เกมเมอร์หมดไฟ ขอใช้ชีวิตเงียบ ๆ ในต่างโลก - บทที่ 118 ข้อเรียกร้องของพ่อค้า
บทที่ 118 ข้อเรียกร้องของพ่อค้า
กูกูและจีจี้มองหน้ากันด้วยสีหน้าแปลก ๆ ก่อนจะถามออกมาว่า “ทำไมคุณพ่อต้องปิดตาคุยกับเราด้วย?”
ร็อบบ์ตอบกลับไปแบบฉุนจัด “ถ้างั้นฉันก็ต้องถามพวกคุณกลับไปบ้างแล้วล่ะว่าทำไมต้องใส่ถุงน่องมาด้วย! ถ้าพวกคุณไม่ใส่ถุงน่อง ฉันจะมีเหตุผลอะไรที่ต้องมานั่งปิดตาตัวเองแบบนี้!”
กูกูงุนงง “ฮะ? ก็เราได้ยินมาว่าคุณพ่อร็อบบ์เป็นคนคิดค้นถุงน่องพวกนี้นี่นา และมันก็เป็นสินค้าพิเศษที่มีแต่ในเมืองเวสต์วินด์ด้วย การที่พวกเราสวมมันมาก็เพื่อแสดงให้เห็นถึงความเคารพที่มีต่อคุณ”
“ฉันออกแบบสิ่งนี้สำหรับผู้หญิง ไม่ใช่สำหรับผู้ชายที่มีหนวดเคราอย่างพวกคุณโว้ย!”
“ฮะ? แต่…มันถูกสวมใส่เฉพาะกับผู้ชายในไบรต์โร้ดเท่านั้นนะ ถุงน่องแปดคู่ที่พ่อค้าคนแคระซื้อจากคุณครั้งล่าสุด คนที่ซื้อไปก็เป็นผู้ชายทั้งหมด เราก็เลยคิดว่าสิ่งนี้น่าจะทำมาเพื่อให้ผู้ชายสวมใส่ ซึ่งในความเป็นจริงมันก็ดีกว่าถุงน่องที่เรามักจะสวมใส่กันก่อนหน้านี้ เพราะถุงน่องนี้มันใส่สบายมาก”
“โอ้กกกก”
คำตอบของร็อบบ์ที่มีต่อพวกเขาก็คือเสียงอาเจียน จากนั้นชายหนุ่มก็หันมาพูดว่า “ช…ช่างมัน! อย่าพูดถึงเรื่องนี้อีก มาคุยกันเรื่องจุดประสงค์ของการมาเยือนครั้งนี้กันดีกว่า!”
พ่อค้าทั้งสองโค้งคำนับพร้อมกัน และในระหว่างการโค้งคำนับ พวกเขาจำได้ว่าร็อบบ์ถูกปิดตาและไม่สามารถที่จะมองเห็นพวกเขาได้ ดังนั้นพวกเขาจึงยืดตัวขึ้นอย่างงุ่มง่าม และพูดด้วยความเคารพว่า “เรามาที่นี่ตามคำสั่งเจ้าหญิง เหตุผลหลักคือการซื้อลูกกวาดจำนวนมาก”
“อ๋อ คุณมาที่นี่เพื่อซื้อลูกกวาดสินะ” ร็อบบ์ยิ้ม “ดูเหมือนว่าหลังจากที่ฉันฝากให้เนโครแมนเซอร์เอาลูกกวาดสองก้อนไปมอบให้เจ้าหญิง เธอคงจะพอใจกับพวกมันมาก”
พ่อค้าทั้งสองพยักหน้า “เจ้าหญิงชอบไอติมที่ทำจากลูกกวาดมาก แต่ก็น่าเสียดายที่ลูกกวาดที่คุณพ่อให้มาสองก้อนมันน้อยเกินไป หลังจากทำไอติมไปมากกว่าหนึ่งโหลแล้ว เจ้าหญิงก็เสียใจอย่างสุดซึ้ง และคิดว่าเธอจะไม่มีโอกาสได้กินมันอีก เธอพยายามใช้น้ำผลไม้แทนลูกกวาดเพื่อทำไอติม แต่ผลลัพธ์ที่ออกมามันก็ไม่อร่อยเท่า แต่เมื่อเจ้าหญิงได้ยินว่าคุณต้องการทำธุรกิจกับเรา เธอก็รีบเปิดการค้าขายทันที และขอให้เรามาหาคุณเพื่อซื้อลูกกวาดในนามของเธอเอง เราได้นำเหรียญทองและเงิน เกลือ ผ้า และอาหารทะเลหลายประเภทที่เมืองไม่ติดกับทะเลย่อมหาซื้อไม่ได้มาด้วย นี่คือความพิเศษของนครสาบสูญ”
ร็อบบ์ถึงกับลุกขึ้นยืนด้วยความยินดี “อาหารทะเลเหรอ? ไหน ๆ คุณมีอะไรบ้าง?”
กูกูกล่าวว่า “นี่เป็นครั้งแรกที่เรามา ดังนั้นเราจึงนำปลาแห้งและหอยมาด้วยเท่านั้น แต่ถ้าหากคุณต้องการอาหารทะเล ก็เพียงแค่บอกเราว่าคุณต้องการปลาชนิดใด เราจะได้เอามันมาขายให้คุณ”
ร็อบบ์อดไม่ได้ที่จะหัวเราะอย่างเริงร่า “ดี! ดีมากเลย ดูเหมือนว่าเมนูอาหารของฉันจะเพิ่มขึ้นอีกแล้วสินะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า! ฉันดีใจจริง ๆ ที่ได้พบพวกคุณ”
พ่อค้าทั้งสองคนคิดว่า ‘คุณบอกว่าดีใจที่ได้พบเรา แต่คุณกลับปิดตาตัวเองไว้ เราไม่เชื่อหรอก! คุณไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหน้าตาของเราเป็นยังไง’
การเจรจาที่มีความสุขก็จบสิ้นลงในไม่ช้า ร็อบบ์ขายลูกกวาดไปได้จำนวนมาก อีกทั้งยังเรียกผู้ลี้ภัยจากสโตนแคนยอนที่ช่วยเขาทำลูกกวาดมาเสนอขายลูกกวาดให้กับพ่อค้าหลวงทั้งสองอีกด้วย
ผู้ลี้ภัยจากสโตนแคนยอนได้รับเงินมากมายจากการขายลูกกวาด ซึ่งเพียงพอแล้วที่จะทำให้พวกเขามีชีวิตอยู่ได้อย่างมั่นใจในปีต่อ ๆ ไป
จากนั้นร็อบบ์ก็เขียนรายการอาหารทะเลที่เขาต้องการและมอบให้กับพ่อค้าหลวงทั้งสองคน หลังจากนั้นพ่อค้าหลวงทั้งสองก็จากไปพร้อมกับโคคาโคล่าและลูกกวาดมากมาย
สำหรับพ่อค้าคนแคระนั้น เขาซื้อพริกไทยจำนวนมากจากร็อบบ์ และเมื่อเขาเห็นว่าถุงน่องที่ผลิตใหม่มีปริมาณเพียงยี่สิบคู่ เขาก็ถอนหายใจด้วยความผิดหวัง “คุณร็อบบ์ ถุงน่องของคุณเป็นที่นิยมกับพวกขุนนางมาก ถุงน่องแปดชิ้นล่าสุดที่ฉันซื้อไปถูกขุนนางซื้อไปอย่างรวดเร็ว ฉันอุตส่าห์หวังว่าคราวนี้จะได้ซื้อกลับไปขายเยอะ ๆ หน่อยเพื่อทำเงินให้เป็นกอบเป็นกำ แต่ทำไมคุณกลับมีขายแค่ยี่สิบคู่? ”
ร็อบบ์กล่าวว่า “มีแมงมุมเพียงสี่ตัวเท่านั้นเอง พวกมันหมดแรง และพวกมันไม่สามารถผลิตได้มากกว่านี้แล้ว ฉันกำลังรอให้พวกลูกแมงมุมโตอยู่ เมื่อไหร่ที่พวกมันสามารถผลิตใยออกมาได้ โรงงานถุงน่องก็จะยิ่งสามารถทำถุงน่องได้มากกว่าเดิม คิดคร่าว ๆ ในครั้งต่อไปที่คุณมา เราน่าจะมีถุงน่องขายให้คุณได้ในปริมาณมาก”
พ่อค้าคนแคระดีใจมาก เขาจับมือกับร็อบบ์และจากไปอย่างมีความสุข
มีเพียงโปโบเท่านั้นที่ยังอยู่ เป้าหมายการค้าของเขาไม่ใช่การขายพวกของเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ทำกำไรแค่หนึ่งหรือสองเหรียญทองเท่านั้น เขานั่งลงบนเก้าอี้หินตรงข้ามกับร็อบบ์และพูดด้วยรอยยิ้มว่า “คราวนี้คุณคุณพ่อร็อบบ์ทำอุปกรณ์ไว้กี่ชิ้น?”
ขณะพูด เขาก็เหลือบไปเห็น ‘สร้อยคออเมทิสต์สะท้อนเวทมนตร์’ ที่ลิลเลียนกำลังใส่อยู่ ซึ่งมันมีค่ามากกว่าชุดเกราะหนังมังกรบินที่ร็อบบ์ขายให้เขาครั้งล่าสุด
ร็อบบ์ที่ยังถูกปิดตาอยู่ แม้มองอะไรไม่เห็นแต่ก็รู้สึกได้ว่าลิลเลียนพยายามซ่อนตัวอยู่ข้างหลังเขา มือเล็ก ๆ ของเธออยู่บนไหล่ของเขา เขารู้สึกราวกับว่าเธอกำลังซ่อนตัวจากบางสิ่ง เขาจึงเข้าใจทันทีและพูดว่า “เฮ้โปโบ ถ้าคุณจ้องมองสาวใช้ของฉันอีก ฉันจะควักลูกตาของคุณเอาไปให้พวกแมงมุมกิน!”
โปโบรีบอธิบายว่า “ไม่ใช่! ฉันไม่ได้มองสาวใช้ของคุณ ฉันแค่คิดว่าถ้าคุณขายสร้อยคอที่เธอกำลังใส่ให้ฉัน ฉันยินดีที่จะซื้อในราคา 150 เหรียญทอง ไม่สิ 200 เหรียญทองเลยเอ้า!”
“ไม่” ร็อบบ์ยิ้ม “มันไม่ได้มีไว้ขาย ลิลเลียนของฉันชอบมันมาก ไม่ว่าใครจะขอซื้อมันฉันก็ไม่มีทางขายหรอก”
“งั้นเหรอ? น่าเสียดาย” โปโบถอนหายใจ
แน่นอนว่าร็อบบ์ขายสร้อยคอนี้ไม่ได้เพราะคุณสมบัติ ‘การสะท้อนเวทมนตร์’ ของมันนั้นโกงมากจนแม้แต่เวทมนตร์ของร็อบบ์ก็ยังถูกสะท้อนกลับมาได้ ทางที่ดีควรปล่อยให้มันอยู่บนคอลิลเลียนเพื่อเป็นเครื่องประดับของเธอไป ถ้าหากเขาต้องการขายของจริง ๆ เขาจะขายเฉพาะอุปกรณ์ที่ไม่เป็นภัยคุกคามต่อตัวเขาเอง
เขาขอให้ลิลเลียนนำสร้อยคอและแหวนอีกหลายวงออกจากโกดัง ซึ่งทั้งหมดทำจากอเมทิสต์ แต่ละชิ้นถูกเสริมคุณสมบัติพิเศษระดับพื้นฐานเข้าไปหมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็น ‘เพิ่มพลังป้องกันเวทมนตร์ขั้นพื้นฐาน’ ‘เพิ่มพลังเวทมนตร์ขั้นพื้นฐาน’ และ ‘เพิ่มพลังเวทมนตร์ไฟพื้นฐาน’ อุปกรณ์พวกนี้มันไม่มีความหมายอะไรสำหรับร็อบบ์ แต่เป็นอุปกรณ์ที่หายากมากสำหรับนักเวทในโลกนี้
ร็อบบ์โยนเหล่าอุปกรณ์ที่เป็นดั่งขยะสำหรับเขาต่อหน้าโปโบ “เลือกซื้อเอาจากของพวกนี้เถอะ”
โปโบดีใจมาก “โห? มากขนาดนี้เลยเหรอ? ดี ๆ ฉันยินดีที่จะซื้อทั้งหมดนี้เลย ฉันจะให้ราคา 200 เหรียญทองต่อชิ้น! โปรดขายทั้งหมดนี้ให้ฉันเถอะ!”
“ตามใจ” ร็อบบ์ยิ้ม “ฉันขายให้คุณหมดเลย”
จากนั้นร็อบบ์ก็ชี้ไปที่ด้านหลังเนินเขาและพูดว่า “เมืองนี้ได้เปิดเหมืองอัญมณีแล้ว คนงานเหมืองอัญมณีได้ขุดอัญมณีดี ๆ ขึ้นมาจำนวนมากและเจียระไนไปบ้างแล้วบางส่วน ถ้าคุณสนใจ คุณสามารถไปเยี่ยมชมพวกเขาได้นะ บางทีคุณอาจจะเจออะไรดี ๆ ที่คาดไม่ถึง”