Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

สหายวัยเยาว์ของจอมยุทธ์อันดับหนึ่งในใต้หล้า - บทที่ 90 การรักษา (2)

  1. Home
  2. สหายวัยเยาว์ของจอมยุทธ์อันดับหนึ่งในใต้หล้า
  3. บทที่ 90 การรักษา (2)
Prev
Next

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

༺ บทที่ 90 การรักษา (2) ༻

เมื่อข้านั่งลงอย่างสงบและรอคอยอยู่เงียบๆ ไม่นาน ราชินีกระบี่ก็ลืมตาขึ้น

“ได้ยินมาว่าเจ้าบาดเจ็บ…แต่ดูเหมือนจะไม่เป็นอะไรมาก นับว่าโชคดีแล้ว”

เสียงของนางแหบแห้งและอ่อนแรง

ข้าเพียงพยักหน้ารับคำด้วยความรู้สึกอึดอัดที่ไม่อาจเอื้อนเอ่ยเป็นคำพูด

จะเอ่ยอะไร…ด้วยน้ำเสียงเช่นไร…ข้าเองก็ยังไม่แน่ใจ

ข้าทำได้เพียงเก็บซ่อนความรู้สึกปั่นป่วนในใจขณะมองพลังมารที่ซ่อนอยู่ภายในร่างของนาง

“ถ้าเจ้าได้รับบาดเจ็บหนักจริงๆ หัวใจข้าคงเจ็บปวดมากกว่านี้…นับว่าโชคดีเหลือเกิน…”

“…ขอบคุณที่เป็นห่วงขอรับ”

“ไม่หรอก…กลับกัน ข้าต่างหากที่ควรจะขอโทษที่รบกวนเจ้าทั้งที่เจ้ายังไม่หายดี…”

“ไม่เป็นไรขอรับ ตอนนี้ข้าเคลื่อนไหวได้ตามปกติแล้ว ท่านหมอเทวดาเป็นคนยืนยันด้วยตนเอง”

ข้าตอบเช่นนั้น ขณะสายตายังคงจับจ้องไปยังทิศทางอื่นที่ไม่ใช่นาง

‘พลังมารในตัวนาง…เข้มข้นเกินไป’

มันแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับพลังอันไร้ค่าน่าขันของปีศาจทำลายล้าง

ไม่สิ…มันกลับคล้ายกับพลังของมารสวรรค์อย่างน่าประหลาด

ไม่ใช่แค่คล้าย แต่ถึงขั้นเรียกได้ว่าเป็นสิ่งเดียวกัน

ข้าไม่มีทางเข้าใจผิดในเรื่องนี้เป็นอันขาด

‘อาการป่วยลึกลับที่ค่อยๆ คร่าชีวิตราชินีกระบี่…หรือว่าเจ้านั่นเป็นต้นเหตุ?’

หากพลังมารคือสาเหตุที่แท้จริง เช่นนั้นแล้วเหตุใดราชินีกระบี่จึงยอมแบกรับสิ่งชั่วร้ายนั้นไว้ในร่าง?

หลังจากข้าย้อนคืนความทรงจำในชาติก่อน สิ่งที่เคยไม่เข้าใจเริ่มปรากฏขึ้นทีละอย่าง

…หรือว่านาง เคยเผชิญหน้ากับมารสวรรค์มาก่อนแล้วในชาตินี้?

แต่การมีพลังมาร มิได้แปลว่าทุกคนจะกลายเป็นมารโดยสมบูรณ์

ตัวอย่างก็มีอยู่ตรงหน้า ทั้งปีศาจทำลายล้าง และพวกตำหนักรัตติกาล

รวมถึงราชินีกระบี่ที่ยืนอยู่ตรงหน้าข้าในเวลานี้

ความแตกต่างเพียงหนึ่งเดียว…คือปีศาจทำลายล้างนั้นยอมรับมันอย่างช้าๆ และค่อยๆ แปรเปลี่ยนกลายเป็นมาร

สิ่งที่แตกต่างออกไป…ก็คือ ราชินีกระบี่กำลังต้านทานพลังมารที่กำลังคลุ้มคลั่งอยู่ภายในร่าง

‘ทั้งที่มันดิ้นพล่านขนาดนั้น แต่นางกลับไม่แสดงอาการออกมาเลยแม้แต่น้อย’

ราชินีกระบี่เคยเป็นยอดฝีมือแห่งฝ่ายเต๋า พลังภายในที่นางบ่มเพาะไว้ย่อมบริสุทธิ์อย่างแน่นอน

แต่กระนั้น เมื่ออยู่ต่อหน้าพลังมาร กลับดูไร้หนทางต่อต้าน ราวกับกำลังถูกกลืนกินทีละน้อย

แค่เพียงมองจากภายนอกก็รู้ได้ชัดเจน

ร่างกายของราชินีกระบี่อ่อนแอลงเพราะพลังมาร กระทั่งระดับอย่างข้ายังสามารถสัมผัสถึงระดับพลังของนางได้ในตอนนี้

พลังภายในของราชินีกระบี่…เหลืออยู่ไม่มากแล้ว

แต่ถึงอย่างนั้น ข้าก็สัมผัสได้ว่านางยังคงพยายามต้านทานพลังมารอันปั่นป่วนนี้ไว้

แม้ในยามที่ต้องอดทนต่อความทรมาน นางกลับไม่แสดงสีหน้าเจ็บปวดออกมาเลยแม้แต่น้อย

แม้แต่ตอนนี้…นางก็คงกำลังเจ็บปวดอยู่

ราชินีกระบี่กล่าว พลางมองมาทางข้าด้วยน้ำเสียงเจือแววเสียดาย

“หากข้าได้พบเจ้าตั้งแต่ก่อนหน้านี้…ก็คงดีไม่น้อย เสียแต่ว่าข้ายังไม่เคยมีโอกาสได้เลี้ยงข้าวเจ้าสักมื้อ…ข้าขอโทษจริงๆ ”

“…ไม่เป็นไรขอรับ”

ราชินีกระบี่ยังคงเอ่ยขอโทษข้า

…แต่ข้าไม่เข้าใจ ว่าทำไมนางจึงรู้สึกผิดนัก

แม้นางจะสนิทกับมารดาของข้าเพียงใด ท้ายที่สุด…ข้ากับนางก็เป็นเพียงคนแปลกหน้า

ถึงกระนั้น ในสถานการณ์เช่นนั้น นางก็ยังยืนยันที่จะรับกู่หลิงฮวาไปด้วยตัวเองและรับผิดชอบนางด้วยตนเอง

ในมุมมองของข้าแค่นั้นก็เพียงพอแล้ว

ที่เหลือ ข้าจัดการตัวเองได้อยู่แล้ว

‘แม้ว่า…ความจริงจะไม่ได้เข้มแข็งอย่างที่คิดก็เถอะ’

ราชินีกระบี่มองข้าพลางชะงักเล็กน้อย จากนั้นเอ่ยคำขออย่างระมัดระวัง

“…ข้าขอ…จับมือเจ้า…สักครั้งได้หรือไม่”

“จับมือหรือขอรับ?”

แม้จะรู้สึกประหลาดใจอยู่บ้าง แต่คำขอนั้นก็ไม่ได้เกินเลยอะไร

ข้าจึงค่อยๆ ยื่นมือไปหาราชินีกระบี่

ตรงหน้าคือมือที่เหี่ยวย่นของนาง…เต็มไปด้วยร่องรอยแห่งกาลเวลา

“ขอโทษนะ…ที่มือของข้าดูเหี่ยวย่นเช่นนี้…”

‘…ถึงขนาดนี้ก็ยังจะขอโทษอีกงั้นหรือ’

บางที…สิ่งที่นางอยากบอกข้า อาจมีเพียงแค่คำว่าขอโทษก็เป็นได้

ข้าคิดพลางยื่นมือเข้าไปกอบกุมมือนั้นไว้ด้วยความระมัดระวัง

เมื่อมือของเราสัมผัสกัน ราชินีกระบี่ก็ยิ้มบางๆออกมา พลางเอ่ยเสียงแผ่ว

“หากข้า…ยังคงมีสุขภาพแข็งแรง…ก็คงจะดีไม่น้อยเลยนะ…”

จะเรียกว่าอย่างไรดี…นางดูราวกับคนที่ยืนอยู่ ณ ปลายทางแห่งชีวิต และกำลังค่อยๆปล่อยวางความรู้สึกต่างๆ ทีละนิด

ในสถานการณ์เช่นนี้ ข้าไม่รู้จริงๆ ว่าควรพูดอะไรออกไป

หรือว่าควรเงียบไว้…แค่เฝ้ามองนางโดยไม่เอ่ยคำใด?

หรืออย่างน้อย ควรพูดคำปลอบโยนอะไรสักอย่าง แม้จะเป็นคำโกหกเพียงเพื่อให้นางรู้สึกดีขึ้นก็ตาม?

เมื่อลองไตร่ตรองดูครู่หนึ่ง ข้าก็ได้ข้อสรุปว่า…การเงียบไว้เฉยๆ คงไม่ใช่ทางเลือกที่ดีนัก ข้าควรพูดอะไรบางอย่าง…ไม่ว่าจะเป็นสิ่งใดก็ตาม

ข้าพยายามเรียบเรียงถ้อยคำในหัวและกำลังจะเอ่ยมันออกมา

แต่แล้ว

ซึ่กกกกกก !

“…!”

“อึก…!”

จู่ๆ ทั้งข้าและราชินีกระบี่ต่างก็สะบัดมือออกจากกันในเวลาเดียวกัน

ราชินีกระบี่มองมาที่มือของนาง แล้วหันกลับมามองมือของข้าสลับไปมา

ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความตกใจ

และนั่นก็ไม่ใช่เรื่องแปลก…

เมื่อครู่ พลังมารที่สิงอยู่ในร่างของนางไหลทะลักเข้ามาในร่างของข้า

‘…นี่มัน…’

เมื่อข้ารวบรวมสติกลับมาได้ และเพ่งพินิจมองพลังมารที่อยู่ภายในร่างของตนเอง

ข้าก็ได้รู้ว่าความคิดครึ่งๆกลางๆ ที่เคยผุดขึ้นในหัวก่อนหน้านี้ ไม่ผิดเลย

พลังมารในร่างของข้า…มีลักษณะเหมือนกับสิ่งที่เคยพบในตัวของปีศาจทำลายล้างอย่างน่าประหลาด

แต่ตอนนี้ เมื่อมองอีกครั้ง ข้าก็มั่นใจได้ทันที…

มันไม่ได้คล้าย …แต่มันเป็นพลังมารของปีศาจทำลายล้างจริงๆ

‘…ข้าดูดกลืนมันเข้ามาจริงๆ งั้นหรือ?’

ไม่ใช่แค่ศิลามารเท่านั้น แต่ถึงขั้นดูดกลืนพลังมารของผู้อื่นได้ด้วยงั้นหรือ?

‘…นี่ก็เป็นผลของเคล็ดวิชามารดูดกลืนสวรรค์งั้นหรือ?’

ข้าอดคิดไม่ได้ว่าจะใช่อย่างนั้นจริงหรือ?

เพราะในชาติก่อน ข้าไม่เคยเผชิญเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อนเลย

ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้…แสดงให้เห็นชัดว่ามีบางอย่างเปลี่ยนไป

พลังมารเพียงเล็กน้อยที่ไหลมาจากราชินีกระบี่ ข้าสามารถใช้เคล็ดเพลิงอัคคีเก้ากงล้อเผามันให้มอดไหม้จนหมดสิ้นได้อย่างง่ายดาย

และดูเหมือนว่า…พลังมารที่ข้าดูดกลืนมาจากปีศาจทำลายล้างก่อนหน้านี้ก็ได้รับการชำระล้างอย่างสมบูรณ์แล้วเช่นกัน

“…นี่มัน…”

ราชินีกระบี่เอ่ยเสียงเบา สีหน้าของนางยังคงเต็มไปด้วยความงุนงง

ดูเหมือนว่านางยังไม่อาจเข้าใจสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นได้ในทันที

ข้าจ้องมองมือของตนเอง พลางครุ่นคิด…

หากข้าสามารถดูดกลืนพลังมารในตัวราชินีกระบี่ได้ล่ะก็

‘บางที…’

ข้าอาจจะสามารถช่วยชีวิตนางไว้ได้

ในขณะที่ความคิดนั้นผุดขึ้นมา เสียงประตูไม้ของกระท่อมก็เปิดออกอย่างแรง

แกร๊ก!

“เจ้าทั้งสองกำลังทำอะไรกันอยู่?”

เสียงทุ้มต่ำดังขึ้น พร้อมกับร่างของหมอเทวดาที่ก้าวเข้ามา

ฟึ่บ! ฟึ่บ!

เสียงไม้เรียวยาวที่นางใช้แทนดาบพุ่งฝ่าอากาศ ดังกรีดเฉียบคม

เดิมทีเสียงฟาดนั้นเคยฟังดูทื่อๆ และเบา…แต่ในตอนนี้กลับแฝงไปด้วยความเฉียบคมอย่างประหลาด

กู่หลิงฮวาก็สัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงนั้นเช่นกัน แต่นางกลับรู้สึกว่า…สิ่งเหล่านี้มันไร้ความหมาย

‘อีกเพียงครึ่งก้าว…ปลายดาบต้องตั้งสูงขึ้นอีกนิด’

ฟึ่บ!

ปลายดาบที่แทงออกไปเบาๆ แฝงไว้ด้วยพลังภายในระดับต่ำ

ไม่ใช่การใช้พลังภายในอย่างจงใจ แต่เป็นผลลัพธ์ที่เกิดจากท่วงท่าที่ถูกต้องและสมบูรณ์ต่างหาก

แม้ผลลัพธ์จะน่าพึงพอใจ…แต่ใบหน้าของกู่หลิงฮวากลับยังเต็มไปด้วยความไม่พอใจ

‘…แค่นี้ มันจะไปทำอะไรได้’

แม้นับตั้งแต่วันนั้น นางจะฝึกฝนหนักยิ่งขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า แต่หัวใจของนางกลับยังไม่เข้มแข็งพอจะก้าวข้ามความกลัวนั้นได้

ภาพในวันนั้นยังตามหลอกหลอน…

ภาพของตัวเองที่ยืนตัวสั่นเผชิญหน้ากับศัตรู ทั้งที่รู้ตัวว่าไม่มีทางเอาชนะได้

นางเข้าใจดีว่านั่นคือความพ่ายแพ้ตั้งแต่ยังไม่เริ่ม

แต่สิ่งนั้น…ก็เป็นเรื่องคนละประเด็น

สิ่งที่หล่อหลอมนางในยามนี้ ไม่ใช่แค่แพ้หรือชนะ แต่คือความละอายที่นางได้หลบหนีจากความภาคภูมิและความรับผิดชอบที่อาจารย์ของนางมักพร่ำสอน

นัมกุงบีอา หญิงสาวผู้ยืนขวางหน้านางในวันนั้น ผู้ที่ลั่นวาจาว่าจะปกป้องนางด้วยตนเอง พร้อมชักกระบี่เผชิญหน้าศัตรู

แม้นางเองก็คงรู้ดีว่า…โอกาสชนะนั้นไม่มีเลย

และแม้นางจะรู้เช่นนั้น นางก็ยังยืนหยัดอยู่เบื้องหน้า

แม้ความตายอยู่ตรงหน้า แม้ความหวาดกลัวจะกัดกินจิตใจ

แม้ความกลัวจะอยู่ตรงหน้า แต่นัมกุงบีอาก็ไม่เคยลังเลเลยแม้แต่น้อย

‘…ข้า…ข้า…’

กู่หลิงฮวาหลับตาแน่น

ภาพแผ่นหลังของหญิงสาวผู้ยืนหยัดถือกระบี่เพื่อปกป้องตนยังคงชัดเจนอยู่ในห้วงความคิด

ความรู้สึกผิดตีตื้นขึ้นมาจนถึงลำคอ ความละอายที่ถาโถมเข้ามาแทบกลืนกินจิตใจของนางจนไม่อาจหายใจได้

‘ทั้งที่เอาแต่หนี…เจ้าคิดจะบานสะพรั่งเช่นดอกเหมยงั้นหรือ?’

ไม่ต้องพูดถึงการเบ่งบาน…หากยังเป็นเช่นนี้ ต่อให้อยากเป็นยอดยุทธ์เพียงใด ก็คงไม่มีวันเป็นได้

จู่ๆ นางก็นึกถึงกู่หยางชอน

บุรุษที่เคยเอาแต่เอาใจตัวเอง ไม่แยแสโลก ไม่สนใครแม้แต่น้อย

แต่นางก็ได้ยินข่าวว่า เขาสามารถรับมือกับยอดฝีมือผู้ที่แม้แต่นัมกุงบีอายังไม่อาจรับมือได้

‘…เขาทำได้ยังไงกัน ทั้งที่เคยเป็นคนแบบนั้น…’

เมื่อครั้งสุดท้ายที่เห็นเขา ก็คือช่วงนี้ของปีก่อนโน้น

ในความทรงจำของกู่หลิงฮวา ภาพของกู่หยางชอนในวันนั้นยังชัดเจนชายหนุ่มที่เต็มไปด้วยหนามแหลมคม แผ่รังสีอันเย็นชาและไม่เอาอะไรกับใคร

เขาไม่เคยทำอะไรเลย นอกจากผลักทุกสิ่งทุกอย่างออกไปจากตัวเอง

สุดท้ายนางก็เป็นฝ่ายปล่อยเขาไปในวันนั้นเอง…

‘…คนแบบนั้น…เปลี่ยนไปได้ยังไงกัน’

ความรู้สึกที่ตีตื้นขึ้นมา…ไม่รู้ว่าคือความสงสัยหรือความริษยากันแน่

กู่หลิงฮวาเงื้อกระบี่ขึ้นอีกครั้ง ฟาดฟันลงมาอย่างแรง

ครั้งนี้นางพยายามใส่พลังเข้าไปมากกว่าครั้งก่อน หากยังยอมรับความอ่อนแอของตัวเองไม่ได้ ก็ต้องทุ่มสมาธิกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าให้หมด

และนางก็ฝึกไปเรื่อยๆ …เรื่อยๆ จนแทบจะทรุดลงกับพื้น

จนกระทั่งร่างกายถึงขีดจำกัด ถึงขั้นไม่สามารถขยับต่อได้อีกแม้แต่นิดเดียว

แขนทั้งสองข้างสั่นระริก…เหงื่อหยดจากปลายคางทีละหยด

จนถึงตอนนั้นเอง นางจึงยอมหยุดการฝึกลง

ช่วงหลายวันที่ผ่านมา กู่หลิงฮวาไม่ยอมหลับไม่นอน ฝืนร่างกายของตนเองจนถึงขีดสุด

“ตอนนี้…ได้เวลาไปพบท่านอาจารย์แล้ว”

นางพึมพำกับตัวเอง

ขณะที่ภาพของอาจารย์หญิงซึ่งกลับมายังสำนักเพื่อความปลอดภัยปรากฏขึ้นในใจ…

เมื่อคราวที่นางรอดชีวิตกลับมา และรายงานให้ท่านอาจารย์รับรู้ว่า ตนปลอดภัยแล้ว…

อาจารย์หญิงแห่งฮวาซานถึงกับน้ำตาคลอเบ้า

“อาจารย์คนนี้…ช่างไร้ความสามารถนัก ข้าขอโทษ…”

แต่นางต่างหาก ที่ไม่คู่ควรกับคำว่า ‘ศิษย์’

ไม่ใช่อาจารย์ที่ไร้ความสามารถ…แต่เป็นตัวนางเองที่ยังอ่อนแอเกินไป

หลังจากนั้น กู่หลิงฮวาเดินไปชำระล้างร่างกาย เปลี่ยนเสื้อผ้า เตรียมตัวให้เรียบร้อยก่อนออกเดินทาง

แต่ทันทีที่เลี้ยวหัวมุม สายตาของนางก็สบเข้ากับใครบางคนที่ยืนอยู่เบื้องหน้า

“อ๊ะ…”

“…”

คนผู้นั้นคือยองพุง

หนึ่งในบุคคลที่กู่หลิงฮวารู้สึกไม่สบายใจด้วยมากที่สุด…ด้วยหลายเหตุผล

ยองพุงรีบค้อมศีรษะเคารพนางโดยไม่ลังเล ด้วยเพราะฐานะของนางคือศิษย์รุ่นที่สองของสำนักฮวาซาน

“ท่านอาจารย์อาหญิงน้อย…ข้าคิดว่าท่านกำลังฝึกอยู่ จึงไม่ได้รบกวน”

เมื่อได้ยินถ้อยคำของยองพุง กู่หลิงฮวาก็ไม่ได้ตอบอะไร

เพียงพยักหน้าเล็กน้อย แล้วเดินผ่านเขาไปเงียบๆ

“การฝึกที่หนักเกินไป…บางทีก็อาจเป็นผลเสียได้นะ…”

“…ไม่ต้องมายุ่ง”

นางแค่ตั้งใจจะเดินผ่านไป แต่สุดท้ายกลับเอ่ยคำพูดเย็นชาออกมา

แม้ตัวนางเองก็รู้…ว่านี่เป็นเพราะจิตใจยังตึงเครียดและอ่อนไหวเกินไป

“ขออภัยด้วยครับ ข้าล่วงเกินเกินไปแล้ว…”

ยองพุงรีบโค้งขอโทษทันทีโดยไม่ลังเล

กู่หลิงฮวาไม่ได้ตอบกลับ เพียงแต่เร่งฝีเท้าเดินจากมา

นางไม่อยากสบตากับเขา…

เพราะแม้จะเป็นศิษย์รุ่นที่สองเช่นกัน แต่นางยังไม่ได้รับยศ “ยอดกระบี่ดอกเหมย” อย่างเป็นทางการ

ในขณะที่ยองพุง…คือยอดกระบี่ดอกเหมยที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ของสำนัก

‘…ถ้าเป็นเขา…ในวันนั้น คงไม่หนีเหมือนข้าแน่’

เขาคงไม่ยืนตัวสั่นด้วยความกลัว…เหมือนอย่างที่ข้าเคยเป็น

เมื่อนึกถึงเรื่องนั้น ความรู้สึกต่ำต้อยและผิดบาปก็พวยพุ่งขึ้นมา

กู่หลิงฮวาเร่งฝีเท้าออกไปโดยไม่รู้ตัว

นางหลบไปยังจุดที่ไม่มีใครอยู่ รีบชำระล้างร่างกาย และเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างรวดเร็ว

ความคิดหนักอึ้งเมื่อครู่นี้… คลายลงเล็กน้อยเมื่อคิดถึงเป้าหมายถัดไปของตน

“ตอนนี้…ข้าจะได้พบท่านอาจารย์แล้ว”

แม้ร่างกายจะอ่อนล้า…แต่ฝีเท้ากลับรู้สึกเบาสบายอย่างประหลาด

นางปีนขึ้นเขาไปเรื่อยๆ จนในที่สุด กระท่อมไม้หลังเล็กก็ปรากฏขึ้นในสายตา

กู่หลิงฮวากลัวว่าจะให้คนอื่นเห็นความเหนื่อยล้าของตน จึงพยายามควบคุมลมหายใจให้สงบ แล้วค่อยๆเดินเข้าไปใกล้กระท่อมอย่างเงียบงัน

“เมื่อครู่เจ้าว่าอะไรนะ?”

เสียงของหมอเทวดาดังลอดออกมาจากด้านใน

จากระดับเสียงที่ได้ยิน…ดูเหมือนราชินีกระบี่จะยังไม่หลับ

นางยกมือขึ้นเตรียมจะเคาะประตู

“ข้ามีวิธี…ขอรับ”

เสียงนั้น…คือเสียงของกู่หยางชอน

มือนางชะงักกลางอากาศทันที

นางไม่อยากให้เขาเห็นหน้า…เพราะถ้อยคำที่พูดในเช้าวันนั้นยังค้างอยู่ในใจ

นางยังไม่พร้อมจะเผชิญหน้า โดยเฉพาะตอนนี้

‘ทำไมต้องเป็นตอนนี้ด้วย…’

จะถอยหลังก็ไม่ได้ จะเข้าไปก็ลังเล กู่หลิงฮวาได้แต่ยืนนิ่ง คิดไม่ตกว่าจะทำหน้าอย่างไรเมื่อต้องก้าวเข้าไป

‘แกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่องแล้วเดินเข้าไปก็พอ…’

นางปลอบใจตัวเอง พลางตัดสินใจเปิดประตู…

“เจ้ารู้ตัวหรือไม่ ว่าสิ่งที่เจ้าพูดมันไม่เหมาะจะเอามาพูดล้อเล่น!”

เสียงตะคอกของหมอเทวดาดังทะลุกำแพงไม้ขึ้นมาอีกครั้ง

เกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่…?

“ข้าไม่ได้ล้อเล่นขอรับ”

“ไม่ล้อเล่น? เช่นนั้นเจ้ารู้ใช่หรือไม่ว่าตนเองพูดอะไรออกมา?”

“ข้ารู้ดีขอรับ”

แม้จะถูกกดดันจากเสียงดุกร้าวของหมอเทวดา แต่กู่หยางชอนกลับตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง มั่นคงและไม่สั่นไหว

และแล้ว…

คำพูดที่เขาเอ่ยตามมา โดยไม่แม้แต่จะลังเล

“บางที…ข้าอาจสามารถรักษาราชินีกระบี่ได้”

ในวินาทีนั้น กู่หลิงฮวาผลักประตูเข้าไปอย่างแรงโดยไม่ทันคิด

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 90 การรักษา (2)"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย