เกมของผมไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นซะหน่อย! - ตอนที่ 70 เสียงร่ำไห้ 2
เอี๊ยด!
เสียงเอี๊ยดอ๊าดของขั้นบันไดลั่นใต้ฝ่าเท้าขณะค่อย ๆ ก้าวขึ้นบันไดที่ขนาบข้างโถงทางเข้า
ผมจับราวบันไดไม้ไว้แน่น พลางหายใจเข้าออกสองสามครั้งเพื่อให้ตัวเองสงบลง
สายตาก้มลงมองมือขวา ซึ่งมีรอยประทับสีดำปรากฏอยู่
ไนท์วอล์กเกอร์… มันกลับมาแล้ว
ถึงอย่างนั้น ผมก็รู้ดีอยู่แก่ใจว่าไม่สามารถอัญเชิญมันออกมาได้เหมือนเมื่อก่อน
พอนึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ผมก็ได้แต่ยิ้มอย่างขมขื่น
‘ถ้าเรียกออกมาตอนนี้ มันคงโจมตีฉันแน่ ๆ’
ผมต้องคิดหาวิธีจัดการกับเรื่องของไนท์วอล์กเกอร์ เพราะมันเป็นผู้ช่วยที่มีประโยชน์มากจริง ๆ มันเคยช่วยให้ผมรอดพ้นจากสถานการณ์เลวร้ายมาแล้วหลายต่อหลายหน
ผมขาดมันไปไม่ได้เด็ดขาด
“…แต่ข่าวร้ายคือฉันไม่เห็นอะไรในร้านค้าที่จะช่วยเรื่องนี้ได้เลย”
มันมีไอเทมหลายชิ้นที่ผมคิดว่าน่าจะพอช่วยได้ แต่มันก็ไม่ได้รับประกันว่าจะได้ผลจริง ๆ แถมพวกมันดูเหมือนจะไม่ได้แก้ปัญหาที่ต้นเหตุด้วย
ผมต้องหาทางเพิ่มค่าความภักดีกลับมาให้ได้
แต่จะทำยังไงล่ะ?
“หรือว่าฉันไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้น?”
บางทีวิธีที่ดีที่สุดอาจจะเป็นการกลับไปที่การทดสอบเด็กใหม่แล้วฉกมาเพิ่มอีกสักตัวหนึ่ง?
‘อืม ไม่รู้สิ’
มันจะเป็นไปได้ไหมนะ?
และ… สกิลของผมมีขีดจำกัดอะไรทำนองนั้นหรือเปล่า?
ผมต้องตรวจสอบเรื่องดังกล่าวให้มากกว่านี้ก่อนจะตัดสินใจ ถ้าทำได้จริง ๆ ผมก็จะเริ่มฟาร์มไนท์วอล์กเกอร์… ใช่เลย แบบนั้นน่าจะเวิร์ก
ผมจินตนาการถึงภาพของตัวเองที่มีกองทัพไนท์วอล์กเกอร์
ถ้าเป็นอย่างนั้น ผมคงจะรู้สึกปลอดภัยขึ้นมาก
เอี๊ยด!
เมื่อขั้นบันไดส่งเสียงลั่นอีกครั้ง ผมก็ตระหนักได้ว่าตอนนี้ตัวเองได้มายืนอยู่หน้าทางเข้าชั้นสองแล้ว
มันมืดมิดจนมองไม่เห็นอะไรเลย
ผมรู้สึกประหม่าที่ต้องจ้องเข้าไปในความมืด; ทว่าเมื่อสัมผัสถึงการเคลื่อนไหวที่มาจากโถงหลัก ผมก็รู้เลยว่าตัวเองต้องไปต่อได้แล้ว
‘พวกกิลด์เริ่มออกมากันแล้วสินะ’
แต่ก่อนจะทำอย่างนั้น ผมค่อย ๆ ถอดหน้ากากออกจากใบหน้าและแทนที่มันด้วยแว่นกันแดด
โลกรอบกายเย็นยะเยือกจนตัวเริ่มสั่น
‘อ่า หนาวชะมัด…’
ผมกอดแขนตัวเองเอาไว้ แล้วเดินผ่านประตูเข้าไป
***
“ฉันเห็นประตูมิติโผล่มาแล้ว! พวกเราออกได้แล้วล่ะ!”
“รีบออกไปจากที่นี่กันเถอะ ต้องไปรายงานสถานการณ์ให้ทางกิลด์ทราบ”
“…แล้วก็รายงานเรื่องคนตายด้วย โธ่เว้ย”
เมื่อออกมาจากห้องบอลรูม สิ่งแรกที่สมาชิกกิลด์สังเกตเห็นคือประตูเกตที่ปรากฏตรงด้านนอกหน้าคฤหาสน์ ซึ่งโดยปกติมักจะเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าฉากได้รับการเคลียร์แล้ว และพวกเขาสามารถออกไปได้
หลายคนรู้สึกโล่งใจเมื่อเห็นมัน
เพราะประสบการณ์ทั้งหมดนี้ มันไม่ต่างอะไรกับฝันร้าย
ไม่ว่าความผิดพลาดใดจะเกิดขึ้น มันก็ได้เกิดไปแล้ว และพวกเขาก็สูญเสียไปหลายชีวิต
นี่ไม่ใช่แค่การสูญเสียเล็ก ๆ น้อย ๆ คนที่เสียชีวิตไปล้วนเป็นสมาชิกที่มีค่า ซึ่งทางกิลด์ได้ทุ่มทรัพยากรไปมากมาย
แต่เนื่องจากการตายเป็นเรื่องปกติในแผนกกักกัน จึงไม่มีสมาชิกของกิลด์คนไหนได้รับผลกระทบจากการเสียคนร่วมกิลด์มากนัก พวกเขาต่างเคยเห็นคู่หูของตนเวียนมาแล้วก็จากไป เหมือนกับการได้เห็นเข็มนาฬิกาขยับทุกวี่ทุกวัน
ปัจจุบัน พวกเขาตายด้านกับเรื่องนี้ไปแล้ว
“จริงสิ เศษผลึกล่ะ? เราได้เศษผลึกแบบไหนมาบ้าง?”
หลายคนนึกถึงเศษผลึกที่ได้รับจากเจ้าภาพก่อนจะออกมาจึงรีบทำการตรวจสอบ พวกเขาจ้องคริสตัลทรงยาวในมือของตน มองดูเมฆหมอกสีเทาที่หมุนวนอยู่ภายในผลึก
“เศษผลึกแห่งมโนภาพ? ของดีอยู่นะเนี่ย…”
“ฉันก็ได้เหมือนกัน”
“ดูเหมือนทุกคนจะได้เหมือนกันหมดนะ”
เช่นเดียวกับโซอี้ เธอเดินออกมาจากห้องบอลรูม แล้วมองดูเศษผลึกของตัวเอง
เธอเองก็ได้รับเศษผลึกแห่งมโนภาพ
‘ถึงจะไม่ใช่ของที่ฉันอยากได้จริง ๆ แต่ฉันว่าน่าจะเอาไปแลกเป็นแต้มทีหลังได้อยู่’
คริสตัลนี้ไร้ประโยชน์สำหรับเธอ
เพราะมันไม่เหมาะกับบัญญัติของเธอเลยสักนิด
บัญญัติมีอยู่หลายประเภท โดยปัจจุบันทราบกันเพียงสิบเจ็ดบัญญัติ เศษผลึกแห่งมโนภาพเป็นของสำหรับผู้ที่ยึดถือบัญญัติคอนเซปชัวไลซ์เซชั่น[1] หรือก็คือผู้ที่สามารถทำให้จินตนาการกลายเป็นของจริง
บัญญัติเช่นนี้พบได้ยาก แต่ก็มีประโยชน์อย่างมาก
หลายทีมมักจะพยายามดึงตัวผู้ยึดถือบัญญัติคอนเซปชัวไลซ์เซชั่นมาเข้าร่วมทีมอย่างน้อยหนึ่งคน เพราะมีหลาย ๆ ครั้งที่ไอเทมบางอย่างสามารถช่วยให้ทีมเคลียร์ฉากสำเร็จ
ไม่ว่าจะเป็นเชือก วิทยุสื่อสาร และอื่น ๆ มากมาย… พวกมันเป็นของจำเป็นสำหรับหลาย ๆ ทีม
อันที่จริง ทีมปัจจุบันของโซอี้ก็มีสมาชิกแบบนั้นอยู่คนหนึ่ง
แต่น่าเสียดายที่ฉากนี้ทำให้พวกเขาไม่สามารถลงมือทำอะไรได้
‘ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วแบบปุบปับมากจนทำอะไรแทบไม่ได้’
โซอี้นึกถึงฉากที่เพิ่งจบไป แล้วส่ายศีรษะ
องค์ประกอบทีมของเธอไม่เหมาะสมกับฉากนี้เลย
ไคล์ซึ่งมีบัญญัติเทมพอรอลน่าจะเป็นประโยชน์กว่านี้มาก เมื่อบวกกับบัญญัติเอเลเมนทอล[2]ของเธอ หรือถ้าจะให้เจาะจงก็คือธาตุแสง เธอรู้สึกว่าเราสองคนน่าจะเคลียร์ฉากนี้ได้ด้วยตัวเอง
บัญญัติเอเลเมนทอลสายเชี่ยวชาญธาตุแสงเป็นสาเหตุที่เธอต้องการเศษผลึกแห่งแสงเพื่อเลื่อนขึ้นลำดับชั้นถัดไป
แต่มันก็ไม่ได้แย่ไปเสียทั้งหมด เศษผลึกเหล่านี้ยังมีมูลค่าอยู่พอสมควร ดังนั้นเธอจึงสามารถนำพวกมันไปแลกพวกเศษผลึกแห่งแสงได้
‘ฉันต้องเอาไปเช็กความบริสุทธิ์ด้วย เผื่อว่าจะแลกของดี ๆ มาได้บ้าง’
ยิ่งเศษผลึกมีความบริสุทธิ์มากเท่าไหร่ มูลค่าของมันก็ยิ่งสูงขึ้นมากเท่านั้น
ความบริสุทธิ์สูงสุดที่เคยมีบันทึกไว้คือประมาณ 80% ซึ่งมีราคาสูงลิบลิ่ว ความบริสุทธิ์สูงไม่ได้หมายถึงแค่มีพลังงานมากกว่าและมีประสิทธิภาพมากกว่าเท่านั้น แต่มันยังหมายถึงการปลดได้โหนดที่ทรงพลังกว่าด้วย
โซอี้ตั้งเป้าไว้ว่าจะใช้แต่เศษผลึกที่มีความบริสุทธิ์มากกว่า 60% ขึ้นไปเพื่อเลื่อนลำดับ
เปอร์เซ็นต์ที่ต่ำกว่านั้นถือว่าไม่คุ้มค่า
“หัวหน้าครับ เราควรทำยังไงต่อดีล่ะ?”
