หยุดหมอนี่ที! ก่อนที่วิถีเซียนจะเพี้ยนไปกว่านี้ - บทที่ 900 ชื่อของเจ้านั้นซ ้ากับบุคคลสำคัญเสียแล้ว
- Home
- หยุดหมอนี่ที! ก่อนที่วิถีเซียนจะเพี้ยนไปกว่านี้
- บทที่ 900 ชื่อของเจ้านั้นซ ้ากับบุคคลสำคัญเสียแล้ว
บทที่ 900 ชื่อของเจ้านั้นซ ้ากับบุคคลสำคัญเสียแล้ว
“ข้าชื่ออวี้เมิ่งเมิ่งไงเล่า”
อวี้เมิ่งเมิ่งกล่าว รู้สึกว่าหลังจากลู่หยางได้ยินชื่อของนางแล้ว
ปฏิกิริยาของเขาช่างแปลกประหลาด ราวกับเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน
ชื่ออวี้เมิ่งเมิ่งจริงๆ งั้นหรือ?
นั่นมันไม่ใช่ชื่อปลอมที่ศิษย์พี่ใหญ่ใช้ตอนปลอมตัวเป็นประมุข
ลัทธิสวรรค์หรอกหรือ?
ลู่หยางพินิจมองคุณหนูหยุนอย่างละเอียด คิดในใจว่าชื่อของ
หญิงสาวผู้นี้ช่างน่าสนใจ ซ ้ากับชื่อปลอมของศิษย์พี่ใหญ่เสียอย่าง
นั้น
“ท่านรู้จักข้าหรือ?” อวี้เมิ่งเมิ่งถามอย่างลังเล รู้สึกว่าแววตาของ
ลู่หยางที่มองนางขึ้นๆ ลงๆ นั้นไม่เหมือนคนดีเท่าไรนัก
“ไม่รู้จักหรอก แต่ข้าเคยได้ยินชื่อนี้ มันซ ้ากับบุคคลสำคัญผู้
หนึ่ง หากเจ้าออกไปข้างนอกใช้ชื่อนี้ อาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิด
ได้”
“บุคคลสำคัญอย่างไรหรือ?” อวี้เมิ่งเมิ่งคิดในใจว่าชื่อของตน
ช่างเป็นชื่อที่พบได้ทั่วไปเช่นนั้นหรือ ถึงได้ซ ้ากับบุคคลสำคัญ
ลู่หยางย่อมไม่อาจบอกได้ว่าเจ้าชื่อซ ้ากับชื่อปลอมของประมุข
พวกเรา ตอนนี้ตัวตนของเขาคือศิษย์สำนักเวิ่นเต๋า ไม่ใช่รองประมุข
ลัทธิสวรรค์
“เวลานี้ น่าจะมีการเล่านิทานอยู่”
ลู่หยางเปิดประสาทสัมผัสทั้งห้า ฟังเสียงรอบข้าง แยกแยะโรงน ้า
ชาที่มีการเล่านิทานออกจากเสียงอึกทึกโดยรอบ
ถนนสายนี้เป็นถนนสายหม้อไฟ ถัดไปก็เป็นถนนอาหารว่าง
ถนนของเก่า เป็นต้น แถบนี้มีโรงน ้าชามากมาย
“ไปเถอะ ข้าจะพาเจ้าไปฟังนิทาน แล้วเจ้าจะเข้าใจเอง”
สองคนเดินวกวนไปมาจนมาถึงโรงน ้าชาแห่งหนึ่ง ลู่หยางสั่งชา
ชั้นดีที่สุดหนึ่งกา พร้อมขนมเต็มโต๊ะ เชิญอวี้เมิ่งเมิ่งฟังนิทาน
“…เล่ากันว่าในศึกเมืองฮั่นสุ่ยครั้งนั้น ผู้สูงส่งยุคโบราณทั้งสอง
องค์ใช้ฝันเป็นวิถี ดึงชาวเมืองฮั่นสุ่ยนับแสนเข้าสู่ภวังค์ฝัน จัดการ
ต่อสู้ที่เรียกได้ว่าแย่งชิงการสร้างสรรค์จากฟ้าดิน”
“…แต่ไม่มีใครคาดคิดว่า จะมีบุคคลหนึ่งสามารถบุกเข้าสู่โลกใน
ความฝันที่ผู้สูงส่งทั้งสองสร้างขึ้น บุคคลนั้นเดินอย่างไม่เร่งรีบในโลก
แห่งความฝัน ไม่สนใจผู้สูงส่งทั้งสองแม้แต่น้อย!”
“ผู้สูงส่งทั้งสองเมื่อเห็นบุคคลผู้นั้น ต่างรู้สึกราวกับเผชิญศัตรู
ยิ่งใหญ่ เหงื่อเย็นไหลอาบหน้าผาก ใช้เสียงแหบแห้งถามว่า ‘ท่าน
เป็นใครกัน?!’”
“บุคคลผู้นั้นเพียงแค่ชำเลืองมองผู้สูงส่งทั้งสองครั้งหนึ่ง ผู้สูงส่ง
ทั้งสองก็รู้สึกเหมือนตกลงในบ่อน ้าแข็ง ราวกับคนนอกขอบเขตที่ได้
เห็นฟ้าสวรรค์”
“บุคคลผู้นั้นใช้น ้าเสียงที่ไม่เปลี่ยนแปลงนิรันดร์แนะนำตัวเอง
‘ประมุขลัทธิสวรรค์ อวี้เมิ่งเมิ่ง’”
เสียงหายใจเฮือกดังขึ้นจากทุกทิศทาง แม้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ลูกค้า
โรงน ้าชาได้ยินตอนนี้ แต่เมื่อได้ฟังฉากที่ประมุขลัทธิสวรรค์อวี้เมิ่ง
เมิ่งปรากฏตัวอีกครั้ง ก็ยังคงสัมผัสได้ถึงความเฉียบขาดที่ตัดผ่าน
กาลเวลานับหมื่นปีจากถ้อยคำเพียงสองสามคำ
“…อีกเรื่องคือศึกทะเลตงไห่ เซียนองค์หนึ่งก้าวออกมาจากหมอก
สีเทา ทุกการเคลื่อนไหวแสดงถึงอานุภาพฟ้าดิน ต้องการสังหาร
บรรพบุรุษโบราณตระกูลมังกร หนึ่งในสี่เทพผู้ปกครองสวรรค์แห่ง
ลัทธิสวรรค์”
“ในขณะนั้นเอง ประมุขลัทธิสวรรค์ก็ปรากฏตัว การต่อสู้ระหว่าง
เซียนครั้งแรกหลังจากยุคโบราณก็เริ่มต้นขึ้น เซียนทั้งสองต่อสู้กัน
ทั่วทั้งดินแดนเซียนต่างรับรู้ได้…”
“…ไม่รู้ว่าต่อสู้กันกี่ยกต่อกี่ยก เซียนหญิงที่ออกมาจากหมอกสี
เทาพ่ายแพ้ ประมุขอวี้ไล่ตามติด ทั้งสองหายไปจากหว่างฟ้าดิน…”
ลู่หยางส่งขนมชิ้นสุดท้ายในจานให้อวี้เมิ่งเมิ่ง “ก็เป็นเช่นนี้แหละ
เจ้าชื่อซ ้ากับประมุขลัทธิสวรรค์”
อวี้เมิ่งเมิ่งฟังอย่างหลงใหล ทำไมทั้งสองคนชื่ออวี้เมิ่งเมิ่ง
เหมือนกัน แต่คนหนึ่งเก่งกาจนัก ส่วนอีกคนอ่อนแอเหลือเกิน?
ลู่หยางถอนหายใจ “คงเป็นเพราะตอนที่ครอบครัวตั้งชื่อให้เจ้า ก็
คงไม่คิดว่าเจ้าจะชื่อซ ้ากับผู้ทรงพลังยุคโบราณ”
“ช่างเถอะๆ เรื่องเล็กทั้งนั้น ข้าจะตามท่านไปหอกระบี่นั่น เมื่อ
เรื่องเสร็จสิ้นแล้ว ข้าจะพาท่านไปหาเพื่อนสนิทของข้า”
“เพื่อนสนิท?”
ลู่หยางคิดในใจ ข้าก็รู้อยู่แล้วว่าคุณหนูผู้นี้คงไม่ได้โง่เขลาถึง
ขนาดหนีออกจากบ้านโดยไม่มีที่ไป ต้องมีจุดหมายปลายทาง
แน่นอน
ลู่หยางเห็นว่าอวี้เมิ่งเมิ่งมีวิทยายุทธ์ขั้นแก่นทองคำ ก็ไม่ใช่แค่คน
สวยไร้ความสามารถ พรสวรรค์ในการบำเพ็ญก็น่าทึ่ง
ตอนนี้เขาเลื่อนขั้นเป็นขั้นแปลงร่างเซียนขั้นต้น ผู้บำเพ็ญน้อย
นักที่จะซ่อนวิทยายุทธ์หลบสายตาเขาได้ เว้นแต่อีกฝ่ายจะเป็นผู้
บำเพ็ญขั้นรวมร่าง
แต่บ้านไหนจะมีผู้บำเพ็ญขั้นรวมร่างที่ออกจากบ้านโดยไม่พก
เงิน แถมยังกินฟรีนอนฟรีอีกเล่า
“อืม เพื่อนสนิทของข้าเก่งมากนะ โดยเฉพาะเก่งในการต่อสู้ แต่
นิสัยเรียบง่ายมาก คนที่รู้ว่านางเก่งมีไม่มาก หากนางสอนท่านสัก
สองประโยค รับรองว่าท่านจะได้ประโยชน์มหาศาล”
เมื่อพูดถึงเพื่อนสนิท สีหน้าของอวี้เมิ่งเมิ่งก็เปี่ยมไปด้วยความ
ภาคภูมิใจ
“เก่งในการต่อสู้?”
“แน่นอนสิ ที่บ้านของพวกเรา นางเป็นคนที่เก่งที่สุด ไม่มีใคร
เอาชนะนางได้”
ลู่หยางไม่ได้ใส่ใจคำพูดของอวี้เมิ่งเมิ่งนัก เพื่อนสนิทของเจ้าจะ
เก่งแค่ไหน จะเก่งเท่าศิษย์พี่ใหญ่ได้หรือ?
อย่าว่าแต่ศิษย์พี่ใหญ่เลย เพื่อนสนิทของเจ้าเก่งกว่าข้าก็นับว่า
ไม่เลวแล้ว
ลู่หยางและอวี้เมิ่งเมิ่งกินไปเที่ยวไป ค่อยๆ เดินทางมาถึงหอกระบี่
“บ้านเจ้าแต่ก่อนไม่ให้เจ้ากินอาหารหรือไร?” ลู่หยางมองอวี้เมิ่ง
เมิ่งด้วยสายตาประหลาด อวี้เมิ่งเมิ่งยังถือเส้นวุ้นเส้นย่างไม้หนึ่ง ซื้อ
มาจากร้านเนื้อย่าง ‘มาอีกครั้ง’
“แน่นอนว่ามีของกิน รสชาติก็ไม่เลว อย่างเช่นลูกท้อ แต่กิน
มากๆ ก็รู้สึกเลี่ยนได้ อีกอย่างรสชาติก็จืดชืด ไม่เหมือนที่นี่”
ลู่หยางคิดในใจ หากเจ้าอยากกินอาหารรสจัด มาแคว้นซู่ก็
นับว่ามาถูกที่แล้ว หากเจ้าคิดว่ารสชาติที่นี่ยังอ่อน ข้าคงต้องเชิญ
เซียนมาเข้าร่างทำอาหารให้เจ้าแล้วล่ะ
ลู่หยางเห็นภาพเลือนรางของกระบี่เซียนขนาดมหึมาตั้ง
ตระหง่านเสียดฟ้า ปักอยู่บนพื้น ด้ามกระบี่ถูกเมฆบางส่วนบดบัง ราว
กับมีและไม่มี
เมื่อมองดูอย่างละเอียด จึงพบว่านั่นไม่ใช่กระบี่เซียนขนาดมหึมา
