สู่วิถีอมตะ - บทที่ 201-210
บทที่ 201 ข้าคือปัวซือจากส านักบัญชาศพแห่งแดน ประจิม
ท่ามกลางบรรยากาศยะเยือก เจียงผิงอันยืนถือกิ่งมารสะเทือน สรวงกลางอากาศ
เขาถูกปกคลุมด้วยความมืดและปราณชั่วร ้ายดุจแสงสว่างทั้งปวง ถูกกลืนสิ้น
ดวงตาดุจสองดาราเรืองรองท่ามกลางรัตติกาล โรจน์รุ่งด้วย ประกายบ้าคลั่งโหดร ้าย
ผู้ฝึ กตนมากมายสั่นสะท้านอย่างเกินควบคุมในใจ ความกลัว แผ่ซ่านปกคลุม
ปรากฏว่าคนผู้นี้ฆ่ายอดฝี มือขอบเขตแปรเทวะสองคนลงได้! หนึ่งในนั้นกระทั่งอยู่ในขั้นกลางขอบเขตแปรเทวะ!
ขณะที่เขาเป็ นเพียงผู้ฝึกตนขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิด!
แม้เหตุผลหลักจะเป็ นกิ่งไม้ในมือ แต่ทุกผู้ล้วนสัมผัสความ แข็งแกร่งของเขาได้
การฆ่ายอดฝีมือขอบเขตแปรเทวะในขอบเขตนี้ได้ ไม่ว่าใครล้วน ไร ้เทียมทาน
เขาเป็ นใครกัน?
หลังความตกใจผ่านพ้น สายตาละโมบมากมายก็มองจ้องที่เจียง ผิงอัน
ร ้อยกฎเกณฑ์และหนึ่งยอดสมบัติ เพียงพอให้สัตว์ประหลาดเฒ่า ทั้งหลายบ้าคลั่งได้แล้ว
เจียงผิงอันเก็บกิ่งมารสะเทือนสรวงไปพลางกล่าวเสียงดัง “ข้า คือปัวซือจากสานักบัญชาศพแห่งแดนประจิม อย่ารนหาที่ตาย”
พูดจบ เขาก็ขยี้ยันต์หยกเคลื่อนย้ายพริบตาแล้วหายวับไปทันที
ยันต์หยกนี้ ซ่งฮุ่ยผู้เป็ นอาจารย์ของน้องหู่นิวให้เขามา เป็ นยันต์ หยกเคลื่อนย้ายมิติแขนงหนึ่งซึ่งใช ้งานง่ายมาก
“ส านักบัญชาศพ? ไม่เห็นเคยได้ยิน นี่มันมหาอานาจอะไรกัน?”
“หลังเขาจริงนะเจ้า สถานภาพของสานักบัญชาศพนั่นพอ ๆ กับ แดนศักดิ์สิทธิ์และตระกูลโบราณ เด็กนี่ต้องเป็ นอัจฉริยะจากสานัก บัญชาศพแน่ ๆ!”
“ส านักบัญชาศพแล้วเช่นไร? หาตัวให้เจอ ชิงสมบัติมาแล้วหาที่ ซ่อนก็จบแล้ว!”
“ไอ้โง่! ไม่เห็นหรือว่ายอดฝี มือเหล่านั้นไม่ขยับเลย? อัจฉริยะ จากมหาอานาจใหญ่เช่นนี้ล้วนมีตราวิญญาณพิเศษอยู่กับตัว หาก ฆ่าเขาไป ตราวิญญาณนั้นจะชี้ชัดมิอาจลบล้าง หนีไปซ่อนที่ใดก็ไร ้ ประโยชน์”
ยอดฝีมือบางคนเห็นสมบัติแล้วคิดอยากได้จริงแท้
แต่เมื่อได้ยินชื่อสานักที่มาของคนผู้นี้ ต่างฝ่ายล้วนนิ่งไปทันที
อัจฉริยะเช่นนี้ย่อมไม่พ้นบุคคลสูงสุดในสานักบัญชาศพ หาก กล้าฆ่าอัจฉริยะเช่นนี้ ยอดฝีมือจากสานักอีกฝ่ ายได้แหวกสุญตาบุก มาฆ่าถึงแดนบูรพาเป็ นแน่
ผู้ไม่กลัวสานักบัญชาศพก็มีเพียงแดนศักดิ์สิทธิ์และตระกูล โบราณเท่านั้น
แต่ยอดฝี มือจากมหาอานาจเหล่านี้ก็มิไร ้สมองมาล่วงเกิน มหาอานาจใหญ่เพื่อสมบัติยอดสมบัติชิ้นเดียวอยู่แล้ว
พวกเขามิได้สงสัยตัวตนของคนผู้นี้เลย การปีนเส้นทางสู่สวรรค์ ถึงยอดเขาได้ ต้องมิพ้นผู้มีมหาอ านาจสูงสุดบ่มเพาะ
นอกจากนั้น คนผู้นี้ยังใช ้ยันต์เคลื่อนย้ายมิติ มิอาจทราบว่าไปที่ ใด
หนิงโหยวมองจุดที่เจียงผิงอันหายตัวไป มิอาจสงบใจได้แสน นาน
อีกฝ่ายช่วยส านักของนางไว้ นางยังอยากใช ้ตนเองตอบแทน
น่าเสียดายที่ผู้ชายดี ๆ เช่นนี้หนีหายไปเสียแล้ว
แต่เรื่องน่ายินดีก็คือเคหาสน์เขาหลอมกระบี่ถูกทาลาย หุบเขา พยัคฆ์ด าอันเป็ นอริก็เสียหายสาหัส ภัยคุกคามต่อพวกนางส านัก ขวานฟ้ าไม่เหลือแล้ว
สามารถกลับไปทาเหมืองต่อที่หนองน้าได้
หลังเจียงผิงอันจรจาก เสียงหารือเกี่ยวกับเขาก็ดังต่อ
“คนผู้นี้ไปถึงยอดเขาเส้นทางสู่สวรรค์ สังหารสองตัวตนแปรเทวะ ในสองการโบย อัจฉริยะจากส านักบัญชาศพแดนประจิมน่ากลัวเพียง นี้เชียวหรือ?”
“สิ่งที่น่ากลัวกว่านี้คือ ความสามารถแท้จริงของส านักบัญชาศพ คือการควบคุมซากศพ คนผู้นี้ยังไม่ได้ใช ้อานาจควบคุมศพออกมา เลย หากเขาใช ้ต้องน่ากลัวกว่านี้แน่ ๆ!”
“ปัวซือ ชื่อนี้จะสะพัดทั่วซากโบราณมหาจักรพรรดิแน่นอน!”
“ฮัดชิ้ว~”
ที่ประตูซากโบราณมหาจักรพรรดิ จู่ ๆ ปัวซือซึ่งเข้าแถวรอเข้า ซากโบราณอยู่ก็จามออกมาอย่างเกินควบคุม
เขาถูจมูก “แปลกแท้ ใครพูดถึงข้ากัน หรือเรื่องที่ข้าไปขุดสุสาน บ้านใครเกิดแดงขึ้นมา? ดีนะข้ามาแดนบูรพาแล้ว”
ตัวการที่แท้จริงอย่างเจียงผิงอันขยี้ป้ ายหยกเคลื่อนย้ายอย่างไม่ ระบุทิศทางสามชิ้นติดกัน และยังเปลี่ยนรูปลักษณ์อาภรณ์สี่หน
หลังไม่รับรู ้ถึงอันตรายแล้ว เขาจึงหยุดลง
เหตุที่เจียงผิงอันใช ้นามปัวซือนั้น หลัก ๆ ก็เพื่อซ่อนกิ่งมาร สะเทือนสรวงและหนี
หาไม่ ผู้อื่นก็จะคิดไล่ล่าเขา เป็ นเรื่องอันตรายนัก
ส่วนเรื่องใช ้นามและตัวตนของปัวซือนั้น เจียงผิงอันมิได้ติดใจ รู ้สึกผิด
หนก่อน เขาสังเกตได้ว่าปัวซือจะมาลอบสังหารตน หากผู้ใด จัดการกับปัวซือได้ก็ย่อมเป็ นข่าวดี
ต่อให้สุดท้ายความแตก มิอาจซ่อนตัวตนก็ไม่เป็ นไร เพราะ สุดท้ายเขาก็หนีมาได้แล้ว
นามของกิ่งมารนี้ปรากฏขึ้นเองในใจยามใช ้มัน
สมบัติระดับนี้มีการตอบสนองกับผู้ใช ้ในระดับหนึ่ง และหากระดับ สมบัติพัฒนาไปอีกขั้นจนเป็ นศาสตราเซียนครึ่งขั้น จิตศาสตราก็จะ ค่อยๆ ถือก าเนิด
เจียงผิงอันสงบอารมณ์เบิกบานของตนลง กลืนโอสถวิญญาณ โลหิตหนึ่งขวดเพื่อฟื้นปราณโลหิต ก่อนจะมองภูมิทัศน์รอบข้าง
ทันใดนั้น เขาก็สัมผัสปราณอันคุ้นเคยมากมายได้จากไกล ๆ
เมื่อมองตามไป เจียงผิงอันก็พบผู้ฝึกตนมากมายรวมตัวกันอยู่ เห็นคลับคล้ายมีภาพฉายวิหคอมตะโผนทะยานสู่ฟ้ าเลือนราง
เจียงผิงอันผงะไปทันที
อวิ๋นหวง!
เขาประมือกับอวิ๋นหวงอยู่บ่อยครั้ง มองปราดเดียวจึงทราบทันที ว่านั่นคือนิมิตอันเกิดยามอวิ๋นหวงใช ้อานาจร่างเทวะ
เหมือนนางก าลังสู้กับใครอยู่
ใครกันบังคับให้นางใช ้อ านาจร่างเทวะได้?
เจียงผิงอันใช ้อัสนีพริบตาเหินไปหาอย่างรวดเร็ว
สถานที่เกิดศึกเป็ นค่ายอาคมพิเศษแห่งหนึ่ง
รอบข้างมีอาคมเช่นนี้อยู่หลายสิบแห่ง ทุกที่มีผู้ฝึกตนสู้กันอยู่
ด้านข้างกันนั้นมีผู้ฝึกตนชมศึกเต็มไปหมด
ทว่า สายตาของผู้ฝึกตนส่วนใหญ่ล้วนจ้องแต่ค่ายอาคมที่อวิ๋นห วงอยู่
“ร่างเทวะวิหคอมตะแข็งแกร่งยิ่ง แม้จะมีอาคมกั้นก็ยังสัมผัสความ น่าสะพรึงกลัวของเปลวเพลิงนั้นได้ มันดูราวจะผลาญเผาได้ทุกสิ่ง เลย!”
“นางชนะสี่สิบเก้าศึกติดต่อแล้ว หากชนะศึกนี้ ก็เท่ากับได้ห้าสิบ กฎเกณฑ์ น่าอิจฉาจริง ๆ”
“ไม่มีทางเสียหรอก เหยียนเฉินซิงผู้นี้มีร่างวิญญาณแฝดพสุธา น้าแข็ง บรรลุเคล็ดวิชาน้าแข็งสูงสุด ‘ใต้หล้าเยือกแข็ง’ ซึ่งเพียงพอ รับมืออวิ๋นหวงได้”
“น่าเสียดาย อวิ๋นหวงขาดเคล็ดวิชาเผ่าวิหคอมตะ หากบรรลุได้ คงไม่มีทางเพลี่ยงพล้า”
ในช่วงท้ายของการต่อสู้ ยามอวิ๋นหวงใช ้อานาจร่างเทวะ เหยียน เฉินซิงก็ทุ่มปราณทั้งหมด อุณหภูมิรอบทิศลดต่าเฉียบพลัน
โลกหล้าร ้อยลี้ในม่านอาคมกลายเป็ นน้าแข็ง
หลาวน้าแข็งมากมายก่อตัว ชี้ตรงมาที่อวิ๋นหวง
เหยียนเฉินซิงเอ่ยปาก “แม่นางอวิ๋นหวง เจ้าสู้ห้าสิบศึกติดต่อกัน น่าจะเหนื่อยแล้ว ยอมแพ้เถิด สู้ต่อไปเจ้าอาจตายได้นะ”
เซี่ยชิงซึ่งพินิจศึกอยู่ด้านนอกราพึง “อวิ๋นหวง ยอมแพ้เถอะ”
อวิ๋นหวงสู้มานานเกินไปแล้ว แม้นางจะฟื้นปราณวิญญาณได้ แต่จิตวิญญาณและร่างกายอ่อนล้าถึงขีดสุด สู้ต่อไปก็ไร ้ความหมาย
เหยียนเฉินซิงผู้นี้ระดับใกล้เคียงกับอวิ๋นหวง หากเป็ นยามอวิ๋น หวงสมบูรณ์พร ้อม เขาก็น่าจะยังรับมือได้
หากสู้กันต่อไป อวิ๋นหวงจะบาดเจ็บสาหัส หรือกระทั่งอาจตายได้
อวิ๋นหวงมิได้ตอบกลับ ใบหน้างดงามของนางเครียดเคร่ง ร่าง ผสานเข้ากับเงาร่างวิหคอมตะ เร่งปราณวิญญาณทั้งหมดโถมเข้าหา เหยียนเฉินซิง
“ขัดขืนไปก็ไร้ประโยชน์!”
เหยียนเฉินซิงบงการหลาวน้าแข็ง โจมตีเข้าใส่อวิ๋นหวง
หลาวน้าแข็งเผชิญเพลิงรอบกายอวิ๋นหวง หลอมละลายไปอย่าง รวดเร็ว
ทว่าเปลวเพลิงรอบกายอวิ๋นหวงก็เบาบางลงจนสลายสิ้นไป เช่นกัน
หลาวน้าแข็งมากมายปักเข้าใส่ร่างของอวิ๋นหวงจนเลือดสาด กระเซ็น
“รีบยอมแพ้เร็ว!” เซี่ยชิงตะโกนอย่างร ้อนใจ
ทว่า ยามหลาวน้าแข็งเหล่านี้สัมผัสร่าง อวิ๋นหวงกลับไร ้เค้าความ กังวลใด ๆ
หลาวน้าแข็งเหล่านั้นระเบิดออกตามกัน
กฎจานงสัประยุทธ ์หลั่งไหลออกจากร่างของอวิ๋นหวง
ความเร็วของอวิ๋นหวงทะลวงสูง พุ่งมาถึงตรงหน้าเหยียนเฉินซิง ในพริบตา ก่อนจะออกหมัดชกขยี้อวัยวะภายในของอีกฝ่าย
เหยียนเฉินซิงกระอักเลือด ร่างกระเด็นหัวทิ่ม สีหน้าสุดแสนไม่ อยากเชื่อ
โลหิตผู้ครองกายาศักดิ์สิทธิ์!
ปรากฏว่าอวิ๋นหวงมีโลหิตผู้ครองกายาศักดิ์สิทธิ์อยู่กับตัว!
อย่าว่าแต่เหยียนเฉินซิงที่รู ้สึกเหลือเชื่อ กระทั่งเซี่ยชิงก็จังงังไป เช่นกัน
เหตุใดในร่างอวิ๋นหวงจึงมีโลหิตผู้ครองกายาศักดิ์สิทธิ์ได้?
หรือเจียงผิงอัน… เจ้าเด็กนี่จะแอบทาอะไรกับอวิ๋นหวง?
บทที่ 202 บุตรศักดิ์สิทธิ์จากแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อ
อวิ๋นหวงชนะแล้ว
ด้วยกฎจ านงสัประยุทธ ์และกฎแห่งอัคคี เหยียนเฉินซิงบาดเจ็บ สาหัส
ริมฝีปากแดงของอวิ๋นหวงเผยอหอบ
ดวงตาคู่งามวูบไหวขณะมองกฎจ านงสัประยุทธ ์อันพล่านพลุ่งใน กาย
โลหิตผู้ครองกายาศักดิ์สิทธิ์นี้ เจียงผิงอันให้นางมา
หนนี้ที่ชนะได้ ต้องขอบคุณเจียงผิงอันแล้ว
พูดไปแล้วก็น่าขัน เหตุที่ชายผู้นี้ให้มันกับนาง เขาว่านางไม่ทน มือ อยากให้นางพัฒนาแรงกายมากกว่านี้
บุรุษเพศใดจะพิกล พูดเช่นนี้กับหญิงงามบ้าง
เมื่อคิดถึงตรงนี้ มุมปากของอวิ๋นหวงก็ยกยิ้มบาง
ชนะห้าสิบศึกติด รางวัลห้าสิบกฎเกณฑ์!
ยามนี้มีเวลาหนึ่งชั่วก้านธูปมอดในการฟื้นปราณวิญญาณ แล้ว การประลองรอบใหม่จึงเริ่มต้น
นาโอสถฟื้นปราณวิญญาณออกมากิน รีบฟื้นพลังกายกลับมา
ยามเห็นอวิ๋นหวงปลอดภัย เซี่ยชิงก็ผ่อนหายใจโล่งอก ใจหายใจ คว่าหมด
โชคยังดีที่อวิ๋นหวงมีโลหิตของเจียงผิงอันในกาย หาไม่คงพ่าย แน่ ๆ
“ร่างเทวะวิหคศักดิ์สิทธิ์แข็งแกร่งยิ่ง แต่นางไร ้เคล็ดวิชาจากเผ่า วิหคอมตะ จึงไม่อาจใช้อ านาจแท้จริงได้เลย”
ชายผู้หนึ่งกล่าวขึ้นข้างกายเซี่ยชิง
อาภรณ์เขียวเข้มของชายผู้นั้นพลิ้วแผ่วตามลม ดุจหมอกยาม เช ้าท่ามกลางขุนเขายามวสันต์ ใบหน้าคมเข้มเช่นรูปสลัก คู่เนตรสี นิลลึกลับเรืองรอง
เขามิได้ซ่อนปราณในกายเลยสักนิด กฎเกณฑ์แผ่วพลิ้วซ ้าย ขวา โอบล้อมด้วยหมอกศักดิ์สิทธิ์เช่นเทพเซียน
เซี่ยชิงชาเลืองชายผู้นั้น “เคล็ดวิชาเผ่าวิหคอมตะ จะได้มาง่าย ๆ ได้อย่างไร กระทั่งหอวาณิชมั่งคั่งกว้างไกลยังไม่มีเลย”
แน่นอน นางรู ้ว่าร่างเทวะวิหคอมตะของอวิ๋นหวงยังมิอาจใช ้ อ านาจแท้จริงออกมาได้
หนึ่งในจุดประสงค์ในการส่งอวิ๋นหวงสู่หอตาราเทียนเต้าก็เพื่อให้ นางหาเคล็ดวิชาเผ่าวิหคอมตะนี่แหละ
เหลียงเซียวหงพินิจใบหน้างามตรงหน้าอย่างชื่นชม กล่าวขึ้นว่า
“บรรพชนแดนศักดิ์สิทธิ์ของข้ากับเผ่าวิหคอมตะรู ้จักกัน หาก เจ้าแต่งงานกับข้า ข้าก็วอนบรรพชนให้ไปขอเคล็ดวิชากับเผ่าวิหค อมตะได้นะ”
เซี่ยชิงยิ้มบางพลางปฏิเสธ “มิขอรบกวนบุตรศักดิ์สิทธิ์ เคล็ด วิชาเผ่าวิหคอมตะขอกันมิได้ง่าย ๆ หรอก”
เหลียงเซียวหงเอ่ย “นั่นมิใช่ประเด็น ประเด็นอยู่ตรงที่ข้าอยาก แต่งงานกับเจ้าต่างหาก”
เซี่ยชิงเกลี่ยเส้นผมทัดหลังหู เผยอริมฝี ปากแดงน้อย ๆ “บุตร ศักดิ์สิทธิ์ ข้าบอกก่อนแล้วว่า ข้ามีราชบุตรเขยแล้วนะ”
ใบหน้าของเหลียงเซียวหงปรากฏเค้าดูแคลนอย่างไม่ปกปิด
“เจียงผิงอันนั่นก็แค่มีฝี มือนิดหน่ อย เขานับเป็ นอะไรได้? อัจฉริยะปรากฏและตกตายกันทุกปีอยู่แล้ว”
“คนรากหญ้าเช่นนั้นจะมาเลอค่าสูงศักดิ์เช่นแดนศักดิ์สิทธิ์เทียน เจ๋อของข้าได้อย่างไร?”
“หากเจ้ากับข้าเป็ นคู่บ าเพ็ญ ก็คือการผสานรวมอย่างแข็งแกร่ง ยามข้าขึ้นครองแดนศักดิ์สิทธิ์ เจ้าก็คือฮูหยินประมุขแดนศักดิ์สิทธิ์ เป็ นมารดาแห่งโลกหล้า!”
เหลียงเซียวหงสุดแสนมั่นใจ มิได้ซ่อนความคิดแม้แต่น้อย
เซี่ยชิงยิ้มรับ “ข้ารับเจตนาดีของบุตรศักดิ์สิทธิ์ไว้แล้ว แต่ข้า ชอบเจ้าหนูเจียงผิงอันผู้นั้นมากกว่า”
เหลียงเซียวหงส่ายหัว “เจ้าโกหกอยู่ เจ้าไม่มีทางลดตัวไปชอบ เจียงผิงอันได้หรอก เขาหาคู่ควรกับเจ้าไม่”
ขณะเดียวกัน หนึ่งบุคคลเดินมาหาเซี่ยชิงพอดิบพอดี
“องค์หญิง”
เจียงผิงอันเปลี่ยนลักษณ์คืนหน้าตาจริง กุมกาปั้นคารวะ
เซี่ยชิงเห็นเจียงผิงอันก็หน้าชื่นตาบาน “เจ้าเด็กตัวเหม็น เหตุใด จึงเพิ่งมา”
นางเมินสายตาคนอื่น ๆ กอดแขนเจียงผิงอันไว้ทันที
“เกิดเรื่องขึ้นนิดหน่อยน่ะ”
เจียงผิงอันเกิดความรู้สึกอุ่นร้อนกะทันหัน คิดชักแขนตนออก ทว่าอีกฝ่ ายกอดเขาเสียแน่น มิอาจดึงออกได้เลย
เมื่อเห็นความใกล้ชิดสนิทสนมระหว่างทั้งสอง สีหน้าของเหลียง เซียวหงก็ค่อย ๆ เปลี่ยนสู่เย็นเยียบ เขากล่าวพลางจ้องมองเจียงผิง อัน
“คนเราต้องเจียมตน เข้าใจสถานะของตนเอง มิเช่นนั้นก็จะร่วง หล่นถูกบดขยี้ได้”
ดวงตาของเจียงผิงอันหันมองคนผู้นี้ จากบทสนทนาระหว่างเซี่ย ชิงกับคนผู้นี้ เขาทราบตัวตนของอีกฝ่ายแล้ว
บุตรศักดิ์สิทธิ์แห่งแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อ หนึ่ งในสาม มหาอ านาจใหญ่ในแดนบูรพา!
ปลายนิ้วของเจียงผิงอันกระตุกเล็กน้อย ระงับตนมิให้นากิ่งมาร สะเทือนสรวงออกมา
ก่อนหน้านี้ ยามเขาถามยอดฝีมือขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิด ที่มาไล่ล่าตน อีกฝ่ายบอกว่าผู้ที่สั่งการต้าฉู่และแคว้นหลิงไถให้ลงมือ กับท่านอาเมิ่งคือบุตรศักดิ์สิทธิ์แห่งแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อ
ทั้งหมดก็เพราะคนผู้นี้ ท่านอาเมิ่งจึงต้องตาย!
เจียงผิงอันอยากฆ่าเขานัก แต่คนผู้นี้เป็ นยอดฝี มือขั้นปลาย ขอบเขตแปรเทวะ
ยิ่งกว่านั้น เจียงผิงอันยังเห็นได้ว่าคนผู้นี้ผนึกยันต์ตัวตายตัว แทนสองชิ้น ยันต์เคลื่อนย้ายมิติอีกหนึ่ง หนึ่งตราวิญญาณไล่ตาม และเศษยอดสมบัติอีกชิ้น
ด้วยพลังต่อสู้ปัจจุบันของเขา มิอาจฆ่าอีกฝ่ายได้เลย
“ท าตาเช่นนั้นหมายความเช่นไร เจ้าขยะ?”
เมื่อสังเกตสายตาของเจียงผิงอันได้ เหลียงเซียวหงก็กล่าวเสียง เรียบอย่างเหยียดหยาม “เมิ่งโค่วนั่น… บุตรศักดิ์สิทธิ์ผู้นี้สั่งฆ่าเอง เจ้า จะทาอะไรบุตรศักดิ์สิทธิ์ผู้นี้ได้?”
เขาประกาศออกมาตรง ๆ มิได้ปิดบังอะไรเลย
ร่างของเจียงผิงอันสั่นเทิ้มเกินควบคุม เขามิได้กลัว แต่โกรธอยู่
เมื่อนึกย้อนถึงสายตาในวาระสุดท้ายของท่านอาเมิ่ง โทสะของ เขาก็เกือบหลุดควบคุม
เซี่ยชิงสีหน้าเปลี่ยน กอดเจียงผิงอันไว้แน่นขึ้นด้วยกลัวเขาจะทา อะไรบุ่มบ่าม
นางหันไปกล่าวกับเหลียงเซียวหงเสียงเย็น “บุตรศักดิ์สิทธิ์ หาก ไม่มีเรื่องแล้วก็เชิญไปเถิด ข้าไร ้ความสนใจต่อเจ้า และจะไม่แต่งงาน กับเจ้า”
“ฮ่า ๆ ดีมาก ดีมาก”
เหลียงเซียวหงหัวเราะ ทว่าผู้ใดก็ล้วนเห็นโทสะบนใบหน้าเขาได้
เขาเป็ นบุตรศักดิ์สิทธิ์ผู้ทรงเกียรติแห่งแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อ มาสู่ขอองค์หญิงจากเมืองสุดแสนดาษดื่นแห่งหนึ่งด้วยตนเอง นับว่า รักษาหน้ากันมากแล้ว
แต่อีกฝ่ ายกลับอยู่ดีไม่ว่าดี
เขาเหลียงเซียวหงเป็ นสุนัขขี้ประจบแต่ยามใด?
หากมิใช่ปรารถนาเคล็ดวิชามหาจักรพรรดิ มีหรือเขาจะมาด้วย ตนเอง?
ในเมื่อสตรีผู้นี้ไม่ไว้หน้าเขา เขาก็ไม่จาเป็ นต้องไว้หน้านาง
เหลียงเซียวหงหันไปกล่าวกับผู้ฝึกตนหนุ่มข้างกาย “เหลียงซี เจ้าขึ้นไปท้าทายร่างเทวะวิหคอมตะเสีย”
อยากได้รางวัลจากลานยุทธ ์เต๋าในการดูแลของพวกเขาแดน ศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อต่อไป? ไม่มีทาง!
จากกติกา หากชนะสิบศึกต่อเนื่อง จะได้สิบกฎเกณฑ์ และเพิ่ม สิบกฎเกณฑ์ทุก ๆ สิบศึก
เหลียงเซียวหงไม่อยากให้อวิ๋นหวงได้รางวัลจากแดนศักดิ์สิทธิ์ เทียนเจ๋อของเขามากไปกว่านี้ และยังเป็ นการแสดงความไม่พอใจ ด้วย
เมื่อได้คาสั่งจากเหลียงเซียวหง เหลียงซีก็ไหวไหล่อย่างจนใจ “ข้าชอบอวิ๋นหวงมาก และพร ้อมไปสารภาพกับนางแล้ว”
“แต่ในเมื่อพี่ใหญ่ให้ข้าไปท้าทาย ข้าก็จะไป”
“อยากให้นางบาดเจ็บเพียงไหน กึ่งพิการ? ท าลายการฝึ กฝน หรือฆ่าไปเลยเล่า?”
แม้เขาจะรู ้ว่าอวิ๋นหวงมีร่างเทวะวิหคศักดิ์สิทธิ์ เหลียงซีก็ยังสุด ผ่อนคลาย มิได้สนใจอะไรเลย
เซี่ยชิงขมวดคิ้ว คนผู้นี้เรียกเหลียงเซียวหงเป็ นพี่ใหญ่ ซ้ายังแซ่ เหลียง หรือจะเป็ นน้องชายของเหลียงเซียวหง?
เมื่อเห็นท่าทีผ่อนคลายของเหลียงซี เซี่ยชิงก็สังหรณ์ร ้ายยิ่ง
นางตะโกนบอกอวิ๋นหวงในค่ายอาคม “อวิ๋นหวง ยอมแพ้ในการ ดวลครั้งนี้ซะ!”
“ไม่ได้หรอก ในที่สุดข้าก็ได้ลงมือสร ้างนามเสียทีนี่นา”
เหลียงซีรีบเร่งเข้าสู่ค่ายอาคมที่อวิ๋นหวงอยู่
บริเวณลานยุทธ ์เต๋านี้เคยเป็ นสถานที่ซึ่งมหาจักรพรรดิให้ผู้คน ฝึกฝนวรยุทธ ์ และจากอิทธิพลมหาเต๋า ที่นี่ก็แปรเปลี่ยนไป
การต่อสู้ที่นี่จะเร่งความเร็วการทาความเข้าใจวรยุทธ ์และ กฎเกณฑ์ได้
ขณะนี้ ที่นี่ถูกแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อแปรลักษณ์ แบ่งเป็ นค่าย อาคมมิติหลายสิบแห่ง และเก็บค่าเข้าประลอง
เพื่อดึงดูดผู้คน ผู้ชนะติดต่อกันจึงมีรางวัล
ผู้ฝึกตนรอบข้างเห็นมีคนเข้าไปในค่ายอาคมที่อวิ๋นหวงอยู่ก็เริ่ม เสวนากันทันที
“มีผู้ท้าทายอวิ๋นหวงอีกแล้ว โง่เง่าจริง ๆ ร่างเทวะวิหคอมตะควบ โลหิตผู้ครองกายาศักดิ์สิทธิ์ ใครจะพิชิตได้?”
“เจ้าไม่เห็นหรือว่าคนผู้นี้คือผู้อยู่ข้างกายบุตรศักดิ์สิทธิ์ของแดน ศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อ? ไม่มีทางอ่อนแอแน่นอน”
“ข้าไม่เคยเห็นคนผู้นี้มาก่อน ไม่รู ้เขาเก่งกล้าเช่นไร”
เมื่อเหลียงซีเข้ามาในอาคม เขาก็เชิดหน้ามองหญิงงามตรึงตรา ตรงหน้า กล่าวขึ้นยิ้ม ๆ
“ร่างเทวะวิหคอมตะต้องมาพึ่งโลหิตผู้อื่น ขยะจริงแท้ และผู้ที่ให้ โลหิตนี้แก่เจ้ามา ข้าว่าก็ขยะไม่ต่างกัน”
คู่เนตรงามของอวิ๋นหวงเย็นเฉียบ
จู่ ๆ ก็ถูกล้อเลียน ไม่มีผู้ใดอารมณ์ดีอยู่ได้
เซี่ยชิงตะโกน “นี่ก็แค่กลยุทธ ์ยั่วโมโห อย่าวู่วาม รีบออกมาเร็ว”
เพลิงศักดิ์สิทธิ์ปะทุจากร่างของอวิ๋นหวง นางจับจ้องเหลียงซี อย่างเย็นชา “ข้าอยากรู ้นักว่าวรยุทธ ์เจ้าจะดีเหมือนปากหรือไม่!”
นางเร่งอานาจร่างเทวะ เปลวเพลิงวิหคอมตะแปรเปลี่ยนเป็ นดวง เพลิงพุ่งใส่เหลียงซี
บทที่ 203 พิชิตหมื่นกฎเกณฑ์
“ข้าโกรธนัก!”
เมื่อเห็นอวิ๋นหวงขัดคาสั่ง ลงมือกับเหลียงซี เซี่ยชิงก็เดือดดาล จนเงื้อหมัดทุบอกเจียงผิงอันไปหลายป้ าบ
“อวิ๋นหวงเคยว่านอนสอนง่าย นางต้องติดนิสัยแย่ ๆ มาจากเจ้า แน่แท้!”
เซี่ยชิงถือโทษเจียงผิงอันโดยไม่คานึงถึงการวางตน
เจียงผิงอันขมวดคิ้วแน่น จ้องมองเหลียงซีไม่วางตา
ในร่างอีกฝ่ายมีอานาจประหลาดบางอย่าง นี่เป็ นครั้งแรกที่เขาได้ พบเจอ
เหลียงซีพินิจเปลวเพลิงวิหคอมตะจู่โจมเข้ามาโดยไม่เลี่ยงหลบ เขาทาเพียงยืนยิ้มอยู่กับที่
เห็นกิริยาของเขา ปวงชนก็ดูงุนงง
“เจ้านี่โง่หรือไร? ร่างเทวะวิหคอมตะน่ากลัวเพียงนี้ ผู้ใดสัมผัส ล้วนมอดไหม้เป็ นเถ้า เขาไม่กลัวตายหรือ?”
“เขามีวิชาป้ องกันสูงล้า เลยไม่กลัวเพลิงหรือไร?”
“แต่แค่เผชิญเพลิงตรง ๆ ก็สิ้นเปลืองพลังมากแล้ว การหลบเลี่ยง สิ้นเปลืองพลังน้อยกว่าเห็น ๆ”
จากท่าทีของเหลียงซี อวิ๋นหวงเองก็นึกสงสัย
เหตุใดคนผู้นี้จึงไม่หลบ?
“อ๊าก!” เปลวเพลิงชวนสะพรึงโหมครอก ท าให้เหลียงซีทรุดลง กับพื้น ส่งเสียงแผดร ้องอย่างเจ็บปวดกึกก้องไปทั่วค่ายอาคม
“???”
เครื่องหมายคาถามปรากฏเหนือหัวปวงชนถ้วนหน้า
เจ้านี่มาขายขาหรือ?
เมื่อครู่ก็คิดไปว่าคนผู้นี้มีการป้ องกันพิเศษ ที่ไหนได้ เขาจะ กลายเป็ นเถ้าถ่านรอมร่อ เสียงกรีดร ้องอุบาทว์กว่าหมูถูกเชือดอีก
เหลียงเซียวหงซึ่งอยู่ด้านนอกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย น้องชายของ เขาออกจากสานัก จะโด่งดังทั่วโลกหล้าได้แน่นอน!
เจียงผิงอันเห็นบางสิ่ง ม่านตาของเขาหดตัวเฉียบพลัน
จู่ ๆ เหลียงซีผู้เจียนมอดไหม้รอมร่อก็ระเบิดแสงเรืองรองออกจาก ร่าง ผิวกายเส้นผมอันไหม้ดางอกเงยฟื้นคืนอย่างรวดเร็ว ปราณก่อ ตัวเป็ นอาภรณ์คลุมกาย
เหลียงซีซึ่งเดิมเจียนตายยืนกลับมาในสภาพกระชุ่มกระชวยอีก ครั้ง
“ถึกทนอะไรเพียงนี้!” ใบหน้างามของเซี่ยชิงเปี่ยมความเคร่งขรึม
ความสามารถในการฟื้นตัวของเหลียงซีมิได้แย่ไปกว่าวิชาลับ ‘ทวีคูณอนันต์’ ของต้าเซี่ยเลย!
“ยิ่งกว่านั้นอีก” สีหน้าของเจียงผิงอันเคร่งขรึมอย่างยิ่ง
“หมายความเช่นไร?”
เซี่ยชิงหันมองเจียงผิงอันอย่างงุนงง เจ้าเด็กนี่เห็นอะไรเข้าหรือ?
เหลียงซีหวนคืนสู่ปกติ สีหน้าตื่นตกใจ “ควรค่าเป็ นเพลิงวิหค อมตะ เกือบโดนเผาตายแล้วไง”
อวิ๋นหวงขมวดคิ้ว เพลิงร ้ายแรงเช่นนี้ อีกฝ่ายกลับไม่เป็ นไร
นางเร่งพลังสุดกาลัง โจมตีเข้าใส่เหลียงซีอีกครั้ง
เพลิงผลาญทะยานผ่านนภา พุ่งเข้าใส่เหลียงซีอีกหน
ทว่า เหตุประหลาดพลันบังเกิด
เหลียงซียืนไร ้รอยขีดข่วนท่ามกลางเปลวเพลิง!
อวิ๋นหวงสีหน้าเปลี่ยนเฉียบพลัน เหลือเชื่อยิ่งนัก
ทุกผู้ล้วนจังงัง
เพราะเหตุใดกัน? อีกฝ่ ายมิได้ใช ้วิชาใด ไฉนจึงเมินเพลิงวิหค อมตะได้เช่นนี้?
อวิ๋นหวงเร่งเพลิง
ทว่าเหลียงซียังไม่เป็ นไร เขาชักกระบี่ออกมา พุ่งฝ่ าเปลวเพลิง เข้าใส่อวิ๋นหวง รวดเร็วยิ่งนัก
อวิ๋นหวงรีบเบี่ยงหลบ ใช ้เปลวเพลิงจู่โจมอีกครั้ง
เหลียงซีมิได้หลบเลี่ยงแม้แต่น้อย เขาเสสรวล “อย่าพยายามเสีย เปล่าเลย! ข้ามีร่างพิชิตหมื่นกฎเกณฑ์! ทุกกฎเกณฑ์ ขอเพียงทา ร ้ายข้าได้หนึ่งหน ก็จะไม่เป็ นผลกับข้าอีก!”
เขาเงื้อกระบี่ฟาดฟันตรงหน้าอวิ๋นหวง ส่งปราณกระบี่ทะยานใส่
อวิ๋นหวงสีหน้าเปลี่ยนเฉียบพลัน รีบเลี่ยงถอยไป
เมื่อได้ยินคาว่า ‘ร่างพิชิตหมื่นกฎเกณฑ์’ สีหน้าปวงชนก็ แปรเปลี่ยน เกิดเป็ นเสียงลือลั่น
“โลกหล้ายังมีร่างเทวะน่ากลัวเช่นนี้อยู่!”
“เวร! ร่างเทวะนี่โกงกันชัด ๆ! กฎเกณฑ์ใด ๆ ล้วนมิส่งผล ใครจะ ฆ่าเขาได้? มิใช่ไร ้เทียมทานในขอบเขตเดียวกันหรือ?”
“ผู้ฝึกตนขอบเขตสูงกว่าน่าจะท าร ้ายเขาได้”
หนึ่งในเหตุผลหลักที่ผู้ฝึกตนขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดขึ้น ไปแข็งแกร่ง นั่นก็เพราะอิทธิพลอานาจแห่งกฎเกณฑ์
แต่กฎเกณฑ์ระดับเดียวกันมิได้ผลกับคนผู้นี้!
นี่ยังหมายความเช่นกันว่า ทุกวิชาร่วมระดับใช ้กับเขาไม่ได้เลย!
เซี่ยชิงเองก็ตกใจ ตะโกนออกมา “อวิ๋นหวง ยอมแพ้เสีย!”
คนเช่นนี้ ไม่มีทางสู้ได้เลย!
อวิ๋นหวงสุดแสนอิดออดใจ แต่นางก็ทาอะไรคนผู้นี้ไม่ได้เลยจริง ๆ
หากได้เคล็ดวิชาเผ่าวิหคอมตะมา นางอาจสู้ไหว
แต่นางไม่มีมัน
“ข้า…”
ขณะที่อวิ๋นหวงกาลังจะยอมแพ้ จู่ ๆ เหลียงซีก็เร่งความเร็วพุ่งเข้า มา
อวิ๋นหวงสีหน้าเปลี่ยน รีบยกแขนขึ้นกันตรงหน้า
พรวด!
โลหิตสาดกระเซ็น แขนของนางสะบั้นขาด
“ข้ายอมแพ้!”
อวิ๋นหวงหน้าซีดขาด สีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด
“น่าเบื่อจัง ร่างเทวะวิหคอมตะก็แค่นี้เอง”
เห็นอีกฝ่ายยอมแพ้ เหลียงซีก็สิ้นสนใจ
หัวใจเหล่าผู้ชมสะท้าน
อวิ๋นหวงผู้ชนะห้าสิบศึกติดพ่ายไปง่าย ๆ เช่นนี้!
นางอ่อนแอหรือ?
ไม่มีทาง!
นั่นเป็ นเราะร่างพิชิตหมื่นกฎเกณฑ์วิปริตบ้าบอเกินไปต่างหาก!
กฎเกณฑ์มิอาจท าร ้าย นับว่าไร ้เทียมทานในขอบเขตเดียวกัน!
อวิ๋นหวงไม่ยินยอมพร ้อมใจอย่างยิ่ง แต่พ่ายก็คือพ่าย ไร ้สิ่งใด ต้องมากความ
นางหยุดโลหิต จะไปหยิบแขนข้างที่ขาดไป ยามฝึ กฝนถึง ขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิด การต่อแขนที่ขาดไม่ยากเย็น
ทว่าทันใดนั้น เหลียงซีเหวี่ยงกระบี่ในมือ ทาลายแขนที่ขาดข้าง นั้นไป
ดวงตาของเซี่ยชิงเรืองประกายกร ้าว จ้องมองเหลียงเซียวหง บุตร ศักดิ์สิทธิ์แห่งแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋ออย่างเย็นเยียบ “น้องเจ้าทา เกินไปแล้วนะ”
จบการประลองแล้ว ไร ้จาเป็ นต้องลงมือกับแขนข้างที่ขาดไป ของอวิ๋นหวง
แม้แขนที่ขาดไปจะงอกใหม่ได้ พลังที่ใช ้ไปก็มหาศาล ซ้ายังต้อง ใช ้เวลา
เหลียงเซียวหงไม่คิดสนใจ “แล้วเช่นไร?”
เซี่ยชิงกัดฟันอย่างเดือดดาล “หญิงผู้น้อยขอให้บุตรศักดิ์สิทธิ์…”
“ข้าเอง!”
ขณะที่เซี่ยชิงกาลังจะท้าทายเหลียงเซียวหงเพื่อล้างแค้น ให้อวิ๋นหวงนั้นเอง
เจียงผิงอันเดินสู่หน้าลาน “เจ้าดูแลอวิ๋นหวงก่อน ข้าไปเอง”
กล่าวจบ เจียงผิงอันก็เดินเข้าอาคมไป
บังเอิญว่าอวิ๋นหวงก็เดินกุมแขนข้างที่ขาดออกจากอาคมพอดี โลหิตย้อมอาภรณ์ยิ่งแดงก่า
ใบหน้างดงามชุ่มเหงื่อ ซีดขาวเล็กน้อย
เมื่อเห็นเจียงผิงอัน อวิ๋นหวงก็นิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวอย่าง ยากล าบาก “เขาแข็งแกร่งมากนะ กฎเกณฑ์ท าอะไรเขาไม่ได้เลย”
“ก่อนหน้านี้ข้าบอกให้เจ้าฝึ กร่างกายแล้ว ร่างกายเจ้าอ่อนแอ เกินไป” เจียงผิงอันกล่าว
อวิ๋นหวงยิ้มขื่น ร่างกายของนางแข็งแกร่งพอแล้ว แต่กระบี่อีก ฝ่ายคมกว่าเท่านั้นเอง
“ไม่ต้องล้างแค้นแทนข้าหรอก หากพบอันตราย รีบออกมาเลย นะ”
เมื่อเห็นเจียงผิงอัน อวิ๋นหวงก็ตื้นตันนัก
“มิได้ช่วยเจ้าล้างแค้นหรอก แต่เพราะอีกฝ่ ายเป็ นน้องชายบุตร ศักดิ์สิทธิ์ของแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อ ข้าอยากจัดการเขาเสียก็ เท่านั้น”
กล่าวจบ เจียงผิงอันก็เดินเข้าอาคมไป
“…”
อวิ๋นหวงพูดไม่ออก เจ้าผู้ชายตัวเหม็นนี่เอาใจสตรีไม่เป็ นสักนิด
เนื่องด้วยความแข็งแกร่งของเหลียงซี ปวงชนจึงสุดแสนตกใจ และเมื่อเห็นเจียงผิงอันเดินเข้าอาคมไป สีหน้าของพวกเขาก็ดูพิกล
“เขาเป็ นใคร?”
“เจ้านี่คิดทาอะไร? จะไปท้าทายหรือ?”
“สมองเขาต้องพิกลไปแล้วแน่ ร่างเทวะวิหคอมตะยังพ่ายได้ ง่ายดาย เขายังไปท้าทายอีก ไม่กลัวตายหรือไร?”
กฎเกณฑ์มิอาจใช ้กับเหลียงซีได้ผล หมายความว่าทุกการโจมตี จะแผ่วฤทธิ์ ยากพิชิตเขาลงได้
มิใช่ใครก็สู้กับเหลียงซีได้
เหลียงซีเห็นเจียงผิงอันเข้ามา มุมปากก็ยกยิ้ม
“เจียงผิงอัน ข้ารอเจ้าอยู่เลย เจ้าจะได้เป็ นบันไดให้ข้าเหยียบยืน ลือนามไปทั่วแดนบูรพา!”
เมื่อได้ยินชื่อ ‘เจียงผิงอัน’ ดวงตาเหล่าผู้ฝึกตนที่พินิจศึกอยู่ก็ เบิกกว้าง
“เดี๋ยวนะ ข้าฟังถูกหรือไม่? คนผู้นี้คือเจียงผิงอันหรือ?”
“เจียงผิงอัน? คุ้นชะมัด”
“เขาคือเจียงผิงอันผู้สังหารร่างเทวะสุดขั้วหยาง มีกายาศักดิ์สิทธิ์ เทียมไง! ลือกันว่าเหมือนเขาสร ้างขอบเขตของตัวเองด้วย!”
“ผู้ที่ฆ่าทหารนับล้านของแคว้นหลิงไถ สร ้างความปั่นป่วนในต้า ฉู่ก็เขานี่แหละ!”
การปรากฏตัวของเจียงผิงอันก่อให้เกิดเสียงฮือฮา ทุกผู้ต่างจ้อง มอง อยากเห็นอัจฉริยะผู้ลือนามยิ่งผู้นี้ชัด ๆ
หลายบุคคลไม่เคยได้ยินชื่อเจียงผิงอันมาก่อน แต่ยามทราบ วีรกรรมและสมญาเทพสังหาร ก็ทราบว่าอีกฝ่ ายน่าสะพรึงกลัว เพียงไร
เมื่อเห็นเจียงผิงอันก่อให้เกิดเสียงฮือฮายิ่งใหญ่ เหลียงซีก็แย้ม ยิ้ม
ใช่เลย ดีมาก ขอเพียงเขาเอาชนะเจียงผิงอันได้ เขาก็จะยิ่งลือ นามกว้างไกล
บทที่ 204 เหลียงซีผู้ไร ้จุดอ่อน
“แม้เจียงผิงอันจะแข็งแกร่ง แต่หมื่นกฎเกณฑ์มิอาจทาร ้ายเหลียง ซี การเอาชนะเขาน่าจะยากเย็นแสนเข็ญ”
ทุกผู้ทราบว่าเจียงผิงอันแข็งแกร่งมาก แต่เหลียงซีอยู่เหนือทุก กฎเกณฑ์ จะเอาชนะได้อย่างไร?
เหลียงเซียวหง บุตรศักดิ์สิทธิ์แห่งแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อกล่าว กับเซี่ยชิงยิ้ม ๆ “องค์หญิงเก้า เจ้าก าลังจะเป็ นม่ายแล้วนะ”
สตรีสมควรตายนี่กล้าต่อต้านเขา เขาจะทาให้นางเสียใจเดี๋ยวนี้ แหละ
“บางทีเจ้าอาจได้จัดงานศพให้น้องชายก็ได้?” เซี่ยชิงตอบกลับ ยิ้ม ๆ
เหลียงเซียวหงไร ้โทสะ ยังคงแย้มยิ้ม
เดี๋ยวน้องชายของเขาก็จะแก้ปากแข็ง ๆ ของสตรีผู้นี้เอง
ด้านเซี่ยชิงไม่รอช ้า ใช ้วิชาลับ ‘ทวีคูณอนันต์’ รักษาแขนขอ งอวิ๋นหวง
นางดูผ่อนคลาย ทว่าแท้จริงร ้อนใจยิ่งนัก
เหลียงซีพิชิตมวลกฎเกณฑ์ ผู้ใดก็ยากสยบได้ ไม่รู ้เจียงผิงอันจะ ชนะได้หรือไม่
เจียงผิงอันยืนในม่านอาคม มองอีกฝ่ ายอย่างสุขุม “เจ้ามีเวลา ฟื้นตัวหนึ่งชั่วธูปมอด เริ่มฟื้นตัวเถอะ”
“เมื่อครู่ข้าแทบไม่เปลืองพลังอะไรเลย ไม่ต้องฟื้นตัวหรอก มา… ขอข้าดูหน่อยว่าเจ้าจะแข็งแกร่งเช่นคาร่าลือหรือไม่”
เหลียงซียกมือขึ้นกวักอย่างสุดท้าทาย
เจียงผิงอันเป็ นคนจริงใจเสมอมา ในเมื่ออีกฝ่ ายตกลงแล้ว เขาก็ ลงมือทันที
ขาออกแรงส่งจนพื้นแตกร ้าว ดีดตัวทะยานเข้าไปด้วยความเร็ว สูงสุดขั้ว
หมัดอันบ้าคลั่งโปรยลงเยี่ยงดาวหาง กระแทกใส่อกเหลียงซี อย่างรุนแรง
เปรี้ยง!
แรงกระแทกหนักหนาสร ้างคลื่นอัดอากาศรุนแรง พื้นใต้เท้าปลิว กระจาย เศษหินกระเด็นกระดอน
ทว่าเหลียงซีกลับยังยืนนิ่ง
“ขยะ”
เหลียงซีดูเหยียดหยาม ยกหมัดชกคืน
เจียงผิงอันสีหน้าเปลี่ยน ใช ้อัสนีพริบตาไปปรากฏเบื้องหลังเหลี ยงซีแล้วออกหมัดอีกครั้ง
เปรี้ยง!
ทว่าเหลียงซีหันกลับมาคว้าหมัดของเขาได้อย่างง่ายดาย ก่อน จะเตะเจียงผิงอันเข้าที่ท้อง กระเด็นไปไกลหลายสิบลี้ กระแทกเข้ากับ หนึ่งบรรพตแตกกระจายแล้วจึงหยุด
เซี่ยชิงและอวิ๋นหวงเปลี่ยนสีหน้า
ความเร็วและความแข็งแกร่งของเหลียงซีสูงล้าอย่างยิ่ง!
เหลียงซีกล่าวกับเจียงผิงอันยิ้ม ๆ “คิดว่าตัวเองแข็งแกร่งมาก แล้วจะเอาชนะข้าได้โดยไม่ต้องใช ้กฎเกณฑ์หรือ? ฮ่า ๆ ผิดมหันต์!”
“เคยได้ยินถึงวรยุทธ ์ผู้ฝึกกายาสูงสุด ‘วิชาหลอมเทวศาสตรา’ มาก่อนหรือไม่? ข้าฝึกวรยุทธ ์นี้จนถึงเพดานของขอบเขตแล้ว! ไร ้จุด บอดใด ๆ!”
พิชิตหมื่นกฎเกณฑ์ จะกลัวก็แต่การโจมตีด้วยกาลังลุ่น ๆ
ทว่า ‘วิชาหลอมเทวศาสตรา’ เติมเต็มช่องโหว่นี้จนไร ้จุดอ่อน
เจียงผิงอันทะยานออกจากบรรพต สีหน้าจริงจัง
แน่นอน เขาเคยได้ยินถึงวรยุทธ ์ ‘วิชาหลอมเทวศาสตรา’ มา ก่อน
ขณะนั้น เขาเกือบถูกวางยาจนตาย ยามฮัวชิงอวี่ชดใช ้ให้ นาง เสนอสามวรยุทธ ์ให้เขาเลือก
นอกจาก ‘วิชาเทียมเทพสงคราม’ และ ‘คัมภีร ์ฤทัยสุริยัน’ วรยุทธ ์ ที่สามก็คือ ‘วิชาหลอมเทวศาสตรา’!
กล่าวคือ วรยุทธ ์นี้มิได้ด้อยไปกว่า ‘วิชาเทียมเทพสงคราม’ เลย!
ขณะนั้น เซี่ยชิงแนะนาว่าวรยุทธ ์นี้ หลัก ๆ แล้วเน้นการฝึ กฝน ร่างกายสู่สูงสุด เทียบได้กับศาสตราเซียน!
เมื่อเห็นสีหน้าตกตะลึงของเจียงผิงอันและผู้คนรายล้อม เหลียงซี ก็มิอาจสะกดความลาพองในใจ รอยยิ้มยิ่งเหิมเกริมขึ้นทุกขณะ
“ข้าเหลียงซีมีร่างพิชิตหมื่นกฎเกณฑ์ เก็บตัวเงียบไม่เป็ นที่รู ้จัก มายี่สิบห้าปี! วันนี้ ข้าจะโด่งดังไปทั่วแดนบูรพา!”
เหลียงซีพุ่งเข้าใส่เจียงผิงอันทันที เขาเงื้อหมัดขึ้น แปลงวายุผัน เมฆา สาดรัศมีเรืองรอง ชกเข้าใส่เจียงผิงอัน
เจียงผิงอันใช ้วิชาเทียมเทพสงคราม ทวีพลังต่อสู้สองเท่าแล้วยก หมัดขึ้นรับ
เปรี้ยง! ตู้ม!
การปะทะระหว่างทั้งสองเลื่อนลั่นเช่นอัสนีเหนือนภา ศิลารอบ ข้างกระเด็นกระจาย
“กฎแห่งกาลังไร ้ผลกับข้า กฎพื้นฐานเบญจธาตุก็ใช ้ไม่ได้! ข้า ไม่มีภูมิคุ้มกันต่อกฎจานงสัประยุทธ ์ ขอดูหน่อยว่ากฎเกณฑ์นี้จะช่วย ให้ข้าเติบโตได้หรือไม่!”
การโจมตีของเหลียงซีบ้าคลั่งรัวกระหน่า
กาปั้นของเจียงผิงอันเจ็บแปลบ ยามชกใส่อีกฝ่ ายนั้นเสมือนกับ ชกใส่ศาสตราอันแข็งกล้าเกินท าลาย
“ใช ้กฎจานงสัประยุทธ ์สิ!” เหลียงซีเพิ่มแรงโจมตี
เขาเปรียบประหนึ่งศาสตราทรงมนุษย์ เมินกฎเกณฑ์ทั้งปวง แข็งแกร่งเกินใดเทียบ
เจียงผิงอันถูกชกถอยอย่างต่อเนื่อง
ปวงชนมองศึกนี้อย่างตกตะลึง
“พละก าลังของเหลียงซีแข็งแกร่งเกินไป วรยุทธ ์ ‘วิชาหลอมเทว ศาสตรา’ ท้าทายสวรรค์จริง ๆ”
“ร่างวิญญาณแข็งแกร่งยิ่งเช่นนี้ กอปรกับอานาจพิชิตกฎเกณฑ์ ผู้ใดในขอบเขตเดียวกันจะท าลายร่างวิญญาณของเหลียงซีได้?”
“นี่หรือแดนศักดิ์สิทธิ์? อัจฉริยะสักคนก็น่ากลัวเพียงนี้แล้ว”
ทุกผู้ต่างตื่นตะลึงกับพลังต่อสู้ของเหลียงซี และแตกตื่นกับมรดก ของแดนศักดิ์สิทธิ์
เซี่ยชิงกลั้นใจอย่างร ้อนรน หากนางอยู่ในขอบเขตเดียวกับเหลี ยงซี ย่อมไม่สามารถเอาชนะเขาได้เลย!
ร่างพิชิตหมื่นกฎเกณฑ์ผิดปกติเกินไป
เหลียงซีเพิ่มแรงขึ้นเรื่อย ๆ แค่นยิ้มเย้ยที่มุมปาก “แค่นี้หรือ? นี่ หรือเจียงผิงอันผู้พิชิตร่างเทวะสุดขั้วหยาง? ก็แค่นี้เอง!”
เจียงผิงอันเมินเฉยต่อคายั่วเย้า เปลี่ยนจากรุกโจมตีสู่ตั้งรับ ใช ้ หมัดอู๋จี๋ตอบโต้การโจมตีของอีกฝ่ายด้วยกาลังตน
ทันทีที่หมัดอู๋จี๋ถูกใช ้สถานการณ์ก็เสถียรตัวทันใด
เขาตัดสินใจจะถ่วงเวลาจนกว่าอีกฝ่ายจะปราณหมด
“ฮ่า ๆ รู ้นะคิดท าอะไร? จะถ่วงเวลาข้าจนเหนื่อยถูกหรือไม่?”
เหลียงซีรู ้เจตนาเจียงผิงอัน แต่หาได้คิดมากไม่
“ไอ้โง่! ไม่รู ้หรือไรว่ารากฐานมรดกของแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อ เราคือสิ่งใด?”
“คัมภีร ์มหาสมุทรอย่างไรเล่า!”
“เมื่อฝึกฝนวรยุทธ ์นี้ ปราณในกายที่สั่งสมได้ก็มากกว่าผู้ฝึกตน ทั่วไปอย่างเจ้าหลายร ้อยเท่า! เป็ นหนึ่งในเคล็ดสั่งสมปราณอัน แข็งแกร่งสูงสุดในโลกหล้า!”
เหลียงซีไม่ได้สนใจการถ่วงเวลาของเจียงผิงอันเลย เขาตอบโต้ พลางพูดคุยฆ่าเวลา
“เคยได้ยินถึง ‘วิชาซ่อนจักรวาล’ ของนักพรตเสินซวีหรือไม่? มันถูกสร ้างขึ้นโดยอิงจาก ‘คัมภีร ์มหาสมุทร’ ของแดนศักดิ์สิทธิ์ เทียนเจ๋อ”
“แม้ ‘วิชาซ่อนจักรวาล’ จะแข็งแกร่งกว่า แต่มันก็สาบสูญไปนับ แต่นักพรตเสินซวีบรรลุเซียน ยามนี้มีเพียง ‘คัมภีร ์มหาสมุทร’ ของ แดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อที่โดดเด่นเหนือใคร!”
“มาแข่งเปลืองปราณกับข้า? ข้าจะฆ่าเจ้าทั้งเป็ น!”
เหลียงซีมิได้ออมแรงแม้แต่น้อย เร่งปราณในร่างสุดกาลัง เมื่อมี ‘คัมภีร ์มหาสมุทร’ เกื้อหนุน เขาก็สามารถใช ้ปราณทิ้งขว้างได้ ตามใจ
พลังจากการปะทะระหว่างทั้งสองทาให้แผ่นศิลาร ้าวแหลก แดน ดินปริแยก ศิลาหลอมปะทุกระเด็น อานาจรุนแรงแผ่ซ่านผ่านชั้นมิติสู่ ภายนอก ท าให้ปวงชนขนลุกขนพอง
“เจียงผิงอันแข็งแกร่งยิ่ง เขาบรรลุวิชาเทียมเทพสงคราม หมัดอู๋จี๋ แล้วยังมีกายาศักดิ์สิทธิ์เทียม แต่ร่างพิชิตหมื่นกฎเกณฑ์ของเหลียงซี ก็ยังแข็งแกร่งกว่า!”
“เหลียงซีผู้นี้ไร ้จุดอ่อน เมินเฉยต่อทุกกฎเกณฑ์ ร่างแกร่งไร ้คู่ เปรียบ และยังเก็บปราณไว้เช่นสมุทร ใครในขอบเขตเดียวกันจะสู้กับ เขาได้?”
“อย่าว่าแต่เจียงผิงอันเลย ต่อให้อัจฉริยะจากตระกูลเหลยโบราณ และต้าเฉียนมา ก็อาจมิสามารถล้มคนผู้นี้ลงได้”
แม้เจียงผิงอันจะพ่าย ทุกผู้ก็จะไม่คิดว่าเจียงผิงอันอ่อนแอ แต่ เป็ นเพราะเหลียงซีจากแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อแข็งแกร่งเกินไป
เหลียงเซียวหง บุตรศักดิ์สิทธิ์แห่งแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อมอง น้องชายตนอย่างพึงพอใจ “แม้น้องข้าจะสู้ข้าไม่ได้ แต่ก็มิใช่สวะจะ เทียบชั้น”
“คิดจริง ๆ หรือว่ามีโอกาสกว่าเขาหน่อยจะประชันอัจฉริยะจาก แดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อได้ ช่างน่าขันยิ่งนัก”
เหลียงเซียวหงหันมองเซี่ยชิง “ชายที่เจ้าเลือกก็แค่นี้เอง ยามนี้ยัง มีโอกาสเลือกใหม่ได้นะ”
เขาตัดสินใจให้โอกาสสตรีผู้นี้อีกครั้ง
เซี่ยชิงยิ้มตอบ “มิน่า พี่หญิงเหลยหลานจึงขอเลือกชายปุถุชน เป็ นสามีดีกว่าเจ้า หยิ่งผยองถือดี ได้เปรียบกว่านิดหน่อยก็เริ่มอวด โอ่เสียแล้วเช่นนี้นี่เอง”
“ต่อให้เจียงผิงอันเป็ นคนธรรมดา ในสายตาข้า เขาก็ยัง แข็งแกร่งกว่าเจ้าหมื่นเท่าตัว!”
เหลียงเซียวหงกาหมัดแน่น พื้นใต้เท้าแหลกร ้าว เค้าโทสะปรากฏ ในดวงตา
ยามนี้ สิ่งที่เขาเกลียดที่สุดคือยามมีผู้กล่าวถึงเหลยหลานต่อ หน้า
คู่หมั้นเป็ นถึงบุตรศักดิ์สิทธิ์ แต่ฝ่ายสตรีกลับหนีไป
หากเหลยหลานเลือกสามีเป็ นรัชทายาทแห่งต้าเฉียน เขายังพอ รับได้
แต่เหลยหลานเลือกชายสามัญชน
เป็ นการตบหน้าเขาอย่างรุนแรง
ในแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อ ผู้ใดกล้ายกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดจะถูกเขา สังหาร
แล้วยามนี้ ปรากฏว่าเซี่ยชิงยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดอีก
เหลียงเซียวหงตวาดบอกน้องชายในม่านอาคม “ฆ่าเจียงผิงอัน เสีย!”
บทที่ 205 จุลศาสตร ์ไร ้ลักษณ์
เหลียงเซียวหงเดือดดาล เขาไม่คิดสนใจเซี่ยชิงอีก ยามนี้อยาก เห็นเพียงสีหน้าเสียใจของนางเท่านั้น
เซี่ยชิงชาเลืองเหลียงเซียวหงอย่างเย็นชา ไร ้วาจาอื่นใด พินิจศึก ต่อไป
แม้เหลียงซีจะแข็งแกร่ง แต่หากคิดฆ่าเจียงผิงอัน ก็มิใช่เรื่องง่าย
ศึกนี้ทาให้เจียงผิงอันประจักษ์จุดบอดของตน ทราบว่าเหนือฟ้ ามี ฟ้ า เหนือคนมีคนได้ ก็จะเป็ นประโยชน์ต่อการเติบโตของเขา
เหลียงซีกล่าวกับเจียงผิงอันตรงหน้ายิ้ม ๆ “ไม่รู ้จักใช ้พลัง ทั้งหมดหรือ?”
“ข้าได้ยินว่าเจ้าสร ้างขอบเขตของตัวเองนี่ ขอข้าดูหน่อยว่า ขอบเขตผนึกวิญญาณที่ว่าเป็ นเช่นไร ถือว่าสงเคราะห์คลายสงสัยให้ ข้าก่อนเจ้าตาย”
“ตามใจเจ้า” ทันใดนั้น เจียงผิงอันก็หลีกไปหยุดบนยอดเขาแห่ง หนึ่ง
อีกหนึ่งร่างซึ่งเหมือนเขาทุกประการเหินออกมาจากถุงเก็บสัตว์ ภูตข้างเอว
ผู้ฝึกตนซึ่งพินิจศึกอยู่ด้านนอกลอบริษยา
“นี่คือวิชาลับร่างเต๋าของราชวงศ์ต้าเซี่ยหรือ?”
“ข้าริษยานัก สองร่างร่วมฝึ กฝน ลดเวลาฝึ กฝนลงได้เยอะ ทีเดียว”
“ดูเหมือนเจียงผิงอันจะเอาจริงแล้ว แต่ก็ไร ้ประโยชน์กับเหลียงซี อยู่ดี”
แม้ ‘ร่างเต๋า’ จะแข็งแกร่งมาก แต่ทุกกฎเกณฑ์ล้วนไร ้ผลกับเหลี ยงซี
ต่อให้สองร่างผสานกัน ก็ยังเทียบเหลียงซีมิได้
สองร่างของเจียงผิงอันผสานสมบูรณ์ ปราณถมทวี สายตามอง เหลียงซีตรงหน้านิ่ง
ต้องกล่าวว่าคนผู้นี้แข็งแกร่งกว่าฉู่หยาง ร่างเทวะสุดขั้วหยาง
ฉู่หยางมีร่างเทวะสุดขั้วหยาง แต่วรยุทธ ์ที่มีมิได้แข็งแกร่งนัก
ขณะที่เหลียงซีผู้นี้มีวรยุทธ ์แข็งแกร่งมากมาย และพิชิตเหนือ กฎเกณฑ์ทั้งปวง
“ชิ! ขอบเขตผนึกวิญญาณบ้าบออะไร ก็งั้น ๆ เอง ข้ารึก็นึกไป ว่าขอบเขตผนึกวิญญาณจะอัศจรรย์ยิ่งใหญ่”
เหลียงซีมิได้สัมผัสความแข็งแกร่งของปราณจากเจียนผิงอัน จึง ผิดหวังเล็กน้อย
“ก็ได้ เล่นพอแล้ว เจ้าควรตายได้แล้ว”
ปราณในกายเหลียงซีแปรเปลี่ยนเฉียบพลัน ปราณโลหิตชวนสะ พรึงระเบิดออกมา
ร่างกายของเหลียงซีขยายใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ขณะที่ปราณทวีความ แข็งแกร่ง
ผู้ฝึกตนมากมายเบิกตากว้าง สีหน้าตกตะลึง
“อานาจศักดิ์สิทธิ์! ธรรมลักษณ์ฟ้ าดิน!”
“เป็ นไปไม่ได้! นี่คืออานาจศักดิ์สิทธิ์ แผลงออกมาในขอบเขตนี้ ได้อย่างไรกัน?”
ธรรมลักษณ์ฟ้ าดินเป็ นอานาจศักดิ์สิทธิ์อันแข็งแกร่ง หากฝึกฝน ถึงขีดสุดจะขยายร่างได้เทียบดวงดาว!
อย่าว่าแต่ผู้ฝึกตนขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิด ต่อให้เป็ นยอด ฝีมือขอบเขตแปรเทวะ หลอมสุญตายังไม่มีทางใช้มันออกมาได้!
“นี่มิใช่ธรรมลักษณ์ฟ้ าดิน แต่เป็ น ‘จุลศาสตร ์ไร ้ลักษณ์’ ซึ่งแตก แขนงมาจากธรรมลักษณ์ฟ้ าดิน!”
มีผู้รู้จักมัน
เหลียงเซียวหงกล่าวกับเซี่ยชิงอีกครั้ง “แม้ ‘จุลศาสตร ์ไร ้ลักษณ์’ จะอ่อนด้อยกว่าอานาจศักดิ์สิทธิ์ ‘ธรรมลักษณ์ฟ้ าดิน’ แต่ก็สามารถ ทวีพลังต่อสู้ได้หลายเท่า เตรียมเก็บศพเจียงผิงอันได้เลย!”
เพียงไม่กี่อึดใจ ร่างของเหลียงซีก็สูงเป็ นพันจั้งเยี่ยงภูเขา ตระหง่าน เมฆาขาวเลื่อนไหลเคียงหน้าผาก
ความรู ้สึกกดดันถาโถมหนัก เยี่ยงเทพมารจากบรรพกาล!
ปวงชนในโลกภายนอกดูตะลึงอึ้งไปแล้ว
นี่หรือความน่ากลัวของแดนศักดิ์สิทธิ์?
เหลียงซีใช ้ออกมาแต่ละวิชา ล้วนแล้วขั้นสูงสุดยอดทั้งสิ้น!
ใครจะเอาชนะได้?
“นามข้าเหลียงซี! วันนี้จะขอโด่งดังทั่วแดนบูรพา!”
เสียงของเหลียงซีเลื่อนลั่นเช่นอัสนี ประกาศการถือกาเนิดของ ตน
อวิ๋นหวงมิได้สนใจรักษาตัว นางลุกขึ้นตะโกนลั่นอย่างร ้อนใจ “เจ้าท่อนไม้! ยอมแพ้เร็ว!”
พ่ายหนึ่งศึกไร ้สิ่งใดให้อาย มีชีวิตอยู่สาคัญกว่า
เหลียงซีแยกเขี้ยวดูชวนสะพรึง ดวงเนตรมหึมาจ้องมองเจียงผิง อัน “นี่จะส่งเจ้าสู่นรก!”
เขายกมือขึ้นตบ แทนที่จะอืดอาดเพราะขนาดตัว มันกลับเร็วยิ่ง!
กระแสวายุพัดกระแทกในค่ายอาคม บรรพตล่มถล่มลง
เรือนผมและอาภรณ์ด าของเจียงผิงอันพัดไสวรุนแรง
เขามิได้เลี่ยงหลบ กลับจุดประกายจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ ขึ้นมา
ลวดลายอักขระที่ฝ่ ามือสยายไปทั่วร่างอย่างรวดเร็ว ทวีอานาจ สามเท่าจากวิชาเทียมเทพสงคราม กระตุ้นฤทธิ์กายาศักดิ์สิทธิ์เทียม ใช ้หมัดอู๋จี๋ สร ้างสนามพลังโน้มถ่วง
เจียงผิงอันเงื้อหมัดเข้ารับการโจมตี!
ตู้ม!
ทั้งสองปะทะกัน
อานาจชวนสะพรึงระเบิดออก แดนดินในระยะร ้อยลี้สั่นสะท้าน รุนแรง เกิดรอยร ้าวขึ้นบนชั้นอาคม
ผู้ดูแลอาคมอ้าปากค้าง
อาคมนี้รับการโจมตีของยอดฝีมือขั้นต้นขอบเขตแปรเทวะได้นะ!
แต่การปะทะระหว่างสองคนนี้กลับทาให้เกิดรอยร ้าวบนอาคม!
ผู้ดูแลรีบร ้อนเสริมก าลังอาคมทันที
เหลียงซีรู ้สึกเจ็บมือ สีหน้าแย่ลง “เจ้ารับหนึ่งหมัดได้ ไหนดู หน่อยว่าจะยังรับได้อีกกี่หมัด!”
หมัดของเขามโหฬารเกินภูเขา ปรกนภาบังแดนดิน ชกกระหน่า เข้าใส่เจียงผิงอันอย่างบ้าคลั่ง แปรวายุเปลี่ยนเมฆา
เปรี้ยง! ตู้ม! ตู้ม!
เสียงกระแทกดังสนั่นเสียจนผู้ฝึกตนอ่อนแอหลายคนแก้วหูแตก เลือดอาบ
พวกเขาล่าถอยอย่างขวัญผวา
ขนาดมีอาคมกั้น ยังส่งผลรุนแรงเพียงนี้!
ในอาคมมีเพลิงแสงลุกโชน ฝุ่นควันตลบคลุ้ง
มีเพียงเสียงอ านาจกระทบกันดังออกมาอย่างรุนแรง
ผู้ดูแลอาคมยังคงเพิ่มการคุ้มกันของอาคมอย่างต่อเนื่องด้วย กลัวอาคมระเบิดแหลก
“นะ… น่ากลัวเกินไปแล้ว นี่คือศึกขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิด จริง ๆ หรือ?”
“แล้วเจียงผิงอันยังรับได้นานเพียงนี้!”
“หากเจียงผิงอันรับไหว เขาก็อาจชนะได้ ‘จุลศาสตร ์ไร ้ลักษณ์’ น่ากลัวเพียงนี้ ต้องเปลืองพลังมหาศาลแน่นอน เหลียงซีทนได้ไม่ นานหรอก”
“เจียงผิงอันรับได้? เจ้าพูดเพ้อเจ้ออะไรอยู่ ใครจะหยุดอานาจนี้ ได้?”
นามของเหลียงซีตราตรึงในทุกดวงใจ ทันทีที่เขาปรากฏกายก็ แข็งแกร่งไร ้เทียมทานในขอบเขตเดียวกัน
หัวใจของเซี่ยชิงและอวิ๋นหวงแขวนจุกคอ
ท้ายที่สุด ผ่านไปครึ่งชั่วละเลียดชา เสียงอึกทึกและคลื่นอานาจ ภายในอาคมก็มลายไป
ทุกผู้จับจ้องม่านอาคม พยายามเพ่งมองภาพภายใน
จบแล้วหรือ?
เจียงผิงอันถูกทุบแหลกแล้วปะไร?
“เป็ นไปไม่ได้! เหตุใดเจ้าจึงยังรับการโจมตีของข้าได้!” เหลียงซี แผดเสียง
เขาคิดไปว่าสองสามหมัดก็จบศึกได้ แต่จนบัดนี้ ปราณเกลี้ยง กายเขาแล้ว เจียงผิงอันกลับยังปลอดภัย!
ควรค่ากล่าวถึงว่า หากอีกฝ่ ายรับอานาจเขาได้ ก็จะสิ้นเปลือง ปราณไปเท่ากับเขา หรืออาจมากกว่า
แต่ผลลัพธ ์ที่เหลียงซีรับไม่ได้คือเจียงผิงอันไร ้รอยขีดข่วน!
“เจ้าต้องฝึกฝนวรยุทธ ์สั่งสมปราณขั้นสูงเช่นกันแน่ ๆ!”
ร่างของเหลียงซีหดกลับสู่ขนาดเดิม ใบหน้าปรากฏเค้าความตื่น ตะลึง
ฤทธาของจุลศาสตร ์ไร ้ลักษณ์คือสั่งสมปราณมหาศาล
เหลียงซีคิดว่าศึกจะจบในไม่ช ้า จึงใช ้วรยุทธ ์แข็งแกร่งเช่นนี้ ออกมา
แต่สัจธรรมไม่เป็ นเช่นวาดฝัน
สีหน้าของเจียงผิงอันราบเรียบ ใช ้อัสนีพริบตาพุ่งเข้ามาทันที
ถึงคราวเขาลงมือแล้ว!
เหลียงซียกมือขึ้นตอบโต้ “ข้าไม่เชื่อว่าเจ้าจะเหลือปราณมาก นัก! ต่อให้มิได้ใช ้จุลศาสตร ์ไร ้ลักษณ์ เจ้าก็ท าอะไรข้าไม่ได้หรอก!”
มหาศึกเกิดขึ้นอีกครั้ง
ทว่าครั้งนี้ ฝ่ายเพลี่ยงพล้าคือเหลียงซี
หนึ่งหมัดกระแทกดั้ง โลหิตโปรยปรายพุ่งกระฉูด
ยามหมอกควันจางตัว ผู้คนก็เห็นเหลียงซีถูกชกดุจซากสุนัข
เหลียงเซียวหงตะลึงงัน มิอาจคืนสติได้เนิ่นนาน
ริมฝีปากแดงของอวิ๋นหวงและเซี่ยชิงก็เผยออ้าเล็กน้อยเช่นกัน คู่ เนตรงดงามเปี่ยมความตกใจตะลึงอึ้ง
ผู้ฝึกตนคนอื่น ๆ ซึ่งพินิจศึกอยู่จังงังยิ่งกว่า
เหลียงซีมีร่างพิชิตหมื่นกฎเกณฑ์ บรรลุวรยุทธ ์ผู้ฝึกกายาสูงสุด ‘วิชาหลอมเทวศาสตรา’ และ ‘ธรรมลักษณ์ฟ้ าดิน’ และยังส าเร็จมรดก วิชา ‘คัมภีร ์มหาสมุทร’ ของแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อ
ในสี่อย่างนี้ ขอเพียงมีสักอย่างก็เป็ นอัจฉริยะไร ้เทียมทานได้แล้ว
เหลียงซีมีครบทั้งสี่ประการ แต่กลับเป็ นฝ่ายเพลี่ยงพล้า!
เพราะเหตุใดกัน?
เหตุใดเจียงผิงอันจึงรับการกระหน่าโจมตีของจุลศาสตร ์ไร ้ ลักษณ์ได้?
เหตุใดเจียงผิงอันจึงยังมีแรงสู้?
บทที่ 206 ดวงดาว ดวงตา
เจียงผิงอันมิได้ใช ้กฎเกณฑ์ใด ๆ ใช ้เพียงการกระหน่าออกหมัด
อานาจกายาศักดิ์สิทธิ์เทียม วิชาเทียมเทพสงคราม ลวดลาย อักขระ ผนวกด้วยปราณวิญญาณไร ้สิ้นสุดในกาย ทุกหมัดล้วน เปี่ยมกาลัง เลื่อนลั่นไปทั่วโลกา
เหลียงซีถูกชกจมูกช้าเขียว ใบหน้าปูดบวม
ร่างของเหลียงซีสิ้นปราณ มิอาจใช ้วิชาแข็งแกร่งใด ๆ ได้
“เป็ นไปไม่ได้! เหตุใดเจ้าจึงมีปราณมากกว่าข้า!”
เหลียงซีเหวี่ยงหมัดอย่างไม่เต็มใจ คิดโจมตีเจียงผิงอัน
ในที่สุด เจียงผิงอันก็ใช ้กฎจานงสัประยุทธ ์ออกมา หมัดเจือจานง ศึกไร้คู่เปรียบ ชกกระแทกศีรษะเหลียงซีราวอุกกาบาต
ที่เขาไม่ได้ใช ้กฎจานงสัประยุทธ ์มาแต่แรกก็เพราะกลัวอีกฝ่ าย เกิดภูมิต้านทาน จึงเก็บไว้กระหน่าโจมตีสุดชีวิตในคราวนี้
เหลียงซีสัมผัสภัยถึงตายได้ สีหน้าของเขาพลันแปรเปลี่ยน
เขากัดปลายลิ้น ใช ้วิชาต้องห้าม แปรเปลี่ยนเป็ นหมอกโลหิต หายวับไปทันที
เปรี้ยง!
หมัดของเจียงผิงอันชกใส่อากาศ
ฤทธายิ่งใหญ่กระหน่าโหมเยี่ยงมังกรยักษ์ โถมทะยานด้วย ความเร็วสุดขั้วสู่แสนไกล ถล่มแดนดินราบคาบ จนสุดท้ายก็ชนเข้า ใส่ชั้นอาคม
เปรี๊ยะ!
อาคมร ้าวรานอีกครั้ง
เห็นเช่นนี้ ผู้ชมภายนอกก็สั่นสะท้านอย่างเกินควบคุม ปากอ้า หวอ ดวงตาเปี่ยมความหวาดหวั่นพรั่นพรึง
นี่… มันพลังอะไรกัน?
หมัดนี้ ว่าด้วยพละกาลัง อยู่ในขั้นต้นขอบเขตแปรเทวะแล้ว แน่นอน!
คู่เนตรงามของผู้ฝึกตนหญิงมากมายวูบไหว หัวใจเต้นระส่า จ้อง มองตรงไปที่ใบหน้าเฉยชาของเจียงผิงอัน
บุรุษเลิศล้าเช่นนี้ สตรีใดจะไม่หวั่นไหว?
อวิ๋นหวงกาหมัด จมูกน้อยของนางสูดหายใจฟืดฟาด
ไร ้เทียมทานในโลกหล้า นี่แหละคู่บาเพ็ญในใจนาง
น่าเสียดายที่ชายผู้นี้มีเมิ่งจิงแล้ว
เหลียงซีใช ้วิชาต้องห้าม สังเวยโลหิต หนีออกจากอาคมมาอยู่ ข้างกายเหลียงเซียวหงผู้เป็ นพี่ชาย
ขณะนี้ เนื่องจากหนีมาด้วยวิชาต้องห้าม ลมหายใจของเขาจึง แผ่วเบา ใบหน้าซีดขาว
เขาพ่ายแล้ว
“เป็ นไปไม่ได้ เรื่องนี้เป็ นไปไม่ได้! เหตุใดเจียงผิงอันจึงมีปราณ ในกายมากกว่าข้าที่ฝึกฝนคัมภีร ์มหาสมุทรอีก!”
เหลียงซีอดทนเก็บตัวยี่สิบห้าปี เพื่อที่จะได้เฉิดฉายเด่นดังใน โลกหล้า ณ วันนี้
ทว่า… ทันทีที่ปรากฏตัว เขาก็มาเจออุปสรรคเช่นนี้ บีบคั้นจน ต้องใช ้เคล็ดวิชาต้องห้าม
กระทบกระเทือนจิตใจเหลียงซียิ่งนัก
เหลียงเซียวหง บุตรศักดิ์สิทธิ์แห่งแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อก็รู ้สึก เหลือเชื่อพอกัน
ด้วยพรสวรรค์และวรยุทธ ์แข็งแกร่งหลายแขนงของน้องชายเขา การพิชิตบุคคลร่วมขอบเขตหาใช่ปัญหาไม่ ต่อให้เป็ นผู้มาจาก ราชวงศ์ต้าเฉียนและตระกูลเหลยโบราณ ก็ยังมีน้อยคนจะเลิศล้ากว่า น้องชายตน
ทว่าอีกฝ่ ายกลับพ่ายแก่เจียงผิงอัน สวะรากหญ้าไร ้หัวนอน ปลายเท้านี่!
ความรู ้สึกอับอาย โทสะและตกตะลึงอัดแน่นในใจเหลียงเซียวหง
ขณะนี้ หนึ่งเสียงเย้ยเยาะไหลตามกระแสปราณมาดังขึ้นในโสต เขา
“มิผิดเลย สมแล้วที่เป็ นน้องชายบุตรศักดิ์สิทธิ์ บีบบังคับเจียงผิง อันของข้าได้ถึงเพียงนี้”
เหลียงเซียวหงถลึงตามองเซี่ยชิง อยากฉีกปากสตรีผู้นี้ให้แหลก เละ!
เหลียงเซียวหงกาหมัดแค่นยิ้ม “เหตุที่เขามีปราณในกายมากนัก คงเกี่ยวกับขอบเขตที่เขาสร ้างสินะ”
“แต่หากก้าวขั้นที่สองไม่ได้ เขาก็จะกลายเป็ นเพียงขยะอันติด ค้างในจุดเริ่มต้น ข้าจะฆ่าเขายามใดก็ได้!”
เหลียงเซียวหงควรค่าเป็ นอัจฉริยะ เขาเดาได้อย่างรวดเร็วว่าเหตุ ใดเจียงผิงอันจึงมีปราณมากกว่าในกาย รวมถึงข้อเสีย
“สร ้างขอบเขตของตัวเองได้ก็ทะนงตัวเสียยิ่งใหญ่ แต่หากว่าถึง ย่างก้าวที่สองละก็ ไม่มีทางหรอก”
เหลียงเซียวหงกล่าวเช่นนี้ ทว่าไร ้เจตนาดูแคลน
แต่เป็ นเพราะตลอดมา ผู้ฝึ กตนน้อยนักจะสร ้างขอบเขตของ ตนเองได้ หากโชคดีพอทาได้เช่นนี้ก็อัศจรรย์แล้ว
หากคิดพัฒนาต่อไป มันจะยากไม่ต่างจากปีนขึ้นสู่สรวง
ต่อให้เจียงผิงอันจะโชคดีพอพัฒนาก้าวที่สองได้จริง เขาก็จะอยู่ เพียงในระดับเดียวกับขอบเขตแปรเทวะ
เหลียงเซียวหงยังคงไร ้ความกลัว
แม้เขาจะยังอยากฆ่าเจียงผิงอันเสียเพื่อตัดปัญหา การฆ่าหนึ่ง บุคคล แต่เหมือนล่วงเกินต้าเซี่ยทั้งแดนดินนั้นยังมิควรคุ้ม
นอกจากนั้น เบื้องหลังต้าเซี่ยยังมีตระกูลเหลยโบราณอยู่อีก
ขณะนี้ ป้ ายหยกสื่อสารที่เอวของเหลียงเซียวหงเรืองขึ้น มี ข้อความหนึ่งถูกส่งมา
หลังอ่านจบ เหลียงเซียวหงพลันมองหนึ่งดวงดาวกลางเวหา ใบหน้าปรากฏความตื่นเต้น
เขาถลึงตาต าหนิน้องชายตน “เจ้าคนใช ้ไม่ได้! กลับบ้านไปเก็บ ตัวสิบปีแล้วค่อยออกมา!”
พูดจบ เหลียงเซียวหงก็แปรเป็ นเส้นแสง ทะยานสู่ดวงดาวสุดซ ้าย เหนือนภาอย่างรวดเร็วยิ่ง
ขณะเดียวกัน ข่าวก็ปรากฏตามกันในป้ ายหยกสื่อสารของผู้ฝึก ตนคนอื่น ๆ
ดวงตาของผู้ฝึ กตนเหล่านี้ล้วนปรากฏความตกตะลึงเช่นกัน พวกเขาต่างเหินทะยานสู่ดวงดาวที่เหลียงเซียวหงเพิ่งเร่งไปเมื่อครู่ ตามกัน
มีผู้เห็นเหตุประหลาดเช่นนี้แล้วงุนงง “เกิดอะไรขึ้น? เหตุใดรีบ ร ้อนจรจาก เจอสมบัติใดเข้าหรือ?”
ผู้ฝึ กตนคนหนึ่งตะโกนอย่างตื่นเต้น “ข้าเพิ่งได้ข่าวมา ว่า ดวงดาวสุดซ ้ายนั้นคือลูกตาของยอดฝีมือจากเผ่าจระเข้กลืนสวรรค์! ในนั้นมีมรดกของเผ่าจระเข้กลืนสวรรค์อยู่!”
เมื่อผู้ฝึกตนทั้งหลายได้ยินเช่นนั้น หัวใจของพวกเขาล้วนเต้น กระตุก
“เผ่าจระเข้กลืนสวรรค์มันเผ่าอะไรกัน? ดวงตาใหญ่เท่าดวงดาว เช่นนี้!” ใครบางคนอุทาน
ลูกตาข้างเดียวยังใหญ่เท่าดวงดาว แล้วขนาดตัวจะใหญ่ เพียงไร?
น่ากลัวยิ่งนัก
“เผ่าจระเข้กลืนสวรรค์เป็ นเผ่าพันธุ์ทรงพลังจากเผ่าปีศาจ เทียบ ได้กับแดนศักดิ์สิทธิ์ตระกูลโบราณของเผ่ามนุษย์!”
“ลือกันว่ายามบรรพกาล เผ่าจระเข้กลืนสวรรค์แข็งแกร่งสุดขั้ว กลืนมังกรเขมือบวิหคอมตะ เป็ นหนึ่งในยุคสมัย ทว่าก็ถูกมหา จักรพรรดิการาบลงได้ มิคาดเลยว่าที่นี่จะยังมีดวงตาของเผ่าจระเข้ กลืนสวรรค์อยู่ดวงหนึ่ง!”
“มรดกนี่เป็ นของข้า!”
ยามได้ข่าว ผู้ฝึกตนก็ยกโขยงเหินทะยานสู่ดวงดาวสุดซ ้าย สี หน้ากระหายในมรดก
ผู้ฝึกตนมากมายประชันบนเส้นทางบรรลุเซียน โอกาสใด ๆ ล้วน เพียงพอให้พวกเขาแปรชีวิตทะยานฟ้ า จึงไร ้ผู้ใดอยากพลาดมัน
แม้จะทราบว่าภายหน้าอาจมีอันตราย ก็ยังสู้ยิบตา
มีบางบุคคลรักตัวกลัวตาย หรืออาจส าเหนียกตนว่ามิอาจสู้แย่ง มรดกไหวอยู่เหมือนกัน
แค่อยู่รอดปลอดภัยก็พอแล้วส าหรับพวกเขา
เจียงผิงอันจ้องตามหลังเหลียงเซียวหง ก าหมัดแน่น
น่าเสียดายที่ฆ่าเหลียงซีไม่ได้ มิอาจทาให้เหลียงเซียวหงรู ้ซึ้งถึง ความเจ็บปวดยามเสียคนที่รักไป
เหลียงเซียวหงผู้นี้ครอบครองอานาจชวนสะพรึงยิ่งในกาย ต่อให้ อวตารกายาศักดิ์สิทธิ์เทียมบรรลุขอบเขตแปรเทวะ ก็อาจยังมิ สามารถล้มเขาได้
เว้นแต่อวตารของเขาจะบรรลุกายาศักดิ์สิทธิ์แท้ จึงพอสู้ไหว
แต่นั่นคือแค่พอสู้ไหวเท่านั้น
การจะเอาชนะอีกฝ่ ายให้ได้นั้น ร่างจริงของเจียงผิงอันต้องย่าง ก้าวหนที่สอง สร ้างเส้นทางของตนเอง
แต่จะยกย่างก้าวที่สองนี้อย่างไรเล่า?
ยอดฝีมืออัจฉริยะมากมายก่อเกิดตามกาล มีสักกี่คนกันที่สร ้าง เส้นทางของตนส าเร็จ?
มีเพียงสามคนเท่านั้น
ขณะนี้ เจียงผิงอันเหมือนยืนตรงหน้าผา ไร ้ทางไปต่อ
เขาต้องสร ้างสะพาน จึงมีโอกาสข้ามผ่านไปได้
แต่เขาไม่เคยรู ้วิธีสร ้างสะพาน ไร ้ผู้ใดชี้แนะ และไม่มีสะพานใดให้ เรียนรู ้
เจียงผิงอันสูดหายใจลึก ๆ สะกดความกังวลในใจ
เรื่องสาคัญสูงสุดในขณะนี้คือทาความเข้าใจกฎจานงสัประยุทธ ์ และกฎแห่งแรงโน้มถ่วง บรรลุสู่จุดสมบูรณ์แบบ แล้วจึงหาทางสร ้าง ทางเดินตน
“ใครจะมาสู้อีก!”
เจียงผิงอันตะโกนถามเสียงดัง
สมรภูมิที่นี่มีอานาจกฎเกณฑ์พิเศษ ยามต่อสู้กันจะเกิดผลลัพธ ์ ยิ่งใหญ่ในการพัฒนากฎเกณฑ์และวรยุทธ ์
ยิ่งกว่านั้น กฎจานงสัประยุทธ ์ที่เขาคิดทาความเข้าใจ จะประจักษ์ แจ้งได้ดีกว่าในระหว่างศึก
เมื่อได้ยินเจียงผิงอันชวนประลอง ผู้ฝึกตนมากมายก็มองหน้ากัน แต่ไร้ผู้ใดเดินออกมา
ล้อกันเล่นหรือ ขนาดร่างพิชิตหมื่นกฎเกณฑ์ยังเละไม่เป็ นท่า พวกเขาจะขึ้นไปทาไม?
ไปเพื่อสมทบกับบรรพบุรุษหรือ?
บทที่ 207 ฉู่ซูเจียงระเบิดโทสะ
หลังจากรออยู่นาน ไร ้ผู้ใดมาท้าทาย เจียงผิงอันก็ผิดหวัง เล็กน้อย
ขณะที่เขากาลังจะออกมาจากอาคมนั้นเอง เซี่ยชิงก็ตะโกนขึ้น ว่า “อย่าออกมา! อยู่ในนั้นไปนั่นแหละ”
“หากในหนึ่งวัน ไร ้ผู้ใดท้าทายเจ้า จะถือว่าเจ้าชนะหนึ่งศึก เจ้า จะได้สิบกฎเกณฑ์ทุกสิบศึก! ร้อยศึกก็ร้อยกฎเกณฑ์”
เมื่อได้ยินวาทะของเซี่ยชิง เจียงผิงอันก็หยุดฝีเท้าทันที
“ทากาไรง่าย ๆ เพียงนี้เลยหรือ?”
เจียงผิงอันรู ้สึกว่านอกจากบุตรศักดิ์สิทธิ์แล้ว แดนศักดิ์สิทธิ์ เทียนเจ๋อดีเลิศใจกว้างยิ่งนัก นี่ไม่ต่างจากแจกกฎเกณฑ์กันเปล่า ๆ เลยนี่?
สีหน้าของปวงชนนอกอาคมแปรเปลี่ยนพิกล เกือบหลุดสบถด่า ออกมาแล้ว
ท าก าไรง่าย ๆ?
ในซากโบราณมหาจักรพรรดิ อัจฉริยะมากมายรวมตัวแสวง โอกาส ลานยุทธ ์เต๋านี้มีอัจฉริยะอยู่มากมาย
ร่างวิญญาณแฝดพสุธาน้าแข็ง ร่างเทวะวิหคอมตะ ร่างพิชิต หมื่นกฎเกณฑ์ กระทั่งคนวิปริตเช่นเจ้ายังโผล่มา คราวนี้มาบอกว่า ท าก าไรง่ายดายนัก?
ทุกผู้คันปากสุดแสน แต่มิกล้าเอ่ยออกมา
สาหรับเจียงผิงอัน ทากาไรจากที่นี่ง่ายจริงแท้
แต่สาหรับผู้ฝึกตนทั่วไป ชนะสองหรือสามศึกติดต่อได้ก็เยี่ยม แล้ว
หากชนะได้สิบศึกติดต่อ ก็เหมือนใช ้บุญจากบรรพชนไปสิ้น
เซี่ยชิงเองก็สุดแสนหวั่นไหวยามเห็นผู้ฝึ กตนมากมายแห่ไปสู่ ดาวเนตรจระเข้นั่น
นางกล่าวกับเจียงผิงอันและอวิ๋นหวง “พวกเจ้าอยู่ที่นี่ อย่าไปไหน นะ หากเจออันตราย รีบเรียกข้าทันที”
แล้วนางก็แปรเปลี่ยนเป็ นลาแสงสีขาว หายลับขึ้นสู่ฟ้ า
บนท้องนภามีดวงดาวสามดวง ดวงแรกจากซ ้ายคือดวงตาจาก เผ่าจระเข้กลืนสวรรค์ ซึ่งขณะนี้ลือกันว่ามีมรดกทิ้งไว้
เหตุการณ์นี้สะท้านสะเทือนยิ่งใหญ่ ผู้ฝึกตนมากมายแห่แหน
แน่นอน ส่วนใหญ่ก็คือยอดฝีมือขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิด ขึ้นไป ผู้ฝึกตนอื่น ๆ นั้นเป็ นได้เพียงตัวประกอบ
ขณะเดียวกัน อีกหลายข่าวก็ปรากฏเป็ นที่ตกตะลึง
“ปัวซือจากส านักบัญชาศพแดนประจิมสัญจรถึงยอดเขา ณ เส้นทางสู่สวรรค์ ได้กฎเกณฑ์ร ้อยชิ้น! และยังฆ่ายอดฝีมือขอบเขต แปรเทวะสองคนลงด้วยหนึ่งกิ่งไม้!”
“ร่างพิชิตหมื่นกฎเกณฑ์ในตานานปรากฏแล้ว! กฎเกณฑ์ร่วม ขอบเขตใช ้กับเขามิได้! เขาเป็ นสุดยอดอัจฉริยะที่แดนศักดิ์สิทธิ์ เทียนเจ๋อชุบเลี้ยง คาดว่าเป็ นน้องชายของบุตรศักดิ์สิทธิ์!”
“ร่างพิชิตหมื่นกฎเกณฑ์พ่ายแล้ว! ยามนี้ถูกพาตัวกลับไปเก็บ ตัวฝึกฝน ผู้เอาชนะเขาได้คือเจียงผิงอัน!”
ยามทุกผู้ทราบข่าวของร่างพิชิตหมื่นกฎเกณฑ์ หัวใจก็บังเกิด ความสงสารเห็นใจ
น่าสงสารนัก อัจฉริยะทรงพลังเช่นนี้ควรเด่นดังไปทั่วโลกหล้า แต่ปรากฏออกมาก็ถูกพาตัวกลับไปเสียแล้ว
เจียงผิงอันผู้นี้โหดร ้ายเกินไปจริง ๆ
ต้าฉู่ ณ วังหลวงต้าฉู่
ฉู่ซูเจียง จักรพรรดิแห่งต้าฉู่แผดเสียงอย่างเดือดดาล “ผู้ใด รวบรวมข้อมูล! หักเงินเดือนสามร ้อยปี!”
“ใครบอกว่าเจียงผิงอันกับอวิ๋นหวงจะไปที่หอตาราเทียนเต้า? ข่าวที่เพิ่งปรากฏระบุชัดว่าพวกเขาอยู่ในซากโบราณมหา จักรพรรดิ!”
เพื่อจัดการกับเจียงผิงอัน เขาทุ่มหินวิญญาณแสนล้านเพื่อจ้าง วานอัจฉริยะสูงสุดของหอตาราเทียนเต้าให้ฆ่าอวิ๋นหวงกับเจียงผิงอัน
แต่มิคาดเลย ว่าอวิ๋นหวงกับเจียงผิงอันมิได้ไปหอตาราเทียนเต้า เลย!
แสนล้าน!
เสียรายได้หนึ่งปีเต็มไปเปล่า ๆ!
หน่วยข่าวกรองสมควรตาย มีแต่คนสมควรตาย!
อันที่จริง หน่วยข่าวกรองทางานถูกต้องแล้ว ใครจะคิดเล่าว่าจะมี ผู้สังหารทูตน าทางจากหอต าราเทียนเต้า เสียโอกาสไปสู่หอต ารา
ฉู่ซูเจียงกระฟัดกระเฟียดอยู่พักใหญ่ แล้วจึงสงบลง
“ในซากโบราณมหาจักรพรรดิมียอดฝี มือของเราอยู่กี่มาก น้อย?”
ข้างกายเขา ขันทีก้มหัวลงกระซิบ “กราบทูลฝ่ าบาท มีตัวตน ขอบเขตแปรเทวะสามคน ขั้นต้นขอบเขตแปรเทวะหนึ่งคน และหนึ่ง ยอดฝีมือขอบเขตบูรณาการพ่ะย่ะค่ะ”
ดวงตาของฉู่ซูเจียงเรืองจิตสังหาร “ยามนี้ที่เจียงผิงอันไร ้ยอด ฝีมือคุ้มกัน เป็ นจังหวะเหมาะลอบสังหาร! ให้พวกเขาไปลอบสังหาร เจียงผิงอันเสีย!”
ยอดฝีมือมากมายเพียงนี้ ข้าไม่เชื่อหรอกว่าจะฆ่าเขาไม่ได้!
“ฝ่ าบาท ไม่มีทางลอบสังหารได้เลยพ่ะย่ะค่ะ หากยอดฝีมือของ เราลงมือ ยอดฝีมือจากต้าเซี่ยจะลงมือกับคนของเราเช่นกันแน่นอน”
ขันทีสะกดความกลัวเอ่ยเตือน
ฉู่ซูเจียงตบบัลลังก์มังกร “บุตรข้าตายไปสามคน! เจ้ากลับบอก ว่าลอบสังหารไม่ได้เนี่ยนะ?”
“เจียงผิงอันในยามนี้ประชันอัจฉริยะจากแดนศักดิ์สิทธิ์ได้ หาก ปล่อยให้เติบโตต่อไป ใครจะรู้ว่าในอนาคตจะเป็ นเช่นไร?”
“ติดต่อพวกเขาให้ข้าเดี๋ยวนี้ เจียงผิงอันต้องถูกฆ่า และอัจฉริยะ จากต้าเซี่ยยามนี้ต้องถูกทาลายด้วย!”
เมื่อเห็นจักรพรรดิเดือดดาล ขันทีก็ตื่นตกใจจนไม่กล้าพูดอะไร อีก
เขารีบร ้อนนาป้ ายหยกสื่อสารออกมาติดต่อยอดฝีมือมากมายที่ ไปยังซากโบราณมหาจักรพรรดิ
เขาเริ่มแจ้งยอดฝี มือขอบเขตบูรณาการก่อน และขอให้ยอด ฝีมือผู้นี้สั่งการคนอื่น ๆ
“ผู้อาวุโสจ้าว ขณะนี้เจียงผิงอันอยู่ในซากโบราณมหาจักรพรรดิ ฝ่าบาททรงมีรับสั่งให้ท่านไปลอบสังหารเจียงผิงอันขอรับ”
“ก าลังเร่งชิงมรดก ไม่มีเวลา”
ยอดฝีมือขอบเขตบูรณาการผู้นี้ปฏิเสธออกมาทันที มิได้ปิดบัง เจตนา
“ทว่า… ฝ่ าบาททรงบัญชา หากท่านไม่ไป ก็อย่ากลับมานะ ขอรับ…” ขันทีละล่าละลัก
ต่อหน้ายอดฝีมือเช่นนี้ ต่อให้มีจักรพรรดิหนุนหลัง เขาก็ยังกลัว
อีกฝ่ายเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วจึงก่นด่ากลับมา “ต้าฉู่เมืองขยะ ข้าผู้ นี้ไม่อยากอยู่มานานแล้ว อนาคตก็ไม่มี ทรัพยากรก็ร่อยหรอลงทุกที เดี๋ยวข้าผู้นี้จะไปหทัยแผ่นดินแทนแล้ว!”
ด่าจบ อีกฝ่ายก็ขยี้ป้ ายหยกสื่อสาร ตัดการติดต่อไปทันที
ปวงชนในวังหลวงนิ่งตะลึง
ใบหน้าของฉู่ซูเจียงแดงคล้าเหมือนตับหมู อัปลักษณ์สุดแสน
การเสียยอดฝีมือขอบเขตบูรณาการหนึ่งคนไป กระทบต่อต้าฉู่ ของพวกเขาอย่างร ้ายแรง!
เพราะเจียงผิงอัน พวกเขาจึงเสียหายเพียงนี้
“ติดต่อคนเพิ่มอีก!”
เสียงของฉู่ซูเจียงกดต่า หมายมาดจะลอบสังหารเจียงผิงอันให้จง ได้
แม้ยอดฝีมือขอบเขตหลอมสุญตาและสามตัวตนขอบเขตแปรเท วะจะมิได้กระฟัดกระเฟียดเท่ายอดฝีมือขอบเขตบูรณาการ แต่พวก เขาก็ขุ่นเคืองกันเล็กน้อย ทว่าสุดท้ายก็รับปาก
ฉู่ซูเจียงข่มเขี้ยวเคี้ยวฟัน ใบหน้าเปี่ยมความแค้นเคือง “ข้าไม่ เชื่อว่าหนนี้ เจียงผิงอันจะไม่ตาย!”
เขารู ้ว่าผลลัพธ ์การทาเช่นนี้จะนาสู่การล้างแค้นจากฝั่งต้าเซี่ย
แต่มีเพียงต้องทาเช่นนี้ วาสนาแห่งต้าเซี่ยจึงถูกสะกดได้
วาสนานั้นเป็ นสิ่งอัศจรรย์ เพราะฉู่หยางมาเกิดแก่ต้าฉู่ วาสนาจึง พัฒนาเติบโต ปรากฏข่าวดีอย่างการเคลื่อนขอบเขตของยอดฝีมือ คนแล้วคนเล่า พบเหมืองแห่งใหญ่ต่าง ๆ
เมื่อฉู่หยางตกตาย โชคก็ถดถอยต่อเนื่อง
ขณะที่เมื่อเจียงผิงอันปรากฏตัว ต้าเซี่ยก็ได้ยอดสมบัติไป มากมาย
ดังนั้น มีเพียงการฆ่าเจียงผิงอัน ทาลายอัจฉริยะจากต้าเซี่ยลง เสีย จึงทาลายวาสนาของต้าเซี่ยลงได้
ในซากโบราณมหาจักรพรรดิเดือดพล่านขึ้นอีกครั้ง เนื่องจาก มรดกของเผ่าจระเข้กลืนสวรรค์
แน่นอน เรื่องทั้งหมดนี้ไม่เกี่ยวอะไรกับผู้ฝึกตนทั่วไปเลย
ผู้ฝึกตนทั่วไปได้ทรัพยากรมาสักหน่อยก็ดีใจมากแล้ว
เช่นเจียงผิงอันที่พร ้อมทากาไรร ้อยกฎเกณฑ์
รางวัลนี้ ต่อให้เป็ นสุดยอดฝี มือขอบเขตหลอมสุญตาก็ยัง หวั่นไหว
เขานั่งในอาคม ในเมื่อไร ้ผู้ใดกล้ามาท้าทาย เขาจึงทาได้เพียง ท าความเข้าใจกฎเกณฑ์ไปเงียบ ๆ
ทันใดนั้น เจียงผิงอันก็สังเกตเห็นบางอย่างแล้วขมวดคิ้ว
เขารีบส่งกระแสปราณบอกอวิ๋นหวง “รีบเข้าไปในอาคมเสีย ข้าง นอกมีมือสังหาร สามตัวตนขอบเขตแปรเทวะ หนึ่งขอบเขตหลอม สุญตา ข้าไม่แน่ใจว่าเป็ นพวกคนจากต้าฉู่หรือไม่”
อวิ๋นหวงเพิ่งงอกแขนกลับมาได้ ได้ยินวาทะของเจียงผิงอันที่ส่ง กระแสปราณมาก็พุ่งเข้าอาคมอีกแห่งไปอย่างไร ้ลังเล
“เจ้ารู้ได้อย่างไร?”
อวิ๋นหวงตกใจนัก หรือชายผู้นี้จะตรวจจับการปรากฏตัวของ ยอดฝีมือเหล่านี้ได้เพราะมีพลังจิตกล้าแกร่ง?
อวิ๋นหวงพรั่นพรึงเล็กน้อย หน้าผากผุดเม็ดเหงื่อ
หากเจียงผิงอันมิอาจพบตัวคนเหล่านี้ หนนี้คงย่าแย่แน่แล้ว
อวิ๋นหวงรีบแจ้งเรื่องเหล่านี้กับเซี่ยชิง
เมื่อทราบว่ามีผู้มาลอบสังหาร เสียงของเซี่ยชิงก็ตอบกลับอย่าง เคร่งขรึม “รีบเข้าไปซ่อนในอาคม! ข้าจะพาคนไปที่นั่น แต่โชคดีนัก ที่เจ้าสัมผัสไว พบอันตรายได้ล่วงหน้า”
ยอดฝีมือระดับนี้คิดเร ้นกาย ผู้ฝึกตนระดับต่ายากรับรู ้ พวกเขา หาทราบไม่ว่าอวิ๋นหวงรู ้ได้อย่างไร
“มิใช่ข้า แต่เป็ นเจียงผิงอันบอกมา” อวิ๋นหวงกล่าว
“เจ้าเด็กนี่แข็งแกร่งจริง ๆ เจ้ารักษาตัวด้วย รีบเข้าอาคมไปเสีย พวกเขาไม่กล้าลงมือในถิ่นของแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อแน่นอน”
เซี่ยชิงเชื่อเจียงผิงอันเต็มหัวใจ ไม่สนใจมรดกของเผ่าจระเข้ กลืนสวรรค์อีก นางหันหลังพาคนกลับไปทันที
เจียงผิงอันส าคัญกว่ามรดก
บทที่ 208 ต้าฉู่สาหัส
ในหมู่ปวงชนนอกลานยุทธ ์เต๋า
ยอดฝีมือขอบเขตแปรเทวะผู้หนึ่งจากต้าฉู่เก็บซ่อนปราณ สีหน้า สุดแสนแค้นเคือง
“เจียงผิงอันไม่ออกมา แล้วก็ไม่มีใครไปท้าทาย เราต้องรอที่นี่ ร ้อยวัน กว่าเขาจะออกมา มรดกของเผ่าจระเข้กลืนสวรรค์ก็คงถูก ผู้อื่นได้ไปนานแล้ว”
“อย่าบ่นเลยน่า มรดกระดับเผ่าจระเข้กลืนสวรรค์ก็เหมือนมรดก แดนศักดิ์สิทธิ์ มิใช่สิ่งที่ผู้ใดก็คว้ามาได้ เราเอื้อมไม่ถึงหรอก”
ยอดฝีมือขอบเขตหลอมสุญตาที่นาเขามากล่าวเสียงเรียบ “หาก ฆ่าเจียงผิงอันได้ จะถือเป็ นผลงานยิ่งใหญ่ กลับต้าฉู่ไปก็จะได้รับ ประโยชน์มากล้น”
ยอดฝีมือจากต้าฉู่มากันแล้ว หนึ่งเป็ นยอดฝีมือขอบเขตหลอม สุญตา อีกสามคนอยู่ในขอบเขตแปรเทวะ
การส่งยอดฝี มือเหล่านี้มาฆ่าผู้ฝึ กตนขอบเขตวิญญาณแรก กาเนิดคนเดียวดูจะเป็ นการขี่ช ้างจับตั๊กแตนไปเสียหน่อย พวกเขา ท าได้ไม่ยากเลย
เพียงแค่ว่า ที่นี่เป็ นถิ่นของแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อ พวกเขามิ กล้าบุ่มบ่ามทาการ จึงทาได้เพียงรออีกฝ่ายออกมาเท่านั้น
“เฮ้อ… โอกาสเช่นนี้ หากปล่อยไปโดยไม่สู้ก็สุดแสนคับข้องใจ นัก”
ยอดฝีมือขอบเขตแปรเทวะถือดาบผู้หนึ่งราพึง
ยอดฝีมือขอบเขตแปรเทวะอีกคนจ้องตรงไปที่ใบหน้างดงามขอ งอวิ๋นหวง ก่อนจะกล่าวอย่างหื่นกระหาย
“แม่หนูนี่งามแท้ ยามลงมือ ข้าจะจับนางไปเลี้ยงเป็ นทาสเสีย”
ยอดฝีมือขอบเขตแปรสุญตาชาเลืองมาที่เขา กล่าวเสียงเรียบ “มิใช่คราวเจ้า”
เขาได้ยินมานานแล้วว่า บุรุษแรกที่ได้หลับนอนกับร่างเทวะวิหค อมตะจะเหมือนได้ยันต์ตัวตายตัวแทนพิทักษ์กายชิ้นหนึ่ง มิต่างกับได้ ชีวิตเพิ่ม
มองปราดแรกก็ทราบได้ว่าอวิ๋นหวง สตรีผู้นี้ยังคงพรหมจรรย์
โอกาสเช่นนี้ กระทั่งยอดฝี มือขอบเขตหลอมสุญตาก็มิอยาก พลาดไป
ยามยอดฝีมือขอบเขตแปรเทวะเห็นว่าตาเฒ่านี่จะชิงตัดหน้า เขา ก็ก่นด่าในใจ แต่มิกล้าแสดงอาการ
หากฝึกฝนถึงขอบเขตสูงกว่า ก็สามารถขยี้ผู้อ่อนแอกว่าตายได้
ทันใดนั้น หัวใจของยอดฝี มือขอบเขตหลอมสุญตาผู้นี้ก็เต้น ระรัว เปลือกตาเต้นกระตุก ในใจบังเกิดสัมผัสอันตรายถึงชีวิต
ขณะนี้ พวกเขาล้วนสัมผัสอันตรายแรงกล้าได้ถ้วนหน้า
มิอาจทราบว่าอันตรายนี้มาจากที่ใด แต่มีอยู่แน่นอน!
และทันใดนั้น พวกเขาก็พบว่าสายตาของเจียงผิงอันในอาคม จ้องตรงมาที่พวกตน!
สีหน้าของยอดฝีมือขอบเขตหลอมสุญตาแปรเปลี่ยนเฉียบพลัน
ถูกเจอแล้ว!
เป็ นไปได้เช่นไร?
พวกเขาเปลี่ยนรูปลักษณ์ซ่อนปราณ อีกฝ่ ายจะหาพวกเขาเจอ ได้อย่างไร?
แถวนี้ต้องมียอดฝีมืออยู่แน่!
เผ่น!
ยอดฝีมือขอบเขตหลอมสุญตาผู้นี้ไม่คิดสนใจสามตัวตนแปรเท วะเลยสักนิด เขาเปลี่ยนเป็ นเส้นแสงหนีเตลิดไปอย่างรวดเร็ว
“คิดหนีหรือ!”
หนึ่งเสียงตะโกนลั่นขึ้นบนฟ้ า
สองยอดฝีมือขอบเขตบูรณาการจากต้าเซี่ยเหินลงมา
ต่อจากขอบเขตหลอมสุญตาก็คือยอดฝีมือขอบเขตบูรณาการ นี่คือสัตว์ประหลาดเฒ่าหมื่นปีซึ่งมีอายุขัยหมื่นปีโดยแท้
ในมือพวกเขาถือวงล้อเทพสุริยัน เร่งอ านาจเรืองรองสาดส่องลง สู่ยอดฝีมือขอบเขตหลอมสุญตาจากต้าฉู่
ล าแสงมรณะสาดส่องเรืองโรจน์
ยอดฝี มือขอบเขตหลอมสุญตาผู้ฝึ กฝนมาหลายพันปี ผู้นี้ กลายเป็ นเถ้าถ่านไปโดยมิอาจแม้แต่จะกรีดร ้อง
สองยอดฝีมือขอบเขตบูรณาการ ซ้ายังมียอดสมบัติอีกชิ้น หาก ยังจัดการตัวตนขอบเขตหลอมสุญตาเพียงหนึ่งไม่ได้ พวกเขาคงขุด หลุมกระโดดลงฝังตัวเองกันแล้ว
ยามยอดฝีมือขอบเขตแปรเทวะทั้งสามเห็นเช่นนี้ พวกเขาก็ขวัญ เสียทึ่มทื่อ จะหนีก็หนีมิได้แล้ว
ต่อหน้าสัตว์ประหลาดเฒ่าเช่นนี้ พวกเขาอ่อนแอมิต่างจากแมลง
“โดนต้มแล้ว! เจียงผิงอันเป็ นเหยื่อล่อ! นี่คือกลลวงหลอกเรามา ติดกับแล้วล้อมสังหาร!”
ยอดฝีมือขอบเขตแปรเทวะผู้หนึ่งแผดเสียงอย่างรวดร ้าวในวาระ สุดท้าย
ต้องบอกว่าพวกเขาคิดเองเออเองกันเก่งจริง ๆ
หวังเหรินขยี้ร่างสามยอดฝีมือขอบเขตแปรเทวะด้วยสีหน้าเดือด แค้น
เขาหันไปหาเจียงผิงอัน “ผิงอัน! อาจารย์ผู้นี้จะล้างแค้นให้เจ้า! ในเมื่อกล้ามาลอบสังหารเจ้า ข้าก็จะไปเผาเมืองพวกมันเอง!”
“ท่านอาจารย์!”
โดยไม่รอเจียงผิงอันมาหยุดตน หวังเหรินแปรเป็ นล าแสง พุ่งออก จากซากโบณาณมหาจักรพรรดิ บุกไปสู่ต้าฉู่
“ไม่ต้องห่วง ข้าให้อาจารย์เจ้ายืมเศษศาสตราเซียนอยู่”
เซี่ยชิงพลิ้วกายลงนอกอาคมดุจนางเซียนโรยตัว
เจียงผิงอันสุดแสนตื้นตันในใจ อาจารย์และต้าเซี่ยทาให้เขารู ้สึก ปลอดภัยนัก
ในอดีต เขาไร ้ญาติขาดมิตร ทุกย่างก้าวดุจอยู่บนแผ่นน้าแข็ง บาง ทว่าขณะนี้ มีผู้พร ้อมปกป้ องเขาเสมอ
ยี่สิบวันให้หลัง วังหลวงแห่งต้าฉู่
“อะไรนะ! หนึ่งยอดฝีมือขอบเขตหลอมสุญตา สามแปรเทวะตก ตายสิ้น! มันเกิดอะไรขึ้น?”
ยามฉู่ซูเจียงผู้รอข่าวการตายของเจียงผิงอันอยู่ได้ข่าวเข้า มโน ส านึกก็ระเบิดเฉียบพลัน
“ดูเหมือนจะมียอดฝี มือขอบเขตบูรณาการท่านหนึ่งคุ้มครอง เจียงผิงอันอยู่พ่ะย่ะค่ะ”
เจ้าหน้าที่ข่าวกรองกล่าวเสียงเครียด
สีหน้าของฉู่ซูเจียงเปลี่ยนไปมา ท่าทีดูเหม่อลอย
มิเพียงฆ่าเจียงผิงอันไม่สาเร็จ เขายังเสียหนึ่งยอดฝีมือขอบเขต หลอมสุญตา สามยอดฝีมือขอบเขตแปรเทวะไปด้วย
กระทั่งหนึ่งยอดฝีมือขอบเขตบูรณาการหนีหายไปก่อนหน้า
ราคานั้นสูงเกินไป
ขณะนี้ ขุนนางผู้หนึ่งซึ่งดูแลทรัพยากรเหมืองแร่ก้าวเข้ามากล่าว เสียงขรึม
“กราบทูลฝ่ าบาท เหมืองหินผลึกที่ชายแดนถูกยอดฝี มือ ขอบเขตหลอมสุญตาผู้หนึ่งจู่โจม สังหารเจ้าหน้าที่และทหารของเรา ไปสามพันนายพ่ะย่ะค่ะ”
“ก่อนจรจาก คนผู้นี้ทิ้งท้ายไว้ว่า ‘ลอบสังหารเจียงผิงอันศิษย์ข้า หนึ่งหน ข้าก็จะผลาญคนของพวกเจ้าต้าฉู่หมื่นคน’ พ่ะย่ะค่ะ…”
ได้ยินเช่นนี้ ทุกผู้ในราชสานักก็ร่างสะท้าน
เรื่องเลวร ้ายที่สุดเกิดขึ้นจนได้!
ก่อนหน้านี้ ทุกผู้ทุ่มทรัพย์กับการลอบสังหาร แต่ไม่มีฝ่ ายใดส่ง ยอดฝีมือ ผู้ฝึกตนที่มาก็มิได้แข็งแกร่ง
ทว่ายามนี้ เนื่องจากพวกเขาต้าฉู่ลงมือจู่โจมเจียงผิงอัน ยอด ฝีมือจากต้าเซี่ยจึงลงมือเช่นกัน!
ฉู่ซูเจียงเดือดดาล แผดเสียงโวยวาย “ในเมื่อเป็ นเช่นนั้น! ผู้ใดก็ อย่าหวังอยู่ดี! ถ่ายทอดโองการข้า…”
เขายังพูดไม่ทันจบ เสียงแตกตื่นก็ดังออกมาจากป้ ายหยกสื่อสาร ของแม่ทัพผู้หนึ่ง
“แม่ทัพใหญ่! ที่ชายแดนมีเรื่องด่วนแล้วขอรับ! จู่ ๆ เมืองชิวซาน ก็บุกยึดเมืองไห่ค่วง! ทัพยังเคลื่อนต่อด้วยขอรับ! ขอกาลังเสริมด่วน ขอรับ!”
เสียงการต่อสู้แทรกเข้ามาในป้ ายหยกอย่างต่อเนื่อง
“อะไรนะ! เกิดอะไรขึ้น! เหตุใดจู่ ๆ เมืองชิวซานก็ประกาศ สงคราม! หากกล้ารายงานข่าวเท็จ โทษคือประหารล้างโคตรนะ!”
เมืองชิวซานอยู่ใกล้ต้าฉู่ ทาตัวสงบเสงี่ยมดุจหลานน้อยในเรือน เสมอมา ทุกครั้งที่มีงานฉลองในต้าฉู่ พวกเขาก็จะมาส่งบรรณาการ มาตลอด
เหตุใดจู่ ๆ จึงประกาศสงคราม? ฟังดูเหมือนข่าวลวงมากกว่า
เสียงอันร ้อนใจตะโกนออกมาจากในป้ ายหยก “เจ้าเมืองชิวซาน ประกาศว่าเขาจะล้างแค้นให้บุตรชายขอรับ!”
“ล้างแค้นให้บุตรชาย? ใครไปท าอะไรเขา?” ฉู่ซูเจียงตะโกน อย่างกระวนกระวาย
แม้เมืองชิวซานจะเทียบอะไรพวกเขาต้าฉู่มิได้ แต่ก็มิใช่เมือง อ่อนแอ การบุกโจมตีมาครั้งนี้ก็เหมือนราดน้ามันลงกองเพลิง
ขุนนางผู้หนึ่งเอ่ยปาก “ฝ่ าบาท ท่านลืมไปว่ายามองค์รัชทายาท ท้าทายเจียงผิงอันในกาลก่อน รัชทายาทเมืองชิวซานคิดผูกมิตรกับ องค์รัชทายาท แต่ถูกองค์รัชทายาทตบตายในทันทีพ่ะย่ะค่ะ”
ได้ยินเช่นนี้ ฉู่ซูเจียงก็พลันตาสว่าง เรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นจริง แต่ เขามิได้สนใจเลยสักนิด
ฉู่ซูเจียงเดือดดาลข่มเขี้ยว “เมืองชิวซานก็กล้าโจมตีเราต้าฉู่! ในเมื่อเป็ นเช่นนั้น เราก็ถล่มเมืองชิวซานก่อนเลย!”
เมืองชิวซานไม่เคยบังเกิดเซียน ภูมิหลังมิอาจเทียบพวกเขาต้าฉู่ ยังกล้ามาระรานกันอีก?
ขณะนั้นเอง ทหารร่างโชกเลือดนายหนึ่งก็วิ่งเข้ามาในโถง
“ฝ่ าบาท! แย่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! แคว้นหนานหมิงก่อกบฏ ประกาศ แยกตัวเป็ นเอกเทศ ผู้ใดขัดขืนถูกฆ่าสิ้นพ่ะย่ะค่ะ!”
ปวงชนมองตามมาอย่างไม่อยากเชื่อ สีหน้าตื่นตะลึงจังงัง
ฉู่ซูเจียงผุดลุกเฉียบพลัน “นี่มันเรื่องอะไรกัน! แคว้นหนานหมิง สนับสนุนราชส านักเสมอมา จะก่อกบฏได้อย่างไร?”
แม่ทัพผู้หนึ่งกล่าวเสียงเข้ม “ฝ่ าบาท หนก่อนแม่ทัพหม่าแนะนา ท่านมิให้สิ้นเงินกับการลอบสังหารเจียงผิงอัน แต่พระองค์นอกจากไม่ ฟังยังประหารเขาแล้วปล้นบ้านซ้า”
“ตระกูลหม่าของแม่ทัพหม่า แม้อ านาจโดยรวมมิได้สูง แต่พวก เขาควบคุมสานักศึกษาทั้งหมดในแคว้นหนานหมิง มอบวรยุทธ ์ให้ ประชาชนและช่วยพวกเขาฝึกฝน เกียรติภูมิสูงส่งอย่างยิ่ง”
“นอกจากนั้น เจ้าแคว้นหนานหมิงคนปัจจุบัน กาลก่อนเป็ นเพียง ปุถุชน แต่ได้ครอบครัวของแม่ทัพหม่าช่วยเหลือ เขาจึงมีทุกวันนี้ได้”
“การกระทาก่อนหน้านี้ของฝ่ าบาท… เหยียบย่าหัวใจตระกูลหม่า และแคว้นหนานหมิงพ่ะย่ะค่ะ”
ได้ยินเช่นนี้ ฉู่ซูเจียงก็นิ่งงัน ทิ้งตัวลงบนบัลลังก ์
เพราะเขาทู่ซี้จะฆ่าเจียงผิงอันให้ได้ ต้าเซี่ยจึงส่งคนมาทาลายหก ยอดฝีมือขอบเขตแปรเทวะของพวกเขา
เพราะเขาฆ่าแม่ทัพผู้ทรงธรรม แคว้นหนานหมิงจึงลุกฮือก่อกบฏ
เพราะบุตรเขาฆ่ารัชทายาทของเมืองแห่งหนึ่งตามใจชอบ จึงเกิด สงครามขึ้นกับเมืองชิวซาน
ขณะนี้ การลอบสังหารยังคงดาเนิน ต้าฉู่ระส่าระสายโกลาหล
เพียงเวลาไม่กี่วัน ต้าฉู่ก็เปลี่ยนจากเมืองทรงอานาจมาเป็ นเช่นนี้
และทั้งหมดนี้ เป็ นเพราะการปรากฏตัวของคนผู้หนึ่ง
บทที่ 209 เผ่าจระเข้กลืนสวรรค์
“พินาศ! พินาศหมดแล้ว!”
“คนพวกนี้กล้ายุ่งกับต้าฉู่ของข้า! ทุกผู้ล้วนต้องชดใช ้!”
ฉู่ซูเจียงเดือดดาล “ใครก็ได้! ถ่ายทอดโองการข้า…”
ทันใดนั้น หนึ่งร่างเฒ่าชราก็ปรากฏขึ้น ขัดวาทะของฉู่ซูเจียงลง
“เสด็จปู่!”
เมื่อเห็นคนผู้นี้ ฉู่ซูเจียงก็รีบร ้อนลุกจากบัลลังก ์
เสด็จปู่ของเขาเก็บตัว เมินเฉยเรื่องราวในโลกหล้าเสมอมา
ตราบใดที่เสด็จปู่ปรากฏกาย ต้องเป็ นเรื่องใหญ่อย่างแน่นอน
คนอื่น ๆ ต่างรีบคุกเข่าลงคารวะ
“จักรพรรดิสูงสุด!”
ชายชราไพล่มือไว้เบื้องหลัง ค่อนข้างโผเผง่อนแง่น “ค่าหัวของ เจียงผิงอัน ขอคืนมาเท่าที่ทาได้ และหยุดทุกการไล่ล่าต้าเซี่ยไว้เพียง เท่านี้”
“ทิ้งแคว้นหนานหมิงและการรุกล้าของเมืองชิวซานไป หยุด สงครามสามพันปี ฟื้นตัวเสีย”
ได้ยินเช่นนี้ ฉู่ซูเจียงก็เป็ นกังวล “เสด็จปู่! ท่านทาอะไรอยู่ขอรับ? ทาเช่นนี้ ศักดิ์ศรีต้าฉู่เราเล่าขอรับ?”
ชายชรายกมือเหี่ยวย่นขึ้นตบหน้าฉู่ซูเจียงจนเซถลาทรุดกับพื้น
“ยังมีหน้ามาคิดถึงศักดิ์ศรีอีกหรือ? เจ้าเป็ นจักรพรรดินะ มิใช่ผู้ ฝึ กตนไร ้สังกัด เจ้าต้องคิดถึงทุกสิ่งในภาพรวม พิจารณาเมืองทั้ง เมือง มิใช่บุ่มบ่ามผลีผลาม!”
“ลูกตายก็มีลูกใหม่ได้ สิ้นแดน ภายหน้าก็ยังตีชิงคืนได้ สู้บ้าดี เดือดเช่นนี้ ภายในพันปี ต้าฉู่ไม่เหลืออะไรแน่นอน!”
“เจ้าไม่ต้องนั่งแล้วบัลลังก ์นี้ ให้น้องชายเจ้ามานั่งแทนเสีย เขา เหมาะสมกว่าเจ้า”
ได้ยินเช่นนี้ สีหน้าของฉู่ซูเจียงก็แปรเปลี่ยนอย่างร ้ายแรง หาก เสียบัลลังก ์ไป ทรัพยากรที่เขาได้จะลดลงอย่างมหาศาล
“เสด็จปู่ ข้า…”
“ไม่ต้องพูดแล้ว!”
ชายชราขัดวาจาของฉู่ซูเจียง “ต้าฉู่สาหัสเกินไปแล้ว สิ่งสาคัญ ที่สุดในขณะนี้คือจะฟื้นฟูเช่นไร”
“จากนี้ไป ทุกผู้ในราชสานักจะใช ้ชีวิตเช่นวันวานไม่ได้แล้ว ทุก ผู้ต้องหาทรัพยากร คิดถึงบ้านเมืองเป็ นส าคัญ”
“ส่วนเจ้า ไปหทัยแผ่นดินกับข้า ในพันปีต้องได้ยอดสมบัติหนึ่ง ชิ้นมาทดแทน”
ฉู่ซูเจียงอ้าปาก แต่สุดท้ายก็พูดอะไรไม่ออก เขานั่งกลับลงบน บัลลังก์ด้วยสีหน้ามัวหมอง
ไม่นานนัก เหตุการณ์ในต้าฉู่ก็แพร่ขจรสู่หัวแดนดินใกล้เคียง เกิดเป็ นเสียงลือลั่นฮือฮา
“ศึกระหว่างต้าฉู่และต้าเซี่ยจบลงแล้ว ต้าฉู่เป็ นฝ่ายปราชัย”
“สมน้าหน้าต้าฉู่ ยามนี้หนึ่งแคว้นแยกตัวเป็ นเอกเทศ แดนดิน ส่วนใหญ่ถูกเมืองชิวซานยึดไป”
“พวกเจ้าสังเกตหรือไม่ ว่าเหตุผลที่ต้าฉู่ล่มจม ทุกอย่างเริ่มจาก ความปราชัยของฉู่หยาง”
“ใช่เลย หากมิใช่เพราะฉู่หยางตกตาย เสียโอกาสเข้าร่วมเทวนิ กายสุริยัน ต้าฉู่ยามนี้คงยังชื่นบาน”
“หมายความว่าผู้แปรสถานการณ์สองแดนดินคือเจียงผิงอัน หรือ?”
“ว่าไปก็ถูก”
นามของเจียงผิงอันลือลั่นทั่วต้าเซี่ยอีกครั้ง
ก่อนหน้านี้ เจียงผิงโด่งดังเพียงในแวดวงผู้ฝึกตน ปุถุชนทั่วไป มิได้ทราบถึงตัวตนระดับสูงเช่นนี้เลย
ทว่าทุกวันนี้ กระทั่งปุถุชนในต้าเซี่ยยังจดจาชื่อนี้ได้
เจียงผิงอันเองก็ปรีดาเช่นกันยามทราบข่าวของต้าฉู่ แต่มิได้ สนใจมากนัก
ไม่ว่าต้าฉู่จะตัดสินใจเช่นไร พวกเขาก็ต้องถูกท าลายในไม่ช ้าก็ เร็วอยู่ดี
สิ่งที่เขาใส่ใจที่สุดก็คือ อาจารย์เขา หวังเหรินยังอยู่ดี
เจียงผิงอันกลัวว่าจะเกิดเรื่องขึ้นกับอาจารย์เขาในต้าฉู่ จึงนั่ง พะวงอยู่เนิ่นนาน
ขณะที่เซี่ยชิงกาลังเสวนากับเจียงผิงอันเรื่องต้าฉู่ นางก็ สังเกตเห็นบางสิ่งแล้วเงยหน้ามองฟ้ ากะทันหัน
ปราณอันน่าสะพรึงกลัวสายหนึ่งพุ่งทะยานมาจากสุดฟ้ า สีหน้า ของเซี่ยชิงแปรเปลี่ยนไป
เจียงผิงอันเองก็พอตระหนักถึงปราณสายนี้ เขาใช ้อานาจดวงตา มองข้ามสุญตาสู่ต้นตอแห่งปราณ
และพบสิ่งมีชีวิตประหลาดร่างมนุษย์หัวจระเข้กลุ่มใหญ่เหินสู่ ดวงดาวสุดซ ้ายบนท้องฟ้ า
หัวใจของเจียงผิงอันสะท้าน นี่มันตัวอะไรกันนี่? เหตุใดจึงตัวเป็ น คนหัวเป็ นจระเข้?
ขณะที่เขากาลังจะถามเซี่ยชิงว่านี่คืออะไร เสียงก่นด่าอย่างเดือด ดาลก็ดังขึ้นในโลกภายนอก
“เผ่าปีศาจ!”
“พวกเผ่าปีศาจนี้บังอาจกล้าบุกแดนมนุษย์ของเรา! วอนตาย!”
“ร่างมนุษย์หัวจระเข้ พวกเขาน่าจะเป็ นทายาทเผ่าจระเข้กลืน สวรรค์!”
“เจ้าพวกนี้มาชิงมรดกกันแน่ ๆ!”
ผู้คนในซากโบราณมหาจักรพรรดิต่างตระหนักถึงปราณนี้
เหล่าผู้ฝึกตนเดือดดาล ดวงตาเผยจิตสังหารเกลียดแค้น
เมื่อทราบตัวตนของสิ่งมีชีวิตเหล่านั้น เจียงผิงอันก็ประจักษ์ว่า เหตุใดทุกผู้จึงเดือดดาล
เพราะสิ่งเหล่านี้คือปีศาจ
เผ่าปีศาจเป็ นคาเรียกภาพรวมเยี่ยงเผ่ามนุษย์ ภายในแบ่งเป็ น มหาอ านาจต่าง ๆ เช่นกัน
ในสมัยโบราณ เผ่ามนุษย์เป็ นเพียงอาหารของเผ่าปีศาจ มีเพียง ภายหลังยามมหาจักรพรรดิปรากฏขึ้น สถานการณ์จึงพลิกกลับได้
เนิ่นนานจากนั้น ความขัดแย้งระหว่างเผ่ามนุษย์และเผ่าปีศาจไม่ เคยหยุดลง
ยามนี้ แดนบูรพาก็เผชิญการโจมตีของเผ่าปีศาจทะเลบูรพาอยู่
แม้เผ่าปีศาจจะมิได้เลวร ้ายไปเสียหมดก็ตาม เช่นเผ่ามังกร เผ่า วิหคอมตะซึ่งถูกเรียกเป็ นสัตว์เทพ เป็ นมิตรกับเผ่ามนุษย์
แต่เผ่าปีศาจส่วนใหญ่เป็ นไม้เบื่อไม้เมากับเผ่ามนุษย์ สู้รบตบมือ ทุกเมื่อเชื่อวัน
หายากนักที่เผ่าปีศาจจะมาปรากฏกายในถิ่นมนุษย์อย่างโจ่งแจ้ง เช่นนี้
มนุษย์หัวจระเข้กลุ่มนี้ต้องเป็ นทายาทของเผ่าจระเข้กลืนสวรรค์ แน่แท้
จุดประสงค์ที่พวกเขามาที่นี่ก็ชัดเจน ก็คือเพื่อดวงดาวสุดซ ้าย บนฟ้ า หรือก็คือลูกตาของบรรพชนเผ่าจระเข้กลืนสวรรค์
ด้วยการปรากฏของสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ ยอดฝี มือจากสาม มหาอานาจใหญ่ก็ปรากฏขึ้นตามกัน
ปราณอันน่าสะพรึงกลัวทาให้ซากโบราณมหาจักรพรรดิยิ่งเต็ม ไปด้วยบรรยากาศกดดัน
การต่อสู้มิบังเกิดระหว่างสองฝ่าย ประหนึ่งกาลังเสวนาเรื่องใดกัน อยู่
เรื่องเหล่านี้ไม่เกี่ยวกับเจียงผิงอัน
เขานั่งในอาคม ทาความเข้าใจกฎเกณฑ์ไปเงียบ ๆ
ไม่มีผู้ใดมาท้าทายเขา ชวนให้ผิดหวังอยู่นิดหน่อย
หากไม่สู้ ความเร็วในการท าความเข้าใจกฎจ านงสัประยุทธ ์ก็จะ ช ้าไปอีก
ณ วันที่หกสิบนับแต่เจียงผิงอันนั่งอยู่ในอาคม ข่าวหนึ่งก็ แพร่กระจายในซากโบราณมหาจักรพรรดิ
“สามมหาอ านาจใหญ่จะส่งอัจฉริยะไปประลองกับอัจฉริยะจาก เผ่าจระเข้กลืนสวรรค์ และตัดสินใจเอาว่าผู้ใดจะได้มรดกไป!”
“เหลวไหล! นี่เป็ นของเผ่ามนุษย์ เหตุใดต้องให้พวกเผ่าปีศาจ! ตบพวกมันกลับบ้านไปเลย!”
“เจ้าไปสิ ศึกเริ่มยามใด ผู้บาดเจ็บเสียหายมากมายเกินนับแน่ ๆ ส่วนผู้อับโชคก็มิพ้นผู้ฝึกตนทั่วไป คิดว่าเผ่าจระเข้กลืนสวรรค์เป็ น มังสวิรัติหรือ?”
“ไม่ว่าฝ่ ายใดก็มิต้องการศึกเต็มรูปแบบ มันไม่คุ้มกันเลย สู้ใช้ กฎเก่าของโลกหล้าผู้ฝึกตน ให้อัจฉริยะสู้กันดีกว่า”
“ข้าได้ยินว่ามรดกของเผ่าจระเข้กลืนสวรรค์มิใช่วรยุทธ ์ แต่เป็ น มรดกสายเลือด เป็ นสายเลือดพิเศษของเผ่าจระเข้กลืนสวรรค์ หาก เราชนะ เราก็จะได้สายเลือดและมรดกของอีกฝ่ ายมา ไม่มีฝ่ ายใด พินาศเสียหาย”
เรื่องราวการประลองระหว่างสามมหาอานาจใหญ่และเผ่าจระเข้ กลืนสวรรค์สะพัดกว้างไกล
เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับสามมหาอานาจใหญ่ เผ่าปี ศาจและมรดก สายเลือด ไม่ว่าเรื่องใดก็ดึงดูดใจผู้ฟังได้ มิต้องพูดถึงยามทั้งสาม ปรากฏในคราวเดียวกัน
เจียงผิงอันมิได้สนใจเรื่องนี้มากนัก เรื่องใหญ่เช่นนี้มิใช่สิ่งที่ บุคคลเล็กจ้อยอย่างเขาจะมาพะวง
นับแต่เข้าสู่อาคมวันที่เก้าสิบ สามมหาอานาจใหญ่เลือกผู้ฝึกตน ขอบเขตจินตาน วิญญาณแรกก าเนิดและแปรเทวะอย่างละคนไปดวล กับเผ่าจระเข้กลืนสวรรค์บนดาวดวงนั้น
ผู้ฝึกตนมากมายไปชมศึก
“เจ้าท่อนไม้ ข้าได้ยินว่าเผ่าจระเข้กลืนสวรรค์แข็งแกร่งมาก เรา ไปดูด้วยกันเถอะ” อวิ๋นหวงชวนเจียงผิงอันไปพินิจศึก
“ข้าไม่ไป”
เจียงผิงอันอยากฉวยโอกาสนี้ทาความเข้าใจกฎจานงสัประยุทธ ์
แม้เขาจะมีกฎจานงสัประยุทธ ์สมบูรณ์หนึ่งชิ้น สามารถใช ้เนตร ทิพย์พินิจสุญตาและเม็ดบงกชแจ้งวิถี การทาความเข้าใจหนึ่ง กฎเกณฑ์ให้ลุล่วงก็ยังยากยิ่ง
ขณะนี้ เขาบรรลุเพียงกฎแห่งกาลังและกฎแห่งไม้
กฎจ านงสัประยุทธ ์และกฎแห่งแรงโน้มถ่วงยังห่างไกลเหลือล้น
เมื่อประจักษ์กฎเกณฑ์ครบถ้วน ก็ยังต้องศึกษาต่อว่าจะเหยียบ ย่างก้าวต่อไป สร ้างขอบเขตใหม่เช่นไร
เขาไม่มีเวลามาจดจ่อกับเรื่องอื่นมากนัก
“เป็ นท่อนไม้จริง ๆ สตรีมาชวนยังปฏิเสธ ไปกันเถอะ”
เซี่ยชิงชาเลืองเจียงผิงอันแล้วจูงมืออวิ๋นหวงไปชมศึก
บทที่ 210 แน่จริงเจ้าก็ไปท้าประลองเจียงผิงอันสิ
ศึกนั้นกินเวลาสามวัน
แม้เจียงผิงอันจะอยู่บนดาวอีกดวง เขาก็ยังสัมผัสแรงสะเทือน รุนแรงจากศึกได้จากที่นี่
อวิ๋นหวงและเซี่ยชิงหน้าง้ากลับมา อารมณ์เสียอย่างยิ่ง
“ศึกขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิด ส่งเจ้าท่อนไม้ไปยังดีกว่า ต้อง ขยี้พวกเขาเละเทะได้แน่นอน!”
อวิ๋นหวงกล่าวอย่างเคืองแค้น
ความกังวลปรากฏบนใบหน้างามของเซี่ยชิง “หากได้มรดก สายเลือดบรรพชนไป เผ่าจระเข้กลืนสวรรค์จะแข็งแกร่งขึ้นแน่นอน”
“บางทีอีกไม่นาน เผ่าจระเข้กลืนสวรรค์อาจกลับสู่ยามสมบูรณ์ พร ้อมในกาลเก่า และถึงคราวนั้น เผ่ามนุษย์จะอยู่ในอันตราย”
เผ่าปีศาจเรืองฤทธิ์ มิใช่เรื่องดีสาหรับเผ่ามนุษย์เลย
ทุกครั้งที่เผ่าปี ศาจแกร่งกล้า เผ่ามนุษย์จะเกิดกลียุค เกิด ผู้บาดเจ็บล้มตายเกินนับไม่ถ้วน
อวิ๋นหวงข่มเขี้ยวเคี้ยวฟัน “สามมหาอานาจใหญ่ไม่น่าโลภมาก แต่แรก ต่อให้ไม่ได้มรดกมาก็มิน่ารับคาท้าประลองเช่นนี้!”
“ชู่ เรื่องนี้พูดไม่ได้นะ”เซี่ยชิงรีบหยุดอวิ๋นหวงไม่ให้พูดต่อ
ศึกเผชิญเผ่าจระเข้กลืนสวรรค์พ่ายแล้ว พ่ายไปสองหน
หากมิใช่เพราะศึกสุดท้าย เหลียงเซียวหง บุตรศักดิ์สิทธิ์ของแดน ศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อลงมือเอง คงพ่ายสามศึกติดต่อ
อัจฉริยะที่ตระกูลเหลยโบราณและต้าเฉียนส่งมามิได้อ่อนแอ แต่ ในขอบเขตระดับล่าง เผ่าปีศาจนั้นแข็งแกร่งกว่า
เผ่าจระเข้กลืนสวรรค์มีกายเนื้อแข็งแกร่งและพรสวรรค์โดย กาเนิด ควบคุมกฎเกณฑ์ได้ตั้งแต่ขอบเขตจินตาน ซ้ายังฝึกฝนวร
ยุทธ ์เผ่ามนุษย์ ในขอบเขตระดับต่า เผ่าจระเข้กลืนสวรรค์จึงมีคู่มือ น้อยยิ่ง
ขณะนี้ สามอัจฉริยะเผ่าจระเข้ผู้เข้าร่วมศึกกาลังเข้ารับมรดก สายเลือด
ยามพวกเขาได้มรดกมา เผ่าจระเข้กลืนสวรรค์จะแข็งแกร่งขึ้น
ด้วยเหตุนี้ เผ่ามนุษย์ในซากโบราณมหาจักรพรรดิจึงหดหู่ยิ่งนัก
ในซากโบราณมหาจักรพรรดิ เผ่ามนุษย์พ่ายเผ่าจระเข้กลืน สวรรค์ เป็ นเรื่องน่าอายเกินมองหน้ามหาจักรพรรดิติดจริง ๆ
ขณะนี้ บนฟ้ าเหนือลานยุทธ ์เต๋า ตัวตนเผ่าจระเข้กลืนสวรรค์ ปรากฏขึ้นมากมาย
“สถานที่ฝึกฝนดี ๆ เช่นนี้ควรเป็ นของเราเผ่าจระเข้กลืนสวรรค์ มดแมลงเผ่ามนุษย์หาคู่ควรไม่”
ตัวตนเหล่านี้ล้วนมีร่างมนุษย์หัวจระเข้ ขณะที่หลายตนแปลง ลักษณ์เป็ นมนุษย์ได้สมบูรณ์
นับแต่มหาจักรพรรดิพิชิตหมื่นเผ่าพันธุ์ เผ่าพันธุ์ทั้งหลายจึง ภาคภูมิยามแปลงร่างมนุษย์ได้ และมีการตั้งสกุลเช่นมนุษย์
ตัวตนเผ่าจระเข้กลืนสวรรค์เหล่านี้สัมผัสปราณกฎเกณฑ์บน ลานยุทธ ์เต๋าได้ และรู ้ว่าการฝึกฝนที่นี่จะเป็ นประโยชน์ ดวงตาจระเข้ มโหฬารจึงเต็มเปี่ยมด้วยความโลภ
“เช่นนี้เป็ นไร ท้าประลองกับเผ่ามนุษย์อีก ให้แมลงพวกนี้ยกซาก โบราณมหาจักรพรรดิให้เผ่าจระเข้กลืนสวรรค์แมลงเหล่านี้หาคู่ควร ปกครองที่นี่ไม่”
ศีรษะจระเข้ตนหนึ่งหัวเราะเสียงอุบาทว์ ปากยื่นยาวดูน่าสะพรึง ยิ่ง
ผู้ฝึ กตนหญิงอารมณ์ร ้อนผู้หนึ่งได้ยินเข้าก็ก่นด่า “สัตว์ ประหลาดทั้งหลาย ไสหัวออกจากถิ่นเผ่ามนุษย์เสีย!”
หัวจระเข้ทั้งหลายเมินนางไป เสสรวลเสวนากับตนเอง
“เดี๋ยวก็จับมนุษย์ไปด้วยสักหน่อย ข้ากินร ้อยคนที่พากลับไปหน ก่อนหมดแล้ว”
“ไอ้โง่! ค่อย ๆ เลี้ยงก่อนสิ เด็กที่พวกนั้นให้กาเนิดอร่อยที่สุดนะ”
“ข้าเคยกินอยู่สองสามหน ไม่ค่อยชอบเอาเสียเลย ชอบกินพวก อัจฉริยะมากกว่า ช่วยข้าพัฒนาได้”
ยามผู้ฝึกตนมนุษย์ทั้งหลายได้ยิน พวกเขาก็เปี่ยมล้นด้วยโทสะ ในเผ่ามนุษย์พวกกินเด็กมีแต่ผู้ฝึกตนชั่วร ้าย เป็ นที่รังเกียจไล่ฆ่าฟัน ทุกแห่งหน
“พวกแกไอ้สารเลว! กล้ารับค าท้าประลองหรือไม่!” ผู้ฝึกตนหญิง ถือกระบี่ผู้หนึ่งแผดเสียง
“เหอะ ๆ ข้าหิวอยู่พอดี” คังหงกวงเผยซี่เขี้ยวเหม็นฉึ่งเรียงเป็ น แถว หน้าจระเข้เต็มไปด้วยความโลภ
ผู้ฝึกตนหญิงถือกระบี่ผู้นั้นเข้าไปในอาคมกับคังหงกวง
มือกระบี่หญิงเดือดดาลด้วยโทสะ หลากปราณลงสู่กระบี่ เร่ง กฎเกณฑ์ฟาดฟันออกไป
กระบี่นี้ทะลวงฟ้ าแหวกแดนดิน ผืนธรณีและมวลเมฆถูกผ่าแยก แข็งแกร่งเกินใดเปรียบ
ทว่าคังหงกวงกลับทาเพียงยิ้มเดียดฉันท์ เกล็ดผุดขึ้นปกคลุม แขนทั้งสอง ยกขึ้นบังไว้ตรงหน้า
เปรี้ยง!
ทั้งสองปะทะกัน คังหงกวงเพียงถอยไปเล็กน้อย เกล็ดมิได้ เสียหาย
“จั๊กจี้บรรพชนอยู่หรือ?”
คังหงกวงหน่วงแรงขา พุ่งมาตรงหน้ามือกระบี่หญิงในทันที
โดยไม่รอนางหลบ คังหวงกวงอ้าปากงาบ เกิดเสียงดังกร๊อบ
ศีรษะของมือกระบี่หญิงถูกงับขาด
คังหงกวงกลืนนางลงไปทั้งตัว เสียงเคี้ยวชวนขนลุก
“รสชาติก็งั้น ๆ”
ดวงตาจระเข้ของเขากวาดมองผู้ฝึกตนนอกอาคม อ้าปากโชก เลือดกล่าวพลางยิ้มร ้าย “ยังไม่อิ่มเลย ส่งอาหารมาให้บรรพชนเพิ่ม อีกสิ ขอผู้ฝึกตนแข็งแกร่ง ๆ หน่อยนะ”
“มิใช่พวกเจ้าเผ่ามนุษย์อ้างตัวเป็ นเผ่าพันธุ์เลอเลิศหรือ? ควรมี อัจฉริยะเยอะแยะสิ ขอข้าชิมหน่อยน่า”
ได้ยินวาทะยียวนเหล่านี้ ผู้ฝึ กตนมนุษย์ทั้งหลายก็เดือดเจียน ระเบิด อยากผ่าเจ้านี่เป็ นเสี่ยง ๆ
แต่มิอาจท าได้
อวิ๋นหวงเดือดดาลเจียนขึ้นไปประชัน แต่เซี่ยชิงหยุดนางไว้
“แม้จระเข้กลืนสวรรค์นี่จะสู้อัจฉริยะที่เข้าร่วมการประลองไม่ได้ แต่ก็แข็งแกร่งยิ่งนัก เผ่าของพวกนั้นเชี่ยวชาญพรสวรรค์ธาตุน้า เป็ นคู่ปรับเจ้าพอดี หากเจ้าไปจะแย่ไม่น้อย”
“แต่ว่า…” อวิ๋นหวงกาหมัด หัวใจสุดแสนไม่ยินยอม
จะปล่อยให้ปีศาจพวกนี้เหิมเกริมต่อหน้าหรือ?
ผู้ฝึกตนคนหนึ่งตวาดลั่น “แน่จริงเจ้าก็ไปท้าประลองเจียงผิงอัน สิ!”
ตาจระเข้ของคังหงกวงเลิกขึ้นเล็กน้อย “เจียงผิงอันมันขยะ อะไร?”
“เขาอยู่ในอาคมอีกแห่ง ขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิดเหมือนกัน แน่จริงก็ไปท้าเขาสู้สิ!”
“ใช่เลย มีปัญญาก็ไปท้าเจียงผิงอันสู้สิ!”
“เจียงผิงอันต้องฆ่าเจ้าได้แน่!”
ผู้ฝึกตนมากมายพบวิธีล้างแค้นเจ้าจระเข้นี่ จึงพากันตะโกนเย้า ตามกัน
“โอ้! เจียงผิงอันนี่ดูจะเป็ นอัจฉริยะแฮะ ของโปรดข้าเลย”
คังหงกวงเผยซี่เขี้ยวอัปลักษณ์เรียงเป็ นแถว ในปากยังมีเครื่องใน ห้อยพัน ชวนสะพรึงอย่างยิ่ง
เขาทะยานออกจากอาคม ตามสายตาทุกคู่ไป
ในอาคมนั้นมีเด็กหนุ่มชุดดาผู้หนึ่งนั่งอยู่ เรือนผมดายาวสยาย ดูประหนึ่งขุนเขาตระหง่าน นิ่งงันไม่ขยับ หลับตาฝึกฝนอยู่
“ดูน่าอร่อยไม่เลว”
ขณะที่คังหงกวงกาลังจะเหินเข้าไป สหายอีกตนของเขากลับชิง ตัดหน้าเข้าอาคมไปก่อน
“ฮ่า ๆ อัจฉริยะมนุษย์ผู้นี้จะเป็ นเสบียงของข้า!”
คังหงกวงเห็นอาหารถูกแย่งไป ก็กัดฟันอย่างเดือดดาล “คังรุ่ย! เจ้ามันไร้ยางอาย!”
“ฮ่า ๆ ใครใช้ให้เจ้าช้าล่ะ”
คังรุ่ยเสสรวลพลางก้าวเข้าไปในอาคม ดวงตาจระเข้ขยับมอง จ้องมนุษย์ตรงหน้า
มนุษย์ผู้นี้ดูดาษดื่น ไม่รู ้จะแข็งแกร่งพอหรือไม่
อวิ๋นหวงรีบตะโกน “เจ้าท่อนไม้ ระวังหน่อยนะ เผ่าจระเข้กลืน สวรรค์แข็งแกร่งมาก อัจฉริยะจากต้าเฉียนและตระกูลเหลยโบราณ พ่ายหมดแล้ว!”
“ในฐานะสัตว์ภูต พลังป้ องกันและร่างกายของพวกเขาอัศจรรย์ มาก สามารถใช ้กฎเกณฑ์ได้ตั้งแต่ขอบเขตจินตาน และยังฝึกวรยุทธ ์ เผ่ามนุษย์ ไม่มีจุดอ่อนใด ๆ!”
อวิ๋นหวงไม่ห่วงว่าเจียงผิงอันจะพ่าย จระเข้กลืนสวรรค์ตนนี้มิใช่ ผู้ฝึกตนสูงสุดขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิดของเผ่าพันธุ์ แต่กลัวว่า เจียงผิงอันจะเลินเล่อจนเพลี่ยงพล้า
ผู้ฝึกตนมนุษย์พินิจสมรภูมิอย่างกระวนกระวาย หวังว่าเจียงผิง อันจะชนะได้
ในการประลองเดิมพันก่อนหน้านี้ เผ่ามนุษย์พ่ายไปสองศึก เสีย หน้ายับเยิน ทาให้เผ่าจระเข้เหิมเกริมยิ่งในขณะนี้
เจียงผิงอันค่อย ๆ ลืมคู่เนตรลึกล้ามามองปีศาจหัวจระเข้ตรงหน้า
คังรุ่ยเลียปาก น้าลายเหม็นคาวกระเซ็นทั่วพื้น “หวังว่าเจ้าจะ รสชาติดี อย่าท าข้าผิดหวังละ!”
สิ้นคา เขาก็อ้าปากกว้าง ปรากฏแรงสูบรุนแรงชวนสะพรึง
กรวดหินมากมายลอยตัว พฤกษาถูกถอนราก ละลิ่วเข้าสู่ ปากกว้างนั้น
ท้องของเขาดุจหลุมไร ้ก้นบึ้ง เขมือบได้ทุกสรรพสิ่ง
อวิ๋นหวงตะโกนขึ้นอีกครั้ง “นี่คือพรสวรรค์การเขมือบของเผ่า จระเข้กลืนสวรรค์! กลืนกินได้ทุกอย่าง!”
เหตุที่เผ่าจระเข้กลืนสวรรค์ได้ชื่อนี้มาก็เพราะพวกเขาเขมือบได้ ทุกอย่าง จึงกล้ากระทั่งใช ้นาม ‘กลืนสวรรค์’
หากไร ้ซึ่งพรสวรรค์ยอดเยี่ยมเช่นนี้ เผ่าของพวกเขาคงมิอาจรับ ผลกรรมเช่นนี้ได้
เผ่าจระเข้กลืนสวรรค์สองสามตนนอกอาคมเสวนาคุยเล่น
“คังรุ่ยกินทิ้งกินขว้างเสียจริง เขมือบเช่นนี้ก็ไม่รู ้รสสิ”
“หากเป็ นข้า ต้องละเลียดเคี้ยว ลิ้มรสเนื้อทุกก้อนในกาย”
“ข้าชอบเอาไปตุ๋น เนื้อจะหอมขึ้น”
จระเข้เหล่านี้มิได้เห็นหัวเจียงผิงอันเลยสักนิด และเริ่มเสวนากัน แล้วว่ากินอาหารเช่นไรดีที่สุด