สู่วิถีอมตะ - บทที่ 161-170
บทที่ 161 เทพสังหารเจียงผิงอัน
“รัชทายาทแห่งต้าฉู่สิ้นแล้ว! เป็ นไปได้เช่นไรกัน!”
ข่าวนี้เป็ นเช่นอัสนีฟาดเลื่อนลั่นในโสตจูเหลียน ทาให้เขาผงะอึ้ง ไปชั่วขณะ
ร่างเทวะสุดขั้วหยาง หนึ่งในร่างเทวะอันแข็งแกร่งเหนือใครใน โลกหล้ากลับตกตาย!
จินเทา เจ้าเมืองจินซิงเบิกตากว้าง
เจียงผิงอันคว้าชัย?
มันเกิดอะไรขึ้น?
เจียงผิงอันท าได้อย่างไร?
เรื่องนี้น่าตกใจกว่าตัวตนขอบเขตจินตานเอาชนะวิญาณแรก ก าเนิดอีก
หลังตกใจ จินเทาก็เสสรวล “ฮ่า ๆ รัชทายาทแห่งต้าฉู่ตายไปแล้ว ต้าฉู่จะมีคุณสมบัติใดมาประชันเราต้าเซี่ย! พวกเจ้าโจรใจหมาจาก แคว้นหลิงไถ กรรมจะตามทันแล้ว!”
“กรรมตามทัน?”
จูเหลียนวางป้ ายหยก เงยหน้าถลึงตาใส่จินเทา “ต่อให้กรรมตาม ทัน วันนี้ข้าก็จะเหยียบเข้าเมืองจินซิงของเจ้า!”
ชายชราข้างกายจูเหลียนพลันทะยานสู่ฟ้ า ปลดปล่อยปราณ ออกมา
ปราณอันน่าสะพรึงกลัวปกคลุมไปทั่วเมืองจินซิง
สีหน้าของจินเทา จินหลิน และเหล่าทหารแปรเปลี่ยนเฉียบพลัน
ยอดฝีมือขอบเขตแปรเทวะ!
ความสิ้นหวังเกาะกุมทุกดวงใจ
ในขอบเขตแปรเทวะ อายุขัยบรรลุสองพันปี ส าเร็จอย่างน้อย หนึ่งกฎเกณฑ์ และความเข้าใจในกฎเกณฑ์เหนือชั้นเกินขอบเขต วิญญาณแรกก าเนิด ความคิดส่งอิทธิพลต่อกฎเกณฑ์รอบข้างได้
“ฮ่า ๆ” จูเหลียนหัวเราะร่า
“คิดไม่ถึงล่ะสิ บิดาข้าบรรลุขอบเขตแปรเทวะแล้ว!”
“วันนี้เราจะทาลายเมืองจินซิงของพวกเจ้าเสีย!”
จินเทาตะโกนสั่งจินหลินบุตรตน “รีบหนีไป! เจ้าเท่านั้นที่ล้าง แค้นให้เราได้!”
“คิดจะหนี? วันนี้พวกเจ้าจะตายกันหมดแน่!”
บิดาของจูเหลียนยกมือขึ้น แล้วฝ่ ามือมโหฬารปกคลุมพื้นที่ หลายสิบลี้ก็ก่อขึ้นกลางเวหา ปิดนภาบังตะวันเช่นหัตถ์เทวะ
จินเทาสีหน้าเปลี่ยนอย่างมหันต์
อานาจเช่นนี้มิใช่สิ่งที่พวกเขาประชันได้เลย
หลังความกลัวผ่านพ้น อารมณ์ของจินหลินก็สงบลง ในเมื่อ สุดท้ายก็ต้องตายอยู่ดี เขาก็สบถด่าอย่างไม่คิดปิดบัง
“เจ้าพวกชาติหมารอก่อนเถอะ ไม่ช ้าก็เร็ว สหายข้าเจียงผิงอัน จะฆ่าล้างขยะเช่นพวกเจ้าสิ้น!”
จูเหลียนกล่าวอย่างเหยียดหยาม “ไอ้โง่ ไม่ว่าเจียงผิงอันจะ แข็งแกร่งเพียงไร เขาก็แค่ขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิด บิดาข้าตบ ทีเดียว… ก็ตายแล้ว”
“ไสหัวไป!”
ทันใดนั้น หนึ่งเสียงตวาดของสตรีผู้หนึ่งก็เลื่อนลั่นกลางนภา
หัตถ์ใหญ่ปรกนภาพลันสลายสิ้น
“ผู้ใด!”
บิดาของจูเหลียนสีหน้าเปลี่ยน สัมผัสได้ถึงปราณยอดฝี มือ ขอบเขตแปรเทวะ
หนึ่งลาแสงวูบไหว สองบุคคลปรากฏเหนือกาแพงเมือง
เมื่อจินหลินเห็นคนทั้งสอง ความสิ้นหวังในใจก็มลายสิ้น “องค์ หญิง! สหายเจียง!”
เขาสิ้นหวังเตรียมตัวตาย แต่มิคาดว่าทั้งสองจะปรากฏขึ้น กะทันหัน
อาภรณ์ของเซี่ยชิงโบกไสว สง่างามไร ้คู่เปรียบ เจิดจรัสเกินดาว ดวงใด
นางหันมากล่าวกับเจียงผิงอัน “ยอดฝีมือขอบเขตแปรเทวะยกให้ ข้า เริ่มล้างแค้นเถอะ”
ว่าแล้ว เซี่ยชิงอีกสองคนที่เหมือนกันทุกประการก็เหินออกมา หนึ่งถือเศษศาสตราเซียน อีกหนึ่งควบคุมยอดสมบัติวงล้อเทพสุริยัน
สามตัวตนขอบเขตแปรเทวะรุมโจมตีบิดาของจูเหลียน
อีกฝ่ายเห็นท่าไม่ดีและเริ่มหนีแล้ว ไม่สนใจกระทั่งบุตรของตน
“คิดหนี?” เซี่ยชิงควบคุมวงล้อเทพสุริยัน ฟาดออกไปในท้อง นภาพร่างพราว
ร่างทั้งสามทะยานสู่เวหา ร่วมมือจู่โจมพร ้อมเพรียง
มหาศึกขอบเขตแปรเทวะชวนสะพรึงอย่างยิ่ง หากเปิดศึกกันที่นี่ จะกระทบเมืองจินซิง จึงได้แต่ไปสู้กับเหนือท้องนภา
เจียงผิงอันโรยตัวลงจากฟ้ า จู่โจมใส่จูเหลียน
เจียงผิงอันไม่ทราบนามคนผู้นี้ รู ้เพียงว่าอีกฝ่ ายเป็ นผู้ฝึ กตน ขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิดจากแคว้นหลิงไถ และเป็ นศัตรู
เช่นนั้นเขาก็ต้องตาย
จูเหลียนเห็นเจียงผิงอันพุ่งเข้ามากะทันหันก็ชักกระบี่ออกจู่โจม ปราณกระบี่ฤทธาขั้นปลายขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดพุ่งออกไป
“ไปตายซะ!”
เปรี้ยง!
เจียงผิงอันใช ้หนึ่งหมัดทาลายปราณกระบี่นั้นไป ใช ้อัสนีพริบตา มาปรากฏตรงหน้าจูเหลียน แล้วเหยียบลงบนศีรษะของเขา
จูเหลียนถูกกระทืบจมดิน ธรณีแตกระเบิด เมืองจินซิงสั่นสะท้าน รุนแรงเยี่ยงแผ่นดินไหว
ร่างของจูเหลียนแหลกเละในพริบตา เลือดเนื้อกระเซ็นสาย วิญญาณแรกก าเนิดพ้นกายเผ่นหนีอย่างหวาดผวา
ในฐานะผู้ฝึกตนขั้นปลายขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิด เขากลับ ถูกเจียงผิงอันเหยียบตาย!
นี่คืออานาจของผู้ฝึ กตนขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดจริง ๆ หรือ?
ในที่สุดจูเหลียนก็สาเหนียกได้ว่าเหตุใดเจียงผิงอันจึงฆ่าร่างเทวะ สุดขั้วหยางได้
วิญญาณแรกก าเนิดของจูเหลียนคิดหนี แต่เจียงผิงอันพุ่งเข้ามา ตบเขาแหลกเป็ นเสี่ยง
จูเหลียนตกตาย
สายตาอาฆาตของเจียงผิงอันกวาดมองไปยังผู้ฝึกตนขอบเขต วิญญาณแรกกาเนิดคนอื่น ๆ
ผู้ฝึกตนขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิดมากมายขวัญกระเจิง
เจ้าเมืองถูกฆ่าในพริบตา!
เขาเป็ นยอดฝีมือขั้นปลายขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดนะ!
“เผ่นเร็ว!”
ผู้ฝึกตนขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิดหนีกระเจิดกระเจิง ทหาร คนอื่น ๆ ขวัญหนีดีฝ่อ หนีตายกันจ้าละหวั่น
“พวกเจ้าล้วนสมควรตาย!”
เจียงผิงอันใช ้พิธีศพพายุทราย
แดนดินในระยะห้าสิบลี้พลันกลายเป็ นทะเลทราย
คลื่นทรายทะยานสูงไร ้จุดจบ บดบังทั่วท้องนภา
“ใช ้เลือดของพวกเจ้าชโลมเลี้ยงแดนดินนี้เสีย”
เสียงของเจียงผิงอันเย็นเยียบไร ้ปรานี คนเหล่านี้แหละที่กดขี่ ประชาชน
คนเหล่านี้กาเริบเสิบสาน
คนเหล่านี้แหละที่บีบให้ปุถุชนชาวบ้านต้องตาย
พายุทรายโถมกระหน่า ทัพหาญห้าแสนนายหายสิ้น ไร ้การ เคลื่อนไหวใด ๆ ราวไม่เคยมีอยู่
เจียงผิงอันแปรเปลี่ยนเป็ นอัสนี พุ่งไล่ล่ายอดฝี มือขอบเขต วิญญาณแรกกาเนิดที่หนีกระเจิงไป
เหล่าทหารในเมืองจินซิงมองพื้นที่ว่างเปล่านอกเมืองตาค้าง
เพียงพริบตา ทัพห้าแสนนายก็หายสิ้นไร ้ร่องรอย
น่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก
เจ้าเมืองจินเทาละล่าละลัก “ลูกพ่อ… นี่… เจียงผิงอัน……”
จินหลินมองเจียงผิงอันจากไกล ๆ ด้วยสีหน้าซับซ ้อน
เขารู ้ว่าความต่างชั้นระหว่างเขากับเจียงผิงอันไพศาลยิ่งขึ้นทุก ขณะ
“สหายเจียง เจอกันที่ยอดสุดแห่งมหาเต๋านะ”
จินหลินรู ้ว่าตนไม่อาจตามความเร็วการฝึกฝนของเจียงผิงอันได้ ทัน แต่เขาเชื่อว่าตนก็บรรลุสู่สุดยอดได้เช่นกัน!
จินหลินมองบิดาข้างกาย “ท่านอึ้งอะไรอยู่ สั่งโจมตีสิ!”
จินเทาคืนสติจากความตกใจ ออกคาสั่งดังลั่น “บุก! ไปบุก แคว้นหลิงไถกัน!”
เมื่อสองสามปีก่อน ด้วยมีต้าฉู่ยุแยง แคว้นหลิงไถจึงจงใจนาสาย แร่มาเป็ นข้ออ้างลอบโจมตีต้าเซี่ย เกือบทาให้ยอดฝีมือแปรเทวะผู้ หนึ่งตกตาย
แต่เพราะมีต้าฉู่หนุนหลัง พวกเขาจึงคิดบัญชีแคว้นหลิงไถมิได้ ในขณะนั้น
ยามนี้เมื่อต้าฉู่สิ้นฉู่หยาง ไร ้ต้นทุนให้กร่างกาแหง ก็ไม่มีเวลามา สนับสนุนแคว้นหลิงไถแล้ว
ทัพจากเมืองจินซิงพุ่งออกจากเมือง บุกสู่แคว้นหลิงไถ
ชัยชนะของเจียงผิงอันเหนือร่างเทวะสุดขั้วหยางแพร่สู่เมือง ข้างเคียงมากมายในเวลาไม่นาน และมีท่าทีจะกระจายไปทั่วแดน บูรพา
“ร่างเทวะสุดขั้วหยางถูกคนผู้หนึ่งนามเจียงผิงอันสังหารแล้ว!”
“ข้าได้ยินมาว่าเจียงผิงอันมีกายาศักดิ์สิทธิ์เทียม มีพลังจิต และ สร ้างขอบเขตของตัวเองได้!”
“สร ้างขอบเขตของตัวเอง? ไม่โอ่ไปหน่อยหรือ? ไม่บอกเสียเลย เล่าว่าเขาเทียบชั้นมหาจักรพรรดิบรรพกาลได้?”
เมื่อข่าวของเจียงผิงอันปรากฏ ก็แตกแขนงเป็ นเรื่องราวมากมาย
หลายคนไม่เชื่อข่าวที่เจียงผิงอันสร ้างขอบเขตเป็ นของตัวเอง เพราะเรื่องนี้เหลือเชื่อเกินไป
กระทั่งผู้แข็งแกร่งสุดยอดยังยากจะสร ้างขอบเขตเป็ นของตัวเอง ได้ นับประสาอะไรกับตัวตนขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิดอายุเพียง สิบแปด
ต้าเซี่ยจู่โจมแคว้นหลิงไถ และเจียงผิงอันกับเซี่ยชิงผู้เป็ นทัพหน้า ก็กลายเป็ นจุดสนใจ
“องค์หญิงเก้าใช ้เวลาเพียงวันเดียวก็ฆ่าตัวตนขอบเขตแปรเทวะ ในแคว้นหลิงไถได้! แคว้นหลิงไถทั้งแคว้นสะท้านสะเทือน!”
“เจียงผิงอันสังหารยอดฝีมือขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิดเจ็ดคน ของเมืองหลานซานไปแล้ว!”
“ข่าวล่ามาเร็ว! องค์หญิงเก้าและเจียงผิงอันไปถึงเมืองหลิงตง แล้ว!”
“เมืองหลิงตงพินาศแล้ว! ตัวตนขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิดสิบ เก้าคนถูกเจียงผิงอันสังหาร!”
“แคว้นหลิงไถส่งคนมาล้อมสกัดองค์หญิงเก้ากับเจียงผิงอัน แต่ ยอดฝีมือจากต้าเซี่ยมาสมทบ สังหารตัวตนขอบเขตแปรเทวะไปสาม แค่องค์หญิงเก้าลาพังก็สังหารแปรเทวะไปหนึ่ง!”
“ทหารนับล้านในเมืองหลิงกวงเปิดค่ายกลกองทัพมาสู้กับเจียง ผิงอัน แต่ถูกเจียงผิงอันถล่มเละ!”
ข่าวแพร่ไปทั่วต้าเซี่ยและแดนดินใกล้เคียงมากมาย เป็ นที่ฮือฮา ลือลั่น ชื่อเสียงของเจียงผิงอันและเซี่ยชิงโด่งดังยิ่งขึ้นทุกขณะ
ต้าเซี่ยผู้ถูกกดดันเสมอมาหน้าชื่นตาบาน
ผู้ฝึกตนไร ้สังกัดมากมายแห่แหนไปยังแคว้นหลิงไถ
บ้างมาเพื่อล้างแค้นแคว้นหลิงไถ บ้างฉวยโอกาสเก็บเกี่ยว ทรัพยากร
ทัพแคว้นหลิงไถล้มตายกองเป็ นภูเขา เมืองแล้วเมืองเล่าแตก พ่าย ยอดฝีมือตกตายตามกัน
ด้วยการคุ้มกันจากเซี่ยชิง เจียงผิงอันบุกตะลุยไร ้อุปสรรค ระบาย โทสะอันสั่งสมอดทนหลายปีออกมา
เพียงหนึ่งเดือน เขาก็มาถึงวังหลวงแคว้นหลิงไถ
ไม่รู ้ว่ามีหนึ่งสมญาปรากฏบนหัวเจียงผิงอันแต่ยามใด
เทพสังหารเจียงผิงอัน
บทที่ 162 ชายหนุ่มประหลาด
“ต้าเซี่ย พวกเจ้ารอก่อนเถอะ!”
เจ้าแคว้นหลิงไถหนีกระเจิงไปนับแต่ทราบว่าบุตรเทพสุริยันตก ตายแล้ว
เขาอยู่เพียงขอบเขตหลอมสุญตา หากไร ้ต้าฉู่ช่วยเหลือ ก็มิอาจ ทนการล้อมโจมตีของต้าเซี่ยได้เลย
เฉินเจิ้นเดือดดาล แคว้นของเขาล่มสลาย
ไม่ช ้าก็เร็ว แค้นนี้ต้องชาระ!
ถึงอย่างไร บุตรหลานของเขาก็ล้วนอยู่ในต้าฉู่ สิ้นแคว้นไป ภายหลังก็ยังสร ้างใหม่ได้
สักวันข้าจะหาโอกาสฆ่าเจียงผิงอันนั่นเสีย!
จนบัดนี้ เฉินเจิ้นก็ยังเชื่อไม่ลงว่าแค่เด็กชาวบ้านชายแดนผู้หนึ่ง จะเติบโตได้ถึงจุดนี้
ทั้งหมดนี้ก็เพราะเด็กนี่ เรื่องทั้งหมดจึงเกิดขึ้น
ขณะที่เขากาลังคิดว่าจะกลับมาฆ่าเจียงผิงอัน เฉินเจิ้นก็ทะยาน ไปทางต้าฉู่ด้วยความเร็วสูงสุดขั้ว
ทันใดนั้น มิติก็ถูกฉีกกระชาก ฟาดฟันใส่ร่างของเขาจนสะบั้น เฉียบพลัน!
แต่ไม่นาน ร่างของเฉินเจิ้นก็ฟื้นฟูกลับมา
ผู้ฝึ กตนขอบเขตหลอมสุญตา แม้จะสับร่างแหลกเละก็ยังยาก สังหาร ต้องท าลายจิตวิญญาณของเขาเสียก่อน
สีหน้าของเฉินเจิ้นแปรเปลี่ยนมหันต์ หนีกระเจิงจ้าละหวั่น
เฉินเจิ้นปะทะหนึ่งกาแพงล่องหนซึ่งขวางทางอยู่
“อย่าหนีเลย มิติที่นี่ถูกกั้นไว้หมดแล้ว”
เจ้าแคว้นหมิงหวัง หมิงเฉินปรากฏขึ้นจากอากาศธาตุพร ้อมชาย ชราผู้หนึ่ง
เมื่อเห็นชายชราข้างกายหมิงเฉิน ดวงตาของเฉินเจิ้นก็เบิกกว้าง “หวังเหริน! เจ้ายังไม่ตาย ซ้ายังบรรลุขอบเขตหลอมสุญตาด้วย!”
กาลก่อน พวกเขาแคว้นหลิงไถลอบโจมตีต้าเซี่ย และคนผู้นี้เอง ที่หยุดการโจมตีระลอกแรก สังหารยอดฝีมือขอบเขตแปรเทวะของ พวกเขาลงผู้หนึ่ง
หวังเหรินควรจะตายไปแล้ว เหตุใดจึงยังอยู่ดี?
หวังเหรินยิ้มบาง “ต้องขอบคุณเจียงผิงอัน ศิษย์คนดีของข้าที่ไป หาหญ้าผลึกน้าแข็งมาให้ข้าฟื้นบาดแผล”
สีหน้าของเฉินเจิ้นดาคล้าสุดขั้ว “เจียงผิงอันอีกแล้ว! ไอ้คน สมควรตายนี่!”
สีหน้าของหวังเหรินแปรเปลี่ยนสู่เย็นเยียบ “สังหารผู้มีพระคุณ ของศิษย์ข้า อาจารย์อย่างข้าก็ไม่อาจอยู่เฉย ทิ้งหัวเจ้าไว้ที่นี่เสีย”
“คิดจะฆ่าข้า! ฝันไปเถอะ!”