แต่เป็นหอไม้รูปทรงคล้ายกระบี่
นั่นคือหอกระบี่นั่นเอง
ผู้ฝึกกระบี่มากมายต่างมุ่งหน้าไปยังหอกระบี่ ผู้ฝึกกระบี่ที่ปกติ
หาพบได้ยากมารวมตัวกันที่นี่
ที่นี่ ลู่หยางได้เห็นผู้ฝึกกระบี่ชั้นยอดในชุดขาวดั่งหิมะ สะพาย
กระบี่วิเศษ ได้เห็นศิษย์สำนักพุทธที่ถือลูกประคำ มีดาบปัญญาห้อย
ที่เอว ยังมีปีศาจใหญ่ที่แปลงร่างได้และยังแปลงร่างไม่สมบูรณ์มาที่นี่
ด้วย
กระบี่ไม่ใช่อาวุธเฉพาะของมนุษย์ ปีศาจมากมายก็ชื่นชอบการ
ใช้กระบี่เป็นอาวุธ
นอกจากผู้ฝึกกระบี่จากเขตปีศาจ ทะเลตงไห่ และดินแดนพุทธ
แล้ว ลู่หยางยังเห็นผู้บำเพ็ญจากดินแดนขั้วเหนือสุด
ดินแดนขั้วเหนือสุดหนาวเย็นจัด ผู้คนอาศัยอยู่เบาบาง แม้แต่
เกาะเผิงไหลซึ่งเป็นอำนาจใหญ่ก็ไม่มี ผู้บำเพ็ญที่นั่นส่วนใหญ่เป็นผู้
บำเพ็ญอิสระ หรือไม่ก็สืบทอดแบบอาจารย์ศิษย์อย่างง่าย
ผู้ฝึกกระบี่จำนวนมากชอบไปยังดินแดนขั้วเหนือสุดที่หนาวเย็น
เพื่อฝึกฝนวิถีกระบี่ หวังให้วิถีกระบี่ก้าวขึ้นอีกขั้น
ผู้ฝึกกระบี่จากดินแดนขั้วเหนือสุด ย่อมเป็นผู้แข็งแกร่งในหมู่ผู้
ฝึกกระบี่
ลู่หยางเดินวนรอบหอกระบี่ครึ่งรอบ ไม่นานก็พบจุดหมายของ
การมาที่นี่ – ร้านกระบี่
ในร้านกระบี่มีกระบี่หลากหลายแขวนอยู่บนกำแพง กระบี่ยาว
กระบี่สั้น กระบี่กว้าง กระบี่แคบ… มากมายหลากหลาย
กระบี่ที่แขวนอยู่ที่นี่ล้วนเป็นกระบี่คุณภาพดี แม้แต่ศิษย์หอกระบี่
ก็ต้องซื้อจากที่นี่
แต่ก็ยังไม่ถึงระดับที่จะเข้าตาลู่หยาง
“คุณภาพไม่ได้เรื่องเลย”
กระบี่ที่เขาต้องการ อย่างน้อยต้องรับพลังขั้นรวมร่างได้ กระบี่ที่
แขวนอยู่หน้าร้านกระบี่ จะมีคุณภาพระดับนั้นได้อย่างไร
“ใครกันพูดว่ากระบี่ในร้านของพวกเราคุณภาพไม่ได้เรื่อง?”
เสียงไม่พอใจดังมาจากในร้านกระบี่ ชายหนุ่มคนหนึ่งเปิดม่านเดิน
ออกมา มือถือค้อนเหล็กขนาดใหญ่
ชายหนุ่มเห็นลู่หยาง ก็ชะงักไป
ลู่หยางก็จำชายหนุ่มได้เช่นกัน
“ศิษย์พี่ลู่หยาง!”
“ศิษย์น้องหมิงไท่”
เขาคือศิษย์แท้แห่งหอกระบี่ วิญญาณกระบี่ของผู้สูงส่งแห่งหอ
กระบี่ หมิงไท่