เกมเมอร์หมดไฟ ขอใช้ชีวิตเงียบ ๆ ในต่างโลก - บทที่ 116 ร่วมกันสร้างเส้นทางการค้า
บทที่ 116 ร่วมกันสร้างเส้นทางการค้า
บิชอปเอลซี่ชะงักเล็กน้อยก่อนจะครุ่นคิด แน่นอนว่าในฐานะบิชอป เขาไม่ใช่คนโง่ เพียงชั่วครู่เขาก็เข้าใจสถานการณ์แล้ว
เป็นไปไม่ได้ที่จะกลับไปยังไบรต์โร้ด ซึ่งเวลานี้ได้ตกอยู่ในมือของศัตรูเรียบร้อยแล้ว หรือถ้าอยากจะหนีไป วิธีที่เป็นไปได้ที่เหลืออยู่คือการข้ามเทือกเขาสนดำจากทิศตะวันออกไปตะวันตก
แต่เจ้าหญิงก็น่าจะส่งกองทัพไปประจำการในเทือกเขาสนดำอยู่ดี เพื่อป้องกันไม่ให้กษัตริย์มอนดราส่งทหารผ่านเทือกเขาสนดำมาขนาบข้างกองทัพของเธอ
กองทัพของเธอประกอบไปด้วยพวกอันเดธและกึ่งมนุษย์ ซึ่งนั่นเป็นเรื่องดี เพราะไม่ทำให้รู้สึกอึดอัดเหมือนเวลาที่พวกมนุษย์ประจำการอยู่ที่นั่น
หากเขาดื้อดึงที่จะนำคนสามร้อยคนออกไป และถูกเจ้าหญิงซุ่มโจมตีในเทือกเขาสนดำ พวกเขาคงจะตายแบบศพไม่สวย
สรุปแล้ว หากพวกเขาข้ามไปทางเทือกเขาสนดำไม่ได้ มันก็หมายความว่าพวกเขาไม่สามารถกลับบ้านได้
บิชอปเอลซี่ถอนหายใจ “เราคงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องอยู่ในเมืองเวสต์วินด์เพื่อความปลอดภัย เราไม่สามารถออกไปข้างนอกได้ และคุณเองก็ได้สัญญากับอัศวินดินดำไปแล้วด้วยว่าไม่อนุญาตให้เราออกไปข้างนอก ไม่ว่าจะด้วยความเคารพต่อคุณ หรือเพื่อความปลอดภัยของเราเอง เราก็ไม่สามารถออกจากเมืองเวสต์วินด์ได้อีกต่อไป”
ร็อบบ์พยักหน้า “ดี ในเมื่อตอนนี้คุณตัดสินใจที่จะอยู่ต่อ ถ้าอย่างนั้นก็มีบางอย่างที่ฉันต้องบอกคุณให้ชัดเจน”
“โอ้ ว่ามาเลย!” บิชอปเอลซี่สุภาพกับร็อบบ์มาก
เขาได้เห็นความแข็งแกร่งของร็อบบ์แล้ว และอีกอย่างคือเขาได้รับการบอกเล่าจากเสี่ยวอี้ว่าร็อบบ์เป็นผู้พิพากษานอกรีต แม้ว่าร็อบบ์จะเพิ่งปล่อยศัตรูไป แต่ในสายตาของคนระดับสูงอย่างบิชอป การกระทำของร็อบบ์ในตอนนี้เห็นได้ชัดว่าเป็นการเคลื่อนไหวเชิงกลยุทธ์ และเป็นการประนีประนอมเพื่อปกป้องเมืองเวสต์วินด์ ซึ่งนี่เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง
ร็อบบ์กล่าวว่า “เนื่องจากคุณต้องอยู่ที่นี่ คุณย่อมต้องการอาหาร เครื่องดื่ม และที่พักพิงสำหรับคนทั้งสามร้อยคน อย่างไรก็ตาม พวกคุณแทบไม่มีใครมีทักษะทางสายอาชีพเลย ถ้าหากคุณอยู่ในเมืองใหญ่ ผู้อยู่อาศัยในเมืองก็จะให้อาหารคุณ แต่ในเมืองเวสต์วินด์ซึ่งมีชาวเมืองน้อยกว่าหนึ่งพันคน และเพิ่งรับผู้ลี้ภัยแปดร้อยคนจากสโตนแคนยอนและเมืองเบิร์ชเนี่ย… คุณเข้าใจไหมว่าฉันหมายถึงอะไร”
บิชอปเอลซี่เข้าใจทันที ด้วยคนงานเพียงไม่กี่คนย่อมเป็นไปไม่ได้ที่จะเลี้ยงคนทั้งสามร้อยคนให้กินดื่มฟรี ๆ ชาวเมืองอาจจัดหาอาหารและให้ความบันเทิงแก่กลุ่มอัศวินเทมพลาร์ได้ช่วงเวลาหนึ่ง แต่ถ้าพวกเขาต้องการอยู่ที่นี่เป็นเวลานาน เมืองเล็ก ๆ แห่งนี้ไม่มีความสามารถพอที่จะเลี้ยงคนสามร้อยคนได้โดยที่วัน ๆ พวกเขาเอาแต่นั่งเอาแต่นอน
บิชอปเอลซี่อดไม่ได้ที่จะรู้สึกละอาย เรื่องแบบนี้มันซับซ้อนสำหรับเขาที่จะจัดการ เขาเก่งในด้านกฎหมายการเมือง การสร้างกลยุทธ์ และวิธีโน้มน้าวผู้คน แต่ไม่ใช่เรื่องการนำคนให้เลี้ยงชีพด้วยตัวเองได้ตั้งแต่ศูนย์แบบนี้
เขาจึงต้องขอคำแนะนำด้วยใจที่เปิดกว้าง “คุณพ่อร็อบบ์ พอจะมีวิธีไหนได้บ้าง…”
ร็อบบ์ยิ้มมุมปากและกระซิบว่า “ถ้าบังคับให้ชาวเมืองมอบอาหารของพวกเขาให้คุณล่ะ?”
บิชอปเอลซี่ปฏิเสธทันที “ศาสนจักรแห่งแสงจะไม่ปฏิบัติต่อคนธรรมดาแบบนั้น แว้นแต่ชาวเมืองจะเต็มใจจริง ๆ แต่ถ้าหากพวกเขาไม่ต้องการ คริสตจักรแห่งแสงก็ไม่มีสิทธิ์ใช้กำลังบังคับขู่เข็ญ”
ร็อบบ์คิดในใจว่า ‘หึหึ ประโยคนี้เพิ่งช่วยชีวิตคุณไว้เลยนะบิชอปเอ๋ย ถ้าคุณพยักหน้าละก็ ฉันจะตบคุณให้ตายคามือตรงนี้นี่แหละ อืม…ฉันเดาว่าพวกคนส่วนใหญ่ที่อยู่ระดับล่างและกลางของศาสนจักรแห่งแสงยังมีความนึกคิดที่ดีอยู่ คงมีเพียงพวกที่อยู่ระดับบน ๆ เท่านั้นที่เป็นคนเลว’
“ถ้างั้นพวกคุณทำอะไรได้บ้างล่ะ?” ร็อบบ์กล่าวด้วยรอยยิ้ม “ทำไร่ ทำเหมืองแร่ ล่าสัตว์ เก็บสมุนไพร….”
บิชอปเอลซี่ดูกระอักกระอ่วน “งานเหล่านี้เหรอ…”
“ถ้างั้นก็เหลือแค่ทางเลือกเดียว” ทันใดนั้นร็อบบ์ก็ทำหน้าจริงจังและพูดว่า “ถ้าอยากให้เมืองร่ำรวย การมีถนนหนทางที่ดีย่อมจำเป็น! ฉันคิดว่าทหารสามร้อยนายของคุณสามารถเป็นแรงงานสร้างถนนได้ พร้อมกับรับหน้าที่คอยเป็นผู้รักษาความสงบในเมือง เป็นทหารของประชาชนในเมืองนี้ ด้วยวิธีนี้ ฉันจะได้สามารถปล่อยให้พวกอาสาสมัครติดอาวุธกลับไปทำอาชีพของตัวเองซึ่งจะเป็นประโยชน์ที่สุด และแน่นอนว่าผู้คนจะเต็มใจให้อาหารคุณเพื่อตอบแทน คุณคิดว่าไง?”
บิชอปเอลซี่ตาเป็นประกาย “โอ้? สร้างถนนและรักษาความปลอดภัยเหรอ? ได้สิ! ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นการกระทำที่ดีด้วย สอดคล้องกับภาพลักษณ์ของคริสตจักรแห่งแสง”
“คุณเห็นด้วยแบบนี้ก็ดีเลย ฉันจะหารือกับชาวเมืองเพื่อปลดหน้าที่พวกอาสาสมัครติดอาวุธให้กลับไปทำอาชีพที่พวกเขาถนัด ส่วนคนของคุณจะรับหน้าที่คอยรักษาความปลอดภัยของเมือง พร้อมกับสร้างถนนหนทางในเมือง นอกจากนี้ ค่าจ้างสำหรับการทำหน้าที่ของพวกทหารก็จะให้คุณเป็นผู้จัดสรร”
“อ้อ แล้วก็โบสถ์ของฉันเล็กเกินไปที่จะรองรับคนจำนวนมากได้ ฉันเดาว่าพวกคุณน่าจะมีเต็นท์เดินทางสำหรับพวกคุณเองใช่ไหม พวกคุณไปตั้งเต็นท์กันบนเนินเขาก่อนเพื่อเป็นที่พักอาศัยชั่วคราว แล้วหลังจากนี้ฉันจะขอให้ผู้ลี้ภัยจากเมืองเบิร์ชสร้างบ้านไม้ให้พวกคุณ”
บิชอปเอลซี่กล่าวว่า “คุณพ่อร็อบบ์ช่างเก่งเรื่องการจัดระเบียบจริง ๆ”
อัศวินเทมพลาร์สามร้อยคนตั้งรกรากด้วยวิธีนี้ และพวกเขาก็ไม่ได้สิ้นเนื้อประดาตัว หลายคนมีเหรียญทองและเงิน ดังนั้นพวกเขาจึงเอาเงินเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่พวกเขามีมอบให้ชาวเมืองเพื่อช่วยสร้างบ้าน
ผู้ที่มีเงินมากกว่าก็จ้างช่างก่ออิฐเพื่อสร้างบ้านอิฐหิน ในขณะที่ผู้ที่มีเงินน้อยก็ขอให้ช่างไม้สร้างบ้านไม้ แต่จนกว่าบ้านของพวกเขาจะสร้างเสร็จ พวกเขาต้องอาศัยอยู่ในเต็นท์ชั่วคราวไปก่อน
ร็อบบ์จัดหามันฝรั่งให้พวกเขาซึ่งมันจะอยู่ได้เจ็ดวัน เขาพูดกับบิชอปเอลซี่อย่างเคร่งขรึมว่า “ชาวเมืองมอบมันฝรั่งเหล่านี้ให้พวกคุณเพื่อเป็นการขอบคุณที่พวกคุณสร้างถนนให้พวกเขา ตอนนี้ถนนที่ดีเป็นสิ่งที่เมืองเราต้องการมากที่สุด และการสร้างถนนช่วงแรกคงจะมุ่งเน้นที่การเชื่อมต่อจากเหมืองอัญมณีด้านหลังเนินเขาไปยังโรงงานถุงน่องผ้าไหมบนเนินเขา จากนั้นก็มายังแหล่งที่อยู่อาศัยบ้านไม้และผ่านทุ่งไร่ที่เพิ่งถางใหม่ เมื่อถนนสายนี้เสร็จสมบูรณ์ พื้นที่หลักทั้งสามของเมืองย่อมสามารถเชื่อมกับเมืองหลักได้อย่างสมบูรณ์ หากถนนนี้สร้างเสร็จพวกชาวเมืองจะต้องขอบคุณคริสตจักรแห่งแสงแน่นอน”
“ไม่ต้องห่วงเลย ฉันจะสั่งให้ทุกคนตั้งใจทำงาน” บิชอปเอลซี่เห็นด้วยทันที คนฉลาดย่อมรู้ว่าหากต้องการอยู่ที่นี่ก็ควรจะทำตามสิ่งที่ร็อบบ์สั่ง ไม่เช่นนั้นร็อบบ์อาจจะใช้มีดไม้โจมตีกวาดพวกเขาทั้งหมดจนระเนระนาด
ในไม่ช้าบิชอปเอลซี่ก็จัดทีมก่อสร้างถนน และทหารอัศวินเทมพลาร์กลุ่มใหญ่ก็เริ่มสร้างถนน พวกเขามีความแข็งแกร่งอยู่แล้ว ดังนั้นงานนี้จึงไม่ยาก แต่บางครั้งเมื่อบางคนได้รับบาดเจ็บในขณะที่ขนย้ายหิน พวกนักบวชและแม่ชีก็จะช่วยรักษา
ในยุคสมัยนี้การสร้างถนนเป็นสิ่งที่อันตรายมาก คนธรรมดาที่สร้างถนนผ่านภูเขามีอัตราการล้มตายไม่น้อย แต่ปัญหานั้นย่อมไม่เกิดกับอัศวินเทมพลาร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีนักบวชและแม่ชีราว ๆ เจ็ดสิบถึงแปดสิบคนที่พร้อมจะรักษาพวกเขา