สู่วิถีอมตะ - บทที่ 72 ทางเลือกของเจียงผิงอัน
“ข้าบอกว่า ข้าอยากถวายเมล็ดบัวนี้แก่องค์หญิงขอรับ”
เจียงผิงอันกล่าวขึ้นอีกครั้งอย่างเคร่งขรึม
ใบหน้างดงามเย้ายวนของเซี่ยชิงเผยความปรีดาขึ้นมาอีกครั้ง
เจ้ามือพนันศิลาอิดออดอย่างยิ่ง เขากัดฟันกล่าว “เจ้าอยากให้องค์หญิงเก้าปกป้องเจ้า เราหอวาณิชมั่งคั่งกว้างไกลก็ทำได้! ปกป้องเจ้าสองร้อยปียังทำได้เลย!”
เจียงผิงอันส่ายหัวไร้โลเล เมล็ดบัวนี้เขาจะใช้แทนบุญคุณ
“ยามข้าเผชิญอันตราย พวกเจ้าหอวาณิชมั่งคั่งกว้างไกลไร้เงา แต่เป็นแม่ทัพแห่งต้าเซี่ยที่ออกมาปกป้องข้า”
“บางทีพวกเจ้าอาจให้ผลประโยชน์ข้ามากกว่าได้ แต่ข้าต้องตอบแทนบุญคุณของต้าเซี่ยต่อข้าก่อน”
เจียงผิงอันกล่าวกับเซี่ยชิง “องค์หญิง ข้าจะขอถวายเม็ดบงกชแจ้งวิถีนี้แก่ท่าน แต่ขอข้ายืมสักชั่วยามได้หรือไม่ ข้าอยากทำความเข้าใจวรยุทธ์ก่อน”
“มันเป็นของเจ้า เจ้ามีสิทธิ์จัดการมัน”
ยิ่งเซี่ยชิงมองเจียงผิงอัน นางยิ่งชอบใจ และคืนเม็ดบงกชแจ้งวิถีมาให้เขา
นางประทับใจกับทางเลือกของเด็กหนุ่ม
เจียงผิงอันรับเมล็ดบงกชไป
เมล็ดพันธุ์เช่นนี้หามีฤทธิ์แผดผลาญเช่นศิลาอัคนีทมิฬไม่ มันอ่อนโยนอย่างยิ่ง เหมือนอุณหภูมิจากมือน้อย ๆ ของเมิ่งจิง
ขณะนี้ ความเข้าใจของเขาต่อ ‘หมัดอู๋จี๋’ และ ‘อัสนีพริบตา’ ลึกล้ำขึ้นเรื่อย ๆ
เจียงผิงอันใช้ดาบลายครามผ่าศิลาที่เหลือเกลี้ยงเกลา และไม่พบสิ่งใดอีก
ในที่สุดผู้ฝึกตนทั้งหลายก็ผ่อนลมหายใจโล่งอก หากมีสิ่งใดโผล่มาอีก หัวใจพวกเขาคงเกินรับไหวแน่แท้
สายตาที่มองมายังเจียงผิงอันทุกคู่สุดแสนอิจฉาริษยา
คนผู้นี้จะดวงดีเกินไปแล้ว ผ่าเจอศิลาอัคนีทมิฬสองก้อนในหนึ่งศิลามารดา มูลค่ารวมสี่ล้าน ซ้ำยังได้เม็ดบงกชแจ้งวิถีอันเกินประเมินค่ามาอีกชิ้น!
จินหลินเจียนร่ำไห้ด้วยริษยา เขาเสียไปหลายแสน แต่เจียงผิงอันกลับกำไรอื้อซ่า
เมิ่งจิงหัวเราะร่าอย่างสุขใจ “เถ้าแก่! เจ้าบอกไว้ว่าหากผ่าเจอศิลาอัคนีทมิฬก้อนที่สาม จะให้ศิลาจากสมรภูมิโบราณกับเราอย่างไม่คิดเงิน! เอามาให้ข้าเลย!”
ศิลาจากสมรภูมิโบราณนั้นมูลค่าสูงยิ่ง บางคนกระทั่งผ่าพบสมบัติเลิศล้ำโบราณ สร้างมหาอำนาจใหญ่จากมันได้
สีหน้าของเจ้ามือพนันศิลานิ่งค้าง ศิลานี้ราคาห้าล้าน เขาหามีคุณสมบัติยกให้ผู้ใดไม่
หากให้ไปเฉย ๆ ก็ขาดทุนย่อยยับไปหลายสิบปี
เขารีบร้อนกล่าว “ข้าพูดถึงศิลาอัคนีทมิฬชิ้นที่สาม แต่ที่ผ่าพบหาใช่ศิลาอัคนีทมิฬไม่ จึงไม่นับ แต่ที่สัญญาไว้ก่อนหน้านี้ยังให้ได้อยู่นะ”
ว่าแล้ว เขาก็สุ่มหยิบศิลาขนาดราวศีรษะคนมาวางบนโต๊ะผ่า
เมิ่งจิงเต้นเร่าอย่างหงุดหงิด “ยังจะเล่นลิ้น!”
เจ้ามือแสร้งทำหูทวนลม เสตาหนี
เจียงผิงอันมิได้เอ่ยขอศิลาจากสมรภูมิโบราณ เพราะในนั้นหามีสิ่งใดไม่
“เมิ่งจิง เจ้าเล่นไปนะ ข้าขอกลับไปฝึกฝนก่อน”
เจียงผิงอันทิ้งวาจาไว้ และจากไปพร้อมเม็ดบงกชแจ้งวิถีท่ามกลางสายตาริษยาทุกคู่
เขาไม่ได้อยากจะทำความเข้าใจวรยุทธ์อะไรหรอก อยากลอกเลียนมันต่างหาก!
ของล้ำค่าเช่นนี้ต้องลอกเลียนเก็บไว้เพื่อทำกำไรสูงสุด
เม็ดบงกชแจ้งวิถีเม็ดเดียวอะไรกัน อีกไม่นานก็จะลอกเลียนได้อีกมากล้น
โจวเฟิงมองตามหลังของเจียงผิงอันด้วยสายตาแดงฉานอย่างอิจฉา
ทำไมเด็กนี่จึงโชคดีนัก?
โจวเฟิงรับไม่ได้ เขาเป็นอัจฉริยะจากสำนักเพียวเหมี่ยว มีโอกาสท้าทายสวรรค์ ไม่มีทางถูกคนอย่างเจียงผิงอันสยบได้!
เม็ดบงกชแจ้งวิถีบ้าบออะไร เขาจะผ่าให้เจอยอดศาสตราโบราณ!
ไม่มีสิ่งใดหยามใจกันได้เท่าเห็นศัตรูได้ดี
“เถ้าแก่! เอาศิลาจากสมรภูมิโบราณให้ข้าที!”
โจวเฟิงรู้สึกคลับคล้ายว่าศิลาจากสมรภูมิโบราณจะมียอดศาสตรา รู้สึกอย่างแรงกล้ายิ่งด้วย
เถ้าแก่ลิงโลดปรีดา “ศิลานี้ราคาห้าล้าน แน่ใจหรือว่าจะซื้อมัน?”
โจวเฟิงพลันลังเล
ห้าล้านเป็นราคาสูงลิบ นอกจากสามล้านที่เขาได้มาก่อนหน้านี้ ทรัพย์สินทั้งหมดที่เขามีก็รวมกันได้ราวสองล้าน
หากพ่ายพนันก็คือหมดตัว
“เถ้าแก่! อย่าเชียวนะ ศิลาจากสมรภูมิโบราณนี่เป็นของเราต่างหาก!” เมิ่งจิงตะโกนอย่างร้อนใจ กลัวว่าโจวเฟิงจะผ่าเจอสมบัติอีก
“หากไม่มีเงินก็ไสหัวไป! ข้าซื้อศิลานี้!”
โจวเฟิงกลัวว่าสมบัติในศิลาจะไปอยู่ในมือพวกเจียงผิงอันอีก จึงกัดฟันซื้อเดี๋ยวนั้นเลย
ผู้คนรอบกายฮือฮา กระทั่งยอดฝีมือขอบเขตวิญญาณแรกกำเนิดยังไม่กล้าทุ่มทุนใหญ่โตเช่นนี้เลยกระมัง? ห้าล้านเลยนะ เสียไปคือหมดตัวไม่เหลือสิ่งใดเลยนะ
ทุกสายตาถูกดึงมามอง
โจวเฟิงชอบถูกสายตาเหล่านี้จ้องมองยิ่งนัก เขาเชิดหน้าภาคภูมิ ข้าจะให้พวกเจ้าได้เห็นและเข้าใจวันนี้แหละว่าผู้มีบุญบารมียิ่งใหญ่เป็นเช่นไร
โจวเฟิงใช้เงินสามล้านที่ตนได้มาก่อนหน้า และแลกด้วยหินวิญญาณ อาวุธวิเศษ ยันต์ และโอสถทั้งหมดที่มีเข้าเสริม
สุดท้ายก็รวมมูลค่าได้ห้าล้าน
ขณะที่เถ้าแก่กำลังจะเคลื่อนศิลามา โจวเฟิงก็กล่าวว่า “อย่าใช้มือโสมมของเจ้ามาแตะศิลาของข้า ข้าจะผ่ามันเอง”
เถ้าแก่ไหวไหล่ มิได้โกรธากับเด็กหนุ่มผู้ถือตัว เตือนออกมาเพียงว่า “อย่าแตะศิลาก้อนอื่นนะ”
โจวเฟิงเมินอีกฝ่ายไป ชักกระบี่ในมือออก เดินไปที่ศิลาก้อนใหญ่ที่สุด
สมรภูมิโบราณคือสถานที่ประชันศึกของทุกเผ่าพันธุ์เมื่อนานมาแล้ว ยอดฝีมือมากมายล้มตาย ศาสตราสมบัติเลิศล้ำมากมายกระจัดกระจายหายสูญ
ศิลาจากสมรภูมิโบราณมักผ่าพบสมบัติฟ้าดิน
ศิลาก้อนนี้สูงดุจเท่าตัวคน คละคลุ้งด้วยบรรยากาศเก่าแก่วังเวง
หัวใจของโจวเฟิงเต้นระทึก สัมผัสราวมียอดศาสตราท้าทายสวรรค์ภายในแข็งกล้าขึ้นเรื่อย ๆ
เขายกกระบี่ขึ้นแยกศิลาจากตรงกลาง
เปรี้ยง!
ศิลานั้นถูกผ่าครึ่งกระแทกพื้น ส่งม่านฝุ่นควันตลบหนา
ว่างเปล่า
ทุกสายตาทุกคู่ยังคงจับจ้องศิลา ยังผ่าไม่หมดสิ้น จึงยังมิอาจด่วนสรุปทันที
มิใช่เด็กหนุ่มคนเมื่อครู่ต้องผ่าเกือบหมดก้อน จึงพบเม็ดบงกชแจ้งวิถีหรือ?
ไร้ผู้ใดกล่าวได้ชัดเจนว่าจะไร้สมบัติในนี้
เมิ่งจิงกำมือน้อยของตนอย่างกระวนกระวาย ภาวนาในใจอย่าให้อีกฝ่ายโชคดี
โจวเฟิงพลันนึกเสียใจขึ้นมาที่ซื้อศิลาห้าล้านก้อนนี้ หากไม่มีสมบัติขึ้นมาจะทำเช่นไร?
ไม่ได้! จะสงสัยตัวเองมิได้ ในนี้ต้องมียอดศาสตราอยู่แน่แท้!
ลงกระบี่ครั้งหน้า ยอดศาสตราปรากฏแน่!
โจวเฟิงเหวี่ยงกระบี่ในมืออีกครั้ง ลงมือรวดเร็วยิ่ง เพียงพริบตา ศิลาก็ถูกหั่นเป็นสิบกว่าท่อน
ทว่าก็ยังไร้ปราณใด ๆ
เหล่าผู้ฝึกตนตะลึงนิ่ง
สีหน้าของโจวเฟิงแข็งค้าง
“เป็นไปไม่ได้! ข้าสัมผัสได้แท้ ๆ ว่ามียอดศาสตราอยู่ในนี้!”
ผู้ฝึกตนคนหนึ่งซึ่งหมดตัวไปกับการพนันศิลากล่าวขึ้น “ข้าผ่าศิลาทีไร ก็คิดว่ามีสมบัติแน่แบบนี้ทุกทีแหละ”
หากมิใช่เพราะความคิดว่าชนะแน่เช่นนี้ ใครเล่าจะมาพนันศิลา
“เป็นไปไม่ได้! ไม่มีทาง! ต่อให้ไร้ยอดศาสตราในนี้ ก็ต้องมีสมบัติอะไรบ้างสิ!”
ดวงตาของโจวเฟิงแดงฉานเฉียบพลัน สับกระบี่ในมือลงอีกครั้ง
ขณะนี้ ศิลาสิบกว่าท่อนถูกสับเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยนับร้อยพัน
แต่ก็ยังไร้ปราณพิเศษใด ๆ
ศีรษะของโจวเฟิงพลันเวียนวูบ ร่างซวนเซ วิงเวียนเจียนสลบ
หินวิญญาณ โอสถ อาวุธวิเศษของเขา… ไม่เหลือแล้ว
หัวใจอันจุกค้างของเมิ่งจิงคลายตัวเสียที “ฮ่า ๆ โอ๊ยขำตายแล้ว ห้าล้านมลายสิ้น ยังมีหน้ามาล้อเลียนเจ้าท่อนไม้ของข้า โง่เง่านัก ฮ่า ๆ”
เดิมที โจวเฟิงยังทนไหว แต่เมื่อได้ยินเช่นนี้ โลหิตคำโตก็กระฉูดออกมา
เมื่อสิ้นหินวิญญาณห้าล้าน ความพยายามตลอดมาก็เสียเปล่า!
ความโศกเศร้าเกาะกุมจิต ทำไมข้าต้องมาพนันด้วย! ทำไมจึงวู่วาม?
เขาอยากตัดมือตัวเองนัก
เห็นเช่นนี้ นางรำสองคนซึ่งขนาบซ้ายขวาโจวเฟิงก็ผละจากไปเงียบ ๆ
ไม่มีเงินแล้ว? ในเมื่อไม่มี ใครจะรับใช้เจ้า
ผู้ฝึกตนบางคนเห็นเจียงผิงอันทำกำไรมโหฬาร เห็นโจวเฟิงหมดเนื้อหมดตัว ก็เลิกคิดพนันศิลา
พวกเขาเก็บหินวิญญาณอย่างยากลำบาก หากสิ้นเนื้อประดาตัวขึ้นมา พวกเขาคงฆ่าตัวตาย
เมิ่งจิงแย้มยิ้ม ผ่าศิลาที่เถ้าแก่ให้มา แต่มิคาดว่านางจะพบสมบัติ!
“หินวิญญาณวารีก้อนนี้ สามหมื่นหินวิญญาณ” เจ้ามือพนันศิลากล่าว
โจวเฟิงอารมณ์เสียเป็นทุนเดิม เห็นเช่นนี้เขาก็แทบกระอักเลือดอีกหน
ห้าล้านของเขาล่ะ! ไม่ได้อะไรเลย!
กระทั่งยอดฝีมือขอบเขตวิญญาณแรกกำเนิด เสียไปห้าล้านยังกระอักเลือด นับประสาอะไรกับผู้ฝึกตนขอบเขตสร้างรากฐานอย่างโจวเฟิง