หยุดหมอนี่ที! ก่อนที่วิถีเซียนจะเพี้ยนไปกว่านี้ - บทที่ 585 อัจฉริยะเผ่าปีศาจ
ดินแดนลับแห่งการสร้างสรรค์ ตามตำนานเล่าว่านี่คือดินแดน
ลับที่มีมาตั้งแต่ยุคโบราณ ผู้สร้างดินแดนลับนี้ได้ห่างไกลเกินกว่าจะ
สืบค้นได้ แม้แต่ชื่อของดินแดนลับก็ไม่มีผู้ใดรู้
สิ่งเดียวที่รู้คือในดินแดนลับมีโชคชะตามากมาย บรรดาหนุ่ม
สาวผู้มีพรสวรรค์ของเผ่าปีศาจที่เข้าไปในดินแดนลับ หากโชคดีพอ
อาจจะยกระดับขึ้นอีกขั้นใหญ่ โดยไม่มีผลข้างเคียงใดๆ เป็นการลด
เวลาฝึกฝนอย่างมหาศาล
ด้วยเหตุนี้ เขตปีศาจจึงเรียกดินแดนลับนี้ว่า “ดินแดนลับแห่ง
การสร้างสรรค์”
นอกจากนี้ ยังมีสมุนไพรวิเศษมากมายที่มีเฉพาะในยุคโบราณ
ตามกาลเวลาที่เปลี่ยนไป สภาพแวดล้อมเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก
สมุนไพรวิเศษบางอย่างที่ต้องการสภาพแวดล้อมที่เฉพาะเจาะจงไม่
สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมในปัจจุบันได้ จึงสูญพันธุ์ไป
แล้ว
มีเพียงในดินแดนลับยุคโบราณเท่านั้นที่จะมีสมุนไพรวิเศษที่สูญ
พันธุ์ไปแล้วเหล่านี้
หากไม่ติดข้อจำกัดเรื่องวิทยายุทธ์ แม้แต่ปีศาจราชาก็อยากเข้า
ไปในดินแดนลับเพื่อแสวงหาโชคชะตา
“เซียนน้อย ท่านเคยได้ยินเรื่องดินแดนลับแห่งการสร้างสรรค์
ไหม?” ลู่หยางถาม เรื่องยุคโบราณย่อมต้องถามจากคนยุคโบราณ
“จากคำอธิบายเหมือนจะตรงกับดินแดนลับในความทรงจำอยู่
หลายแห่ง แต่ไม่มีที่ไหนชื่อดินแดนลับแห่งการสร้างสรรค์”
“ชื่อเก่าและใหม่ต่างกัน บางทีอาจจะเปลี่ยนชื่อไปแล้ว”
มนุษย์เลือดบริสุทธิ์สามคนค่อยๆ ลงจอดที่ไกลออกไป แล้วเดิน
เท้าไปยังทางเข้าดินแดนลับ
ยังไม่ถึงเวลาเปิดดินแดนลับ ตระกูลใหญ่ของเขตปีศาจต่างก็มา
กันเจ็ดแปดส่วนแล้ว สุสานบรรพบุรุษของตระกูลเหล่านี้ถูกทั้งสาม
คนเข้าเยี่ยมมาเกือบครบ คุ้นเคยเป็นอย่างดี
หากนำเอาสูตรอาหารของเซียนอมตะออกมา ก็น่าจะค้นหาชื่อ
พวกเขาได้เกือบหมด
ในบรรดาตระกูลใหญ่เหล่านี้ ตระกูลมังกรและตระกูลหงส์โดด
เด่นที่สุด พวกเขาเป็นเผ่าพันธุ์ปีศาจที่ใหญ่ที่สุดสองเผ่า ปีศาจที่
ติดตามพวกเขามีมากมายนับไม่ถ้วน
มังกรให้กำเนิดบุตรเก้าตัว เผ่าเชาเฟิง เผ่าชิวนิว เผ่าปาเซี่ย
ล้วนถือตระกูลมังกรเป็นที่พึ่งพิง
อัจฉริยะของตระกูลมังกรในรุ่นนี้มีชื่อว่าเอ้าเยว่ ปรากฏตัวใน
รูปร่างมนุษย์ที่ทางเข้าดินแดนลับ บนศีรษะมีเขามังกร ใบหน้าหล่อ
อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Nov่l Lucky
เหลา สวมเสื้อคลุมสีเหลืองที่ทอด้วยเส้นไหมทองและเงิน ไร้ตำหนิ
แม้แต่น้อย
พร้อมกับเสียงฟีนิกซ์ร้องใสกังวาน เหล่าปีศาจเงยหน้ามอง ที่
ไกลออกไปเต็มไปด้วยแสงสี เป็นแสงสีจากขนนกของนกประเภท
ต่างๆ
เผ่านกชงหมิง เผ่าปี้ฟาง เผ่าชิงเหนียง……
บินอยู่แถวหน้าสุดคือฟีนิกซ์ห้าสีหลายตัว
ตระกูลหงส์คือราชาแห่งเผ่านก
พวกนกเหล่านั้นลงจอดแล้วแปลงร่างเป็นมนุษย์ เป็นเด็กสาวที่มี
ดวงตาสุกใส ผมดำตาแดง เต็มไปด้วยพลังชีวิต ชื่อเจียงซือซือ
ในบรรดาผู้อาวุโสที่มากับเจียงซือซือ มีคนหนึ่งที่ทั้งสามคนรู้จัก
ชื่อเจียงซาน
ลู่หยางและเมิ่งจิ่งโจวเคยพบเจียงซานที่สถานที่เกิดเหตุปลอมหิน
เลือดหงส์ เจียงซานเคยถูกคนของสำนักเวิ่นเต๋าสั่งสอน เมื่อรู้ว่าสอง
คนนี้มาจากสำนักเวิ่นเต๋า เขาจึงมีท่าทีเป็นมิตรมาก
ส่วนศิษย์พี่คนที่สาม นางคือคนที่สั่งสอนเจียงซานเมื่อครั้งนั้น
ลู่หยางทั้งสามเคยไปสุสานบรรพบุรุษของตระกูลมังกรและตระกูล
หงส์ อาจกล่าวได้ว่าเป็นเป้าหมายหลักในการสืบค้นของลู่หยาง
เขาต้องการรู้ว่าอัจฉริยะตระกูลมังกรและอัจฉริยะตระกูลหงส์อยู่ที่
ไหน อาจพบเบาะแสได้จากสุสานบรรพบุรุษของสองตระกูลนี้
น่าเสียดายที่เรื่องไม่ได้ง่ายขนาดนั้น เซียนอมตะใช้จิตตรวจสอบ
สองตระกูลนี้อย่างละเอียด แม้กระทั่งรากฐานของทั้งสองตระกูลก็
ค้นหาจนหมดสิ้น ถึงขั้นรู้ความลับยุคโบราณหลายเรื่องที่แม้แต่สอง
ตระกูลเองก็ไม่รู้
แต่ก็ยังไม่พบเบาะแส
นอกจากตระกูลมังกรและตระกูลหงส์ที่ดึงดูดความสนใจแล้ว ยัง
มีปีศาจอีกหลายเผ่าที่มีความแค้นต่อกัน เผชิญหน้ากันอย่างเดือด
ดาล
ตัวอย่างเช่น เผ่าสุนัขสวรรค์และเผ่ากระต่ายหยก ความขัดแย้ง
ของทั้งสองเผ่าเป็นที่รู้กันทั่วในเขตปีศาจ
เผ่าสุนัขสวรรค์มีตำนานเล่าขานมาแต่โบราณว่าสุนัขสวรรค์กิน
ดวงจันทร์ ส่วนเผ่ากระต่ายหยกเดิมทีอาศัยอยู่บนดวงจันทร์
ดีๆ อยู่ดีๆ ไปกินบ้านเผ่ากระต่ายหยก ไม่แค้นกันได้อย่างไร
“หัวขาวเท้าแดง หน้าตาคล้ายวานร นั่นคือจูเอียนหรือไม่?”
“แล้วคนที่แต่งตัวเรียบง่าย ดูสมถะนั่น เป็นอัจฉริยะตระกูลฉงฉีที่
ไม่เคยปรากฏตัวมาก่อนหรือเปล่า?”
“ได้ยินว่าเขาอาสาไปเรียนรู้การค้าที่สมาคมการเงินลั่วตี้ของ
มนุษย์ ไม่เรียกร้องค่าจ้าง สมาคมกลัวว่าเขาจะเรียนจบแล้วกลับมา
ตั้งสมาคมการค้าในเขตปีศาจของพวกเรา แย่งพื้นที่สมาคมการเงิน
ลั่วตี้ จึงปฏิเสธตลอดที่จะให้เขาเข้าสมาคม!”
“แต่ข้าได้ยินว่าตระกูลฉงฉีถูกความจนครอบงำ สมาคมการเงิน
ลั่วตี้กลัวว่าจะเคราะห์ร้ายไปด้วย แม้แต่แรงงานฟรียังไม่กล้ารับ?”
“คงเป็นข่าวลือ ตระกูลฉงฉีมักมีข่าวลือเชิงลบปลอมๆ มากมาย
ยังมีเรื่องเล่าว่า เซียนยุคโบราณเคยแนะนำให้ตระกูลฉงฉีเปลี่ยนชื่อ
เป็นตระกูลหว่างไฉ่ ตระกูลฝู่กุ้ย แค่ฟังก็รู้ว่าปลอม”
“มีเหตุผลนะ”
“ดูนั่นสิ นั่นคือลูกรักเผ่าจิ้งจอกเก้าหางชิงชิว เหมือนกับใน
ตำนานจริงๆ ทุกอากัปกิริยาทำให้คนหลงใหลถึงหัวใจ!”
อัจฉริยะเผ่าจิ้งจอกเก้าหางชื่อซูเหลียนเอ๋อร์ สวมชุดขาว เก้า
หางสีขาวส่ายไปมาที่ด้านหลัง ที่หางตาเขียนเป็นสีแดง เพิ่มเสน่ห์
ยั่วยวน แม้จะดูอายุไล่เลี่ยกับลู่หยาง แต่กลับมีเสน่ห์ล่อลวงผู้คนแล้ว
อัจฉริยะเผ่าปีศาจมากมายรายล้อมซูเหลียนเอ๋อร์ แสดงท่าที
หลงใหล
“ได้ยินว่าจิ้งจอกเก้าหางยุคโบราณรูปโฉมงดงามเป็นที่สุด มี
ตำนานว่าทำให้ปลาจม นกร่วงหล่น ดวงจันทร์หลบ และดอกไม้อาย
เลยทีเดียว”
“ก็พอจะเห็นเค้าโครงบรรพบุรุษอยู่บ้าง” เซียนอมตะคำรามเบาๆ
“สวยถึงขนาดทำให้ปลาจม นกร่วงหล่น ดวงจันทร์หลบ และ
ดอกไม้อายจริงๆ หรือ?”
“ก็ประมาณนั้นแหละ” เซียนอมตะเม้มปาก
“ตอนนั้นเป็นฤดูใบไม้ผลิ ดอกไม้บานสะพรั่ง จิ้งจอกเก้าหางกับ
สุนัขสวรรค์เคยประลองวิชาที่ริมทะเลสาบ ทั้งสองคนประลองกัน
รุนแรงเกินไป ปลาในทะเลสาบตกใจมุดลงก้นทะเลสาบ พวกนกที่บิน
ไม่ทันวิ่งหนี ถูกคลื่นพลังโจมตี ก็พลอยกลายเป็นนกย่างหมดทั้งฝูง
ร่วงปุๆลงพื้น”
“จิ้งจอกเก้าหางใช้ดวงจันทร์ชักนำภาพมายา สุนัขสวรรค์เกือบ
ติดกับ ด้วยความร้อนรน เขาจึงใช้วิชาแปรกายกายยักษ์อ้าปากกลืน
ดวงจันทร์เข้าไปทั้งดวง”
“หลังจากที่ทั้งสองต่อสู้กันเสร็จ พื้นรกเรื้อไปหมด ดอกไม้ร่วง
โรย”
ลู่หยาง: “……”
ทำไมภาพที่ข้าจินตนาการไว้ดูแตกต่างออกไปมากนัก?
“หลังจากการต่อสู้ครั้งนั้น คนในโลกก็บอกว่าจิ้งจอกเก้าหางมี
โฉมงามจนทำให้ปลาจม นกลงพื้น ดวงจันทร์หลบ และดอกไม้อาย
ข้าสงสัยมาตลอดว่าคำเล่าลือนี้ไม่แน่อาจเป็นนางปล่อยออกมาเอง”
เซียนอมตะไม่สนใจกลเล็กๆ น้อยๆ ของจิ้งจอกเก้าหาง
จิ้งจอกเก้าหางยุคโบราณติดอันดับสิบความงามแห่งยุคโบราณ
แต่หากพูดถึงรูปโฉมก็ยังสู้นางซึ่งเป็นอันดับหนึ่งของสิบความงาม
แห่งยุคโบราณไม่ได้
สิบความงามแห่งยุคโบราณ เป็นรายชื่อที่รวมทั้งรูปโฉม พลัง
และการประเมินส่วนตัวจากเซียนอมตะ ซึ่งเรียงลำดับออกมา
เซียนอมตะอย่างปราศจากข้อโต้แย้งจัดตัวเองอยู่ในอันดับหนึ่ง
ตามที่ลู่หยางรู้ ตามความผูกพันทั้งใกล้และไกล เซียนอมตะจัด
อัจฉริยะตระกูลมังกรและหงส์ รวมถึงสาวกชิงเหอไว้ในอันดับสองถึงสี่
จิ่นไฉเหวยฉงฉีน้อย จิ้งจอกเก้าหางยุคโบราณ ทั้งหมดอยู่ในสิบ
ความงาม ขึ้นอยู่กับอารมณ์ของเซียนอมตะ อันดับจึงแตกต่างกันไป
ลู่หยางคิดว่าโชคดีที่นี่เป็นรายชื่อที่เซียนอมตะคุยโม้ขึ้นมา
หลังจากรู้จักตัวเขา
หากมีรายชื่อนี้ในยุคโบราณ ทั้งสิบคนนี้เพื่อแย่งชิงอันดับ ใครจะ
รู้ว่าจะทำลายล้างกันเพียงใด
ไม่สิ ที่จริงเป็นเก้าคน เซียนอมตะยืนยันความแข็งแกร่งด้วย
กำลัง ไม่มีผู้ใดกล้าแย่งชิงอันดับหนึ่งจากนาง
“เซียนน้อย ท่านเคยเรียนเรื่องการรักษาบารมีกับเซียนอิงเทียน
หรือไม่?”
เซียนอมตะเลิกคิ้ว ท่าทางคล้ายหยิ่งยโส ดูมั่นใจเป็นอย่างยิ่ง
“ข้าในฐานะผู้นำแห่งห้าเซียนยุคโบราณ ทุกการกระทำล้วนมี
ความลึกซึ้ง ไยต้องไปเรียนรู้จากผู้อื่นด้วยเล่า?”
ตอนนี้พื้นที่จิตวิญญาณเปลี่ยนเป็นป่าฝนเขตร้อน เซียนอมตะ
สวมชุดหนังสัตว์และกระโปรงหญ้า มีความงามแบบดิบเถื่อน
ลู่หยางมองภาพนี้แล้ว ไม่รู้สึกว่าเซียนน้อยมีบารมีเลยสักนิด