ศิษย์ข้าอ่อนแอ? แต่ข้าได้รางวัลโกงโลก - บทที่ 168 ภายในสามวินาที หายไปให้พ้นสายตาข้า!
สีหน้าของสองผู้บำเพ็ญเพียรจากสำ นักเทียนหลิวแปร
เปลี่ยนไปอย่างรุนแรง ความหวาดกลัวจับขั้วหัวใจ ฝ่ายชาย
สะบัดกิ่งไม้ในมืออย่างบ้าคลั่ง พยายามรีดเค้นพลัง
เฮือกสุดท้ายออกมา
ทว่า… พลังงานอันน้อยนิดที่ปลดปล่อยออกมานั้น
ไม่อาจต้านทานคลื่นความตายของเหล่าอสูรซากเหี่ยวเฉาได้
เลยแม้แต่น้อย
เพล้ง!
เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว ม่านพลังคุ้มกันแตก
กระจายออกเป็นเสี่ยงๆ ราวกับกระจกบางๆ
ฝูงอสูรซากเหี่ยวเฉาที่หิวกระหายกรูกันเข้ามาดั่งฝูง
แมลงมรณะ ถาโถมเข้าใส่เหยื่ออันโอชะตรงหน้าทันที
“ม่ายยยย—!!”
เสียงกรีดร้องโหยหวนด้วยความสิ้นหวังดังระงมไปทั่ว
หุบเขา เพียงชั่วพริบตา ร่างของศิษย์สำ นักเทียนหลิวทั้งสองก็ถูกฉีกกระชาก กัดแทะจนกลายเป็นเศษเนื้อนับไม่ถ้วน ดับสูญ
ไปในพริบตา
เถากู่หลานที่มองเห็นเหตุการณ์จากระยะไกลถึงกับหน้า
ซีดเผือด ขนลุกซู่ไปทั้งสรรพางค์กาย
โดยเฉพาะเมื่อนางกวาดสายตามองไปที่ฝูงอสูรซาก
เหี่ยวเฉาที่ยุบยับราวกับฝูงตั๊กแตนปกคลุมไปทั่วทั้งภูเขา
ความหวาดหวั่นก็แล่นขึ้นมาจุกที่คอหอย “ทำไม… ทำไมถึงได้
มีเยอะขนาดนี้?”
ตามข้อมูลที่นางสืบมา แม้รอบๆ สามแดนสมบัติ
จะมีอสูรซากเหี่ยวเฉาชุมนุมอยู่มาก แต่จำ นวนก็ไม่น่าจะ
มากมายมหาศาลขนาดนี้
เมื่อลองประเมินด้วยสายตาคร่าวๆ โดยเฉพาะบริเวณ
ใกล้ยอดเขา จำ นวนที่อัดแน่นอยู่นั้นอย่างน้อยก็มีเป็นหมื่นตัว!
จางอวิ๋นหรี่ตาลงเล็กน้อย
จำ นวนขนาดนี้… เหนือความคาดหมายจริงๆ!
“ใคร?”ทันใดนั้น สัมผัสอันเฉียบคมของจางอวิ๋นก็จับ
ความผิดปกติได้ เขาหันขวับไปมองทางด้านขวาของเทือกเขา
ทันที
ปรากฏกลุ่มคนกว่ายี่สิบคนเดินออกมาจากหลังโขดหิน
และหลุมบ่อที่ใช้เป็นที่กำบัง
“นั่นมันคู่สามีภรรยาชิงหลิวแห่งสำ นักเทียนหลิว แคว้น
หยวนหลิว!”
“หึ! คิดว่าจะอาศัยกิ่งไม้ของบรรพชนสำ นักเทียนหลิวบุก
เข้าจวนวาสนาเซียนงั้นรึ? ฝันเฟื่องเกินไปแล้ว!”
“ตายไปอีกสองระดับจินตาน… ดี! ถ้าตายเพิ่มอีก
สักหน่อย ก็คงเพียงพอที่จะสงบพวกอสูรซากเหี่ยวเฉาพวกนี้
ได้แล้ว!”
……
คนกลุ่มนี้พูดคุยกันด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน เห็นได้ชัดว่า
พวกมันมารออยู่ที่นี่นานแล้ว และเฝ้าดูความตายของผู้อื่น
จากเงามืดมาตลอด
จางอวิ๋นขมวดคิ้วมุ่น”คนของ ‘หอฝูเซียน’!”
เถากู่หลานจำ เครื่องแต่งกายที่เป็นเอกลักษณ์ของคน
กลุ่มนี้ได้ทันที จึงเอ่ยกระซิบเตือน
“หอฝูเซียน?”
จางอวิ๋นเลิกคิ้วเล็กน้อย
ชื่อนี้เขาไม่แปลกใจ เพราะเฉกเช่นเดียวกับเกาะเชียนไห่
นี่คือขุมกำลังระดับแนวหน้าที่มีชื่อเสียงเกริกไกรแห่งแดนใต้
เป็นเจ้าถิ่นผู้ยิ่งใหญ่แห่งแคว้นฝูเซียน ซึ่งเจ้าหอของพวกมัน
คือตัวตนระดับแปลงเทพผู้ทรงพลัง
เมื่อใช้เคล็ดวิชาเนตรสวรรค์กวาดตามอง ก็พบว่าคน
กว่ายี่สิบคนนี้ล้วนเป็นยอดฝีมือระดับจินตานขั้นสูงสุดทั้งสิ้น!
“พวกเจ้า… มานี่!”
ทันใดนั้น หนึ่งในกลุ่มสตรีผมยาวหน้าตาสะสวยก็ชี้หน้า
มาทางเขาและเถากู่หลาน พร้อมเอ่ยสั่งด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
แต่แฝงไปด้วยอำนาจ
น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งราวกับนางพญาที่
กำลังสั่งข้ารับใช้จางอวิ๋นไม่แม้แต่จะปรายตามอง เขาเพียงแค่
กวาดสายตาผ่านคนกลุ่มนั้นแวบหนึ่งราวกับมองอากาศธาตุ
แล้วหันกลับไปสนใจฝูงอสูรซากเหี่ยวเฉาที่เกลื่อนกลาดเต็ม
ภูเขาเบื้องหน้าแทน
“ข้าบอกให้มานี่! หูหนวกหรือไง?”
เมื่อเห็นจางอวิ๋นทั้งสองยังคงยืนนิ่งไม่ไหวติง สตรีผม
ยาวก็ตวาดขึ้นด้วยความหงุดหงิด ใบหน้าสวยเริ่มบิดเบี้ยว
ด้วยโทสะ
“ไปกันเถอะ!”
จางอวิ๋นเมินเฉยต่อเสียงนกเสียงกา พุ่งทะยานมุ่งหน้า
ไปยังเทือกเขาอสูรทันที
เถากู่หลานที่อยู่ข้างกายชะงักไปเล็กน้อย แต่ก็รีบพุ่งตาม
ไปติดๆ ด้วยความเชื่อใจ
“ฮ่าๆๆ! นับว่ายังรู้ความ!”
สตรีผมยาวเห็นดังนั้นก็แค่นเสียงหัวเราะเยาะออกมา
เหล่าศิษย์หอฝูเซียนต่างยิ้มมุมปากด้วยความขบขัน
มองดูเหยื่อที่กำลังเดินเข้าปากเสือทว่าขณะที่พวกนางกำลังรอให้จางอวิ๋นทั้งสองบินเข้า
มาหาเพื่อมอบตัว กลับพบว่าจางอวิ๋นและเถากู่หลานกลับบิน
ผ่านหน้าพวกนางไปหน้าตาเฉย!
สตรีผมยาวและพรรคพวกถึงกับตะลึงงัน
ก่อนจะพบความจริงที่น่าตกใจยิ่งกว่า… จางอวิ๋นและ
เถากู่หลานกำลังมุ่งหน้าตรงเข้าไปกลางวงล้อมของเทือกเขา
ไม้แห้งที่เต็มไปด้วยฝูงอสูรซากเหี่ยวเฉา!
“เข้าไปในเทือกเขา?”
“ข้ากะว่าจะลงมือบังคับอยู่แล้วเชียว ไม่นึกว่าจะรนหาที่
ตายเองแบบนี้!”
“หึ! ก็ถือว่าฉลาดอยู่บ้างที่ไม่อยากเจ็บตัวก่อนตาย!”
……
สตรีผมยาวและพรรคพวกระเบิดเสียงหัวเราะชอบใจ
พวกนางมารวมตัวกันที่นี่ตั้งแต่แรกที่เข้าสู่แดนลับเซียน
พอประเมินแล้วว่าอสูรซากเหี่ยวเฉามีจำ นวนมากเกินกำลัง
ที่จะฝ่าเข้าไป จึงได้วางค่ายกลวิชาลับของหอฝูเซียนเอาไว้
แล้วเฝ้ารอคอยเหยื่อวิชาลับนี้มีชื่อว่า ‘บทเพลงสงบชีพ’
เงื่อนไขคือจำ เป็นต้องสะสม ‘ตัวโน้ตชีวิต’ ให้เพียงพอถึง
จะสำ แดงฤทธิ์ได้
ซึ่งตัวโน้ตชีวิตที่ว่า ต้องสังเวยด้วยชีวิตของ
ผู้บำเพ็ญเพียร!
พูดง่ายๆ ก็คือ ผู้บำเพ็ญเพียรหน้าโง่ที่หลงเข้าไปใน
เทือกเขาไม้แห้งแห่งนี้ หากถูกอสูรซากเหี่ยวเฉาสังหาร วิญ
ญาณก็จะถูกแปรเปลี่ยนเป็นตัวโน้ตชีวิต
เมื่อรวบรวมได้ครบยี่สิบตัวโน้ต พวกนางก็จะสามารถ
ใช้วิชาลับนี้สะกดข่มความบ้าคลั่งของอสูรซากเหี่ยวเฉาลง
ทำให้พวกนางมีเวลาบุกเข้าไปกอบโกยสมบัติในจวนวาสนา
เซียน
พวกนางจึงซ่อนตัวในที่มืด รอคอยให้ผู้บำเพ็ญเพียรจาก
กลุ่มต่างๆ เดินทางมาถึง เพื่อใช้เป็นเครื่องสังเวย
ไม่ว่าคนเหล่านั้นจะโง่เขลาวิ่งเข้าไปตายเอง หรือต้องให้
พวกนางปรากฏตัวออกมาบังคับโยนเข้าไปก็ตามสำ หรับจางอวิ๋นทั้งสอง บวกกับเด็กน้อยอีกหนึ่ง รวมเป็น
สามชีวิต พวกนางก็วางแผนจะใช้วิธีเดียวกัน
ไม่นึกเลยว่าจางอวิ๋นจะพาเด็กพุ่งเข้าไปเองแบบนี้ ช่วย
ประหยัดแรงพวกนางไปได้เยอะ!
โฮก! โฮก! โฮก! …
ทันทีที่จางอวิ๋นทั้งสองบินล่วงล้ำเข้าสู่เขตเทือกเขา
ไม้แห้ง อสูรซากเหี่ยวเฉานับไม่ถ้วนก็ส่งเสียงคำรามกึกก้อง
พร้อมใจกันพุ่งกระโจนเข้าใส่ราวกับคลื่นยักษ์
สตรีผมยาวและพรรคพวกยิ้มเยาะ เฝ้ารอการปรากฏ
ของตัวโน้ตชีวิตสีเลือดสามดวง แม้หนึ่งในนั้นจะเป็นเด็กทารก
แต่ขอแค่เป็นชีวิตมนุษย์ ก็สามารถสร้างตัวโน้ตได้ทั้งนั้น
ปังๆๆๆ!!
แต่เพียงวินาทีถัดมา เสียงระเบิดตูมตามราวกับประทัด
แตกที่ดังสนั่นก้องกังวาน ก็ทำให้รอยยิ้มของพวกนางแข็งค้าง
เมื่อมองไปยังเทือกเขา ภาพที่ปรากฏแก่สายตาก็ทำให้
พวกนางต้องเบิกตากว้างจนแทบถลนเห็นเพียงจางอวิ๋นสะบัดมือวูบเดียว… คลื่นยักษ์สีน้ำเงิน
เข้มแห่งพลังอูก็ม้วนกวาดถล่มทลายเทือกเขาไม้แห้งไปทั้ง
แถบ!
พลังนั้นรุนแรงและบ้าคลั่ง บดขยี้ทุกสรรพสิ่งที่ขวางหน้า
อสูรซากเหี่ยวเฉาทั้งหมดแหลกสลายกลายเป็นผุยผงโดย
ไม่อาจต้านทาน!
เพียงแค่ไม่กี่กะพริบตา อสูรซากเหี่ยวเฉานับหมื่นตัวบน
เทือกเขาไม้แห้งอันกว้างใหญ่ ก็ถูกล้างบางจนเกลี้ยง
แปรสภาพกลายเป็นเส้นพลังงานสีเทาจางๆ ลอยล่องเต็ม
ท้องฟ้า…
“นี่มัน…”
สตรีผมยาวและคนอื่นๆ อ้าปากค้าง ตกตะลึงจนวิญ
ญาณแทบหลุดออกจากร่าง พูดไม่ออกแม้แต่ครึ่งคำ
“เก็บ!”
จางอวิ๋นไม่แม้แต่จะชายตามองพวกนาง เขาโบกมือเบา
ๆ พลังงานอสูรซากเหี่ยวเฉามหาศาลนั้นก็พุ่งเข้ามารวมกัน
ก่อนจะถูกดูดเข้าไปในมิติของ ‘คทาเซียนอู’ ทันที”กู่หลาน เราเข้าไปดูในจวนวาสนาเซียนกันเถอะ!”
ทำทุกอย่างเสร็จสิ้น เขาก็หันมาเอ่ยกับหญิงสาวข้างกาย
ด้วยน้ำเสียงปกติ ราวกับเมื่อครู่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“ด… ได้เจ้าค่ะ!”
เถากู่หลานสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะได้สติกลับมา
ขณะที่นางเดินตามหลังจางอวิ๋นไป สายตาก็อดไม่ได้
ที่จะมองดูเทือกเขาไม้แห้งที่ว่างเปล่าเบื้องล่าง นาง
กลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอด้วยความยากลำบาก
แม้จะรู้อยู่แล้วว่าจางอวิ๋นแข็งแกร่ง… แต่ภาพ
การกวาดล้างตรงหน้าก็ยังทำให้นางสะเทือนใจอย่างรุนแรง
นั่นมันอสูรซากเหี่ยวเฉาเป็นหมื่นตัวเชียวนะ! ถูกกวาด
หายไปในพริบตาเดียว!
“เร็ว! รีบขึ้นเขา!!”
สตรีผมยาวและคนอื่นๆ ที่เพิ่งได้สติ รีบตะโกนบอกกัน
อย่างร้อนรน ก่อนจะพุ่งทะยานไปยังจวนวาสนาเซียนบน
ยอดเขาอย่างบ้าคลั่งสามแดนสมบัติ… ทุกครั้งที่แดนลับเปิดจะมีสมบัติ
ปรากฏ ยิ่งเข้าไปเร็วเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีโอกาสได้ของดีมากเท่านั้น
พวกนางจะยอมให้คนอื่นชิงตัดหน้าไม่ได้เด็ดขาด!
ณ ยอดเขา
จางอวิ๋นและเถากู่หลานมายืนอยู่หน้าปากถ้ำ ขนาด
มหึมา เหนือปากถ้ำ มีตัวอักษรโบราณ ‘จวนวาสนาเซียน’
สามคำสลักไว้อย่างชัดเจน ดูน่าเกรงขาม
ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ!
ขณะที่จางอวิ๋นกำลังจะก้าวเข้าไป ด้านหลังก็มีเสียง
แหวกอากาศของสตรีผมยาวและพรรคพวกบินตามขึ้น
มาติดๆ
เขาปรายตามองด้วยหางตาอย่างเรียบเฉย
พลังอูสีน้ำเงินเข้มระลอกหนึ่งถูกสะบัดออกไปจากปลาย
แขนเสื้อ
“แย่แล้ว!!”
สตรีผมยาวและพวกที่เพิ่งเหยียบยอดเขาหน้าเปลี่ยนสี
แต่พลังนั้นรวดเร็วและรุนแรงเกินกว่าจะหลบพ้น…พรูดดด!! พรูดดด!!
ร่างของพวกนางถูกพลังอูสีน้ำเงินเข้มกระแทกเข้าอย่าง
จัง จนกระอักเลือดคำโต กระเด็นตกจากยอดเขากลิ้งลง
ไปกองกันระเนระนาดที่ตีนเขา
“สารเลว…”
สตรีผมยาวตั้งหลักได้เป็นคนแรกที่ตีนเขา ความ
เจ็บปวดที่อวัยวะภายในปั่นป่วนทำให้นางโกรธจัดจนหน้า
แดงก่ำ นางเงยหน้ามองจางอวิ๋นบนยอดเขาเตรียมจะด่าทอ
สาปแช่ง
แต่พอนึกถึงภาพคลื่นยักษ์สีน้ำเงินเข้มที่กวาดล้างอสูร
ซากเหี่ยวเฉานับหมื่นเมื่อครู่… คำด่าที่จ่ออยู่ที่ริมฝีปากก็ต้อง
กลืนกลับลงไปอย่างยากลำบาก
นางทำได้เพียงข่มความกลัว กดเสียงต่ำเอ่ยว่า “ข้าคือ
ศิษย์ของเจ้าหอฝูเซียน ขอให้ท่าน…”
“ไสหัวไป!”
ยังพูดไม่ทันจบประโยค เสียงตวาดเรียบๆ แต่ทรงพลังก็
ดังขัดขึ้น”เจ้า…”
สตรีผมยาวโกรธจนตัวสั่นเทิ้ม กัดฟันกรอด “ท่านอย่าได้
ทำเกิน…”
“ไส—หัว—ไป—!!”
แต่พูดยังไม่ทันถึงครึ่งประโยค ก็ถูกจางอวิ๋นตวาดสวน
กลับมาอีกครั้ง!
คราวนี้แฝงมาด้วยคลื่นเสียงอันทรงพลัง แรงสั่นสะเทือน
กระแทกจนร่างของนางเซถอยหลังไปหลายก้าว เลือดลม
ตีกลับ
“พวกเจ้ามันรกหูรกตา”
จางอวิ๋นเอ่ยเสียงเย็นยะเยือก แววตาคมกริบจ้องมอง
ลงมาราวกับเทพเจ้ามองมดปลวก
“ภายในสามวินาที หายไปให้พ้นสายตาข้า… ไม่งั้นอย่า
หาว่าข้าไม่เตือน!”
“ไป!”
สตรีผมยาวหน้าซีดเผือด ไม่กล้าต่อปากต่อคำอีกแม้แต่
ครึ่งคำ รีบนำพรรคพวกหอฝูเซียนหนีเตลิดเปิดเปิงไปอย่างหัวซุกหัวซุน!