“หืม?”
เสียงของหนึ่งในสมาชิกทีมดึงโซอี้ให้ออกจากความคิด เธอหันไปมองข้างหลัง เห็นว่าทุกคนกำลังมองมาที่เธอ
“โอ้ะ จริงด้วยสิ”
โซอี้หันไปสนใจประตูมิติที่อยู่ห่างออกไป
เธอเม้มริมฝีปากและมองด้านหลังตัวเอง ซึ่งเป็นทางชั้นสองของคฤหาสน์
หากพูดกันตามหลักการแล้ว เธอมั่นใจว่าต้องมีฉากลับซ่อนอยู่ภายในฉากหลัก ซึ่งน่าจะเกี่ยวข้องกับเสียงร้องไห้ที่พวกเขาได้ยินระหว่างการเต้นรำ
รางวัลสำหรับการเคลียร์ฉากแบบนั้นให้สำเร็จย่อมต้องคุ้มค่าอย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาว่าฉากหลักมันเสี่ยงตายแค่ไหน เธอจึงตัดสินใจพักเรื่องการสำรวจฉากลับเอาไว้ก่อน
ถ้าเธอมีไคล์อยู่ด้วยพร้อมกับทีมหลักของเธอ เธอคงไม่ลังเลที่จะไป
แต่ความเป็นจริงคือ เธอไม่ได้อยู่กับทีมหลัก
ตอนนี้เธอต้องรับผิดชอบทีมที่มีแรงก์ต่ำกว่า แถมระดับความอันตรายของฉากหลักยังเพิ่มขึ้นอย่างมากด้วย
เธอไม่รู้ว่าฉากลับนั้นจะอันตรายตามไปด้วยหรือเปล่า
โซอี้ไม่สามารถแบกรับความเสี่ยงนี้ได้
และด้วยเหตุนั้น…
“ไปกันเถอะ”
เธอจึงตัดสินใจละทิ้งความคิดเกี่ยวกับฉากลับทั้งหมด
ในขณะเดียวกัน เธอก็มองไปรอบ ๆ เพื่อดูว่ามีร่องรอยของตัวตลกอยู่หรือไม่ แต่ดูเหมือนว่าเขาจะจากไปนานแล้ว
เธอเดินนำทีมตรงไปยังประตูมิติที่อยู่ไกลออกไป และหยุดชะงักตรงหน้าคนจากกิลด์ไอวอรี่และคราวน์ฟอล
สายตาของเธอหยุดอยู่ที่ทอมกับหัวหน้าทีมอีกคน เธอส่ายศีรษะของตัวเองไปมา
พอมองดูพวกเขาแล้ว เห็นได้ชัดเลยว่าคนพวกนี้กำลังคิดเรื่องการเคลียร์ฉากลับที่น่าจะมีอยู่
‘ไอ้พวกโลภมาก’
นั่นคือทั้งหมดที่โซอี้คิดก่อนจะก้าวเข้าสู่ประตูมิติและหายลับลา
ไม่นานนัก สมาชิกคนอื่น ๆ ในทีมของเธอก็ตามไป
เชิงอรรถ
[1] คอนเซปชัวไลซ์เซชั่น (Conceptualization) หรือบัญญัติผู้นึกคิด มีพลังที่สามารถทำให้ความคิดที่เป็นนามธรรมปรากฏขึ้นจริงเป็นรูปธรรมได้ เป็นบัญญัติที่หายากมาก อีกทั้งยังมีความสามารถยืดหยุ่นสูงด้วย
[2] เอเลเมนทอล (Elemental) หรือบัญญัติผู้ใช้ธาตุ มีพลังในการประยุกต์ใช้ธาตุต่าง ๆ อย่างโซอี้ก็ช่ำธาตุแสง
T/L: บางบัญญัติชื่อยาวหน่อยก็ทน ๆ เอานะคะ… ความจริงแล้วมันก็แปลไทยได้แต่มันจะไปติดปัญหาตอนที่เฉลยบัญญัติของเซธน่ะค่ะเลยจำเป็นต้องทับศัพท์ให้เหมือนกันหมด อยากหยุมหัวมันจริง ๆ – –