Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

สู่วิถีอมตะ - บทที่ 231-240

  1. Home
  2. สู่วิถีอมตะ
  3. บทที่ 231-240
Prev
Next

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

บทที่ 231 สร ้างร่างเทวะ

“ใช ้ร่างกายของข้าหรือขอรับ?”

เจียงผิงอันมองยอดฝีมือตรงหน้าด้วยสีหน้าสุดเคลือบแคลง

เขาไม่รู ้ว่าอะไรในตัวเขาที่อีกฝ่ายใช ้ได้

“อืม”

เฉียนฮวั่นโหรวลุกขึ้นช ้า ๆ ม่านเกศาโรยตัวปกคลุม “ข้าคิดเรื่อง หนึ่งเสมอมา แต่ก็ล้มเหลวจนบัดนี้ และขอบเขตที่เจ้าสร ้างเองก็ เหมาะสมกับการทดลองของข้านัก”

“หากเจ้าตกลง ข้าจะไม่ปฏิบัติแย่ ๆ กับเจ้า และจะให้วิชาโน้ม ถ่วงที่ข้าสร ้างเองกับเจ้าด้วย”

“แม้วิชาที่ข้าสร ้างเองนี้จะมิใช่หายากในโลกหล้า แต่ในด้านวิชา โน้มถ่วง ไร ้วิชาใดทรงพลังเท่านี้แล้ว”

“หากความคิดของข้าเป็ นผล ก็จะเป็ นเรื่องดีสาหรับเจ้าด้วย”

นางศึกษาแนวคิดนี้มาหลายพันปี ผิดพลาดมาก็หลายหน คิดจะ ถอดใจอยู่แล้ว

แต่เมื่อเห็นขอบเขตที่เจียงผิงอันสร ้างเอง นางก็หวนคืนความหวัง อยากลองเป็ นหนสุดท้าย

เมื่อได้ยินคาสัญญาของเฉียนฮวั่นโหรว เจียงผิงอันก็ไม่มัวคิด มาก ตอบตกลงไปทันที

ไม่มีสิ่งใดในหล้าที่ได้มาเปล่า ๆ

เจียงผิงอันถามอย่างนอบน้อม “ขอถามผู้อาวุโส ข้าต้องท าเช่น ไรขอรับ?”

“ก่อนจะตอบ ขอข้าถามเจ้าก่อน เจ้าคิดว่าที่มาแห่งพลังคือสิ่ง ใด”

เสียงของเฉียนฮวั่นโหรวยังคงไร ้อารมณ์ไม่เปลี่ยนแปลง

เจียงผิงอันครุ่นคิดครู่หนึ่ง “ข้าคิดว่าพลังเกี่ยวข้องกับกฎแห่ง ก าลังและความเร็วขอรับ”

เขาพบว่าหากความเร็วสูง พลังก็จะรุนแรงขึ้น

เมื่อมีกฎแห่งกาลังเข้าเสริม พลังก็จะเพิ่มขึ้นอีกเช่นกัน

เฉียนฮวั่นโหรวพยักหน้า “เจ้าพูดถูก แต่ยังไม่ถูกเสียทั้งหมด”

“หากหนึ่งศิลาน้อยและหนึ่งบรรพตใหญ่เหินด้วยความเร็วเท่ากัน เจ้าคิดว่าสิ่งใดมีพลังมากกว่ากัน”

“บรรพตใหญ่แน่นอนขอรับ” เจียงผิงอันตอบอย่างไร ้ลังเล

“ท าไมล่ะ?” เฉียนฮวั่นโหรวถาม

เจียงผิงอันผงะนิ่ง งุนงงขึ้นมาทันใด นั่นสิ เพราะเหตุใด ทาไม พลังของบรรพตใหญ่จึงกล้าแกร่ง? แค่เพราะภูเขาลูกใหญ่หรือ? แค่ เพราะขนาดใหญ่กว่า? แต่ท าไมอ านาจท าลายล้างของวัตถุชิ้นใหญ่ จึงรุนแรงกว่าเล่า?

เมื่อเห็นอีกฝ่ ายงุนงง ริมฝี ปากแดงของเฉียนฮวั่นโหรวก็เผยอ น้อย ๆ อธิบายออกมา “เพราะมันเกี่ยวข้องกับน้าหนักที่ข้าพูดถึง ก่อนหน้านี้ ความเร็วเท่ากัน สิ่งที่หนักกว่าจะมีพลังทาลายสูงกว่า”

เฉียนฮวั่นโหรวยกมือขึ้น ก้อนหินสีดาสนิทก้อนหนึ่งปรากฏใน มือ

หินก้อนนี้มีขนาดเพียงฝ่ ามือ แต่เจียงผิงอันสัมผัสได้ชัดเจนว่า ในศิลาก้อนนี้มีแรงโน้มถ่วงมหาศาล ดึงดูดวัตถุรอบข้างมาหามัน

“นี่คือหนึ่งทวีปที่ข้าแปรสภาพขึ้น ขนาดของมันน่าจะพอ ๆ กับ พื้นที่ต้าเซี่ยของเจ้า ถูกบีบอัดอย่างต่อเนื่องจนสุดท้ายมีขนาดเท่าที่ เห็น”

ได้ยินเช่นนี้ ดวงตาของเจียงผิงอันพลันเบิกกว้างอย่างตกใจ ใบหน้าสุดแสนเหลือเชื่อ

หนึ่งทวีปใหญ่โตอย่างต้าเซี่ย ปรากฏว่าถูกบีบอัดเหลือเพียงศิลา ชิ้นเท่าฝ่ามือได้?

ผู้อาวุโสท่านนี้ต้องน่าสะพรึงกลัวเพียงไร?

เหตุใดแผ่นดินใหญ่โตเช่นนั้นจึงหดเหลือแค่นี้ได้? ท าได้เช่นไร กัน?

ขณะถือศิลาสีดานี้ด้วยมือเพรียวบาง เฉียนฮวั่นโหรวก็กล่าว

“แม้พื้นที่ทวีปจะเล็กลง น้าหนักก็ยังเท่าเก่า หากโยนออกไปเบา ๆ ก็ขยี้เจ้าตายได้ง่ายนัก”

เจียงผิงอันเผลอก้าวถอยไปหนึ่งก้าว นึกถึงกิ่งมารสะเทือนสรวง ซึ่งหนักสุดแสนเช่นกันขึ้นมาทันใด

“ผู้อาวุโส ท่านอยากพูดอะไรขอรับ?” เจียงผิงอันถาม

เฉียนฮวั่นโหรวเลิกอารัมภบท “ข้าอยากสร ้างร่างเทวะขึ้นมา เป็ นร่างเทวะเกี่ยวกับน้าหนัก”

“หากน้าหนักใครสักคนเทียบได้กับหนึ่งดวงดาว ต่อให้ไม่ต้อง เรียนรู ้กฎเกณฑ์ ก็สามารถใช ้กาลังลาพังทลายหมื่นกฎเกณฑ์ได้”

ในที่สุดใบหน้าอันเฉยชาไร ้อารมณ์เสมอมาของเฉียนฮวั่นโหรว ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงอารมณ์ นี่คือความฝันอันยาวนานหลายพันปี ของนาง

หัวใจของเจียงผิงอันพลันเต้นระรัว

เปลี่ยนร่างมนุษย์ให้หนักเทียบดวงดาว?

หากท าส าเร็จได้ จะแข็งแกร่งสุดยอดแน่ ๆ!

หนึ่งหมัดชกออก จะกฎเกณฑ์ วิชาใดก็ระเบิดแหลกได้ในหมัด เดียว

เฉียนฮวั่นโหรวเอ่ยว่า “เหตุที่อานาจศักดิ์สิทธิ์ ‘ธรรมลักษณ์ฟ้ า ดิน’ แข็งแกร่งนั้นก็เพราะสามารถขยายขนาดและพละกาลังของ บุคคลได้”

“หากสร ้างร่างเทวะเช่นนี้ได้ ‘ธรรมลักษณ์ฟ้ าดิน’ ก็ไร ้ค่า”

“เจ้าอยากลองหรือไม่?” เฉียนฮวั่นโหรวถามเจียงผิงอัน

“มันอันตรายหรือไม่ขอรับ?” เจียงผิงอันถามสิ่งที่คาใจสูงสุด ออกมา

“ก่อนหน้านี้ ทดลองทั้งสิ้นสามร ้อยยี่สิบเจ็ดหน คนตายไปร ้อย ห้าสิบหกคน” เฉียนฮวั่นโหรวตอบ

อัตราการตายเฉียดครึ่ง

สีหน้าของเจียงผิงอันเคร่งขรึม “เหตุใดท่านจึงเลือกผู้น้อยกัน ขอรับ?”

“เพราะขอบเขตผนึกวิญญาณที่เจ้าสร ้างพิเศษยิ่ง ข้าจึงเกิด ความคิดใหม่ ผสานทวีปย่อส่วนเข้าไปในสามร ้อยหกสิบจุดชีพจร ของเจ้า”

เมื่อได้ยินความคิดบ้าระห่าของเฉียนฮวั่นโหรว เจียงผิงอันก็ตอบ ทันที “เช่นนี้เป็ นไปไม่ได้หรอกขอรับ!”

ผสานหนึ่งทวีปสู่ร่าง? ล้อเล่นกันหรือไร เขาเป็ นแค่ผู้ฝึกตนซึ่ง เทียบระดับได้กับขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิดเองนะ

อย่าว่าแต่ผู้ฝึกตนขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิดเลย ต่อให้เป็ น ยอดฝีมือขอบเขตแปรเทวะหรือหลอมสุญตายังไม่มีทางท าได้เลย

“เพราะเช่นนี้ไง มันจึงเป็ นการทดลอง มิได้ผสานทวีปเข้าร่างเจ้า ไปจริง ๆ หากไม่ได้ผล ข้าก็แค่ตัดใจเสีย” เฉียนฮวั่นโหรวกล่าวเบา ๆ

เจียงผิงอันครุ่นคิดอยู่นาน จึงตอบว่า “ข้ามิอาจสนองเจตนาดี ของผู้อาวุโสได้ ต้องขอตัวก่อนขอรับ”

แม้อีกฝ่ ายจะให้ผลประโยชน์แก่เขามากมาย เขาก็ไม่อยากเอา ชีวิตมาเสี่ยง

เจียงผิงอันหันกายเตรียมจาก จู่ ๆ เฉียนฮวั่นโหรวก็เอ่ยปาก “หลานของข้าคือจักรพรรดิแห่งต้าเฉียน บุตรข้าคือจักรพรรดิพันปี ส่วนข้าคือจักรพรรดิสูงสุด”

“หากเจ้าตกลง เราราชวงศ์ต้าเฉียนจะปกป้ องเจ้าไปชั่วชีวิต และ ตราบใดที่เจ้าไม่ใช่ฝ่ายหาเรื่องก่อน เราต้าเฉียนจะช่วยเหลือเจ้า”

ฝีเท้าของเจียงผิงอันพลันชะงัก

“จะช่วยข้าท าลายต้าฉู่หรือขอรับ?”

เฉียนฮวั่นโหรวส่ายหัว “เราสามขุมกาลังใหญ่จะไม่เป็ นฝ่ าย แทรกแซงยุ่งเรื่องนี้ หาไม่ ขุมกาลังอื่น ๆ จะถือว่าเราขยายกาลัง และ จะพากันลงมือตาม”

“ยิ่งกว่านั้น ต้าฉู่ยังมียอดฝี มือสูงสุดผู้หนึ่งซึ่งฆ่ายากเย็นนัก มูลค่าของเจ้าไม่สูงพอให้ข้าลงมือกับอีกฝ่าย”

“แต่หากยอดฝีมือผู้นั้นลงมือกับเจ้า ข้าปกป้ องเจ้าได้”

เมื่อได้ยินคาสัญญาของอีกฝ่าย เจียงผิงอันก็คิดหนักอีกครั้ง

กล่าวได้ว่าค าสัญญาของอีกฝ่ายส าคัญกับเจียงผิงอันยิ่ง

นี่คือขุมกาลังซึ่งแข็งแกร่งยิ่งกว่าต้าเซี่ย

เจียงผิงอันถามอีกครั้ง “หากข้าสังหารบุตรศักดิ์สิทธิ์ของแดน ศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อ ผู้อาวุโสจะปกป้ องข้าหรือไม่ขอรับ?”

ดวงตาของเฉียนฮวั่นโหรวจ้องตรงที่เจียงผิงอัน “ล่วงเกินหนึ่ง แดนศักดิ์สิทธิ์เพื่อเมิ่งโค่วเพียงหนึ่ง คุ้มค่าแล้วหรือ?”

นางสืบข้อมูลของเจียงผิงอันมาแล้ว และรู ้จักเขาเป็ นอย่างดี

“ผู้อาวุโสปกป้ องข้าได้หรือไม่ขอรับ?” เจียงผิงอันถามด้วยสีหน้า จริงจัง

“ขอเพียงเจ้าฆ่าอีกฝ่ ายอย่างสมศักดิ์ศรีมีเหตุผล ก็ปกป้ องได้” เฉียนฮวั่นโหรวตอบเนิบ ๆ

สาหรับการประชันผู้น้อยเช่นนี้ แม้จะบอกว่าขุมกาลังใหญ่จะไม่ เข้าพัวพัน แต่ภายนอกไม่ยุ่งเกี่ยว ก็ใช่ว่าลับหลังจะขาวสะอาดด้วย

“ได้! ข้าตกลงรับการทดลองของผู้อาวุโสขอรับ!”

ความกังวลสูงสุดของเจียงผิงอันมิใช่เผ่าจระเข้กลืนสวรรค์ แต่ เป็ นศัตรูอย่างบุตรศักดิ์สิทธิ์ของแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อ

เขากลัวว่าหากฆ่าบุตรศักดิ์สิทธิ์ไป แดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อจะมา ล้างแค้นกับเขา

ยามนี้ เมื่อจักรพรรดิสูงสุดแห่งราชวงศ์ต้าเฉียนออกปากว่าจะ ปกป้ องเขา ย่อมเป็ นเรื่องประเสริฐ

เจียงผิงอันหารู ้ไม่ว่าอีกฝ่ ายจะรักษาสัญญาหรือไม่ แต่อย่างน้อย ก็เป็ นหนึ่งคามั่นที่คุ้มค่าให้เสี่ยง

“ผู้อาวุโส ยามนี้ข้าควรทาเช่นไรขอรับ?”

“จะสร ้างร่างเทวะ เจ้าต้องมีพลังกายแข็งแกร่งสุดขั้ว พลังกาย ขณะนี้ของเจ้ายังไม่พอ”

เฉียนฮวั่นโหรวปลดปล่อยกฎแห่งแรงโน้มถ่วงเข้าปกคลุมเจียง ผิงอัน

เปรี้ยง!

เจียงผิงอันทรุดกระแทกพื้นอย่างรุนแรง กฎแห่งแรงโน้มถ่วงอัน น่าสะพรึงกลัวท าให้หัวใจของเขาเจียนปริแตก โลหิตควบตัว มิอาจ ชันร่างลุกขึ้นได้

“เจ้าจะต้องรับแรงโน้มถ่วงยี่สิบเท่าของอัจฉริยะผู้อื่นในคุกโน้ม ถ่วงแห่งนี้ หากยืนได้ในสามปี ก็จะเข้าสู่ขั้นต่อไป”

พูดจบ เฉียนฮวั่นโหรวก็ไม่กล่าวอะไรต่อ นางหลับตาทาความ เข้าใจมหาเต๋าต่อไป

เจียงผิงอันใช ้สองมือยันพื้น คิดกระเสือกกระสนลุกขึ้น แต่ร่าง ของเขาเหมือนแบกดวงดาวไว้บนหลัง หนักอึ้งถึงขีดสุด

แขนของเขาเริ่มสั่น กระดูกลั่นเอี๊ยด เหงื่อหยดตามเส้นผมลง แทบเท้าของเฉียนฮวั่นโหรว

เปรี้ยง!

เจียงผิงอันกระแทกลงสู่พื้น แดนดินสั่นสะท้าน

โชคยังดีที่พื้นดวงดาวคุกโน้มถ่วงแห่งนี้แข็งเอาการ หาไม่คงร ้าว ระเบิดไปแล้ว

เจียงผิงอันเร่งปราณวิญญาณสุดกาลัง ชีพจรทั้งสามร ้อยหกสิบ จุดในกายเรืองสว่าง ใช ้วิชาเทียมเทพสงครามเพิ่มกาลังสามเท่า ลวดลายอักขระไต่ลามไปทั่วร่าง

แขนของเขายันร่างขึ้นอีกครั้ง ร่างสั่นสะท้านค่อย ๆ ลุกขึ้น…

เฉียนฮวั่นโหรวขมวดคิ้ว กฎแห่งแรงโน้มถ่วงหลากจากร่างของ นางอีกครั้ง คลุมร่างเจียงผิงอันด้วยแรงโน้มถ่วงอันน่าสะพรึงกลัวยิ่ง กว่าเก่า

เปรี้ยง!

เจียงผิงอันซึ่งจะยืนได้รอมร่อร่วงกระแทกพื้น คางแตกโลหิต หลาก

เฉียนฮวั่นโหรวกล่าวเบา ๆ “เมื่อครู่ข้าพูดผิดไป เจ้าต้องรับแรง โน้มถ่วงมากกว่าอัจฉริยะผู้อื่นสี่สิบเท่า”

เจียงผิงอันเงียบไป เขาไม่ปริปากบ่น ไม่พูดอะไรมาก รีดเค้น กาลังฝืนต้านแรงโน้มถ่วงนี้ต่อไป

เจียงผิงอันซึ่งนอนพังพาบกับพื้นมิอาจเห็นว่าในดวงตาของ เฉียนฮวั่นโหรวปรากฏเค้าความตกตะลึงวูบไหว

ยามนางทดลองกับอัจฉริยะผู้อื่น อย่างมากที่สุดก็ใช ้แรงกดดัน สิบเท่าของคุกโน้มถ่วงในขณะนี้

ถึงทาเช่นนั้น อัจฉริยะเหล่านั้นก็ยังมีน้อยคนยิ่งที่ลุกกลับขึ้นยืน ได้ในสามปี

แต่นางให้แรงโน้มถ่วงยี่สิบเท่าของคุกโน้มถ่วงกับเจียงผิงอัน แล้วอีกฝ่ายก็เกือบยืนได้ในเวลาแสนสั้น!

หัวใจอันเงียบงันของเฉียนฮวั่นโหรวเต้นระรัว บางทีนางอาจ บรรลุเป้ าหมายด้วยเจียงผิงอัน สร ้างร่างเทวะใหม่ขึ้นมาได้!

บทที่ 232 ล้มเหลวแล้ว

เจียงผิงอันใช ้เวลาหกเดือน กว่าจะค่อย ๆ ปรับตัวชินกับแรงโน้ม ถ่วงนี้ได้

ยามเขาพยายามลุกขึ้น และล้มลงไปครั้งแล้วครั้งเล่า กระดูก แตกหักหลายหน โลหิตทะลักจากกาย

เห็นได้ชัดว่าแค่ลุกขึ้นยืนง่าย ๆ นี้ทาให้เขาบาดเจ็บสาหัส ต่อเนื่อง

ล าพังแรงโน้มถ่วงของคุกโน้มถ่วงน่ากลัวพอแล้ว แต่เขาต้องรับ แรงโน้มถ่วงสูงกว่าผู้อื่นสี่สิบเท่า ยิ่งชวนขนลุกไปใหญ่

หากเป็ นผู้ฝึกตนขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดคนอื่น ๆ คงถูก ขยี้ตายไปนานแล้ว

ธารนทีแห่งประวัติศาสตร ์ไม่เคยหยุดนิ่ง มีอัจฉริยะเกิดดับ ต่อเนื่อง

จากคาร่าลือ หนึ่งร่างวิญญาณวารีสวรรค์ปรากฏขึ้นใน สานักเพียวเหมี่ยว และได้รับมรดกเซียนเพียวเหมี่ยวเป็ นคนแรกใน ประวัติการณ์

ต้องทราบว่า เจ้าสานักเพียวเหมี่ยวคนปัจจุบันได้มรดกเซียน เพียวเหมี่ยวมาเพียงครึ่ง ก็โด่งดังทรงพลังยิ่งแล้ว

แต่ร่างวิญญาณวารีสวรรค์นี้ได้รับมรดกครบถ้วน

ร่างเทวะสุดสิ้นหยางผู้หนึ่งปรากฏขึ้นในราชวงศ์ต้าเหยียน ไร ้ เทียมทานในหมู่อัจฉริยะขอบเขตเดียวกัน

สุดหยินสุดหยาง สิ้นหยินสิ้นหยาง สี่ขั้วอานาจสูงสุด ร่างเทวะสุด ขั้วหยางเพิ่งตกตายไปได้ไม่นาน ยามนี้ร่างเทวะสุดสิ้นหยางก็ปรากฏ ขึ้นอีก

ร่างเทวะสุดสิ้นหยางแพร่วาจา บอกว่าสายเลือดสุดสิ้นหยางหา ได้อ่อนแอไปกว่าใคร เขาจะแก้หน้าให้สายเลือดสุดขั้วหยาง อีกห้าปี ให้หลังจะเข้าร่วมแผนบ่มเพาะอัจฉริยะเพื่อพิชิตเจียงผิงอัน

รากวิญญาณสามแขนง ปฐพี พฤกษาและวารีไร ้ที่ติปรากฏขึ้น ในต้าฉู่ สะท้านสะเทือนไปทั่วแดนดินใกล้เคียงมากมาย

ทว่า ขณะที่อัจฉริยะผู้นี้กาลังจะถูกราชวงศ์ต้าฉู่นาตัวไปฝึกฝน ก็ถูกมือสังหารลึกลับผู้หนึ่งลอบสังหารไปเสียก่อน

อัจฉริยะผู้นี้มียอดฝี มือมากมายอารักขา มือสังหารทุ่มกาลัง สังหารอัจฉริยะรากวิญญาณสามแขนงไร ้ที่ตินี้แล้วหนีไปพร ้อม บาดแผลสาหัส

ยามอัจฉริยะผู้นี้ตกตาย ต้าฉู่เดือดดาล ออกค่าหัวคนผู้นี้เป็ น มูลค่ามหาศาล

พวกเขาไม่รู ้ว่าคนผู้นี้เป็ นใคร ทราบเพียงว่าอีกฝ่ ายเชี่ยวชาญ กฎมรณะ ทุกคมกระบี่บรรจุอานาจมรณะ

แม้เรื่องเหล่านี้จะใหญ่โต แต่ก็กระทบถึงแดนดินไม่กี่ผืนเมือง

สิ่งที่ปวงชนสนใจจริง ๆ คือศึกเผชิญเผ่าปี ศาจทะเลบูรพา โอกาสในซากโบราณมหาจักรพรรดิ และการสนทนาระหว่างเสินเฟิง ศิษย์ของราชันศักดิ์สิทธิ์และยอดฝีมือสูงสุดทั้งหลาย

เรื่องของเจียงผิงอันสร ้างกระแสเพียงเล็กน้อย เมื่อกาลเวลาผ่าน ไป ผู้ฝึกตนทั่วไปก็ลืมการมีอยู่ของเขาไปชั่วขณะ

ณ ซากโบราณมหาจักรพรรดิ ในคุกโน้มถ่วงบนดาวดวงที่สอง

หนานกงเสิน เนตรเทวะสะท้อนลักษณ์ฝึกฝนภายใต้แรงโน้มถ่วง มากกว่าผู้อื่นห้าเท่าตัว

ร่างของเขาชุ่มเหงื่อ หนานกงเสินกัดฟันอดทน ดวงตาสีทอง เปี่ยมความไม่เต็มใจ

“เจียงผิงอัน ข้าจะก้าวข้ามเจ้าให้ได้!”

แรงโน้มถ่วงในคุกโน้มถ่วงเองก็น่ากลัวพอแล้ว แต่เพื่อเอาชนะ เจียงผิงอัน เขาจึงทวีมันห้าเท่า

เขาเชื่อว่าขอเพียงตั้งใจ ก็จะก้าวข้ามเจียงผิงอันได้แน่นอน!

นอกลานประลองยุทธ ์มีอัสนีเลื่อนลั่น หนึ่งเสียงสตรีกราดเกรี้ยว ค ารน

“เจ้าท่อนไม้ตัวเหม็น! ไปตายซะ!”

เมิ่งจิงระเบิดอัสนีฟาดร่างอัจฉริยะห้าคนตรงหน้านางสู่เวหา

อัจฉริยะขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดคนอื่น ๆ เห็นสภาพชวน สะพรึงของเมิ่งจิงแล้วเงียบกริบ

สตรีผู้นี้น่ากลัวยิ่งนัก นางเหมือนทะเลาะอะไรกับเจียงผิงอันมา สามปีมานี้ นางไล่เล่นงานอัจฉริยะทั้งหลายระบายอารมณ์มาตลอด

ฤทธิ์อัสนีชวนสะพรึงหลากไหลตามโทสะของนาง ไร ้ผู้ใดหยุดยั้ง ได้

อัจฉริยะทั้งหลายเคืองแค้นเจียงผิงอันเข้าไส้กันแล้ว

พวกเขาเฝ้ ารอยามเจียงผิงอันถูกเมิ่งจิงไล่เล่นงานในภายหน้า อย่างยิ่ง

สตรีผู้นี้หัวฟัดหัวเหวี่ยงมาหลายปี พบกันใหม่ภายหน้า มีเรื่อง น่าดูชมให้พินิจแน่นอน

แต่ว่าไป เจียงผิงอันหายไปไหนกัน มิได้เห็นมาสามปีแล้ว

เมิ่งจิงสบถสาบาน ก่อนจะหันมองอัจฉริยะรอบกาย “หนนี้ข้าจะสู้ สิบคน!”

ร่างของผู้ฝึกตนทั้งหลายสะท้านเทิ้ม

เจียงผิงอันเวรนั่นไปตายอยู่หนใดฟะ!

ในคุกใต้ดินระดับสูงแห่งหนึ่ง

สามร่างของเจียงผิงอันนั่งขัดสมาธิอยู่ภายใน ตรงหน้าเขามี เฉียนฮวั่นโหรวนั่งอยู่

ชายหนุ่มตกลงรับการทดลองของผู้อาวุโสท่านนี้เมื่อสองปีก่อน นี่คือปีที่สามแล้วนับแต่เข้ามายังคุกโน้มถ่วง

ระหว่างนี้ เขาฝึกฝนกับแรงโน้มถ่วงมหาศาล ร่างกายแข็งแกร่ง ขึ้นเรื่อย ๆ

ทันใดนั้น เจียงผิงอันทั้งสามก็ลืมตาขึ้น

ทั้งสามคุกเข่า สองมือยันพื้น ออกแรงหยัดกายลุกขึ้นท่ามกลาง แรงโน้มถ่วงอย่างยากล าบากอย่างพร ้อมเพรียง

กระดูกของเขาเสียดลั่นภายใต้แรงโน้มถ่วงอันน่าสะพรึงกลัว

พรวด!

อวตารเขมือบทนไม่ไหว กระดูกขาแทงทะลวงออกจากเข่า ทรุด ลงกองกับพื้น

กายาศักดิ์สิทธิ์เทียมค่อย ๆ เกร็งสันหลัง จานงอันเกินสั่นคลอน กระตุ้นฤทธิ์กระดูกกายาศักดิ์สิทธิ์ ร่างของเขาค่อย ๆ เหยียดตัวขึ้น อย่างสั่น ๆ

เมื่อลุกขึ้น แสงทองเรืองโรจน์ระเบิดออกจากร่างของเขา

เจียงผิงอันกัดฟันกรามเจียนแหลก ดวงตาแดงฉานดุจฉาบ โลหิต

“ลุก!”

เจียงผิงอันแผดเสียงค ารามเช่นสัตว์ป่ าในล าคอ ร่างยืนตรง ขึ้นมาได้

ในที่สุด ในที่สุดก็ลุกได้แล้ว

เขาใช ้เวลาสองปี กว่าจะยืนท่ามกลางแรงโน้มถ่วงน่าสะพรึงกลัว นี้ได้

เจียงผิงอันหันมองอวตารเขมือบ

น่าเสียดายที่อวตารเขมือบมีเวลาฝึกฝนน้อยเกินไป ว่าด้วยพลัง กายแล้วยังห่างชั้นกับอีกสองร่างอยู่บ้าง จึงมิอาจทาสาเร็จ ภายหลัง ต้องฝึกฝนอวตารเขมือบให้ดี

เมื่อเห็นเจียงผิงอันลุกขึ้น นิ้วของเฉียนฮวั่นโหรวก็สะท้านน้อย ๆ

นี่คือแรงโน้มถ่วงสี่สิบเท่าที่อัจฉริยะคนอื่น ๆ แบกรับ ปรากฏว่า เจียงผิงอันใช ้เวลาเพียงสองปีก็ยืนได้!

เร็วกว่ากาหนดหนึ่งปี!

นางได้เห็นกับตาว่าชายหนุ่มผู้นี้พยายามหยัดยืนครั้งแล้วครั้ง เล่า ล้มลุกคลุกคลาน บาดเจ็บสาหัส แต่ก็ยังลุกขึ้นอีก

อีกฝ่ ายเหมือนไม่รู ้จักความเจ็บปวดและความเหนื่อยล้า บากบั่น เพื่อเป้ าหมายเสมอมา

ชั่วกาลนี้ มีเพียงเฉียนฮวั่นโหรวประจักษ์แจ้งครบถ้วน

ในที่สุดนางก็ได้รู ้ว่าชายหนุ่มผู้นี้มาถึงจุดนี้ได้อย่างไร

มิน่าจึงขึ้นถึงยอดเส้นทางสู่สวรรค์ได้ พลังใจเช่นนี้หายากจริง ๆ

เฉียนฮวั่นโหรวชาเลืองเจียงผิงอันอย่างลึกล้า เก็บแรงโน้มถ่วง ของนางไปเฉียบพลัน

เมื่อแรงโน้มถ่วงหายไปกะทันหัน โลหิตซึ่งโคจรอย่างยากลาบาก ในกายเจียงผิงอันก็เร่งเร็วทันที

พรวด!

เนื่องจากโลหิตและปราณโคจรเร็วเกินไป หัวใจของทั้งสามร่าง จึงเกือบระเบิด ทั้งสามบาดเจ็บสาหัสกระอักเลือดพร ้อมเพรียง

ทว่า เนื่องด้วยไร ้บาดแผลจากกฎเกณฑ์ จึงไม่ร ้ายแรงถึงชีวิต

เฉียนฮวั่นโหรวกล่าวเสียงเรียบ “นี่คือหนึ่งวิธีใช ้แรงโน้มถ่วง หากเพิ่มหรือลดแรงโน้มถ่วงเฉียบพลัน จะสามารถท าให้ปราณ วิญญาณในกายเป้ าหมายปั่นป่วน กระทบต่อวิชาที่อีกฝ่ายใช ้”

“ขอบคุณผู้อาวุโส”

เจียงผิงอันเช็ดเลือดจากปาก บาดแผลแค่นี้เล็กน้อย เขาใช ้ ‘ทวีคูณอนันต์’ เยียวยาก็หายแล้ว

เรื่องสาคัญคือบรรลุความสามารถใหม่ต่างหาก

“พลังกายของเจ้ามากกว่าสองปี ก่อนหลายเท่าตัว ดาเนินขั้น ต่อไปได้ หากส าเร็จก็ไปต่อ แต่หากไม่ เจ้าก็ต้องปล่อยวาง”

เฉียนฮวั่นโหรวนาก้อนกรวดเล็กเท่าเมล็ดข้าวสีดาก้อนหนึ่งส่ง ให้เจียงผิงอัน

“นี่คือหนึ่งบรรพตที่ข้าบีบอัด เจ้าลองผสานมันสู่ชีพจรของเจ้า ก่อนว่าได้หรือไม่”

เจียงผิงอันรับก้อนกรวดเล็กเท่าเมล็ดข้าวสีดามา ทันทีที่กรวด ก้อนนั้นมาอยู่ในมือ มือของเขาก็ถ่วงลงเล็กน้อย

ทว่า ด้วยพละก าลังในขอบเขตผนึกวิญญาณ การลากภูเขาสัก ลูกมิใช่ปัญหาใหญ่เลย

เจียงผิงอันนั่งลงปรับสภาพตนเองบนพื้น ก่อนจะสูบ ‘บรรพต’ ขนาดเท่าเมล็ดข้าวนี้เข้าสู่ชีพจรในฝ่ามือเขา

เปรี้ยง!

ปราณในชีพจรที่ฝ่ ามือของเจียงผิงอันเกินทานทน มันระเบิด ออกเผยกระดูกขาวโพลนทันใด

กรวดเม็ดนั้นเหมือนเป็ นหยดน้าร่วงลงหม้อน้ามันเดือด ยามสอง สสารประสบ ก็ระเบิดทันที

คิ้วเรียวของเฉียนฮวั่นโหรวขมวดแน่น ความเข้ากันได้วิบัติยิ่ง

นางคิดไปว่าชีพจรของเจียงผิงอันนั้นพิเศษ และสามารถผสาน วัตถุอัดแน่นสู่ชีพจร สร ้างร่างเทวะจากอีกฝ่ายได้

มิคาดว่าความเข้ากันได้จะดิ่งเหวเพียงนี้

หากปฏิกิริยาต่อต้านไม่รุนแรงดังเห็น ก็ยังทดลองต่อได้ แต่เมื่อ เป็ นเช่นนี้ ก็ไม่ต้องลองต่อไปแล้ว

บางที ปราณวิญญาณและโลหิตในชีพจรเจียงผิงอันอาจถึง ขีดจากัดแล้ว ไม่มีทางผสานสิ่งอื่นเข้าไปได้อีก

เพื่อสร ้างร่างเทวะ ในเวลาหลายพันปี มานี้ เฉียนฮวั่นโหรว ทดลองด้วยสารพัดวิธี ทั้งบีบอัดกระดูก บีบอัดแก่นโลหิต บีบอัดวัตถุ ภายนอกสู่ร่างกาย เพิ่มน้าหนักสังขาร……

แต่ทุกหนทางล้วนล้มเหลว

แม้นางจะได้ผลลัพธ ์มาบ้าง แต่ก็มิใช่ร่างเทวะที่นางต้องการ

ความปรารถนานี้หลอกหลอนนางมาหลายพันปี ถึงคราวต้อง หวนสู่สัจธรรมแล้ว…

ต้องตื่นจากความฝันที่จะได้เดินตามรอยเท้ายุคมหาจักรพรรดิ สร ้างร่างเทวะของนางเสียที

อันที่จริง ร่างเทวะมิได้มีอยู่แต่โบราณมา แต่เป็ นสิ่งที่ตัวตนในยุค สมัยของมหาจักรพรรดิหลอมรวมดารา สายเลือดสัตว์เทพ และกฎ ฟ้ าดินสร ้างขึ้นมา

เพียงแค่ว่า หลังยุคสมัยของมหาจักรพรรดิผ่านไป ร่างเทวะก็ ปรากฏขึ้นเพิ่มอีกนิดหน่อย

หลายขุมกาลังสร ้างร่างเทวะขึ้นใหม่ มีบางแห่งทาสาเร็จ

แต่เห็นได้ชัดว่าเส้นทางของนางผิดพลาด

“แม้ข้าจะล้มเหลว ข้าก็ยังจะคุ้มครองเจ้าหนึ่งหน”

เฉียนฮวั่นโหรวโยนป้ ายหยกสองชิ้นให้เจียงผิงอัน หนึ่งขาวหนึ่ง ด า

“ป้ ายหยกดานี้ไว้เรียกหาข้า ส่วนป้ ายหยกขาวเป็ นวรยุทธ ์ที่ข้า สร้าง ‘วิชาดึงดารา’”

“วิชาดึงดารา ควบคุมได้ทุกสิ่ง บีบอัดและแยกส่วนวัตถุตาม คานึง ยามฝึกจนแข็งแกร่ง เจ้าลากกระทั่งดวงดาวบนฟ้ าลงมาโจมตี ศัตรูยังได้”

“หากมีสิ่งใดไม่เข้าใจ มาถามข้าได้ ไปเถอะ”

เจียงผิงอันมองแขนของตนเงียบ ๆ ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยปาก “ยาม นี้ข้ารู ้สึกว่ามือข้าหนักอย่างยิ่ง มิใช่ว่านี่เป็ นผลสาเร็จหรือขอรับ?”

เขารู ้สึกว่าฝ่ามือของเขาในขณะนี้หนักอย่างยิ่ง หมัดจะแข็งแกร่ง กว่ากาลก่อนแน่นอน

“นี่มิใช่การผสานรวม เป็ นเพียงการเพิ่มเข้าไปอย่างเรียบง่าย ยามชีพจรในมือเจ้ารวมตัวใหม่ มันจะระเบิดใหม่อีกหน อย่าลืมน า ของที่ใส่ไปกลับออกมาด้วยล่ะ”

เฉียนฮวั่นโหรวผู้ผิดหวังกับผลลัพธ ์นี้ทิ้งความคิดสร ้างร่างเทวะ ไปอย่างสมบูรณ์

โชคยังดีที่นางมิได้หวังมาก และมิได้เสนอรางวัลมากมาย หาไม่ คงยิ่งผิดหวังกว่านี้

“ครั้งนี้ รบกวนผู้อาวุโสแล้วขอรับ”

เจียงผิงอันลุกขึ้นคารวะ เก็บอวตารแล้วหันกายจากไป

บทที่ 233 วิชาดึงดารา

สามปีที่ผ่านมา ด้วยความช่วยเหลือของผู้อาวุโสท่านนี้ ความเร็ว ในการบรรลุกฎแห่งแรงโน้มถ่วงของเจียงผิงอันทวีคูณเร่งเร็ว

ยิ่งกว่านั้น ภายใต้อานาจโน้มถ่วงของอีกฝ่ าย พลังกายของเขา ก็คืบหน้าอย่างเด่นชัด

กระทั่งอวตารเขมือบซึ่งอ่อนแอที่สุดยังมีพลังกายเกินตัวตน ขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดทั่วไปเทียบได้

น่าเสียดายที่มิอาจสร ้างร่างเทวะโน้มถ่วงได้สาเร็จ

แท้จริงแล้ว เจียงผิงอันโหยหาอ านาจเช่นนั้นอยู่

เจียงผิงอันเดินออกมาที่ทางเดิน เมื่อสังเกตเห็นหนึ่งห้องขังกว้าง เปิดประตูอยู่ก็เดินเข้าไปนั่งทันที

เมื่อนั่งลงบนพื้น เจียงผิงอันก็นา ‘บรรพต’ ขนาดเท่าเมล็ดข้าว ในฝ่ามือออกมานั่งจ้อง

สิ่งนี้เคยเป็ นภูเขาลูกหนึ่งซึ่งสุดแสนธรรมดา แต่หลังถูกผู้อาวุโส ท่านนี้บีบอัด มันก็มีขนาดเพียงเมล็ดข้าว

สิ่งนี้กระทั่งกลายเป็ นสมบัติชิ้นหนึ่ง

สาหรับเจียงผิงอัน สมบัตินี้หามีค่ามากไม่

สิ่งที่ทาให้เจียงผิงอันสนใจจริง ๆ คือแรงที่บีบอัดภูเขาจนเหลือ เล็กเพียงนี้ต่างหาก

การเก็บกักปราณวิญญาณในร่างของเขาถึงขีดจ ากัดแล้ว เป็ น การยากจะเพิ่มมันอีก

และขณะนี้ เขาก็พบหนทางเพิ่มจานวนปราณที่เก็บได้ต่อไป!

นั่นก็คือบีบอัดปราณในกาย!

หากเป็ นกาลก่อน เจียงผิงอันคงไม่มีทางบีบอัดต่อไปได้แน่ ๆ

แต่ผู้อาวุโสมอบวิชาพิเศษ ‘ดึงดารา’ แก่เขา

ผู้อาวุโสกล่าวว่า หลังจากสาเร็จวิชานี้ เขาสามารถย่อขยายวัตถุ ต่าง ๆ ได้ กระทั่งเหนี่ยวนาดาราลงจากฟ้ า!

ภูเขาลูกนี้ก็น่าจะถูกบีบอัดโดย ‘ดึงดารา’ เช่นกัน

บางทีหลังเรียนวิชานี้ เขาอาจพบหนทางก้าวเดินต่อไป!

เจียงผิงอันน าป้ ายหยกบรรจุวรยุทธ ์ออกมาอ่านรายละเอียดของ ‘วิชาดึงดารา’

วิชานี้มีเพียงสามขั้น ซึ่งก็คือขั้นกฎเกณฑ์ ขั้นเคล็ดพลัง และขั้น เขตแดน

เป็ นการจัดลาดับขั้นที่แย่มาก ๆ

ในโลกหล้าผู้ฝึ กตน ขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิดฝึ กฝน กฎเกณฑ์ขั้นแรก ขอบเขตแปรเทวะฝึ กฝนกฎเกณฑ์ขั้นสอง และ ขอบเขตหลอมสุญตาฝึกฝนกฎเกณฑ์ขั้นสาม

วรยุทธ ์โดยทั่วไปจะระบุกฎขั้นแรกและขั้นสองที่เกี่ยวข้องใน เนื้อหา เพื่อเป็ นการสะดวกแก่การเรียกใช ้ฝึกฝนของผู้ฝึกตน

แต่ ‘วิชาดึงดารา’ นี้มิใช่เช่นนั้นเลย

หากแต่งคาให้งดงาม การเรียนขั้นแรกจะใช ้ได้แสนนาน

แต่พูดตรง ๆ คือ การฝึกขั้นแรกยากเย็นยิ่งนัก

กร๊อบ!

เมื่อป้ ายหยกแตกสลาย เนื้อหาวรยุทธ ์ก็สลักตรึงในใจเขาอย่าง สมบูรณ์

เจียงผิงอันสูดหายใจลึก ๆ สามร่างกลืนเม็ดบงกชแจ้งวิถีพร ้อม เพรียง

ไม่ว่าอย่างไร วรยุทธ ์นี้ต้องแตกฉาน นี่อาจเป็ นก้าวสาคัญของ เขาในการสัญจรต่อไป

ต่อให้มันใช ้กับก้าวย่างต่อไปมิได้ วรยุทธ ์นี้เรียนไปก็ไม่เสียหาย

เจียงผิงอันหลับตา พยายามท าความเข้าใจ ‘วิชาดึงดารา’

ด้วยสามร่างช่วยขบคิด ผนวกกับเม็ดบงกชแจ้งวิถี เวลาที่ต้องใช ้ ในการท าความเข้าใจจึงลดลงมาก

ช่วงกาลจากนั้น เจียงผิงอันใช ้เวลาทั้งหมดนอกจากใช ้ป้ ายหยก สื่อสารติดต่อโลกภายนอกเป็ นครั้งคราวในการฝึกฝน

เป็ นเช่นนี้สองปี

จนปีที่ห้าในคุกโน้มถ่วงของเขา

แผนบ่มเพาะอัจฉริยะครั้งที่สองถูกจัดขึ้น และอัจฉริยะซึ่งถือ กาเนิดจากร ้อยเมืองหลากขุมกาลังในแดนบูรพาก็มาเริ่มศึกกัน ล่วงหน้าที่ซากโบราณมหาจักรพรรดิ

ร่างเทวะแข็งแกร่งมากมายผุดพราย ดาวดวงใหม่เจิดจรัสแก่ทุก สายตา

ในหมู่พวกเขา ร่างเทวะสุดสิ้นหยางนามเฝิงเซวียนเป็ นที่สนใจ อย่างยิ่ง

นับแต่เปิดตัว เขาก็ประกาศแก่ปวงชนว่าคิดแก้หน้าให้ร่างเทวะ สุดขั้วหยาง พิชิตเจียงผิงอัน บุคคลอันดับหนึ่งของขอบเขตวิญญาณ แรกกาเนิดเมื่อรอบที่แล้วลง

เฝิงเซวียนมีฝีมือพอให้หยิ่งผยอง ร่างเทวะของเขาเป็ นหนึ่งเหนือ ผู้ฝึกกายาขอบเขตเดียวกัน วิชาของเขาเลิศล้าเกินผู้ฝึกวิญญาณ ร่วมขอบเขต ไร ้เทียมทานร่วมระดับ สายเลือดร่างเทวะอื่นมิอาจโงหัว

“เจียงผิงอันรังแกได้ก็แค่ร่างเทวะสุดขั้วหยางที่ยังมิได้ฝึกฝน ยาม ข้าเข้าสู่ดาวดวงที่สอง ข้าจะเอาชนะเขาได้แน่ ๆ!”

เฝิ งเซวียนเอาชนะศัตรูลงคนแล้วคนเล่า สุดแสนภาคภูมิหยิ่ง ผยอง

ดาวดวงที่สอง ในคุกโน้มถ่วง

ผู้อาวุโสห้าเหลยซื่อชิงแห่งตระกูลเหลยมายังคุกที่เจียงผิงอันอยู่ ด้วยสีหน้าบึ้งตึง

“ไอ้หนูตัวเหม็น ต้องให้ตาเฒ่าผู้นี้มาตามหา เจ้ามาหลบอยู่ที่นี่ ท าไม? รู ้หรือไม่ว่าห้าปีผ่านแล้ว ยามนี้มีผู้คิดท้าทายเจ้า”

จากกาหนดการ พวกเขาจะมีหนึ่งการประชันย่อยทุกห้าปี หนึ่ง การประชันใหญ่ในสิบปี

การประชันย่อยคือท้าทายอิสระ ทดสอบผลลัพธ ์ ให้ทุกผู้เข้าใจ ระดับของตนเอง

ส่วนการประชันใหญ่คือการจัดอันดับ แจกทรัพยากรเป็ นรางวัล ด้วยสัดส่วนใหม่

เจียงผิงอันลืมตาขึ้นช ้า ๆ

ผ่านมาห้าปีแล้ว แต่เขากลับรู ้สึกราวเพิ่งเหยียบย่างสู่คุกโน้มถ่วง เมื่อวานนี้เอง

‘วิชาดึงดารา’ นี้เรียนยากจริง ๆ ต้องใช ้เวลาตกตะกอนถึงสองปี

หากมิใช่มีเม็ดบงกชแจ้งวิถีช่วยเหลือ สองร้อยปี ก็คงยังมิ ประจักษ์แจ้ง

ยามขอบเขตพัฒนา เรื่องที่ต้องใช ้เวลาเนิ่นนานกว่าจะเข้าใจ เช่นนี้ก็จะปรากฏบ่อยครั้งขึ้น

เหลยซื่อชิงแค่นเสียงเย็นเยียบ “เจ้ามิได้เลือกตาเฒ่าผู้นี้แต่แรก แล้วเกิดไม่อยากเรียนแรงโน้มถ่วงบ้าบออะไรนั่น เลยต้องนึกเสียใจ ฝึกฝนไปคนเดียวล่ะสิท่า?”

เขาเห็นเจียงผิงอันนั่งลาพังที่นี่ จึงคิดว่าอีกฝ่ ายยอมทิ้งกฎแห่ง แรงโน้มถ่วงไปแล้ว

“ในการประลองย่อยนี้ เจ้าจะได้เห็นว่าความต่างชั้นระหว่างเจ้า กับอัจฉริยะผู้อื่นประชิดกันเข้ามา นี่แหละผลของการเดินผิดทาง”

“แต่ตาเฒ่าผู้นี้มิใช่คนเจ้าคิดเจ้าแค้น ใครบ้างไม่เคยทาผิดใน ยามเยาว์ รับใช ้รินน้ารินชาให้ตาเฒ่าผู้นี้สักปี เดี๋ยวอารมณ์ดี ๆ ก็จะ ชี้แนะเจ้าบ้างเอง”

ปากบอกไม่สนใจ แต่เขายังจาเรื่องนี้ไม่ลืมมาห้าปี

เจียงผิงอันลุกขึ้น “ขอบคุณผู้อาวุโสที่แสดงน้าใจ ผู้น้อยเข้าใจ แล้ว ขอถามได้หรือไม่ว่าการประชันจัดที่ใด?”

เขาในยามนี้ไม่ต้องการคาชี้แนะมากนัก

เหลยซื่อชิงเบิกตา หมายความเช่นไร? เจ้าเด็กนี่ปฏิเสธอีกแล้ว หรือ?

“ความทะนงของเจ้าจะตบหน้าเจ้าในไม่ช ้า ยามถูกอัจฉริยะผู้อื่น เอาชนะ อย่าซมซานมาหาข้าแล้วกัน!”

เหลยซื่อชิงเดือดดาล กระฟัดกระเฟียดจากไป

เขาเป็ นถึงผู้อาวุโสห้าผู้ยิ่งใหญ่จากตระกูลเหลยโบราณ เป็ น ฝ่ายเสนอตัวจะชี้แนะเจ้าเด็กนี่ แต่เจ้าเด็กนี่กลับปฏิเสธสองหนติด!

เจียงผิงอันปล่อยอวตารออกมาฝึกฝนต่อไป ขณะที่ร่างจริงตาม เหลยซื่อชิงออกจากคุก สู่พื้นผิวดวงดาว

อัจฉริยะมากมายก าลังประชัน ทดสอบผลการฝึกฝนห้าปี

อัจฉริยะเหล่านี้ปรับตัวเข้ากับแรงโน้มถ่วงชวนสะพรึงของ ดวงดาวได้แล้ว แรงโน้มถ่วงจึงมีผลต่อพวกเขาน้อยลง

เมื่อออกจากที่นี่ไปสู้ในโลกภายนอก ยิ่งเป็ นการง่ายกว่าสาหรับ พวกเขา

“เจียงผิงอัน!”

เมื่อเห็นเจียงผิงอันปรากฏตัว ดวงตาสีทองของหนานกงเสินก็ วาวโรจน์

จิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ลุกโชนแรงกล้า เกิดเป็ นแรงกดดัน มหาศาลจนอัจฉริยะรอบข้างต้องถอยห่างอย่างเกินรับไหว

ทุกผู้หันมองหนานกงเสินด้วยสายตาสุดย าเกรง

ห้าปีมานี้ หนานกงเสินท้าทายอัจฉริยะทุกคนที่นี่ ลอกวรยุทธ ์ แทบทุกผู้หมดสิ้นแล้ว

ขณะนี้ ในขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิด ไม่มีผู้ใดนอกจากเมิ่งจิง สู้เสมอกับหนานกงเสินได้!

ทุกผู้ทราบแล้วว่าในศึกคัดเลือก หนานกงเสินพ่ายแก่เจียงผิงอัน ในใจต้องสุดแสนไม่เต็มใจ

เขาบากบั่นฝึกฝนห้าปี ลอกเลียนวรยุทธ ์นับร ้อยเพียงเพื่อวันนี้

ผู้ฝึกตนขอบเขตสร ้างรากฐาน จินตานและแปรเทวะ กระทั่งสัตว์ ประหลาดเฒ่าบางคนก็มาชมศึกเช่นกัน

เหตุผลหลักคือเพราะเนตรเทวะสะท้อนลักษณ์โด่งดังเกินไป ทุก ผู้จึงอยากประจักษ์ว่าเนตรเทวะสะท้อนลักษณ์แข็งแกร่งเพียงไร

“เจียงผิงอัน เจ้ายังกล้าออกมาอีกนะ!”

ขณะนี้ เสียงแผดลั่นด้วยโทสะดังสนั่นเก้าชั้นสรวง

ทุกผู้สะดุ้งหันมองตาม

เมิ่งจิงในชุดรัดรูปสีดาโอบล้อมด้วยอัสนี ใบหน้ากระจ่างเยี่ยง หยกขาวดุจเสี้ยวจันทร ์ ดุจพฤกษามวลผกาท่ามกลางหิมะ งดงาม เกินวาดฝัน

คู่เนตรงามของเมิ่งจิงถลึงมองเจียงผิงอัน “ห้าปี แล้ว! เจ้ามิได้ ออกมา! รู้หรือไม่ว่าห้าปีผ่านมา ข้าต้องเจออะไรบ้าง!”

จากสภาพของเมิ่งจิง อวิ๋นหวงก็คิดในใจว่าอีกฝ่ ายเหมือนจะ โมโหอยู่จริง ๆ

“วันนี้ เราสองต้องร่วงไปข้าง!” เมิ่งจิงเดือดดาล

อัจฉริยะขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิดรอบข้างร ้องตะโกน ส่งเสริม

“อัดเจ้าคนเลวนี่ให้ตาย!”

“ระเบิดศีรษะสุนัขนั่นเลย!”“ต้องเล่นให้พิการ!”
เหตุที่อัจฉริยะขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดเหล่านี้เป็ นเดือดเป็ น ร ้อนนัก หลัก ๆ แล้วเป็ นเพราะห้าปีมานี้ สตรีผู้นี้ท้าทายพวกเขาเพื่อ ระบายโทสะเสมอมา

ยามนี้ แค่เห็นเมิ่งจิง พวกเขาก็ตัวสั่นแล้ว เกิดแผลในใจกันถ้วน หน้า

ดังนั้น อัจฉริยะทั้งหลายจึงส่งโทสะไปหาเจียงผิงอัน คาดหวังให้ เจียงผิงอันถูกอัดน่วมเช่นตน

บทที่ 234 การท้าทายของหนานกงเสิน

“เสี่ยวจิง อย่าวู่วาม”

อวิ๋นหวงรีบเข้ามาคว้าแขนเมิ่งจิงไว้ ด้วยกลัวนางจะหุนหันพลัน แล่นทาเรื่องโง่เง่าลงไป

“วันนี้ ใครก็หยุดข้าไม่ได้!”

เมิ่งจิงสะบัดอวิ๋นหวงออกไป อัสนีในกายแปรเปลี่ยนเป็ นกระบี่ สายฟ้ า ชี้ไปหาเจียงผิงอัน

“เจียงผิงอัน วันนี้เจ้าพูดอะไรไปก็ไร ้ประโยชน์! หากเจ้าไม่พิชิต ข้า! ข้าก็จะพิชิตเจ้า!”

อัสนีรอบกายนางวูบไหว เนื่องจากกาลังมีโทสะ เมฆสายฟ้ าเหนือ เวหาจึงก่อตัวทอดยาวหลายต่อหลายลี้ อัสนีแลบปลาบเยี่ยงมังกร ขนด ส่งแรงคุกคามต่อโลกหล้า

“เจ้าสวยขึ้นอีกแล้ว” เจียงผิงอันกล่าวกับเมิ่งจิงตรงหน้าด้วย สายตาอ่อนโยน

มิได้พบนางมาหลายปี แม่หนูนี่เติบโตเป็ นสตรีสมบูรณ์แล้ว ใบหน้างามจรัส รูปลักษณ์เพริศพริ้ง หากเป็ นที่ชนบท บุตรในภาย หน้าจะมิต้องทนหิวโหยแน่นอน

เมื่อได้ยินเจียงผิงอันชมนางว่าสวย สีหน้าบูดบึ้งด้วยโทสะก็หาย วับไร ้ร่องรอย เปลี่ยนไปก้มหน้างุดมองปลายเท้าตน

“เจ้าพูดเพ้อเจ้ออะไรอยู่น่ะ”

เมิ่งจิงสางเส้นผมสยายของตน ใบหน้างามขึ้นสีเรื่อเล็กน้อย นี่ เป็ นครั้งแรกที่เจียงผิงอันชมนาง

“ขอโทษด้วยนะ ห้าปีมานี้ข้าฝึกฝนอยู่ตลอด แทบไม่ได้ติดต่อ กับเจ้าเลย” เจียงผิงอันเป็ นฝ่ายขออภัยก่อน

“ฮึ พูดเช่นนี้คิดว่าข้าจะอภัยหรือ?” เมิ่งจิงกัดฟัน ดูดุดันยิ่ง

แต่เมฆสายฟ้ าชวนสะพรึงบนฟ้ าหายวับไปราวไม่เคยมี

ปวงชน “……”

ปากอย่างใจอย่างอะไรขนาดนี้?

ชายผู้นี้พูดแค่ไม่กี่คา ก็สลายความโกรธเคืองตลอดห้าปีของเจ้า ได้แล้วหรือ?

อัดเขาให้น่วมเซ่!

ไกลออกไป ยามเหลยหลานเห็นเช่นนี้ สีหน้าของนางก็แค้นเคือง “ลูกสาวข้านี่ใช ้ไม่ได้จริง ๆ! แค่วาจาส่ง ๆ สองสามคาก็ถูกหลอก แล้ว!”

เหลยซื่อชิง ผู้อาวุโสห้าตระกูลเหลยค้อนเหลยหลานไปหนึ่งขวับ “เจ้าคิดว่าบุตรีเจ้าเหมือนใครล่ะ?”

ศึกใหญ่ที่ปวงชนตั้งตารอมิได้เกิดขึ้น ชวนผิดหวังนัก

เมื่อเห็นทั้งสองไม่สู้กัน หนานกงเสินก็เอ่ยปาก “เจียงผิงอัน วันนี้ ข้าอยากล้างอายเมื่อห้าปีก่อน!”

ปราณอันน่าสะพรึงกลัวถูกปลดปล่อยจากกาย ปกคลุมระยะร ้อย ลี้อย่างบ้าคลั่ง อาภรณ์พัดกระพือ

ห้าปีก่อน หนานกงเสินพ่ายแก่เจียงผิงอัน และบากบั่นตรากตรา ห้าปีเพื่อทวงคืนศักดิ์ศรีในวันนี้

ทุกผู้สงบความคิด รอศึกบังเกิดทันที

ครั้งก่อนที่ทั้งสองประชัน ผู้คนส่วนใหญ่ที่นี่มิได้เห็น และได้ยินว่า ยามเจียงผิงอันชนะ เขาก็บาดเจ็บเช่นกัน

ผ่านไปห้าปี ไม่รู ้ความต่างระหว่างทั้งสองเปลี่ยนไปหรือไม่

เมิ่งจิงโกรธเจียงผิงอันไม่ลงแล้ว รีบร ้อนเตือนขึ้นว่า “ห้าปีมานี้ เจ้านี่ลอกวิชาอัจฉริยะได้เกือบทั้งหมด ขณะนี้แข็งแกร่งอย่างยิ่ง ขั้น ต่าก็สองเท่าของห้าปีก่อน!”

อย่าประเมินว่าสองเท่านี้ต้อยต่าเชียว ต้องทราบว่าหนานกงเสิน บรรลุจุดสูงสุดในหมู่ผู้ฝึ กตนขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิด เขา แข็งแกร่งอยู่แล้ว เมื่อทบทวีสองเท่า ก็ถือว่าโดดเด่นอย่างยิ่ง

ในหมู่อัจฉริยะขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดเกือบร ้อยคนนี้ มี เพียงเมิ่งจิงผู้เดียวที่สู้ได้ไม่พ่ายหนานกงเสิน

เมิ่งจิงเองก็ต้องอาศัยร่างเซียนอัสนี กว่าจะตีเสมออีกฝ่ ายได้ เช่นกัน

อัจฉริยะผู้อื่นหาใช่คู่มือหนานกงเสินไม่ ถูกสยบเสียราบคาบ

เหลยหลานสัมผัสปราณจากร่างหนานกงเสินแล้วพึมพ า “ศึก ของเจียงผิงอันล าบากแล้ว”

“อาจมิใช่หรอก”

เซี่ยชิงซึ่งยืนกอดอกอยู่ข้างนางแย้มริมฝีปากแดงเอื้อนเอ่ย สุด แสนมั่นใจในเจียงผิงอัน

เหลยหลานช าเลืองมอง “เจ้ายังไม่รู ้ถึงความน่ากลัวของเนตรเท วะสะท้อนลักษณ์หรือ?”

“ข้าได้ยินว่าเขาลอกเลียนหมื่นกฎเกณฑ์ได้ เจ้าของเนตรเทวะ สะท้อนลักษณ์คนก่อนเคยยืนยงเหนือยุคสมัย ทว่า…”

เซี่ยชิงเว้นช่วง ก่อนจะกล่าวยิ้ม ๆ “เดิมพันกันไหม สอง กฎเกณฑ์พอ หากเจียงผิงอันชนะ เจ้าให้ข้าสองกฎเกณฑ์ หาก หนานกงเสินชนะ ข้าให้เจ้าสองกฎเกณฑ์”

เหลยหลานถามอย่างสงสัย “รู ้ทั้งรู ้ว่าหนานกงเสินแข็งแกร่งเพียง นี้ ไฉนเจ้ายังมั่นใจในเจียงผิงอันอีก?”

“จะเดิมพันหรือไม่?” เซี่ยชิงถามย้ายิ้ม ๆ

นางไม่รู ้ว่าเจียงผิงอันยังมีไพ่ตายอะไร แต่นางได้เห็นเจียงผิงอัน เติบโต ประจักษ์ยามอีกฝ่ายทาสิ่งที่เป็ นไปไม่ได้ให้บรรลุมานักต่อนัก

ไร ้ผู้ใดพิชิตเจียงผิงอันได้สองหน และผู้ที่ถูกเขาเอาชนะได้จะถูก ทิ้งห่างไกลในศึกถัดมา

“ไม่มีเงิน” เหลยหลานมิได้เดิมพัน

กระทั่งคนระดับนาง สองกฎเกณฑ์ก็ยังมีราคามากนัก

“อะแฮ่ม~” เหลยซื่อชิงกระแอม “ประชันกันเพียงยุทธ ์อย่าให้ถึง ชีวิตนะ”

แม้เขาจะพูดเช่นนี้ ในใจกลับพูดอีกอย่าง “เหยียบเจียงผิงอันนี่ ให้จมดินไปเลย! ให้เจ้าเด็กนี่ได้รู ้ซึ้งถึงผลลัพธ ์ที่ไม่เลือกตาเฒ่าผู้นี้ เสีย เหอะ ๆ”

ทุกผู้ต่างถอยห่าง เพื่อมิให้ถูกลูกหลงจากศึกระหว่างเจียงผิงอัน และหนานกงเสิน

ศึกระหว่างคนทั้งสองต้องชวนสะพรึงมากเป็ นแน่

ดวงตาสีทองของหนานกงเสินวูบไหว หนึ่งกระบี่อัสนีก่อตัวในมือ คล้ายคลึงกับกระบี่อัสนีที่เมิ่งจิงสร ้างเมื่อครู่ยิ่งนัก

“เจียงผิงอัน ข้าทบทวนศึกนั้นเป็ นพัน ๆ หนตลอดห้าปีผ่านมา และพบช่องโหว่จากเจ้านับร ้อยพัน ศึกนี้ข้าชนะแน่!”

ว่าแล้ว หนานกงเสินก็ใช ้ ‘อวตารเทพพฤกษา’ แยกเป็ นสิบร่าง แต่ละร่างเผยปราณทรงพลัง ห้อมล้อมด้วยกฎเกณฑ์ เรืองรองเจิด จรัสเช่นหมู่ดาวบนฟ้ า

เจียงผิงอันยืนกับที่ มอง ‘อวตารเทพพฤกษา’ อย่างนึกอิจฉา เล็กน้อย หากเขามีวรยุทธ ์นี้ พลังต่อสู้จะทบทวีหลายระดับแน่ ๆ

เมื่อเห็นเจียงผิงอันยังไม่ขยับตัว หนานกงเสินก็ขมวดคิ้ว “อวตาร เจ้าล่ะ?”

“ไม่ต้องใช ้หรอก” เจียงผิงอันกล่าวเรียบ ๆ

หนานกงเสินหรี่ตา รู ้สึกเหมือนถูกสบประมาท

เจ้าคนโอหังนี่ เขาจะต้องตายเพราะปาก!

ร่างทั้งสิบเอ็ดใช ้อัสนีพริบตา ออกวิชาแตกต่างกันเข้าโจมตีเจียง ผิงอัน กระหน่ารัศมีกฎเกณฑ์จมร่างอีกฝ่าย

เมื่อเห็นเจียงผิงอันไม่ขยับ ปวงชนก็งุนงง เขาทาอะไร?

แม้เซี่ยชิงจะเชื่อในเจียงผิงอัน นางก็ยังอดกลั้นหายใจยามเห็น กิริยาของเขามิได้

เปรี้ยง! เปรี้ยง! ตู้ม!

ทันใดนั้น ร่างของหนานกงเสินก็กระแทกลงสู่พื้นเกิดเสียงสนั่น ลั่น ผืนพสุธาสะท้านแยก แต่เนื่องจากแรงโน้มถ่วงชวนสะพรึง จึงไร ้ สะเก็ดธุลีใดปลิดปลิว

สีหน้าของหนานกงเสินแปรเปลี่ยนเฉียบพลัน เขาเร่งปราณใน กายสุดชีวิต สองมือยันพื้นพยายามลุก ทว่าร่างกลับล้มกระแทกพื้น ไปอีกครั้ง ราวงอกรากติดกับพื้นไปแล้ว

สีหน้าของหนานกงเสินตกตะลึง เหลือเชื่ออย่างยิ่ง “น… นี่คือ…”

“กฎแห่งแรงโน้มถ่วง!”

ขณะนี้ ผู้ฝึกตนขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดขึ้นไปทุกคนล้วน สัมผัสกฎแห่งแรงโน้มถ่วงได้

ดวงตาของเหลยซื่อชิงเบิกกว้าง หนวดเคราเต้นกระดิก “ไม่สิ! กฎแห่งแรงโน้มถ่วงไม่แข็งแกร่งเพียงนี้หรอก! นี่คือ… วิชาดึงดารา!”

เมื่อได้ยินคาว่า ‘วิชาดึงดารา’ สัตว์ประหลาดเฒ่ามากมายก็ร่าง สะท้านรุนแรง

ผู้ฝึกตนทั่วไปหลายคนได้ยินเข้าก็ทาสายตางุนงง

วิชาดึงดารา? แข็งแกร่งมากหรือ? ท าไมไม่เคยได้ยินมาก่อน เลย?

เซี่ยชิงดูงุนงง กระทั่งองค์หญิงเก้าแห่งต้าเซี่ยอย่างนางยังไม่เคย ได้ยินชื่อวิชานี้มาก่อน

เมื่อเห็นท่าทีตกใจของเหลยหลาน นางก็ทราบว่าอีกฝ่ ายน่าจะ รู ้จักวิชานี้ จึงถามอย่างสงสัย “นี่มันวิชาแบบใดกันหรือ?”

ใบหน้างดงามเช่นหญิงสาวของเหลยหลานแปรเปลี่ยนหลายหน กว่าจะสงบอารมณ์ในใจได้ก็ใช ้เวลาเนิ่นนาน

“วิชาดึงดาราเป็ นวิชาที่ผู้อาวุโสเฉียนฮวั่นโหรว จักรพรรดิสูงสุด แห่งราชวงศ์ต้าเฉียนคิดค้นขึ้นมา”

“หมื่นปีก่อน สามีของนางถูกฆ่าตายในทะเลบูรพา และด้วยโทสะ ของผู้อาวุโส นางเหินขึ้นสู่จักรวาล ลากดาวเคราะห์น้อยสิบดวง เหวี่ยงลงทะเลบูรพา ฆ่าเผ่าปีศาจทะเลบูรพาไปเกินคณานับ!”

“ขณะนั้น เหตุที่ผู้อาวุโสท่านนี้ลากดาวเคราะห์น้อยมาได้นั้นก็ เพราะใช ้ ‘วิชาดึงดารา’!”

“วิชานี้ฝึกฝนยากยิ่งนัก ข้าได้ยินว่ากระทั่งอัจฉริยะจากราชวงศ์ ต้าเฉียนยังมีน้อยคนที่ฝึ กได้ แต่มิคาดเลยว่าเจียงผิงอันจะฝึ กมัน ส าเร็จ!”

“ยิ่งกว่านั้น วิชาลับเฉพาะของราชวงศ์ต้าเฉียนนี้มิเคยถูก ถ่ายทอดสู่คนนอกมาก่อน แต่ปรากฏว่าเจียงผิงอันได้มันไป!”

ได้ยินเช่นนี้ ร่างอรชรของเซี่ยชิงก็สั่นเทิ้ม

ที่แท้ก็เป็ นผู้อาวุโสท่านนี้!

นางก็เคยได้ยินเรื่องของผู้อาวุโสท่านนี้เช่นกัน และขณะนั้น นาง ก็คิดว่าพละกาลังของผู้อาวุโสท่านนี้ต้องร ้ายกาจเพียงไร จึงลาก ดวงดาวมาได้

ปรากฏว่าเหตุผลของเรื่องนี้อยู่ที่ ‘วิชาดึงดารา’

ปรากฏว่าเจียงผิงอัน เจ้านี่ก็ได้เรียนวิชานี้ด้วย!

บทที่ 235 วิชาดึงดาราส าแดงเดช

“เป็ นไปไม่ได้! วิชาลับของราชวงศ์ต้าเฉียนเรามาอยู่กับเจ้าได้ อย่างไร! เจ้าไปขโมยมาจากไหน!”

หนานกงเสินแผดเสียงอย่างเหลือเชื่อ

เหตุที่เขาเป็ นเดือดเป็ นร ้อนนักมิใช่เพราะเจียงผิงอันสาเร็จ ‘วิชา ดึงดารา’ แต่เพราะ ‘วิชาดึงดารา’ ที่เจียงผิงอันใช ้แข็งแกร่งยิ่งนัก!

อีกฝ่ ายแค่ยืนเฉย ๆ แล้วใช้ ‘วิชาดึงดารา’ ตัวเขาก็ถูกหยุดได้ ง่าย ๆ ปราณในกายแทบจับตัวแข็ง มิอาจโคจรต่อไป

ความต่างชั้นมหาศาลท าให้หนานกงเสินยากยอมรับ

“นี่น่าจะเป็ นวิชาที่บรรพชนจากราชวงศ์ต้าเฉียนของเจ้าให้เขา ด้วยตนเอง” แม้ว่าเหลยซื่อชิงจะไม่ชอบขี้หน้าเจียงผิงอัน เขาก็ยัง ต้องช่วยอธิบายสถานการณ์

เหลยซื่อชิงมิคาดว่าเฉียนฮวั่นโหรวจะมอบวิชาลับระดับสูงเพียง นี้แก่เจียงผิงอัน

บางที วิชานี้อาจไม่สมบูรณ์ แต่สาหรับเจียงผิงอัน นี่คือโอกาส งามอย่างแท้จริง

หากเป็ นเขา เขาคงไม่ยอมมอบวิชาลับให้เช่นนี้

หรือหญิงเฒ่านั่นจะมีข้อตกลงลับใด ๆ กับเจียงผิงอัน? หาไม่ ไฉนนางจึงดีกับเจียงผิงอันเพียงนี้?

เหลยซื่อชิงคาดเดาในใจ

ยามเห็นหนานกงเสินถูกกดแนบพื้น ผู้ฝึกตนมากมายก็ตกตะลึง จังงัง

โดยเฉพาะยอดฝีมือขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดซึ่งเคยประมือ หนานกงเสินมาแล้วทั้งหลาย พวกเขาทราบความแข็งแกร่งของอีก ฝ่ายดี

แต่หนานกงเสินผู้แข็งแกร่งนี้ก็ยังถูกเจียงผิงอันกดร่างแนบพื้นได้ ง่าย ๆ!

“ข้าไม่เชื่อ!”

หนานกงเสินพลันแผดเสียง ร่างทั้งสิบเอ็ดรีดเค้นอานาจพร ้อม เพรียงจนฟ้ าดินปั่นป่ วน ปราณชวนสะพรึงก่อวายุพัดโหม เพียงวายุ นี้ลาพังก็ฆ่าผู้ฝึกตนขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดทั่วไปได้แล้ว

หนานกงเสินอยู่ภายใต้แรงกดดันมหาศาล ร่างของเขาเกร็งหนัก ขึ้นทุกที เขาไม่เต็มใจพ่ายไปเช่นนี้

ขณะเดียวกัน เจียงผิงอันเคลื่อนคานึง ใช ้วิชาดึงดารา แรงโน้ม ถ่วงรอบกายหนานกงเสินหายวับกะทันหัน

ยามแรงโน้มถ่วงคลายตัวเฉียบพลัน หนานกงเสินผู้เร่งปราณ สุดก าลังจึงมีการโคจรปราณสูงสุดขีดทันที

พรวด!

หัวใจของหนานกงเสินทั้งสิบเอ็ดร่างระเบิดแตก ปราณทะลวงชีพ จร โลหิตทะลักย้อมร่างแดงฉาน

เมื่อแรงโน้มถ่วงรอบข้างเพิ่มลดกะทันหัน ความเร็วการเคลื่อน ปราณของผู้ฝึกตนก็จะเปลี่ยนจังหวะ กระทบถึงการใช ้วิชาของคู่ต่อสู้

นี่คือสิ่งที่ผู้อาวุโสท่านนั้นสอนเจียงผิงอันเมื่อกาลก่อน เป็ นวิธีใช ้ แรงโน้มถ่วงสุดพื้นฐาน แต่ได้ผลสูงสุดเช่นกัน

ทุกผู้ผงะไป

แรงโน้มถ่วงแข็งแกร่งได้เพียงนี้แต่ยามใด?

ที่ผ่านมา มีผู้พยายามทาความเข้าใจทุกกฎเกณฑ์ แต่น้อยคนจะ เลือกท าความเข้าใจกฎแห่งแรงโน้มถ่วง

เหตุเป็ นเพราะกฎแห่งแรงโน้มถ่วงมิได้แข็งแกร่งมาก และมิส่งผล ดีเท่าไหร่ในการต่อสู้

แต่เมื่อแรงโน้มถ่วงมาอยู่ในมือเจียงผิงอัน มันกลับน่ากลัวได้ถึง เพียงนี้

หนึ่งกดดันหนึ่งปล่อยคลาย หนานกงเสินก็บาดเจ็บทันที!

และขณะนี้ สถานการณ์ยังอยู่ที่เจียงผิงอันมิได้ใช ้วรยุทธ ์อื่นใด หากใช ้มันร่วมกับวรยุทธ ์อื่น ความน่ากลัวจะทวีสูงกว่านี้!

นี่คือฤทธาชวนสะพรึงของผู้นา อันดับหนึ่งของขอบเขต วิญญาณแรกก าเนิดหรือ?

จะน่ากลัวไปแล้ว

อันที่จริง มิใช่เพราะอานาจโน้มถ่วงแข็งแกร่ง แต่เป็ น ‘วิชาดึง ดารา’ ต่างหากที่แข็งแกร่ง

เฉียนฮวั่นโหรวมิได้ซอยขั้นย่อยใน ‘วิชาดึงดารา’ วิชาขั้นแรก ใช ้ได้จนถึงขอบเขตหลอมสุญตา!

กล่าวคือ เจียงผิงอันก าลังใช ้การโจมตีขอบเขตหลอมสุญตามา จัดการกับหนานกงเสิน

แม้ว่าจะต้องใช ้กฎเกณฑ์ระดับสามจึงเผยอ านาจแท้จริงของ ‘วิชาดึงดารา’ ขั้นแรกได้ แต่ความแข็งแกร่งของมันก็เป็ นที่ประจักษ์ แก่ทุกสายตาแล้ว

เจียงผิงอันหันกายเตรียมจาก ไม่จาเป็ นต้องดาเนินศึกนี้ต่อไป แล้ว

“หยุดตรงนั้นเลยนะ!”

หนานกงเสินแผดเสียงอีกครั้ง บาดแผลในกายฟื้นตัวอย่าง รวดเร็ว สิบอวตารหวนคืนสู่ร่าง ปราณโถมทวีเฉียบพลัน

แม้จะแพ้พ่าย ก็มิอาจพ่ายน่าเกลียดเกินไปนัก เขาต้องท าให้ เจียงผิงอันบาดเจ็บได้เหมือนหนก่อน!

เขาคือหนานกงเสิน อัจฉริยะจากราชวงศ์ต้าเฉียน! เขาซึ่งฟ้ า ประทานเนตรเทวะสะท้อนลักษณ์มาให้คืออัจฉริยะแห่งยุคสมัย!

เขาจะท าให้ราชวงศ์ต้าเฉียนเสียหน้ามิได้!

หนานกงเสินใช ้สมบัติคู่ชีวิตของตน เป็ นดาบยาวสีทองเล่มหนึ่ง ซึ่งสลักอักขระลึกลับไว้มากมาย เผยปราณชวนตะลึง

ขณะเดียวกัน เขาก็ปะทุปราณวิญญาณในกาย เรืองฤทธิ์ขึ้น อย่างเฉียบพลัน ทาลายล้างร่างของตนอย่างบ้าระห่า

หนานกงเสินกาลังใช ้วรยุทธ ์ต้องห้ามเทียมที่จะไม่ทาร ้ายชีวิต แต่ เพิ่มพูนพลังต่อสู้อย่างมหาศาล

แม้จะไม่ต้องสังเวยชีวิต แต่หลังใช ้ก็ยังต้องนอนพักฟื้นอีกเป็ น เดือน

ไม่ว่าอย่างไร หนานกงเสินก็ไม่อยากพ่ายไปเช่นนี้ เขายอมนอน ป่วยหนึ่งเดือน แต่ก็ขอฟันให้โดนเจียงผิงอันสักดาบ

นี่เป็ นเรื่องของศักดิ์ศรี

“ระวัง!” เมิ่งจิงตะโกนเตือน

ทุกผู้สัมผัสความน่าสะพรึงกลัวจากหนานกงเสินได้

เจียงผิงอันส่ายหัวอย่างจนใจ

ยุ่งยากเสียจริง

เขายกมือขึ้นช ้า ๆ แล้วปราณอันยิ่งใหญ่โบราณก็ปกคลุมไปทั่ว ฟ้ าดิน ปวงชนสัมผัสแรงกดดันชวนสะพรึงได้

ตัวตนขอบเขตแปรเทวะ และกระทั่งสัตว์ประหลาดเฒ่าทั้งหลาย ประจักษ์แจ้งลึกซึ้งกว่าใคร

ทุกผู้ต่างแหงนมองฟ้ า แล้วสีหน้าก็พลันผันแปร

ภาพฉายหัตถ์ใหญ่ข้างหนึ่งปรากฏขึ้นเหนือเวหา ปกคลุมพื้นที่ หลายร ้อยลี้ ปวงชนซึ่งยืนอยู่เบื้องล่างดูเล็กจ้อยไม่ต่างกับอณูฝุ่น

กฎเกณฑ์ลึกลับโคจรบนภาพฝ่ ามือ เปี่ยมด้วยอานาจเต๋า กฎฟ้ า ดินผนวกตัว หมื่นฤทธิ์เลี่ยงหลบ

ปราณอันชวนสะพรึงกดทับลงมา ท าให้ผู้ฝึกตนขอบเขตสร ้าง รากฐานและจินตานเข่าอ่อนทรุดลงกับพื้น

พวกเขามองเหม่อขึ้นฟ้ า ร่างสั่นสะท้านอย่างเกินควบคุม

ยอดฝี มือขอบเขตแปรเทวะทั้งหลายเปิ ดเกราะป้ องกัน เตรียม เลี่ยงหลบทุกเวลาอย่างเผลอตัว

หนานกงเสินซึ่งเตรียมโจมตีเจียงผิงอันดูนิ่งไป เจตจานงการ ต่อสู้บนร่างหายวับไม่เหลือเค้า

“นี่… นี่คืออะไร?”

นี่เป็ นครั้งแรกที่หนานกงเสินได้เห็นผู้ฝึกตนขอบเขตวิญญาณ แรกกาเนิดใช ้การโจมตีชวนผวาเพียงนี้

กระทั่งยอดฝีมือขอบเขตแปรเทวะ ยามใช ้วิชายังไม่มีปราณชวน สะพรึงเช่นนี้เลย!

มิใช่ว่าการโจมตีนี้ฆ่ายอดฝี มือขอบเขตแปรเทวะได้ แต่กฎ ประหลาดในหัตถ์ใหญ่นั้นทาให้ปวงชนรู ้สึกกลัวขึ้นมาตามสัณชาต ญาณ

เพราะนี่คืออานาจจักรพรรดิ

นี่คือรอยฝ่ ามือมหาจักรพรรดิที่เจียงผิงอันศึกษาอย่างไม่หลับไม่ นอนในที่พานักมหาจักรพรรดิเป็ นเวลาครึ่งปี กว่าจะพอเข้าใจได้

“หยุด!”

เหลยซื่อชิงตะโกน

หากการโจมตีนี้ฟาดลงมา หนานกงเสินตายแน่!

มือซึ่งยกขึ้นของเจียงผิงอันถูกวางลงเบา ๆ แล้วหัตถ์ใหญ่บนฟ้ า ก็หายวับไร ้ร่องรอย

เขามิได้จะลงมือกับหนานกงเสิน เพราะเขายังมิได้บรรลุมันเต็มที่ พอมีเพียงแนวคิดคร่าว ๆ และแค่ใช ้มันออกมาข่มขวัญคนเท่านั้น

แต่แม้จะเป็ นเพียงเค้าโครง ปราณมหาศาลในกายก็ถูกใช ้ไปเสีย ครึ่ง

หากใช ้ออกมาจริง ๆ มันอาจสูบพลังชีวิตเขาไปมากทีเดียว

เจียงผิงอันตื่นเต้นเล็กน้อย สิบกฎเกณฑ์ที่ใช ้เช่าที่พานักมหา จักรพรรดินั้นมิได้เสียเปล่า หากเข้าใจมันอย่างถ่องแท้ นี่จะไม่ต่าง จากวิชาชั้นสูง

เมื่อภาพฉายฝ่ ามือมลายไป แรงกดดันต่อทุกดวงใจก็ ปลาสนาการสิ้น

ทุกผู้มองเกราะคุ้มกันที่ผู้คนรอบข้างรีดเค้นออกมาด้วยหัว ใจเต้นระทึก

“นี่มันวิชาอะไรกัน?”

หนานกงเสินไม่เหลือใจคิดต่อสู้ สีหน้าของเขาเหม่อลอย ขณะ ถามคาถามซึ่งคาใจทุกบุคคล

นี่มันวิชาอะไร แข็งแกร่งเสียจนผู้อื่นคิดฝืนต้านมิได้เลย

นี่เป็ นอานาจศักดิ์สิทธิ์หรือไม่?

ขณะนี้ กระทั่งสัตว์ประหลาดเฒ่าทั้งหลายยังเงี่ยหูฟัง อยากรู ้ว่านี่ คืออะไรกันแน่

เจียงผิงอันครุ่นคิดครู่หนึ่ง จึงกล่าวว่า “ผู้ใดให้เรือเหาะมูลค่าร ้อย กฎเกณฑ์กับข้าหนึ่งลา ข้าจะบอกคนผู้นั้น”

ถึงอย่างไรรอยฝ่ามือนั้นจะถูกพบในไม่ช ้าก็เร็ว สู้เขาชิงนามาพูด แลกผลประโยชน์สักหน่อยดีกว่า

หาไม่ ผู้อื่นพบมันเข้ายามใด ก็จะไม่เหลือประโยชน์ใดอื่น

“เจ้าเด็กนี่คลั่งเงินจนบ้าไปแล้วกระมัง? แค่ข่าวเดียวกลับต้องใช้ ร้อยกฎเกณฑ์ มิปล้นกันเลยเล่า?”