อานาจอัคคีลี้ลับอันชวนขนลุกระเบิดจากร่างของเฉินเจิ้น ประหนึ่งจะผลาญเผาสุญตา
ฝึกฝนมาถึงขอบเขตนี้ ยากสังหารลงได้ยิ่ง
เว้นแต่ศัตรูจะแข็งแกร่งมาก มีอานาจล้าลึก หรือบรรลุกฎเกณฑ์ มหาเต๋าสูงส่งกว่า
หมิงเฉินนากระบี่เปื้อนเลือดเล่มหนึ่งออกมา ปราณอันน่า สะพรึงกลัวผลักอานาจอัคคีลี้ลับกลับไป สุญตาสั่นสะท้านปรวนแปร
เมื่อสัมผัสปราณกฎเต๋าบนกระบี่นี้ได้ สีหน้าของเฉินเจิ้นก็ แปรเปลี่ยนมหันต์ “หรือนี่จะเป็ น… กระบี่หมิงหวัง!”
กระบี่หมิงหวังคือกระบี่ที่หมิงหวังใช ้พิชิตโลกหล้า เป็ นสุดยอด สมบัติหลังจากถูกหมิงหวังขัดเกลา มีอ านาจแห่งสุญตา
มหาศึกเจียนระเบิดออก
ขณะเดียวกัน เหนือวังหลวงแคว้นหลิงไถ
เจียงผิงอันร่างโชกเลือด สามยอดฝีมือขอบเขตวิญญาณแรก ก าเนิดแตกพ่ายถอยหนี
“เหตุใดเจ้าแคว้นจึงยังไม่ออกมาอีก!”
ผู้ฝึกตนขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดแขนขาดผู้หนึ่งแผดเสียง
พวกเขายังไม่รู ้ว่าเฉินเจิ้นหนีไปแล้ว
เจียงผิงอันพุ่งเข้ามาฟาดร่างเขาแหลกเป็ นเสี่ยง
เหลือยอดฝีมือขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดเพียงสอง ขณะที่ เจียงผิงอันก าลังจะลงมือ ผู้ฝึกตนในชุดคลุมนักพรตโบราณสีเทาผู้ หนึ่งพลันปรี่มาขวางไว้
“สหายเต๋าเจียง! โปรดรามือก่อน!”
ชายหนุ่มซึ่งอยู่ ๆ ก็ปรากฏกายนี้ดูดาษดื่นอย่างยิ่ง ใบหน้า ประดับรอยยิ้มอ่อน ดูสว่างไสวอบอุ่น
เจียงผิงอันหยุดมือ จับจ้องอีกฝ่ายอย่างเย็นชา “เจ้าเป็ นใคร?”
นี่เป็ นครั้งแรกที่เขาพบว่ามีผู้ที่ตาขวาของเขามิอาจอ่านขาดอยู่ ด้วย
แม้จะเป็ นยอดฝี มือขอบเขตแปรเทวะ ตาขวาของเขาก็ยัง มองเห็นว่าอีกฝ่ายมีปราณกี่มากน้อยในกาย บรรลุกฎเกณฑ์อะไร
แต่ร่างของอีกฝ่ ายกลับปกคลุมด้วยปราณประหลาดสีด า มิอาจ มองทะลุได้เลย
นี่ก็เป็ นเหตุผลที่เจียงผิงอันไม่ลงมือกับบุคคลตรงหน้านี้ทันทีด้วย
สองยอดฝีมือขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดที่ถูกช่วยชีวิตไว้ผงะ ไปเล็กน้อย คนผู้นี้เป็ นใคร? พวกเขาหารู ้จักไม่
ชายหนุ่มในชุดคลุมนักพรตโบราณสีเทากุมกาปั้น กล่าวกับ เจียงผิงอันยิ้ม ๆ ว่า “ขอข้าแนะนาตัวหน่อย ข้าชื่อว่าปัวซือมาจาก แดนทักษิณ”
“เจ้าจะปกป้ องพวกเขาหรือ?”
เจียงผิงอันรวบรวมก าลังเตรียมเปิดศึก
แม้เขาจะมิอาจอ่านคนผู้นี้ขาด ก็ยังสัมผัสได้ว่าอีกฝ่ ายอยู่เพียง ขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิด
“เปล่า ๆ อย่าเข้าใจข้าผิด ข้ากลัวเจ้าจะทาให้ร่างของสองคนนี้ เสียหายต่างหาก สังขารของตัวตนขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิดสอง คนนี้ยังพอใช ้ได้อยู่บ้างนะ”
ว่าแล้ว ปัวซือก็โบกมือไปด้านหลังเบา ๆ แล้วยอดฝีมือขอบเขต วิญญาณแรกกาเนิดทั้งสองเบื้องหลังเขาพลันดับดิ้นล้มลงกองกับพื้น
ปัวซือแย้มยิ้มสว่างไสว โบกมือเก็บศพของตัวตนขอบเขต วิญญาณแรกกาเนิดทั้งสองไป
“น่าเสียดายที่ข้ามาสายไป มีศพถูกสหายเต๋าเจียงทาเละไปเยอะ เลย”
กล่าวถึงตรงนี้ ปัวซือก็ดูร ้าวราน ดุจวัตถุชิ้นโปรดถูกทาลายไป
ม่านตาของเจียงผิงอันหดตัว ถอยหลังไปเล็กน้อย
เพียงหนึ่งโบกมือ คนผู้นี้ก็ฆ่ายอดฝี มือขอบเขตวิญญาณแรก กาเนิดทั้งสองไปง่าย ๆ
เผลอ ๆ ยอดฝีมือขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดทั้งสองตกตาย โดยไม่รู ้ตัวด้วยซ้าว่าเกิดอะไรขึ้น
เจียงผิงอันเห็นเพียงหนึ่งเส้นไหมซึ่งบางกว่าเส้นผมหลายเท่า ปรากฏในมือของอีกฝ่ าย แทงทะลวงหว่างคิ้วและตันเถียนของสอง ยอดฝีมืออย่างแสนง่าย!
คนผู้นี้แข็งแกร่งสุดขั้ว!
ปัวซือถามยิ้ม ๆ “สหายเต๋าเจียง ร่างเทวะสุดขั้วหยางอยู่กับเจ้า หรือไม่ ข้าอยากซื้อ”
เจียงผิงอันมิได้สัมผัสถึงความมุ่งร ้ายจากอีกฝ่ ายในขณะนี้ เขา ครุ่นคิดครู่หนึ่งจึงเอ่ยปาก “เสนอราคามา”
เขาเก็บซากของฉู่หยางไว้ และตั้งใจจะขายมันอยู่จริง ๆ
“จะซื้อจะขาย ก็ต้องตรวจสินค้าก่อน แล้วข้าจึงเสนอราคาตาม สภาพของได้” ปัวซือแย้มยิ้มเจิดจรัสประดับหน้า
เจียงผิงอันถอยไปอีกก้าว น าร่างของฉู่หยางออกมา
ปราณร ้อนระอุเสียจนสุญตาบิดเบี้ยว
แม้ตายไปแล้ว ปราณในกายฉู่หยางก็ยังน่าสะพรึงกลัว ห้อมล้อม ไปด้วยกฎเกณฑ์
เมื่อเห็นสภาพอกทะลุ คอหัก ร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผลของ ฉู่หยาง ใบหน้าของปัวซือก็ปรากฏเค้าร ้าวรานขึ้นอีกครั้ง
“เสียของ! เสียของจริง ๆ! ท าลายร่างเสียเละเช่นนี้”
เมื่อเห็นสภาพคนตรงหน้า เจียงผิงอันก็ขมวดคิ้ว คนผู้นี้เหมือน จะมีนิสัยพิกล
“เสนอราคาสิ”
เขาไม่ชอบเสวนากับผู้ที่ตนมองไม่ออกมากนัก
“หนึ่งกฎเกณฑ์?” ปัวซือถาม
เจียงผิงอันเก็บซากของฉู่หยาง เตรียมกลับไปประมูลทันที
หนก่อน แขนที่ตัดจากฉู่หยางถูกประมูลไปได้หลายล้าน
และนั่นคือแขนของฉู่หยางในขอบเขตสร ้างรากฐาน
ครั้งนี้นี่คือฉู่หยางทั้งตัวในขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิด จะขาย ในราคาหนึ่งกฎเกณฑ์เนี่ยนะ?
มูลค่าของร่างเทวะสุดขั้วหยางมิได้ด้อยไปกว่ากายาศักดิ์สิทธิ์ เลย!
“อย่าเก็บไปสิ! ที่เสนอมิได้ตายตัว เราเจรจากันได้นะ!”
เมื่อเห็นอีกฝ่ ายจะไปแล้ว ปัวซือก็ร ้อนใจทันควัน “ข้ามีกฎจานง สัประยุทธ ์อยู่ มูลค่าสูงล้ากว่ากฎอื่น แถมโอสถเทพโบราณให้เม็ด หนึ่งด้วย!”
กฎจานงสัประยุทธ ์นั้นหายากจริงแท้ เพราะน้อยคนนักจะเดินทาง สายนี้ จึงหากฎเกณฑ์ได้ยากเย็น
และเพราะเหตุนี้ กฎจานงสัประยุทธ ์จึงราคาสูงลิ่วเกินกฎทั่วไป หนึ่งถึงสองเท่าตัว
กฎทั่วไปราคาพันล้าน ส่วนกฎจานงสัประยุทธ ์นั้นขายที่ขั้นต่า สองพันล้าน
เจียงผิงอันขาดกฎจานงสัประยุทธ ์อยู่จริง ๆ หากได้มาสักชิ้น ก็ สามารถลอกเลียนได้ด้วยอ่างสัมฤทธิผล ภายหน้าก็จะไม่ขาดแคลน อีก
แต่นี่ยังไม่พอซื้อร่างของฉู่หยางได้หรอก
“โอสถเทพโบราณอะไร?” เจียงผิงอันถาม
ราคาของสิ่งนี้จะเป็ นตัวตัดสินว่าเจียงผิงอันจะขายหรือไม่
“มูลค่าโอสถเทพโบราณนี้สูงมาก เดิมทีจะเก็บไว้ประมูล ที่สุสาน …… ข้าได้มันมาโดยบังเอิญ มันมีชื่อว่าโอสถกระจ่างแจ้ง เคยได้ยิน บ้างหรือไม่? มันมีโอกาสกระตุ้นร่างเทวะขึ้นมาได้นะ”
ว่าแล้ว เขาก็นากล่องหินสีดาใบหนึ่งออกมา
ไม่อาจทราบว่ากล่องหินใบนี้ผ่านกาลมานานเพียงไร ลวดลาย บนกล่องจึงเลือนเรียบไปแล้ว
เมื่อเปิดกล่องออก ปราณประหลาดก็โชยปะทะหน้า โอบล้อม ด้วยกฎเต๋า เรืองรองรัศมีโชติช่วง เกิดเป็ นภาพอัศจรรย์เหลือเชื่อ
โอสถกระจ่างแจ้ง หนึ่งโอสถอันมีมูลค่าสูงยิ่งกว่าโอสถเทียน เสวียน
บทบาทของโอสถเทียนเสวียนคือพัฒนาศักยภาพ
โอสถกระจ่างแจ้งนั้นสามารถปลุกพรสวรรค์ทรงพลังในตัวคนได้
เรียกได้ว่าเปลี่ยนชะตากันได้เลย!
ตาขวาของเจียงผิงอันวูบไหวสองหน และกล่าวขึ้นอย่างเยือก เย็น “เจ้าเอาโอสถที่สรรพคุณเสื่อมสิ้นไปแล้วมาหลอกข้าเนี่ยนะ?”
ตาขวาของเขาพินิจได้ว่าสรรพคุณโอสถนี้หลงเหลือไม่ถึงหนึ่ง ส่วน
โอสถกระจ่างแจ้งที่แท้จริงนั้นซื้อซากของฉู่หยางได้แน่แท้
สีหน้าของปัวซืออับอายเล็กน้อย มิคาดว่าอีกฝ่ายจะรู ้ทัน
บทที่ 163 ถล่มแคว้นหลิงไถ
เจียงผิงอันไม่อยากอ้อมค้อม กล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า “เพิ่ม ห้ากฎเกณฑ์ ขายขาด”
“สหายเอ๋ย มิหน้าเลือดไปหน่อยหรือ? ซากร่างเทวะสุดขั้วหยางนี้ อยู่เพียงขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิด ต้องขายแพงเพียงนั้นเชียว หรือ?”
ยามปัวซือได้ยินเจียงผิงอันเพิ่มราคา รอยยิ้มบนใบหน้าก็หายไป
เจียงผิงอันหันกายจะเดินจาก
“เดี๋ยวสิ! ซื้อ! ข้าซื้อ!” เมื่อเห็นว่าเจียงผิงอันจะไปจริง ๆ ปัวซือก็ รีบร ้อนร ้องตะโกน
เขาน ากล่องใส่กฎเกณฑ์หกใบออกมาด้วยหัวใจร ้าวราน ก่อนจะ โยนพวกมันให้เจียงผิงอันพร ้อมกับโอสถกระจ่างแจ้ง ไม่ได้กลัวเจียง ผิงอันเชิดของหนีไปเลย
ด้วยทรัพยากรมากมายเพียงนี้ กระทั่งยอดฝีมือขอบเขตแปรเท วะยังตื่นเต้น
ตาขวาของเจียงผิงอันกวาดมองกล่องทั้งหลายและพบว่าไร ้ ปัญหาใด
คนผู้นี้ไม่ธรรมดา พกทรัพยากรมากมายเพียงนี้ติดตัว
เจียงผิงอันมิได้ใช ้พลังต่อสู้แข็งแกร่งเข้าฉกชิง โยนร่างของฉู่ห ยางให้อีกฝ่าย
ปัวซือมองรูใหญ่ในตาแหน่งหัวใจของฉู่หยางแล้วช้าใจนัก “สังขารสมบูรณ์แบบต้องมาถูกเล่นงานสาหัสเพียงนี้”
เจียงผิงอันไม่อยากเสวนากับคนวิปลาสผู้นี้อีก เขาหันกายจาก ไป
“สหายเจียงช ้าก่อน! อยากผูกมิตรกันหรือไม่ หากสักวันเจ้าตาย ไป ข้าจะเก็บศพให้เจ้าได้นะ”
ปัวซือตะโกน
เจียงผิงอัน “……”
คนผู้นี้มีบางอย่างไม่ปกติ
ขณะเดียวกัน เซี่ยชิงผู้โชกเลือดโรยตัวจากฟ้ า จิตสังหารแผ่พุ่ง คู่เนตรงดงามช าเลืองปัวซือ
“ไปฆ่าพวกที่สมควรฆ่าให้หมดเถอะ ภารกิจของเราจบแล้ว” จิต สังหารบนร่างเซี่ยชิงถูกเก็บกลับ
เจียงผิงอันพยักหน้า ช าเลืองเมืองหลวงแคว้นหลิงไถแล้วหันกาย จาก
แคว้นหลิงไถถูกถล่ม นับว่าล้างแค้นเสร็จแล้วครึ่งหนึ่ง ยังขาด ตัวการต้าฉู่อยู่อีกแห่ง
ต้าฉู่นั้นแข็งแกร่งเกินกว่าจะล้างแค้นได้ทันที ยังต้องรอโอกาส ต่อไป
ปัวซือมองเจียงผิงอันจากไกล ๆ แล้วรอยยิ้มก็ปรากฏบนใบหน้า อีกครั้ง “เราจะได้พบกันอีก”
เซี่ยชิงทะยานจากไปกับเจียงผิงอัน
“เหลือเวลาอีกไม่ถึงปีครึ่ง ทูตจากหอตาราเทียนเต้าจะมาแล้ว เตรียมตัวไปหอต าราเทียนเต้าได้แล้วนะ”
“เมื่อเจ้าและอวิ๋นหวงกลับมาจากหอตาราเทียนเต้า ก็จะถึงยาม เราล้างแค้น!”
“หอต าราเทียนเต้าเต็มไปด้วยร่างเทวะอันน่าสะพรึงกลัว ภายใน โหดร ้ายอย่างยิ่ง มีร่างเทวะตกตายบ่อยครั้ง เจ้าต้องระวังตัวให้ดี”
หอตาราเทียนเต้ารับเพียงสายเลือดซึ่งมีประวัติบรรลุเซียน เช่น ร่างเทวะวิหคอมตะ
คนธรรมดาอย่างเจียงผิงอันจะไปยังหอต าราเทียนเต้าได้ก็ใน ฐานะผู้คุ้มกันเท่านั้น
บางทีเขาอาจหาทางเหยียบย่างก้าวที่สองได้ในหอตาราเทียนเต้า
ขณะนี้เจียงผิงอันอยู่ในขอบเขตผนึกวิญญาณ ยังไร ้ความคิด เกี่ยวกับขอบเขตต่อไป
ทันใดนั้น เซี่ยชิงก็สัมผัสได้ถึงบางสิ่ง ชะงักหยุดกลางอากาศ
“เกิดอะไรขึ้นหรือ?” เจียงผิงอันถาม
ไม่ทันขาดคา หนึ่งหลุมมิติก็ปรากฏเบื้องหน้าเขา
สองบุคคลอันคุ้นเคยในสภาพโชกเลือดปรากฏขึ้น
หนึ่งคือเจ้าแคว้นหมิงหวัง หมิงเฉิน และอีกหนึ่งคืออาจารย์ของ เขาหวังเหริน
เจียงผิงอันเห็นปราณอันทรงพลังจากร่างหวังเหริน ใบหน้าของ เขาก็ลิงโลดปรีดา “ท่านอาจารย์!”
อาจารย์เขามิเพียงหายดี ยังบรรลุขอบเขตหลอมสุญตาแล้ว!
เจียงผิงอันเห็นบาดแผลบนร่างของหวังเหริน “ท่านอาจารย์ ร่าง ของท่าน…”
“ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอก เดี๋ยวก็หายแล้ว ข้ามีของขวัญมาให้ เจ้า”
ว่าแล้ว หวังเหรินก็นาหนึ่งศีรษะโชกเลือดออกมา
นั่นคือเฉินเจิ้น เจ้าแคว้นหลิงไถ
ร่างของเจียงผิงอันสะท้าน เขาเดาได้แล้วว่าบาดแผลบนร่างหวัง เหรินมาจากไหน
หวังเหรินกล่าวอย่างขอโทษขอโพย “ยามแม่ทัพเมิ่งถูกฆ่า ข้า เก็บตัวฝึกฝนอยู่ ขอโทษด้วยจริง ๆ ที่ไม่ทันการณ์”
สาหรับศิษย์กตัญญูรู ้คุณผู้นี้ของเขา เรื่องนี้ต้องกระทบจิตใจอีก ฝ่ายมากนัก
เจียงผิงอันส่ายหัว “เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับท่านอาจารย์เลยขอรับ”
ไร ้ผู้ใดคาดคิดว่าคนของแคว้นหลิงไถจะท าตัวน่ารังเกียจ ส่งยอด ฝีมือไปลงมือกับท่านอาเมิ่ง
ยิ่งกว่านั้น เรื่องนี้ยังมีเค้าของแดนศักดิ์สิทธิ์อยู่เบื้องหลัง……
ท่านอาจารย์และผู้อาวุโสหมิงเฉินช่วยเขาล้างแค้น เขาก็ตื้นตัน มากแล้ว
“ข้าละอายนักที่เป็ นอาจารย์อัจฉริยะเช่นเจ้า ข้าไม่ได้สอนอะไร เจ้าเลย”
หวังเหรินขยาศีรษะของเฉินเจิ้นระเบิดแหลก
เขาไม่ได้สอนเจียงผิงอันอะไรมากมาย ที่อีกฝ่ ายมาถึงจุดนี้ได้ เพราะพึ่งพาตัวเองล้วน ๆ
ยากคาดคิดนักว่าเจ้าเด็กน้อยขอบเขตสร ้างรากฐานเมื่อกาล ก่อนจะเติบโตรวดเร็วจนลือนามทั่วต้าเซี่ยได้เช่นนี้
“ท่านอาจารย์เอาอะไรมาพูดขอรับ หากมิได้ท่านอาจารย์ชี้แนะ ข้าคงพบทางตันมากมายเป็ นแน่”
เจียงผิงอันนับถืออีกฝ่ ายนัก นอกจากสอนสั่งเขา อีกฝ่ ายยังมอ บวรยุทธ ์ทั้งหมดที่มีและโลหิตผู้ครองกายาศักดิ์สิทธิ์กับเขา
หากไร ้โลหิตผู้ครองกายาศักดิ์สิทธิ์ เขาก็ไร ้โอกาสเอาชนะฉู่ห ยาง
สรุปคือ บุญคุณของหวังเหรินต่อเขาสูงเทียมฟ้ า
หวังเหรินและเจียงผิงอันล้วนมิใช่ผู้ชอบมากความ ต่างฝ่ าย เข้าใจเจตนากันดี
หมิงเฉินพาคนทั้งหลายเข้าสู่ช่องว่างมิติ กลับสู่แดนดินต้าเซี่ยใน ไม่ช ้า
“เจ้าแคว้น ข้าอยากไปที่สานักเพียวเหมี่ยว โปรดส่งข้าไปที่นั่น ได้หรือไม่ขอรับ?”
เจียงผิงอันอยากไปอยู่กับน้องหู่นิว ครึ่งปีให้หลังเขาก็จะต้องไป ยังหอต าราเทียนเต้าแล้ว ไม่รู ้ต้องรอนานเพียงไรกว่าจะได้กลับมา
เซี่ยชิงกล่าว “ข้าไม่ไปด้วยนะ ข้าพอได้ความรู ้จากการต่อสู้กับ ตัวตนขอบเขตแปรเทวะมาบ้าง ต้องเก็บตัวฝึกฝนสักระยะ และภายใน หนึ่งปี เจ้าต้องกลับเมืองหลวงนะ ข้าจะได้ส่งเจ้าไปที่หอตาราเทียน เต้า”
เจียงผิงอันพยักหน้า กล่าวลาอาจารย์เขาหวังเหรินและเซี่ยชิง
สานักเพียวเหมี่ยวอยู่ไม่ไกลจากแคว้นหมิงหวังนัก ความ แข็งแกร่งของหมิงเฉินเองก็สูง เพียงเคลื่อนย้ายมิติสองสามหน เขาก็ มาถึงเมืองที่ตั้งสานักเพียวเหมี่ยวแล้ว
“ขอบคุณผู้อาวุโส ส่งที่นี่พอแล้วขอรับ”
เจียงผิงอันกุมกาปั้นขอบคุณ
“หากเจ้ามีเวลา ศึกษาคัมภีร ์มิติที่ข้าเคยให้ไปสักหน่อยนะ หาก บรรลุอ านาจแห่งมิติได้ มรดกหมิงหวังก็จะสืบทอดสู่อัจฉริยะได้อีก คน”
หมิงเฉินตะลึงกับพรสวรรค์ของเจียงผิงอันนัก ผ่านไปไม่ทันไร เขาก็มาถึงจุดนี้ได้
หากเจียงผิงอันมีพรสวรรค์สอดคล้องกับมิติ ก็จะเป็ นเรื่องดี สาหรับต้าเซี่ย
พูดจบ หมิงเฉินก็หายเข้าไปในช่องว่างมิติ
เจียงผิงอันยืนนอกเมืองเพียวเหมี่ยว สานักเพียวเหมี่ยวตั้งอยู่ไม่ ไกล ภูเขาที่ตั้งสานักเพียวเหมี่ยวลอยเหนือเมฆา รัศมีศักดิ์สิทธิ์ เรืองรอง อักขระเคลื่อนวน ลึกล้าเกินหยั่งถึง
ยามนี้ดึกแล้ว การไปรบกวนกันยามนี้ไม่ค่อยดีนัก ไว้พรุ่งนี้เช ้า ค่อยไปใหม่
เมื่อเข้ามาในเมือง ความรุ่งเรืองของที่นี่ก็มิได้ด้อยไปกว่าเมือง หลวงต้าเซี่ยเลย
เจียงผิงอันพบบ่อนมากมายที่มีผู้ฝึกตนยืนแออัดคับประตู
“ข้าเดิมพันว่าโจวเหิงจะได้มรดก!”
“ข้าเดิมพันข้างหลี่เยว่เยว่ นางมีรากวิญญาณวารีไร ้ที่ติ”
“รากวิญญาณวารีอะไรไร ้สาระ โจวเหิงก็มีรากวิญญาณทองค า ไร ้ที่ติ!”
เจียงผิงอันมิได้สนใจว่าอีกฝ่ ายเดิมพันอะไรกัน แต่เมื่อได้ยิน ชื่อหลี่เยว่เยว่ ฝีเท้าของเขาพลันชะงัก
เขาเดินไปที่แถวหลังสุดแล้วถามขึ้น “สหายเต๋า ขอถามได้ หรือไม่ว่าเดิมพันอะไรกัน?”
ยอดฝี มือด้านหน้าหันมาแผดเสียงอย่างเดือดดาล “ไสหัวไป เหลาจื่อไม่ชอบคุยกับผู้อื่น”
เจียงผิงอัน ‘เผลอ’ ปล่อยปราณขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิด ของตนออกไป
ยอดฝีมือซึ่งเดิมดุดันขึงขังกลัวจิตแทบหลุด “ผู้… ผู้อาวุโส! ข-… ขออภัยขอรับ!”
ขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิดนับว่าเข้าสู่แวดวงยอดฝี มือแล้ว สามารถสร ้างส านักหรือเมืองเล็ก ๆ เป็ นของตัวเองได้
“พวกเจ้าเดิมพันอะไรกัน?” เจียงผิงอันถามอีกครั้ง
“เรียนผู้อาวุโส สานักเพียวเหมี่ยวจะคัดเลือกศิษย์สืบมรดกหนึ่ง คนทุกสิบปี และปีนี้ก็คือหนึ่งในนั้น ทุกครั้งที่มีการคัดเลือกศิษย์สืบ มรดก แต่ละบ่อนก็จะเปิดเดิมพันว่าผู้ใดจะได้มรดกไปขอรับ”
“ขณะนี้มีผู้ถูกเสนอชื่อสามคน คือ โจวเหิง หลี่เยว่เยว่ หนิวจ้าน เฟิง เด็กสามคนนี้ล้วนมีพรสวรรค์สูงยิ่งขอรับ”
ยอดฝีมือผู้นั้นถ่อมเนื้อถ่อมตน บอกทุกสิ่งที่ตนรู ้ออกมาอย่าง กระตือรือร ้น
เขาพลันลดเสียงลงพูด “ผู้อาวุโส ท่านถามถูกคนแล้ว ข้าพอ ทราบข้อมูลภายในมานิดหน่อยว่าโจวเหิงมีโอกาสบรรลุมรดกที่สุด ขอรับ”
“โจวเหิงเป็ นหลานของผู้อาวุโสยอดเขาหลอมโอสถ มีเส้นสาย มากมาย เมื่อสุดท้ายต้องลงนามคัดเลือก ทุกผู้ก็จะลงนามให้โจวเหิง ทั้งสิ้นขอรับ”
เจียงผิงอันถาม “มรดกนี้สาคัญมากหรือ?”
ยอดฝีมือผู้นั้นมองเจียงผิงอันด้วยสายตาพิกลเหมือนจะพูดว่า ‘นี่ เจ้าบื้อหรือไร?’
“แน่ นอน มรดกนี้สาคัญขอรับ นี่คือมรดกที่ผู้อาวุโสใน สานักเพียวเหมี่ยวทิ้งไว้ก่อนบรรลุเซียน และเจ้าสานักเพียวเหมี่ยวคน ปัจจุบันได้มรดกนี้ไปครึ่งหนึ่ง จึงได้ดารงตาแหน่งในปัจจุบัน!”
เจียงผิงอันพยักหน้า ที่แท้ก็เป็ นมรดกเซียนนี่เอง
เหมือนเช่นต้าเซี่ย คนในสานักเพียวเหมี่ยวก็เคยมีผู้บรรลุเซียน มูลค่ามรดกเช่นนี้จึงสูงส่งสุดขั้ว
บทที่ 164 โอสถกระจ่างแจ้ง
หากมรดกนี้มีการวางแผนเบื้องหลัง เสี่ยวเยว่ก็อาจไร ้โอกาสได้ มรดกนี้ไป
หลังเจียงผิงอันสืบข่าว เขาก็ไปหาโรงเตี๊ยมพักแรม
โรงเตี๊ยมแห่งนี้ไม่เลว แต่ละห้องมีอาคมปราการแยกกัน
แต่ระดับของอาคมปราการมิได้สูงนัก
เจียงผิงอันน าพู่กันพิพากษาออกมาสะบัดน้อย ๆ แล้วอาคม ปราการซึ่งระดับสูงยิ่งกว่าก็ปกคลุมห้องไว้
มีพู่กันพิพากษาอยู่ เขามิต้องเรียนอักขระก็วาดค่ายอักขระได้
เมื่อออกสัญจร อาคมปราการภายนอกมิปลอดภัย จึงต้อง เตรียมการเองเพิ่มเติม
เจียงผิงอันนั่งบนเตียง นาป้ ายหยกสื่อสารที่ผู้อาวุโสจากตระกูล เหลยให้เขาไว้ออกมา
ป้ ายหยกนี้มีกฎเกณฑ์ชั้นสูง สามารถสื่อสารกับผู้ที่อยู่ไกล ออกไปได้
เขาพยายามถ่ายปราณวิญญาณลงไป
ขณะเดียวกัน ที่ตระกูลเหลย
เมิ่งจิงนอนซบในอ้อมแขนมารดา ในมือถือป้ ายหยกสื่อสาร ปาก บ่นหงุงหงิง
“ท่อนไม้ตัวเหม็น ท่อนไม้ใช ้ไม่ได้ หนึ่งเดือนแล้วก็ยังไม่ติดต่อ ข้า ดูเหมือนเขาจะไม่คิดถึงข้าเลย”
เพื่อติดต่อกับเจียงผิงอัน นางจึงไปหาป้ ายหยกสื่อสารระดับสูงสุด สองชิ้นมาเป็ นการพิเศษ และขอให้ผู้นาตระกูลเหลยนาอีกชิ้นไปส่ง ให้อีกฝ่าย
แต่ผ่านมาหนึ่งเดือนแล้ว อีกฝ่ายก็ไม่ได้ติดต่อนางเลย
“ฮึ! ติดต่อมายามใด ข้าจะบ่นให้หูชาตายไปเลย! หากไม่ไว้หน้า กัน ข้าจะท าให้เขาเสียใจ!” เมิ่งจิงพูดอย่างอารมณ์เสีย
ทันใดนั้น ป้ ายหยกก็เรืองแสงเจิดจ้า พร ้อมกับเสียงของเจียงผิง อันดังลอดออกมา
“เสี่ยวจิง”
เมิ่งจิงเด้งตัวขึ้นจากอ้อมแขนมารดากะทันหัน น้าตาไหลนอง กล่าวขึ้นเสียงแหบ “เจ้าท่อนไม้ ข้าคิดถึงเจ้านัก!”
เหลยหลานส่ายหัวยิ้ม ๆ แม่หนูนี่เพิ่งบ่นอีกฝ่ ายที่หมางเมินนาง อยู่หยก ๆ ยามนี้ลืมทุกคาพูดไปสิ้นแล้ว
เหลยหลานลุกขึ้นหันกายจากไปเงียบ ๆ ให้ทั้งสองมีโอกาส สนทนาตามล าพัง
เมื่อได้ยินเสียงสะอื้นของเมิ่งจิง ความรู ้สึกระหกระเหินไร ้ที่อยู่ใน หัวใจเจียงผิงอันก็หายไป
เจียงผิงอันกล่าวกับป้ ายหยกสื่อสาร “เจ้าแคว้นหลิงไถตาย แคว้นหลิงไถถูกทาลาย ขาดเพียงต้าฉู่เท่านั้น นับว่าล้างแค้นให้ท่าน อาเมิ่งได้ครึ่งหนึ่งแล้วนะ”
เขาไม่ได้พูดว่าเบื้องหลังเรื่องเหล่านี้มีเงาของแดนศักดิ์สิทธิ์เทียน เจ๋ออยู่ด้วย ด้วยกลัวว่าเมิ่งจิงจะรู ้สึกกดดันมากเกินไป
เมิ่งจิงใช ้แขนเสื้อปาดน้าตา “ยามข้าแข็งแกร่งขึ้น เราไปถล่มต้า ฉู่ด้วยกันนะ!”
นางไม่กล้าบอกอีกฝ่ ายว่าตัวการที่สนับสนุนเบื้องหลังเรื่อง ทั้งหมดนี้คือบุตรศักดิ์สิทธิ์ของแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อ ด้วยกลัวว่า เจียงผิงอันจะไปเหยียบเท้าอีกฝ่ายเข้า
“บอกเจ้าให้นะ คุณหนูผู้นี้ ยามนี้เลิศล้ายิ่งนัก……”
เมิ่งจิงเหมือนมีคาให้พูดไม่รู ้จบ นับจากการฝึ กฝนถึง ชีวิตประจ าวัน อยากจะบอกให้เจียงผิงอันรู้ไปเสียหมดทุกอย่าง
เจียงผิงอันรับฟังเงียบ ๆ หัวใจของเขาสงบสุขเกินครั้งใด
เสียงของเมิ่งจิงแปรเปลี่ยนสู่วัยผู้ใหญ่ขึ้นมาก แต่บุคลิกของนาง ก็ยังคงช่างจ้อไม่เปลี่ยนแปลง
ทั้งสองคุยกันเกือบทั้งคืน สองชั่วยามต่อมา ประตูห้องเมิ่งจิงก็ถูก เคาะ
“เสี่ยวจิง ได้เวลาฝึกฝนแล้วนะ” หนึ่งเสียงเฒ่าชราดังมาจากนอก ประตู
เมิ่งจิงอิดออดไม่อยากจบการสนทนา กล่าวกับป้ ายหยกว่า “ปู่ ทวดเรียกข้าไปฝึกฝนแล้ว จากนี้เจ้าต้องติดต่อข้าทุกวันนะ เข้าใจ หรือไม่?”
“ได้”
เจียงผิงอันตอบ
เมิ่งจิงพลันฉุกคิดถึงบางอย่าง กล่าวขึ้นว่า “เจ้ารีบฝึกฝนเถอะ มี คนมากมายในตระกูลอยากจับข้าแต่งงานแล้ว อัจฉริยะเหล่านั้นไม่ได้ แย่กว่าเจ้าเลย ยามเจ้ามาหาข้าในสักวัน อย่าถูกพวกเขาสยบเข้าล่ะ”
พูดจบ นางก็วางป้ ายหยกสื่อสาร เด้งตัวไปฝึกฝน
เจียงผิงอันเก็บป้ ายหยกสื่อสาร สีหน้าของเขาซับซ ้อนเล็กน้อย
ดูเหมือนเขาไม่ได้ผ่อนคลายเช่นนี้มานานแล้ว
ยามเสวนากับเมิ่งจิง เหมือนเขาหลงลืมทุกแรงกดดันไป
เด็กหนุ่มสูดหายใจลึก ปรับอารมณ์ แล้วกลับสู่การฝึกฝน
ต้าฉู่ยังไม่ถูกท าลาย เส้นทางบรรลุเซียนไร ้จุดจบ พ่อแม่ของเขา ยังรอการคืนชีพ เขาไม่อาจผ่อนคลายได้
เขานากล่องหินกล่องหนึ่งออกมา ภายในนั้นคือโอสถกระจ่าง แจ้งเม็ดหนึ่งซึ่งใกล้เสื่อมฤทธิ์เต็มที
โอสถกระจ่างแจ้งซึ่งสามารถช่วยให้คนปลุกพรสวรรค์แข็งแกร่ง ได้นั้นเป็ นโอสถล้าค่าหายากยิ่ง
หากมิใช่เพราะฤทธิ์โอสถกระจ่างแจ้งเม็ดนี้เลือนหายไปเกือบ หมดแล้ว เขาคงไม่มีทางเอื้อมแตะได้เลย
“แม้ฤทธิ์ยาจะเหลือไม่ถึงหนึ่งส่วน แต่ก็ยังซ่อมแซมด้วยอ่าง สัมฤทธิผลได้”
ไพ่ตายสูงสุดของเจียงผิงอันก็คืออ่างสัมฤทธิผล
เมื่อมีอ่างสัมฤทธิผล สรรพคุณของโอสถก็สามารถฟื้นคืนได้
เขาสังเวยหินวิญญาณ โอสถ และอาวุธวิเศษที่ไม่ได้ใช ้ให้กับอ่าง สัมฤทธิผล พวกมันล้วนเป็ นสิ่งที่เขาได้มาจากยอดฝี มือขอบเขต วิญญาณแรกกาเนิดตลอดเดือนที่ผ่านมา มีปริมาณมหาศาล
จากนั้นก็วางโอสถกระจ่างแจ้งลงไปซ่อมแซมในอ่างสัมฤทธิผล
นับแต่อ่างสัมฤทธิผลต้องการทรัพยากรเพื่อคัดลอกและ ซ่อมแซมสิ่งของ ประสิทธิภาพของมันก็เพิ่มพูนมหาศาล สามารถ คัดลอกทรัพยากรต่าง ๆ ได้ทุกเวลา
ข้อเสียหนึ่งเดียวคือใช ้ทรัพยากรมากไปหน่อย
ทรัพยากรของผู้ฝึกตนขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิดเกือบร ้อย คนฟื้นฟูสรรพคุณของโอสถกระจ่างแจ้งได้เพียงหนึ่งในสาม
เจียงผิงอันนากฎแห่งวารีที่เขาไม่ได้ใช ้ออกมาอีกชิ้น นี่ก็เป็ นสิ่ง ที่ปัวซือให้เขามา
เด็กหนุ่มวางกฎเกณฑ์ลงไปเพื่อซ่อมแซมโอสถกระจ่างแจ้ง
ครั้งนี้ ในที่สุดสรรพคุณของโอสถกระจ่างแจ้งก็ฟื้นฟูสมบูรณ์ได้ เสียที
นอกจากนั้น กฎเกณฑ์ยังเหลืออยู่ครึ่งหนึ่ง
เพื่อป้ องกันไว้ก่อน เจียงผิงอันจึงนากฎเกณฑ์อื่น ๆ ออกมาใส่ใน อ่างสัมฤทธิผล คัดลอกโอสถกระจ่างแจ้งไว้ใช ้ภายหลังอีกหนึ่งเม็ด
หลังคัดลอกเสร็จสิ้น เจียงผิงอันก็กลืนโอสถกระจ่างแจ้งซึ่ง สมบูรณ์แล้วลงไป
ทันทีที่มันตกถึงท้อง เจียงผิงอันก็ถูกปกคลุมด้วยอานาจยิ่งใหญ่ แห่งมหาเต๋า โลหิตในกายประหนึ่งเดือดพล่าน ราวบางสิ่งกาลังจะ ออกมาจากในตัว
เจียงผิงอันหลับตาย่อยผลจากโอสถ เขาตั้งความหวังรอคอย อย่างยิ่ง ไม่รู ้ว่าจะปลุกพรสวรรค์ใดขึ้นได้หนอ?
ผ่านไปหนึ่งชั่วยาม ท้องฟ้ าใกล้สว่างแล้ว แสงจากมหาเต๋าบน ร่างของเขาจึงจางลง ฤทธาโอสถดับสิ้นไป
เจียงผิงอันลืมตาขึ้นแล้วขมวดคิ้ว
“ไม่ได้ผลแฮะ”
การกินโอสถกระจ่างแจ้งนั้นยังมีโอกาสที่ไม่สามารถปลุก พรสวรรค์ขึ้นมาได้
การปลุกพรสวรรค์ได้หรือไม่นั้นขึ้นกับโชค
เห็นได้ชัดว่าเขาอับโชค
ทันใดนั้น
แสงสีม่วงเรืองรองสายหนึ่งก็ปรากฏในหัวใจ
เจียงผิงอันผงะไปครู่หนึ่ง สีหน้าของเขาจังงัง
แมลงหมื่นพิษเจ็ดดาราถูกปลุกพรสวรรค์!
นับแต่กาลก่อนเมื่อแมลงหมื่นพิษเจ็ดดารากัดร่างตนเองเพื่อ ช่วยชีวิตเขา แมลงตัวนี้ก็อาศัยในหัวใจของเขามาตลอด
เพราะแมลงตัวนี้ เขาจึงมีความสามารถต้านทานพิษ และเพราะ มัน ปราณวิญญาณของเขาจึงเจือพิษ
เมื่อเขากินโอสถกระจ่างแจ้งเข้าไป ตัวเขามิอาจถูกปลุกพลัง แต่ แมลงหมื่นพิษเจ็ดดาราถูกปลุกพลังแล้ว!
เจียงผิงอันสัมผัสได้ชัดเจนว่าแมลงตัวนี้มีการฝึ กฝน เจียนถึง ขอบเขตจินตานแล้วด้วย
กาลก่อน แมลงตัวนี้มีเพียงพิษ ไร ้การฝึกฝนใด ๆ
การปลุกพลังครั้งนี้ทาให้เจ้าแมลงนี่มีโอกาสเพิ่มขอบเขต
เจียงผิงอันหัวเราะมิได้ ร ้องไห้ไม่ออกไปชั่วขณะ
แม้ตัวเขาไม่พัฒนา แต่ก็มิได้ท าให้พลังของโอสถกระจ่างแจ้ง เสียเปล่า
โชคยังดีที่เขาคัดลอกโอสถกระจ่างแจ้งเผื่อไว้ก่อนเม็ดหนึ่ง
เจียงผิงอันใช ้กฎเกณฑ์คัดลอกโอสถกระจ่างแจ้งอีกหนึ่งเม็ด
สามกฎเกณฑ์ สามพันล้านหายวับไป
บนเส้นทางการฝึกฝน สิ่งที่สั่งสมล้วนคือทรัพยากร
เหตุใดผู้ฝึกตนจึงต่อสู้ มิใช่เพื่อทรัพยากรหรือ?
หากทรัพยากรเพียงพอ เหตุใดต้องประชันกับผู้อื่น เป็ นเซียนไป ด้วยกันไม่ดีหรือ?
ผู้ฝึกตนไร ้สังกัดตรากตร าเป็ นร ้อยปี ก็อาจไม่สามารถเก็บทรัพย์ ได้พอซื้อกฎเกณฑ์ทั้งสามนี้ได้
กระทั่งเจียงผิงอันผู้มีอ่างสัมฤทธิผลยังปวดใจต่อการสิ้นเปลือง มหาศาลเช่นนี้
เขากลืนโอสถกระจ่างแจ้งลงไปอีกเม็ด
เขาไม่เชื่อว่าตนจะปลุกพรสวรรค์ใด ๆ ไม่ได้!
หลังกลืนยาเม็ดนี้ลงไป ร่างของเขาก็ถูกพลังมหาเต๋าปกคลุมอีก ครั้ง ผิวกายทุกซอกมุมดูราวถูกต้มในน้าเดือด
หนึ่งชั่วยามผ่านไป ดวงตะวันเฉิดฉาย แสงสุริยันสาดส่องในโลก หล้า ลอดหน้าต่างเข้ามาในห้อง
ขณะนั้นเอง
จู่ ๆ เจียงผิงอันก็ลืมตาขึ้น ดวงตาเรืองประกายประหลาด
ลาแสงซึ่งสาดเข้าใส่พลันค้างอยู่ตรงหน้าดุจถูกหยุดไว้!
ทันใดนั้น อานาจนั้นก็สลายหาย เส้นแสงทอลงมาฉาบใบหน้า
เจียงผิงอันสัมผัสได้ว่าพลังวิญญาณของเขาหายไปหนึ่งในสาม เหนื่อยอ่อนเป็ นอย่างยิ่ง
แต่ใบหน้ากลับเปื้อนยิ้ม
เขาปลุกพรสวรรค์ได้แล้ว!
เมื่อครู่เขาหยุดลาแสงนั้นไว้ได้ครู่หนึ่ง
เป็ นการปลุกพรสวรรค์มิติหรือ? นี่คือการหยุดมิติหรือ?
เปล่าเลย
ไม่ใช่มิติที่ถูกหยุดค้าง เขามิอาจสัมผัสกฎเกณฑ์มิติใด ๆ
เจียงผิงอันเคยเห็นผู้อาวุโสหมิงเฉินใช ้อ านาจมิติมาก่อน อ านาจ นี้แตกต่างจากกฎแห่งมิติอย่างสิ้นเชิง
มันเป็ นอีกหนึ่งอานาจกฎเกณฑ์ที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน
มิใช่อ านาจมิติ มิใช่พลังจิต แล้วอ านาจใดหนอหยุดวัตถุได้?
เจียงผิงอันครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะโยนโอสถกระจ่างแจ้งเม็ดที่ เหลือขึ้นบนอากาศ
เขาใช ้อานาจพิเศษนั้นออกมาสุดชีวิต
เขาอยากรู ้ว่าตนได้รับสิ่งใดมา
พลังจิตที่เหลือถูกสูบสิ้น ใบหน้าของเจียงผิงอันพลันซีดขาว
และขณะนี้ โอสถกระจ่างแจ้งที่ถูกเขาโยนขึ้นไปพลันหวนคืนสู่ มือ
ใบหน้าซีดขาวของเจียงผิงอันปรากฏเค้าตื่นตะลึง
ย้อนเวลา!
อ านาจแห่งเวลา!
บทที่ 165 เนตรแห่งเวลา
หัวใจของเจียงผิงอันสั่นระรัว
มิติและเวลาคือสองกฎเกณฑ์อันยากเข้าใจเป็ นอย่างยิ่ง
ผู้ที่บรรลุอานาจแห่งมิตินั้นนับว่าค่อนข้างมาก แต่น้อยคนนักจะ บรรลุอ านาจแห่งเวลา
แต่เขาก็ปลุกพรสวรรค์แห่งเวลาขึ้นมาได้!
ไม่สิ พูดเช่นนั้นไม่ถูก เขามิได้บรรลุอานาจแห่งเวลา แต่ดูจะเป็ น เพราะตาของเขาต่างหาก
เหมือนเขาจะปลุกเนตรทิพย์บางอย่างขึ้นมาได้
และเมื่อใช ้อานาจนี้ พลังจิตจะถูกสูบหาย มิใช่การใช ้ปราณ วิญญาณ
เขาหยุดเวลาได้ชั่วครู่หนึ่ง พลังจิตก็หายไปหนึ่งในสาม
หากย้อนเวลาชั่วขณะเช่นเมื่อครู่ ก็ใช ้พลังจิตสองในสาม
แม้จะเป็ นชั่วเวลาสั้น ๆ แต่เจียงผิงอันก็ตื่นเต้นสุดขีดอยู่ดี
เพราะในการต่อสู้ อยู่หรือตายตัดสินได้ในเสี้ยวลมหายใจ!
อานาจนี้สาคัญยิ่งนัก!
อีกหนึ่งไพ่ตาย!
หากผู้ฝึกตนคนอื่น ๆ ทราบว่าไพ่ตายของเจียงผิงอันมีมากกว่า ไพ่ตายของพวกเขาทั้งหมดรวมกัน คงมิทราบว่าจะร่าไห้จนอกแตก ตายกันหรือไม่
น่าเสียดายที่โอสถกระจ่างแจ้งสามารถใช ้ปลุกพรสวรรค์ได้เพียง หน หลังทาสาเร็จ ไม่ว่าจะกินอีกกี่เม็ดก็ไร ้ประโยชน์
เจียงผิงอันใช ้กฎเกณฑ์อีกสามชิ้น ลอกเลียนโอสถกระจ่างแจ้ง สองเม็ดและโอสถเทียนเสวียนเพื่อพัฒนาศักยภาพจานวนหนึ่ง
ส่วนนี้ เขาจะให้น้องหู่นิว
สาหรับคนของเขา เจียงผิงอันหาตระหนี่ไม่
หลังเก็บของเสร็จสิ้น เจียงผิงอันก็ออกจากโรงเตี๊ยม ซื้อถังหูลู่ และขนมอบสาหรับเด็กหอบหนึ่งแล้วไปยังสานักเพียวเหมี่ยว
สานักเพียวเหมี่ยวอยู่เหนือเมฆา ที่นั่นมีโลกใบน้อยอยู่ พื้นที่ ภายในกว้างขวางกว่าที่เห็นจากภายนอกมากนัก
ที่หน้าประตูสานักเพียวเหมี่ยว ศิษย์เวรยามสองคนหาวนอน พลางเสวนาอย่างเบื่อหน่าย
“ไม่รู้ว่าเจียงผิงอันกับองค์หญิงเก้าหายไปไหนกัน จึงยังไปไม่ถึง เมืองหลวง สองคนนั้นแข็งแกร่งจริง ๆ”
“จากการประมาณเวลา พวกเขาน่าจะใกล้ถึงเมืองหลวงแล้วนะ”
“ไม่รู ้เจียงผิงอันเขาฝึกฝนอย่างไร ถึงร ้ายกาจได้เพียงนี้……”
“ชู่~”
ศิษย์ผู้หนึ่งมองเห็นบางอย่าง เขารีบส่งสัญญาณให้สหายหุบ ปาก ขณะที่สายตาสอดส่องเข้าไปในส านัก
ศิษย์อีกคนคิดว่ามีผู้อาวุโสเดินออกมา เขาจึงรีบหุบปาก ยืนตัว ตรง มองเข้าไปในประตู
แล้วเขาก็เห็นทันทีว่าผู้ที่เดินออกมามิใช่ผู้อาวุโสคนใด แต่เป็ น อัจฉริยะผู้หนึ่งของสานัก
“ศิษย์พี่โจวเฟิง! เจ้าบรรลุขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดแล้ว!”
ศิษย์เวรยามสังเกตปราณบนร่างโจวเฟิงแล้วอุทานอย่างตกใจ
อายุยี่สิบปี มาถึงขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดได้ อนาคต กว้างไกลไร้จ ากัด!
ในหมู่สหายร่วมส านัก อย่างน้อย ๆ เขาก็ติดสามสิบอันดับแรก ได้
“ศิษย์พี่โจวเฟิงจะออกไปข้างนอกหรือ?”
ศิษย์อีกคนทักทายยิ้ม ๆ การผูกมิตรกับศิษย์ชั้นยอดผู้นี้นับว่า เป็ นเรื่องดีต่ออนาคต
โจวเฟิงถือกระบี่ ข่มเขี้ยวเคี้ยวฟัน ดวงตามีความไม่เต็มใจและ คับแค้น
“ข้าจะออกไปทวงคืนทุกศักดิ์ศรีที่ข้าเสียไป!”
สองปีก่อน เขาเข้าร่วมการแข่งขันที่แคว้นหมิงหวังแห่งต้าเซี่ย และถูกคนผู้หนึ่งเอาชนะได้ เสียหน้าอย่างยับเยิน
หลังกลับสานักมา เขาก็ไปเก็บตัวฝึกฝนทันที เคลื่อนขอบเขต อย่างบ้าคลั่ง ในเวลาเพียงสองปี เขาก็มุ่งหน้าถึงขอบเขตวิญญาณ แรกกาเนิด เป็ นความเร็วอันน่าสะพรึงกลัวสุดขั้ว
เขาฝึกฝนอย่างบ้าคลั่งเพียงเพื่อล้างแค้น
เขาอยากให้อีกฝ่ายได้เห็นว่าอัจฉริยะที่แท้จริงเป็ นเช่นไร!
เมื่อได้ยินวาทะของโจวเฟิ ง สีหน้าของศิษย์เฝ้ ายามทั้งสองก็ แปรเปลี่ยนอย่างมหันต์
แน่นอน พวกเขารู้ว่าโจวเฟิงจะไปท้าสู้กับใคร
กาลก่อน เหตุการณ์นี้นับว่าโด่งดังในสานักอยู่ไม่นาน หลาย บุคคลล้อเลียนโจวเฟิงว่าท าส านักขายหน้า
ยามนี้ ดูเหมือนจะโทษโจวเฟิงไม่ได้แล้ว
ศิษย์ผู้หนึ่งรีบร ้อนเกลี้ยกล่อม “ศิษย์พี่โจวเฟิงอย่าได้วู่วาม ยาม นี้เจียงผิงอันผู้นั้นแข็งแกร่งมาก เขา…”
“ไม่ว่าเขาจะแข็งแกร่งเพียงไร เขาฝึกฝนได้เร็วเท่าข้าหรือ? ใน ฐานะขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิด ยามนี้ข้าฆ่าเขาได้โดยไม่ต้องยก มือด้วยซ้า!”
โจวเฟิงกล่าวขัดด้วยสีหน้าเจือโทสะ “เจ้ากล้าพูดช่วยคนนอก หรือ? วอนตายอยู่หรือไม่?”
ศิษย์ผู้อุตส่าห์เตือนด้วยหวังดีสีหน้าเปลี่ยน รีบหุบปากในทันใด
โจวเฟิ งคร ้านเกินกว่าจะเอาเรื่องขยะเฝ้ ายามผู้นี้ เขา เตรียมพร ้อมออกจากส านักไปล้างแค้นเจียงผิงอัน
ขณะที่เขากาลังจะเดินจากนั้นเอง บุคคลที่เขา ‘เฝ้ าคิดถึงทุกวัน คืน’ ก็ปรากฏขึ้นในคลองจักษุ
เมื่อเห็นคนผู้นี้ โจวเฟิงก็ผงะไปทันที
เขาคิดไปว่าตัวเองเข้าใจผิด จึงถามขึ้นอย่างไม่แน่ใจ “เจียงผิง อัน?”
เจียงผิงอันซึ่งมายังประตูสานักเพียวเหมี่ยวก็อึ้งไปเช่นกันเมื่อ เห็นโจวเฟิงปรากฏตัว
“โจวเฟิง?”
อีกฝ่ ายก็ตัวสูงขึ้นมาก ความเร็วการฝึ กฝนมิได้ช ้า มาถึง ขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิดแล้ว
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ ายคือเจียงผิงอันจริง ๆ โจวเฟิ งก็ชักกระบี่ ส่ง ปราณกระบี่ทะยานฟ้ าแหวกเมฆาทันที
“ฮ่า ๆ ไม่คาดเลยว่าเจ้าจะมาที่สานักเพียวเหมี่ยวของข้า! ข้าไม่ ต้องออกไปตามหาเจ้าแล้ว!”
“วันนี้ข้าจะให้เจ้าเข้าใจความต่างชั้นระหว่างเรา ให้เจ้ารู ้ซึ้งว่า อัจฉริยะเป็ นเช่นไร!”
เหล่าศิษย์ที่หน้าประตูยังอยากเกลี้ยกล่อม แต่เมื่อนึกถึงท่าทีของ โจวเฟิงเมื่อครู่ก็หุบปากฉับทันใด
ในเมื่อเขาอยากตาย ก็อย่าไปหยุดเขาเลย
“ข้ามิได้มาสู้ ข้ามาขอพบผู้อาวุโสใหญ่” เจียงผิงอันกล่าว
“เจ้าควรค่าพบผู้อาวุโสใหญ่ส านักข้าด้วยหรือ? ข้าจะฆ่าเจ้าที่นี่ แหละ!”
โจวเฟิ งรวบรวมทุกความอัดอั้นคั่งแค้นตลอดสองปี สู่กระบี่นี้ เตรียมจบชีวิตเจ้าคนที่ทาให้เขาเสียหน้าตรงหน้าเสีย
เจียงผิงอันขมวดคิ้ว
“ไปตายซะ!” โจวเฟิงพุ่งเข้ามาสับกระบี่สุดแรง
ทว่าภาพเจียงผิงอันแยกเป็ นสองเสี่ยงมิได้ปรากฏเช่นเขาวาดฝัน
แต่กลับเป็ นภาพที่ทาให้เขามิอาจลืมลง
เจียงผิงอันยื่นสองนิ้วออกมาหนีบกระบี่ไว้!
สีหน้าของโจวเฟิงตะลึงค้าง
เป็ นไปได้เช่นไร?
นี่คือกระบี่ของตัวตนขั้นต้นขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิด เขา พอเข้าใจกฎเกณฑ์เล็กน้อยแล้วด้วย
อีกฝ่ายจะใช ้เพียงสองนิ้วหยุดกระบี่เขาได้อย่างไร?
โจวเฟิงเพิ่งเห็นยามนี้เองว่าปราณบนกายเจียงผิงอันประหลาด อย่างยิ่ง คลับคล้ายผู้ฝึกตนขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิด แต่ก็มิใช่
สีหน้าของเจียงผิงอันเย็นเยียบ “ข้าจะพูดอีกครั้ง ข้ามาหาคน มิ ได้มาสู้”
“เป็ นไปไม่ได้! เป็ นไปไม่ได้เด็ดขาด!”
โจวเฟิงเหมือนเป็ นบ้าไปแล้ว คิดดึงกระบี่กลับแต่มิอาจทาได้
นิ้วของเจียงผิงอันออกแรงเล็กน้อย แล้วกระบี่ก็แตกออกพร ้อม เสียงเปรี้ยง กลายเป็ นเศษเสี้ยวกระจายเฉือนแก้มโจวเฟิ งเป็ นแผล เลือดไหล
เจียงผิงอันสะบัดข้อมือโยนเศษกระบี่ชิ้นอื่น ๆ ออกไป
ฉับ!
หนึ่งเสี้ยวกระบี่ฟันแขนโจวเฟิงกระเด็นไปทันที
ในเมื่อไม่ได้ใช ้กฎเกณฑ์ใด ๆ เดี๋ยวก็ต่อแขนใหม่ได้
โจวเฟิงกุมแขนซึ่งขาดสะบั้นโชกเลือดของตน สีหน้าเหมือนคน ใจลอย นิ่งค้างอยู่กับที่
เป็ นไปได้เช่นไรกัน?
ท าไมกัน? ไฉนอีกฝ่ายจึงแข็งแกร่งเพียงนี้?
เจียงผิงอันเมินเขา เดินผ่านโจวเฟิงไปกุมกาปั้นกล่าวกับศิษย์ ทวารบาลทั้งสอง “ขอรบกวนพบผู้อาวุโสใหญ่ด้วย”
ศิษย์เวรยามผู้หนึ่งตอบกลับว่า “สหายเต๋าเจียงมิต้องถ่อมตน เพียงนั้นหรอก ผู้อาวุโสใหญ่บอกไว้แล้ว ว่าหากท่านมา ให้ข้าพา ท่านไปพบนาง โปรดตามข้ามา”
เจียงผิงอันตามศิษย์ผู้นี้เข้าไปในสานักเพียวเหมี่ยว
มิใช่ทุกคนในสานักนี้จะเย่อหยิ่งถือดีเช่นหม่าเหว่ยและโจวเฟิ ง ยังมีผู้ฝึกตนธรรมดาอยู่
โจวเฟิงใช ้เวลาเนิ่นนานกว่าจะคืนสติ ตะคอกใส่ศิษย์อีกคน
“มันเกิดบ้าอะไรขึ้น! ทาไมเขาแข็งแกร่งเช่นนี้ แล้วทาไมผู้อาวุโส ใหญ่จึงรู้จักเขา!”
หากมิใช่เพราะแขนอันเจ็บปวด เขาคงสงสัยแล้วว่าเมื่อครู่ฝันไป
ศิษย์อีกคนที่เหลือมีสถานะไม่สูง ต่อหน้าค าถามของโจวเฟิง เขา มิกล้าหมางเมินท าเฉย
เขาบอกว่าเจียงผิงอันเคยสังหารฉู่หยางมาสองหน และเล่าเรื่องที่ เขาฆ่าฉู่หยางสิ้นไปเมื่อเดือนก่อนโดยสังเขป
ยิ่งพูดเขายิ่งตื่นเต้น และยังกล่าวถึงยามเขากวาดล้างทัพ ขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิดนับร ้อย สังหารทัพนับล้านในแคว้นหลิง ไถออกมาด้วย
ได้ยินเช่นนี้ โจวเฟิงก็หน้าถอดสี ร่างสั่นเทา
“เป็ นไปได้เช่นไร? สังหารร่างเทวะสุดขั้วหยาง? กวาดล้างผู้ฝึก ตนนับร ้อย เป็ นไปได้อย่างไรกัน เขาคู่ควรกับอานาจเช่นนี้ได้อย่างไร ……”
สองปีก่อน เขาสยบเจียงผิงอันได้ด้วยสองกระบี่
สองปี ให้หลัง อีกฝ่ ายโด่งดังทั่วโลกหล้า กลายเป็ นตัวตนเกิน เอื้อมคว้า
ความห่างชั้นมหาศาลนี้กระทบจิตใจและความทะนงของโจวเฟิง เสียจนเกินรับ
บทที่ 166 ของขวัญเช่นนี้ มิอาจรับได้หรอก
ซ่งฮุ่ยกาลังนั่งอยู่ในห้องฝึกฝน นางคิดจะศึกษาค่ายกล แต่มิอาจ สงบใจได้เลย
อีกสองสามวันให้หลัง ศิษย์นางต้องประชันผู้อื่นเพื่อรับมรดก
แต่โอกาสที่ศิษย์นางจะได้มรดกนั้นช่างริบหรี่เหลือเกิน
มิใช่เพราะอ่อนแอ แต่เพราะปู่ของคู่แข่งเป็ นนักหลอมยาผู้มีเส้น สายกว้างขวาง
ในการลงนามตอนท้าย อีกฝ่ายจะได้เปรียบอย่างแน่นอน
ยามมองศิษย์ผู้น่ารักซึ่งทาสมาธิฝึกฝนอยู่ข้างกาย ซ่งฮุ่ยก็รู ้สึก ผิดอย่างลึกล้าที่มิอาจช่วยสู้ชิงทรัพยากรที่ดีกว่านี้ให้ศิษย์นาง นาง ช่างบกพร่องจริง ๆ
เดี๋ยวนางจะไปขายธงค่ายกลล้าค่าให้ผู้อาวุโสคนอื่น ๆ ในราคา ต่าสักหน่อย เพื่อว่าจะช่วยอะไรนางได้
ขณะนั้นเอง ซ่งฮุ่ยสังเกตเห็นบางสิ่ง และกล่าวกับหลี่เยว่เยว่ว่า “เสี่ยวเยว่ ผู้ที่เจ้ารอมาแล้วนะ”
หลี่เยว่เยว่ผู้กาลังทาสมาธิลืมคู่เนตรกลมโตขึ้นทันที “พี่ผิงอัน หรือเจ้าคะ?”
“อื้อ”
สิ้นวาทะของซ่งฮุ่ย หลี่เยว่เยว่ก็เด้งตัวขึ้นพุ่งออกไป
ทันทีที่เจียงผิงอันมาถึงยอดเขาค่ายกล หลี่เยว่เยว่ก็พุ่งลงมาจาก เบื้องบน
“พี่ผิงอัน!”
หลี่เยว่เยว่รี่มาหาอย่างตื่นเต้นจนสะดุดหกล้ม แต่นางหาสนใจไม่ รีบลุกขึ้นแล้ววิ่งต่อ
เจียงผิงอันกลัวแม่หนูนี่จะหัวคะมาอีก จึงพุ่งเข้าไปคว้านางไว้ ใน มือปรากฏถังหูลู่สิบไม้
“ถังหูลู่ที่เจ้าอยากได้”
หลี่เยว่เยว่มิได้สนใจถังหูลู่เลยสักนิด นางเกาะห้อยบนตัวเจียงผิง อัน ถูแก้มเข้ากับตัวเขาเหมือนลูกแมวน้อย
เจียงผิงอันแย้มยิ้ม “อายุเจ้าเท่าไหร่แล้ว ยังชอบเข้ามาเกาะกัน รีบลงมาสิ”
“ไม่เอา”
หลี่เยว่เยว่กอดอีกฝ่ายแน่นไม่ยอมปล่อย
เจียงผิงอันส่ายหัวยิ้ม ๆ
เสียงของซ่งฮุ่ยดังออกมาจากโถงตรงหน้าเขา “สหายน้อยเจียง เข้ามานั่งสิ”
“ขอรับ ผู้อาวุโส”
เจียงผิงอันไหวกายเข้าไปในโถงหลัก
เหตุที่เขาไม่กล้าเข้าไป ก็เพราะเห็นได้ว่าในบริเวณโถงหลักมี ค่ายกลสังหารมากมายซ่อนอยู่ หากผลีผลามเข้าไปจะอันตรายยิ่ง
ยามนี้ ค่ายกลทั้งหลายถูกปิดลงแล้ว
ซ่งฮุ่ยเปลี่ยนมาสวมชุดรัดรูปสีขาว เรือนร่างเช่นผู้ใหญ่ของนาง ถูกขับเน้นด้วยอาภรณ์ เผยเสน่ห์ที่สาวน้อยทั้งหลายไม่อาจมี
“ขอบคุณผู้อาวุโสที่ดูแลเสี่ยวเยว่”
เจียงผิงอันขอบคุณนางทันทีที่พบหน้า แล้วกล่องใบแล้วใบเล่าก็ ปรากฏในมือเขา ส่งพวกมันให้นางด้วยสองมือ
“ของขวัญเล็ก ๆ น้อย ๆ โปรดรับไว้ด้วยขอรับ”
ที่นี่เสี่ยวเยว่ไร ้ผู้ค้าจุน หากกานัลสักหน่อย อีกฝ่ ายก็จะดูแลนาง อย่างดีที่สุด
เซี่ยชิงกล่าวว่าโลกหล้าผู้ฝึกเซียนไม่ได้มีแค่การต่อสู้ฆ่าฟัน ยังมี เรื่องของการอยู่รอดในสังคมด้วย
“ไม่ต้องพูดเช่นนั้นหรอก ข้าถือเสี่ยวเยว่เช่นบุตรี ข้าควรดูแล นางอยู่แล้ว น ากลับไปเถอะ”
ซ่งฮุ่ยมิได้รับของขวัญจากอีกฝ่าย
นางดูแลหลี่เยว่เยว่ด้วยความเต็มใจ ไร ้เจตนาแฝงใด ๆ และหาก จะบอกว่านางมีความคิดแอบแฝง ก็คงเป็ นคาดหวังให้เสี่ยวเยว่เป็ นผู้ สืบทอดของนาง
ยิ่งกว่านั้น ผู้ฝึกตนขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิดอย่างเจียงผิง อันจะมีสมบัติอะไรมาให้นางได้
นางเป็ นผู้อาวุโสใหญ่ผู้สูงส่งของสานักเพียวเหมี่ยว มีสิ่งใดไม่ เคยผ่านตาบ้าง?
ไม่มีทางมารับของจากผู้ฝึ กตนขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิด แน่นอน
เจียงผิงอันเห็นอีกฝ่ายไม่รับ ก็เปิดกล่องออกอย่างช ้า ๆ
เม็ดบัวสีแดงห้าเม็ดซึ่งแผ่คลื่นพลังกฎเต๋านอนนิ่งอยู่ภายใน
เมื่อเห็นเม็ดบัวเหล่านี้ ดวงตาของซ่งฮุ่ยพลันเบิกกว้าง
“เม็ดบงกชแจ้งวิถี!”
สมบัติเช่นนี้เพิ่มความเร็วการรับรู ้ได้ หาได้ยากยิ่งในท้องตลาด
มหาอ านาจใหญ่น้อยนักจะมีอยู่
ในสานักของนางมีบงกชเพลิงเช่นนี้เพียงหนึ่งดอก ซึ่งเติบโตอยู่ ในส่วนลึกของภูเขาไฟ ณ ยอดเขาหลอมศาสตรา
บงกชเพลิงนี้จะออกเม็ดเพียงหนในสิบปี และแต่ละครั้งจะให้เม็ด บงกชแจ้งวิถีเพียงสามสิบเม็ด
เม็ดบัวทั้งสามสิบนี้ ส่วนใหญ่จะถูกสัตว์ประหลาดเฒ่าในสานัก จองไปก่อนแล้ว
หากโชคดีก็จะมีเหลือให้สักเม็ดสองเม็ด แจกจ่ายให้กับผู้อาวุโส ตามผลงาน
ได้มาสักเม็ดในรอบสิบปีก็นับเป็ นโชคดีแล้ว
แต่ยามนี้ ตรงหน้านางมีเม็ดบงกชแจ้งวิถีถึงห้าเม็ด!
หากมีเม็ดบงกชแจ้งวิถีทั้งห้านี้ นางจะสามารถใช ้โอกาสนี้ทา ความเข้าใจค่ายกลโบราณบางอย่างได้!
ใบหน้าของซ่งฮุ่ยพลันปรากฏเค้าความปรีดา
ขณะที่กาลังจะเอื้อมมือไปรับ นางก็ชะงัก
เมื่อครู่นางเพิ่งบอกว่าไม่อยากได้ ยามนี้ยื่นมือออกไป มิน่าอาย แย่หรือ?
เจียงผิงอันรู ้ทันความคิดของอีกฝ่ าย จึงกล่าวว่า “ข้ายังหวังให้ผู้ อาวุโสรับมันไว้ขอรับ”
“อะแฮ่ม สิ่งนี้มีประโยชน์ต่อข้ามาก ข้ามียันต์หยกเคลื่อนย้าย พริบตาอยู่สองชิ้น วาดไว้ด้วยอักขระมิติ ช่วยชีวิตได้ในยามคับขัน”
ซ่งฮุ่ยกระดากที่จะรับมาเฉย ๆ จึงนายันต์หยกขาวเรียบง่าย ออกมาส่งใบ ส่งให้กับอีกฝ่าย
เจียงผิงอันทราบว่าหากตนไม่รับไว้ อีกฝ่ ายจะละอายที่จะรับ ของขวัญ
นอกจากนั้น ยันต์หยกเคลื่อนย้ายพริบตานี้ยังมีประโยชน์ต่อเขา จริง ๆ
ทั้งสองจึงแลกเปลี่ยนกัน
หลังเก็บยันต์หยกเคลื่อนย้ายพริบตาไป เจียงผิงอันก็ถามขึ้น “ผู้ อาวุโส ข้าได้ยินจากเบื้องล่างว่าสานักเพียวเหมี่ยวอยากคัดเลือก อัจฉริยะมารับมรดก และเสี่ยวเยว่ก็มีโอกาสด้วย เรื่องนี้ถูกหรือไม่ ขอรับ?”
เมื่อได้ยินเจียงผิงอันกล่าวเช่นนี้ ความปรีดาที่ได้เม็ดบงกชแจ้ง วิถีมาของซ่งฮุ่ยก็เลือนลง
“มีโอกาส แต่ริบหรี่เกินไป พวกเขาสามคนมีความสามารถพอ ๆ กัน ต่อจากนี้วัดที่ผู้ใดมีเส้นสายมากกว่ากัน”
ซ่งฮุ่ยมองหลี่เยว่เยว่ในอ้อมแขนเจียงผิงอันอย่างรู ้สึกผิด
“น่าเสียดายที่ปกติแล้ว ข้าทาแค่ศึกษาค่ายกล ว่าด้วยเส้นสาย ส่วนตัว ข้าสู้พวกผู้อาวุโสโจวไม่ได้เลย”
“แต่ข้าก็จะพยายามเต็มที่ เดี๋ยวข้าจะขายธงค่ายกลในราคาถูก ๆ เผื่อจะซื้อใจผู้สนับสนุนมาได้บ้าง”
มรดกนี้เกี่ยวพันกับชะตาในภายหน้าของหลี่เยว่เยว่
เจียงผิงอันถามอีกครั้ง “หรือนี่จะหมายความว่า ขอเพียง พรสวรรค์ของเสี่ยวเยว่สูงกว่าพวกเขา นางจะได้รับมรดกกันขอรับ?”
ซ่งฮุ่ยพยักหน้า “เรื่องนั้นแน่นอน แค่เสี่ยวเยว่มีรากวิญญาณวารี ไร ้ที่ติ อีกสองคนก็มีรากวิญญาณไร ้ที่ติเช่นกัน ไม่มีสิ่งใดต่างกัน เลย”
ซ่งฮุ่ยถอนหายใจหนักหน่ วง “น่ าเสียดายที่โอสถพัฒนา พรสวรรค์มีน้อยเกินไป ผู้มีพรสวรรค์แข็งแกร่งอย่างเสี่ยวเยว่ โอสถ พัฒนาพรสวรรค์ทั่วไปไม่อาจส่งผลกับนางมากนัก โอสถดี ๆ ก็หา ซื้อไม่ได้ด้วย”
“โอสถเทียนเสวียนใช ้ได้หรือไม่ขอรับ?” เจียงผิงอันถาม
“ได้อยู่แล้ว นี่คือหนึ่งในโอสถเลื่องชื่อที่สุด แต่น่าเสียดายนักที่ ในสานักเรา มีเพียงผู้อาวุโสโจวเท่านั้นที่หลอมได้ เพราะขาดวัตถุดิบ หลอมยา ในสิบปีอาจหลอมไม่ได้สักหม้อด้วยซ้าไป”
ซ่งฮุ่ยจนใจอย่างยิ่ง “ข้าสงสัยว่าที่หลานของผู้อาวุโสโจว โจว เหิงมีพรสวรรค์เช่นยามนี้ คงเป็ นเพราะเขาแอบกินโอสถเทียนเสวียน มาแน่ ๆ”
เจียงผิงอันเอ่ย “ผู้อาวุโสไม่ต้องขายธงค่ายกลหรอกขอรับ เรื่อง นี้ข้าจัดการเอง”
“เจ้าจะจัดการ? จะจัดการเช่นไร?”
ซ่งฮุ่ยรู ้สึกว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าผู้นี้เย่อหยิ่งอยู่นิดหน่อย
เขาเป็ นเพียงอัจฉริยะผู้หนึ่งจากต้าเซี่ย มีชื่อเล็กน้อย แต่มิอาจ กระทบกระเทือนอะไรสานักเพียวเหมี่ยวของพวกนางได้เลย
กระทั่งผู้อาวุโสที่อ่อนแอที่สุดในสานักเพียวเหมี่ยวยังอยู่ใน ขอบเขตหลอมสุญตา
ผู้ฝึกตนขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิดเช่นเขาไร ้คุณสมบัติใดให้ พูดถึงเลย
ต่อให้มีต้าเซี่ยหนุนหลังอยู่ก็เถอะ
หากใช ้ตัวตนของต้าเซี่ยมาสนับสนุนหลี่เยว่เยว่ สานักก็จะไม่ พอใจ
เพราะถึงอย่างไร ผู้ใดก็ไม่อยากให้คนในส านักอยู่ในการ สนับสนุนของมหาอานาจอื่นอยู่แล้ว
เจียงผิงอันยกมือขึ้น โอสถอันเรืองแสงเจ็ดสีเม็ดหนึ่งปรากฏขึ้น
ดวงตาของซ่งฮุ่ยพลันเบิกโพลง
“โอสถเทียนเสวียน!”
โอสถนี้หาซื้อที่ใดมิได้ เด็กหนุ่มผู้นี้ไปได้มาจากไหนกัน?
“ต้าเซี่ยให้เจ้ามาหรือ?” ซ่งฮุ่ยตื่นเต้นเล็กน้อย
เจียงผิงอันไม่ยอมรับ แต่ก็มิได้ปฏิเสธ “ห้องเสี่ยวเยว่อยู่ที่ไหน ขอรับ ข้าจะพานางไปกินยา”
มูลค่าของโอสถเทียนเสวียนไม่ควรค่าให้อีกฝ่ายกังวลใจเลย
แต่หากเป็ นโอสถเทียนเสวียนห้าเม็ด คงไม่มีทางเป็ นเช่นนั้นแล้ว
จะให้อีกฝ่ ายรู ้ไม่ได้ว่าเสี่ยวเยว่กินยาไปกี่เม็ด เพื่อที่จะได้มี ปัญหาและอุบัติเหตุน้อยลง
ซ่งฮุ่ยสุดปรีดา ด้วยโอสถนี้ นางอาจพัฒนาพรสวรรค์ของเสี่ยว เยว่เพิ่มได้อีก!
เจียงผิงอันผู้นี้ก็จริงใจกับเสี่ยวเยว่ มิน่าเล่าเสี่ยวเยว่จึงยึดติดเขา นัก
บทที่ 167 ประชันชิงมรดก
“เสี่ยวเยว่ เรื่องวันนี้ห้ามบอกใครนะ”
เมื่อมาถึงห้อง เจียงผิงอันก็กางอาคมปราการ กาชับหลี่เยว่เยว่อ ย่างเคร่งขรึม
หลี่เยว่เยว่ผงกศีรษะน้อย นั่งบนเตียงอย่างเชื่อฟัง “พี่ผิงอันมิให้ ท าอะไร น้องหู่นิวไม่ท าแน่นอน!”
แม้นางจะอายุไม่มาก แต่ก็ฉลาดเฉลียวพูดรู ้เรื่องนับแต่เสียบิดา
เจียงผิงอันพยักหน้า นาโอสถกระจ่างแจ้งเม็ดหนึ่งออกมาส่งให้ห ลี่เยว่เยว่
หลังนางปลุกพรสวรรค์ได้ เขาก็จะให้นางกินโอสถเทียนเสวียน เพื่อพัฒนาต่อไป
ยามหลี่เยว่เยว่ย่อยโอสถ เจียงผิงอันก็นาวิชาลับ ‘ทวีคูณอนันต์’ ที่ท่านย่าของเซี่ยชิงให้ไว้ออกมา
ก่อนหน้านี้เขาไม่มีเวลาฝึกฝนมัน และยามนี้เขาก็มีเวลาเสียที
‘ร่างเต๋า’ ฉบับสมบูรณ์นั้นเก็บไว้ก่อน เพราะเขายังไม่รู ้ว่าจะ ฝึกฝนอวตารร่างที่สามในทิศทางใด
‘ทวีคูณอนันต์’ เป็ นวิชาเยียวยาธาตุไม้
ศักยภาพของเจียงผิงอันอยู่ที่ธาตุดิน ความเร็วการฝึกฝนอาจไม่ สูงเท่าผู้มีศักยภาพธาตุไม้ แต่ก็ยังฝึกฝนได้เช่นกัน
เมื่อบรรลุขั้นแรกของวรยุทธ ์นี้ แขนขาดไปก็ต่อใหม่ได้ง่าย ๆ
ขั้นที่สองเกี่ยวเนื่องกับกฎเกณฑ์ธาตุไม้ เมื่อเรียนรู ้แล้ว จะ สามารถเยียวยาบาดแผลจากกฎเกณฑ์ แขนขาดก็งอกใหม่ได้
เมื่อบรรลุขั้นที่สาม ขอเพียงไม่ถูกฆ่าตายในพริบตา ก็สามารถ รักษาความเสียหายจากเคล็ดพลังได้
ต่อให้ร่างสะบั้นแหลก ขอเพียงยังมีปราณวิญญาณก็ซ่อมแซม กลับมาได้
ขั้นที่สี่ยิ่งร ้ายกาจไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน ถือได้ว่าอมตะเกิน ท าลาย เหลือเพียงเลือดก็คืนร่างกลับมาได้
แน่นอน นี่เป็ นเพียงทฤษฎี ยังมีหนทางสังหารได้อีกมากมาย
นอกจากนั้น หากคิดฝึกฝนให้ถึงขั้นนี้ ต้องบรรลุอานาจมหาเต๋า ธาตุไม้ให้ได้ก่อน
กฎเกณฑ์นั้นแบ่งจากระดับต่าสุดสู่สูงสุดได้เป็ นกฎเกณฑ์ทั่วไป เคล็ดพลัง เขตแดน และมหาเต๋า
ผู้ฝึ กตนขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดนั้นบรรลุได้เพียง กฎเกณฑ์ทั่วไป
การบรรลุอานาจมหาเต๋านั้นยังห่างไกลยิ่ง
การฝึกฝน ‘ทวีคูณอนันต์’ ให้ถึงขั้นสองได้นับว่าเพียงพอให้เขา ใช ้จนถึงขอบเขตหลอมสุญตาแล้ว
ด้วยมีเม็ดบงกชแจ้งวิถีช่วยเหลือ การฝึกฝนให้บรรลุขั้นแรกนั้น ไม่ยากเย็นเลย
เจียงผิงอันบรรลุมันได้ในเวลาไม่ถึงหนึ่งวัน
ประเด็นหลักอยู่ที่ความยากในขั้นที่สองซึ่งต้องเข้าใจกฎเกณฑ์ แห่งไม้ก่อน
ยามนี้ เขามีกฎแห่งแรงโน้มถ่วง กฎจานงสัประยุทธ ์และ กฎเกณฑ์แห่งไม้เพียงอย่างละหนึ่ง
ภายหลังเขาจะไปขายทรัพยากรฝึกฝนส่วนหนึ่ง มิเช่นนั้นจะไม่ อาจเพียงพอใช ้งานได้เลย
ขณะเหลือบมองหลี่เยว่เยว่ซึ่งยังย่อยโอสถอยู่ เจียงผิงอันก็โถม ตัวเข้าสู่ขั้นตอนการทาความเข้าใจกฎเกณฑ์
วันที่สี่
มีผู้มาที่ประตูห้อง น้าเสียงอ่อนโยนเต็มไปด้วยแรงดึงดูดของซ่งฮุ่ ยดังออกมา
“สหายน้อยเจียง ยามนี้เยว่เยว่เป็ นเช่นไรบ้าง การทดสอบ พรสวรรค์รอบสุดท้ายจะเริ่มแล้วนะ”
เจียงผิงอันลืมตามองหลี่เยว่เยว่ผู้นอนกินถังหูลู่ซบตักเขาอยู่
“ไปล้างหน้าหน่อยไป เป็ นลูกแมวลายหมดแล้วเจ้าน่ะ”
“ฮี่ ๆ ข้าชอบลูกแมวลาย”
หลี่เยว่เยว่ลุกขึ้นโบกมือน้อย ๆ แล้วมวลน้าก้อนหนึ่งก็ลอยผ่าน ใบหน้าน้อย ล้างหน้าให้นางแล้วกระเด้งออกจากห้องไป
“ท่านอาจารย์!”
หลี่เยว่เยว่เข้าไปกอดเอวบางของซ่งฮุ่ย
ซ่งฮุ่ยวางฝ่ ามือลงบนศีรษะของหลี่เยว่เยว่เพื่อตรวจพรสวรรค์ ของนาง
“นี่มันคลื่นพลังอะไรกัน?”
ซ่งฮุ่ยเพิ่งเคยพบเห็นคลื่นพลังเช่นนี้ครั้งแรก มันดูไม่เหมือนราก วิญญาณวารีเลย
หรือจะเป็ นรากวิญญาณกลายพันธุ์?
รากวิญญาณกลายพันธุ์มีทั้งแข็งแกร่งและอ่อนแอ แต่ราก วิญญาณที่กลายพันธุ์จากรากวิญญาณวารีไร ้ที่ติไม่น่าจะอ่อนแอ
ซ่งฮุ่ยกระวนกระวายในใจ ไม่รู ้ว่าพรสวรรค์นี้จะเทียบชั้นโจวเหิง ได้หรือไม่
หากทาได้ การได้มรดกจากเซียนเพียวเหมี่ยวมาจะเป็ น ประโยชน์ต่อศิษย์ของนางอย่างมหาศาลในภายหน้าอย่างแน่นอน
ซ่งฮุ่ยพาหลี่เยว่เยว่ไปเข้าร่วมทดสอบ แต่พบว่าเจียงผิงอันนั่งนิ่ง ไม่ขยับอยู่ในห้อง
“สหายน้อยเจียงไปดูด้วยกันได้นะ”
“ไม่ต้องหรอกขอรับ เสี่ยวเยว่จะได้มรดกมาแน่นอน” เจียงผิงอัน กล่าวอย่างเยือกเย็น
เขาเห็นมากับตาว่าหลี่เยว่เยว่ปลุกพรสวรรค์เช่นไรขึ้นมาได้ หากพรสวรรค์นี้ยังสู้อีกสองคนไม่ได้ เขาก็ยอมแล้ว
ซ่งฮุ่ยรู้สึกว่าเจียงผิงอันพูดจาใหญ่โตเกินไป
แม้นางก็อยากให้ศิษย์นางได้มรดกก็ตามที แต่มันจะง่ายดาย ขนาดนั้นได้อย่างไร โอสถเทียนเสวียนเม็ดเดียวเพิ่มความเป็ นไปได้ ได้เพียงนิดหน่อยเท่านั้น
ซ่งฮุ่ยสังเกตเห็นกฎเกณฑ์ในมือเจียงผิงอัน
“เจ้าฝึกฝนกฎเกณฑ์แห่งไม้อยู่หรือ? สหายน้อยเจียง เจ้ามีราก วิญญาณปฐพีมิใช่หรือ?”
ซ่งฮุ่ยเคยตรวจศักยภาพของเจียงผิงอันมาก่อน และทราบธาตุที่ เขาโดดเด่น
“ข้ารู ้ว่าเจ้าเป็ นอัจฉริยะ แต่เจ้าบรรลุกฎแห่งก าลังและกฎจ านง สัประยุทธ ์แล้ว อย่าเรียนรู ้กฎอื่นเลย มันเปลืองพลังเปล่า ๆ เคี้ยวเท่าที่ ไหวดีกว่านะ มันจะส่งผลต่อการฝึกฝนของเจ้า”
ในฐานะผู้มีประสบการณ์ ซ่งฮุ่ยเตือนขึ้นอย่างเคร่งขรึม
“ขอบคุณผู้อาวุโสที่ชี้แนะ ข้าแยกแยะเองได้ขอรับ”
เจียงผิงอันไร ้ความคิดเก็บกฎเกณฑ์แห่งไม้ไป
ซ่งฮุ่ยอ้าปาก แต่สุดท้ายก็มิได้เกลี้ยกล่อมต่อไป
อัจฉริยะก็เป็ นเช่นนี้ เย่อหยิ่งถือดี เกลี้ยกล่อมไปก็ไร ้ประโยชน์ ภายหน้าเมื่อลาบาก พวกเขาค่อยรู ้จักเสียใจกันยามนั้น
การเรียนกฎเพิ่มเท่ากับเพิ่มความพยายามทวีคูณ ไร ้ผู้ใดฝึกฝน ได้เร็ว
ซ่งฮุ่ยไม่ได้สนใจเจียงผิงอัน นางใส่ใจศิษย์นางมากกว่า และพา เด็กน้อยเข้าคัดเลือกรอบสุดท้าย
เมื่อมาถึงห้องประชุม เจ้าสานักและผู้อาวุโสคนอื่น ๆ ต่างมากัน แล้ว และมีเด็กหนุ่มอีกสองคนยืนเบื้องล่างโถง ทั้งสองล้วนอายุสิบปี เศษ
หนึ่งในนั้นแย้มยิ้มมิอาจหุบลง ขณะที่อีกหนึ่งมีสีหน้าราบเรียบ
จากสีหน้าของทั้งสอง ก็ทราบตัวตนได้ชัดเจน
ผู้ยิ้มไม่หุบคือโจวเหิง ขณะที่อีกคนคือหนิวจ้านเฟิง
ทั้งสองล้วนมีรากวิญญาณไร ้ที่ติ
หากทั้งสามมีพรสวรรค์เท่าเทียม พวกเขาจะคัดเลือกโดยให้ผู้ อาวุโสลงนาม
“ผู้อาวุโสซ่ง รอเจ้าอยู่พอดี”
โจวเฉียนเหรินลูบเคราขาวของตนพลางกล่าวกับซ่งฮุ่ยยิ้ม ๆ พลางกวาดสายตามองอีกฝ่ าย
มิใช่เขาไม่เคยพบหญิงงาม เพียงอนุภรรยาของเขาล าพังก็มี หลายสิบแล้ว
ทว่าบุรุษเพศหลายคนนั้นมีสันดานที่ยิ่งมิอาจได้มา ยิ่งชมชอบ อยากได้
หากได้มาแล้ว ก็จะไม่ถนอมรักษา
ซ่งฮุ่ยผู้นี้เป็ นหญิงงามอันดับหนึ่งมาตั้งแต่เข้าร่วมสานัก แต่น่า เสียดายที่แต่งงานกับคนอายุสั้น กลายเป็ นหม้ายมาจนบัดนี้
โจวเฉียนเหรินยกเรื่องแต่งงานมาพูดกับนางซ้าแล้วซ้าเล่า แต่ อีกฝ่ายหาเหลือบแลเขาไม่
ยิ่งมิอาจได้มา โจวเฉียนเหรินยิ่งปรารถนา
ซ่งฮุ่ยกาลังอารมณ์เสีย นางเมินอีกฝ่ายไปนั่งที่
เจ้าสานักบนบัลลังก ์ประธานกล่าวเสียงดัง “ในเมื่อมากันครบ แล้ว เราจะตรวจสอบพรสวรรค์ตามขั้นตอน หากพรสวรรค์ทุกคนเท่า เทียม ก็จะให้ลงนามตัดสิน”
เขายกมือใช ้หอคอยทองเก้าชั้นหลังเล็กหลังหนึ่ง รัศมีเต๋าลึกลับ ฉาบเคลือบ ผลักมันมาตรงหน้าเด็กหนุ่มสาวทั้งสามอย่างเบามือ
หอคอยน้อยเก้าชั้นนี้เป็ นศาสตราเซียนครึ่งขั้นของสานักพวก เขา และมรดกก็อยู่ในนี้เช่นกัน
“ขอข้าก่อน”
หนิวจ้านเฟิงทราบว่านี่เป็ นเพียงพิธีการ และสุดท้ายผู้ได้มรดก ไปคงไม่พ้นโจวเฟิง เขาจึงอยากจบมันเร็ว ๆ จะได้กลับไปฝึกฝนต่อ
เมื่อเขาก้าวออกมา โจวเหิงก็ส่งกระแสปราณคุยกับหลี่เยว่เยว่ ข้างกาย
“ข้าได้ยินว่าพี่ชายเจ้ามา เขาชื่อเจียงผิงอัน แข็งแกร่งมาก เมื่อ ข้าโตขึ้น ข้าจะตีพี่เจ้าจนกอดขาร่าไห้ง่าย ๆ เลย!”
หลี่เยว่เยว่ชาเลืองโจวเหิงแล้วเมินเขาไป
นางไม่ชอบเสวนากับเจ้าเด็กผีนี่
ไร ้ผู้ใดในโลกหล้าเอาชนะพี่ผิงอันได้
โจวเหิงเห็นหลี่เยว่เยว่ไม่สนใจเลยก็เจียนระเบิด สตรีชาวบ้านนี่ กล้าก าแหงนัก!
ยามเขาได้มรดกมา เขาจะได้สตรีชาวบ้านหน้าตาดีผู้นี้แทบเท้า!
วิ้ง!
หอคอยน้อยเก้าชั้นเรืองประกายเจิดจรัส แต่ละชั้นเรืองรองขึ้น เริ่มจากชั้นแรก และสุดท้าย หนิวจ้านเฟิงก็สามารถจุดประกายไฟได้ ถึงขั้นหก
รากวิญญาณไร ้ที่ตินั้นนับว่าศักยภาพสูงส่งยิ่ง และรากวิญญาณ เช่นนี้มีบันทึกว่าบรรลุเซียนได้
แต่เขากลับจุดประกายหอคอยได้เพียงหกชั้น
ข้อความบรรทัดหนึ่งปรากฏเหนือหอคอย
[รากวิญญาณปฐพีไร ้ที่ติ]
“ฝึ กฝนให้ดี ศักยภาพเช่นนี้ภายหน้าจะเป็ นผู้อาวุโสได้” เจ้า ส านักกล่าว
“ขอรับ เจ้าส านัก”
หนิวจ้านเฟิงกุมกาปั้นคารวะ แล้วถอยกลับไปที่เดิม
หากไม่ได้มรดกมา ภายหน้าก็ไร้โอกาสชิงต าแหน่งเจ้าส านัก ดังนั้นได้เป็ นผู้อาวุโสก็ดีแล้ว
ขณะที่หลี่เยว่เยว่กาลังจะก้าวออกไป โจวเหิงก็วิ่งตัดหน้าไป พลางส่งกระแสปราณบอกหลี่เยว่เยว่
“รอดูพรสวรรค์ของข้า ตาสุนัขของเจ้าอย่าบอดไปก่อนเล่า!”
สิ้นคา โจวเหิงก็วางมือบนหอคอยน้อยเก้าชั้น
ชั้นล่างสุดของหอคอยน้อยเริ่มเรืองแสง ไล่ขึ้นไปชั้นแล้วชั้นเล่า
ไม่นานก็ถึงชั้นที่หก
ขณะที่ทุกผู้คิดว่ามันจะจบแค่นั้น ชั้นที่เจ็ดพลันเรืองรอง
คู่เนตรเรืองรองของซ่งฮุ่ยเบิกกว้าง เจ้าส านักและผู้อาวุโส ทั้งหลายเองก็เผยสีหน้าตกตะลึง
รอยยิ้มเจิดจ้าปรากฏบนใบหน้าของโจวเฉียนเหริน
บทที่ 168 รากวิญญาณวารีสวรรค์
โจวเฉียนเหรินทุ่มทรัพยากรส่วนใหญ่ที่สั่งสมมาให้กับโจวเหิงผู้ เป็ นหลานชาย
ชั่วชีวิตผู้อื่นอาจมิเคยได้กินโอสถเทียนเสวียนแม้สักเม็ด แต่เขา แอบให้หลานชายกินไปห้าเม็ด
โจวเฉียนเหรินลูบเคราขาว มองซ่งฮุ่ยผู้มีรูปร่างอวบอัดสมบูรณ์ ข้างกายตนอย่างย่ามใจ
“ผู้อาวุโสซ่ง เจ้าไม่ต้องให้ศิษย์ตรวจพรสวรรค์แล้วก็ได้ เว้นแต่ ศิษย์เจ้าจะมีเชื้อสายร่างเทวะ นางเปลี่ยนผลลัพธ ์มิได้หรอก”
ผู้เข้าเงื่อนไขศึกษาในหอตาราเทียนเต้านั้น อย่างน้อยก็ต้องเจิด แสงหอคอยน้อยได้หกชั้น
หากหลี่เยว่เยว่ไร ้ร่างเทวะแข็งแกร่ง ต่อให้นางโชคดีพอจุด ประกายหอคอยน้อยได้เจ็ดชั้นและต้องลงนามคัดเลือก โจวเหิงก็จะ ชนะอยู่ดี
นอกจากนั้น การที่หลี่เยว่เยว่ผู้นี้จะมีร่างเทวะทรงพลังเช่นนั้นก็ เป็ นไปไม่ได้อยู่แล้ว
โอกาสรับมรดกนี้ต้องเป็ นของโจวเหิง หลานชายของเขา!
ซ่งฮุ่ยนั่งลงอย่างอ่อนแรงบนที่นั่ง
หมดโอกาสแล้ว
แม้รากวิญญาณของเสี่ยวเยว่จะกลายพันธุ์ จุดประกายหอคอย น้อยได้เจ็ดชั้น ก็ยังต้องพ่ายการลงนามคัดเลือกต่อไปอยู่ดี
นางไม่น่าเชื่อเจียงผิงอันหมดทุกอย่างเสียแต่แรก น่าจะเอาธง ค่ายกลมาซื้อใจผู้อาวุโสสักสองสามคนไว้
ทุกผู้ในโถงพินิจโจวเฉียนเหรินอย่างลึกล้า
ตาเฒ่านี่ทุ่มสุดตัวเพื่อหลานชายจริง ๆ
มิให้โอกาสผู้อื่นเลย
โจวเหิงซึ่งยืนอยู่กลางโถงเชิดหน้าอย่างถือตัว
สาหรับเด็กชาย ความรู ้สึกที่ได้โดดเด่นเช่นนี้ทาให้เขาสุดแสน ปรีดา
เขาหันมามองหลี่เยว่เยว่อย่างลาพอง และพูดออกมาตรง ๆ ไม่ ผ่านกระแสปราณ “เจ้าจะเอาอะไรมาสู้กับข้า?”
หลี่เยว่เยว่มองอีกฝ่ ายราวมองคนโง่ เด็กผีนี่พูดอะไร นางสู้กับ เขายามไหน?
นางก้าวเข้าไปกล่าวกับโจวเหิงว่า “ถอยไป”
“เจ้ายังจะทดสอบอีกหรือ? มันจะได้อะไรขึ้นมา? เจ้ารู ้หรือไม่ว่า การเจิดประกายหอคอยเซียนนี้ได้เจ็ดชั้นหมายความเช่นไร?”
นับแต่ก่อตั้งสานักเพียวเหมี่ยว ไร ้ผู้ใดเจิดประกายได้ถึงชั้นเก้า มาก่อน และมีเพียงสามคนที่ทาให้หอคอยเรืองโรจน์ถึงชั้นแปดได้
ผู้จุดประกายหอคอยชั้นเจ็ดได้ล้วนแล้วเลิศล้าหายาก
นอกจากโจวเหิง ผู้เจิดประกายหอคอยชั้นเจ็ดได้มีเพียงเจ้า ส านักคนเดียว
“เจ้าไม่เข้าใจภาษาคนหรือ? ถอยไป”
หลี่เยว่เยว่ขมวดคิ้ว สุดแสนใจร ้อน
นางยังต้องรีบทดสอบแล้วกลับไปอยู่กับพี่ผิงอัน เจ้าคนผู้นี้ทา เสียเวลาจริง ๆ
โจวเหิงโกรธนักเมื่อพบว่าตนถูกเมินอีกครั้ง ไร ้ผู้ใดปฏิบัติเช่นนี้ กับเขามาก่อน ผู้อื่นมีแต่สุภาพอ่อนน้อม กลัวเขาจะโกรธเคืองไม่ พอใจ
“ยังไม่ยอมแพ้สินะ มาสิ ข้าให้เจ้าทดสอบ หากเจ้าก้าวข้ามข้า ได้! ข้าโจวเหิงจะกลิ้งออกไปนอกโถงเลย!”
โจวเหิงถอยออกไปยืนกอดอก จ้องมองหลี่เยว่เยว่อย่างถือดี
หลี่เยว่เยว่ก้าวเข้ามา ยกหัตถ์น้อยขึ้นมาแล้วจึงพบว่ายังเปื้อน เศษถังหูลู่ นางจึงรีบเช็ดมันกับอาภรณ์
ก่อนจะวางมือลงบนหอคอยน้อย
ซ่งฮุ่ยส่ายหัวแล้วหลับตาลง
ผลลัพธ ์ถูกก าหนดไว้แล้ว นางมิอาจทนมองได้ต่อไป
ชั้นล่างสุดเรืองรอง ตามด้วยชั้นที่สอง สาม…
ไม่นานก็มาถึงชั้นที่หก
โจวเหิงแค่นยิ้ม “เห็นหรือไม่ นี่คือความต่าง……”
เสียงของเขาหยุดลงกะทันหัน สีหน้านิ่งค้าง
เพราะเขาเห็นว่าชั้นที่เจ็ดเจิดประกายขึ้น!
ดวงตาของโจวเหิงเบิกกว้าง เป็ นไปได้เช่นไรกัน?
เจ้าคนบ้านนอกข้างถนนนี่มีพรสวรรค์เทียบเท่าเขาเลย!
เขาต้องกินโอสถเทียนเสวียนห้าเม็ดกว่าจะมาถึงระดับนี้ได้ แล้ว สตรีผู้นี้ทาได้เช่นไร?
รอยยิ้มของโจวเฉียนเหรินเหือดหาย ม่านตาหดตัวเล็กน้อย
ปรากฏว่าแม่หนูนี่ทาให้ชั้นเจ็ดเรืองสว่างได้!
ซ่งฮุ่ยก็ทุ่มไม่น้อยให้แม่หนูนี่เหมือนกัน!
โชคยังดีที่เขาเตรียมพร ้อมล่วงหน้า ให้โอสถซื้อใจผู้อาวุโสคน อื่น ๆ ไว้ อีกเดี๋ยวยามลงนามคัดเลือก หลานของเขาโจวเฟิงก็จะชนะ อยู่ดี……
ทันใดนั้น หนึ่งเสียงประหลาดก็ดังขึ้น ตามมาด้วยหนึ่งแสง เรืองรองระเบิดออกจากในหอคอยน้อย เรืองรองทิ่มแทงจนโจวเหิงมิ อาจลืมตา
ซ่งฮุ่ยผู้หลับตาอยู่สังเกตเห็นแสงสว่าง และลืมตาขึ้นใหม่
เมื่อนางเห็นว่าชั้นที่แปดก็เรืองแสง ซ่งฮุ่ยพลันผุดลุกขึ้น ทิวเขา คู่ตรงหน้าสะท้านรุนแรง
“ชั้นแปด!”
ซ่งฮุ่ยอุทาน
นับแต่ก่อตั้งสานักเพียวเหมี่ยวมา มีเพียงสามบุคคลที่จุดประกาย หอคอยน้อยชั้นแปดได้ในอายุเท่านี้
และยามนี้ ศิษย์นางหลี่เยว่เยว่กลายเป็ นคนที่สี่!
“แสบตาจัง”
หลี่เยว่เยว่ปล่อยมือมาบังตาป้ องแสง
แสงสว่างค่อย ๆ จางไป แล้วข้อความบรรทัดหนึ่งก็ปรากฏเหนือ หอคอยน้อย
[ร่างวิญญาณวารีสวรรค์]
“ร่างวิญญาณวารีสวรรค์ในคาร่าลือ! มิน่าจึงทาให้ชั้นแปดจรัส แสงได้!”
เจ้าสานักเองก็ผุดลุก สีหน้าทั้งตกใจและตื่นเต้น หัวใจเต้นระทึก รุนแรง
“อะไรคือร่างวิญญาณวารีสวรรค์?”
โลกหล้ามีกายาอันแข็งแกร่งมากมายที่ไม่มีผู้รู ้จัก และคนส่วน ใหญ่ที่นี่ก็ไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน
เจ้าสานักสะกดความตกตะลึงในใจ จ้องมองหลี่เยว่เยว่
“ข้าเคยรู ้จากในคัมภีร ์โบราณมาว่า บุตรีคนแรกของมหา จักรพรรดิในสมัยโบราณมีร่างเทวะเช่นนี้! เป็ นร่างวิญญาณที่มหา จักรพรรดิตั้งนามเอง”
“ร่างวิญญาณนี้สามารถควบคุมวารีทุกรูปแบบในโลกหล้า กระทั่งสิ่งที่เกี่ยวกับน้ายังควบคุมได้ตามใจ!”
“วรยุทธ ์ธาตุน้าใด ๆ มิอาจทาร ้าย สามารถก้าวข้ามทุกวรยุทธ ์ ธาตุน้าได้ ขณะเดียวกันก็มีอานาจข่มวรยุทธ ์ธาตุไฟซึ่งตรงข้ามกับ น้า สามารถช่วยเหลือผู้ฝึกตนธาตุไม้ฝึกฝนได้”
“คัมภีร ์มิได้ระบุว่ามีสรรพคุณอื่นหรือไม่ แต่สรุปแล้ว นี่คือ พรสวรรค์อันหายากยิ่ง ปรากฏน้อยครั้งนักในประวัติศาสตร ์!”
เมื่อได้ยินคาอธิบายของเจ้าสานัก เหล่าผู้อาวุโสรอบข้างก็เผยสี หน้าตกตะลึงเช่นกัน
พวกเขาไม่ได้ฟังวาทะอื่น มีเพียงประโยคเดียวที่พวกเขาสนใจ
ปฐมบุตรีของมหาจักรพรรดิก็มีพรสวรรค์นี้!
ใบหน้าเฒ่าชราของโจวเฉียนเหรินแปรเปลี่ยนไปมา จากไม่ อยากเชื่อถึงไม่เต็มใจ แล้วจึงสิ้นกาลัง
หากหลี่เยว่เยว่จุดประกายหอคอยน้อยได้เพียงชั้นเจ็ด เขาก็ยัง พอสู้ไหว
แต่อีกฝ่ายเจิดประกายชั้นแปด
ชนะขาดลอย
โจวเฉียนเหรินยืนขึ้นกล่าวกับซ่งฮุ่ย “ผู้อาวุโสซ่ง เจ้าทุ่มสุดตัว เพื่อศิษย์คนนี้แล้วกระมัง นับถือ นับถือ”
แล้วเขาก็หันกายจากไป
ซ่งฮุ่ยตะลึงงันกับที่
เรื่องนี้… ไม่เกี่ยวอะไรกับนางเลย
เป็ นเจียงผิงอันต่างหาก!
เจียงผิงอันเอาอะไรมาให้เสี่ยวเยว่กิน จึงได้พรสวรรค์นี้มา?
ใบหน้าน้อยของโจวเหิงซีดขาว
“เป็ นไปได้เช่นไร? ศาสตราเซียนครึ่งขั้นนี่พังไปแล้วหรือไม่? นางเป็ นเพียงเด็กที่เก็บมา ไร ้สายเลือดใด ๆ ไฉนจึงจุดประกาย หอคอยน้อยชั้นแปดได้?”
ไม่มีใครสนใจเขาเลย
ศาสตราเซียนครึ่งขั้นพัง? ล้อกันเล่นหรือไร
เจ้าสานักสงบสติ นั่งกลับลงไปอีกครั้ง
“ผลลัพธ ์ออกมาแล้ว หลี่เยว่เยว่จุดประกายหอคอยได้แปดชั้น นางจะได้รับมรดกนี้ไป!”
“มรดกนี้ ขอข้ารับทีหลังได้หรือไม่เจ้าคะ?” หลี่เยว่เยว่กล่าวเสียง เบาหวิว
นางรู ้ว่าหลังได้มรดกมา นางจะต้องเข้าไปฝึกฝนในหอคอยน้อย ใช ้เวลาเนิ่นนานกว่าจะออกมาได้
นางไม่อยากแยกจากพี่ผิงอันทันทีที่ได้พบ
เจ้าสานักลังเลครู่หนึ่ง จึงกล่าวว่า “เรารอได้เพียงสามเดือน หอคอยน้อยจะปิดลงในสามเดือน ไม่อาจเปิดได้อีกจนสิบปีให้หลัง”
“สิบปี!”
หลี่เยว่เยว่ผงะ หมายความว่านางจะไม่ได้พบพี่ผิงอันสิบปีเลย หรือ?
“ไม่ มรดกนี้ข้าไม่อยากดะ…”
นางยังพูดไม่ทันจบ ซ่งฮุ่ยก็พุ่งเข้ามาปิดปากนางพาเหินจากไป
จนเมื่อทะยานออกไปไกล ซ่งฮุ่ยจึงปล่อยปากศิษย์ตน
“เจ้าโง่หรือ? รู ้หรือไม่ว่ามรดกนี้หมายความเช่นไร?”
“แต่มันไม่สาคัญเท่าพี่ผิงอันนี่เจ้าคะ” คู่เนตรของหลี่เยว่เยว่รื้น น้าตา
“ใช่ว่าเจ้าติดต่อโลกภายนอกมิได้นี่ เจ้าใช ้ป้ ายหยกสื่อสารกับ เขาได้”
ซ่งฮุ่ยเกลี้ยกล่อมอย่างอดทน “นอกจากนั้น หากเจ้าไม่แข็งแกร่ง ขึ้น ภายหน้าจะตามพี่ผิงอันทันได้อย่างไร? เวลาสิบปีนี้ ใช ้มันสร ้าง รากฐานให้เจ้าติดตามพี่ผิงอันของเจ้าเป็ นพันหมื่นปีสิ”
“เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ”
หลี่เยว่เยว่ปาดน้าตา ท่าทางน่าสงสาร
บทที่ 169 การท้าทายจากศิษย์สานักเพียวเหมี่ยว
“เข้าใจก็ดีแล้ว”
ซ่งฮุ่ยลูบศีรษะน้อยของหลี่เยว่เยว่อย่างเอ็นดู
“จะว่าไป เจ้าได้พรสวรรค์ร่างวิญญาณวารีสวรรค์มาได้อย่างไร กัน?”
โอสถเทียนเสวียนหนึ่งเม็ดไม่มีทางให้สรรพคุณใหญ่โตได้เพียง นี้
ต่อให้ไม่มีโอสถเทียนเสวียนเม็ดอื่น
เจียงผิงอันต้องให้โอสถอื่นกับหลี่เยว่เยว่อีกแน่
“ข้าแค่กินโอสถเทียนเสวียนไปเม็ดหนึ่งเจ้าค่ะ” หลี่เยว่เยว่ตอบ
“แค่เม็ดเดียวหรือ?”
“อื้อ” หลี่เยว่เยว่พยักหน้าอย่างเคร่งขรึม
ซ่งฮุ่ยเงียบไปครู่หนึ่ง มิได้ซักไซ ้ถามต่อ
จะกินอะไรไปไม่สาคัญ เรื่องสาคัญอยู่ตรงที่ศิษย์นางมีร่าง วิญญาณวารีสวรรค์ สานักจะเลี้ยงดูนางอย่างสุดสามารถแน่นอน
ซ่งฮุ่ยยินดียิ่ง
เมื่อครู่นางพร ้อมถอดใจแล้ว ใครจะคาดคิดว่าพวกนางจะพลิก สถานการณ์ได้
ร่างวิญญาณวารีสวรรค์ พรสวรรค์อันเกิดกับบุตรีมหาจักรพรรดิ นี้ต้องร ้ายกาจมากแน่ ๆ
เมื่อกลับถึงที่พานัก ณ ยอดเขาค่ายกล
เจียงผิงอันยังคงนั่งอยู่ที่เดิม พินิจกฎเกณฑ์อันคล้ายดาราจักร ในมือเงียบ ๆ
ซ่งฮุ่ยสังเกตเห็นบางสิ่ง ร่างของนางสะท้าน ปรากฏว่ากฎเกณฑ์ แห่งไม้หดลงไปนิดหน่อย!
นี่มันความเร็วอะไรกัน น่ากลัวจริง ๆ?
คนทั่วไปอาจย่อยมิได้ขนาดนี้ในหนึ่งปีเลย!
เห็นได้ชัดว่าเจียงผิงอันมิใช่ผู้ฝึกตนธาตุไม้ แต่เหตุใดความเร็ว การทาความเข้าใจกฎเกณฑ์แห่งไม้จึงไวเพียงนี้?
หลี่เยว่เยว่โถมตัวเข้าใส่เจียงผิงอันด้วยดวงตาแดงก่า
“เกิดอะไรขึ้น? ไม่ได้ต าแหน่งหรือ? ไม่เป็ นไรนะ ข้าจะหามรดกที่ ดีกว่านี้ให้เจ้าภายหลังเอง”
เจียงผิงอันนาขนมอบชิ้นหนึ่งส่งให้อีกฝ่าย
“ข้าได้ตาแหน่ง แต่ต้องไปฝึกฝนภายในสามเดือน และพอไปครั้ง นี้ ก็ต้องอยู่ในนั้นสิบปีเลย”
หลี่เยว่เยว่กอดคอเจียงผิงอันไว้แน่น หยดน้าตารินร่วงไม่ขาด สาย
เจียงผิงอันแย้มยิ้ม “แค่สิบปีเอง เจ้าในยามนี้อยู่ในขอบเขตสร ้าง รากฐาน อายุขัยสองร ้อยปี เมื่อถึงขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิด อายุขัยก็จะถึงพันปี สิบปีนั้นแค่ดีดนิ้วเท่านั้นแหละ”
“แต่ข้าไม่อยากไปจากพี่ผิงอันนี่นา”
หลี่เยว่เยว่กระเง้ากระงอด
หัวใจของเจียงผิงอันอุ่นวาบ ความรู ้สึกที่ถูกจดจาคิดถึงนี้ดีจริง ๆ
ชั่วกาลจากนั้น เจียงผิงอันก็อยู่เล่นกับหลี่เยว่เยว่แต่โดยดี ให้ อวตารฝึกฝน มิสิ้นเปลืองเวลาใด ๆ
เด็กคนนี้ติดเขาแจ นางตามติดไม่ห่างแม้ยามกินยามนอน กลัว ว่าเขาจะหนีไป
เมื่อได้ผ่อนคลาย เจียงผิงอันพบว่าความเร็วการทาความเข้าใจ ของเขากลับเร็วขึ้นกว่ากาลก่อน
ต้องทางานสลับผ่อนคลายนี่เอง
ระหว่างชั่วกาลนั้น ข่าวการล่มสลายของแคว้นหลิงไถทาให้แดน ดินมากมายใกล้เคียงสะท้านสะเทือนไม่น้อย
เหตุที่เกิดเสียงลือลั่นนั้น หลัก ๆ แล้วก็เพราะผู้เก่งกาจสองคน เจียงผิงอันและเซี่ยชิง
หนึ่งเป็ นผู้ฝึกตนขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดอายุสิบแปด แต่ กวาดล้างตัวตนขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิดไปนับร ้อย
อีกหนึ่งคือเซี่ยชิง ผู้ฝึกตนขอบเขตแปรเทวะอายุเพิ่งสามสิบกว่า บุกทะลวงไร ้ผู้ต้าน
ปวงชนทราบว่าเจียงผิงอันมีกายาศักดิ์สิทธิ์เทียม บรรลุอานาจ อักขระ แต่หาทราบไม่ว่าเซี่ยชิงแข็งแกร่งเพียงนี้ มีพรสวรรค์อะไร
ผู้คนมักรู ้สึกว่าเวลาอันสุขสงบผ่านไปเร็วเสมอ
สามเดือนผ่านไปในพริบตา และหลี่เยว่เยว่ก็ถูกส่งไปฝึ กใน หอคอยน้อย ศาสตราเซียนครึ่งขั้น
ทันทีที่หลี่เยว่เยว่เข้าสู่หอคอย เสียงของนางก็ดังขึ้นในป้ ายหยก สื่อสารที่มือเจียงผิงอัน
“พี่ผิงอัน คิดถึงน้องหู่นิวหรือไม่ น้องหู่นิวคิดถึงพี่ผิงอันแล้ว”
เจียงผิงอันยิ้มอ่อนใจ “คิดถึงสิ”
“แล้วพี่ผิงอันคิดถึงพี่หญิงเมิ่งจิงหรือน้องหู่นิวมากกว่ากัน?” หลี่ เยว่เยว่ถามอีกครั้ง
หลี่เยว่เยว่รู ้ว่าเจียงผิงอันติดต่อกับเมิ่งจิง และตัวนางก็เสวนา กับเมิ่งจิงอยู่บ่อยครั้ง
ทั้งสองชอบกินขนม และมีสิ่งที่เหมือนกันหลายอย่าง
“เรื่องเช่นนี้เปรียบเทียบกันได้ที่ไหน เหมือนกันหมดนั่นแหละ” เจียงผิงอันกล่าวอย่างจริงจัง
“เชอะ หลอกสตรียังทาไม่ได้ พี่ผิงอันนี่เป็ นเจ้าท่อนไม้เหมือนที่พี่ หญิงเมิ่งจิงว่าจริง ๆ”
หลี่เยว่เยว่สูดหายใจลึก สะกดความไม่เต็มใจในอก “ยามน้องหู่นิ วแข็งแกร่งขึ้น ผู้ใดกล้ารังแกพี่ผิงอัน น้องหู่นิวจะไล่ตีให้หมดเลย!”
เมื่อเสียงสะอื้นแทรกมาในประโยคท้าย หลี่เยว่เยว่ก็รีบเก็บป้ าย หยกสื่อสารไป
ขณะนี้ ในที่สุดเจียงผิงอันก็เข้าใจว่าเหตุใดจึงมีบทประพันธ ์ร่าลา มากมายนัก
ความรู ้สึกเช่นนี้มิอาจบรรยายได้จริงแท้ มีเพียงต้องกลั่นกรอง เป็ นโคลงกวี
“ผู้อาวุโส รักษาตัวด้วย”
เจียงผิงอันกุมกาปั้นคารวะซ่งฮุ่ย ถึงเวลาที่เขาต้องกลับไปเตรียม ตัวเข้าสู่หอต าราเทียนเต้าแล้ว
“มีอัจฉริยะบางคนในสานักที่คิดท้าประลองเจ้า เจ้าสั่งสอนพวก เขาตามสมควรได้นะ”
ซ่งฮุ่ยชอบเด็กหนุ่มผู้นี้นัก สุขุมเป็ นผู้ใหญ่ มิได้อวดโอ่ทะนงตน อย่างศิษย์อัจฉริยะคนอื่น ๆ ในสานัก
นางอยากรับอีกฝ่ายมาเป็ นบุตรบุญธรรม
เจียงผิงอันลงจากเขา
ทันทีที่มาถึงประตูสานัก เขาก็พบคนหนุ่ มสาวผู้มีปราณ แข็งแกร่งยืนอยู่สิบกว่าคน
เมื่อเขาปรากฏตัว คนเหล่านี้ก็หันมามองเป็ นตาเดียว
“เจียงผิงอัน! ข้าขอท้าเจ้าประลอง!”
“ข้ามาก่อน ข้าท้าสู้ก่อน”
“ข้าอยากเห็นนักว่าเจ้าจะล้าเลิศเช่นคาร่าลือหรือไม่”
ปราณแข็งแกร่งถูกปลดปล่อยจากอัจฉริยะหนุ่มสาวเหล่านี้ รวน พายุโหมกระหน่า
ขณะนี้ ในหมู่อัจฉริยะหนุ่มสาวแห่งต้าเซี่ย ผู้เด่นดังเหนือใครคือ เจียงผิงอัน
ทุกคนล้วนอยากล้มเขา สร ้างชื่อเสียงโดดเด่นแก่ตัวเอง
บางคนก็แค่อยากประลองเท่านั้น
เมื่อมิได้ประจักษ์ฤทธาเจียงผิงอันด้วยตาตน จึงไร ้ผู้ใดเชื่อว่าอีก ฝ่ายจะร ้ายกาจเช่นคาร่าลือ
เพราะถึงอย่างไร ข่าวลือเก้าในสิบล้วนแล้วเกินจริง
ผู้เชื่อข่าวลือทั้งหมดมีเพียงคนโง่เท่านั้น
“พวกเจ้าไสหัวไป! ข้าก่อน!”
หนึ่งปราณอหังการแผ่ออกจากฝูงชน ผู้ฝึกตนส่วนใหญ่หุบปาก ไปทันควัน
ชายหนุ่มรูปงามถือกระบี่ทองผู้หนึ่งเหยียบย่างบนเวหา ห้อมล้อม ด้วยกฎเกณฑ์ เรืองรองสว่างไสว
“เฝิงหลาน!”
“คนผู้นี้จะบรรลุขอบเขตแปรเทวะอยู่แล้วนี่?”
“ข้าได้ยินว่าเขาจะไม่เคลื่อนขอบเขตจนกว่าจะบรรลุกฎเกณฑ์ที่ สองนะ”
เฝิ งหลาน อัจฉริยะอันดับหนึ่งในหมู่ตัวตนอายุไม่ถึงร ้อยของ สานักเพียวเหมี่ยว อายุเพียงห้าสิบก็บรรลุจุดสูงสุดของขอบเขต วิญญาณแรกก าเนิดได้
หากคิดบรรลุสู่ขอบเขตแปรเทวะ เขาก็ท าได้ไปนานแล้ว
แต่เขากาลังทาความเข้าใจกฎเกณฑ์ที่สอง เตรียมตัวแข็งแกร่ง ยิ่งกว่านี้ยามบรรลุขอบเขตแปรเทวะ
ยิ่งบรรลุกฎเกณฑ์มากในขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิด หลัง เคลื่อนขอบเขตก็ยิ่งแข็งแกร่ง
แม้เขาจะอายุห้าสิบปีแล้ว แต่เนื่องจากผู้ฝึกตนมักเก็บตัวฝึกฝน วุฒิภาวะของเขาจึงไม่ดีเท่าปุถุชนผู้เยาว์บางคน
เฝิงหลานเองก็อยากท้าทายเจียงผิงอันเพื่อหาว่าผู้ซึ่งลือกันว่า เป็ นตัวตนขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดที่แข็งแกร่งเหนือใครนี้ แข็งแกร่งเช่นไร
เฝิงหลานปรากฏตัว คนอื่น ๆ ต่างก้าวถอย
เขาชี้เจียงผิงอัน “มาสู้กันได้หรือไม่?”
“ถอยให้ห่างจากข้า มิเช่นนั้นชีวิตเจ้าจะอยู่ในอันตราย”
น้าเสียงของเจียงผิงอันสุขุม ไร ้การเปลี่ยนแปลงอารมณ์ใด ๆ
“หมายความเช่นไร? นี่ขู่กันหรือ?”
“อวดดียิ่งนัก ข้าล่ะอยากซัดสักหมัด”
“ผยองเสียจริง”
อัจฉริยะทั้งหลายจากสานักเพียวเหมี่ยวขัดใจเล็กน้อย ไม่ทันประ มือก็บอกว่าชีวิตพวกเขาจะอยู่ในอันตราย นี่กาเริบเพียงไรกัน?
เฝิงหลานหรี่ตา “เจ้ามิกล้าหรือ?”
แม้วิธียั่วโมโหเช่นนี้จะต่าต้อย แต่ก็ได้ผลดีสาหรับผู้ฝึกตนอวดดี มากมาย
สีหน้าของเจียงผิงอันไร ้อารมณ์ เขาไม่สนใจคนเหล่านี้เลยสัก นิด สองเท้าก้าวเดินทีละก้าว
“เฮอะ ขี้ขลาด”
“เจ้านี่คงมิใช่โอ้อวดเป็ นอย่างเดียวกระมัง?”
“เป็ นไปได้อยู่นะ หาไม่ คงไม่ยอมเลี่ยงการปะทะหรอก”
เมื่อเห็นเจียงผิงอันเมินพวกตน อัจฉริยะทั้งหลายก็ขัดใจยิ่ง พวก เขาเคลือบแคลงในข่าวลือกันอยู่แล้ว และยามนี้ก็ยิ่งสงสัย
เจียงผิงอันผู้นี้อาจมิได้ทรงพลังเท่าคาร่าลือก็ได้ จึงมิกล้ายอม รับค าท้า
การฆ่าตัวตนขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดเป็ นสิบ ๆ คนนั่น เป็ นไปไม่ได้หรอก
“น่าเบื่อ เสียเวลาแท้ ที่แท้ก็แค่อัจฉริยะจอมปลอม ไปล่ะ”
คนทั้งหลายหันเดินกลับไปอย่างหมดสนใจ ปากก็ก่นด่าเจียงผิง อันว่าไร ้น้ายาไปพลาง
เจียงผิงอันเมินเสียงเหล่านี้ เดินตรงออกจากสานักไป
ทันทีที่เขาทะยานออกจากสานักเพียวเหมี่ยว หนึ่งปราณอันน่า สะพรึงกลัวพลันแหวกฟ้ าดินเข้ามา
ยอดฝีมือขอบเขตแปรเทวะผู้หนึ่งพุ่งออกจากม่านเมฆากะทันหัน กระบี่ยาวแทงตรงเข้าใส่เจียงผิงอัน!
ปราณอันทรงพลังกดทับเจียงผิงอัน ท าให้เขาไม่มีทางหนีพ้น!
บทที่ 170 การลอบสังหารจากยอดฝีมือขอบเขตแปรเทวะ
ยอดฝี มือขอบเขตแปรเทวะแข็งแกร่งกว่าผู้อยู่ในขอบเขต วิญญาณแรกกาเนิดเกินสิบเท่า จิตสัมผัสแผ่คลุมได้ระยะหลายพันลี้
ผู้คนทั่วไปมิอาจได้เห็นยอดฝีมือเช่นนี้ลงมือเลย ขอเพียงได้เห็น ก็เท่ากับตาย
เพราะหนึ่งฝ่ามือจากยอดฝีมือขอบเขตแปรเทวะสักคนก็สามารถ ถล่มเมืองได้ง่าย ๆ หากคนทั่วไปมาเห็น พวกเขาก็จะรับผลกระทบไป ด้วยแน่นอน
ศึกของยอดฝีมือขอบเขตแปรเทวะจึงมักเกิดขึ้นเหนือนภา
ขณะนี้ จู่ ๆ ยอดฝีมือขั้นต้นขอบเขตแปรเทวะผู้หนึ่งซึ่งซ่อนใน มวลเมฆาก็ลอบโจมตีเจียงผิงอัน!
อย่าว่าแต่ลอบโจมตีเลย ต่อให้เป็ นการโจมตีซึ่งหน้า ยอดฝีมือ ขอบเขตแปรเทวะก็ฆ่าผู้ฝึกตนขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิดได้
ปราณอันน่าสะพรึงกลัวมุ่งตรงมาที่เจียงผิงอัน ทาให้เขามิอาจ หลบพ้นได้
ฉู่ฉาน ผู้ฝึกตนคนหนึ่งจากราชวงศ์ต้าฉู่ อยู่ในขั้นต้นขอบเขต แปรเทวะ
หน้าที่ของเขาคือลอบสังหาร จัดการบุคคลผู้มิเป็ นผลดีต่อต้าฉู่
นับแต่เกิดสงครามระหว่างต้าฉู่และต้าเซี่ย เขาก็หลบเร ้นกายอยู่ เสมอ
เมื่อปีก่อน เขาลอบสังหารยอดฝีมือขอบเขตแปรเทวะได้ผู้หนึ่ง และหนีไปได้อย่างแนบเนียน
หลังฉู่หยาง รัชทายาทแห่งต้าฉู่ตกตาย เขาก็ได้รับคาสั่งจากต้า ฉู่ให้ฆ่าเจียงผิงอันให้จงได้
ส าหรับเจียงผิงอันผู้ท าลายวาสนาของต้าฉู่ ฉู่ฉานย่อมเคืองแค้น เขานัก
เขาซื้อข้อมูลของเจียงผิงอันจากหอวาณิชมั่งคั่งกว้างไกล
และจึงมาซุ่มโจมตีอยู่ที่นี่มาสองเดือน
ยามนี้เองที่เขารออยู่
เมื่อเห็นเจียงผิงอันถูกจับได้ สีหน้าของฉู่ฉานก็เหี้ยมเกรียม
ไม่ว่าเจ้าจะเลิศล้าเพียงไร ฆ่าร่างเทวะสุดขั้วหยางได้ ไร ้เทียม ทานในขอบเขตเดียวกัน แต่ตรงหน้ายอดฝีมือขอบเขตแปรเทวะ เจ้า ก็มีแต่ตาย!
การสังหารเจียงผิงอันเป็ นผลงานยิ่งใหญ่ เขาจะได้รับบาเหน็จ มากมาย
ยามกระบี่ยาวเจียนแทงถึงเจียงผิงอัน จู่ ๆ ร่างของเจียงผิงอัน พลันปรากฏขึ้นจากถุงเก็บสัตว์ภูต
กฎจ านงสัประยุทธ ์และกฎแห่งก าลังล้วนถูกใช ้งานถึงขีดสุด
วิชาเทียมเทพสงครามถูกพัฒนาถึงขั้นสาม ทวีอานาจสามเท่า
ลวดลายอักขระสีดาปกคลุมทั่วทั้งกาย ความแข็งแกร่งโถมขึ้น สองเท่าอีกครั้ง
และยังปะทุปราณวิญญาณจากชีพจรทั้งสามร ้อยหกสิบจุดใน กาย
อานาจทั้งหมดรวมกันสู่หนึ่งหมัด ก่อนยอดฝีมือขอบเขตแปรเท วะผู้นี้ทันไหวตัว หนึ่งหมัดก็ปะทะใส่หัว
ฉู่ฉานถูกโจมตีสวนกระเด็นไปเฉียบพลัน ศีรษะยุบ กระแทกลงสู่ พื้นหน้าทางเข้าสานักเพียวเหมี่ยว
เกิดเป็ นรอยร ้าวบนพื้น
โชคยังดี พื้นดินนั้นเสริมอานาจไว้ด้วยอักขระ จึงไม่มีสิ่งใด เกิดขึ้น หากเป็ นพื้นดินทั่วไป เกรงว่าคงเกิดแผ่นดินไหวในระยะร ้อยลี้ เสียแล้ว
ศีรษะของฉู่ฉานยุบ รู ้สึกเจ็บปวดแล่นริ้ว
เขาตกใจนัก
อานาจนี้เทียบขั้นต้นขอบเขตแปรเทวะได้แล้ว!
หากอีกฝ่ายบรรลุกฎเกณฑ์ขั้นสอง ศีรษะเขาคงได้ระเบิดแน่!
ความตกใจนั้นดารงอยู่เพียงครู่ แล้วโทสะก็ทะลักล้นในใจฉู่ฉาน
ปรากฏว่าเขาบาดเจ็บด้วยฝี มือตัวตนขอบเขตวิญญาณแรก กาเนิดผู้หนึ่ง!
อัปยศยิ่ง!
“ตายซะ!”
อีกฝ่ายท าได้เพียงโจมตีเขา สุดท้ายก็หนีชะตาตายมิได้อยู่ดี
ฉู่ฉานออกกระบี่แทงใส่ตันเถียนของเจียงผิงอัน
หากวิญญาณแรกกาเนิดแหลกสลาย การฝึกฝนก็จะสิ้นไป
แต่เจียงผิงอันหามีวิญญาณแรกก าเนิดไม่!
ยามกระบี่ของฉู่ฉานแทงใส่ร่างของเจียงผิงอัน เขาก็สังเกตเห็น สิ่งนี้เช่นกัน ดวงตาพลันเบิกกว้าง
ข่าวลือเป็ นความจริง!
เจียงผิงอันไม่ได้สร ้างวิญญาณแรกก าเนิด! แต่สร ้างขอบเขต ขึ้นมาใหม่จริง ๆ!
ยามกระบี่ของฉู่ฉานแทงใส่ร่างของเจียงผิงอัน อวตารของเจียง ผิงอันก็หักแขนอีกฝ่ายจากเบื้องหลัง กระชากออกจากตัวแล้ว
ฉู่ฉานเดือดจัด!
เขาบาดเจ็บเพียงนี้ด้วยฝี มือผู้ฝึ กตนขอบเขตวิญญาณแรก กาเนิดคนหนึ่ง!
เขาหันกลับไปออกหมัดใส่ศีรษะอวตาร
ทว่าร่างพลันชะงัก ถูกหนึ่งอานาจจากัดไว้
พลังจิต?
ฉู่ฉานสุดเหยียดหยาม พลังจิตของผู้ฝึกตนขอบเขตวิญญาณ แรกกาเนิดเนี่ยนะจะบงการเขาได้?
แต่ทันใดนั้น ฉู่ฉานก็พบว่าบนตัวเต็มไปด้วยยันต์ขอบเขตแปร เทวะ!
มันเกิดอะไรขึ้น! ยันต์พวกนี้มาอยู่บนตัวเขาแต่ยามใด?
ฉู่ฉานรู ้สึกราวสติรู ้คิดของตนดับหายไปครู่หนึ่ง!
ยันต์เหล่านี้ เจียงผิงอันซื้อมาเมื่อสองสามปีก่อนเพื่อป้ องกันตัว
และเพิ่งมาได้ใช ้ก็วันนี้
ฉู่ฉานเอื้อมมือจะดึงยันต์ออก
แล้วเจียงผิงอันก็ใช ้เนตรแห่งเวลากับฉู่ฉานอีกครั้ง เก็บอวตารไป ขณะเดียวกันก็ขยี้ยันต์หยกเคลื่อนย้ายพริบตาที่ซ่งฮุ่ยให้ไว้
ตู้ม!
เสียงระเบิดสะท้านแดนดินปะทุขึ้นหน้าประตูสานักเพียวเหมี่ยว แปรสีฟ้ าดิน ค่ายกลหน้าประตูท างานเฉียบพลัน ปกป้ องส านักเอาไว้
นับแต่ฉู่ฉานเริ่มลงมือจนเกิดการระเบิดนี้ ใช ้เวลาเพียงพริบตา เท่านั้น
หนึ่งลาแสงชวนสะพรึงทะยานผ่านฟ้ า ทาให้ฟ้ าดินหม่นแสง
ผู้ฝึกตนขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดที่กาลังจะไปจากบริเวณ หน้าประตูสัมผัสปราณนี้ได้ ร่างของพวกเขาชะงักแข็งอย่างขวัญผวา
เงาร่างบุคคลแล้วบุคคลเล่าซึ่งแผ่ปราณชวนสะพรึงปรากฏขึ้น จากในสานักเพียวเหมี่ยว
“ผู้ใดกล้าดี! มาโจมตีสานักเพียวเหมี่ยวของข้า!”
ใจกลางการระเบิด ร่างของฉู่ฉานเกือบแหลกเละ ทว่าเขายังไม่ ตายและก าลังจะหนีไป
หนึ่งหัตถ์ใหญ่โปรยลงจากฟ้ า เจ้าสานักเพียวเหมี่ยวคว้าเขา เอาไว้
แม้เจ้าสานักเพียวเหมี่ยวจะตะครุบอีกฝ่ายไว้ได้ แต่สีหน้าของเขา ก็เหม่อลอยงุนงง
มันเรื่องอะไรกัน?
เจ้านี่มาสร ้างปัญหาหรือ? ทาไมสภาพเละเช่นนั้น?
ผู้อาวุโสมากมายต่างเร่งรีบมา อัจฉริยะขอบเขตวิญญาณแรก กาเนิดทั้งหลายที่ประตูล้วนดูงุนงง
“มันเรื่องอะไรกัน?”
“เจ้านี่มาระเบิดตัวเองที่สานักเรา เขามีความแค้นอะไรกับสานัก เราหรือ?”
“มิใช่ระเบิดตัวเอง หากระเบิดตัวเอง เขาไม่มีทางรอดอยู่ได้ เช่นนี้”
ฉู่ฉานที่ถูกจับตัวได้สุดแสนไม่เต็มใจ เขารู ้ว่าตนหนีไม่ได้ ถึง ถลึงตาเข้าไปในส านัก แผดเสียงอย่างเดือดดาล
ทุกผู้ต่างตะลึงงัน มองตามสายตาอีกฝ่ายไป
บนอาคารแห่งหนึ่ง เจียงผิงอันนั่งกึ่งคุกเข่า ท้องของเขามีโลหิต รินไหล หนึ่งแขนอันขาดสะบั้นโชกเลือดอยู่ในมือ เป็ นภาพชวนขน ลุกอย่างยิ่ง
เมื่อเห็นสภาพของเจียงผิงอัน หัวใจทุกดวงก็สะท้านรุนแรง หนึ่ง การคาดเดาอันเหลือเชื่อปรากฏในใจ
พวกเขาหันกลับไปมองผู้ฝึ กตนขั้นต้นขอบเขตแปรเทวะหน้า ส านัก
อีกฝ่ายแขนขาดข้างหนึ่งจริง ๆ!
หรือคนผู้นี้จะมาลอบสังหารเจียงผิงอัน แต่ไม่สาเร็จและถูกตอบ โต้อย่างหนัก?
ไม่มีทาง!
ตัวตนขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดจะแข็งแกร่งเพียงนั้นได้ อย่างไร!
“เจ้าใช ้พลังอะไรกัน?” ฉู่ฉานแผดเสียงสะท้านฟ้ า
เขารู ้สึกราวเสียเวลาเสี้ยวลมหายใจไปสองหน
มิเช่นนั้น เขาคงไม่มีทางถูกโจมตีสาหัส สามารถจากไปได้อย่าง สงบใจ
เจียงผิงอันน าโอสถเยียวยาบาดแผลออกมา ถอดแหวนเก็บของ จากแขนที่ฉีกมาได้ และกล่าวด้วยน้าเสียงไร ้อารมณ์
“พอฆ่าแล้ว ก็ต้องรักษาศพไว้ให้ดีที่สุด จะได้เอาไปขายเป็ นเงิน”
“เจียงผิงอัน! เจ้ารอก่อนเถอะ! เราต้าฉู่จะสับเจ้าเป็ นหมื่น ๆ ชิ้น!”
ฉู่ฉานรู ้ว่าตนหนีไม่ได้ และไม่อยากให้ศพถูกน าไปขาย จึงระเบิด วิญญาณแรกก าเนิดในกายทันที
ทว่าภายใต้การควบคุมของเจ้าสานักเพียวเหมี่ยว การระเบิดนี้ มิได้เกิดอ านาจอะไรมากนัก
เจียงผิงอันชาเลืองเจ้าสานักเพียวเหมี่ยวผู้ยืนจังงัง
เพราะเขาพูดเบาไปหรือ? ไม่ได้ยินที่เขาพูดหรือ?
ศพสภาพดีของยอดฝีมือขั้นต้นขอบเขตแปรเทวะสิ้นไปแล้ว
ช่างมันเถอะ ตายก็คือตาย สุดท้ายก็ได้แหวนเก็บของมาหนึ่งวง
เจียงผิงอันเก็บแขนและแหวนเก็บของนั้นไป กระโดดลงจาก อาคาร หยิบกระบี่ยาวบนพื้นแล้วเดินกุมท้องจากไป
ตัวตนขอบเขตแปรเทวะผู้นี้ทาความเข้าใจกฎเกณฑ์ขั้นสองแล้ว ความเสียหายจากมันรุนแรงกว่าปกติ
โชคยังดีที่เขาเรียน ‘ทวีคูณอนันต์’ มาก่อน จึงห้ามเลือดไว้ได้
โลกหล้าเงียบกริบ มวลสกุณาไร ้สาเนียง ปวงชนที่นี่ล้วนมอง ตามร่างของเด็กหนุ่มตาค้าง หัวใจเต็มไปด้วยความตกใจระคนพรั่น พรึง
ขณะนี้ พวกเขาพอทราบสถานการณ์แล้ว
มือสังหารขอบเขตแปรเทวะจากต้าฉู่ลอบสังหารเจียงผิงอัน แต่ ไม่ส าเร็จ!
มิเพียงเท่านั้น เจียงผิงอันยังตัดแขนของตัวตนขอบเขตแปรเทวะ สร ้างบาดแผลสาหัสแก่เขาด้วย!
หากมิได้มาประจักษ์กับตา พวกเขาคงไม่มีวันเชื่อว่าเรื่อง อัศจรรย์เช่นนี้จะเกิดขึ้นได้
ผู้ฝึกตนขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดทั้งหลายที่เคยมาท้าทาย เจียงผิงอันจังงังไปอย่างสมบูรณ์
ในที่สุดพวกเขาก็เข้าใจว่าวาทะ ‘ถอยให้ห่างจากข้า มิเช่นนั้น ชีวิตเจ้าจะอยู่ในอันตราย’ ของเจียงผิงอันหมายความเช่นไร
ที่แท้ เขาก็ทราบอยู่แล้วว่ามีมือสังหารอยู่!
ตัวตนขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดอันดับหนึ่งของสานักเพียว เหมี่ยว เฝิงหลานร่างสะท้านเกินควบคุม เขามองตามหลังเจียงผิงอัน ราวพินิจหนึ่งขุนเขาสูงใหญ่เกินก้าวข้าม
ขณะนั้น ไร ้ผู้ใดมีปฏิกิริยากับสิ่งที่เกิดขึ้น
หากเปลี่ยนเป็ นเขา คงตายไปหลายสิบครั้งแล้ว
แต่เจียงผิงอันมิตาย และยังจู่โจมสวนกลับผู้ฝึกตนขอบเขตแปร เทวะผู้นั้นอย่างหนักหน่วง!
แม้พวกเขาจะทราบอยู่แล้วว่าเจียงผิงอันอาจใช ้ยันต์พิเศษ บางอย่างมาเล่นงานอีกฝ่ าย แต่ไม่ว่าผู้ใดล้วนไม่มีโอกาสให้ใช ้ยันต์ ทั้งสิ้น
เจียงผิงอันเดินจากไปทีละก้าว
ขณะนี้ทุกคนในสานักเพียวเหมี่ยวต่างสัมผัสแรงกดดันที่เหล่าผู้ ฝึ กตนขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิดในแคว้นหลิงไถรับรู ้ยาม เผชิญหน้าเจียงผิงอันโดยถ้วนหน้า
ข่าวลือเกี่ยวกับเจียงผิงอันมิใช่ของปลอม เขาน่ากลัวเสีย ยิ่งกว่านั้นอีก!