายกเทศมนตรีต้องการสิ่งนี้เพียงเพื่อเอามาทำก๊อกน้ำ มันไม่เยอะไปหน่อยเหรอ?” ร็อบบ์ถาม
“ใช่! แต่สัญชาตญาณของฉันบอกว่า ฉันควรแบกพวกมันกลับมามากขึ้นกว่าที่วางแผนไว้ในตอนแรก” กอร์ดากล่าว
ร็อบบ์ยกนิ้วให้อีกฝ่าย “สัญชาตญาณของคุณถูกต้องแล้ว! ฉันกำลังต้องการพวกมัน ยางธรรมชาติที่นายกเทศมนตรีไม่ได้ใช้ ฉันจะขอซื้อมันทั้งหมด”
เชอริลพุ่งเข้ามาหาร็อบบ์และถามว่า “คุณจะประดิษฐ์สิ่งประดิษฐ์แปลก ๆ อีกแล้วใช่ไหม?”
ร็อบบ์กล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “มันเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่ยอดเยี่ยม มันเป็นสิ่งที่จะทำให้ฉันเคลื่อนที่ได้อย่างสะดวกสบายในขณะที่ฉันกำลังขี้เกียจ”
เสี่ยวอี้อดไม่ได้ที่จะบ่นอยู่ในใจว่า ‘ทำไมมันน่าอึดอัดขนาดนี้ตอนที่ได้ยินว่าเขาสามารถเคลื่อนที่ได้ในขณะที่ตัวเองกำลังขี้เกียจ’
“อะแฮ่ม!” ร็อบบ์กล่าวต่อไปว่า “เสี่ยวอี้ ไปเรียกช่างไม้และขอให้เขานำทุกอย่างที่ฉันบอกให้เขาเตรียมมาด้วย”
เสี่ยวอี้ส่ายหัวและเดินไปทันทีทั้ง ๆ ที่ยังสงสัย
หลังจากนั้นไม่นาน ช่างไม้ที่ลี้ภัยมาจากเมืองเบิร์ชก็มาถึง และนำสิ่งของที่ร็อบบ์สั่งไว้มาด้วย มันเป็นเก้าอี้ไม้ขนาดเล็กที่มีสองล้อใหญ่ประกอบที่ด้านข้าง ซึ่งถ้าเป็นยุคที่ร็อบบ์จากมา มันก็คือ ‘รถเข็นคนพิการ’
แน่นอนว่าร็อบบ์ออกแบบด้วยตัวเอง และมอบหน้าที่ให้ช่างไม้สร้างมันขึ้นมา
เขาชี้ไปที่รถเข็นและหัวเราะออกมา “ดูสิ! นี่คือสิ่งประดิษฐ์มหัศจรรย์ที่จะสามารถเคลื่อนไหวแทนขาตัวเองได้เวลาที่ฉันขี้เกียจเดิน”
เสี่ยวอี้เผยสีหน้าขยะแขยงออกมา “สิ่งประดิษฐ์ที่เน้นความเกียจคร้านแบบนี้ มันทำให้ฉันโกรธ!”
กอร์ดาถามขึ้นมาว่า “แล้วถ้าเจอหลุมบ่อตามพื้น สิ่งนี้จะไม่เป็นปัญหาเหรอ? และถ้าหากคุณนั่งมันนาน ๆ ตูดของคุณจะเจ็บเอาได้นา”
เชอริลยืนเท้าเอวและยิ้มออกมาด้วยความมั่นใจ “นั่นเป็นเหตุผลที่คุณร็อบบ์บอกว่าเขาต้องการยางธรรมชาติยังไงล่ะ!”
“อ๋อ” กอร์ดาคิดตาม ทว่าไม่นานเขาก็ส่ายหัวทันทีและพูดว่า “ยางธรรมชาติไม่แข็งแรงพอหรอกนะ ถ้าเอามาห่อหุ้ม มันน่าจะแตกออกอย่างรวดเร็วเลยน่ะสิ”
“ถูกต้อง” ร็อบบ์ยิ้มและพูดต่อไปว่า “กอร์ดาคุณฉลาดมาก ยางธรรมชาติไม่แข็งแรงพอ แต่ตราบใดที่มันถูกทำให้กลายเป็นยางจริง ๆ ก็จะไม่มีปัญหา”