เกมของผมไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นซะหน่อย! - ตอนที่ 155 ทดสอบเกมใหม่ 2
ตอนที่ 155 ทดสอบเกมใหม่ 2
‘ทำไมเขาถึงขอให้ฉันเล่นเกมของเขาล่ะ?’
โรวานจ้องมองแล็ปท็อปตรงหน้าตัวเองด้วยความสับสนเล็กน้อย ทว่าเขาก็ไม่ได้สับสนนานนัก เพราะนึกขึ้นได้ว่าอาชีพ ‘จริง’ ของเซธคือนักพัฒนาเกม หรืออย่างน้อย นั่นคือสิ่งที่เซธนิยามตัวเอง
ในความคิดของโรวาน เซธเป็นเหมือนนักบำบัดมากกว่านักพัฒนาเกมเสียอีก
เซธเป็นเพียงคนเดียวที่สามารถทำให้เขาสงบลงได้ทุกครั้งที่มีปัญหาเรื่องการนอนหลับหรือฝันร้ายเกี่ยวกับอดีตของเขาเอง
นั่นจึงเป็นสาเหตุว่าทำไมโรวานถึงลืมอาชีพที่แท้จริงของเซธ
แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ไม่ได้สนใจที่จะเล่นเกมของเซธมากนัก ไม่ได้อยากจะพูดให้มันฟังดูน่าหมั่นไส้หรอกนะ แต่เขาเป็นหนึ่งในสมาชิกอันดับต้น ๆ ของกิลด์ ใช่ เขาเป็นรองไคล์กับโซอี้ก็จริง แต่ก็ยังนับว่าเป็นหัวแถวอยู่ดี
เขาไม่เชื่อเลยแม้แต่วินาทีเดียวว่าเกมจะทำอะไรเขาได้
แถมเขายังไม่มีอารมณ์จะเล่นมันด้วย ยิ่งคิดถึงทุกสิ่งอย่างที่กำลังเกิดขึ้นภายในแผนกก็ยิ่งหมดอารมณ์เข้าไปกันใหญ่อีก
‘ฉันรู้ว่าเขาช่วยฉันเอาไว้ตั้งเยอะ แต่ฉันไม่อยากแกล้งทำเป็นกลัวเลยจริง ๆ ฉันเองก็ไม่ได้แสดงเก่งอะไรขนาดนั้นด้วยสิ ถ้าฉันเฟคแล้วเขาจับได้ขึ้นมา เขาก็อาจจะเลิกบำบัดฉันไปเลยก็ได้ แต่ถ้าฉันไม่เฟค ไม่กลัวล่ะ? เขาจะโกรธแล้วไล่ฉันออกไปเลยไหม? หรือว่าเขาจะขังตัวเองอยู่ในห้องทำงานอีก? แล้วการบำบัดของฉัน…?’
โรวานเริ่มเหงื่อตก
ไม่ว่าจะพยายามมองมุมไหน เขาก็เป็นฝ่ายจนตรอกเห็น ๆ
ไม่ว่าจะเลือกทางไหนก็ดูเหมือนจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ย่ำแย่สำหรับตัวเขาเองทั้งนั้น หนทางเดียวที่จะทำให้ทุกอย่างราบรื่นคือเขาต้องรู้สึกกลัวจริง ๆ แต่โรวานรู้อยู่แก่ใจว่ายังไงตัวเองก็ไม่กลัว
แค่เหลือบมองอินเทอร์เฟซสุดแสนจะธรรมดาเพียงแวบเดียว เขาก็รู้ซึ้งถึงคุณภาพของตัวเกมแล้ว
‘อ่า ชิบ… จะทำยังไงดีเนี่ย? ฉันขาดการบำบัดไม่ได้แล้วด้วยสิ’
“โรวาน?”
เมื่อได้ยินเสียงเรียกชื่อตัวเองกะทันหัน โรวานก็เงยหน้าขึ้น เห็นเซธกำลังจ้องมองเขาพร้อมกับเอียงศีรษะเล็กน้อย
“มีอะไรผิดปกติรึเปล่า? เกมโหลดไม่ขึ้นเหรอ?”
“โอ้ อ๋อ… เกม ใช่ครับ เกม”
โรวานหันความสนใจกลับมาที่ตัวเกมพร้อมกับลอบกลืนน้ำลาย เขาพยายามคิดหาทุกวิถีทางที่จะปฏิเสธ แต่พอยกศีรษะขึ้นมองเซธอีกครั้งและเห็นสายตาที่เซธมองมา โรวานก็ทำได้เพียงถอนหายใจภายในใจ
‘ในเมื่อฉันนัดกับเขาไว้แล้ว ถ้าเกิดบอกว่ามีธุระขึ้นมาก็ดูจะจงใจเกินไปอีก ฉันไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเล่นเกมเหรอเนี่ย…?’
โรวานเลียริมฝีปาก พลางสลับสายตามองระหว่างแล็ปท็อปกับเซธอีกครั้งหนึ่ง ทว่าในจังหวะที่เขามองเซธและเห็นความคาดหวังบนใบหน้านั้น โรวานก็รู้สึกได้ว่ามือของตัวเองกระตุก
ดูเหมือนเจ้าตัวจะอยากให้เล่นจริง ๆ สินะ…
‘เอาก็เอาวะ’
ท้ายที่สุด โรวานก็ถอนหายใจอีกครั้ง
ต่อให้ตัวเกมจะไม่น่ากลัวขนาดไหนก็ตาม เขาก็เตรียมพร้อมจะแสดงฝีมือการละครที่ยอดเยี่ยมที่สุดในชีวิตของตัวเองเอาไว้แล้ว
โรวานเอื้อมมือไปจับเมาส์ เลื่อนเคอร์เซอร์ไปยังปุ่ม [เล่น] แล้วคลิกซ้าย
คลิก!
เกมได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว
***
ฟุ่บ! ฟุ่บ!
ร่างของบุคคลเริ่มปรากฏออกมาจากด้านหลังประตูมิติขนาดใหญ่ทีละร่าง สิ่งที่รอคอยพวกเขาอยู่เบื้องหน้าเกตคือบรรดาผู้คนสวมชุดสีขาวกำลังถือแท็บเล็ต จ้องมองเหล่าผู้ที่เพิ่งปรากฏกายด้วยสายตาตกตะลึง
สุดท้ายแล้ว พวกเขาก็ตั้งสติคืนมาได้เมื่อไคล์ปรากฏตัว เขามีสีหน้าซับซ้อนขณะออกมา
ไคล์หันความสนใจไปยังกลุ่มคนชุดขาว ภายในมือถือเป้ใหญ่ใบหนึ่งและโยนมันให้แก่พวกเขา
“นี่ครับ ส่วนที่เราเก็บมาได้ของวันนี้”
“เอ่อ อ๋อ…? ใช่สิ อ่า ครับ”
หนึ่งในคนชุดขาวคว้ากระเป๋าเป้เอาไว้ได้ ก่อนจะเปิดมันและสำรวจสิ่งของข้างในอย่างรวดเร็ว
“นี่มัน…”
ไม่นานนัก สีหน้าของพวกเขาก็เปลี่ยนไป พร้อมกับมองไคล์และคนกลุ่มนั้นด้วยความตกใจ
“ไม่เลวเลยใช่ไหมล่ะครับ?”
เคเลนก้าวออกมาจากด้านหลังไคล์ จ้องมองกระเป๋าใบนั้นและส่งยิ้มให้กับนักวิจัย
“ถ้าผมนับไม่ผิด พวกเราน่าจะได้เศษผลึกมาประมาณสามสิบชิ้น”
“สามสิบสี่ชิ้นต่างหาก”
เซเรลิธเสริมขึ้นจากด้านข้างพลางหาวออกมาเล็กน้อย เหลือบตามองกระเป๋าเป้ลวก ๆ ทีหนึ่งก่อนจะหมดความสนใจไป เธอกำลังเอนพิงหอก ปัดผมยาวสีขาวไปไว้หลังศีรษะพร้อมกับพึมพำบางอย่างกับตัวเอง
บางอย่างประมาณว่า ‘มื้อเที่ยงกินอะไรดีนะ? แซนด์วิชไก่งวง?’
ลีออน (Leon) จ้องมองทั้งสองคน จากนั้นก็กระเป๋าเป้แล้วเลียริมฝีปากตัวเอง แม้ว่าของที่ได้มาจะไม่ได้มากมายอะไรนัก แต่เกตที่พวกเขาเพิ่งเข้าไปนั้นเป็นเพียงแรงก์ จำนวนเท่านี้จึงนับว่าสูงที่สุดเท่าที่พวกเขาสามารถเก็บเกี่ยวได้แล้ว
เมื่อเกตโดนเคลียร์ มันจะไม่ได้หายไปตลอดกาลหลังจากถล่มตัวลง
ทันทีที่เกตถูกเคลียร์ ทางกิลด์จะเข้ายึดสิทธิ์ของเกตนั้น เป็นใบอนุญาตให้พวกเขาสามารถส่งสมาชิกกลับเข้าไปข้างในเพื่อเก็บรวบรวมเศษผลึก
…หรือถ้าจะให้ใช้ศัพท์แบบที่พวกเขาเรียกกันก็คือ การ ‘ฟาร์ม’ นั่นแหละ
แรงก์ของเกตไม่ได้เป็นตัวบ่งบอกว่ารางวัลที่เป็นเศษผลึกจะมีคุณสมบัติไหนหรือความบริสุทธิ์เท่าไหร่; สองอย่างนั้นขึ้นอยู่กับตัวเกต แต่ที่บ่งบอกได้จริง ๆ คือปริมาณที่ได้จากการเคลียร์ซ้ำต่างหาก
ยิ่งแรงก์ของเกตสูงเท่าไหร่ จำนวนเศษผลึกที่สามารถ ‘ฟาร์ม’ ได้ในเกตนั้นก็จะยิ่งมากขึ้น
เกตแรงก์ มักจะให้เศษผลึกประมาณยี่สิบถึงสามสิบชิ้นต่อการเคลียร์รอบหนึ่ง
พูดอีกอย่างก็คือ พวกเขาเคลียร์เกตได้แบบไร้ที่ติ
“อันนี้ค่อนข้างง่ายกว่าที่ฉันคิดไว้อีกแฮะ หวังว่าคราวนี้เศษผลึกจะมีความบริสุทธิ์สูงนะ เพราะจำนวนมันไม่เลวเลย” เสียงพูดแทรกจากด้านข้างเป็นของซาร่าห์ ซึ่งกำลังมองกระเป๋าเป้ตาเป็นประกาย ในขณะที่พวกเขาทุกคนเริ่มเคลื่อนย้ายกลับไปยังโซนแผนกกักกัน
ด้วยความที่มาจากแผนกเก็บกู้โดยตรง ซาร่าห์จึงมีความเชี่ยวชาญในเรื่องเศษผลึกต่าง ๆ จากเกต
ความหลงใหลที่เธอมีต่อเศษผลึกจึงเป็นเรื่องธรรมชาติ
“แค่มองแวบเดียวก็รู้แล้วว่าเศษผลึกพวกนี้มีความบริสุทธิ์ไม่ต่ำกว่า 60% บ้าเอ๊ย!” ซาร่าห์มองไปทางคนของแผนกกักกันด้วยความอิจฉา “พวกนายนี่สบายกันจริง ๆ นะ เราแทบไม่ได้ทำอะไรเลย แต่ก็ยังได้เศษผลึกบริสุทธิ์เยอะมาก ทำไมแผนกนี้ถึงหากำไรไม่ได้ทั้ง ๆ ที่ฟาร์มเศษผลึกง่ายขนาดนี้เนี่ย?”
“เรื่องนั้น…”
ไคล์ได้แต่คลี่ยิ้มแบบฝืน ๆ ขณะตอบเธอ เรื่องเก็บเศษผลึกมันไม่ได้ยากเย็นอะไรหรอก ถ้าเขาลุยเองคนเดียวก็น่าจะรวบรวมได้พอกันนั่นแหละ
ปัญหาคือเขามัวแต่ยุ่งอยู่กับการเคลียร์เกตแรงก์สูง ๆ เลยต้องปล่อยให้เกตแรงก์ต่ำเป็นหน้าที่ของคนที่มีประสบการณ์ยังน้อย
จำนวนทรัพยากรที่กิลด์ต้องใช้ในการเคลียร์เกตครั้งแรกของแผนกกักกันสูงกว่าเกตของแผนกอื่นมาก ไม่เพียงเท่านั้น อัตราการเสียชีวิตก็สูงกว่ามากด้วย
มันไม่ได้ง่ายดายอย่างที่เธอคิดเลยสักนิด
ไคล์กำลังจะพูดถึงเรื่องนี้ แต่กลับโดนเคเลนเหลือบตามองใส่และขัดจังหวะเสียก่อน
“บางทีสาเหตุที่ทำกำไรไม่ได้อาจจะเป็นเพราะว่าพวกเขาเสียเวลาไปกับการเตรียมตัวมากเกินไปล่ะมั้ง ผมได้ยินมาว่าการจะเข้าแผนกนี้ได้ต้องมีความกล้ามาก ๆ แต่…”
เคเลนทำหน้าปั้นยากพลางละสายตาจากไคล์และก้าวเข้าสู่โซนแผนกกักกัน ที่ซึ่งเต็มไปด้วยฉากกั้นระหว่างโต๊ะทำงานมากมาย
“…เท่าที่ผมเห็น ไม่ใช่ความกล้าหรอก ผมมองว่าเป็นอย่างอื่นมากกว่า”
“เป็นอะไรล่ะ?”
ไคล์ขมวดคิ้วมองเคเลน เขาสัมผัสได้เลยว่าอะไรก็ตามที่เคเลนพยายามจะสื่อถึง มันไม่ใช่เรื่องดีแน่นอน
เมื่อเห็นไคล์ฮุบเหยื่อ ริมฝีปากของเคเลนก็ยกมุมขึ้น พร้อมอ้าปากเพื่อจะพูด แต่แล้ว…
ปัง!
เสียงกระแทกรุนแรงดังขึ้นจากระยะไกล ดึงความสนใจของทุกคนให้หันไปทางประตูบานหนึ่ง ร่างซีดเผือดซวนเซออกมาจากความมืดมิดที่โอบล้อมด้านในประตูบานนั้น ดวงตาของเขาเบิกกว้างและสั่นระริก
เขาเอื้อมฝ่ามืออันสั่นเทาไปทางกรอบประตู เปล่งเสียงออกมาได้เพียงกระซิบแผ่วเบา
“ช-ช่วยด้วย…”
ทว่าก่อนที่ปลายนิ้วของเขาจะได้แตะขอบ ร่างหนึ่งก็โผล่ออกมาด้านหลังเขา ร่างนั้นเอียงศีรษะเล็กน้อย ส่งเสียงเรียบนิ่ง
“ไม่เอาน่า คุณเพิ่งเล่นไปนิดเดียวเองนะ มาเล่นต่อเถอะ ผมอยากได้ข้อมูลเพิ่มอีก”
“ไม่ ไม่ ไม่…”
“ช่วยผมหน่อยเถอะน่า”
ใบหน้าของโรวานบิดเบี้ยว สีหน้าซีดขาวราวกับโดนสูบเม็ดสีออกไปจากผิวหนัง เขาสะบัดศีรษะขึ้น ดวงตาสบเข้ากับไคล์และคนอื่น ๆ ท่ามกลางความสิ้นหวังที่ถาโถมฉับพลัน เขาเอื้อมมือไปหาพวกเขาพร้อมกับกรีดร้องสุดปอด:
“ช่วยด้วย! ช่วยฉันด้วย!! ฉันไม่ไหวแล้ว! ช่วยฉันที!”