ศิษย์ข้าอ่อนแอ? แต่ข้าได้รางวัลโกงโลก - บทที่ 159 หุ่นเชิดระดับหยวนอิง
ณ หอวิญญาณอันเงียบงันและมืดสลัว บนแท่นบูชาศิลา
อาถรรพ์เรียงรายไปด้วยป้ายหยกสลักชื่อสามป้าย
แกร๊ก!
เสียงวัตถุแตกหักดังขึ้นทำลายความเงียบสงัด ป้ายหยก
ทางขวาสุดเกิดรอยร้าวลามไปทั่วผิวหน้า ก่อนจะ…
เพล้ง!
ระเบิดกลายเป็นเศษผงธุลี ร่วงกราวลงสู่พื้น
“หืม?”
ใจกลางหอวิญญาณ ร่างเงาหนึ่งที่นั่งขัดสมาธิเข้าฌาน
อยู่ลืมตาโพลง นัยน์ตาขุ่นมัวฉายแววตกใจระคนสงสัยเมื่อ
เห็นเศษซากของป้ายหยกที่แตกละเอียด
บรรยากาศเงียบงันไปครู่ใหญ่ เขาหยิบหินส่งเสียงรุ่น
พิเศษออกมาจากสาบเสื้อ
“ท่านบรรพชน มีอะไรให้ข้ารับใช้ขอรับ?”เสียงถามอย่างนอบน้อมและสั่นเครือเล็กน้อยดังมาจาก
อีกฝั่งของหินส่งเสียง
ร่างนั้นเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงอำนาจกดดัน
“ป้ายชีวิตของ ‘เงา’ แตกแล้ว!”
ปลายสายเงียบกริบไปทันทีราวกับถูกสาป ผ่านไปครึ่ง
นาทีถึงมีเสียงตอบกลับด้วยความหวาดหวั่น “ท่านบรรพชน…
ข้าจะรีบส่งคนไปตรวจสอบเรื่องนี้เดี๋ยวนี้ขอรับ”
“เจ้ารู้ไว้ก็พอ…”
ร่างนั้นเอ่ยตัดบทเสียงเย็น “ในเมื่อ ‘เงา’ ไม่อยู่แล้ว ก็
ต้องมีคนมารับช่วงต่อ… ลูกศิษย์คนโปรดของเจ้าคนนั้น
ถึงเวลาผลักดันขึ้นมาได้แล้ว!”
เขาหยุดไปครู่หนึ่ง บรรยากาศรอบด้านเย็นยะเยือกขึ้น
ฉับพลัน
“จำ ไว้… ปฏิบัติการครั้งนี้ ข้าไม่อยากเห็นความผิดพลาด
ใดๆ เกิดขึ้นอีก!”
“รับทราบขอรับ!”
……เหนือฟากฟ้าแคว้นหนานโช่ว ท่ามกลางหมู่เมฆ
“สมกับที่เป็นระดับจอมมาร… ทรัพย์สินมั่งคั่งจน
น่าอิจฉาจริงๆ!”
จางอวิ๋นตรวจสอบภายในแหวนมิติของจอมมารเงาแล้ว
ถึงกับต้องเดาะลิ้นด้วยความทึ่ง
อย่างแรกที่สะดุดตาคือขนาดพื้นที่ภายใน แหวนมิติวงนี้
ใหญ่โตมโหฬารจนน่าตกใจ กะด้วยสายตาน่าจะมีพื้นที่เทียบ
เท่ากับเมืองเล็กๆ เมืองหนึ่ง นี่มันคือ ‘แหวนมิติระดับ
จักรพรรดิ’ ที่มีความจุมากกว่าแหวนทั่วไปถึงสิบเท่าตัว!
ลำพังแค่ตัวแหวนเปล่าๆ ราคาก็น่าจะปาเข้าไปหลาย
หมื่นหินวิญญาณแล้ว
อย่างที่สองคือขุมทรัพย์ข้างใน เฉพาะกองภูเขาหินวิญ
ญาณที่กองพะเนินเทินทึกก็กินพื้นที่ไปเก้าส่วนแล้ว
จางอวิ๋นกวาดจิตประเมินคร่าวๆ น่าจะมีไม่ต่ำกว่า… สิบ
ล้านก้อน!
นอกจากหินวิญญาณ พื้นที่อีกหนึ่งส่วนที่เหลือก็อัดแน่น
ไปด้วยของวิเศษสารพัดชนิด ทั้งโอสถระดับสูง สมุนไพรวิญญาณหายาก คัมภีร์วิชามาร และศาสตราวุธระดับสูง…
เมื่อกวาดตามองผ่านๆ มันช่างละลานตาไปหมด ราวกับ
คลังสมบัติเคลื่อนที่ก็ไม่ปาน
แม้อาจจะยังด้อยกว่าคลังสมบัติลับของอาณาจักรเซียน
ไห่อูที่มหาปุโรหิตซ่อนไว้เล็กน้อย แต่ในบรรดา ‘ของสงคราม’
ที่ปล้นชิงมาจากตัวบุคคล นี่คือลาภก้อนใหญ่ที่สุดเท่าที่จางอ
วิ๋นเคยได้มาในชีวิต!
“ดูท่า… อาชีพนักล่าค่าหัวจอมมารนี่ก็รายได้ไม่เลว
แฮะ!”
จางอวิ๋นลูบคางพลางคิดในใจอย่างอารมณ์ดี
เขาเริ่มคัดแยกสิ่งของที่มีไอปีศาจปนเปื้อนออกมา
ต่างหาก ของพวกนี้สามารถใช้ยืนยันตัวตนของจอมมารเงาได้
ในฐานะจอมมารที่มีชื่อติดร้อยอันดับในบัญชีดำ
อาชญากรของทวีป การสังหารจอมมารเงาได้ย่อมแลกเงิน
รางวัลที่แดนกลางได้มหาศาล
หลักฐานพวกนี้ เก็บรักษาไว้ให้ดีย่อมมีประโยชน์ใน
ภายภาคหน้า【ลูกศิษย์ของท่าน ‘อวี๋สุ่ยเอ๋อร์’ ได้เปลี่ยนคลาสเป็น
จอมเวทย์อู และยกระดับพลังอูสู่ขั้นที่สองสำ เร็จ!】
【ระบบเปิดใช้งานการคืนกำไรพลังอู… ท่านได้รับพลังอู
คืนกลับร้อยเท่า!!】
ทันใดนั้น พลังอูสายหนึ่งก็ผุดขึ้นในกาย จางอวิ๋นเลิกคิ้ว
สูง
ก่อนหน้านี้ก็พลังวิญญาณ คราวนี้พลังอูก็คืนกำไรได้
ด้วย?
ดูเหมือนว่า ‘กายาคืนกำไรยอดเซียน’ ของเขา
จะมีความสามารถครอบจักรวาล สามารถคืนกำไรพลังงานได้
ทุกรูปแบบ
แต่มีข้อแม้ว่า… น่าจะต้องเป็นพลังที่เขาเชี่ยวชาญหรือ
มีรากฐานอยู่แล้วเท่านั้น
จางอวิ๋นลูบคางใช้ความคิด
บางทีในอนาคตตอนรับศิษย์เพิ่ม อาจจะต้องวางแผน
คิดเผื่อเรื่องสายพลังพวกนี้ไว้ด้วยอีกอย่าง ในเมื่อพลังอูคืนกำไรได้ งั้นถ้า ‘อู๋ไห่ไห่’ เริ่มฝึก
พลังอูขึ้นมาบ้างล่ะ…
จางอวิ๋นมองดูอู๋ไห่ไห่ที่กำลังนอนหลับปุ๋ยน้ำลายยืด
แววตาพลันเป็นประกายวาววับดุจพ่อค้าหน้าเลือด
ตอนนี้อู๋ไห่ไห่แม้จะควบคุมพลังอูได้ แต่ก็อาศัย
พรสวรรค์ดิบและการเชื่อมต่อกับคทาเซียนอู ร่างกายใหม่นี้ยัง
ไม่ได้เริ่มบำเพ็ญเพียรพลังอูตามวิถีที่ถูกต้องอย่างเป็นทางการ
แต่จางอวิ๋นไม่สงสัยเลยว่า เมื่อไหร่ที่เจ้าหนูนี่เริ่มฝึก
ความเร็วในการก้าวหน้าจะต้องพุ่งทะยานดุจติดปีกบินแน่
และเมื่อนั้นเขาที่ได้คืนกำไรทวีคูณร้อยเท่า…
อริยปุโรหิต, ปราชญ์อู, หรือกระทั่ง… เซียนอู
ระดับตำนานพวกนี้คงอยู่อีกไม่ไกลเกินเอื้อม!
จางอวิ๋นสูดหายใจลึก ระงับความตื่นเต้น
ดูท่าพอเจ้าตัวเล็กนี่ตื่น คงต้องรีบจับมาเข้าคอร์สฝึก
พลังอูเข้มข้นซะแล้ว!
เขาสั่งให้พยัคฆ์วิญญาณลายพาดกลอนเร่งความเร็ว
เต็มพิกัด มุ่งหน้าสู่แคว้นหนานซิงส่วนจางอวิ๋นส่งร่างของอู๋ไห่ไห่เข้าไปพักผ่อนในเมือง
เซียนอู นึกว่าเจ้าตัวเล็กจะตื่นเร็ว แต่ดูจากสภาพที่หลับลึก
ขนาดนี้ คงต้องใช้เวลาฟื้นตัวอีกพักใหญ่
เมื่อจัดการเรื่องอู๋ไห่ไห่เสร็จ จางอวิ๋นก็แวะไปดูที่สถาบัน
จอมเวทย์
ภาพที่เห็นคือ อวี๋สุ่ยเอ๋อร์กำลังตื่นเต้นกับการชักนำพลัง
อูฟ้าดินรอบด้าน ก่อเกิดเป็นปรากฏการณ์พลังอูระลอกคลื่น
สีครามที่งดงามน่าตื่นตา
จางอวิ๋นอมยิ้มมุมปาก
แม่หนูคนนี้ดูท่าจะดูดซับเสร็จสิ้นแล้ว ได้รับความทรงจำ
และมรรคาวิถีแห่งการบำเพ็ญเพียรของมหาจอมเวทย์ต้าอู
ระดับแปลงเทพมาเรียบร้อย
เห็นแบบนั้นเขาก็ไม่เข้าไปรบกวน
มีความทรงจำ ต้นแบบของผู้ยิ่งใหญ่อยู่ในหัวแล้ว ตอนนี้
อวี๋สุ่ยเอ๋อร์สามารถฝึกฝนและก้าวเดินด้วยตัวเองได้
จางอวิ๋นหาสถานที่สงบในเมืองเซียนอู ตั้งเตาปรุง
ยาหม้อใหญ่แบบง่ายๆ แล้วนำร่างที่สลบไสลของสวีหมิงและเถากู่หลานเข้ามา ป้อนยาโอสถให้ทั้งสองกิน
แม้ทั้งคู่จะมีแค่บาดแผลภายนอกที่ดูน่ากลัว แต่สิ่งที่น่า
ห่วงกว่าคือดวงวิญญาณที่ได้รับความกระทบกระเทือนจาก
แรงกดดันวิญญาณระดับแปลงเทพของจอมมารเงา
ยาที่จางอวิ๋นต้มนี้ ปรุงจาก ‘หญ้าสงบจิต’ สมุนไพรวิญ
ญาณชั้นยอดที่เพิ่งค้นเจอในแหวนของจอมมารเงา สรรพคุณ
ของมันช่วยฟื้นฟูสภาวะวิญญาณของผู้บำเพ็ญเพียรได้อย่าง
ชะงัดนัก เหมาะกับคนที่โดนกระแทกทางวิญญาณแบบนี้ที่สุด
หลังจากป้อนยาและดูอาการจนแน่ใจ
เขาก็เริ่มลงมือทำภารกิจสำ คัญที่ค้างคามาครึ่งเดือน…
การสร้างหุ่นเชิด! ตอนนี้เหลืออีกแค่ก้าวเดียวก็จะเสร็จ
สมบูรณ์
“ลองใช้สามแก่นวิญญาณอัดเข้าไปเลยแล้วกัน!”
