Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

สู่วิถีอมตะ - บทที่ 548 โจทย์ประเมินรอบที่สอง

  1. Home
  2. สู่วิถีอมตะ
  3. บทที่ 548 โจทย์ประเมินรอบที่สอง
Prev
Next

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

ดวงตาของเจียงผิงอันมองทะลุได้หลายสิ่ง รวมถึงดวงแสงสีทอง

ตรงหน้าเขาด้วย

โจทย์ในดวงแสงสีทองเหล่านี้เหมือนกันทุกประการ

หมายความว่า เขาจะเลือกดวงแสงดวงใดก็ช่าง ผลลัพธ์ก็ยัง

เหมือนเดิม

เมื่อเห็นเจียงผิงอันนิ่งงันไม่เคลื่อนไหว ประมุขศาลาหญิงก็กล่าว

เนิบ ๆ “มิต้องกังวล เลือกอย่างสบายใจเถิด ทุกสิ่งล้วนเป็นชะตา”

เจียงผิงอันมิกล้าบอกผล ต่อให้เขาพูดไปก็ไม่มีใครเชื่อ แต่ตัว

เขารังแต่จะเกิดปัญหาเสียเปล่า ๆ

เขาสงบใจลงแล้วยกมือแตะดวงแสงดวงหนึ่งอย่างเรียบเฉย

ดวงแสงสีทองระเบิดออก แล้วแถวอักษรขนาดใหญ่ก็ปรากฏบน

ฟ้า

‘หัวข้อ: ศึกเผชิญหน้าความกลัว’

‘[ค่ายกลจิตคะนึงสะบั้นใจ] ค่ายกลพิเศษนี้สามารถเข้าถึงความ

กลัวของผู้ฝึกตน สร้างคู่ต่อสู้ที่ผู้ฝึกตนนั้น ๆ กลัวที่สุดขึ้นมาได้’

‘ให้ผู้เข้าประเมินเข้าสู่ค่ายกล สู้กับคู่ต่อสู้ที่กลัวที่สุดในขอบเขต

เดียวกัน คะแนนจะถูกตัดสินตามระยะเวลาการต่อสู้’

‘คนแรกที่ออกมาจะได้สิบแต้ม คนที่สิบได้หนึ่งแต้ม หลังจากนั้น

จะไม่ได้คะแนน’

‘ในระหว่างนี้ ห้ามใช้โอสถและอาวุธวิเศษใด ๆ’

เมื่อเห็นโจทย์ สีหน้าของผู้เข้าทดสอบทั้งร้อยกว่าคนล้วนหมอง

ลง

ผู้ฝึกตนที่ไม่ผ่านการประเมินล้วนมีสีหน้ารอชมเรื่องสนุก

“ฮ่า ๆ น่าสนใจ ด่านนี้น่าสนใจจริง ๆ”

“ข้าว่ามันยากกว่าด่านแรกนะ”

“ยากอยู่แล้ว ทุกคนล้วนมีความกลัวในใจ หากคิดชนะก็ต้องข้าม

ผ่านความกลัวนั้นไป แต่ในเมื่อมันคือความกลัว ใครจะเอาชนะมันได้

ง่าย ๆ เล่า?”

ผู้เข้าประเมินร้อยกว่าคนล้วนมองเจียงผิงอันด้วยสายตาไม่เป็น

มิตร

เจ้านี่น่าโมโหนัก เลือกโจทย์ยากเช่นนี้มาเสียได้

อย่าว่าแต่จะออกมาจากค่ายกลได้เร็วหรือไม่ แค่ให้ข้ามผ่าน

ความกลัวยังยากยิ่งเลย

ความกลัวนี้อาจจะเป็นคู่ต่อสู้รับมือยาก หรือจะเป็นผู้ฝึกตน

แข็งแกร่งที่คนผู้นั้นประจักษ์เห็นฤทธาจึงเกิดความกลัวก็ได้

ต่อให้ศัตรูจะปรากฏในขอบเขตเดียวกัน ก็มิใช่ผู้ที่จัดการง่าย

อย่างเห็นได้ชัด

เจียงผิงอันมองหัวข้อตรงหน้าอย่างไร้อารมณ์

ไม่ว่าเขาจะเลือกอะไร ผลลัพธ์ก็เหมือนเดิม

เขามีสังหรณ์ร้ายในใจ การได้วิชาจำแลงเซียนมาอาจมิง่ายเสีย

แล้ว

ประมุขศาลาใหญ่เอ่ยช้า ๆ “การต่อสู้กับความกลัวก็คือต้องหัน

หน้าเผชิญความกลัว ข้าหวังว่าพวกเจ้าแต่ละคนจะไม่สนใจผลลัพธ์

สุดท้าย ใช้การประเมินนี้เป็นการขัดเกลาอย่างหนึ่ง”

“หากเจ้าก้าวข้ามความกลัวในใจได้ ประโยชน์จะเกิดมากมาย”

อักขระลึกลับตัวแล้วตัวเล่าลอยมาตรงหน้าปวงชน ก่อเป็นม่าน

เขตค่ายกลคล้ายม่านอาคมร้อยสิบสามแห่ง

“การประเมินด่านที่สองเริ่ม ณ บัดนี้ ข้าหวังว่าพวกเจ้าจะผ่าน

การประเมิน ได้วิชาจำแลงเซียนกันนะ”

สิ้นเสียงของประมุขศาลาใหญ่ ผู้ฝึกตนทั้งร้อยสิบสามก็พุ่งเข้าสู่

ค่ายกล

มิเพียงครั้งนี้ต้องข้ามผ่านความกลัว ยังมีกำหนดเวลาด้วย

หากติดสิบอันดับแรกมิได้ ก็เท่ากับถูกตัดสิทธิ์

ชิวผิงเซิงหาได้รีบร้อนไม่ เขาเดินช้า ๆ ไปหาค่ายกล

ด่านแรกเขาไม่ได้คะแนนเต็ม ดังนั้นศึกนี้เขาต้องออกมาคนแรก!

คู่ต่อสู้ที่เขากลัวที่สุดคือพี่ใหญ่ของเขา

ห้าปีมานี้ เขาต่อสู้อยู่ในค่ายกลนี้มาตลอด ทราบถึงวิธีการและ

ลักษณะการต่อสู้ของพี่ใหญ่ และเรียนวิชาบางวิชามาเพื่อข่มฤทธิ์พี่

ใหญ่ของตน

ชิวผิงเซิงชำเลืองเจียงผิงอันและเฉียนฮวั่นโหรวอย่างเย็นชา

ต่อให้สองคนนี้ได้คะแนนเต็มในโจทย์ประเมินแรก ก็บอกได้เพียง

ว่าทั้งสองมีฝีมือด้านสร้างวรยุทธ์เท่านั้น

ด่านนี้ยากเย็นแสนเข็ญ มิใช่ทุกคนจะสามารถข้ามผ่านความ

กลัวในใจได้ หากทำได้กันหมด มันยังจะเรียกเป็นความกลัวได้อยู่

หรือ?

ทั้งเจียงผิงอันและเฉียนฮวั่นโหรวล้วนสังเกตเห็นสายตาของชิ

วผิงเซิง เมินเขาไปแล้วก้าวตรงเข้าสู่ค่ายกล

เมื่อเข้ามาด้านใน ภายใต้อิทธิพลของค่ายกล ศัตรูและคู่ต่อสู้ที่

ปวงชนกลัวที่สุดในใจจะปรากฏขึ้น

คู่ต่อสู้บางคนเป็นอัจฉริยะไร้เทียมทานในศาลาเติงเซียน บ้างเป็น

สัตว์ประหลาดเฒ่าผู้ลือนามมาเนิ่นนาน กระทั่งมีคนผู้หนึ่งที่มีประมุข

ศาลาปรากฏตรงหน้า!

คู่ต่อสู้ทุกคนมีขอบเขตเท่าเทียมกับตัวผู้ฝึกตน

“ฮ่า ๆ เจ้าคนนั้นช่างน่าสงสารแท้ คู่ต่อสู้ดันเป็นประมุขศาลาเสีย

ได้ เขาต้องเคยเห็นประมุขศาลาสู้มาก่อนเลยกลัวแหง ๆ แต่หากคิด

เอาชนะประมุขศาลาก็เป็นไปไม่ได้เลย”

“การประเมินนี้น่าสนใจจริง ๆ อย่าว่าแต่เอาชนะคู่ต่อสู้เลย ทนให้

ได้ก็เยี่ยมแล้ว”

“ไม่รู้เลยว่าผู้ใดจะเอาชนะคู่ต่อสู้ได้ก่อน ด่านนี้ช่างยากจริง ๆ”

ศิษย์มากมายที่ตกการประเมินรอบแรกพลันรู้สึกโล่งใจยามเห็น

ความยากของด่านนี้

ต่อให้ผ่านด่านแรกมาได้แล้วมาตกที่ด่านนี้ ก็หมดโอกาสสู้ชิง

วิชาจำแลงเซียนอยู่ดี

วิชาจำแลงเซียนมีไว้สำหรับศิษย์หัวกะทิที่สุดเท่านั้น

ศิษย์ศาลาสาขาแคว้นชางหลานจ้องมองค่ายกลจุดที่โหยวเชียน

ชิวอยู่ และพบว่าคู่ต่อสู้ที่เขากลัวที่สุดก็คือเซินถูอี้ผู้บรรลุเต๋าด้วยการ

ฆ่าฟัน

หร่านหงเฉินกล่าวกับเซินถูอี้ยิ้ม ๆ “ดูเหมือนข้าจะยังเดาพลาด

มิคาดเลยว่าคู่ต่อสู้ที่เขากลัวที่สุดในใจจะเป็นเจ้า”

สีหน้าของเซินถูอี้ไร้อารมณ์ ความแข็งแกร่งของเขาไร้กังขา จึง

ไม่แปลกหากจะเป็นผู้ที่โหยวเชียนชิวนึกกลัวในใจ

แต่เขาก็ไม่สบายใจที่ตนเองไม่ผ่านการประเมิน

“เอ๋ ทำไมจึงไม่มีคู่ต่อสู้ข้างหน้าศิษย์น้องหญิงเฉียนกัน?”

ศิษย์จากสาขาแคว้นชางหลานผู้หนึ่งที่จับตามองเฉียนฮวั่นโหรว

มาตลอดพบว่า หลังนางเข้าสู่ค่ายกล ศัตรูหาได้ปรากฏตัวไม่

ปวงชนหันมองค่ายกลที่เฉียนฮวั่นโหรวอยู่ และพบว่าไม่มีศัตรู

อยู่จริง ๆ

“ตรงหน้าเจียงผิงอันก็ไม่มีศัตรู!” ใครอีกคนตะโกนขึ้น

ผู้คนทยอยกันหันมามองค่ายกลที่ทั้งสองอยู่มากขึ้นเรื่อย ๆ

คนอื่น ๆ เข้าสู่การต่อสู้แล้ว มีเพียงเจียงผิงอันและเฉียนฮวั่น

โหรวที่ศัตรูไม่ปรากฏตัว

“เกิดอะไรขึ้น? ค่ายกลของสองคนนี้พังหรือ?”

“หากค่ายกลพัง ประมุขศาลาต้องรู้สิ”

“แล้วมันเกิดอะไรขึ้น? ทำไมสองคนนี้จึงไม่ปรากฏศัตรู? ในใจ

พวกเขาไม่กลัวใครเลยหรือ?”

“เป็นไปไม่ได้ ใครบ้างจะไร้คู่ต่อสู้ที่กลัวในใจ?”

ผู้ฝึกตนที่สังเกตเห็นเหตุการณ์ประหลาดนี้ประหลาดใจยิ่ง

กระทั่งสงสัยว่าค่ายกลที่ทั้งสองอยู่พัง

เฉียนฮวั่นโหรวไล้มือตามผมของตน ก่อนจะหันเดินช้า ๆ ออก

จากค่ายกล

นางเผชิญอัจฉริยะในภพแร้นแค้นมาเกินนับ เอาชนะคู่ต่อสู้คน

แล้วคนเล่าจนมาถึงจุดสูงสุด

ในจุดสูงสุด ไร้ตัวตนใดทำให้นางกลัวได้

เมื่อมาถึงภพบุกเบิก แม้จะได้พบผู้แข็งแกร่งมากมาย แต่นางก็ไม่

เคยเห็นผู้แข็งแกร่งเหล่านี้ต่อสู้มาก่อน

เมื่อไม่เห็นฤทธา คนเหล่านี้ก็มิอาจเกิดเป็นคู่ต่อสู้ในค่ายกล

ย่อมไร้ศัตรูใด ๆ

ต่อให้นางเห็นพวกเขาต่อสู้ นางก็หากลัวพวกเขาในขอบเขต

เดียวกันไม่

เมื่อเฉียนฮวั่นโหรวก้าวพ้นค่ายกล นางก็หันมองค่ายกลที่เจียง

ผิงอันอยู่ พบว่าชายผู้นี้ก็เพิ่งเดินออกมา

เจียงผิงอันกวาดล้างอัจฉริยะในหนึ่งยุคสมัย หัวใจไร้เทียมทาน

กระทั่งมหาจักรพรรดิในขอบเขตเดียวกันยังพิชิตได้ ในโลกนี้ เขาไร้

คู่ต่อสู้ร่วมขอบเขตใด ๆ ที่นึกกลัว

คนทั้งสองเดินออกจากค่ายกลพร้อมกัน ชำเลืองกันแล้วยิ้มให้

อีกฝ่ายบาง ๆ

จัตุรัสเดือดพล่านทันที

“สองคนนั้นต้องโกงแน่ ๆ ศัตรูของพวกเขาไม่แม้แต่จะโผล่มา!”

“หากโกง ประมุขศาลาจะรู้แน่นอน แต่ไฉนพวกเขาจึงยังนิ่งเฉย

เล่า?”

“เจ้าบื้อไปแล้วหรือ? ใครจะกล้าโกงต่อหน้าประมุขศาลาทั้งสิบ

ท่าน?”

“หากมิได้โกง ก็มีความเป็นไปได้สองอย่าง หากพวกเขาไม่ไร้

เทียมทาน ก็จิตแข็งหามีความกลัวในใจไม่”

ได้ยินเช่นนี้ ปวงชนล้วนตกตะลึงจังงัง

เส้นทางไร้เทียมทานคือเส้นทางอันก้าวเดินได้ยากที่สุด ขอเพียง

เริ่มเดินบนเส้นทางสายนี้ ก็ต้องไร้เทียมทานในหนึ่งยุคสมัย มิอาจ

พ่ายแพ้ได้แม้แต่หน

การมีหัวใจไร้เทียมทานมิได้ง่าย ต้องมีความเชื่อมั่นใจตนเอง

อย่างสุดขั้วและหัวใจอันกล้าแข็ง

ไม่ว่าทางใด นี่ก็เป็นระดับที่คนทั่วไปมิอาจคะเนได้

คนทั้งสองยืนเคียงกันเยี่ยงดาราคู่จรัสเรือง สาดส่องรัศมีเจิดจ้า

เกินใดเปรียบ ทำให้ผู้คนมิกล้ามองตรง ๆ

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 548 โจทย์ประเมินรอบที่สอง"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย