Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

เกมของผมไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นซะหน่อย! - ตอนที่ 149 กลับมา 1

  1. Home
  2. เกมของผมไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นซะหน่อย!
  3. ตอนที่ 149 กลับมา 1
Prev
Next

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

ตอนที่ 149 กลับมา 1

เมื่อกี้เธอพูดว่าอะไรนะ?

พอได้ยินคำที่ไม่ได้คาดคิด ร่างกายพลันแข็งทื่อทุกสัดส่วน

สะเก็ดทางความคิด สะเก็ดทางความคิด สะเก็ดทางความคิด

คำนั้นวนเวียนอยู่ภายในหัว มันฉายวนซ้ำแล้วซ้ำเล่าขณะที่ผมครุ่นคิดถึงคำห้าพยางค์ที่ไม่ได้ยินมานานแสนนาน แต่กลับเป็นสิ่งที่ผมพยายามหาทางรักษามาโดยตลอด

เท่าที่ผมรู้ มันไม่มีวิธีรักษาได้

หนทางรักษาเพียงอย่างเดียวคือระบบประหลาดที่ผมมีอยู่

ทว่า…

ผู้หญิงตรงหน้ากำลังบอกว่าเธอเป็นโรคเดียวกับผม?

แล้วเธอมีชีวิตอยู่มาได้นานขนาดนี้ทั้งที่เป็นโรคเดียวกันเนี่ยนะ?

ผมไม่เข้าใจ

นี่ผมโดนหลอกมาตลอดเลยหรือเปล่า? แบบที่พวกกิลด์บอกว่าไม่มีทางรักษาได้จริง ๆ คือโกหก?

…ระบบประหลาดนี่เป็นแหล่งเดียวที่สามารถรักษาผมจากโรคนี้ได้แน่เหรอ?

ไม่สิ ที่สำคัญที่สุดคือ เธอรู้ได้ยังไง? ผมไม่เคยเจอคนที่จับสังเกตได้เลยสักคนเดียว ไม่ว่าจะเป็นหัวหน้าแผนก หัวหน้าทีม หรือแม้แต่ไคล์… เธอจับสังเกตถึงมันได้เร็วขนาดนี้ยังไงกัน?

“แกน่าจะลองดู… สีหน้าของตัวเองหน่อยนะ”

รอยยิ้มของหญิงชรากว้างขึ้นขณะมองผม ดูเหมือนจะมีความสุขกับความระส่ำระส่ายภายในใจผม

“คนอื่นคง… บอกแกมาหลายครั้งแล้วสินะว่าโรคของแกมันไม่มีทางรักษา แล้วแกก็จะตายแบบที่ทำอะไรกับมันไม่ได้เลย… ฉันพนันได้เลยว่านั่นเป็นสิ่งเดียวที่แกได้ยินมาทั้งชีวิตแน่นอน”

ใช่แล้วล่ะ

มันเป็นตามนั้นจริง ๆ

แต่ในตอนนั้น สภาพของผมมันคนละกรณี

ไม่มีใครรู้ว่าโรคประหลาดที่กำลังกัดกินตัวผมอยู่คืออะไร หมอทุกคนที่ผมดั้นด้นไปหาต่างก็ให้คำตอบเดียวกันหมด

จิตใจของผมกำลังเสื่อมถอย ทว่าสมองกลับไม่มีอะไรผิดปกติ

จนกระทั่งผมหลุดมายังโลกแปลก ๆ แห่งนี้ ผมถึงได้รู้ตัวตนของโรคที่รุมเร้าตัวเองมาแสนนาน

สะเก็ดทางความคิด

ผม… มีสะเก็ดทางความคิด

แต่ถึงจะเข้าใจว่ามันคืออะไร ผมกลับยิ่งรู้สึกงงหนักกว่าเดิม

เท่าที่ผมเข้าใจ สะเก็ดทางความคิดเกิดจากการที่โหนดในสมองมีรอยร้าวมากเกินไป

ผมไม่มีโหนด

ในโลกเก่าของผมไม่มีสิ่งที่เรียกว่าโหนดด้วยซ้ำ ความผิดปกติก็ไม่มีอยู่จริงเช่นกัน พวกมันเป็นเพียงเรื่องแต่งปรำปราเสียมากกว่า

ถึงอย่างนั้น…

ผมก็ยังมีสะเก็ดทางความคิด ได้ยังไงไม่รู้?

นี่มันสมเหตุสมผลตรงไหนเนี่ย?