จางอวิ๋นมองดูร่างหุ่นเชิดตรงหน้าที่เหลือแค่ขั้นตอน
ติดตั้งแก่นพลังงาน แล้วตัดสินใจอย่างเด็ดขาด
ว่าแล้วเขาก็ไปลากศพของ ‘อินทรีนภากาศ’ และ
‘ราชันย์หมาป่าเงิน’ ที่เก็บรักษาไว้ในเมืองเซียนอูออกมา ลงมือชำ แหละเลาะเอาแก่นวิญญาณออกมาอย่างชำ นาญ
“หัวเข่าหนึ่ง… ดวงตาหนึ่ง… และจุดตันเถียนอีกหนึ่ง”
กำหนดตำแหน่งเสร็จสรรพ ปรับแต่งโครงสร้างค่ายกล
ภายในเล็กน้อย แล้วก็เริ่มติดตั้งด้วยความประณีต
สองชั่วยามผ่านไป…
วูมมม!!
เมื่อจางอวิ๋นติดตั้งชิ้นส่วนสุดท้ายเสร็จสิ้น บนร่าง
หุ่นเชิดที่นอนสงบนิ่งอยู่นั้น หัวเข่า ดวงตา และหน้าท้อง สาม
จุดยุทธศาสตร์ที่ฝังแก่นวิญญาณก็เปล่งแสงเจิดจ้าออกมา
พร้อมกัน พลังงานทั้งสามสายไหลเวียนเชื่อมต่อกันเป็นวงจรที่
สมบูรณ์แบบ
แกร๊ก!
เสียงกลไกภายในทำงานประสานกัน หุ่นเชิดตรงหน้า
ค่อยๆ ขยับตัวและลุกขึ้นยืนอย่างมั่นคง
จางอวิ๋นเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงพึงพอใจ “ต่อจากนี้ เจ้าคือ…
‘อวิ๋นหมายเลขสอง’!”
“ขอรับ!”หุ่นเชิดขานรับเสียงหนักแน่น
จางอวิ๋นใช้วิชาเนตรสวรรค์ตรวจสอบทันที——
【อวิ๋นหมายเลขสอง】
ระดับ: หยวนอิงขั้นสูง
คำอธิบาย: หุ่นเชิดสามแก่นวิญญาณ (ไฮบริด) ต้อง
ใช้ผู้ควบคุม สามารถระเบิดพลังโจมตีระดับหยวนอิงได้
สามเท่าพร้อมกัน หากผสานพลังโจมตีจะสำ แดงอานุภาพ
เทียบเท่าผู้บำเพ็ญเพียรระดับ ‘หยวนอิงขั้นสูงสุด’
……
มุมปากของจางอวิ๋นยกยิ้มกว้าง
เจ้าอวิ๋นหมายเลขสองนี่ แม้ระดับพลังพื้นฐานจะอยู่แค่
หยวนอิงขั้นสูง แต่ความสามารถในการต่อสู้จริงแตะระดับ
หยวนอิงขั้นสูงสุดได้เลย แกร่งกว่าอวิ๋นหมายเลขหนึ่งรุ่นแรก
ไปหลายขุม!
“ไหนๆ ก็ไหนๆ เอาอวิ๋นหมายเลขหนึ่งมาเพิ่มพลังด้วย
ดีกว่า!”เมื่อมองดูแก่นวิญญาณสัตว์อสูรระดับหยวนอิงที่ยัง
เหลืออยู่อีกก้อน จางอวิ๋นก็เกิดไอเดีย
เขาเรียกตัวอวิ๋นหมายเลขหนึ่งออกมาทันที
ผ่านการชำ แหละและถอดประกอบอย่างรวดเร็ว ถอด
แก่นวิญญาณหมีน้ำตาลวิญญาณที่พลังงานร่อยหรอออก
ใส่แก่นวิญญาณระดับหยวนอิงก้อนใหม่เข้าไปแทน พร้อม
เปลี่ยนวัสดุโครงสร้างบางส่วนให้รองรับพลังงานระดับหยวน
อิงได้
ใช้เวลาไปอีกครึ่งค่อนวัน อวิ๋นหมายเลขหนึ่งโฉมใหม่ก็
ปรากฏต่อสายตา——
【อวิ๋นหมายเลขหนึ่ง (รุ่นอัปเกรด)】
ระดับ: หยวนอิงขั้นต้น
คำอธิบาย: หุ่นเชิดแก่นวิญญาณ ต้องใช้ผู้ควบคุม
มีพลังป้องกันสูงล้ำเลิศ
……
เมื่อมองดูอวิ๋นหมายเลขหนึ่งโฉมใหม่ และอวิ๋นหมายเลข
สองที่ยืนตระหง่านอยู่ข้างๆ จางอวิ๋นรู้สึกภูมิใจในฝีมือช่างของตัวเองพิลึก
แค่ครึ่งวัน… ก็ได้กองกำลังหุ่นเชิดระดับหยวนอิงมาถึง
สองตัว!
ด้วยหุ่นเชิดสองตัวนี้ ก็เพียงพอจะมองศัตรูเก้าในสิบ
ส่วนของแดนใต้เป็นเพียงมดปลวกได้แล้ว!
“เสียดายวัสดุไม่พอ ไม่งั้นคงทำ ‘อวิ๋นหมายเลขสาม’ ได้
อีกตัว…”
จางอวิ๋นเหลือบสายตามองศพอสูรมารเงาในแหวนมิติ
ข้างในนั้นยังมีแก่นวิญญาณระดับแปลงเทพอยู่อีกหนึ่งก้อนที่
รอการใช้งาน
แต่วัสดุที่เขามีตอนนี้ ไม่แกร่งพอจะรองรับพลังงาน
มหาศาลระดับแปลงเทพไหว ขืนใส่เข้าไปมีหวังหุ่นระเบิด
คามือ
“ไปถึงแคว้นหนานซิง คงต้องแวะไปดูที่ ‘หอสมบัติหนาน
จาง’ หน่อยแล้ว…”
จางอวิ๋นวางแผนในใจแหล่งที่จะมีวัสดุระดับตำนานพวกนั้น ในแดนใต้ก็คง
มีแต่ที่หอสมบัติหนานจางเท่านั้น
พอนึกถึงหอสมบัติหนานจาง ภาพใบหน้าของ ‘มู่เหวิน
เซวียน’ ก็ผุดขึ้นมาในหัว
“บางที… อาจจะหาทางเปิดเผยเรื่องนี้ให้ระดับสูงของหอ
สมบัติหนานจางรู้สักหน่อย…”
เขาลูบคางใช้ความคิด ดวงตาหรี่ลงอย่างเจ้าเล่ห์
ถือโอกาสนี้หยั่งเชิงดูด้วยว่า หอสมบัติหนานจางถูก
สำ นักหนานเฟิงม่อแทรกซึมไปจนหมดสิ้นแล้วหรือยัง…
……