หยุดหมอนี่ที! ก่อนที่วิถีเซียนจะเพี้ยนไปกว่านี้ - บทที่ 766 ลงมือยังเบาไป
หัวหน้าเผ่าเสี่ยวหมิงลี่ที่กำลังหัวเราะร่าเริงเมื่อครู่ เสียงหัวเราะ
ค่อยๆ เหี่ยวแห้ง สุดท้ายกลายเป็นเสียงหัวเราะฝืดๆ
ผู้อาวุโสปีกดำเอื้อมกรงเล็บมาเกาะบนไหล่ของหัวหน้าเผ่าเสี่ยว
ดวงตาเย็นเยียบราวกับมองศพ
“ท่าน… ท่านบรรพบุรุษ… ยังมีคนนอกอยู่นะขอรับ เดี๋ยวมันจะดู
ไม่ดี”
หัวหน้าเผ่าเสี่ยวเอาลู่หยางและคณะมาเป็นโล่กำบัง
ผู้อาวุโสปีกดำที่ปกติให้ความสำคัญกับหน้าตาไม่สนใจเรื่อง
พวกนั้นอีกแล้ว คว้าคอหัวหน้าเผ่าเสี่ยวไว้
ลู่หยางเป็นคนชอบเรียนรู้ ฟังหัวหน้าเผ่าเสี่ยวเล่าเรื่องแล้วได้แรง
บันดาลใจมาก จึงรีบหยิบลูกแก้วบันทึกภาพออกมา หวังว่าจะได้
บันทึกช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิตหัวหน้าเผ่าเสี่ยวเอาไว้
น่าเสียดายที่ผู้อาวุโสปีกดำไม่ให้โอกาส เขาลากหัวหน้าเผ่า
เสี่ยวบินขึ้นไปยังรังเก่าที่อยู่ชั้นบนสุด
ไม่นาน เหนือเขตตระกูลคุนเผิงก็เต็มไปด้วยเสียงร้องของนกที่
กรีดร้องอย่างเจ็บปวด สมาชิกตระกูลคุนเผิงทุกคนวางสิ่งที่ทำอยู่ใน
มือ งุนงงเงยหน้ามองฟ้า ไม่เข้าใจว่าเสียงร้องของนกนี้มาจากไหน
ทันใดนั้น เสียงร้องของนกก็หยุดกึก
หัวหน้าเผ่าเสี่ยวตายเพราะแสวงหาความปรารถนาในใจ ตาย
อย่างสมควร
“แค่ก แค่ก ท่านบรรพบุรุษลงมือโหดจริงๆ สุดท้ายถึงกับซ้อมข้า
จนสลบ” หลังจากเสียงร้องอันน่าสยองหายไปชั่วครู่ หัวหน้าเผ่าเสี่ยว
ที่จมูกช ้าใบหน้าบวม ศีรษะยังมีขนนกสีทองปักอยู่ โซเซบินกลับมา
“ไม่รู้ว่าสลบไปนานเท่าไร”
“หัวหน้าเผ่าเสี่ยว ท่านไม่เป็นอะไรใช่ไหม ผู้อาวุโสปีกดำลงมือ
หนักเกินไปแล้ว” ด้วยมารยาท เมิ่งจิ่งโจวถามทั้งที่รู้คำตอบ
“ยังมีชีวิตอยู่ก็ถือว่าไม่เป็นไร คราวนี้โชคไม่ดี เผยเรื่องอัปยศให้
ท่านบรรพบุรุษจับได้ ในตระกูลมีคนรู้เรื่องลับเล็กๆ น้อยๆ ของท่าน
บรรพบุรุษตั้งมากมาย ไฉนไม่เห็นท่านบรรพบุรุษไปสั่งสอนพวกเขา
บ้าง?” หัวหน้าเผ่าเสี่ยวกล่าวอย่างไม่พอใจ
“ตระกูลคุนเผิงต่างรู้เรื่องสมัยหนุ่มของผู้อาวุโสปีกดำหรือ?”
“แน่นอน” หัวหน้าเผ่าเสี่ยวกล่าวอย่างมั่นใจ “ข้าถามพวกเขาว่า
รู้เรื่องของท่านบรรพบุรุษหรือไม่ ใครบอกว่าไม่รู้ ข้าก็จะเล่าเรื่องราว
ให้ฟังรอบหนึ่ง”
เมิ่งจิ่งโจวสูดลมหายใจเข้าอย่างตกใจ รู้สึกว่าผู้อาวุโสปีกดำลง
มือยังเบาไป
ลู่หยางคาดเดาว่าพลังของหัวหน้าเผ่าเสี่ยวคงจัดอยู่อันดับสอง
ของตระกูลคุนเผิง
หากมีอันดับต ่ากว่านี้ ผู้อาวุโสปีกดำคงไม่ไว้ชีวิต
ความจริงแล้วการคาดเดาของลู่หยางไม่ผิด ในตระกูลคุนเผิง
พลังของหัวหน้าเผ่าเสี่ยวเป็นรองเพียงผู้อาวุโสปีกดำ แข็งแกร่งกว่า
คุนเผิงรุ่นเก่าทั้งหลาย
“ปกติข้าตั้งใจจะพาพวกท่านเที่ยวชมตระกูลคุนเผิงด้วยตัวเอง
เพื่อทำหน้าที่เจ้าบ้านให้ครบถ้วน” หัวหน้าเผ่าเสี่ยวนวดใบหน้าเบาๆ
“แต่บาดแผลบนใบหน้าคงไม่หายในเร็ววัน ข้าปิดหน้าพาพวกท่าน
ออกไปคงไม่เหมาะสม”
“ซิงไห่ อย่าบำเพ็ญอยู่เลย มาที่นี่ที” หัวหน้าเผ่าเสี่ยวส่งเสียงสื่อ
จิตถึงลูกชายตัวเอง
ไม่นาน นกกินรีปีกทองสูงหลายสิบจั้งตัวหนึ่งลงจอดที่หน้าบ้าน
ของหัวหน้าเผ่าเสี่ยว เห็นบิดาแปลงร่างเป็นมนุษย์ เขาจึงแปลงร่าง
เป็นมนุษย์ด้วย เป็นชายหนุ่มรูปงามมีดวงตาสีเขียวมรกตและผมสี
ทอง
“นี่คือลูกชายคนเล็กของข้า เสี่ยวซิงไห่”
เสี่ยวซิงไห่เห็นบิดาถูกซ้อมจนจมูกช ้าหน้าบวม ตกใจ: “พ่อ นี่
เกิดอะไรขึ้น?”
“ไม่มีอะไร ล้มน่ะ”
“ล้มลงบนกระดองเต่าของตระกูลเสวียนอู่หรือไง?”
“ไปๆๆ อย่าถามในสิ่งที่ไม่ควรถาม” หัวหน้าเผ่าเสี่ยวโกรธจัด คิด
จะตีลูกคุนเผิงตัวน้อยนี้สักครั้ง
“หกท่านนี้คือเพื่อนจากสำนักเวิ่นเต๋า พอดีอายุใกล้เคียงกับเจ้า
เจ้าช่วยต้อนรับแทนข้าหน่อย”
ในเขตแดนของตระกูลคุนเผิง ลู่หยางและคณะไม่กล้าทำให้ผู้
อาวุโสปีกดำไม่พอใจ จึงไม่แอบอ้างเป็นศิษย์สำนักธาตุทั้งห้าอีก
“สำนักเวิ่นเต๋า หนึ่งในห้าสำนักเซียนของแคว้นต้าเซี่ยหรือ?”
เสี่ยวซิงไห่ประหลาดใจมาก
ตอนนี้เวลาผ่านไปเพียงหนึ่งสัปดาห์หลังจากเซียนห่านไห่และ
เซียนหมื่นวิชาประลองกัน ข่าวที่สำนักเวิ่นเต๋ามีกึ่งเซียนยังไม่ได้
มาถึงตระกูลคุนเผิงที่อยู่ลึกในทางตอนเหนือของทะเลตงไห่
หากเสี่ยวซิงไห่รู้เรื่องนี้ คงตกใจยิ่งกว่าเดิม
“ถ้าอย่างนั้นพวกท่านรู้จักลู่หยางและเมิ่งจิ่งโจวหรือไม่?”
“ข้าก็คือลู่หยาง นี่คือศิษย์น้องเมิ่งจิ่งโจวของข้า” ลู่หยางรีบ
แนะนำ
“ไม่ถูก ข้าเห็นในภาพวาด พวกท่านสองคนไม่ได้หน้าตาแบบนี้”
“พวกเราสำนักเวิ่นเต๋ามีศัตรูในทะเลตงไห่ค่อนข้างมาก จึงปลอม
ตัวมา”
เสี่ยวซิงไห่นึกถึงศิษย์ทั้งเก้าแห่งสำนักเวิ่นเต๋าที่แปดคนถูก
ประกาศล่าตัว จึงเข้าใจความหมายของลู่หยาง
“ถ้าอย่างนั้นพวกเราไปกัน ข้าพาพวกท่านไปเที่ยวชม”
ได้พบกับอัจฉริยะชื่อกระฉ่อนจากแคว้นต้าเซี่ย เสี่ยวซิงไห่แสดง
ความตื่นเต้นอย่างมาก เขาแปลงร่างเป็นนกกินรีปีกทอง รับลู่หยาง
และคณะขึ้นหลัง
ขนนกสีทองเหมือนแก้วสีเหลืองอำพัน ส่องประกายวับวาวเมื่อ
ต้องแสงอาทิตย์
หลังจากออกจากบ้านหัวหน้าเผ่าเสี่ยว นั่งบนหลังเสี่ยวซิงไห่ ทุก
คนจึงมีโอกาสได้เห็นสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยของตระกูลคุนเผิงเป็น
ครั้งแรก
ต้นไม้ซุ่นโม่ขึ้นเป็นป่าหนาทึบในทะเลตงไห่ สูงหนึ่งพันจั้ง หมื่น
จั้ง ครึ่งหนึ่งของลำต้นอยู่ในทะเล อีกครึ่งหนึ่งอยู่เหนือทะเล กิ่งก้าน
ใบไม้ของต้นซุ่นโม่ประสานกันเป็นผืน บังแสงอาทิตย์เบื้องบน ใต้ร่ม
เงาไม้สดชื่นน่าอยู่
ตระกูลคุนเผิงมีที่อยู่อาศัยสองแบบ แบบหนึ่งคือเจาะโพรงในช่วง
ใดช่วงหนึ่งของต้นซุ่นโม่ อีกแบบคือสร้างรังนก
บ้านของหัวหน้าเผ่าเสี่ยวเป็นแบบแรก
เนื่องจากร่างกายของชาวตระกูลคุนเผิงมีขนาดใหญ่โตมโหฬาร
ที่อยู่อาศัยของพวกเขาจึงใหญ่เกินจริงจนน่าตกใจ ปากโพรงไม้
โดยทั่วไปสูงหลายสิบจั้ง ลู่หยางและคณะยืนอยู่ที่ปากโพรง รู้สึก
เหมือนหลงเข้าไปในอาณาจักรยักษ์ยุคโบราณ
มีนกกินรีบินผ่านพวกเขาเป็นระยะ มองพวกเขาอย่างสงสัย
“เตรียมตัวลงทะเล!” เสี่ยวซิงไห่ตะโกนเตือน ขนนกบนตัว
เปลี่ยนเป็นเกล็ดสีทอง เหมือนมังกรทองในตำนาน
ลู่หยางและคณะขี่บนหลังปลาคุนสีทองตัวใหญ่ จับครีบหลังแน่น
น ้าทะเลเย็นเฉียบพุ่งเข้ามาจากทุกทิศทาง ท่วมตัวพวกเขา ไข่มุกกัน
น ้าที่หน้าอกทำงาน ขจัดแรงกดดันจากน ้าทะเล ทำให้พวกเขา
เคลื่อนไหวในทะเลได้อย่างอิสระ
ใต้ทะเลเป็นภาพชีวิตที่แตกต่างจากเหนือทะเลโดยสิ้นเชิง ปลา
คุนนับไม่ถ้วนว่ายวนในน ้า มีปลาคุนที่ใหญ่กว่าเสี่ยวซิงไห่อยู่ทั่วไป
แต่เกล็ดไม่สมบูรณ์เท่าเสี่ยวซิงไห่
ปลาคุนมีจำนวนมากกว่านกกินรีอย่างเห็นได้ชัด
“สมาชิกส่วนใหญ่ของตระกูลชอบชีวิตในน ้ามาก” เสี่ยวซิงไห่
อธิบาย
นอกจากปลาคุนแล้ว ที่นี่ยังมีเผ่าทะเลอื่นๆ อีกมากมาย เป็นเผ่า
ทะเลในละแวกใกล้เคียงที่มาซื้อขายสินค้าที่ตลาดทะเลของตระกูลคุน
เผิง
ตลาดทะเลมีขนาดเทียบเท่ากับตลาดทะเลบนเกาะเผิงไหล จาก
จุดนี้ตระกูลคุนเผิงก็สมกับเป็นหนึ่งในสิบตระกูลใหญ่แห่งทะเลตงไห่
นี่เป็นสถานที่ที่แม้แต่ชิ่นห่าวเหรินและซู่อี้เหรินก็ไม่เคยมา
งดงามจนพรรณนาไม่หมด เถาเหยาเยี่ยจ้องมองทุกสิ่งไม่กะพริบตา
ต้องการเก็บไว้เป็นฉากหลังสำหรับภาพมายาพยับแดดในอนาคต
นางตกจากเรือ ศิษย์พี่ลู่หยางกระโดดลงทะเล เห็นนางหายใจไม่
ออก จูบส่งลมหายใจให้ ช่างเป็นภาพที่งดงามเหลือเกิน
“ศิษย์พี่ลู่หยาง ถ้าหากข้าตกลงไปในทะเล ท่านจะช่วยข้าไหม?”
ลู่หยางมองเถาเหยาเยี่ยขึ้นลงอย่างแปลกใจ เห็นนางเคลื่อนไหว
ในน ้าได้อย่างคล่องแคล่ว ไม่เข้าใจว่าทำไมจึงถามเช่นนี้
“ศิษย์น้องน ้าเข้าสมองด้วยหรือ?”
“…ข้าหมายถึงข้าอยากใช้ทะเลตงไห่เป็นฉากหลังถ่ายภาพมายา
พยับแดดสักเรื่อง โดยมีฉากหนึ่งคือข้าตกลงไปในทะเล ท่านไปช่วย
ข้า”
ลู่หยางเข้าใจแจ่มแจ้ง กล่าวอย่างตื่นเต้น: “ที่แท้เป็นเช่นนี้ ถ้า
อย่างนั้นศิษย์น้องตกลงไปในทะเลย่อมเป็นฝีมือของตระกูลมังกรแห่ง
ทะเลตงไห่ หลังจากข้าช่วยเจ้าขึ้นมา ก็ต่อสู้กับตระกูลมังกรแห่งทะเล
ตงไห่สามร้อยกระบวนท่า รีดเอาเส้นเอ็นมังกร ตระกูลมังกรแห่งทะเล
ตงไห่เพื่อแก้แค้นข้า จึงจะให้น ้าท่วมเกาะเผิงไหล ข้าองอาจปรากฏ
ตัว ยอมตายต่อหน้าตระกูลมังกร”
“หลังจากนั้นศิษย์พี่ใหญ่ปรากฏตัว เก็บรวบรวมสามเจตจิตเจ็ด
วิญญาณของข้า สร้างร่างรากบัว ข้าอาศัยร่างรากบัวได้เกิดใหม่ ก่อ
ความวุ่นวายในตระกูลมังกร คืนความสงบสุขให้ทะเลตงไห่”
“ศิษย์น้องต้องการถ่ายแบบนี้ใช่ไหม?”
“…แล้วข้าล่ะ?”
หม่านกู่ที่อยู่ข้างๆ ฟังแล้วไม่เข้าใจ: “เจ้าไม่ได้ถูกช่วยขึ้นมาแล้ว
หรือ?”