สู่วิถีอมตะ - บทที่ 846 อำนาจแท้จริงที่ทัณฑ์เซียนประสาทให้
บทที่ 846 อำนาจแท้จริงที่ทัณฑ์เซียนประสาทให้
เมื่อเห็นคนเหล่านี้จะไปกันแล้ว เจียงผิงอันก็แสนยินดี
ผลลัพธ์เลิศสุดคือการหลอกอีกฝ่ายให้ไปได้โดยมิต้องสู้
เพื่อหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุอื่นใด เจียงผิงอันจึงพยายามควบคุมจังหวะหัวใจของตนอย่างเต็มที่ ทำให้ตนดูปกติที่สุด
ขณะที่ทั้งคณะกำลังจะจากจร เยี่ยหวงจี๋พลันหรี่ตาลงเล็กน้อย จ้องไปทางค่ายกลเคลื่อนย้ายในเขตหวงห้ามพลันกล่าวว่า “เนตรค่ายกลเคลื่อนย้ายนี่เหมือนจะถูกอำนาจภายนอกทำลายลง ฝีมือใครกัน?”
หัวใจเจียงผิงอันสะท้าน ตอบกลับเสียงเบา “เรียนใต้เท้า ในภพเรามีผู้คิดกบฏอยู่บางส่วน คนเหล่านี้พูดไม่รู้เรื่องยิ่ง ไม่อยากอยู่ใต้อาณัติราชวงศ์เซียนสกุลเยี่ย แต่ก็ถูกฆ่าไปหมดแล้วขอรับ”
“ให้มันจริงเถอะ ยังมีโอกาสนะ อวตารของเซียนผู้นี้ไปถามคนในราชวงศ์เซียนแล้ว อีกไม่นานเหตุผลแท้จริงจะกระจ่างเอง”
เสียงของเยี่ยหวงจี๋เปี่ยมอำนาจกดดัน นี่คือบรรยากาศซึ่งเกิดจากการอยู่บนตำแหน่งสูงมาเนิ่นนาน มิใช่เพราะโทสะหรือความทะนงถือตัว
เจียงผิงอันเห็นผลลัพธ์ห้าอึดใจถัดมาแล้ว จึงส่งจิตสัมผัสบอกเฉียนฮวั่นโหรวให้รีบพาคนออกจากภพแร้นแค้นโดยด่วน
ขณะเดียวกัน เขาก็หันกลับไปตะโกนเรียกเต่าเทวะซึ่งอยู่ไม่ห่างไปนัก “ผู้อาวุโส!”
พลังอันแข็งแกร่งระเบิดออกจากร่างเต่าเทวะในทันที กระทบกระเทือนไปทั่วทั้งภพ สาดแสงสว่างไปทั่วทั้งจักรวาลอันมืดสลัว
ร่างของเต่าเทวะวูบไหวกลายเป็นมายา พุ่งเข้าผสานกับร่างเจียงผิงอันทันที
เพียงพริบตา รอบตัวเจียงผิงอันก็ปรากฏชั้นภาพฉายกระดองเต่าสีทองขึ้น อำนาจเซียนยิ่งใหญ่หลากเข้าสู่กาย เจียงผิงอันรู้สึกราวเขาได้กลายเป็นผู้ครองโลกา สามารถควบคุมทั้งภพแร้นแค้นได้
อำนาจนี้แข็งแกร่งกว่าพลังของเขาเองเป็นร้อย ๆ เท่า
ทุกสิ่งเกิดขึ้นในชั่วเสี้ยวสะเก็ดไฟ กว่าเหล่ายอดฝีมือจากราชวงศ์เซียนสกุลเยี่ยจะไหวตัว เจียงผิงอันก็เปลี่ยนสภาพจากตัวตนนอกสายตาเป็นยอดฝีมือไร้เทียมทานผู้เรืองฤทธิ์แล้ว
“อำนาจแห่งภพภูมิ!”
ยอดฝีมือทั้งหลายอุทาน
“มีแต่ต้องบรรลุขอบเขตจินเซียนก่อนจึงใช้อำนาจแห่งภพภูมิได้มิใช่หรือ เขาอยู่แค่ขอบเขตเซียนมนุษย์ ไฉนจึงควบคุมพลังแห่งภพภูมิได้?”
กระทั่งยอดฝีมือขอบเขตเซียนสวรรค์อย่างเยี่ยหวงจี๋ยังเผยสีหน้าตกใจ
อำนาจแห่งภพภูมิเป็นพลังอันแข็งแกร่งมาก มีแต่ตัวตนขอบเขตจินเซียนผู้บรรลุเต๋าเซียนอันลึกล้ำยิ่งกว่าจึงมีโอกาสใช้มันได้ กระทั่งในราชวงศ์เซียนสกุลเยี่ยของพวกเขายังไม่มีตัวตนเช่นนี้
แต่ในสถานที่ห่างไกลเช่นนี้กลับได้พบผู้ใช้มันได้
นอกจากนั้น ผู้ใช้พลังแห่งภพภูมิที่ว่าก็เป็นเพียงเซียนมนุษย์สุดแสนธรรมดาคนหนึ่ง
เรื่องน่าตกใจเช่นนี้ สำหรับพวกเขาก็เหลือเชื่อพอ ๆ กับเห็นทารกแรกเกิดควบคุมศาสตราเซียนได้
ขณะที่พลังแห่งภพภูมิหลากเข้าสู่ร่าง เจียงผิงอันก็สัมผัสได้ว่าความต่างชั้นระหว่างตัวเขากับเซียนสวรรค์ตรงหน้าไม่เหลือแล้ว จึงเลิกเสแสร้งแล้วกล่าวเสียงเย็น “ตรงหน้าภพข้า ไร้ทางไปต่อ!”
ว่าพลาง พลังภพภูมิอันกล้าแกร่งก็ปกคลุมเรือศึกตรงหน้า เหล่าบริวารปลาซิวปลาสร้อยเข่าทรุดฮวบลงบนพื้นในพริบตา พลังในกายเซียนมนุษย์และเซียนปฐพีทั้งหลายประหนึ่งควบตัวแข็ง ต่างผู้ก้มหน้าก้มตามิกล้ามองตรง ๆ
มีเพียงเยี่ยหวงจี๋ที่ยังสามารถพอจ้องมองเจียงผิงอันตรงๆ ได้
อวตารของเยี่ยหวงจี๋ทราบข้อมูลของภพนี้จากทางราชวงศ์เซียนแล้ว ซึ่งที่นี่ก็คือบ้านเกิดของกู่ตี้ ภพแร้นแค้นในคำร่ำลือ
“ข้าจะพูดอีกครั้ง ไปจากที่นี่เสีย!”
เจียงผิงอันโคจรพลังแห่งภพภูมิ แรงกดดันรุนแรงทำให้ยอดฝีมือระดับเซียนมากมายเข่าทรุดลงกับพื้นอย่างเกินทานทน
เยี่ยหวงจี๋มิคาดว่ามดปลวกในสายตาเขาเมื่อครู่จะแข็งแกร่งได้ถึงเพียงนี้ ปราณทรงพลังนี้มิต่างจากเซียนสวรรค์อย่างเขาเท่าไหร่เลย
หลังเงียบไปครู่หนึ่ง เยี่ยหวงจี๋ก็ชำเลืองเจียงผิงอันอย่างแสนเฉยชา หันเดินกลับเรือศึกแล้วสั่งการคนอื่น ๆ “ไป”
เขามิได้กลัวเจียงผิงอัน แต่ไม่อยากเสียเวลา ไร้จำเป็นต้องสู้แย่งภพนี้
ที่แห่งนี้อยู่ไกลจากภพเซียน หากบุ่มบ่ามสู้กันก็จะเสียปราณมากมาย หากฟื้นปราณไม่ทัน ก็มิอาจรับมืออันตรายอื่นได้ยามพบเข้า
เริ่มจากหาภพภูมิอื่นในละแวกใกล้เคียงก่อน หากไม่มีค่อยย่องกลับมาเล่นงานอีกฝ่ายยามมิได้ตั้งตัว
ยอดฝีมือคนอื่น ๆ ของราชวงศ์เซียนสกุลเยี่ยสิ้นความหยิ่งผยองเมื่อครู่ไป พวกเขารีบตามเยี่ยหวงจี๋กลับเข้าเรือศึก ควบคุมเรือศึกออกจากภพแร้นแค้น
“ภพขยะพรรค์นี้กลับมีผู้ควบคุมอำนาจภพภูมิได้อยู่ ไฉนเจ้านั่นจึงประหลาดนัก”
“ขอเพียงคนผู้นี้ป้วนเปี้ยนอยู่ในภพภูมิ ก็จะไร้เทียมทานต่อตัวตนขอบเขตเซียนสวรรค์ลงไป”
ปวงชนล้วนขวัญเสียกับอำนาจภพภูมิที่เจียงผิงอันแผลง
เจียงผิงอันตามคนเหล่านั้นออกจากภพ มองไล่หลังพวกเขาจากไป
ยามคนเหล่านั้นจรจาก เจียงผิงอันก็ปาดเหงื่อบนหน้าผาก ผ่อนหายใจโล่งอกหนักหน่วง
ใจหายใจคว่ำหมด สีหน้าแววตายอดฝีมือระดับเซียนสวรรค์นั่นทำเขาเข่าเกือบทรุด
หากมิใช่ได้ผู้อาวุโสเต่าเทวะช่วยไว้ เขาคงหนีเตลิดไปแต่แรกแล้ว
ต่อให้เขาบรรลุเซียน เขาก็ยังเป็นเซียนระดับต่ำที่สุดในขณะนี้ หากมิได้พลังแห่งภพภูมิ นิ้วเดียวของยอดฝีมือขอบเขตเซียนสวรรค์ก็บี้เขาตายได้
โชคยังดีที่อีกฝ่ายไปกันแล้ว
“ผู้อาวุโส ในเมื่อท่านใช้พลังของทั้งภพภูมิได้ เหตุใดท่านจึงมายึดติดกับข้า ไม่ลงมือเองล่ะขอรับ?”
เจียงผิงอันรู้สึกว่าการกระทำของเต่าเทวะนั้นไม่จำเป็นเลย เขาควบคุมพลังแห่งภพภูมิได้แท้ ๆ แต่กลับเอามาให้เขาใช้
เต่าเทวะแปรเป็นลำแสง คืนร่างกลับมาแล้วพูดอย่างสุขุม
“ข้าใช้พลังแห่งภพภูมิมิได้ ผู้ที่ใช้พลังแห่งภพภูมิได้จริง ๆ น่ะคือเจ้าต่างหาก”
สีหน้าของเจียงผิงอันดูพิกล “ผู้อาวุโส พลังแห่งภพภูมิอยู่กับท่านแท้ ๆ ขอรับ ท่านผสานพลังกับข้า มันก็เป็นพลังของท่านอยู่ดี”
เต่าเทวะส่ายหัว “ข้าสู้เองมิได้ ข้าไม่ใช่สิ่งมีชีวิต แต่เป็นจิตสำนึกของภพภูมิ เจ้าจะเข้าใจว่าข้าคือภพแร้นแค้น ภพแร้นแค้นคือข้าก็ได้”
ดวงตาของเจียงผิงอันพลันเบิกกว้าง ที่แท้ตัวตนของผู้อาวุโสก็เป็นเช่นนี้!
มิน่าเล่า เขาก็ว่าอยู่ว่าอีกฝ่ายดูเหมือนสัตว์ภูต ทว่าไฉนจึงไร้ปราณเช่นสัตว์ภูต ที่แท้เขาก็หาใช่สิ่งมีชีวิตไม่!
ภพภูมิก็มีจิตสำนึก อย่างจิตสำนึกของภพบุกเบิกในอ่างสัมฤทธิผล และจิตสำนึกของภพแร้นแค้นก็คือเต่าเทวะตนนี้
เต่าเทวะกล่าวต่อไป “จิตสำนึกแห่งภพภูมิใช้พลังภพภูมิเองไม่ได้ สู้เองไม่ได้ เปลี่ยนแปลงไปตามความแข็งแกร่งของภพภูมิ พลังนี้มีแต่ต้องควบคุมโดยผู้อื่นเท่านั้น”
“ตัวตนทั่วไปที่คิดใช้งานอำนาจแห่งภพภูมิ ขั้นต่ำที่สุดคือต้องถึงขอบเขตจินเซียนก่อน แต่เจ้า เจ้าใช้ได้ นี่แหละคืออำนาจแท้จริงที่ทัณฑ์เซียนประสาทให้เจ้า”
หัวใจของเจียงผิงอันสะท้านรุนแรง “เช่นนี้มิได้หมายความหรือ ว่าต่อไปข้าจะมีพลังต่อสู้เทียบเท่าเซียนสวรรค์?”
เต่าเทวะราดน้ำเย็นปลุกสติ “หากเจ้าคิดยืมพลังแห่งภพภูมิ เจ้าก็ต้องได้รับความเห็นชอบจากจิตสำนึกของภพภูมิก่อน และข้าเห็นชอบให้เจ้าใช้พลังของภพแร้นแค้น เจ้าจึงใช้มันได้”
“นอกจากนั้น พลังนี้ยังใช้ได้เพียงในบริเวณภพภูมิ มิอาจนำไปใช้นอกระยะไกล ๆ ได้”
เจียงผิงอันเข้าใจแล้ว สรุปก็คือ เขาจะมีพลังเช่นนี้ก็เพียงในภพแร้นแค้น
“ข้ายืมพลังของภพภูมิอื่นได้ด้วยหรือไม่ขอรับ?” เจียงผิงอันถามอย่างสงสัย
“หากอีกฝ่ายเห็นชอบย่อมใช้ได้ แต่ปกติแล้วไม่ตกลงกันหรอก…”
เสียงของเต่าเทวะหยุดลงกะทันหัน เปลี่ยนเป็นถอนหายใจยาว ดวงตาเจือประกายหม่นเศร้าอย่างมิอาจบรรยาย ตบบ่าเจียงผิงอันแล้วกล่าวว่า “เด็กน้อย ขยันฝึกฝนเข้านะ ข้ารอวันที่เจ้าจะได้เป็นนายแห่งภพเซียนอยู่ ยามนี้ลาแล้ว”
เจียงผิงอันมองเต่าเทวะอย่างสงสัย “ผู้อาวุโสจะไปที่ใดขอรับ?”
จากน้ำเสียงของอีกฝ่าย ราวกับเขากำลังจะต้องจากไปตลอดกาลกระนั้น
ตู้ม!
คลื่นพลังรุนแรงสายหนึ่งปรากฏจากภพแร้นแค้นเบื้องหลังเขา
เจียงผิงอันหันขวับไปมองทันที
ภพแร้นแค้นอันใหญ่โตทรุดสลายไปอย่างรวดเร็ว หนึ่ง ‘มวลแสงโกลาหล’ ดูดกลืนภพแร้นแค้นอย่างบ้าคลั่ง
ดวงตาของเจียงผิงอันเบิกโพลงแดงฉาน
พลังโกลาหล! ยอดฝีมือจากเขตหวงห้ามโกลาหลกำลังกลืนกินภพแร้นแค้น!