Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Contact
Sign in Sign up

วิถีกระบี่บรรลุเทพ ตำนานยอดเซียนแห่งหอศาสตรา - บทที่ 9 กระบี่ไท่ซั่งไร้รัก

  1. Home
  2. วิถีกระบี่บรรลุเทพ ตำนานยอดเซียนแห่งหอศาสตรา
  3. บทที่ 9 กระบี่ไท่ซั่งไร้รัก
Prev
Next

ไม่เห็นนิยายอัปเดตใช่ไหม?
>>จิ้มที่นี่ได้เลย<<

บท​ที่​ 9 กระบี่​ไท่ซั่ง​ไร้​รัก​

ไอ​ร้าย​อัน​อำมหิต​พุ่งพล่าน​จาก​ตัว​กระบี่​เฮย​เฟิง เข้า​จู่โจมร่าง​ของ​เมิ่งฝาน​ใน​ชั่วพริบตา​!

เพียง​วินาที​ที่​พลัง​อาฆาต​แทรกซึม​เข้าสู่​ร่าง​ สติสัมปชัญญะ​ของ​เขา​ก็​แทบจะ​แตกสลาย​ ร่างกาย​สั่นสะท้าน​อย่าง​รุนแรง​ด้วย​ความเจ็บปวด​แสน​สาหัส​ชนิด​ที่​ไม่เคย​พานพบ​มาก่อน​ใน​ชีวิต​ พลัง​นั้น​บีบคั้น​ทรวงอก​จน​เขา​รู้สึก​เหมือน​กำลังจะ​ขาดใจตาย​

ไอ​ร้าย​ของ​กระบี่​เฮย​เฟิงใน​ครา​นี้​ แข็งแกร่ง​และ​น่าสะพรึงกลัว​ยิ่งกว่า​ศาสตรา​ทุก​เล่ม​ที่​เขา​เคย​สัมผัส​มา!

‘วิถี​กระบี่​บรรลุ​เทพ​’ เริ่ม​ทำงาน​โดยอัตโนมัติ​ พยายาม​เข้า​กลั่นกรอง​และ​สยบ​จิต​สังหาร​ที่​คลุ้มคลั่ง​ของ​กระบี่​เฮย​เฟิง

ทว่า​ครา​นี้​ทุกอย่าง​กลับ​ยากลำบาก​กว่า​ที่​เคย​ เมิ่งฝาน​รู้สึก​เจ็บปวดรวดร้าว​ราวกับ​มีมด​นับ​หมื่น​แสน​ตัว​กำลัง​รุมทึ้ง​กัด​กิน​อวัยวะภายใน​ ร่าง​ของ​เขา​สั่น​ระริก​และ​ชักกระตุก​อย่าง​รุนแรง​จน​เกิน​จะควบคุม​

ในขณะเดียวกัน​ ณ ห้วง​ลึก​แห่ง​จิต​ตา​นุ​ภาพ​ ภาพ​นิมิต​หนึ่ง​พลัน​ปรากฏ​ขึ้น​อย่าง​ชัดเจน​…

บน​หน้าผา​สูงชัน​ที่​ลม​พัด​กรรโชก​ บุรุษ​ใน​อาภรณ์​สีเขียว​ผู้​หนึ่ง​ กำลัง​ถือ​กระบี่​ชี้ตรง​ไปยัง​สตรี​ใน​ชุด​ขาว​ที่​สั่นเทา​อยู่​เบื้องหน้า​

สตรี​ผู้​นั้น​จ้องมอง​ชายหนุ่ม​ด้วย​สายตา​บุบสลาย​ น้ำตาไหล​นอง​อาบ​สอง​แก้ม​ขณะ​เอ่ย​ด้วย​เสียง​สั่นเครือ​

“ห​ลี่​ชิงอ​วิ๋​น.​.. ท่าน​จะใจคอ​โหดเหี้ยม​ถึงเพียงนี้​จริง ๆ​ หรือ​? ข้า​คือ​ภรรยา​ที่​ร่วมทุกข์ร่วมสุข​กับ​ท่าน​มานะ​… และ​ใน​ครรภ์​นี้​ ก็​คือ​ลูก​ของ​ท่าน​!”

แววตา​ของ​ชายหนุ่ม​สั่น​ไหว​วูบ​หนึ่ง​ด้วย​ความ​สับสน​และ​ความเวทนา​ ทว่า​เพียง​พริบตาเดียว​ มัน​ก็​ถูก​แทนที่​ด้วย​ความ​เย็นชา​อัน​ไร้​ก้นบึ้ง​

เขา​กล่าว​ด้วย​น้ำเสียง​ราบเรียบ​แต่​ปัก​ลึก​ถึงขั้ว​หัวใจ​ว่า​ “ชิวเอ๋อร์…​ ข้า​ขออภัย​ หวัง​ว่า​ชาติหน้า​เจ้าจะมิต้อง​มาพบ​เจอ​คน​อย่าง​ข้า​อีก​”

หญิงสาว​ที่​ชื่อ​ชิวเอ๋อร์​ลูบ​ท้อง​ของ​ตนเอง​อย่าง​แผ่วเบา​ด้วย​ความสิ้นหวัง​…

“ห​ลี่​ชิงอ​วิ๋​น.​.. หาก​ท่าน​ต้องการ​ชีวิต​ข้า​นัก​ก็​จงลงมือ​เสียเถิด​! ข้า​มิอยาก​จะเชื่อ​เลย​ว่า​คน​อย่าง​ท่าน​จะจิตใจ​โฉด​ช้าถึงเพียงนี้​ ถึงขั้น​ลง​มือสังหาร​ภรรยา​และ​ลูกในไส้​ของ​ตนเอง​ได้​อย่าง​ลงคอ​!”

“ข้า​จำต้อง​ทำ​… เพื่อ​ฝึกปรือ​ ‘กระบี่​ไท่ซั่ง​ไร้​รัก​’ ให้​บรรลุผล​ ข้า​ได้​สละ​ทุกสิ่งทุกอย่าง​ใน​ชีวิต​มามากเกินไป​แล้ว​”

ชิวเอ๋อร์​ระเบิด​โทสะ​ออกมา​ด้วย​ความ​คับแค้น​ “ท่าน​เสียสละ​สิ่งใด​กัน​? เพียง​เพื่อ​วิชา​กระบี่​เล่ม​เดียว​… มัน​มีค่า​มากมาย​ถึงเพียงนั้น​เชียว​หรือ​!”

“ชิวเอ๋อร์…​ แท้จริง​แล้ว​ยังมี​อีก​เรื่อง​หนึ่ง​ที่​ข้า​มุสาต่อ​เจ้ามาโดยตลอด​ คนร้าย​ที่​ฆ่าล้าง​ตระกูล​ห​ลี่​ของ​ข้า​จน​สิ้นซาก​ มิใช่จอม​มาร​โลหิต​ผู้​โฉด​ช้าแห่ง​ยุทธ​ภพ​หรอ​ก.​..”

ห​ลี่​ชิงอ​วิ๋น​หยุดชะงัก​พลาง​ทอดถอนใจ​ สีหน้า​ของ​เขา​ยาม​นี้​ดู​ซับซ้อน​และ​ลึกลับ​เกิน​หยั่งถึง​

เมื่อ​ได้ยิน​เช่นนั้น​ ความคิด​อัน​น่าสยดสยอง​พลัน​ผุด​ขึ้น​ใน​ห้วง​คำนึง​ของ​ชิวเอ๋อร์​ นาง​เบิกตา​กว้าง​จ้องมอง​บุรุษ​เบื้องหน้า​ด้วย​ความหวาดกลัว​จนถึง​ขีดสุด​ ราวกับ​กำลัง​เผชิญหน้า​กับ​พญา​มัจจุราช​ที่​เพิ่ง​ปีนป่าย​ขึ้น​มาจาก​ขุมนรก​!

“ดูท่า​… เจ้าจะเดา​ความจริง​ข้อ​นี้​ได้​แล้ว​สินะ​… ใช่แล้ว​ ตระกูล​ห​ลี่​ของ​ข้า​ เป็น​ข้า​เอง​ที่​ลงมือ​ปลิด​ชีพ​พวกเขา​ทั้งหมด​ด้วยมือ​คู่​นี้​”

“ข้า​ต้อง​ล้าง​ตระกูล​ตนเอง​เพื่อ​ขจัด​พันธะ​แห่ง​รัก​และ​คราบ​น้ำตา​ เพื่อ​บรรลุ​แก่นแท้​ของ​วิชา​ ‘กระบี่​ไท่ซั่ง​ไร้​รัก​’ และ​เพื่อ​ชิงตำแหน่ง​ประมุข​แห่ง​สำนัก​กระบี่​อู๋​จี๋มาไว้​ใน​กำมือ​”

“ทว่า​ช่างน่าเสียดาย​นัก​… จนถึง​บัดนี้​ข้า​กลับ​ยัง​มิอาจ​ฝึกฝน​วิชา​กระบี่​นี้​ให้​สำเร็จ​ลุล่วง​ได้​”

“นั่น​ก็​เพราะ​… ข้า​ยัง​โหดเหี้ยม​มิพอ​!”

“และ​เพราะว่า​… เจ้ายัง​มีชีวิต​อยู่​!”

คำ​ประกาศิต​อัน​เย็นชา​ของ​ห​ลี่​ชิงอ​วิ๋น​ ได้​พังทลาย​เศษเสี้ยว​แห่ง​ความหวัง​สุดท้าย​ของ​ชิวเอ๋อร์​ไป!

ใน​วินาที​นั้น​… ดวงวิญญาณ​ของ​นาง​ราวกับ​ถูก​กระชาก​ออกจาก​ร่าง​ ทิ้ง​ไว้​เพียง​ซาก​สังขาร​ที่ว่างเปล่า​และ​แตกสลาย​

นาง​เคย​รัก​เขา​อย่าง​สุด​หัวใจ​ ลึกซึ้ง​จน​มิอาจ​ถอนตัว​ ทว่า​ใคร​จะคาดคิด​ว่า​บุรุษ​ที่​นาง​มอบ​ทั้ง​ชีวิต​ให้​แท้จริง​แล้ว​คือ​ปีศาจที่​น่าสะพรึงกลัว​ถึงเพียงนี้​ ความรัก​ที่​นาง​เพียร​เฝ้าถนอม​มาตลอด​ช่างเป็น​เรื่องตลก​ที่​น่าเวทนา​สิ้นดี​

มนุษย์​ที่​สามารถ​ปลิด​ชีพ​วงศ์ตระกูล​ของ​ตนเอง​ได้​ลงคอ​… ยังมี​สิ่งใด​หลงเหลือ​ให้​เรียก​ว่า​ ‘มนุษย์​’ ได้​อีก​รึ​?

ใน​ใต้​หล้า​ที่​กว้างใหญ่​ คง​หา​มีอสุรกาย​ตน​ใด​เทียบเคียง​ความ​โฉด​ช้าของ​เขา​ได้​อีกแล้ว​!

ชิวเอ๋อร์​ค่อย ๆ​ ปิด​เปลือกตา​ลง​ ยาม​นี้​นาง​กลับ​รู้สึก​ว่า​ความตาย​คือ​การปลดปล่อย​ที่​หอม​หวาน​ และ​เป็น​บ้าน​หลัง​สุดท้าย​ที่​แท้จริง​สำหรับ​นาง​

หาก​จำต้อง​ฝืน​มีชีวิต​อยู่​ต่อไป​ใน​โลก​ที่​มืดมน​เช่นนี้​ จะยังมี​สิริมงคล​อัน​ใด​ให้​โหยหา​อีก​เล่า​?

จะมีก็​เพียงแต่​ความอาลัย​รัก​ต่อ​ดวง​ใจน้อย​ ๆ ใน​ครรภ์​ที่​ยัง​มิทัน​ได้​ลืมตา​ดู​โล​ก.​.. ไม่ว่า​ทารก​ผู้​นี้​จะถือกำเนิด​ขึ้น​หรือไม่​ มัน​ก็​คือ​โศกนาฏกรรม​ที่​แสน​สาหัส​เกิน​กว่า​หัวใจ​จะรับ​ไหว​

วูบ​! ประกาย​กระบี่​พลัน​สว่าง​วาบ​ บาด​ลึก​เข้าไป​ใน​บรรยากาศ​เหนือ​หน้าผา​ชัน​

นี่​คือ​วิถี​กระบี่​ที่​ห​ลี่​ชิงอ​วิ๋น​เฝ้าฝัน​ถึงมิมลาย​… ‘กระบี่​ไท่ซั่ง​ไร้​รัก​!’

ยาม​นี้​ บน​ใบหน้า​ของ​ห​ลี่​ชิงอ​วิ๋น​ปรากฏ​รอยยิ้ม​วิปริต​ที่​บ้าคลั่ง​จน​เกิน​จะควบคุม​

ในที่สุด​เขา​ก็​บรรลุ​แล้ว​…

ทันทีที่​เขา​วาด​กระบี่​นี้​ออก​ไป นั่น​หมายความว่า​เขา​ได้​ก้าว​ข้าม​ขีดจำกัด​แห่ง​อารมณ์​ปุถุชน​สู่ความสำเร็จ​ที่​เฝ้าคอย​

คม​กระบี่​อัน​ไร้​ซึ่งความปรานี​ปัก​ทะลุ​กลาง​ขั้ว​หัวใจ​ของ​ชิวเอ๋อร์​อย่าง​แม่นยำ​

โลหิต​สีแดงฉาน​สาด​กระเซ็น​ ผลิบาน​เป็น​ดอกไม้​เลือด​บน​อาภรณ์​สีขาว​บริสุทธิ์​ของ​นาง​

ช่างน่าอัศจรรย์​ใจนัก​!

และ​ช่างงดงาม​จน​น่า​พรั่นพรึง​!

ประหนึ่ง​ดอก​ ‘มัน​จูซาเกะ​’ ใน​ตำ​นา​น.​.. มวล​บุปผา​สีแดง​เพลิง​ที่​ผลิบาน​อยู่​ ณ ริม​ฝั่งแม่น้ำ​แห่ง​ความตาย​

“ห​ลี่​ชิงอ​วิ๋​น.​.. ในที่สุด​ข้า​ก็​บรรลุ​แล้ว​!” ใบหน้า​ของ​เขา​บิดเบี้ยว​ด้วย​ความปิติ​อัน​วิปริต​เหนือ​คณา​

เขา​ยื่นมือ​ไปผลัก​ร่าง​ที่​ไร้​วิญญาณ​ของ​ชิวเอ๋อร์​อย่าง​แผ่วเบา​

เพียง​พริบตา​ ซาก​สังขาร​ของ​นาง​ก็​ร่วงหล่น​ลง​สู่ก้นบึ้ง​ของ​หุบเหว​เบื้องล่าง​

เขา​ทำสำเร็จ​แล้ว​…

ชิวเอ๋อร์​ลาลับ​โลก​นี้​ไปแล้ว​…

พร้อมกับ​เศษเสี้ยว​แห่ง​มโนธรรม​และ​หัวใจ​ที่​ยัง​พอ​หลงเหลือ​ความเป็นมนุษย์​อยู่​น้อย​นิด​ของ​ห​ลี่​ชิงอ​วิ๋น​ ที่​ถูก​ฝังลง​ดิน​ไปอย่าง​สมบูรณ์​นับแต่​วินาที​นั้น​

ณ ชั้นล่าง​ของ​หอ​ศาสตรา​…

เมิ่งฝาน​สั่นสะท้าน​ไปทั้ง​สรรพางค์​กาย​

เขา​ทรุด​ฮวบ​ลง​กับ​พื้น​หิน​ที่​เย็นเยียบ​ หอบ​หายใจ​อย่าง​หนักหน่วง​ด้วย​ความ​ทรมาน​จน​ร่างกาย​สั่นเทา​อย่าง​รุนแรง​จน​ไม่อาจ​ควบคุม​

ความเจ็บปวด​อัน​แสน​สาหัส​ ความอำมหิต​อัน​ลึกล้ำ​ ความ​เย็นชา​ที่​กัด​กิน​กระดูก​ ความ​บ้าคลั่ง​ และ​ความโหดเหี้ยม​อำมหิต​…

สารพัด​อารมณ์​ด้าน​มืด​ถาโถมเข้า​ปะทะ​กับ​โสตประสาท​และ​จิตสำนึก​ของ​เขา​ จน​ความปวดร้าว​แล่น​พล่าน​ใน​สมอง​ราวกับ​จะระเบิด​ออกมา​เป็น​เสี่ยง​ ๆ มัน​คือ​สภาวะ​ที่​จิตวิญญาณ​ถูก​บดขยี้​จน​เกือบจะ​ล่มสลาย​ลง​โดยสิ้นเชิง​

ศิษย์​พี่​หลัว​ที่​เพิ่ง​ตื่นนอน​และ​เดิน​ออก​มาจาก​ห้อง​ เมื่อ​เห็น​เมิ่งฝาน​ทรุดตัว​อยู่​บน​พื้น​พร้อม​กระบี่​ใน​มือ​เช่นนั้น​ เขา​ก็​เพียงแต่​ยิ้ม​ขื่น​พลาง​ส่ายหน้า​ช้า ๆ โดย​มิท่าที​ประหลาดใจ​แม้เพียง​นิด​

ศิษย์​เฝ้ากระบี่​แห่ง​หอ​ศาสตรา​ทุกคน​ ยาม​ที่​ต้อง​เผชิญ​กับ​ ‘กลิ่นอาย​’ จาก​ศาสตรา​อาถรรพ์​ มัก​ต้อง​พบ​เจอ​วิกฤต​ที่​กลืนไม่เข้าคายไม่ออก​เช่นนี้​อยู่​เป็น​นิจ​

เพราะ​ใน​อดีต​… ตัว​เขา​เอง​ก็​เคย​ผ่าน​นรก​ขุม​นี้​มาแล้ว​เช่นกัน​!

หาก​จะกล่าว​ตามจริง​… การแสดงออก​ของ​เมิ่งฝาน​ใน​ยาม​นี้​ก็​นับว่า​เหนือชั้นกว่า​ตัว​เขา​ใน​อดีต​มาก​นัก​ ยาม​ที่​ศิษย์​พี่​หลัว​ก้าว​เข้าสู่​หอ​ศาสตรา​ใหม่​ ๆ เขา​เคย​ถูก​ไอ​สังหาร​เหล่านั้น​รุมทึ้ง​จน​แทบ​ปางตาย​ กว่า​จะฟื้น​คืนสติ​กลับมา​ได้​ก็​ราวกับ​ผ่าน​การตาย​แล้ว​เกิด​ใหม่​มาก​็มิปาน​

เมื่อ​มอง​ย้อนกลับ​ไป สภาวะ​ของ​เมิ่งฝาน​ใน​ตอนนี้​จึงถือ​เป็นเรื่อง​เล็กน้อย​นัก​ใน​สายตา​เขา​ เขา​จึงมิได้​เก็บ​มาใส่ใจหรือ​ยื่นมือ​เข้าไป​ก้าวก่าย​แต่อย่างใด​

เมิ่งฝาน​ที่​ทรุด​ร่าง​ลง​กับ​พื้น​หิน​ ต้อง​ใช้เวลา​อยู่​พักใหญ่​กว่า​จะรวบรวม​สมาธิให้​มั่นคง​และ​ฟื้น​คืน​กำลัง​กลับมา​ได้​บ้าง​

เขา​ยัน​กาย​ลุกขึ้น​อย่าง​โซเซ ก่อน​จะชัก​กระบี่​เฮย​เฟิงออกจาก​ฝัก​เพื่อ​ชำระล้าง​ทำความสะอาด​อี​กรอบ​หนึ่ง​ จากนั้น​จึงวาง​กลับคืน​สู่แท่น​ไม้ด้วย​ความระมัดระวัง​

ใน​จังหวะ​ที่​คม​กระบี่​พ้น​จาก​ฝัก​ มิได้​มีสิ่งผิดปกติ​ใด​อุบัติ​ขึ้น​อีก​ มีเพียง​กระแส​พลัง​เร้นลับ​สาย​หนึ่ง​ที่​หลั่งไหล​เข้าสู่​ร่างกาย​ของ​เขา​อย่าง​ต่อเนื่อง​

กระแส​พลัง​เหล่านี้​จะแปร​เปลี่ยนเป็น​ความอบอุ่น​แผ่ซ่าน​ไปทั่ว​ร่าง​ยาม​บำเพ็ญ​เพียร​ ซึ่งมีคุณประโยชน์​มหาศาล​ต่อ​การฝึกฝน​วิชา​ ด้วยเหตุนี้​เมิ่งฝาน​จึงกัดฟัน​สู้ ทุ่มเท​แรงกาย​แรงใจ​ใน​การ​ชำระล้าง​ศาสตรา​เพิ่มขึ้น​จาก​วัน​ละ​ยี่สิบ​เล่ม​ เป็น​สี่สิบ​เล่ม​ในทันที​!

ทาง​ด้าน​ศิษย์​พี่​หลัว​มิตรง​เข้ามา​ชำเลือง​มอง​เมิ่งฝาน​แม้เพียง​หาง​ตา​ เขา​ตั้งหน้าตั้งตา​ปลีกตัว​ไปชำระล้าง​ร่างกาย​ตาม​กิจวัตร​ปกติ​ของ​ตน​

เมิ่งฝาน​มิได้​รีบร้อน​ขัด​เช็ด​กระบี่​เล่ม​ต่อไป​ เขา​เลื่อน​เก้าอี้​มานั่งลง​เพื่อ​ปรับ​สมดุล​ลมปราณ​และ​พักผ่อนหย่อนใจ​

จิต​สังหาร​อัน​อำมหิต​จาก​กระบี่​เฮย​เฟิงเมื่อ​ครู่​ส่งผลกระทบ​ต่อ​รากฐาน​จิตใจ​ของ​เขา​อย่าง​รุนแรง​ พลัง​คุกคาม​ของ​มัน​ช่างน่า​หวาดหวั่น​ยิ่งกว่า​กระบี่​ไป๋เย่​หลาย​เท่าตัว​นัก​

แท้จริง​แล้ว​ หาก​เป็น​ศิษย์​รับใช้​ทั่วไป​ที่​ได้​รับหน้าที่​เป็น​ศิษย์​เฝ้ากระบี่​คน​ก่อนหน้า​เขา​ กระแสจิต​สังหาร​ที่​แฝงมากับ​ศาสตรา​อาถรรพ์​เช่นนี้​ คง​ทำให้​พวกเขา​ได้รับบาดเจ็บ​ภายใน​จน​กระอัก​เลือด​เป็น​อย่าง​น้อย​

ทว่า​ใน​ครา​นี้​… หาก​เป็น​ศิษย์​รับใช้​ทั่วไป​ที่​ถูก​จิต​สังหาร​อัน​บ้าคลั่ง​ของ​กระบี่​เฮย​เฟิงรุกราน​เข้าสู่​ร่างกาย​ ย่อม​มิอาจ​มีชีวิตรอด​เกิน​ชั่วเคี้ยวหมากแหลก​ และ​ต้อง​ทอด​ร่าง​เป็น​ศพ​ไปอย่าง​แน่นอน​!

หาก​มิใช่เพราะ​เมิ่งฝาน​ครอบครอง​พรสวรรค์​ ‘วิถี​กระบี่​บรรลุ​เทพ​’ คอย​คุ้มครอง​ดวงจิต​ ยาม​นี้​เขา​ก็​คง​กลายเป็น​เพียง​ซาก​ไร้​วิญญาณ​ไปแล้ว​เช่นกัน​

ถึงกระนั้น​ แม้จะมีวิถี​กระบี่​ศักดิ์สิทธิ์​คอย​เกื้อหนุน​ เมิ่งฝาน​ก็​ยัง​ต้อง​สูญเสีย​พลัง​วัตร​ไปมหาศาล​ ทั้ง​ยัง​ได้รับบาดเจ็บ​ภายใน​จน​บอบช้ำ​มิใช่น้อย​

ต้อง​ยอมรับ​เลย​ว่า​… มัน​น่าสะพรึงกลัว​เกิน​กว่า​ที่​เขา​จะจินตนาการ​ไว้​มาก​นัก​!

‘กระบี่​ไท่ซั่ง​ไร้​รัก​’

แท้จริง​แล้ว​… สิ่งที่​น่า​หวาดหวั่น​หา​ใช่ตัว​กระบี่​เฮย​เฟิงไม่ แต่​คือ​วิชา​กระบี่​ ‘ไท่ซั่ง​ไร้​รัก​’ นี้​ต่างหาก​

วิชา​ที่บังคับ​ให้​ผู้ฝึก​ต้อง​ตัด​สิ้น​ซึ่งเยื่อใย​ ละทิ้ง​มโนธรรม​ สังหาร​ล้าง​โคตรเหง้า​ตระกูล​ตนเอง​ แม้แต่​ภรรยา​และ​บุตร​ในไส้​ก็​ยัง​ต้อง​ปลิด​ชีพ​ด้วย​น้ำมือ​ตน​…

เหตุ​ไฉน​โลก​หล้า​จึงได้​ให้กำเนิด​วิชา​กระบี่​ที่​อำมหิต​ผิด​มนุษย์​ถึงเพียงนี้​?

ทว่า​เมื่อ​พิจารณา​ให้​ถ่องแท้​… สิ่งที่​โหดเหี้ยม​ที่สุด​หา​ใช่วิชา​กระบี่​ หาก​แต่​เป็น​ ‘จิตใจ​ของ​มนุษย์​’

ตัว​วิชา​กระบี่​เอง​หา​ได้​มีความผิด​บาป​ไม่…

แต่​ผู้​ที่​ยอม​สละ​สิ้น​ซึ่งความ​เป็น​คน​เพื่อ​บ่ม​เพาะ​วิชา​เล่ม​นี้​ต่างหาก​ คือ​ความ​น่าสะพรึงกลัว​ที่​แท้จริง​!

เมิ่งฝาน​ยังคง​นั่ง​นิ่ง​อยู่​บน​ม้านั่ง​ไม้ หอบ​หายใจ​หนักหน่วง​ระลอก​แล้ว​ระลอก​เล่า​ แม้เวลา​จะล่วงเลย​มาครู่ใหญ่​ ทว่า​เขา​ก็​ยัง​มิอาจ​สลัด​ภาพ​อัน​น่าสยดสยอง​และ​สงบ​จิตใจ​ลง​ได้​อย่าง​สมบูรณ์​

‘ห​ลี่​ชิงอ​วิ๋น’​ และ​ ‘สำนัก​กระบี่​อู๋​จี๋’

สอง​นาม​นี้​ปรากฏ​ขึ้น​ใน​ถ้อยคำ​สุดท้าย​ของ​ชิวเอ๋อร์​จาก​ภาพ​นิมิต​เมื่อ​ครู่​ และ​ทั้งสอง​นาม​ล้วน​เป็นที่รู้จัก​ขจร​ขจาย​ไปทั่วหล้า​ใน​ฐานะ​ขุม​กำลัง​อัน​ยิ่งใหญ่​

สำนัก​กระบี่​อู๋​จี๋นั้น​เฉก​เช่นเดียวกับ​สำนัก​กระบี่​ซู่ซัน​ ทั้งคู่​ถูก​ยกย่อง​ให้​เป็น​เสาหลัก​ที่​เกรียงไกร​แห่ง​ฝ่าย​ธรรมะ​ ส่วน​ห​ลี่​ชิงอ​วิ๋น​ผู้​นั้น​… แท้จริง​แล้วก็​คือ​ประมุข​ผู้​กุม​บังเหียน​สำนัก​กระบี่​อู๋​จี๋นั่นเอง​!

คน​บ้าเลือด​ที่​อำมหิต​ผิด​มนุษย์​เช่นนี้​หรือ​คือ​ประมุข​ฝ่าย​ธรรมะ​? เช่นนี้​แล้ว​สำนัก​กระบี่​อู๋​จี๋ยัง​คู่ควร​กับ​คำ​ว่า​ ‘คุณธรรม​’ อีก​หรือ​?

มุมปาก​ของ​เมิ่งฝาน​ยกขึ้น​เป็น​รอย​โค้ง​เล็ก​ ๆ มัน​คือ​การ​เยาะ​หยัน​และ​ถากถาง​ต่อ​ความ​จอมปลอม​ของ​โลก​ใบ​นี้​โดยไม่รู้ตัว​

นี่​คง​เป็น​นิยาม​ของ​พวก​ ‘สวมหน้ากาก​นักบุญ​แต่​ซ่อน​ใจปีศาจ’ สินะ​?

หาก​จะเอ่ย​ตามตรง​ ยาม​ที่​เขา​ตก​อยู่​ใน​ห้วง​ความทรงจำ​ของ​จิตวิญญาณ​กระบี่​ เมิ่งฝาน​สัมผัส​ได้​ถึงเพลิง​โทสะ​ที่​ลุกโชน​อยู่​ใน​อก​ เขา​มีความปรารถนา​อย่าง​แรงกล้า​ที่จะ​เหวี่ยง​กระบี่​ฟัน​ร่าง​ของ​ห​ลี่​ชิงอ​วิ๋น​ให้​ขาดสะบั้น​ลง​ใน​ดาบ​เดียว​!

นี่​มิใช่การ​สอดรู้สอดเห็น​เรื่อง​ของ​ผู้อื่น​ เพราะ​เขา​ได้​ประจักษ์แจ้ง​ใน​ภาพ​เหตุการณ์​นั้น​ด้วย​ตา​ตนเอง​จน​ฝังลึก​เข้าไป​ใน​จิตวิญญาณ​

มัน​คือ​ความรู้สึก​ที่​บีบคั้น​ลึกซึ้ง​… ราวกับ​เขา​ได้​ประสบ​พบ​เจอ​ด้วย​ตนเอง​อย่าง​แท้จริง​!

ทว่า​ช่างน่า​เจ็บใจ​นัก​… ที่​ยาม​นี้​เขา​ยัง​ไร้​ซึ่งพลัง​และ​วาสนา​พอที่จะ​ทำ​เช่นนั้น​

ห​ลี่​ชิงอ​วิ๋น​คือ​ประมุข​แห่ง​สำนัก​ใหญ่​ พลัง​บำเพ็ญ​ของ​เขา​ย่อม​มิด้อย​ไปกว่า​เจ้าสำนัก​กระบี่​ซู่ซัน​เลย​แม้แต่น้อย​

เมื่อ​ยืน​ต่อหน้า​ห​ลี่​ชิงอ​วิ๋น​ใน​ยาม​นี้​… ตัว​ข้า​ก็​มิต่าง​อะไร​กับ​มด​ปลวก​ที่​ไร้​ค่าตัว​หนึ่ง​

ทว่า​นั่น​มัน​ก็​เป็น​เพียง​เรื่อง​ของ​ ‘ตอนนี้​’ เท่านั้น​!

ขอ​เพียง​มอบ​เวลา​ให้​เมิ่งฝาน​ผู้​นี้​สัก​หกสิบ​ปี ข้าม​ีความเชื่อมั่น​อย่าง​เต็มเปี่ยม​ว่า​จะต้อง​ก้าว​ข้าม​และ​อยู่​เหนือกว่า​ห​ลี่​ชิงอ​วิ๋น​ให้จงได้​

เมิ่งฝาน​ที่​ยังคง​นั่ง​อยู่​บน​ม้านั่ง​ไม้ ทอดสายตา​มอง​ไปยัง​กระบี่​เฟิงเฮย​ด้วย​ความรู้สึก​ทึ่ง​แกม​ประหลาดใจ​

หอ​ศาสตรา​แห่ง​สำนัก​ซู่ซัน​… สมกับ​เป็น​สถานที่​ที่​ขึ้นชื่อว่า​รวบรวม​ศาสตรา​เลื่องชื่อ​จาก​ทั่ว​ทุก​มุมหล้า​โดยแท้​

เพียงแค่​ชั้นล่าง​สุด​ของ​หอ​ศาสตรา​แห่ง​นี้​ กลับ​สามารถ​รวบรวม​กระบี่​ที่​เคย​เป็น​อาวุธ​คู่​กาย​ใน​วัยเยาว์​ของ​ผู้ยิ่งใหญ่​หลาย​ต่อ​หลาย​คน​ไว้​ได้​ ถึงแม้กระบี่​เหล่านี้​จะเป็น​เพียง​อาวุธ​ที่​พวกเขา​เคย​ใช้ใน​ยาม​ที่​ยัง​มิแกร่งกล้า​ และ​ถูก​ผลัด​เปลี่ยนไป​เมื่อ​พวกเขา​มีระดับ​พลัง​ที่สูง​ขึ้น​ ทว่า​การ​ที่​หอ​ศาสตรา​สามารถ​เสาะแสวงหา​และ​รวบรวม​พวกมัน​มาไว้​ที่นี่​ได้​ ก็​เป็น​เครื่องพิสูจน์​ถึงความ​น่าสะพรึงกลัว​ของ​สำนัก​ซู่ซัน​ได้​เป็น​อย่าง​ดี​

“กระบี่​ไท่ซั่ง​ไร้​รัก​…” เมิ่งฝาน​พึมพำ​กับ​ตนเอง​แผ่วเบา​

หลังจากที่​เขา​ได้​กลั่นกรอง​จิต​สังหาร​อัน​บ้าคลั่ง​ของ​กระบี่​เฟิงเฮย​ และ​ซึมซับ​ภาพ​ความทรงจำ​ที่​น่า​สลด​นั้น​ เมิ่งฝาน​ก็​ได้รับ​ ‘รางวัล​’ ตอบ​แทนที่​ล้ำค่า​อย่างยิ่ง​

เขา​สัมผัส​ได้​ถึงเศษเสี้ยว​แห่ง​เจตจำนง​ของ​ ‘กระบี่​ไท่ซั่ง​ไร้​รัก​’

แม้จะเป็น​เพียง​ความเข้าใจ​อันน้อย​นิด​ มิใช่การ​บรรลุ​แจ้งอย่าง​สมบูรณ์​ ทว่า​นี่​คือ​ ‘เมล็ดพันธุ์​’ แห่ง​วิถี​กระบี่​ที่​สำคัญ​ที่สุด​

เพราะ​กระบี่​ไท่ซั่ง​ไร้​รัก​หา​ใช่กระบวนท่า​กระบี่​ที่​ตายตัว​… หาก​แต่​เป็น​ ‘แก่นแท้​แห่ง​กระบี่​’

มัน​ไร้​ซึ่งท่า​ร่าง​… และ​ไร้​ซึ่งแบบแผน​ใด​ ๆ ให้​ยึดติด​!

วิถี​กระบี่​ใน​ระดับ​สูงสุด​นั้น​หา​ได้​ยึด​ติดกับ​ท่วงท่า​ หาก​แต่​เป็นการ​เข้าถึง​ ‘แก่นแท้​แห่ง​กระบี่​’ อย่าง​ถ่องแท้​

ผู้​ที่​สามารถ​กลั่นกรอง​จน​บรรลุ​ถึงขั้น​สร้าง​ ‘เจตจำนง​กระบี่​’ (Sword Intent) ขึ้น​มาได้​ ล้วน​ถูก​ขนานนาม​ว่า​เป็น​อัจฉริยะ​ผู้​ไร้​คู่​เปรียบ​บน​เส้นทาง​ศาสตรา​

หาก​เมิ่งฝาน​มุ่งมั่น​ฝึกปรือ​วิชา​นี้​ ย่อม​มีโอกาส​เข้าถึง​เจตจำนง​แห่ง​ ‘กระบี่​ไท่ซั่ง​ไร้​รัก​’ ได้​อย่าง​แน่นอน​ร้อย​เปอร์เซ็นต์​!

ทว่า​เมิ่งฝาน​นั้น​เป็น​เพียง​เด็กกำพร้า​ตัว​คนเดียว​ ไร้ญาติขาดมิตร​ให้​ยึดติด​

เขา​ปรารถนา​จะตัด​สิ้น​ซึ่งเยื่อใย​ ทว่า​กลับ​มิมีสายใย​ใด​ให้​ต้อง​ตัดขาด​เสีย​ด้วยซ้ำ​

หาก​อ้างอิง​ตาม​วิถีทาง​ดั้งเดิม​ มีเพียง​หน​ทางเดียว​เท่านั้น​ที่จะ​บรรลุ​เจตจำนง​กระบี่​ไร้​รัก​ได้​อย่าง​แท้จริง​… นั่น​คือ​เขา​ต้องหา​ใคร​สัก​คน​มาตกหลุมรัก​อย่าง​ลึกซึ้ง​ แล้วจึง​ลง​มือสังหาร​นาง​ด้วย​น้ำมือ​ตนเอง​

การกระทำ​อัน​เหี้ยมเกรียม​เช่นนั้น​ จะส่งผล​ให้​เขา​ก้าว​ข้าม​ขีดจำกัด​และ​บรรลุ​แจ้งใน​มรรคา​แห่ง​กระบี่​ได้​ทันที​!

แต่​คำถาม​คือ​… เมิ่งฝาน​จะยอม​ทำ​เช่นนั้น​จริง​หรือ​?

คำตอบ​คือ​ ไม่มีทาง​!

ขนาด​ละครโทรทัศน์​ยัง​มิกล้า​ถ่ายทำ​เนื้อหา​บัดซบ​เช่นนี้​ หรือ​แม้แต่​พวก​นักเขียน​บท​ใจคอ​โหดเหี้ยม​ยัง​มิมือ​สั่น​จน​เขียน​บท​น้ำเน่า​พรรค์​นี้​ไม่ออก​ แล้ว​เมิ่งฝาน​จะไปหาเรื่อง​ใส่ตัว​ทำ​เช่นนั้น​เพื่อ​กระไร​?

จะทรมาน​ตัวเอง​ไปเพื่อ​ประโยชน์​อัน​ใด​กัน​?

ใน​เมื่อ​เขา​มีพรสวรรค์​ ‘วิถี​กระบี่​บรรลุ​เทพ​’ อยู่​กับ​ตัว​ ใน​ภายภาคหน้า​เขา​ย่อม​มิขาดแคลน​ยอด​วิชา​กระบี่​อัน​ทรงพลัง​อย่าง​แน่นอน​ จึงมิมีความจำเป็น​ต้อง​ไปทำ​เรื่อง​ผิดมนุษย์มนา​เพื่อ​แลก​กับ​พลัง​อำนาจ​แม้แต่น้อย​

“ทว่า​… การ​ตรากตรำ​ทนทุกข์​แสน​สาหัส​ใน​ครา​นี้​ก็​มิได้​สูญเปล่า​เสีย​ทีเดียว​” เมิ่งฝาน​กระตุก​ยิ้ม​บาง​ แววตา​ฉายแวว​ลิงโลด​อย่าง​ปิด​มิมิด​

เพราะ​ถึงแม้เขา​จะมิคิด​เหลียวแล​การ​ฝึกปรือ​วิชา​นี้​อย่าง​จริงจัง​ และ​มิปรารถนา​จะให้​เมล็ดพันธุ์​แห่ง​ ‘กระบี่​ไท่ซั่ง​ไร้​รัก​’ ผลิบาน​ออก​ดอกผล​ใน​ใจ

ทว่า​เขา​กลับ​ค้นพบ​หนทาง​อื่น​!

เขา​สามารถ​อาศัย​พลัง​จาก​เมล็ดพันธุ์​นี้​ เพื่อ​ปลดปล่อย​อานุภาพ​การ​โจมตี​ของ​กระบี่​ไท่ซั่ง​ไร้​รัก​ออกมา​ได้​หนึ่ง​ครั้ง​

หาก​เลือก​ใช้วิธี​นี้​ ‘เมล็ดพันธุ์​เจตจำนง​กระบี่​’ จะกลายเป็น​อาวุธ​ลับ​สังหาร​ที่​ใช้ได้​เพียง​ครั้ง​เดียว​แล้ว​มลาย​หาย​ไป แม้จะดู​น่าเสียดาย​ไปบ้าง​ แต่​นี่​คือ​หนทาง​ที่​ลงตัว​ที่สุด​สำหรับ​เมิ่งฝาน​ ผู้​ซึ่งมิคิด​จะก้าว​เข้าสู่​วิถีทาง​อัน​เหี้ยมเกรียม​มืดมน​เช่นนั้น​!

“ข้า​มีกระบี่​อยู่​ใน​มือ​เล่ม​หนึ่ง​… เล่ม​เดียว​ที่​สามารถ​สยบ​ศิษย์​สาย​นอก​ได้​ทั้ง​สำนัก​” เมิ่งฝาน​รำพึง​ด้วย​ความภาคภูมิ​

อย่า​ว่าแต่​ศิษย์​สาย​นอก​เลย​ ต่อให้​เป็น​ศิษย์​สาย​ใน​ของ​สำนัก​ซู่ซัน​ หาก​เขา​ปลดปล่อย​เจตจำนง​กระบี่​อาฆาต​นี้​ออกมา​ ก็​ยาก​นัก​ที่จะ​หา​ผู้ใด​มาเป็น​คู่ต่อสู้​ของ​เขา​ได้​

“หอ​ศาสตรา​แห่ง​นี้​… แท้จริง​แล้ว​คือ​แดน​สวรรค์​แห่ง​โชคลาภ​ของ​ข้า​โดยแท้​!”

เมิ่งฝาน​ก้าว​เท้า​เข้าสู่​หอ​ศาสตรา​ได้​เพียง​สามวัน​ ทว่า​ใน​ช่วงเวลา​อัน​สั้น​นี้​ เขา​กลับ​เปลี่ยนแปลง​ตัวเอง​ไปอย่าง​สิ้นเชิง​ราวกับ​เป็น​คนละ​คน​

หลังจาก​ใช้เวลาพักผ่อน​ฟื้นฟู​กำลัง​ไปกว่า​หนึ่ง​ชั่ว​ยาม​ พลัน​มีเงาร่าง​ของ​ศิษย์​ผู้​หนึ่ง​ก้าว​ผ่าน​ประตู​ใหญ่​ของ​หอ​ศาสตรา​เข้ามา​

เมิ่งฝาน​ที่​เริ่ม​ฟื้นตัว​จาก​ความ​เหนื่อยล้า​จึงลุกขึ้น​ยืน​พลาง​เอ่ย​ถามอาคันตุกะ​ผู้​นั้น​ตามหน้าที่​

“มิทราบ​ว่า​ท่าน​มาเยือน​หอ​ศาสตรา​ด้วย​ธุระ​อัน​ใด​หรือ​?”

ศิษย์​ผู้​นั้น​รีบ​ประสานมือ​คำนับ​เมิ่งฝาน​อย่าง​นอบน้อม​ก่อน​เอ่ย​ว่า​ “ศิษย์​สาย​นอก​หลิว​เหว่​ย​ อันดับ​ที่​ห้าสิบ​แห่ง​ทำเนียบ​ศิษย์​ใหม่​ มาเพื่อ​ขอรับ​กระบี่​คู่​กาย​ประจำตัว​ขอรับ​”

โดยปกติ​แล้ว​ ศิษย์​ทั่วไป​ย่อม​ให้​ความ​ยำเกรง​ต่อ​หอ​ศาสตรา​เป็น​อย่าง​สูง

ดังนั้น​เมื่อ​ย่างกราย​เข้ามา​ใน​เขต​หอ​ศาสตรา​ พวกเขา​จึงแสดง​ความสุภาพ​ต่อ​ทุกคน​อย่าง​ถ้วนหน้า​ แม้แต่​กับ​ศิษย์​เฝ้ากระบี่​อย่าง​เมิ่งฝาน​ พวกเขา​ก็​ต้อง​ไว้หน้า​และ​มิกล้า​ล่วงเกิน​แม้เพียง​กระผีกริ้น​

เมิ่งฝาน​ขมวดคิ้ว​เล็กน้อย​พลาง​ถามด้วย​ความสงสัย​ “การ​ทดสอบ​ศิษย์​สาย​นอก​ยัง​มิทัน​ได้​เริ่ม​ขึ้น​ เหตุใด​ทำเนียบ​อันดับ​ถึงมีการ​ขยับเขยื้อน​ได้​เล่า​?”

หลิว​เหว่​ย​ตอบกลับ​ตามตรง​ “เรียน​ศิษย์​พี่​… บังเอิญ​มีศิษย์​พี่​ท่าน​หนึ่ง​สิ้นชีพ​ลง​ เดิมที​ข้า​อยู่​อันดับ​ที่​ห้า​สิบเอ็ด​ จึงได้รับ​การ​เลื่อนขั้น​ขึ้น​มาแทนที่​ใน​อันดับ​ห้าสิบ​พอดี​ขอรับ​”

เมื่อ​ได้ยิน​เช่นนั้น​ แววตา​ของ​เมิ่งฝาน​ก็​ฉายแวว​ประหลาดใจ​มิน้อย​ มินึก​เลย​ว่า​จะมีวิธีการ​เลื่อน​อันดับ​ใน​ลักษณะ​นี้​อยู่​ด้วย​

ทว่า​เมื่อ​พิจารณา​ดู​แล้วก็​นับว่า​สมเหตุสมผล​และ​เป็นไปตาม​กฎเกณฑ์​แห่ง​วิถี​ผู้​แข็งแกร่ง​ทุก​ประการ​

“เข้าใจ​แล้ว​… พื้นที่​ชั้นแรก​ของ​หอ​ศาสตรา​แห่ง​นี้​ เจ้าสามารถ​เลือกสรร​กระบี่​ได้​ตามใจ​ปรารถนา​ ทว่า​จงจำไว้​ให้​มั่น​… ศาสตรา​บาง​เล่ม​แฝงไว้​ด้วย​อาถรรพ์​ที่​น่า​พรั่นพรึง​ หาก​เจ้าโลภโมโทสัน​หมายปอง​กระบี่​ที่​เกิน​ขีดความสามารถ​ของ​ตนเอง​ไปครอบครอง​ เจ้าอาจ​ถูก​ไอ​กระบี่​สะท้อน​กลับมา​เล่นงาน​จน​ถึงแก่ชีวิต​ได้​!”

นี่​คือ​ถ้อยคำ​เตือนสติ​ที่​เป็น​ดั่ง​ธรรมเนียม​ปฏิบัติ​ ศิษย์​ทุกคน​ที่มา​รับ​กระบี่​ย่อม​ต้อง​ได้รับ​คำเตือน​นี้​จาก​ศิษย์​เฝ้ากระบี่​เสมอ​

“ข้าน้อย​ทราบ​แล้ว​ขอรับ​ ขอบคุณ​ศิษย์​พี่​ที่​ชี้แนะ​” หลิว​เหว่​ย​พยักหน้า​รับคำ​อย่าง​หนักแน่น​ ก่อน​จะก้าว​เท้า​เข้าไป​ใน​หอ​ศาสตรา​เพื่อ​ค้นหา​กระบี่​ที่​คู่ควร​กับ​ตน​

>กลับหน้าหลักHOMEจิ้ม<

Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 9 กระบี่ไท่ซั่งไร้รัก"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Aileen Novel
  • หน้าหลัก HOME
  • COOKIE POLICY

© 2020 - 2023 ไอรีนโนเวล นิยายอ่านฟรีทุกวัน เว็บอ่านนิยาย pdf ไอรีนโนเวล “aileen-novel.online” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน นิยายชื่อดัง ตอนล่าสุด "ฮณ๊ฯดฯฌซ, อ่านฟรี อ่านเพลินอ่านทั้งวันกับไอรีนโนเวลออนไลน์

Sign in

Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to Aileen Novel - อ่านนิยายออนไลน์ฟรี รวมนิยายแปลและนิยายไทย