ไม่เห็นจะสมเหตุสมผลเลยสักนิด คำถามเกี่ยวกับสถานการณ์ของผมในปัจจุบันมีมากมายที่ผมอยากได้คำตอบเหลือเกิน

แต่เหนือสิ่งอื่นใด ผมอยากหายจากการเป็นโรคนี้

ผมอยากเป็นอิสระสักครั้งในชีวิต ไม่อยากตื่นมาแล้วคิดว่าวันนี้อาจจะเป็นวันสุดท้ายของตัวเอง

ผมอยากตื่นมาแล้วรู้ว่าวันนี้…

เป็นวันที่ผมตั้งตารอคอยที่จะใช้ชีวิตได้จริง ๆ

“แกดูลังเลนะ ฉัน… แทงใจดำล่ะสิ?”

หญิงชรายังคงพูดต่อไปเมื่อสังเกตเห็นความสั่นคลอนของผมจากแรงกดบนลำคอของเธอที่เริ่มผ่อนคลายลงเล็กน้อย

“ฉันมองออกนะว่าแกหาทางรักษาแบบเอาเป็นเอาตายอยู่ ฉันทำให้ได้นะ… รักษาโรคนั่นน่ะ”

คำพูดของเธอเปรียบเสมือนเสียงกระซิบแห่งการล่อลวง

เมื่อได้ยินเช่นนั้น เสียงต่าง ๆ ก็เริ่มกระซิบในจิตใจของผม

‘ฟังเธอสิ’

‘รับการรักษาสิ…’

‘เธอเป็นตัวอย่างให้เห็นแล้วว่าการรักษามันได้ผล แกเองก็ยังไม่รู้เจตนาที่แท้จริงของระบบเลยไม่ใช่รึไง ฟังเธอจะไม่ง่ายกว่าเหรอ?’

ชั่วขณะหนึ่ง ผมไขว้เขว

เพียงชั่วขณะสั้น ๆ นั้น… ผมเผลอคิดที่จะหันไปพึ่งพวกลัทธิจริง ๆ

ทว่ามันก็แค่ชั่วพริบตาเดียวเท่านั้น

“ว่าไงล่ะ? ถ้าแกปล่อยฉันไป—”

“ไม่”

ผมขัดจังหวะผู้หญิงคนนั้น ลบเลือนรอยยิ้มไปจากใบหน้าของเธอในทันทีพร้อมกับสีหน้าที่ค่อย ๆ เปลี่ยนไป อย่างเชื่องช้า… กลายเป็นไร้อารมณ์

ดวงตาของเธอกลวงเปล่ามากขึ้น ถึงขั้นแค่สบตาก็เพียงพอที่จะทำให้ผมรู้สึกหนาวสั่นได้

“แน่ใจเหรอ?”

“แน่สิ”

ไม่ต้องเสียเวลาลังเลคิดคำตอบเลยด้วยซ้ำ

ผมรู้ดีว่าต่อให้ตัวเองอยากรับข้อเสนอนั้น ระบบก็คงไม่อนุญาตอยู่ดี นอกจากนี้ยังมีหลายสิ่งอย่างในกิลด์ที่ผมต้องจำเป็นต้องทำอยู่ด้วย

ผมมีระบบอยู่กับตัวแล้ว

แถมมันยังช่วยผมพัฒนาเกมอีก

นั่นคือทั้งหมดที่ผมอยากทำ

ผมเป็น… นักพัฒนาเกมสยองขวัญนะ

การเข้าร่วมลัทธิประหลาดที่ผมไม่รู้ที่มาที่ไป ไม่ใช่สิ่งที่ผมสนใจเลยสักนิด

ผมอยากทำให้คนขวัญผวาด้วยวิธีการที่แตกต่างออกไป แบบมีจริยธรรมมากกว่าลัทธินี่น่ะ

“แก… จะต้องเสียใจที่ตัดสินใจแบบนี้”

“ก็อาจจะนะ”

เรียวมือยังคงกดลำคอของเธอ ผมเบี่ยงไปด้านข้างเล็กน้อยและหมุนตัวเธอให้หันหลังกลับ ก่อนจะคว้าท้ายทอยของเธอ

ในจังหวะเดียวกันนั้นเอง ชายบิดเบี้ยวข้างกายก็เคลื่อนไหวตาม พยายามจะเอื้อมมือมาหาผม แต่ก็ชะงักไปทันทีที่ผมเพิ่มแรงกดลงบนลำคอของหญิงชรา

‘ใช่ ตามคาดเป๊ะ… มันไม่ขยับตราบใดที่ขู่เอาชีวิตเธอเอาไว้’

“ไป เดินหน้าซะ”

ผมดันตัวเธอด้วยฝ่ามือ นำทางไปยังประตูบ้าน โดยที่หญิงชราทำตามคำสั่งโดยไม่ปริปากพูดสักคำ

ทว่าพอพ้นเขตบ้าน ผมหยุดเดินและเหลียวมองข้างหลัง

“ให้มันอยู่ตรงนี้ ถ้ามันตามมา ฉันฆ่าแกแน่”

“…ถ้าฆ่าฉัน แกก็ต้องตายเหมือนกัน”

“ก็รู้ไง เพราะงั้นเรามาทำตัวเป็นมิตรต่อกันดีกว่านะ”

ผมมอบรอยยิ้มให้อย่างสุภาพ เธอไม่ตอบกลับและผมก็ไม่ได้ใส่ใจจะฟังคำตอบขณะนำตัวเธอออกจากบ้าน ในเวลาเดียวกัน ผมหันไปมองชายบิดเบี้ยวที่ยืนอยู่ตรงประตู จ้องมองมาทางเราโดยไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่มัดกล้ามเดียว

มันแค่ยืนอยู่ตรงนั้น จ้องมองพวกเราไร้ร่องรอยแห่งอารมณ์

ผมละสายตาหลังจากรู้สึกอึดอัดชั่วครู่หนึ่ง แล้วส่งสัญญาณให้หญิงชราเคลื่อนไปข้างหน้า พวกเราเริ่มเดินข้ามถนนอันอ้างว้างของเมือง ที่ซึ่งมีเสาไฟส่องแสงริบหรี่ราวกับถ่านที่กำลังมอดดับภายใต้ความมืดมิดที่กดทับลงมา

แต่ละเสียงฝีเท้าของพวกเราดังกึกก้อง ถูกความเงียบงันกลืนหายแล้วก็สะท้อนกลับมาราวกับว่ามีบางสิ่งบางอย่างกำลังฟังอยู่ ณ สุดขอบเขตของแสงสว่าง

ชั่วจังหวะหนึ่ง ผมเกือบจะคิดว่าตัวเองเห็นเงาร่างสูงยืนอยู่เบื้องล่างแสงไฟ

แต่มันก็แค่ชั่วจังหวะเดียวสั้น ๆ เท่านั้นก่อนจะหายลับไป ที่น่าแปลกใจที่สุดคือท่าทางเล็กน้อยของหญิงชรา เธอพึมพำอะไรบางอย่างเบา ๆ

มันเบามากจนผมเกือบคิดว่าเสียงนั้นเป็นแค่จินตนาการ

แต่ว่า

‘ฉันไม่ได้หลอนไปเองหรอก’

ตลอดทางที่เดินมา ต่างคนต่างไม่พูดคุยกัน

ความเงียบสงัดโอบล้อมจากทุกด้าน มีเพียงเสียงฝีเท้าของพวกเราแผ่วเบาและอู้อี้ที่คอยทำลายมันลง

ผมเดินต่อไปแบบนั้น นำหญิงชราไปยังสถานีรถไฟอันคุ้นเคย

เมื่อเห็นสถานีรถไฟ ผมก็ลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก

‘ใกล้ถึงแล้ว อีกนิดฉันก็จะได้กลับโลกจริงสักที’

ประสบการณ์ทั้งหมดนี้รู้สึกเหมือนฝันร้ายสำหรับผมเลย ไม่เพียงแต่ลัทธิที่ผมพยายามสืบสวนจะใหญ่โตและยุ่งยากกว่าที่คาดคิดไว้แล้ว ยังดูทรงจะสามารถสะเก็ดทางความคิดได้อีกด้วย

‘แล้วก็มีเรื่องผู้ก่อตั้งที่เธอพูดถึงนั่นอีก… เขาเป็นใครกันแน่ เขามีส่วนเกี่ยวข้องยังไงกับหมอกรอบเกาะพวกนี้?’

คำถามมากมายผุดขึ้นในสมอง ทว่าไร้ซึ่งคำตอบใด ๆ

แต่ไม่เป็นอะไรหรอก

ผมเข้าใจว่าตัวเองจะได้รับคำตอบในเร็ว ๆ นี้ และท้ายที่สุด เมื่อหยุดลงตรงหน้ารถไฟแสนคุ้นตา ผมก็เปิดประตูตู้โดยสารและเข้าไป สายตาจับจ้องหนทางออกจากโลกใบนี้

‘ในที่สุด’

ในที่สุด ผมก็ได้กลับมายังโลกแห่งความเป็นจริงสักที

T/L: จริง ๆ แล้วชื่อตอน ‘กลับมา’ มันแปลว่าคนแปลกลับมาจากการอาการท้องเสียแล้ว (ฮา) โดนกินเลี้ยงสงกรานต์ทำพิษค่ะ ขออภัยที่ห่างหายไปนานนะคะ

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 149 กลับมา 1"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย