หยุดหมอนี่ที! ก่อนที่วิถีเซียนจะเพี้ยนไปกว่านี้ - บทที่ 539 ความรู้ยุคโบราณที่มีประโยชน์
- Home
- หยุดหมอนี่ที! ก่อนที่วิถีเซียนจะเพี้ยนไปกว่านี้
- บทที่ 539 ความรู้ยุคโบราณที่มีประโยชน์
“ห้าธาตุนั้น เกิดดับหนุนเนื่อง หล่อเลี้ยงซึ่งกันและกัน ไม้ก่อ เพลิง เพลิงก่อธาตุดิน ดินก่อธาตุทอง ทองก่อธาตุน ้า น ้าหล่อเลี้ยงไม้ มันคือต้นกำเนิดแห่งโลก ห้าเสียง ห้ารส ห้าสี ห้าการเปลี่ยนแปลง ห้าอวัยวะภายใน ห้าประสาทสัมผัส ล้วนมิใช่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่ เป็นผลจากการสอดคล้องกับห้าธาตุ…” ในหอเรียน ผู้อาวุโสถ่ายทอดวิชากำลังบรรยายเรื่อง ‘รวมบทห้า ธาตุ’ บนแท่นบรรยาย พูดจนศีรษะส่ายไปมา น ้าลายกระเซ็น เมื่อ บรรยายถึงจุดที่ตื่นเต้น ยังท่าทางประกอบโบกมือไม้ เซียนอมตะในพื้นที่จิตวิญญาณหาวหวอด อยากเข้านอน ถึงกับ มีหยดน ้าตาที่หางตา ฝีมือบรรยายของผู้อาวุโสถ่ายทอดวิชาสู้ท่าน เต๋าปู้อวี่ไม่ได้เลย บรรยายได้ไร้ชีวิตชีวาน่าเบื่อเพียงนั้น “น่าเบื่อจริงๆ พวกเรื่องพวกนี้เซียนจิ้วชงเคยสอนหมดแล้ว” “เซียนจิ้วชงไม่ใช่มีผลของการบำเพ็ญหยินหยางหรอกหรือ แล้ว มันจะเกี่ยวอะไรกับห้าธาตุ?” “เจ้าลืมวิชายุทธ์ของเซียนจิ้วชงหรือ?”
ลู่หยางครุ่นคิดครู่หนึ่ง ตอนอยู่ที่ลัทธิอมตะ เซียนอมตะเคยพูดให้ ฟังครั้งหนึ่ง เขาจำชื่อที่แน่นอนไม่ได้แล้ว จำได้แต่ว่ามีตัวเลข มากมาย “วิชายุทธ์ตัวเลขเซียนหรือ?” “เรียกวิชายุทธ์ตัวเลขเซียนก็ไม่ผิด พูดให้ถูกต้องว่า ‘วิชายุทธ์ เซียนฮุ่นตุนหนึ่งพลังสองขั้วสามอำนาจสี่ลักษณะห้าธาตุหกผสาน เจ็ดดวงดาราแปดหว้ากล้องเก้าภพสิบสวรรค์เราคือหนึ่งเดียว’” สมกับเป็นผู้บรรลุความเป็นเซียนคนแรก แม้แต่ชื่อวิชายุทธ์ยัง ยาวกว่าคนอื่น “เซียนจิ้วชงมีความรู้เรื่องฮุ่นตุน หยินหยาง ห้าธาตุเป็นอย่างดี เขาใช้เวลาคิดทบทวนระหว่างผลของการบำเพ็ญฮุ่นตุน ผลของการ บำเพ็ญหยินหยาง และผลของการบำเพ็ญห้าธาตุนานมาก ใช้เวลา ทั้งขั้นข้ามพิบัติเพื่อไตร่ตรอง สุดท้ายก็เลือกผลของการบำเพ็ญห ยินหยาง” “ทำไมไม่เลือกอีกสองอย่าง?” “ตามคำของเซียนจิ้วชง ก็คงเป็นเรื่องของวาสนา ในความมืดมิด ย่อมมีพรหมลิขิต” “วาสนา?” ลู่หยางรู้สึกได้ถึงอารมณ์ของเซียนจิ้วชงขณะเอ่ย วาจานั้น เป็นความเชื่อในโชคชะตา เต็มไปด้วยความรู้สึกไร้หนทาง
เซียนอมตะเคยกล่าวว่า ในหมู่เซียน มีทั้งคนที่เชื่อในโชคชะตา และคนที่ไม่เชื่อ เซียนอมตะจัดอยู่ในฝ่ายที่ไม่เชื่อ ดูเหมือนเซียนจิ้วช งจะอยู่ในฝ่ายที่เชื่อ “อืม เซียนจิ้วชงยากที่จะตัดสินใจเลือก ผลของการบำเพ็ญทั้ง สามล้วนมีข้อดีข้อเสีย สุดท้ายเลยตัดสินใจด้วยการจับสลาก” “การจับสลากนั้นทำให้เสียเวลาไปตั้งครึ่งค่อนวัน เริ่มต้นด้วย การใช้วัตถุวิเศษทั้งหมดเท่าที่หาได้ สร้างกำแพงกำบังป้องกันจิตใน จักรวาล จุดเชื่อมต่อของกำแพงกำบังล้วนใช้ดวงดาวเป็นหน่วย แล้ว ยังให้พวกเราไปรักษาการณ์ สุดท้ายเขาหลับตา ปิดประสาทสัมผัส ทั้งห้าและจิตทั้งเจ็ด เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่ถูกรบกวนจากภายนอก จึง จะจับสลากอย่างสบายใจ” “ผลการจับสลากก็คือผลของการบำเพ็ญหยินหยาง” “เซียนจิ้วชงจับครั้งเดียวยังไม่วางใจ จึงสลับสับเปลี่ยนตำแหน่ง จับใหม่อีกสองรอบ ผลก็ยังเป็นผลของการบำเพ็ญหยินหยาง” “หากว่าหนึ่งครั้งเป็นเรื่องบังเอิญ แต่ทั้งสามครั้งให้ผลเหมือนกัน ก็นับเป็นเรื่องที่ลิขิตไว้แล้ว” ลู่หยางคิดในใจว่า การที่สามครั้งให้ผลเหมือนกันไม่ใช่มีโอกาส หนึ่งในเก้าหรอกหรือ พิจารณาว่านี่อาจเป็นความแตกต่างระหว่างตนกับเซียน จึงไม่ ถามให้มากความ
“แม้จะเลือกผลของการบำเพ็ญหยินหยาง แต่เซียนจิ้วชงก็มี ความรู้เรื่องฮุ่นตุนและห้าธาตุอย่างล ้าลึก” “อย่าคิดเพียงว่าผลของการบำเพ็ญจะเป็นทั้งหมดของเซียน พวกเราในฐานะเซียน มักจะรวมตัวกัน แลกเปลี่ยนประสบการณ์การ บำเพ็ญและผลการวิจัย แบ่งปันความรู้ซึ่งกันและกัน อาจกล่าวได้ว่า ความรู้การบำเพ็ญที่สะสมของห้าเซียนพวกเรา ไม่มีผู้ใดเทียบได้!” เซียนอมตะหัวเราะอย่างเอิบอิ่มภาคภูมิ รอยยิ้มเต็มไปด้วยความรู้และ ปัญญา ลู่หยางพยักหน้า นั่นเป็นความจริง เขาเคยได้ยินว่ายิ่งบำเพ็ญสูง ยิ่งต้องพบปะแลกเปลี่ยนกับผู้ที่อยู่ระดับเดียวกัน การพบปะกับผู้ที่อยู่ ระดับเดียวกันเพียงครั้งเดียว ประโยชน์ที่ได้อาจเทียบเท่าการบำเพ็ญ ร้อยปี จากความถี่ที่ห้าเซียนยุคโบราณมีเรื่องให้พบปะกันอยู่เรื่อยๆ ไม่แน่ว่าความรู้ที่พวกเขาสะสมอาจเพิ่มพูนขึ้นในระดับที่น่า หวาดหวั่น อาจเทียบเท่าการบำเพ็ญแสนปี “ลู่หยาง เจ้าลุกขึ้นตอบปัญหานี้” ผู้อาวุโสถ่ายทอดวิชาจ้องลู่ หยางด้วยสีหน้าไม่พอใจ แม้การบรรยายของตนจะน่าเบื่อก็จริง แต่ พฤติกรรมเหม่อลอยอย่างโจ่งแจ้งแบบลู่หยางนี้ ยังเป็นครั้งแรกที่พบ เห็น ลู่หยางรีบลุกขึ้นด้วยความตกใจ เมื่อครู่เขามัวแต่ฟังเรื่องลับยุค โบราณ ไม่ได้ฟังว่าผู้อาวุโสถ่ายทอดวิชาพูดอะไร รีบส่งเสียงสื่อจิต ไปถามเมิ่งจิ่งโจว
ยังดีที่มีเซียนอมตะคอยปกป้อง จึงไม่ถูกผู้อาวุโสจับได้ว่ามีการ ส่งเสียงสื่อจิต “ผู้อาวุโสเมื่อครู่พูดอะไรหรือ?” “อย่าถามข้า ข้าก็ไม่ได้ฟัง” เมิ่งจิ่งโจวเหงื่อเย็นผุดซึม กลัวว่าผู้อาวุโสถ่ายทอดวิชาจะถาม ตนเป็นคนต่อไป เมื่อครู่เขาเหม่อ ได้ยินผู้อาวุโสถ่ายทอดวิชาพูดถึงคำว่า “ดิน” ก็ ครุ่นคิดว่า ในเมื่อคนถูกประหารยังต้องฝังดิน ทำไมไม่ฝังทั้งเป็นไป เลยหรือ? “หม่านกู่ เจ้ารู้หรือไม่?” “ไม่รู้” เขากำลังคิดว่าในฐานะเผ่าม่านยุคโบราณคนสุดท้าย เขาจะมี ปัญหาสืบสายพันธุ์กับเผ่าม่านยุคปัจจุบันหรือไม่ ลู่หยางถามไปรอบหนึ่ง ไม่มีใครใช้เป็นที่พึ่งได้เลย “ลู่หยาง ตอบคำถาม เจ้าคงไม่ได้ไม่ตั้งใจฟังหรอกนะ” ผู้อาวุโส ถ่ายทอดวิชายังคงจ้องลู่หยาง ลู่หยางสูดลมหายใจลึก เมื่อเรื่องมาถึงจุดนี้ ไม่มีทางเลือกอื่น “ผลของการบำเพ็ญของเซียนจิ้วชงคือผลของการบำเพ็ญห ยินหยาง ควบคุมพลังที่สุดขั้ว ผลของการบำเพ็ญของเซียนอิงเทียน
คือผลของการบำเพ็ญตอบสนองภัยพิบัติ การที่ผู้บำเพ็ญส่วนใหญ่ ข้ามพิบัติได้ล้วนเป็นเพราะผลของการบำเพ็ญตอบสนองภัยพิบัติ ผล ของการบำเพ็ญของเซียนแห่งกาลเวลาคือผลของการบำเพ็ญ กาลเวลา ควบคุมพลังเวลา ผลของการบำเพ็ญของเซียนฉี่หลินคือ ผลของการบำเพ็ญผู้เหมาะสมย่อมเอาชีวิตรอด ทุกการโจมตีที่เคย เกิดไม่มีผลต่อเขา!” หอเรียนตกอยู่ในความเงียบงัน “ผู้อาวุโส ข้าตอบถูกหรือไม่?” ผู้อาวุโสถ่ายทอดวิชามีอาการเหม่อลอยชั่วขณะ เขาจำได้ว่าลู่หยางเพิ่งพูดยาวมาก แต่กลับนึกถึงคำพูดเหล่านั้น ไม่ได้แม้แต่ตัวเดียว เขาพูดอะไรไปนะ? “ผู้อาวุโส ผู้อาวุโส?” ลู่หยางเรียกสองครั้ง ผู้อาวุโสถ่ายทอดวิชา จึงได้สติกลับมา “อา อา?” “ผู้อาวุโส ท่านคงไม่ได้เหม่อไปใช่หรือไม่?” ผู้อาวุโสถ่ายทอดวิชากระแอมสองที ทำเหมือนไม่ได้ยินคำพูด สุดท้ายของลู่หยาง “อะแฮ่ม อะแฮ่ม สิ่งที่ลู่หยางเพิ่งกล่าวมาก็
พอใช้ได้ ข้าจะอธิบายใหม่อีกครั้ง ห้าคือตัวเลขที่มีเสถียรภาพที่สุด ในธรรมชาติ” “เช่น ราชสำนักกลางกับพื้นที่ทั้งสี่ทิศ ห้าสำนักเซียนใหญ่ ห้า สายของสำนักธาตุทั้งห้า สี่ลัทธิมารใหญ่ และลัทธิสวรรค์ที่ยังไม่ ชัดเจน” “ตามทฤษฎีห้าธาตุ ลัทธิสวรรค์อาจกลายเป็นลัทธิมารใหญ่ที่ห้า รวมกันเป็น ‘ห้า’” “และพวกเจ้าทั้งห้าคน เป็นผู้มีพรสวรรค์มากที่สุดในรุ่นเยาว์ของ สำนักเวิ่นเต๋า นี่เป็นการสอดประสานกับทฤษฎีห้าธาตุเช่นกัน” เมิ่งจิ่งโจวแอบส่งเสียงสื่อจิตถึงลู่หยาง “เก่งจริงๆ เมื่อครู่เจ้าทำได้ อย่างไร ข้าได้ยินเจ้าพูดยาวเหยียด แต่กลับจำไม่ได้แม้แต่ประโยค เดียว” ลู่หยางพูดอย่างจริงจัง “นี่คือวิชาลับยุคโบราณ มีเพียงข้าที่ สามารถใช้ได้” เขาถอนหายใจด้วยความโล่งอก คุณสมบัติการลืมเลือนของ เซียนช่วยได้มาก ผู้อาวุโสถ่ายทอดวิชาเริ่มบรรยายถึงประเด็นสำคัญของวันนี้ อย่างรวดเร็ว “ต่อไปเราจะกล่าวถึงความรู้เกี่ยวกับวิชาอาคมห้าธาตุ ในพวกเจ้ามีใครที่เชี่ยวชาญวิชาอาคมห้าธาตุมากที่สุด?”
“เขา” ทั้งสี่คนชี้นิ้วไปที่ลู่หยางพร้อมกัน ลู่หยางแทบตั้งสติไม่ทัน ผู้อาวุโสถ่ายทอดวิชารู้สึกแปลกใจเล็กน้อย แต่ก็ภูมิใจ “โอ้ ข้า ได้ยินว่าเจ้ามีรากฐานกระบี่ ไม่นึกว่าจะยังเชี่ยวชาญวิชาอาคมห้า ธาตุ เล่าให้ข้าฟังหน่อยสิว่าวิชาอาคมห้าธาตุของเจ้าฝึกฝนมา อย่างไร?” ลู่หยางเกาศีรษะอย่างเก้อเขิน จะอธิบายอย่างไรดี เขาฝึกวิชา อาคมง่ายดายยิ่งนัก ไม่เคยพบอุปสรรคใดๆ เลย “ก็แค่อาศัยความรู้สึก ลองฝึกไปเรื่อยๆ ก็สำเร็จแล้ว” แม้ว่าผลของวิชาอาคมจะไม่แน่นอน แต่วิชาอาคมเหล่านั้นก็ฝึก สำเร็จง่ายๆ จริงๆ