หยุดหมอนี่ที! ก่อนที่วิถีเซียนจะเพี้ยนไปกว่านี้ - บทที่ 592 เมิ่งจิ่งโจว: มีการโกงกัน
ผู้อาวุโสตระกูลหงส์พยักหน้า เมื่อครั้งยังหนุ่มเขาเคยเข้าโบราณ สุสานแห่งการสร ้างสรรค์ รู ้ดีว่าด้วยจิตใจของจางเสวี่ย นางจะผ่าน เข้าชั้นที่สามได้ยาก มีโอกาสสูงที่จะถูกคัดออก
เมื่อไม่ถูกคัดออก ก็หมายความว่าจิตใจของจางเสวี่ยพัฒนาขึ้น อย่างมาก
การเป็ นผู้นาที่ดี เพียงแค่แข็งแกร่งไม่พอ ยังต้องมีการวางแผน ต้องเรียนรู ้ที่จะหน้าหนา
เรื่องหน้าหนานี้ หัวหน้าเผ่าตระกูลฉงฉีทาได้ดีที่สุด
“ตอนนี้ยังเหลือใครที่ยังไม่ออกมา จางเสวี่ยกับซู่เหลียนเอ้อร ์?” ผู้อาวุโสเผ่าปีศาจคนหนึ่งนับจานวนคน เห็นว่าอัจฉริยะตระกูลหงส์ และตระกูลจิ้งหวีฮูยังไม่ออกมา
“ไม่ถูก ยังมีสองคนอยู่ข้างในด้วย ตามจางเสวี่ย” ซีหวินตะโกน แม้จะไม่รู ้เผ่าพันธุ์และชื่อของลู่หยางและเมิ่งจิ่งโจว แต่หน้าของพวก เขาสองคนเขาจ าได้แน่นอน
“โอ้ ตามจางเสวี่ย?” ผู้อาวุโสตระกูลจิ้วอิงหรี่ตา พบเห็นปัญหา
“ผู้อาวุโสจาง นี่ไม่ถูกต้องนะ พวกเรามีข้อตกลงกันมานานแล้ว แต่ละเผ่าเลือกได้เพียงหนึ่งคนเข้าโบราณสุสานแห่งการสร ้างสรรค์ ตระกูลหงส์ของท่านเข้าไปถึงสามคน?”
ตอนนี้เขาพยายามเบี่ยงเบนความขัดแย้ง และตามที่ซีหวินบอก อัจฉริยะพันธมิตรเผ่าปี ศาจถูกคัดออกในด่านแรก เกี่ยวข้องกับ ตระกูลหงส์อย่างปฏิเสธไม่ได้!
“เข้าไปสามคนแล้วอย่างไร?” ผู้อาวุโสจางหัวเราะเย็นชา ไม่หวั่น เกรงเลย ถ้าพูดถึงรากฐาน ตระกูลหงส์เป็ นเผ่าพันธุ์ที่แข็งแกร่งที่สุด ในเขตปี ศาจ แม้แต่ต้อเจียงยุคโบราณก็ไม่กล้าควบคุมพวกเขา ในตอนนี้
ตระกูลมังกรแบ่งเป็ นสองสาย สายหนึ่งอยู่ในเขตปีศาจ อีกสาย หนึ่งอยู่ในทะเลตงไห่ รากฐานก็แบ่งเป็ นสองส่วน สายที่อยู่ในเขต ปีศาจแข่งรากฐานไม่ได้กับตระกูลหงส์หรอก
ผู้อาวุโสจางรับเรื่องนี้ไว้เอง ไม่อาจพูดว่าลู่หยางและเมิ่งจิ่งโจว เป็ นมนุษย์ ถ้าถามที่มา จะต้องตอบว่าจากสานักเวิ่นเต๋า
ถ้าบอกว่าลู่หยางและเมิ่งจิ่งโจวล้วนเป็ นตระกูลหงส์ อาจจะไม่มี การต่อสู้ ตระกูลหงส์ข่มเหงคนมาตลอด
แต่ถ้าบอกว่าพวกเขาทั้งสองมาจากสานักเวิ่นเต๋า เกรงว่าแม้แต่ เผ่าที่มาดูเหตุการณ์ก็จะเข้ามาร่วมวงด้วย
หากกั่นเถียนเห็นคนของนางถูกรังแก แล้วเรียกอวี้จือมา เรื่องก็ จะยิ่งใหญ่ขึ้น “ตระกูลหงส์ช่างใจใหญ่จริงๆ” ตระกูลเทาเที่ย ตระกูลเสือขาว และเผ่าพันธุ์พันธมิตรเผ่าปีศาจอื่นๆ ออกมา สนับสนุนตระกูลจิ้วอิง หากใช ้โอกาสนี้ทาลายตระกูลหงส์ ก็จะเป็ นที่ถูกใจต้อเจียงยุค โบราณ
“ตระกูลหงส์บ้านใหญ่เรือนโต ซ่อนอัจฉริยะไว้สองคน เข้าไปก็ ไม่เป็ นไร” ผู้อาวุโสตระกูลมังกรออกมาสนับสนุนตระกูลหงส์
เขาทราบว่าเอ้าอวี่ได้รับความช่วยเหลือจากจางเสวี่ยจึงผ่านเข้า ชั้นที่สอง ได้รับผลวิเศษที่รักษาบาดแผลภายใน บุญคุณนี้ไม่อาจไม่ ตอบแทน
“ข้าคิดว่าตระกูลหงส์ทาผิดกฎในครั้งนี้เข้าใจได้” ผู้อาวุโส ตระกูลกระต่ายหยกโบกแขนเสื้อ ออกมายืนข้าง
“ตระกูลสุนัขฟ้ าของข้า…” “ตระกูลบะฮวาของข้า…”
มีเผ่าปีศาจมากขึ้นเรื่อยๆ ออกมาสนับสนุนตระกูลหงส์ นอกจากสมาชิกพันธมิตรเผ่าปีศาจ อัจฉริยะเผ่าปีศาจทั้งหมด ที่นี่ล้วนได้รับความช่วยเหลือจากตระกูลหงส์ ศิษย์พี่สาม “เห็น” ภาพนี้ ขมวดคิ้ว
สองเจ้าหนูนี่ทาอะไรในดินแดนลับ ทาไมเผ่าปีศาจพวกนี้ราวกับ ดื่มน้ายาสะกดจิต ยืนเข้าข้างตระกูลหงส์?
ตอนอาจารย์ของพวกเขาเข้าดินแดนลับไม่ได้เป็ นฉากแบบนี้นี่ นา
……
ลู่หยางทั้งสี่ถูกหลัวหงส่งไปยังชั้นที่สาม ชั้นที่สามมืดมากเกือบ สนิท นอกจากนี้ไม่มีอะไรอยู่เลย
หลัวหงหยิบเสื่อหญ้าสี่ผืนออกมา ปาลงบนพื้นเหมือนแจกไพ่
“อย่าตื่นเต้นไป นั่งลงกันเถอะ พวกเจ้าทั้งสี่แสดงออกได้ดีมากใน ชั้นแรกและชั้นที่สองแล้ว แม้จะไม่ผ่านชั้นที่สาม รางวัลก็ยังมากกว่า คนอื่นมาก”
การประเมินชั้นแรก ลู่หยาง เมิ่งจิ่งโจว จางเสวี่ย ได้อันดับหนึ่ง ร่วมกันตามประวัติศาสตร ์
การประเมินชั้นที่สอง ลู่หยางสูงสุด รองลงมาคือเมิ่งจิ่งโจว ตามมาด้วยจางเสวี่ย สุดท้ายคือซู่เหลียนเอ้อร ์
การประเมินโดยรวมเรียงลาดับเหมือนการประเมินชั้นที่สอง
คะแนนของลู่หยางอยู่อันดับหนึ่งตามประวัติศาสตร ์เมิ่งจิ่งโจวอยู่ อันดับสองตามประวัติศาสตร ์
ลู่หยางแสดงออกไม่ตื่นเต้นที่สุด ให้นั่งก็นั่ง
ทั้งสี่คนนั่งลง
“อย่างไร อยากจะพนันว่าใครจะได้คะแนนสูงในชั้นที่สามไหม?” เมิ่งจิ่งโจวทาหน้าตาล้อเลียนลู่หยาง อยากจะเอาคืนสักตา
“แบบนี้ไม่ดีนะ” ลู่หยางพูดพร ้อมยิ้มไปด้วย ดูไม่เข้ากับคาว่า “ไม่ดี” เลย
ทั้งคู่ล้วนเป็ นคนไม่ยอมแพ้
การแข่งที่รู ้ว่าชนะแน่นอนจะเรียกว่าการพนันได้หรือ?
เมิ่งจิ่งโจวเห็นลู่หยางยิ้มก็รู ้ว่าเห็นด้วย จึงถามต่อ “ฝ่ ายที่ชนะจะ ได้รางวัลอะไร?”
“เจ้าว่ามา”
“ฝ่ายที่แพ้ต้องทาตามสิ่งที่ฝ่ายที่ชนะขอหนึ่งอย่าง”
“ตกลงตามนี้!”
ทั้งสองไม่ได้จากัดเงื่อนไขว่าต้องอยู่ในขอบเขตความสามารถ หรือขอบเขตศีลธรรม พวกเขาล้วนรู ้ว่าอีกฝ่ ายขอสิ่งที่แน่นอนอยู่ใน ขอบเขตนี้ ไม่จาเป็ นต้องพูดมาก
หลัวหงกระแอมเบาๆ
“ในฐานะเผ่าปีศาจ สิ่งที่ลืมไม่ได้คือประวัติศาสตร ์ พวกเจ้าควร ได้รับประสบการณ์และบทเรียนจากประวัติศาสตร ์”
“ชั้นที่สามนี้ จะทดสอบความเข้าใจของพวกเจ้าต่อประวัติศาสตร ์ ยุคโบราณของเผ่าปีศาจ”
ลู่หยาง “……”
เมิ่งจิ่งโจว “……”
แม่เจ้า โกงชัดๆ ยังจะแข่งอะไรกันอีก
หลัวหงไม่รู ้ความคิดของลู่หยางและเมิ่งจิ่งโจว ยังคงดาเนินการ ตามขั้นตอน
“หลังจากข้าถามคาถาม สามารถแย่งตอบได้ ตอบถูกบวกหนึ่ง คะแนน ตอบผิดลบหนึ่งคะแนน ไม่ตอบไม่ได้คะแนน”
“พิจารณาถึงการเปลี่ยนแปลงทางประวัติศาสตร ์ ข้าจะยืนอยู่ใน มุมมองของเผ่าปีศาจปัจจุบันในการถามค าถาม”
“กรุณาฟังค าถามแรก: เซียนจากมารเป็ นของเผ่าใด?”
จางเสวี่ยและซู่เหลียนเอ้อร ์พร ้อมกันตะลึง
เซียนจากมารเป็ นของเผ่าใด ใครจะรู ้?
เผ่าปีศาจมีนักวิชาการมากมายศึกษาประวัติศาสตร ์ยุคโบราณ มีการคาดเดามากมายเกี่ยวกับร่างแท้จริงของเซียนจากมาร จะสุ่ม เดาเผ่าพันธุ์หนึ่งเหรอ?
“เซียนจากมารไม่ใช่เผ่าใดๆ เขาเป็ นเฉียนหลินเพียงตัวเดียวใน โลก”
ลู่หยางตอบอย่างขี้เกียจ นี่เป็ นข้อที่ตอบง่ายและแน่นอน เมิ่งจิ่งโจวหาว คุยนอกเรื่อง กาลังคิดว่ากลับไปจะกินอะไรแล้ว “ตอบถูก ได้หนึ่งคะแนน”
จางเสวี่ยและซู่เหลียนเอ้อร ์มองลู่หยางอย่างสงสัย นี่เดาถูกหรือรู ้ ร่างแท้จริงของเซียนจากมารอยู่แล้ว?
ลู่หยางคิดในใจว่านี่เพิ่งจะเริ่ม ถ้าพวกเจ้าอยากฟังประวัติมืดของ เซียนเฉียนหลิน ข้าเล่าได้สามวันสามคืนไม่หยุดเลย
หลัวหงประหลาดใจเล็กน้อย ข้อนี้ตอบเร็วมาก
คาถามในชั้นที่สามเป็ นแบบสุ่ม แต่ละครั้งที่ทดสอบจะถาม คาถามไม่เหมือนกัน และนางทาหน้าที่ตัดสินถูกผิดเท่านั้น ไม่ได้ บอกคาตอบที่ถูกต้อง
“คาถามที่สอง: บรรพบุรุษตระกูลหงส์เคยบีบบังคับให้เซียนจาก มารใช ้ค่ายกลดาบหรือไม่ หากมี โปรดบรรยายเหตุการณ์ใน ขณะนั้นจากมุมมองที่เป็ นกลางและยุติธรรม”
ดวงตาของจางเสวี่ยสว่างวาบ เรื่องอื่นนางไม่รู ้ แต่พูดถึงบรรพ บุรุษตระกูลหงส์ นางจะไม่รู ้ได้อย่างไร?
ซู่เหลียนเอ้อร ์มองจางเสวี่ยอย่างอิจฉา ทาไมไม่ถามเรื่องเกี่ยวกับ ตระกูลจิ้งหวีฮูบ้าง?
จางเสวี่ยยกมือขึ้นอย่างตื่นเต้น “ข้อนี้ข้ารู ้บรรพบุรุษตระกูลหงส์ ของข้าเคยพูดคาสัจจะ กดดันจนเซียนจากมารเงยหน้าไม่ขึ้น เขา คุกเข่าลงกับพื้น ภายใต้แรงกดดันมหาศาล เซียนจากมารกระตุ้น ค่ายกลดาบ หวังจะต่อต้าน แต่ก็ยังพ่ายแพ้!”
“นี่คือเหตุการณ์ที่มีชื่อเสียง ‘หนึ่งคาเซียนคุกเข่า’!”
“ตามที่ข้าคาดเดา นี่น่าจะเป็ นตอนที่เซียนจากมารยังไม่ได้เป็ น เซียน”
ไม่เช่นนั้นอธิบายไม่ได้ว่าทาไมเซียนจากมารถึงพ่ายแพ้ในมือ บรรพบุรุษตระกูลหงส์
“ตอบผิด ลบหนึ่งคะแนน”
“อะไรนะ?!” จางเสวี่ยสงสัยว่าตัวเองฟังผิด นี่เป็ นเรื่องที่นางได้ยิน จากหัวหน้าเผ่า เชื่อถือได้แน่นอน ทาไมจะผิด?
ลู่หยางเห็นไม่มีใครตอบ จึงถอนหายใจเบาๆ กล่าวว่า “ข้าไม่ ค่อยแน่ใจว่าผู้อาวุโสพูดถึงเหตุการณ์ไหนโดยเฉพาะ แต่มีเรื่องหนึ่ง ที่แน่นอนคือวันนั้นเซียนจากมารกลับบ้าน บรรพบุรุษตระกูลหงส์จ้อง เซียนจากมาร พูดเสียงเย็น ‘เจ้าไปพบหญิงคนไหนมา?'”
“เซียนจากมารได้ยินแล้วสีหน้าเปลี่ยน หยิบค่ายกลดาบออกมา คุกเข่าลงบนค่ายกลดาบ สาบานต่อฟ้ าว่าครั้งหน้าจะไม่กล้าอีก หาก ท าผิดอีก ให้ฟ้ าผ่าห้าสายฟาดตี”
“ตอบถูก บวกหนึ่งคะแนน”