เหลยซื่อชิงอารมณ์ร ้อน ก่นด่าไม่หยุดปาก

ผู้คนรายล้อมเองก็ดูหยามเหยียด

เจ้านี่ไร ้ยางอายนัก แค่ถามข่าวกลับขายร ้อยกฎเกณฑ์ ขนาด ข่าวโอสถเซียนยังไม่แพงเพียงนี้ เขากล้าดีเช่นไร

เจียงผิงอันกล่าวต่อ “หากโชคเข้าข้าง ก็อาจฝึกวิชาเดียวกับข้า ได้ วิชาของข้ายังไม่ประจักษ์แจ้งสมบูรณ์ วิชาซึ่งบรรลุเต็มที่จะ แข็งแกร่งกว่านี้ร ้อยเท่า”

ได้ยินเช่นนี้ สายตาที่มองเจียงผิงอันอย่างเหยียดหยามของปวง ชนก็วาวโรจน์เฉียบพลัน

อาจได้เรียนวิชาเดียวกัน?

วิชาซึ่งสมบูรณ์แล้วจะแข็งแกร่งกว่านี้ร ้อยเท่า?

“ไม่สมราคาร้อยกฎเกณฑ์หรอก อย่างมากก็สิบ” ใครบางคนนึก สนใจแล้ว

หัตถ์ใหญ่ชวนสะพรึงนั้นตราตรึงทุกดวงใจเกินลืมเลือน โดยเฉพาะแรงกดดันมหาศาลจากเบื้องบนซึ่งทาให้สัตว์ประหลาด เฒ่ามากมายหัวใจเต้นตุ้มต่อม

นี่ต้องเป็ นรอยตราที่ยอดฝี มือไร ้คู่เปรียบสักคนทิ้งไว้ จึงมีแรง กดดันมหาศาลเช่นนี้

พวกเขาเดาถูกจริง ๆ

“นี่คือรอยฝ่ามือที่มหาจักรพรรดิทิ้งไว้น่ะ” เจียงผิงอันกล่าว

ได้ยินเช่นนี้ ทุกดวงใจก็คลับคล้ายถูกบีบคั้น เจียนลืมหายใจ

ในที่สุดพวกเขาก็ประจักษ์ว่าอานาจกดดันจากวิชานั้นมาจากสิ่ง ใด

อ านาจจักรพรรดิ!

มิน่าเล่าจึงน่ากลัวนัก!

เหลยซื่อชิงซึ่งด่าเจียงผิงอันเผ็ดร ้อนกว่าใครอยู่เมื่อครู่ไหวกาย มาตรงหน้าเจียงผิงอันในพริบตา คว้าตัวเขาไว้พลางตะโกนอย่างสุด ชีวิต

“ตาเฒ่าผู้นี้ตกลง! ผู้ใดก็อย่ามาแย่งไปจากข้า!”

บทที่ 236 ของขวัญจากอาจารย์

“รีบบอกตาเฒ่าผู้นี้มาเร็วเข้า! รอยฝ่ ามือมหาจักรพรรดิอยู่หน ใด!”

เหลยซื่อชิงไร ้ความเยือกเย็นที่ยอดฝีมือพึงมีในขณะนี้ ใบหน้า เฒ่าชราของเขาเปี่ยมความตื่นเต้นเร่งร ้อน

เขาสร ้างโล่ปราณชวนสะพรึงออกมาตัดขาดพวกตนจากผู้อื่น ภายนอก ด้วยกลัวจะมีใครแย่งข่าวไปจากตน

ยอดฝี มือมากมายสุดแสนชอกช้าใจ ช ้ากว่าเหลยซื่อชิงเพียง ก้าวเดียว

หากเป็ นรอยมือที่มหาจักรพรรดิทิ้งไว้ อย่าว่าแต่ร ้อยกฎเกณฑ์ พันกฎเกณฑ์ก็ไม่นับว่าขาดทุน!

“ส่งเรือเหาะราคาร ้อยกฎเกณฑ์ให้ข้าก่อน” เจียงผิงอันกล่าว ข้อแม้ออกมาอย่างเยือกเย็น

“ไอ้หนูตัวเหม็นนี่! คิดว่าตาเฒ่าผู้นี้จะเบี้ยวเจ้าหรือไร? รีบบอก มาเร็ว!” เหลยซื่อชิงเขย่าไหล่เจียงผิงอันถี่รัวอย่างร ้อนใจ

เจียงผิงอันไม่สะท้าน “ของมาก่อน มิเช่นนั้นข้าจะไปแลกเปลี่ยน กับผู้อื่นแทน”

หากยอดฝี มือเช่นนี้ชักดาบ เขาก็ทาอะไรไม่ได้ จึงต้องได้เรือ เหาะมาก่อน

“เจ้า……”

เหลยซื่อชิงแสนเดือดดาล ที่จริงเขาคิดเบี้ยวหนี แต่เมื่อเห็นว่า หลอกเจ้าเด็กนี่ไม่ได้ จึงกัดฟันนาดวงแสงโปร่งใสดวงหนึ่งออกมา อย่างไร ้ทางเลือก

ดวงแสงนี้เป็ นสมบัติวิเศษเก็บของสาหรับเก็บเรือเหาะ มีเรือเหาะ ลาน้อยสีม่วงลาหนึ่งลอยอยู่ภายใน

“นี่คือเรือเหาะที่ตาเฒ่าผู้นี้ใช ้ประจา ความเร็วของมันเหนือชั้น กว่าผู้ฝึกตนขอบเขตแปรเทวะหลายคน ครบครันทั้งป้ องกันโจมตี เจ้ารับนี่ไปก่อน แล้วเดี๋ยวค่อยเปลี่ยนเป็ นเรือเหาะราคาร ้อยกฎเกณฑ์ แก่เจ้า รีบบอกมาได้แล้วว่ารอยมือมหาจักรพรรดิอยู่ที่ใด!”

ดวงตาของเหลยซื่อชิงแดงฉานอย่างรีบร ้อน

รอยมือที่มหาจักรพรรดิทิ้งไว้ หากเขาบรรลุรู ้แจ้งได้จากมัน จะ เป็ นประโยชน์ต่อการฝึกฝนอย่างมหาศาล

เจียงผิงอันเก็บเรือเหาะไป จึงกล่าวว่า “อยู่ในที่พานักเก่าของ มหาจักรพรรดิ ที่จับประตูด้านใน”

สีหน้าของเหลยซื่อชิงชะงัก

ที่พานักเก่ามหาจักรพรรดิ?

มิใช่ว่าคือถิ่นซึ่งพวกเขาตระกูลเหลยดูแลอยู่ในขณะนี้หรือ?

เจ้าเด็กนี่ใช ้ของในถิ่นตระกูลเหลยมาแลกเรือเหาะราคาแพง!

เหลยซื่อชิงไม่คิดสนใจเจียงผิงอันอีก เขากลายเป็ นสายฟ้ าหาย วับไปทันที

เรื่องสาคัญที่สุดในขณะนี้คือศึกษารอยมือที่มหาจักรพรรดิทิ้งไว้ ก่อน

แล้วค่อยมาหาเรื่องเด็กนี่ทีหลัง

ยอดฝีมือบางคนตามเหลยซื่อชิงไป เผื่อว่าตนจะฉวยโอกาสตัก ตวงประโยชน์ได้บ้าง

เจียงผิงอันเห็นเหลยซื่อชิงจากไป ก็นาเรือเหาะออกมาอีกครั้ง ก่อนจะเดินมาหาเมิ่งจิง

“ให้”

เหตุที่เขาเอ่ยขอเรือเหาะนั้น ก็เพื่อมอบมันให้เมิ่งจิง

เขาจาได้ว่าครั้งหนึ่ง เมิ่งจิงเคยมีความฝันอยากซื้อเรือเหาะสักลา

ยามก่อน เจียงผิงอันยึดเรือเหาะได้หนึ่งลา แต่น่าเสียดายที่สานัก ขวานฟ้ ารับคืนไปแล้ว

ยามนี้ เขาจึงหาลาที่ดีกว่ามาให้เมิ่งจิง

เมิ่งจิงเห็นว่าเจียงผิงอันใช ้ข่าวล้าค่าเช่นนี้เพื่อแลกเรือเหาะให้ตน หัวใจของนางก็เกือบอ่อนยวบยาบ

“ฮึ! ข้าไม่อยากได้หรอก!”

เมิ่งจิงมิได้รับเรือเหาะไป สองมือของนางกอดอก เบือนหน้าหนี เจียงผิงอัน “อย่าคิดเชียวว่าให้อะไรกับข้าแล้วข้าจะอภัยให้ ข้าโกรธ มากนะ!”

ผู้คนเบื้องหลังเมิ่งจิงเห็นว่าในดวงตาของนางรื้นน้าตาสุดตื้นตัน

ปวงชนต่างพูดไม่ออก

เจ้าดูโกรธตรงไหน?

เหอะ สตรีปากแข็งเอ๋ย

ขณะนั้น เจียงผิงอันพลันสังเกตเห็นบางสิ่ง เงยหน้าขึ้นมองฟ้ า

หนึ่งร่างเฒ่าชราอันคุ้นเคยปรากฏขึ้น

“อาจารย์!”

เจียงผิงอันประหลาดใจอย่างยิ่งเมื่อเห็นหวังเหรินปรากฏกาย ใบหน้าเยือกเย็นปรากฏเค้าความปรีดา

หวังเหรินเหินลงมา ใบหน้าเฒ่าชราแย้มยิ้มอารี

“ผิงอัน อาจารย์จะไม่อยู่เป็ นเวลานานเลย ระหว่างนี้เจ้าต้องระวัง ตัวด้วย ห้ามกระท าการบุ่มบ่าม ความแค้นใด ๆ ไว้เจ้าโตก่อนค่อยว่า กันเถิด”

“อาจารย์มิได้เลิศล้าสามารถเช่นเจ้า ไม่มีอะไรจะสอนสั่ง จึงซื้อ สมบัติที่เหมาะกับเจ้ามาให้”

ว่าแล้ว หวังเหรินก็น าชุดเกราะโบราณสีด าสนิทออกมา เรืองรอง ประกายเช่นโลหะ สลักอักขระโบราณไว้เยี่ยงมังกรท่องโลกา

“เกราะรบจ านงศึก!”

ทันทีที่เกราะนี้ปรากฏขึ้น ทุกผู้ในละแวกก็จามันได้ทันที ต่างผู้ ล้วนเผยสีหน้าริษยาโหยหา

“เกราะรบจานงศึกสร ้างขึ้นโดยมหาจักรพรรดิ ใช ้โดยทหารทัพ หน้า มีอ านาจคุ้มกันแข็งแกร่งอย่างยิ่ง เพิ่มฤทธิ์โจมตีของผู้ฝึกตนได้ เป็ นสมบัติวิเศษเลิศล้าทั้งจู่โจมและตั้งรับ!”

“เกราะรบจานงศึกชุดนี้ดูระดับมิได้ต่า ราคาอย่างน้อยต้องสอง ร้อยกฎเกณฑ์แน่ ๆ!”

“ข้ามีความฝันอยากซื้อชุดเกราะรบจานงศึกเท่ ๆ สักชุด แต่นี่ก็ แพงไปนัก”

เมื่อเห็นสมบัติวิเศษที่หวังเหรินให้เจียงผิงอัน ทุกผู้ก็สุดริษยา

พวกเขาล้วนเคยได้ของขวัญจากผู้อาวุโส แต่ยากจะมีของขวัญ ล้าค่าเช่นนี้

“อาจารย์ สิ่งนี้ล้าค่าเกินไปแล้วขอรับ”

เจียงผิงอันนึกสงสัยว่าอาจารย์ตนไปได้เงินจากที่ใด ผู้คนรอบ กายเขาบอกว่าเกราะชุดนี้มูลค่าขั้นต่าสองร ้อยกฎเกณฑ์ อาจารย์ก็ เพิ่งบรรลุขอบเขตหลอมสุญตาได้ไม่นาน ไม่มีทางหาเงินมากมาย เพียงนี้ได้

“เจ้ามามัวเกรงใจอาจารย์ท าไม?”

หวังเหรินไม่คิดสนใจว่าเจียงผิงอันจะตกลงหรือไม่ เขายกเกราะ รบจานงศึกขึ้นสวมให้เจียงผิงอัน

ชุดเกราะเป็ นสีดาสนิท คุ้มกันจุดสาคัญทั่วกาย มีผ้าคลุมสีดา ร่ายร าตามกระแสลม

เจียงผิงอันซึ่งมีรูปร่างสูงใหญ่อยู่แล้ว สวมเกราะยิ่งดูกายาล่าสัน อักขระพริบพราย เสริมบรรยากาศให้ยิ่งดูเคร่งขรึม

เมิ่งจิงและผู้ฝึกตนหญิงทั้งหลายตะลึงไป

เจียงผิงอันรูปงามอยู่แต่เดิม แต่หลังเปลี่ยนมาสวมเกราะ เขาก็ เผยบรรยากาศผ่าเผยงามสง่า ดุจขุนพลผู้กร าศึก

เจียงผิงอันซึ่งเดิมเก็บตัวเงียบเชียบ ขณะนี้เผยความอหังการ ชวนครั่นคร ้าม

หวังเหรินพินิจเจียงผิงอันแล้วยิ้มตาหยี ลูบเคราไม่หยุดมือ

เด็กหนุ่มผู้เยาว์ในกาลก่อน ยามนี้โด่งดังทั่วโลกหล้า อีกไม่กี่ปี คงดูแลตนเองล าพังได้

“มิผิด มิผิด แค่ก ๆ”

หวังเหรินกล่าวชมอย่างพอใจ

เจียงผิงอันเห็นอาจารย์ยังกระอักไอ ก็ใช ้อ านาจเนตรพินิจ อาจารย์ตน

เมื่อประจักษ์สภาพร่างกายของอาจารย์ เจียงผิงอันหน้าง้าทันใด

เขาสังเกตพบว่าอายุขัยของอาจารย์นั้นเสียหาย มิใช่พันปี เช่นเซี่ยชิงว่า แต่เป็ นสองพันปี!

หวังเหรินสังเกตเห็นสีหน้าเจียงผิงอันไม่สู้ดี ก็ถามขึ้น “เป็ นอันใด ไม่พอใจกับเกราะรบจานงศึกนี้หรือ? หากเป็ นเช่นนั้น อาจารย์จะไป แลกสมบัติอื่นที่หอวาณิชมั่งคั่งกว้างไกลให้เจ้าได้นะ”

“เปล่า เปล่าขอรับ ศิษย์พอใจแล้ว” เจียงผิงอันรีบร ้อนแย้มยิ้ม

“พอใจก็ดีแล้ว อาจารย์ไม่กวนเวลาฝึกฝนของเจ้าแล้ว หากมี อะไร ติดต่อมาผ่านป้ ายหยกสื่อสารนะ”

หวังเหรินพินิจเจียงผิงอันอย่างลึกล้า ประหนึ่งมองบุตรของตน จดจ าลักษณ์อีกฝ่ายไว้ในใจ

“ท่านอาจารย์รอเดี๋ยวขอรับ ข้ามีบางอย่างจะให้ท่าน”

เจียงผิงอันพลันน าแหวนเก็บของวงหนึ่งออกมาให้หวังเหริน

“อะไรนี่?”

หวังเหรินใช้จิตสัมผัสเข้าตรวจสอบ

เมื่อเขาเห็นเม็ดบงกชแจ้งวิถีมากมายอยู่ภายใน แม้หวังเหรินจะ อยู่มาหลายพันปี เขาก็ยังอดตกใจมิได้

เม็ดบงกชแจ้งวิถีเยอะเพียงนี้ ต่อให้เป็ นขุมกาลังใหญ่อย่าง ตระกูลโบราณหรือแดนศักดิ์สิทธิ์ รวมผลผลิตทุกปีก็ไม่น่าเยอะเพียง นี้!

ศิษย์เขาผู้นี้มีเม็ดบงกชแจ้งวิถีเยอะแยะเพียงนี้ได้อย่างไร?

หวังเหรินตกใจยิ่ง ขณะที่เขากาลังจะปฏิเสธ เจียงผิงอันก็พูด อย่างเคร่งขรึม “ศิษย์ยังมีของสิ่งนี้อยู่มากมาย หากท่านอาจารย์ไม่รับ ไป เช่นนั้นศิษย์ก็ไม่อยากได้เกราะจากอาจารย์แล้วขอรับ”

หวังเหรินอ้าปาก ดวงตาเฒ่าชราจับจ้องชายหนุ่มตรงหน้าอย่าง เปี่ยมอารมณ์

เขาไม่มีลูกหลาน ญาติแทบทั้งหมดคืนสู่ธุลีไปหมดแล้ว เขามิได้ สัมผัสการดูแลเช่นนี้มาเนิ่นนาน ทาให้ดวงตาแสบร ้อนขึ้นมานิด หน่อย

“เช่นนั้น… อาจารย์จะรับมันไว้”

ศิษย์ผู้นี้ได้รับโอกาสยิ่งใหญ่กว่าที่เขาคาดคิด

ครั้งนี้ เจียงผิงอันแย้มยิ้ม

หวังเหรินและเจียงผิงอันแทบจะเหมือนกัน พวกเขามิใช่ผู้มากวา ทะ หลังเก็บแหวนเก็บของไป หวังเหรินก็หันกายละล่องจาก

เจียงผิงอันมองส่งอาจารย์ ก่อนจะส่งกระแสปราณถามองค์หญิง เก้าเซี่ยชิง “ท่านอาจารย์ไปที่ใดหรือ?”

เขามิได้ถามหวังเหริน ด้วยกลัวอีกฝ่ ายไม่ยอมบอกความจริง

เซี่ยชิงส่งกระแสปราณตอบ “อาจารย์เจ้ายืมเงินหอวาณิชมั่งคั่ง กว้างไกลจานวนมาก จึงต้องช่วยเหลืองานของหอวาณิชมั่งคั่ง กว้างไกลห้าร ้อยปี ยามนี้เขากาลังเตรียมตัวไปขุดเหมืองที่เทือกเขา ไร ้สิ้นสุด

แม้หวังเหรินจะเป็ นคนของพวกเขาต้าเซี่ย มีบาเหน็จเป็ นเงินให้ แต่ก็ยังมีทรัพยากรบางส่วนที่เขาต้องไปหามาเอง

แม้นางจะเป็ นองค์หญิง นางก็ยังต้องหาเงินเองยามเงินไม่พอ

หัวใจของเจียงผิงอันตกตะลึง

ที่แท้ นี่เองที่ทาให้อาจารย์ของเขามีเงินพอซื้อเกราะรบจ านงศึก

อาจารย์มีอายุขัยเหลือเพียงพันปี แต่ยังต้องเสียห้าร ้อยปีเพื่อแลก ทรัพยากรซื้อสมบัติวิเศษให้เขา

บทที่ 237 ผู้ใดคือเจียงผิงอัน

เจียงผิงอันมองเกราะรบจ านงศึกบนร่างตน ดวงตาวูบไหวด้วย ความซาบซึ้งตื้นตัน

อาจารย์อาจคิดว่าเวลาพันปี ที่เหลืออยู่ ไม่น่าทันให้เขาบรรลุ ขอบเขตต่อไปได้

ดังนั้น เขาจึงขายอายุขัยครึ่งหนึ่งของที่เหลืออยู่แก่หอวาณิชมั่ง คั่งกว้างไกลเพื่อแลกทรัพยากร ซื้อสมบัติให้กับศิษย์ตน

ยิ่งอาจารย์ปฏิบัติกับเขาดีเพียงไร เจียงผิงอันยิ่งเกลียดชังเผ่า จระเข้กลืนสวรรค์มากเท่านั้น

หากมิใช่เพราะเผ่าจระเข้กลืนสวรรค์ อนาคตของอาจารย์คง สว่างไสว

แต่ยามนี้มันพังไม่เหลือดี

จระเข้กลืนสวรรค์สมควรตาย คอยก่อนเถอะ ข้าจะไปหาในเร็ว วัน!

เจียงผิงอันสลักจิตสัมผัสของตนลงบนชุดเกราะ และเมื่อเคลื่อน คานึง ชุดเกราะก็เรืองแสงสีดา แปรเปลี่ยนเป็ นสายรัดข้อมือสีดาอัน วิจิตรงาม

เมื่อจะใช ้ชุดเกราะนี้ เพียงค านึง ชุดเกราะก็จะปรากฏคลุมกาย สะดวกเป็ นอย่างยิ่ง

หญิงชราผู้หนึ่งเอ่ยปากถามอัจฉริยะทั้งหลาย “ยังมีผู้ใดอยากท้า ทายต่อหรือไม่?”

การประลองนี้มิได้บังคับ ผู้ใดคิดเปลี่ยนอันดับของตนก็มาท้า ทายได้

เช่นหนานกงเสินที่ต้องการอันดับหนึ่ง จึงมาท้าทายเจียงผิงอัน

แต่ไม่ส าเร็จ

การประชันจบแล้ว ไร้ผู้ใดท้าทายต่อ

เมื่อเห็นผู้ฝึกตนทั้งหลายไร ้วาจา หญิงชราก็กล่าวเสียงเนิบ “ใน เมื่อไร ้ผู้ท้าทายต่อ ก็กลับไปเตรียมตัวได้แล้ว ในอีกสามวันเราจะไป ฆ่าปีศาจ เผชิญศึกจริงกันที่เทือกเขาไร ้สิ้นสุด”

การฝึกฝนห้าปีผ่านมาเป็ นเพียงการฝึกฝนทั่วไป ไร ้อันตรายถึง ชีวิต

ห้าปีต่อจากนี้จะเริ่มเป็ นการขัดเกลาผ่านศึก

เจียงผิงอันหันกลับไปฝึกฝน

หลังจากฝึ กฝนวิชาดึงดาราส าเร็จ ก็ถึงเวลาลองบีบอัดปราณ วิญญาณในกาย หาทางก้าวเดินคืบหน้าต่อ

“นี่ เจ้าท่อนไม้ตัวเหม็น รอข้าด้วยสิ”

เมิ่งจิงรีบสาวเรียวขางามไล่ตามไป ผมหางม้าแกว่งไกวรวดเร็ว

ทุกผู้มองไล่หลังเจียงผิงอันด้วยสีหน้าซับซ ้อนเปี่ยมอารมณ์

เจียงผิงอันแข็งแกร่งเกินไป เพียงใช้วิชาดึงดาราก็ท าหนานกง เสินบาดเจ็บได้ง่าย ๆ

รอยมือปรกนภาในตอนท้ายนั้นตราตรึงไม่รู ้ลืม

ในขอบเขตเดียวกัน ยังมีใครต่อกรเจียงผิงอันได้อีก?

เขาคู่ควรเป็ นผู้น าแล้ว

อัจฉริยะจากแดนศักดิ์สิทธิ์ ตระกูลโบราณทั้งหลายล้วนถูกเจียง ผิงอันกลบรัศมีเสียมิด

“ผู้ใดคือเจียงผิงอัน!”

หนึ่งเสียงตะโกนเลื่อนลั่นบนเวหา แล้วหนึ่งลาแสงดุจตะวันแผด ผลาญก็โรยลงมาบนพื้น

ปรากฏว่าเป็ นผู้ฝึ กตนหนุ่มขั้นปลายขอบเขตวิญญาณแรก กาเนิดผู้หนึ่ง

เรือนผมยาวของคนผู้นี้ปลิวไสว เบื้องหลังมีนิมิตหนึ่งตะวันเฉิด ฉาย ทั่วร่างร ้อนระอุ คลื่นอากาศร ้อนจัดทาให้บรรยากาศรอบข้าง เพิ่มอุณหภูมิต่อเนื่อง

“ร่างเทวะสุดสิ้นหยาง!”

เมื่อเห็นคนผู้นี้ ใครบางคนก็ทราบพรสวรรค์ของคนผู้นี้ ตื่นตะลึง ไปทันที

สุดขั้วหยางและสุดสิ้นหยาง ประกอบเป็ นร่างเทวะสุริยัน ทั้งสอง ล้วนเป็ นร่างเทวะสูงสุดในโลกหล้าผู้ฝึกตน

ทายาทคนแรกของร่างเทวะสุริยันมีร่างเทวะสุดสิ้นหยาง ทั้งสอง ล้วนเป็ นร่างเทวะขั้วหยางขั้นสูงสุด

การคัดเลือกอัจฉริยะรอบใหม่เสร็จสิ้นแล้ว มีผู้มาใหม่ในคุกโน้ม ถ่วงเพิ่ม

“นามข้าเฝิ งเซวียน เป็ นผู้น าผู้ฝึ กตนขอบเขตวิญญาณแรก กาเนิดในขณะนี้!”

“ผู้ใดคือเจียงผิงอัน ข้าได้ยินว่าเขาปราบร่างเทวะสุดขั้วหยางลง ได้ ข้าต้องการแก้มือให้ร่างเทวะสุดขั้วหยาง! อยากพิสูจน์ว่าร่างเทวะ สุดขั้วหยางนั่นขยะเอง เราสายเลือดสุริยันมิได้อ่อนแอไปกว่าใคร!”

เฝิงเซวียนจิตวิญญาณเต็มเปี่ยม ใบหน้าสุดแสนหยิ่งผยอง มิได้ ซ่อนปราณในกายแต่อย่างใด ดุจดวงตะวันผลาญเผาอยู่เบื้องหลัง เป็ นนิมิตอันชวนตื่นตะลึง

เฝิงเซวียนประกาศต่อสาธารณะมาห้าปีแล้วว่าคิดเอาชนะเจียง ผิงอัน

วันนี้ เขามาทาตามลั่นวาจา

หนานกงเสินก าลังหมดอาลัยตายอยาก ยามเห็นเฝิ งเซวียน ปรากฏตัว เขาพลันแย้มยิ้ม

“ข้าจะสู้กับเจ้าเอง”

เขากาลังอัดแน่นด้วยโทสะ ในที่สุดก็พบที่ระบาย

เฝิงเซวียนช าเลืองหนานกงเสินอย่างเหยียดหยาม “เจ้าคือเจียง ผิงอันหรือ?”

“ถึงไม่ใช่ก็เอาชนะเจ้าได้!” หนานกงเสินลงมือทันที ออกวิชา โจมตีเข้าใส่

เฝิ งเซวียนสัมผัสความน่าสะพรึงกลัวจากอีกฝ่ ายได้ สีหน้าก็ แปรเปลี่ยนสู่จริงจัง รีบใช ้วิชาออกมารับ

ยามการต่อสู้เปิดฉาก แสงศักดิ์สิทธิ์เฉิดฉาย หนานกงเสินใช ้ วิชาระดับสูงสุดมากมาย และด้วยพลังต่อสู้แข็งแกร่งของเขา ก็ก าราบ ร่างเทวะสุดสิ้นหยางเฝิงเซวียนจนถอยร่นครั้งแล้วครั้งเล่า

เหล่าผู้ฝึกตนมองอัจฉริยะผู้มาใหม่นี้อย่างเห็นอกเห็นใจ

ร่างเทวะสุดสิ้นหยางนั้นแข็งแกร่งจริง ๆ แต่เขาดันมาเผชิญ หนานกงเสินซึ่งแข็งแกร่งกว่า

นอกจากนั้น หนานกงเสินในขณะนี้ยังอัดอั้นด้วยโทสะ อยากได้ ที่ระบายอยู่พอดี

หนึ่งชั่วยามต่อมา เฝิ งเซวียนทรุดลงกับพื้น กระดูกแตกหัก กระอักเลือดไม่หยุดหย่อน สภาพสะบักสะบอมสุดแสน

ในที่สุดหนานกงเสินก็อารมณ์ดีขึ้น

เขาใช่ว่าจะไม่แข็งแกร่ง แต่เพราะเจียงผิงอันผิดมนุษย์เกินไป ต่างหาก

หนานกงเสินก้มลงกล่าวกับเฝิ งเซวียน “ฝี มือแค่นี้ เจ้ายังคิด เอาชนะเจียงผิงอันหรือ? ข้ายังรับสามกระบวนท่าของเจียงผิงอันมิได้ ด้วยซ้า หากเป็ นเจ้า ฝ่ามือเดียวฟาดใส่ก็น่าจะตายแล้ว”

ยามเฝิ งเซวียนผู้ทรุดอยู่บนพื้นได้ยินเช่นนี้ ร่างของเขาก็สั่น สะท้านรุนแรง สีหน้าเปี่ยมความตกใจ

คนผู้นี้แข็งแกร่งยิ่งนัก แต่กลับมิอาจรับสามกระบวนท่าจากเจียง ผิงอันได้!

เป็ นไปไม่ได้เด็ดขาด!

โลกนี้ไม่มีทางมีผู้ฝึ กตนขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดที่ แข็งแกร่งเพียงนั้นอยู่!

เฝิงเซวียนเริ่มเคลือบแคลงในชีวิต

บางทีโลกนี้อาจไร ้ผู้ฝึ กตนขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดที่ แข็งแกร่งเพียงนั้น แต่ขอบเขตผนึกวิญญาณเล่า?

ขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิดและขอบเขตผนึกวิญญาณ สุดท้ายก็มิใช่ขอบเขตเดียวกัน

เฝิงเซวียนผู้ฮึกเหิมเริ่มเคลือบแคลงในชีวิตทันทีที่มาถึงคุกโน้ม ถ่วง

“เจ้าท่อนไม้ตัวเหม็น ไฉนจึงเดินเร็วนัก รอข้าด้วยสิ” เพื่อจะตาม เจียงผิงอันให้ทัน เมิ่งจิงจึงกระโดดเกาะหลังเขาทันที

เจียงผิงอันส่ายหัวอย่างอับจน “เจ้าอายุเพียงไรแล้ว ยังมาขี่หลัง คนอื่นอีก”

“ฮึ เจ้ายังรู้นะว่าเราโตกันหมดแล้ว!”

แขนของเมิ่งจิงพาดผ่านบ่าเจียงผิงอัน เรียวนิ้วขาวแปะบนอก แกร่งของชายหนุ่มแผ่วเบา

เมื่อสัมผัสอุณหภูมิตรงหน้าได้ แก้มของเมิ่งจิงก็ขึ้นสี ริมฝีปาก แดงเคลื่อนใกล้หูของเจียงผิงอัน และกระซิบเสียงเบาหวิว “หาห้องสัก ห้องสิ”

เจียงผิงอันไม่ได้คิดมาก เขากลับห้องที่ตนใช ้ฝึกฝนก่อนหน้านี้ ตามอีกฝ่ายว่า

สองอวตารก าลังฝึกฝน

เมื่อเห็นว่าไม่มีผู้ใดอยู่รอบข้าง เมิ่งจิงก็คว้าแขนเจียงผิงอันกดลง กับพื้น จ้องใบหน้าหล่อเหลาเช่นชายหนุ่มของเจียงผิงอันด้วยคู่เนตร กระจ่างงาม

“เจ้าท่อนไม้ตัวเหม็น! วันนี้ข้าจะจับเจ้าขังเสีย ดูซิว่าจะหนีไป ไหนได้!”

เมิ่งจิงเปลี่ยนความคิดตลอดห้าปีของนางเป็ นโทสะ ฉีกอาภรณ์ ของเจียงผิงอันสุดก าลัง

เจียงผิงอันมองกิริยาของอีกฝ่ ายเงียบ ๆ อยู่นาน สุดท้ายก็น า ค่ายกลสังหารสี่ทิศออกมาสร ้างอาคม ปิดกั้นมิให้ผู้อื่นจากภายนอก มาเห็น

ในคุกอีกห้องหนึ่ง สามร่างอรชรรวมตัวกัน เหลยหลานถือ ลูกแก้วลูกหนึ่งอยู่ในมือ

ลูกแก้วนี้เป็ นสมบัติพิเศษที่สามารถทาให้เห็นภาพที่อยากเห็นได้

ภาพในอาคมห้องข้าง ๆ ถูกฉายออกมาอย่างไร ้การปิดบัง

“เราทาเช่นนี้มิดีกระมัง…” อวิ๋นหวงซึ่งปกติเย็นชายิ่งหน้าขึ้นสี เล็กน้อยยามเห็นภาพภายใน

“เป็ นเด็กเป็ นเล็ก อย่ามองนะ เดี๋ยวตากุ้งยิงถามหา” เซี่ยชิง ผลักอวิ๋นหวงออกไป

แต่อวิ๋นหวงกลับมาอย่างไม่เต็มใจ “ใครเด็กเจ้าคะ พี่หญิงเซี่ย มิใช่ท่านก็ไร้บุรุษเคียงกายหรือ?”

“องค์หญิงผู้นี้แตกต่าง ไม่ต้องการบุรุษใดหรอก” ดวงตาของเซี่ย ชิงจ้องมองลูกแก้วตาไม่กะพริบ ไม่เหมือนสิ่งที่องค์หญิงผู้หนึ่งพึง กระท าเลย

“สองคนนี้โง่จริง เดี๋ยวข้าต้องแนะนาลูกสาวข้าดี ๆ สักหน่อย แล้ว” เหลยหลานมองลูกแก้วพลางกล่าวเช่นผู้มีประสบการณ์

อวิ๋นหวงมองทั้งสองอย่างพูดไม่ออก หนึ่งเป็ นองค์หญิงเก้า แห่งต้าเซี่ย หนึ่งเป็ นอดีตธิดาเทพของตระกูลเหลย กลับมาทาเรื่อง เช่นนี้ ชวนขายหน้าแทนจริง ๆ

อวิ๋นหวงกลั้นหายใจ มองลูกแก้วด้วยคู่เนตรพริ้งพราย

บทที่ 238 บีบอัดปราณวิญญาณ

สามวันให้หลัง หนึ่งนาวาศึกพาอัจฉริยะแดนบูรพากลุ่มแรกออก จากคุกโน้มถ่วง มุ่งหน้าสู่เทือกเขาไร ้สิ้นสุด

เทือกเขาไร ้สิ้นสุดทอดผ่านแดนบูรพาทั้งแดน ให้กาเนิดสมบัติ ฟ้ าดินเกินคณานับ แต่ขณะเดียวกันก็ให้ก าเนิดเผ่าปีศาจมากมาย เกินคาดเดา

ในหมู่พวกมัน เผ่าจระเข้กลืนสวรรค์คือหนึ่งในขุมกาลังสูงสุด ณ เทือกเขาไร ้สิ้นสุด

ทว่า เป้ าหมายในครั้งนี้มิใช่เผ่าจระเข้กลืนสวรรค์ แต่เป็ น ‘เผ่า กระทิงสามเขา’ ขุมกาลังบริวารแห่งหนึ่งของเผ่าจระเข้กลืนสวรรค์

“ช่วงนี้ เผ่ากระทิงสามเขาขยายถิ่นออกมาจากเทือกเขาไร ้ สิ้นสุด ทาลายเมืองเล็กๆ แห่งหนึ่งของเราเผ่ามนุษย์ เข่นฆ่าผู้คนนับ สิบล้าน จุดประสงค์ของเราในครั้งนี้คือบุกโจมตีเผ่ากระทิงสามเขา เพื่อลิดรอนก าลัง”

เหลยซื่อชิงอธิบายสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องแก่อัจฉริยะแดนบูรพา ทั้งหลาย

“ภารกิจนี้คือบททดสอบเสี่ยงตาย มีการจัดอันดับตามจานวน ศัตรูที่ฆ่าได้ และเราจะให้รางวัลพวกเจ้าตามอันดับที่ได้”

เมื่อได้ยินว่ามีรางวัล อัจฉริยะทั้งหลายล้วนตื่นเต้น

สามขุมกาลังใหญ่ร่วมมือ รางวัลครั้งนี้ไม่มีทางบางเบา!

หนานกงเสินซึ่งนั่งบนเก้าอี้ชาเลืองเจียงผิงอันด้วยสีหน้าสุดไม่ ยอมแพ้

เขาอาจเอาชนะเจียงผิงอันมิได้ แต่หากว่าด้วยเรื่องฆ่าศัตรู เขา ท าได้ไม่แพ้เจียงผิงอันแน่นอน

เขาเชี่ยวชาญวิชาระดับสูงนับร ้อย สามารถหาวิชาข่มศัตรูได้ ง่าย ๆ มิต้องพูดถึงวิชาโจมตีหมู่อันประหลาดทว่าทรงพลังมากมาย

ขณะที่เจียงผิงอันเชี่ยวชาญวิชาจู่โจมประชิด เน้นการฝึกฝนกา ยามากกว่า

เป้ าหมายของหนานกงเสินในครั้งนี้คือก้าวข้ามเจียงผิงอัน คว้า อันดับหนึ่งมาให้ได้!

เหลยซื่อชิงกล่าวด้วยสีหน้าเย็นเยียบ “อย่าได้เหลิงไปกับรางวัล พลังป้ องกันของเผ่ากระทิงสามเขาแข็งแกร่งยิ่ง เผ่ากระทิงสามเขาขั้น ปลายขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิดบางตนมีพลังป้ องกันเทียบเท่าผู้ ฝึกตนมนุษย์ขั้นต้นขอบเขตแปรเทวะทั่วไปด้วยซ้า!”

“เขาของเผ่ากระทิงสามเขามีฤทธิ์สะบั้นกฎเกณฑ์ ขอเพียงขวิด สักที ร่างทะลุแน่นอน สมบัติวิเศษทั่วไปมิอาจหยุดยั้งได้”

“เผ่าปีศาจจะบรรลุกฎเกณฑ์ทันทีที่เติบโตถึงขอบเขตหนึ่ง ยาก ที่เราเผ่ามนุษย์จะเทียบได้ นี่คือศึกจริง จะมีคนตายในศึกนี้อย่าง แน่นอน”

“ระวังด้วย!”

วาทะของเหลยซื่อชิงทาให้ปวงชนคืนสติกันอย่างมาก

เผ่ากระทิงสามเขานี้เทียบกับขุมกาลังชั้นกลางในเผ่ามนุษย์ได้ ไม่มีทางอ่อนแออย่างแน่นอน

“เอาล่ะ ทุกผู้ขึ้นนาวาศึก หาห้องพักผ่อนเสียยามทาได้ เราจะใช ้ เวลาเดินทางสามเดือน”

เหลยซื่อชิงกล่าวจบ สายตาของเขาก็มาหยุดที่เจียงผิงอันและ เมิ่งจิง

เมื่อเห็นเมิ่งจิงเอนซบไหล่เจียงผิงอัน สีหน้าของเหลยซื่อชิงก็ดา คล้าเป็ นก้นหม้อ

จากสภาพของทั้งสอง มองปราดเดียวก็รู ้ว่าเกิดอะไรขึ้น

“เจียงผิงอัน เจ้ามาหาตาเฒ่าผู้นี้หน่อย!”

“ปู่ห้า ท่านตะโกนอะไร ทาคนตกใจขึ้นมาจะทาเช่นไรนี่?” เมิ่งจิ งกล่าวอย่างไม่พอใจ

เหลยซื่อชิงหน้ากระตุก

เมิ่งจิงยังไม่ทันแต่งงาน นางก็เริ่มพูดช่วยฝ่ายชายแล้วหรือ?

“ผู้อาวุโสมีเรื่องใดหรือ?” เจียงผิงอันเข้าไปถามอย่างให้เกียรติ

มีเรื่องอันใด? เจ้าพูดอะไรของเจ้า! จับสมบัติล้าค่าตระกูลเหล ยของเรากินไปแล้ว ยังมาตีหน้าเซ่อท าไขสืออีกหรือ?

โชคยังดีที่พรสวรรค์ของเจียงผิงอันไม่เลว หาไม่ เหลยซื่อชิงคง ตบเขาตายไปแล้ว

“เรือเหาะที่ตาเฒ่าผู้นี้ให้ไว้ นาคืนมา ตาเฒ่าผู้นี้จะเปลี่ยนให้ ใหม่”

สามวันก่อน เพื่อซื้อข่าวรอยฝ่ ามือมหาจักรพรรดิ เหลยซื่อชิงจึง ส่งเรือเหาะล้าค่าของตนแก่เจียงผิงอัน

เรือเหาะลานั้นมีค่าสองร ้อยกฎเกณฑ์ ทาให้เหลยซื่อชิงรู ้สึก ลาบากใจยิ่ง เขาจึงไปซื้อเรือเหาะถูก ๆ อีกลามาเพื่อแลกมันคืน

“เจ้าท่อนไม้ให้เรือเหาะกับข้าแล้ว มันเป็ นของข้า” เมิ่งจิงถาม อย่างกระเง้ากระงอด “ปู่ห้าอยากได้มันคืนหรือ?”

สีหน้าของเหลยซื่อชิงนิ่งค้าง “เสี่ยวจิง อย่าซนสิ ปู่ห้า…”

“ช่างมันเถอะ ข้ารู ้ปู่ห้าดีกับข้าไม่เท่าปู่สี่ ข้าจะคืนเรือเหาะนี้ให้ปู่ ห้า ไว้ไปขอให้ปู่สี่หาเรือเหาะที่ดีกว่านี้ให้ข้าภายหลังก็ได้เจ้าค่ะ”

เมิ่งจิงว่าแล้วก็ทาท่าเหมือนจะนาบางสิ่งออกจากแหวนเก็บของ

“ใครบอกว่าปู่ห้าดีกับเจ้าไม่เท่าปู่สี่! มันก็แค่เรือเหาะลาเดียวมิใช่ หรือ! ปู่ ห้าจะอิดออดได้เช่นไร? ไม่ต้องไปอยากได้อะไรจากปู่ สี่ หรอก!”

เหลยซื่อชิงหน้านิ่วคิ้วขมวด เขารู ้ว่านี่คือกับดัก แต่ก็ไม่อยาก เสียหน้ากับเรื่องแบบนี้

เมิ่งจิงแย้มยิ้มทันที “ขอบคุณปู่ห้าเจ้าค่ะ ปู่ห้าดีที่สุดเลย”

เหลยซื่อชิงแย้มยิ้ม แต่หัวใจเขาหลั่งโลหิต ทาได้เพียงเสแสร ้งทา หน้าใหญ่ใจโตต่อไป

เขาถลึงตามองเจียงผิงอันอย่างแค้นเคือง เด็กนี่ทาเขาเสียหายไป มากนัก

“ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเจ้าและเสี่ยวจิง หากยังไม่บรรลุขอบเขต หลอมสุญตา เราตระกูลเหลยไม่มีทางยอมรับเจ้าแน่”

แม้พลังต่อสู้ปัจจุบันของเจียงผิงอันจะแข็งแกร่งมาก แต่ว่าตาม ตรง ความส าเร็จในภายหน้าของเขามิได้ดีเช่นตัวตนขอบเขตแปรเท วะทั่วไป

เหลยซื่อชิงกล่าวกับเจียงผิงอันเสียงเย็น “ทิ้งเส้นทางเน่า ๆ ของ เจ้าในขณะนี้ กลับมาบนเส้นทางที่ถูกต้องเสีย เราตระกูลเหลยพอให้ ทรัพยากรบางส่วนกับเจ้าได้”

หากเจียงผิงอันฝึกฝนต่อไป ภายหน้าเขาอาจได้เป็ นยอดฝีมือ

แต่หากยังเดินบนเส้นทางที่สร ้างเองต่อไป อาจไปถึงขอบเขต แปรเทวะไม่ได้ด้วยซ้า

“ผู้อาวุโส ข้าในยามนี้ยังไม่อยากยอมแพ้ขอรับ” เจียงผิงอันตอบ

พลังต่อสู้ของเขาในขณะนี้ได้มาเพราะเดินทางสายนี้ หากทิ้งมัน ไป พลังต่อสู้ของเขาก็จะถดถอยมหาศาล

“ไม่อยากยอมแพ้? เจ้าเป็ นมหาจักรพรรดิ ราชันศักดิ์สิทธิ์หรือ นักพรตเสินซวีหรือไร? อย่าฝันกลางวันเลย สามยอดฝีมือเหล่านี้ก็ สร ้างขอบเขตของตนหลังตนเองลือนามแล้ว เจ้าล่ะเทียบอะไรได้?”

เหลยซื่อชิงเดือดดาลนัก เจ้าเด็กนี่หัวแข็งไม่เชื่อฟังกันเลย

“ปู่ห้า ท่านพูดอะไรไม่น่าฟังเพียงนั้นกัน??” เมิ่งจิงตาหนิ

เหลยซื่อชิงราพึง “มิใช่ปู่ ห้าพูดไม่เข้าหูหรอก สัจธรรมต่างหาก เส้นทางของเขาผิด”

“ผิดหรือ? เช่นนั้นท่านลองหาดูว่ามีอัจฉริยะร่วมขอบเขตผู้ใด เอาชนะเจ้าท่อนไม้ได้สิเจ้าคะ” เมิ่งจิงตอบ

“ข้า……”

เหลยซื่อชิงพูดไม่ออกไปชั่วขณะ เมิ่งจิงไม่น่ารักเอาเสียเลย ขัด คาเขาเพื่อเจียงผิงอันหลายต่อหลายครั้ง

เหลยซื่อชิงถลึงตามองเจียงผิงอันอย่างดุดัน “รออัจฉริยะผู้อื่น บรรลุเป็ นยอดฝีมือขอบเขตแปรเทวะก่อนเถอะ เจ้าจะยังติดค้างใน ขอบเขตนี้ เดี๋ยวก็รู ้ว่าเจ้าจะรั้นต่อไปได้หรือไม่!”

กล่าวจบ เขาก็เลิกเกลี้ยกล่อม สะบัดแขนเสื้อจากไป

เมิ่งจิงกอดแขนเจียงผิงอัน กล่าวว่า “เจ้าท่อนไม้ อย่าโกรธนะ ปู่ ห้ามิได้เลวร ้าย เขาแค่อารมณ์ร ้อนน่ะ”

เจียงผิงอันส่ายหัว “ไม่เป็ นไรหรอก”

ทุกผู้ทราบว่าเส้นทางของเขายากเย็นเพียงไร จะไม่เชื่อว่าเขาจะ บรรลุถึงสูงสุดได้ก็ไม่แปลก

แต่ตัวเขามิอาจสงสัยในเส้นทางของตนเองได้

เมิ่งจิงยังคิดพูดอะไรต่อ ทว่าเหลยหลานผู้เป็ นมารดาก็เข้ามา ลากนางออกไป “แม่จะสอนวิชาประจ าตระกูลให้เจ้า”

ดวงตาของเมิ่งจิงเรืองประกาย “เป็ นวิชาอัสนีระดับสูงใดหรือเจ้า คะ?”

ในเมื่อมันเป็ น ‘วิชาประจาตระกูล’ มันต้องแข็งแกร่งแน่ ๆ

“สรุปคือแข็งแกร่งมาก ปราบเจียงผิงอันได้แล้วกัน” เหลยหลาน แย้มยิ้ม

เมื่อได้ยินว่า ‘ปราบ’ เจียงผิงอันได้ เมิ่งจิงก็แสนตื่นเต้น หันไปพูด กับเจียงผิงอันว่า

“เจ้าท่อนไม้ เจ้ากลับไปฝึกฝนก่อนนะ ข้าจะไปเรียนวิชาขั้นสูง จากท่านแม่ก่อน!”

เจียงผิงอันพยักหน้า เข้าไปหาห้องพักฝึกฝนที่ไม่มีผู้อยู่ในเรือ เหาะอย่างเรียบง่าย

เขาเปิดอาคมแล้วเริ่มฝึกฝน

เขาใช ้เวลาแสนนานกว่าจะส าเร็จ ‘วิชาดึงดารา’ จุดประสงค์หลัก นั้นมิใช่เพื่อเพิ่มพลังต่อสู้

แต่เพื่อหาทางก้าวเดินต่อไป

เขานั่งบนแท่นฝึกฝน ใช ้ ‘วิชาดึงดารา’ บีบอัดปราณวิญญาณ ในชีพจรจุดหนึ่งที่ฝ่ามือ

ภายใต้แรงบีบอัดมหาศาล ปราณโลหิตและวิญญาณในชีพจร เริ่มหดตัว

เจียงผิงอันตื่นเต้นนัก ในเมื่อบีบอัดปราณได้ ก็หมายความว่ากัก เก็บปราณได้มากขึ้นอีก!

ยามปราณถูกบีบอัดเหลือสองในสามของขนาดเดิม หน้าผาก ของเจียงผิงอันก็หลั่งเหงื่อ

ยามหดตัวไปครึ่งหนึ่ง ปราณในมือเขาก็สั่นไหวรุนแรง เจียงผิง อันเปลี่ยนสีหน้า

ปราณในชีพจรบีบอัดต่อมิได้แล้ว! มันจะระเบิด!

เขารีบเปิ ดอาคมของห้อง เหินออกไปนอกเรือเหาะ โยนก้อน ปราณขึ้นสู่ฟ้ า

ตู้ม!

ก้อนปราณบีบอัดระเบิดเปรี้ยง เกิดเสียงระเบิดเลื่อนลั่นสนั่นฟ้ า

พลังอันชวนสะพรึงแหวกม่านเมฆารอบข้างเกลี้ยงเกลา กระแส ลมเขย่าเรือเหาะอย่างรุนแรง ค่ายกลปกป้ องสั่นสะท้าน อักขระพริบ พรายปกคลุมทั่วลาเรือ

ผู้คนบนเรือเหาะล้วนสะดุ้งตกใจ

“พลังรุนแรงอะไรเพียงนี้! ศัตรูบุกหรือ!”

ผู้ฝึกตนซึ่งเพิ่งขึ้นเรือเหาะต่างรีบออกมาด้วยอาวุธครบมือ สอด ส่ายสายตาหาศัตรู

“อะแฮ่ม~” เจียงผิงอันกระแอมอย่างกระอักกระอ่วน “มิใช่ศัตรู บุกหรอก ข้าเผลอพลาดยามฝึกฝนเท่านั้น ขออภัยด้วย”

“……”

ทุกผู้พูดไม่ออกไปชั่วขณะ เจ้านี่ทาเรื่องใหญ่โตเช่นนี้ได้อย่างไร พวกเขาหลงคิดไปว่าเรือเหาะถูกผู้อื่นจู่โจมเสียแล้ว

เหลยซื่อชิงยิ้มเย้ย “ตาเฒ่าผู้นี้รู ้อยู่แล้วว่าการฝึกฝนของเจ้ามัน ผิด เจ้าก็ยังอยากไปต่อบนทางสายนี้หรือ?”

บทที่ 239 หทัยสูตรจักรพรรดิมนุษย์

เจียงผิงอันเมินวาทะของเหลยซื่อชิง ครุ่นคิดถึงความผิดพลาด ของตนเองในใจ

“หากบีบอัดปราณโลหิตและวิญญาณสู่ครึ่งหนึ่งของขนาดเดิม จะคุมปราณมิได้และระเบิดออก”

“เช่นนั้น เส้นทางสายนี้ก็บีบอัดปราณมิได้หรือ?”

เหลยซื่อชิงกล่าวเสียงเย็น “ไอ้หนู ฟังคาเกลี้ยกล่อมบ้างเถอะ ไป เดินบนทางที่ถูกต้องดี ๆ เสีย ปัญหาจะได้น้อยลง”

“อย่าไปฟังเขา เดินบนเส้นทางของเจ้านั่นแหละ”

หนึ่งเสียงนุ่มนวลพลันดังขึ้นขัดวาทะของเหลยซื่อชิง

เจียงผิงอันเงยหน้าขึ้น ก็พบยอดฝีมือชุดขาว ใบหน้ายิ้มแย้มผู้ หนึ่ง

เหลียงผิงให้กาลังใจ “อัจฉริยะมิใช่สิ่งที่คนทั่วไปเข้าใจได้ เจ้า เฒ่านี่ก็แค่อิจฉาเจ้า อย่าไปฟังเขาเพ้อเจ้อ เมื่อเจ้าพากเพียร ก็จะ สร ้างเส้นทางใหม่ได้แน่นอน!”

ใบหน้าเฒ่าชราของเหลยซื่อชิงพลันดาคล้า “เจ้าจิ้งจอกเฒ่า มากเล่ห์ ไสหัวไปให้พ้นเลย!”

เหลียงผิงยิ้มให้คาปรามาส “เจ้าที่อยากตัดหนทางอัจฉริยะ ต่างหากที่เป็ นจิ้งจอกเฒ่ามากเล่ห์”

เหลยซื่อชิงไม่คิดอยากพูดอะไรกับเหลียงผิงอีก เขากล่าวกับ เจียงผิงอันว่า “คนผู้นี้คือเหลียงผิง บิดาของเหลียงเซียวหง บุตร ศักดิ์สิทธิ์ของแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อ และเหลียงซี ร่างพิชิตหมื่น กฎเกณฑ์”

“ที่เขาบอกให้เจ้าไปต่อ ก็แค่อยากฆ่าเจ้าเสีย”

พูดจบ เหลยซื่อชิงก็หยุดยุ่มย่าม หันกายจากไป

เหลียงผิงตบบ่าเจียงผิงอัน “อย่าไปฟังจิ้งจอกเฒ่าเหลยซื่อชิงนั่น พล่ามไร ้สาระเลย เจ้าก็น่าจะรู ้แล้วว่าเจ้าเฒ่านั่นจิตใจคับแคบ”

“ไปตามเส้นทางของเจ้านั่นแหละ ข้าประเมินขอบเขตที่เจ้าสร ้าง ไว้สูงมาก ขอเพียงสัญจรไปต่อได้ เจ้าก็จะเหมือนมหาจักรพรรดิ ราชันศักดิ์สิทธิ์และนักพรตเสินซวี เรืองนามไปทั่วโลกหล้า!”

รอยยิ้มบนใบหน้าเหลียงผิงเผยเจตนาดีเต็มเปี่ยม

หากเจียงผิงอันมิอาจรับรู ้ถึงจิตสังหารของผู้อื่นได้ เขาคงเชื่ออีก ฝ่ายจริง ๆ

การรับรู ้ทรงพลังนี้มาจากตาขวาของเขา ขณะนี้มันผสานรวม กับร่างของเจียงผิงอันไปแล้ว

“จะว่าไป ข้ามีคัมภีร ์เล่มนี้อยู่ ข้าก็ฝึกฝนชีพจรเหมือนกัน บางที อาจช่วยเจ้าเบิกขอบเขตใหม่ได้”

ว่าแล้ว เหลียงผิงก็ยัดม้วนหยกวรยุทธ ์ใส่มือเจียงผิงอัน

“สู้เขานะ!”

เหลียงผิงเผยสีหน้าให้ก าลังใจ กล่าวจบก็หันกายจาก

หลังหันกลับไป ดวงตาของเหลียงผิงก็ปรากฏเค้าหม่นหมอง

จากการตรวจสอบของเขา เจียงผิงอันผู้นี้มีแค้นไม่เคยขาดชาระ เมิ่งโค่วถูกบุตรชายคนโตของเขาสั่งสังหาร อีกฝ่ ายจะมาล้างแค้น อย่างแน่นอน

เหลียงซี บุตรคนเล็กซึ่งมีร่างพิชิตหมื่นกฎเกณฑ์ถูกเจียงผิงอัน ปราบทันทีที่เผยตัว เสียหน้ายับเยิน

ขณะนี้ เจียงผิงอันใกล้ชิดตระกูลเหลยโบราณอย่างยิ่ง บางทีเขา อาจกลายเป็ นสมาชิกตระกูลเหลยในภายหน้า ซึ่งจะเพิ่มกาลังตระกูล เหลยขึ้นไปอีก

ดังนั้น ต้องกาจัดเจียงผิงอันผู้นี้เสีย!

วรยุทธ ์ที่มอบให้เจียงผิงอันเป็ นวรยุทธ ์โบราณ ดูทรงพลังนัก ทว่ามันมีปัญหาใหญ่โตอยู่

ขอเพียงเจียงผิงอันฝึกฝนวิชานี้ เขาพินาศแน่!

เหลียงผิงเชื่อว่าเจียงผิงอันจะฝึกมันอย่างแน่นอน เพราะวิชานี้ แข็งแกร่งเกินไป แม้ผู้ฝึกตนมากมายจะทราบว่าวิชานี้มีปัญหาใหญ่ ก็ยังพยายามฝึกฝนกันอยู่ดี

เมื่อคิดว่าเจียงผิงอันจะสิ้นฤทธิ์ รอยยิ้มบนใบหน้าเหลียงผิงก็ยิ่ง สว่างไสว

เจียงผิงอันมองเหลียงผิงอันจากไปด้วยสีหน้าไร ้อารมณ์ ก่อนจะ ก้มมองม้วนหยกในมือ

เขาสัมผัสได้ว่าเหลียงผิงผู้นี้คิดอยากให้เขาตาย ดังนั้นวรยุทธ ์นี้ ต้องมีปัญหาอย่างแน่นอน

แต่เจียงผิงอันก็ยังสงสัยว่าอีกฝ่ายให้วิชาอะไรกับเขา

จิตสัมผัสของเขาแทรกเข้าม้วนหยกวรยุทธ ์ ตรวจสอบเนื้อหา ภายใน

[‘หทัยสูตรจักรพรรดิมนุษย์ บทชีพจร’ ร่างคนเปรียบจักรวาล ชีพจรเช่นดวงดาว ร่างมนุษย์จะเก็บปราณมากขึ้นได้อย่างไร ข้ามี หนึ่งวิธีเบิกชีพจร….]

ทันทีที่เห็นบทนา หัวใจของเจียงผิงอันก็สั่นสะท้านรุนแรง

นี่ใช่ที่เขาคิดหรือไม่?

เจียงผิงอันอ่านต่อไป

[ทว่า ชีพจรนั้นเก็บปราณวิญญาณได้จ ากัด และไม่แข็งแกร่งพอ จึงจ าเป็ นต้องท าให้ชีพจรกลายเป็ นภาชนะอันแข็งแกร่งเสียก่อน เพื่อที่ชีพจรจะสามารถรองรับปราณวิญญาณจานวนมหาศาล และ กระทั่งดวงดาวไว้ภายใน!]

[ใช ้อ านาจอักขระเทพหล่อหลอมชีพจร รินปราณวิญญาณใน ฟ้ าดิน ใช ้ร่างมนุษย์เป็ นจักรวาล ชีพจรเช่นดวงดาว หากจิตไม่มอด คนก็ไม่ตาย……]

เมื่อเห็นข้อความข้างต้น เจียงผิงอันก็หายใจถี่กระชั้น หัวใจเต้น ระทึกรัวเร็ว

ปัญหาใหญ่ที่สุดของเขาในขณะนี้คือ ปราณในชีพจรมิอาจ เพิ่มขึ้นได้แล้ว

แต่วิชานี้แก้ปัญหานั้นได้!

ยิ่งกว่านั้น มันยังมีวิธีฝึกฝนที่สมบูรณ์!

ไม่นานนัก ความตื่นเต้นในใจเจียงผิงอันก็ค่อย ๆ สงบลง

หากทาตามวิธีที่บันทึกในหทัยสูตรนี้ได้ วิชานี้ก็จะเลิศล้าสูงสุด แน่นอน

แต่ปัญหาใหญ่สุดก็คือ เหลียงผิงไม่มีทางใจดี ให้วิชาขั้นสูง เช่นนั้นกับเขาแน่

วิชานี้ต้องมีบางสิ่งไม่ถูกต้อง!

เจียงผิงอันเห็นเซี่ยชิงเสวนากับผู้ฝึกตนขอบเขตแปรเทวะอยู่ไม่ ไกล ขณะรอพวกเขาเสวนาจบ เขาก็อ่านเนื้อหา ‘หทัยสูตรจักรพรรดิ มนุษย์ บทชีพจร’ ไปพลาง ๆ

ครู่ต่อมา เซี่ยชิงสังเกตพบว่าเจียงผิงอันรอนางอยู่ จึงกล่าวลาผู้ ฝึกตนขอบเขตแปรเทวะแล้วมาหาเจียงผิงอัน

“น้องชาย คิดถึงพี่หญิงหรือ?”

เซี่ยชิงยังคงเจิดจรัสงดงามเช่นกาลก่อน รอยยิ้มเพริศพริ้งงดงาม เกินใดเทียบ

เจียงผิงอันถามตรง ๆ “พี่หญิงเซี่ย เคยได้ยินถึง ‘หทัยสูตร จักรพรรดิมนุษย์ บทชีพจร’ มาก่อนหรือไม่?”

“ข้าเคยได้ยินถึงหทัยสูตรจักรพรรดิมนุษย์ ส่วนบทชีพจรนี่… น่าจะเป็ นบทหนึ่งในนั้น”

แม้เซี่ยชิงจะไม่รู ้ว่าเจียงผิงอันถามเช่นนี้ทาไม นางก็ยังอธิบาย

“หทัยสูตรจักรพรรดิมนุษย์เป็ นสิ่งที่มหาจักรพรรดิทิ้งไว้หลังคณะ ของท่านบรรลุสู่ภพเซียน ขณะนี้ในหทัยแผ่นดินก็มีราชวงศ์ จักรพรรดิมนุษย์เป็ นขุมก าลังสูงสุดของเผ่ามนุษย์”

“มหาจักรพรรดิเป็ นผู้เขียนหทัยสูตรจักรพรรดิมนุษย์ เนื่องจาก การฝึกฝนยามโบราณกาลยากเย็นเกินไป และระบบการฝึกฝนมิได้ สมบูรณ์แบบ มหาจักรพรรดิจึงคิดหาวิธีฝึกฝนมากมาย ส่งผลกระทบ มหาศาลต่อผู้คนรุ่นหลัง”

“ระบบการฝึกฝนที่ราชันศักดิ์สิทธิ์และนักพรตเสินซวีคิดค้นใน ภายหลัง ล้วนยืมมาจากหทัยสูตรจักรพรรดิมนุษย์ทั้งสิ้น”

เซี่ยชิงพลันเปลี่ยนไปถ่ายทอดกระแสปราณ “เหตุใดเจ้าจึงถาม เรื่องนี้? หรือเจ้าได้หทัยสูตรจักรพรรดิมนุษย์ บทชีพจรมา?”

เจียงผิงอันมิได้ปิดบัง เล่าเรื่องที่เกิดเมื่อครู่แก่เซี่ยชิง

คิ้วเรียวของเซี่ยชิงขมวดมุ่น “อย่าฝึกเชียว เจ้าเฒ่านี่เจตนาไม่ดี แน่!”

บุตรของเหลียงผิงมีความแค้นกับเจียงผิงอัน แล้วอีกฝ่ ายมามอ บวรยุทธ ์ให้เจียงผิงอัน หากไม่มีปัญหาสิจึงแปลก

เจียงผิงอันพยักหน้า “เช่นนั้น ข้าขอกลับก่อน”

“อย่าฝึ กเชียวนะ เดี๋ยวข้าจะไปไถ่ถามเรื่องของ ‘หทัยสูตร จักรพรรดิมนุษย์ บทชีพจร’ นี่ให้เจ้าก่อน”

เซี่ยชิงเตือน

เมื่อกลับถึงห้องฝึ กฝน เจียงผิงอันพยายามบีบอัดปราณ วิญญาณในกายต่อไป แต่ท าได้เพียงหดขนาดเหลือสองในสามของ ขนาดเดิม

หากบีบอัดมากไปกว่านี้ ชีพจรในกายของเขาจะเกินทานทนแล้ว ระเบิดทันที

แม้เขาจะสามารถเพิ่มปราณที่กักเก็บได้ถึงหนึ่งในสามแล้ว เจียง ผิงอันก็ยังไม่พอใจ

หลังพยายามหลายสิบหน สุดท้ายเจียงผิงอันก็เลิกพยายาม

ไม่ไหว ขนาดใช ้วิชาดึงดารายังบีบอัดได้แค่นี้

การกักเก็บปราณปัจจุบันของเขา แม้จะสูงกว่าปราณที่ยอดฝีมือ ขอบเขตแปรเทวะทั่วไปเก็บได้ แต่หากทาได้แค่นี้ ก็ยังไม่พอหรอก

เขาต้องพัฒนาต่อไป อย่างน้อยต้องมีปราณมากกว่าในกาย ขณะนี้ห้าเท่า แล้วจึงพิสูจน์ร่างนี้กับเต๋าสวรรค์

ผู้อื่นแค่ต้องบรรลุกฎเกณฑ์ มีทรัพยากรเพียงพอให้เต๋าสวรรค์ ยอมรับ ก็เหยียบขึ้นสู่ขอบเขตถัดไป เสริมกาลังกายก้าวกระโดด

แต่เขามิอาจทาเช่นนั้น เขาต้องเดินบนเส้นทางนี้ด้วยตนเอง ไร ้ การยืนยันจากเต๋าสวรรค์ ไม่มีผู้อาวุโสเบิกทาง เขาต้องแข็งแกร่งพอ พิสูจน์แก่เต๋าสวรรค์ว่าเขาสร ้างขอบเขตหนึ่งขึ้นมาจริง ๆ

ในใจเจียงผิงอันปรากฏ ‘หทัยสูตรจักรพรรดิมนุษย์ บทชีพจร’ ขึ้นมาทันที ลบเช่นไรก็มิอาจเลือนออก

“วรยุทธ ์นี้แข็งแกร่งยิ่ง ปัญหามันอยู่ตรงไหนกัน?”

“หรือจะลองกับหนึ่งชีพจรก่อน ต่อให้เกิดปัญหาก็ไม่น่าร ้ายแรง”

เมื่อคิดถึงตรงนี้ เจียงผิงอันก็ยังตัดสินใจลองใช ้ ‘หทัยสูตร จักรพรรดิมนุษย์ บทชีพจร’ ดู

เขาหวนนึกเนื้อหาของวิชา จดจาอักขระเทพภายใน และเริ่มวาด มันในหนึ่งชีพจรที่ฝ่ามือ

ทันใดนั้นเอง เสียงเคาะประตูพลันดังขึ้น ตามด้วยเสียงร ้อนใจ ของเซี่ยชิงลอดเข้ามา

“อย่าฝึกวิชานั่นนะ! มันจะทาเจ้าเสื่อมฤทธิ์!”

บทที่ 240 แปรเปลี่ยนชีพจร

“มันจะทำให้คนเสื่อมฤทธิ์?”

เมื่อเจียงผิงอันได้ยินวำทะเซี่ยชิง สีหน้ำของเขำก็แปรเปลี่ยน รีบ เปิดประตูทันที

โดยไม่รอให้เขำเริ่มถำม เซี่ยชิงก็กล่ำวเสียงขรึม “อย่ำฝึกหทัย สูตรจักรพรรดิมนุษย์ บทชีพจร นี่เป็ นกำรฝึกฝนทำร ้ำยคนชัด ๆ!”

“จำกข้อมูลที่ข้ำได้มำ บทชีพจรเป็ นบททำร ้ำยคนที่สุดในหทัย สูตรจักรพรรดิมนุษย์ทั้งเล่ม”

“ขอเพียงเจ้ำฝึ กมัน ผลกระทบจะเกิดแก่วงเวียนชีพจรในกำย อย่ำงน้อยคืออุดตัน อย่ำงมำกคือหำยไปเลย! หำกเจ้ำฝึกฝนวิชำนี้ เจ้ำจะกลำยเป็ นคนไร ้ประโยชน์แน่นอน!”

วงเวียนชีพจรเป็ นเส้นโลหิตพิเศษที่ผู้ฝึกตนใช ้โคจรปรำณ ผู้ฝึก ตนเป็ นผู้สร ้ำงด้วยตนเอง ระดับวรยุทธ ์ที่ใช ้ฝึ กฝนจิตใจจะมีผลต่อ จ ำนวนวงเวียนชีพจร

ขอเพียงมีปรำณวิญญำณ ก็จะมีวงเวียนชีพจร

หำกสิ้นวงเวียนชีพจร ผู้ฝึกตนก็จะไม่อำจใช ้วิชำใดได้ ย่อมเสื่อม ฤทธิ์เป็ นธรรมดำ

ได้ยินเช่นนี้ หัวใจอันจุกค้ำงของเจียงผิงอันพลันคลำยตัว

ตกใจแทบตำย ที่แท้ก็คือวงเวียนชีพจรพังทลำย ไม่เป็ นไรหรอก

เขำฝึกฝนวิชำซ่อนจักรวำล ปรำณของเขำผสำนกับโลหิต โคจร ผ่ำนเส้นเลือดในกำย มิใช่วงเวียนชีพจรแต่อย่ำงใด เสียก็เสียไปสิ

“อันตรำยมีเพียงแค่นี้หรือ?” เจียงผิงอันถำม

“ที่ว่ำแค่นี้หมำยควำมเช่นไร? นี่เรื่องใหญ่นะ”

เมื่อเซี่ยชิงเห็นเจียงผิงอันไม่ใส่ใจ นำงก็ยกมือตบหัวอีกฝ่ำย

“แน่นอน นี่เป็ นเพียงอันตรำยใหญ่หลวงที่สุด อีกหนึ่งอันตรำย มิได้สำคัญเท่ำ นั่นคือหลังฝึ กวิชำนี้ น้ำหนักของผู้ใช ้จะเปลี่ยนไป ด้วย”

“เรำผู้ฝึ กตนทั่วไป ไม่ว่ำจะรับปรำณวิญญำณกี่มำกน้อย น้ำหนักของเรำจะไม่เปลี่ยน แต่หำกเรำฝึกฝนวิชำนี้ ทุกอย่ำงจะต่ำง ออกไป”

“ในร่ำงจะเกิดกำรเปลี่ยนแปลงผิดปกติเจ็ดประกำร ยิ่งดูดซับ ปรำณในร่ำงมำก น้ำหนักของคนผู้นั้นยิ่งเพิ่มสูง เป็ นปัญหำอย่ำงยิ่ง กำรเหำะเหินจะยำกเย็นนัก”

“แต่ในเมื่อวงเวียนชีพจรพังทลำย พวกเขำก็ดูดซับปรำณ วิญญำณต่อไปมิได้แล้ว ข้อเสียนี้จึงไม่สำคัญ”

เซี่ยชิงว่ำแล้ว ดวงตำก็วำวโรจน์ด้วยโทสะ “เหลียงผิงผู้นี้ชั่วร ้ำย เสียจริง เห็นได้ชัดว่ำคิดทำให้เจ้ำเสื่อมฤทธิ์ ดีนะเจ้ำมิได้ฝึกฝนมัน”

เจียงผิงอันผงะไป หำกฝึกฝนวิชำนี้ ก็จะตัวหนักขึ้นด้วยหรือ?

มิใช่นี่คือร่ำงเทวะโน้มถ่วงที่ผู้อำวุโสจำกรำชวงศ์ต้ำเฉียนท่ำน นั้นถวิลหำหรือ?

สำหรับผู้อื่น กำรเพิ่มน้ำหนักเป็ นภำระแน่แท้

แต่ส ำหรับเจียงผิงอัน เขำมีกฎแห่งแรงโน้มถ่วงและวิชำดึงดำรำ น้ำหนักหำมีผลไม่!

กลับกัน มันจะกลำยเป็ นไพ่ตำยใหญ่หลวงส ำหรับเขำ!

“ผู้อำวุโสเหลียงผิงอยู่ห้องใดในยำมนี้?” เจียงผิงอันถำม

“เจ้ำจะท ำอะไร? อย่ำวู่วำมนะ อีกฝ่ ำยแข็งแกร่งอย่ำงยิ่ง ผมเส้น เดียวก็ฆ่ำเจ้ำได้ อย่ำไปหำเรื่องเชียว”

เซี่ยชิงรีบร ้อนหยุดเจียงผิงอัน ด้วยกลัวสองฝ่ำยจะปะทะกัน

“ข้ำมิได้วู่วำม แค่อยำกไปขอบคุณด้วยตนเองเท่ำนั้น” เจียงผิง อันพูดตรง ๆ

วรยุทธ ์ที่เหลียงผิงให้มำนี้ทำให้เขำยินดียิ่งนัก!

มิเพียงช่วยแก้ปัญหำปวดสมองเรื่องกำรเก็บปรำณได้ ยังให้ โอกำสเขำเพิ่มน้ำหนักด้วย

“ขอบคุณ นี่เจ้ำคิดว่ำข้ำบื้อหรือ? แค้นนี้ไว้ชำระทีหลัง ฝึกฝนไป ดี ๆ อย่ำแตะต้อง ‘หทัยสูตรจักรพรรดิมนุษย์ บทชีพจร’ นั่นเชียว”

เซี่ยชิงเตือนเจียงผิงอันอีกครั้ง ก่อนจะหันกำยจำกไป

สีหน้ำของเจียงผิงอันแปรสู่ซับซ ้อน หำกเจ้ำเฒ่ำเหลียงผิงนั่นรู ้ว่ำ วิชำทำร ้ำยคนที่ให้มำกลับกลำยเป็ นช่วยเขำ ไม่รู ้จะทำหน้ำเช่นไร

เจียงผิงอันอำรมณ์ดี ไร ้ควำมกังวล เขำเปิดอำคมกลับขึ้นใหม่ และวำดอักขระเทพที่ชีพจรในกำยต่อไป

อักขระเทพตัวแล้วตัวเล่ำหลำกสู่ชีพจรในมือ แปรเปลี่ยนชีพจร บนฝ่ำมืออย่ำงต่อเนื่อง

กำรเปลี่ยนแปลงนี้ใช ้เวลำสองเดือนกว่ำ สุดท้ำยก็เกิดเป็ นถ้ำ แห่งหนึ่ง

อักขระเทพรอบมือพริบพรำว เผยบรรยำกำศลึกลับรำวซ่อน ปริศนำไร ้สิ้นสุด

เจียงผิงอันรอไม่ไหว ส่งปรำณวิญญำณและปรำณโลหิตเข้ำสู่ มัน

เนื่องจำกฝึกฝนวิชำซ่อนจักรวำล สภำพร่ำงกำยของเขำจึงไร ้ กำรแบ่งแยกระหว่ำงฝึ กกำยำและฝึ กวิญญำณ และเดินทำงบน เส้นทำงผู้ฝึกตนโบรำณ

ปรำณวิญญำณและปรำณโลหิตของเขำดูเหมือนจะพบที่ระบำย หลั่งรินเข้ำไปอย่ำงบ้ำคลั่ง

สองเท่ำ…… ห้ำเท่ำ…… เก้ำเท่ำ!

จนเมื่อปรำณอัดเข้ำไปได้เก้ำเท่ำของกำลก่อน ชีพจรนี้จึงเต็ม

เจียงผิงอันสุดแสนตื่นเต้น ทว่ำหำได้พอใจไม่ และรู ้สึกแย่ลง เล็กน้อย

เขำใช ้วิชำดึงดำรำ บีบอัดปรำณในชีพจรนี้

หนึ่งช่องว่ำงปรำกฏในชีพจร ปรำณวิญญำณและปรำณโลหิต หลำกเข้ำไปอีกครั้ง

ยำมปรำณสั่งสมถึงสิบเท่ำของกำลก่อน เจียงผิงอันก็หยุดมือ ใบหน้ำนิ่งเฉยเผยรอยยิ้มขึ้นในที่สุด

ยำมนี้ เจียงผิงอันอยำกส่งร ้อยกฎเกณฑ์ไปขอบคุณเหลียงผิง เสียเหลือเกิน

วิชำที่เหลียงผิงให้มำทำให้เขำพบโอกำสใหญ่หลวงในกำรก้ำว เดินต่อ!

ต่อจำกนี้ ขอเพียงเปลี่ยนแปลงชีพจรให้ครบทั้งกำย ก็จะเบิก ขอบเขตที่สองได้อย่ำงเป็ นทำงกำร!

ขอบเขตที่สองนี่ควรเรียกเช่นไรดี ‘ขอบเขตขอบคุณเหลียงผิง’ หรือ?

แน่นอน เขำแค่คิดเล่น ๆ ชื่อขอบเขตที่สองไม่มีทำงมั่วซั่วได้ เช่นนั้น

ในกำยเขำมีชีพจรใหญ่สำมร ้อยหกสิบจุด กว่ำจะแปรสภำพหนึ่ง ชีพจรได้กินเวลำสองเดือนกว่ำ หนึ่งปีแปรสภำพได้เพียงหกจุด กว่ำ จะแปรสภำพได้หมดก็น่ำจะใช ้เวลำรำวหกสิบปี

หกสิบปีนั้นมิได้มำก ผู้ฝึกตนขอบเขตวิญญำณแรกกำเนิดบรรลุ สู่ขอบเขตแปรเทวะได้ในพันปีก็นับว่ำดีมำกแล้ว

กำรบรรลุขอบเขตแปรเทวะในร ้อยปีนับเป็ นอัจฉริยะ

เจียงผิงอันยกมือ สัมผัสถึงควำมหนักอึ้งรำวยกบรรพตได้ชัดเจน

เซี่ยชิงกล่ำวไว้ไม่ผิด เมื่อจำนวนปรำณวิญญำณที่กักได้ในตัว แปรเปลี่ยน กำรดูดซับปรำณวิญญำณเพิ่มขึ้น มือของเขำก็หนักขึ้น ด้วย

เจียงผิงอันใช ้วิชำดึงดำรำกับมือขวำ แล้วแรงหน่วงที่มือก็หำยวับ ทันตำ

เขำในยำมนี้ไม่ต้องใช ้กำลัง เพียงฟำดแขนลงพื้นเบำ ๆ ก็แยก พสุธำได้แล้ว

ตู้ม!

ทันใดนั้น ห้องก็สั่นสะท้ำนรุนแรง จิตสังหำรหนำแน่นปกคลุมทั่ว นำวำ

ตัวตนน่ำสะพรึงกลัวสิบกว่ำตนซึ่งมีศีรษะเป็ นจระเข้ล้อมโจมตีเรือ เหำะอย่ำงบ้ำคลั่ง

“ฮ่ำ ๆ เรำโชคดีนักที่มำเจอเรือเหำะเผ่ำมนุษย์พอดี!”

“ข้ำเจอก่อน ข้ำต้องกำรเรือเหำะลำนี้!”

“ข้ำชอบกินคน ให้คนในนั้นกับข้ำก็พอ”

ปีศำจร่ำงคนหัวจระเข้สิบกว่ำตนเหล่ำนี้ ส่วนใหญ่อยู่ในขอบเขต วิญญำณแรกก ำเนิด มีขอบเขตจินตำนปนมำประปรำย

ดวงตำจระเข้ของพวกมันจับจ้องนิ่งที่เรือเหำะ สีหน้ำเต็มเปี่ยม ด้วยควำมโลภ

หำกว่ำด้วยวำทะเผ่ำมนุษย์ วันนี้ช่ำงโชคดีเหลือแสน ได้พบเรือ เหำะเผ่ำมนุษย์ที่นี่

มนุษย์เหล่ำนี้ช่ำงอับโชค มำรนหำที่ตำยถึงถิ่นเผ่ำปีศำจ

เหลยซื่อชิงเดินออกมำสบถด่ำ

“เรือเหำะผุ ๆ นี่ดึงดูดมัจฉำงี่เง่ำมำแล้ว หำกเป็ นเรือเหำะของตำ เฒ่ำผู้นี้ มีหรือมัจฉำงี่เง่ำพวกนี้จะมำขวำงทำงได้ เจ้ำเด็กตัวเหม็น เจียงผิงอันนั่นหลอกชิงเรือเหำะตำเฒ่ำผู้นี้ไป”

ยำมกลุ่มยอดฝีมือมนุษย์และอัจฉริยะทั้งหลำยเดินออกจำกเรือ เหำะ จระเข้กลืนสวรรค์สิบกว่ำตนซึ่งคิดว่ำพวกตนโชคดีเหลือแสนก็ จังงังทันใด

พวกมันฝันไปหรือ?

ในเรือเหำะลำน้อยนี้… เหตุใดจึงมียอดฝีมือมำกมำยนัก!

ขนำดยอดฝี มือขอบเขตแปรเทวะยังมีมำกมำย! แถมยังมีสัตว์ ประหลำดเฒ่ำที่น่ำกลัวกว่ำนั้นอยู่อีก!

พวกมันคิดว่ำตนโชคดี มิคำดเลยว่ำจะเป็ นโชคร ้ำย!

“จระเข้กลืนสวรรค์น่ำขยะแขยงพวกนี้”

หนำนกงเสินชักกระบี่ปำดเบำ ๆ ปรำณกระบี่เหินออกไป แล้ว จระเข้กลืนสวรรค์สิบกว่ำตนก็ร่ำงแหลกสลำยโดยมิอำจแม้แต่แผด เสียงร ้อง

ผู้ฝึกตนมนุษย์ผู้หนึ่งกล่ำวอย่ำงเคืองแค้น “เผ่ำจระเข้กลืนสวรรค์ นับวันยิ่งกำเริบ สองปี ก่อนพวกมันออกจำกเทือกเขำไร ้สิ้นสุดมำ

เขมือบคนไปสองเมือง กระทั่งคนธรรมดำยังไม่เว้น ควำมสูญเสียเกิน คณำนับ เรำเผ่ำมนุษย์จะไปถล่มเผ่ำจระเข้กลืนสวรรค์กันยำมใด?”

ผู้ฝึกตนสตรีผู้หนึ่งถอนใจ “เผ่ำจระเข้กลืนสวรรค์เทียบระดับได้ กับแดนศักดิ์สิทธิ์ กำรทำลำยมันแทบเป็ นไปไม่ได้เลย อีกอย่ำง ภัย คุกคำมจำกทะเลบูรพำเลวร ้ำยยิ่งกว่ำนี้ นั่นต่ำงหำกคู่มือหลักของ เรำ”

“เผ่ำปีศำจน่ำเกลียดพวกนี้ ยำมนักพรตเสินซวียังไม่บรรลุเซียน พวกมันแสร ้งทำตัวสงบเสงี่ยม พอลับหลังนักพรตเสินซวีก็เผยธำตุแท้ เร็วยิ่งกว่ำกิ้งก่ำเปลี่ยนสีเสียอีก”

ผู้ฝึกตนทั้งหลำยล้วนมีสีหน้ำสะอิดสะเอียนต่อเผ่ำปีศำจ

ในเผ่ำมนุษย์มีควำมขัดแย้งกันเอง แต่ควำมขัดแย้งต่อเผ่ำปีศำจ นั้นยิ่งใหญ่กว่ำ สองฝ่ ำยล้วนไร ้ผู้ถูกผิด แต่ล้วนอยำกฆ่ำกันเองให้ ตำยไปข้ำง

เหลยซื่อชิงหันกลับมำ ลูบเครำกล่ำวกับปวงชนเสียงดัง “เรำเข้ำ สู่เขตของเผ่ำกระทิงสำมเขำแล้ว เตรียมตัวให้ดี”

“ให้ทุกคนสวมศิลำบันทึกเงำกับตัว ในท้ำยที่สุด อันดับของพวก เจ้ำจะจัดโดยใช ้จำนวนปีศำจร่วมขอบเขตที่ฆ่ำไป และมอบรำงวัล ตำมอันดับที่ได้”

“ขอย้ำอีกครั้ง อย่ำได้เลินเล่อ เผ่ำกระทิงสำมเขำมิได้อ่อนแอ!”

ขณะที่เหลยซื่อชิงกำลังพูด หำมีผู้ใดสังเกตไม่ว่ำเจียงผิงอันโยน ถุงเก็บสัตว์ภูตถุงหนึ่งลงจำกเรือเหำะ…

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 231-240"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย