ศิษย์ข้าอ่อนแอ? แต่ข้าได้รางวัลโกงโลก - บทที่ 210 ฮะ... ถุย!
“???”
วาระสุดท้ายก่อนที่สติจะดับวูบ ศีรษะของมู่เหวินเซวียน
ที่หลุดกระเด็นออกจากบ่ายังคงเต็มไปด้วยความมึนงงและ
คำถาม
ทำไม?
เขาบอกความลับไปหมดทุกอย่างแล้วแท้ๆ… ทำไมถึงยัง
ต้องฆ่าเขาอีก??
จางอวิ๋นมีสีหน้าเรียบเฉย ไร้ซึ่งความรู้สึกผิด
ตั้งแต่ตอนที่เขาล่วงรู้ถึงวีรกรรมความร่วมมืออันสกปรก
ระหว่างมู่เหวินเซวียนกับตระกูลหลินในงานประลอง
แลกเปลี่ยนวิชา เขาก็ได้พิพากษาประหารชีวิตคนผู้นี้ไว้ใน
ใจเรียบร้อยแล้ว ที่ก่อนหน้านี้ยังไม่ลงมือ ก็แค่เพราะยังไม่มี
จังหวะที่เหมาะสมเท่านั้น
เมื่อศัตรูตายตกไป จางอวิ๋นก็ไม่รอช้าจัดการเก็บศพของ
มู่เหวินเซวียนเข้าแหวนมิติ
พร้อมกันนั้นก็สะบัดมือ เก็บสวีหมิง เถากู่หลาน และ
เหล่าผู้อาวุโสที่ยังคงติดอยู่ในค่ายกลบำเพ็ญมายาเข้าไปใน
‘หอสมบัติเซียน’ เพื่อความปลอดภัย
สายตาคมกริบเบนไปยังหลินเทียนต้งที่ถูกพลังผนึกตรึง
แน่นอยู่มุมกำแพง
เมื่อเห็นจางอวิ๋นมองมา ใบหน้าของหลินเทียนต้งก็
ซีดเผือดไร้สีเลือด
ความหวาดกลัว…
นั่นคือความรู้สึกเดียวที่เขามีในตอนนี้
เริ่มจากร่างแยกของมารเหี่ยวเฉาผู้ยิ่งใหญ่ ต่อด้วยร่าง
เงาวิญญาณของรองเจ้าหอสมบัติหนานจางลำดับที่สองผู้
ทรงอำนาจ ต้องเผชิญหน้ากับตัวตนระดับตำนานถึงสองตน
ติดต่อกัน แต่จางอวิ๋นกลับสังหารพวกมันได้สบายๆ ราวกับ
พลิกฝ่ามือ
ความแข็งแกร่งระดับนี้… มันเกินขอบเขตจินตนาการ
ของเขาไปไกลลิบโลก!
จางอวิ๋นไม่พูดพร่ำทำเพลง เดินเข้าไปตบเขาเปรี้ยงเดียว
จนสลบเหมือด แล้วโยนร่างเข้าไปในหอสมบัติเซียนเช่นกัน
ที่ยังไม่ฆ่าทิ้งในทันที เพราะเขากะว่าจะเก็บมันไว้ให้สวี
หมิงจัดการระบายแค้นด้วยตัวเอง
จัดการทุกอย่างเสร็จสิ้น เขาหันมายิ้มอย่างอ่อนโยนให้
ทารกน้อยในอ้อมแขน: “ไห่ไห่ อาจารย์มีธุระต้องจัดการ เดี๋ยว
จะพาเจ้าไปอยู่ในที่แห่งหนึ่ง เจ้าเข้าไปเล่นรอข้างในสักพักนะ
ตกลงไหม?”
“แอ้ แอ้!!”
อู๋ไห่ไห่พยักหน้าหงึกหงักทันที ทำท่าทาง ‘หนูเป็นเด็กดี
ที่สุด’ อย่างน่าเอ็นดู
จางอวิ๋นลูบหัวน้อยๆ ของเขา แล้วส่งตัวเข้าไปในห้อง
พิเศษภายในหอสมบัติเซียน
จากนั้นจึงเดินอย่างองอาจออกจากโถงใหญ่
“คุณ… คุณชาย…”
เมื่อเห็นเขาเดินออกมา เติ้งอวี้เซวียนที่ยืนตัวสั่นรออยู่
ด้านนอกโถงก็กลืนน้ำลายลงคอ เอื๊อก แววตาที่มองจางอวิ๋น
นั้นเต็มไปด้วยความเลื่อมใสศรัทธาที่พุ่งทะลุปรอท
รองเจ้าหอสมบัติหนานจางลำดับที่สอง นั่นมันบุคคล
ระดับสูงสุดของแคว้นแดนใต้เชียวนะ! ร่างเงาระดับนั้นบอก
จะฟันก็ฟันทิ้งดื้อๆ ราวกับหั่นผักปลา…
คุณชายท่านนี้เหนือล้ำเกินจินตนาการของเขาไปไกลโข
มิน่าล่ะหัวหน้าของเขาถึงได้ยอมสยบอย่างราบคาบ
“เจ้าก็เข้าไปด้วย!”
จางอวิ๋นสะบัดมือ เก็บเติ้งอวี้เซวียนเข้าหอสมบัติเซียน
ไปอีกคน เพื่อไม่ให้เกะกะการต่อสู้ครั้งสำคัญที่กำลังจะมาถึง
“อยู่ตรงนี้…”
เขากวาดสายตามองไปรอบๆ ก่อนจะล็อคเป้าไปยัง
ทิศทางหนึ่งอย่างแม่นยำ
อาศัยความรู้สึกจากพลังของร่างแยกมารเหี่ยวเฉาที่เพิ่ง
ดูดกลืนไปเมื่อครู่ ทำให้เขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายต้นกำเนิดที่
คล้ายคลึงกันอย่างชัดเจน
ทิศทางนั้น… ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเป็นที่กบดานของร่าง
ต้นมารเหี่ยวเฉา!
คิดได้ดังนั้น ร่างของเขาก็พุ่งทะยานออกไปดุจลูกธนู
เจ้ามารเหี่ยวเฉาตนนี้ แม้ในช่วงจุดสูงสุดจะเป็นถึงระดับ
เหลียนซวี แต่ถูกผนึกจองจำมานับพันปี ความแข็งแกร่ง
คงเหลือไม่ถึงหนึ่งในสิบ
ข้อนี้ จางอวิ๋นประเมินได้จากความแข็งแกร่งของร่างแยก
เมื่อครู่
อีกอย่าง… ‘พลังเซียนเหี่ยวเฉา’ ก็มีคุณสมบัติกดข่มมาร
เหี่ยวเฉาโดยธรรมชาติ!
ในเมื่อเป็นของขวัญชิ้นงามที่ท่านเซียนขูทิ้งไว้ให้ มาร
เหี่ยวเฉาตนนี้เขาก็ต้องขอรับไว้ด้วยความยินดี
เพื่อความไม่ประมาท จางอวิ๋นหยิบดอกบัวสีขาวบริสุทธิ์
ออกมา แล้วเด็ดกลีบดอกอมไว้ในปากหนึ่งกลีบ
นี่คือสมุนไพรระดับสุดยอด ‘บัวราชันย์เมตตา’ ที่ได้
มาจากจวนวาสนาเซียน มันมีพลังชำระล้างที่แข็งแกร่งเหนือ
จินตนาการ มีผลในการกดข่มและชำระล้างไอมารได้อย่าง
ชะงักนัก
พลังของมารเหี่ยวเฉาประกอบด้วยพลังเหี่ยวเฉาและไอ
มาร พลังเหี่ยวเฉานั้นจางอวิ๋นไม่กลัว แต่ไอมารยังต้องระวังไว้
บ้าง
ไม่กี่อึดใจต่อมา
จางอวิ๋นก็มาหยุดอยู่หน้าทางเดินยาวที่ดูวังเวงและ
มืดมิด กลิ่นอายความตายลอยคลุ้ง
ฟุ่บ ฟุ่บ ฟุ่บ!!
ทันทีที่ย่างกรายเข้าใกล้ เถาวัลย์สีดำทมิฬที่อัดแน่น
ไปด้วยไอมารนับไม่ถ้วนก็พุ่งฉกเข้าใส่ราวกับฝูงงูพิษ
ฉับ!
จางอวิ๋นกระชับ ‘กระบี่รัตติกาลคลั่ง’ ในมือ สะบัดคลื่น
รังสีกระบี่ออกไปเป็นวงกว้าง ตัดเถาวัลย์สีดำเหล่านั้นขาด
กระจุยเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยร่วงกราวลงพื้น
มือขวาถือกระบี่ ก้าวเท้าเดินเข้าสู่ทางเดินอย่างมั่นคงดุจ
ราชันย์เดินตรวจตราอาณาจักร
ตลอดทาง ไอมาร พลังเหี่ยวเฉา เถาวัลย์ทมิฬ… การ
โจมตีรูปแบบต่างๆ ถาโถมเข้ามาไม่ขาดสายราวกับพายุบ้า
ตูม ตูม ตูม!!
แต่ภายใต้คมกระบี่ที่ร่ายรำอย่างงดงามและดุดันของ
เขา ทุกอย่างล้วนถูกทำลายจนสิ้นซาก ไม่มีสิ่งใดหยุดยั้งฝีเท้า
ของเขาได้
“เจ้ามนุษย์! ถอยออกไปซะ เดี๋ยวนี้!! มิเช่นนั้นอย่าหาว่า
ข้าไร้ปรานี!!”
เมื่อเห็นจางอวิ๋นรุกคืบเข้ามาลึกขึ้นเรื่อยๆ มารเหี่ยวเฉา
ก็เริ่มนั่งไม่ติด ตวาดเสียงเย็นยะเยือกก้องกังวานไปทั่ว
ทางเดิน
แต่ฝีเท้าของจางอวิ๋นกลับไม่มีทีท่าว่าจะชะลอลง
แม้แต่น้อย
“รนหาที่ตาย!”
มารเหี่ยวเฉาคำรามลั่นด้วยโทสะ
ทางเดินเบื้องหน้าพลันระเบิดพลังเหี่ยวเฉาและไอมาร
ออกมาอย่างมหาศาล ผนังทั้งสี่ด้านผุดเถาวัลย์สีดำนับหมื่น
เส้นเลื้อยรัดเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง หมายจะบดขยี้ผู้บุกรุกให้
แหลกเหลว
จางอวิ๋นซัดคลื่นรังสีกระบี่เปิดทาง สายตาคมกริบล็อค
เป้าไปยังจุดจุดหนึ่งเบื้องหน้า
“เจอตัวแล้ว!”
มือซ้ายจับพู่กันบัญชาการ ตวัดเขียนอักษร ‘เร็ว’
กลางอากาศ
เปรี้ยง!
ร่างของเขาพุ่งทะยานฝ่าดงเถาวัลย์ไปข้างหน้าราวกับ
สายฟ้าฟาด
เถาวัลย์สีดำจำนวนมหาศาลพุ่งเข้ามาขวางทางและ
ฟาดใส่
แต่ทันทีที่เข้าใกล้ ก็ถูกคมกระบี่ที่ลากยาวมาตลอดทาง
ของเขาฟันขาดสะบั้นเปิดทาง
ชั่วพริบตา จางอวิ๋นก็มาหยุดอยู่หน้ากำแพงจุดหนึ่ง คม
กระบี่ที่รวบรวมพลังมาเต็มเปี่ยมฟันฉับเข้าใส่ทันที
ตูม!
แต่กลับมีม่านพลังที่เกิดจากการผสมผสานระหว่างพลัง
เหี่ยวเฉาและไอมารปรากฏขึ้นขวางคมกระบี่ของเขาไว้
“เจ้ามนุษย์ เจ้าอยากตายนักใช่ไหม!!”
บนกำแพงนั้น ปรากฏใบหน้าคนแก่ที่ดูเหี่ยวแห้งและ
เกรี้ยวกราดผุดขึ้นมา รอบกายมันรายล้อมไปด้วยไอมารและ
พลังเหี่ยวเฉาอันเข้มข้นจนแทบจะกลั่นเป็นหยดน้ำ
จางอวิ๋นเห็นดังนั้น ก็สูดลมหายใจเข้าปอด แล้วอ้า
ปากกว้าง
ฮะ… ถุย!
น้ำลายคำโต ถูกพ่นใส่หน้ามารเหี่ยวเฉาเต็มๆ!
มารเหี่ยวเฉาถึงกับชะงักงันทำอะไรไม่ถูก
หมายความว่าไง?
ถ่มน้ำลายใส่ข้า? ข้าคือมารบรรพกาลนะเว้ย!
“แย่แล้ว!”
แต่วินาทีถัดมา สีหน้าของมันเปลี่ยนเป็นตื่นตระหนก
สุดขีด เพราะในน้ำลายคำนั้น อัดแน่นไปด้วยพลังชำระล้างอัน
มหาศาลของ ‘บัวราชันย์เมตตา’
ซู่วววว!
ไอมารที่เพิ่งรวบรวมขึ้นมาเพื่อป้องกัน ถูกพลังชำระล้าง
กัดกร่อนจนสลายไปในพริบตาราวกับหิมะโดนน้ำร้อนราด
โดยไม่เปิดโอกาสให้มารเหี่ยวเฉาได้ตั้งตัว มือซ้ายของ
จางอวิ๋นที่มีพลังเซียนเหี่ยวเฉาพันรอบนิ้ว ก็ตะปบเข้าที่หน้า
ของมันเต็มแรง!
“หยุดเดี๋ยวนี้นะ!!”
มารเหี่ยวเฉาหน้าถอดสี ร้องห้ามเสียงหลง
แต่จางอวิ๋นหรือจะฟัง?
เคล็ดวิชาดูดกลืนเหี่ยวเฉาเอกอุไร้เทียมทาน...
เดินเครื่อง!
“อ๊ากกกก——!!”
เสียงกรีดร้องโหยหวนดังลั่นสะท้านทางเดิน ใบหน้า
เหี่ยวแห้งของมารเหี่ยวเฉาบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดทรมาน
แสนสาหัส
เพียงไม่นาน ภายใต้สายตาเย็นชาของจางอวิ๋น ภายใน
กำแพงตรงหน้าก็ปรากฏต้นไม้แห้งเหี่ยวสีดำที่มีลวดลาย
อักขระมารประหลาดต้นหนึ่ง
นี่คือร่างต้นของมารเหี่ยวเฉาอย่างไม่ต้องสงสัย!
ภายใต้อานุภาพการดูดกลืนอันทรงพลัง ต้นไม้แห้งเหี่ยว
นี้ก็ถูกเปลี่ยนสภาพกลายเป็นพลังเหี่ยวเฉาจำนวนมหาศาล
ไหลบ่าเข้ามาสู่ร่างของจางอวิ๋นราวกับเขื่อนแตก
“เยอะสะใจจริงๆ!”
ความหนาแน่นของพลังงานที่ได้รับ ทำให้จางอวิ๋นตาลุ
กวาวด้วยความตื่นเต้น รีบนั่งขัดสมาธิลงและเริ่มโคจรพลัง
ดูดซับหลอมรวมอย่างเต็มกำลัง
พลังเหี่ยวเฉานับหมื่นเส้นถูกหลอมรวมเข้าสู่ตันเถียน
หนึ่งเส้น… สองเส้น… สามเส้น…
เพียงไม่กี่นาที เขาก็หลอมรวมจนได้ ‘พลังเซียนเหี่ยวเฉา’
เพิ่มขึ้นมาอีกหลายสิบเส้น แต่นี่ยังเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น!
……
ณ ดินแดนทางตอนเหนือของแคว้นหนานซิง ภายในหอ
สูงเสียดฟ้าใจกลางเมืองใหญ่
“สารเลว!!”
เสียงตวาดด้วยความโกรธเกรี้ยวดังกึกก้องประดุจเสียง
ฟ้าผ่า
ผู้คนทั่วทั้งหอต่างสะดุ้งตกใจ ตัวสั่นงันงก เงยหน้ามอง
ไปยังยอดหอด้วยความงุนงงและหวาดหวั่น
พวกเขาจำได้แม่นว่านั่นคือเสียงของ ท่านรองเจ้าหอ
ที่สอง ‘กู้ชวน’
ท่านรองเจ้าหอปิดด่านฝึกตนอยู่ไม่ใช่หรือ? เหตุใดจู่ๆ
ถึงได้เกรี้ยวกราดเช่นนี้?
ณ ชั้นบนสุดของหอ ประตูห้องปิดด่านถูกเปิดออก
ชายวัยกลางคนในชุดหรูหรา ผมยาวสยายปลิวไสว
ใบหน้าเปี่ยมอำนาจบารมี แต่ในยามนี้กลับมืดมนดุจเมฆฝนที่
ตั้งเค้าพายุใหญ่ เดินออกมา
เขาคือรองเจ้าหอสมบัติหนานจางลำดับที่สอง… กู้ชวน!
“สิบสององครักษ์!”
เขาเอ่ยเรียกเสียงต่ำ แต่กังวานไปทั่วสารทิศ
หน้าห้องปิดด่าน พลันปรากฏเงาร่างสิบสองสายพุ่ง
เข้ามาด้วยความเร็วสูง คุกเข่าลงเบื้องหน้ากู้ชวนอย่าง
พร้อมเพรียง: “เชิญท่านเจ้าหอสั่งการ!”
“ไปจับกุมทุกคนที่มีความเกี่ยวข้องกับมู่เหวินเซวียน
ไม่ว่ามันจะมีฐานะสูงส่งเพียงใด นำตัวพวกมันทั้งหมดมาขัง
คุกที่หอใหญ่!”
กู้ชวนสั่งเสียงเข้ม แววตาฉายประกายอำมหิต: “หาก
ผู้ใดขัดขืน… ฆ่าไม่เว้น!”
“รับทราบ ท่านเจ้าหอ!”
สิบสององครักษ์สีหน้าเคร่งขรึม ขานรับพร้อมกันเสียง
ดังสนั่น ก่อนจะถอยฉากออกไปปฏิบัติภารกิจทันที
“ชิงอี!”
กู้ชวนเอ่ยเรียกต่อ
ที่มุมห้อง ชายวัยกลางคนในชุดเขียวปรากฏตัวขึ้นจาก
ความว่างเปล่า
กู้ชวนเอ่ยถามเสียงเย็น: “มู่เหวินเซวียนอยู่ที่ไหน?”
ชายชุดเขียวสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย
ในฐานะองครักษ์คนสนิท เขาเข้าใจเจ้านายดีที่สุด
ปกติกู้ชวนจะเรียกมู่เหวินเซวียนว่า ‘เซวียนเอ๋อร์’ หรือ
‘เหวินเซวียน’ ในฐานะศิษย์รัก แต่วันนี้กลับเรียกชื่อเต็มด้วยน้ำ
เสียงห่างเหินเย็นชา…
“เรียนท่านเจ้าหอ… นายน้อยอยู่ที่แดนลับเซียนขอรับ!”